END [ป๋อจ้าน] Facts about Yibo #จริงหรือป๋อ

ตอนที่ 4 : Facts #4 หวังอี้ป๋อเข้าหาคนไม่เป็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,382
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 894 ครั้ง
    11 ก.ย. 62

Facts #4 หวังอี้ป๋อเข้าหาคนไม่เป็น




          นั่งกวาดสายตามองดูอักษรบนกระดาษ มือลูบสัมผัสหมึกปากกาสีดำเข้มอย่างทะนุถนอม หัวเราะเบาๆ นึกขำเมื่อย้อนนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า ใช่...เซียวจ้านกำลังมีความสุขมากๆ 

 

          ดูเหมือนว่าหวังอี้ป๋อได้เขียนข้อความตัวเล็กๆ ทิ้งไว้ตรงขอบมุมอัลบั้มหน้าเดียวกับที่ผมให้เขาเซ็น หากไม่มองดูดีๆ คงไม่สังเกตเห็นมัน หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบเปลี่ยนมาเต้นระส่ำระสายชั่วขณะ สักวันต้องหัวใจวายตายเพราะหวังอี้ป๋อแน่ๆ 我想你 ผมคิดถึงคุณ ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย! 

 

          ถ้าไม่ติดว่าเกอเป็นลักซ์ผมจะคิดว่าหวังอี้ป๋อชอบเกอไปแล้วนะ

 

          คำพูดของโอเซฮุนผุดแทรกเข้ามาในหัว หรือมันจะเป็นแบบที่เซฮุนพูด? ส่ายหัวตบหน้าเบาๆ เรียกสติ ไม่มีทาง! ความหมายของคำว่าคิดถึงคงไม่ใช่แบบที่ผมคิดตอนแรกแน่ๆ ใช่แล้ว! เพราะเราไม่ได้เจอกันนานยังไงล่ะ ถึงได้เขียนมาแบบนั้น...มั้ง

 

          แต่วันนั้นผมเพิ่งเจอเขาไปเองนะ

 

        เห้อถอนหายใจออกมายาวๆ 


        เลิกคิดได้แล้ว พอ! เลิกคิดเดี๋ยวนี้เลยเซียวจ้าน” 


          นั่งตบตีกับตัวเองเพื่อหยุดยั้งความคิดบ้าๆ นี่ ฟุ้งซ่านมากเกินไป ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะกลับมาอยู่ในสภาวะปกติ รู้ตัวอีกทีพบว่าเป็นวันใหม่เสียแล้ว กำจัดความเกียจคร้านออก เปิดแล็ปท็อปใช้งาน เมมโมรี่การ์ดถูกเสียบเข้าไป เอาภาพจากเมมโมรี่ออกลงใส่เครื่อง ไม่ลืมเซฟเก็บไว้ในยูเอสบีแฟรชไดร์ฟ 

 

          เพ่งมองหารูปที่ชอบเลือกมาแต่งเพื่ออัปลงบนโซเชียล ผมมักจะอัพแค่ไม่กี่ภาพเท่านั้น ผมเป็นประเภทที่ชอบเก็บเอาไว้ดูคนเดียวมากกว่า แต่บางครั้งก็อยากจะแชร์ให้แฟนคลับคนอื่นได้ดูความหล่อเหลาของหวังอี้ป๋อเหมือนกัน เลื่อนดูรูปที่ถูกบันทึกไปเรื่อยๆ จนเจอกันรูปที่อี้ป๋อนั่งทำหน้าดุเข้าเพราะเปิดปากกาไม่ออก 

 

          แต่งรูปนี้แหละ 

 

          โฟโตชอปแสดงบนจอ ใช้เวลาในการแต่งรูปประมาณสิบนาทีเพื่อให้รูปออกมาดีที่สุด อัปโหลดภาพลงบนแอปพลิเคชันสีฟ้านกสีขาวอยู่ตรงกลาง ดูเหมือนว่าจะถูกอกถูกใจกันอยู่ไม่น้อยถึงได้มีการแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าจะหยุดลง เช้าของอีกวันพบว่ายอดรีทวิตพุ่งขึ้นจากหลักพันเป็นหลักหมื่น 

 

        ค่อนข้างตกใจนิดหน่อยแฮะ


           มีคนส่งข้อความมาให้ช่วยปล่อยรูปเพิ่มอีก แน่นอนว่าปฏิเสธโดยทันทีและกล่าวขอโทษที่ไม่สามารถทำตามความต้องการของพวกเขาได้ หากคนที่รู้จักผมพวกเขาจะรู้ดีว่าทำไม อีกอย่างหนึ่งฝีมือการแต่งรูปไม่ได้ดีขนาดนั้นเสียหน่อย แต่ก็รู้สึกขอบคุณที่พวกเขาชื่นชอบ

 

          พับจอแล็ปท็อปลง เปลี่ยนมาทิ้งตัวลงบนเตียงเปิดสมาร์ทโฟนตามเซฟรูปงานแฟนไซน์เมื่อวาน มั่นใจว่าต้องมีคนถ่ายติดตอนอี้ป๋อใส่ผ้าคลุมพ่อมดแห่งฮอกวอตส์ และมันมีจริงๆ เห็นตัวผมติดไปนิดหน่อย ไม่ว่าจะดูยังไงผ้าคลุมนี่เข้ากับเขามากจริงๆ


          หลังชื่นชมรูปสักพักผมลุกมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อออกไปข้างนอกหาที่สำหรับอ่านหนังสือ จะอุดอู้อ่านหนังสืออยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ คงไม่เป็นผลดีเท่าไหร่นัก เปลี่ยนบรรยากาศบ้างคงจะดีไม่น้อย


          ย่างเท้าอกจากห้องอย่างกระตือรือร้น รู้สึกว่าวันนี้จะคึกเป็นพิเศษ เดินตามท้องถนนลงซับเวย์ด้วยความเคยชิน นั่งรถไฟประมาณ3สถานีในการมาถึงจุดหมาย ที่แห่งนี้เป็นเพียงสวนสาธารณะเล็กๆ ที่แทบไม่มีคนเลย บรรยากาศร่มรื่นเต็มไปด้วยสีเขียวขจีให้ความรู้สึกสดชื่นแบบที่ผมชอบ นั่งม้านั่งตัวเดิม วางกระเป๋าข้างๆ หนังสือปึกหนาถูกหยิบออกมา ไม่ลืมเก็บบันทึกภาพบรรยากาศนี้ไว้ เขาเป็นคนชอบถ่ายรูปมากๆ โดยเฉพาะบรรยากาศ ไม่ลืมอัปลงบนอินสตราแกรมส่วนตัวเช่นเดิม


          ระหว่างทางซื้อของว่างขนมจุกจิกติดไม้ติดมือมาด้วยแว่นสายตาทรงกลมถูกนำมาสวม พลิกกระดาษสีเหลืองอ่อนนวลไปทีละหน้าอย่างเชื่องช้า สายตามทำหน้าที่กวาดอ่านเป็นอย่างดี ปากพึมพำเพื่อทบทวนทำความเข้าใจบางส่วน อ่านไปได้สักพักท้องเริ่มประท้วง แกะขนมในห่อพลาสติกหยิบเข้าปาก ไม่ละสายตาจากหนังสือตรงหน้า คอแห้งผากเพราะขนมขบเคี้ยวที่เกิดเข้าไป มือคลำหาน้ำในถุงแต่ไร้ร่องรอยการมีอยู่ของมัน


          เขาลืมซื้อน้ำมาด้วย เมื่อนึกได้แบบนั้นรีบเก็บของลงกระเป๋า ระหว่างนั้นไอความเย็นจากอะไรบางอย่างสัมผัสเข้ากับใบหน้าอย่างจัง หันมองต้นเหตุตามสัญชาตญาณ


          กระป๋องน้ำอัดลม?


         ทำไมนายถึงมาอยู่นี่


          ว่างน่ะ


          การปรากฏตัวของคนตรงหน้าทำเอาผมตกใจอีกแล้ว จู่ๆ หวังอี้ป๋อโผล่มาอยู่ในที่แบบนี้ โดยปกติแล้ววันว่างๆ เขามักจะพักผ่อนอยู่บ้านไม่ใช่หรือไง สัมภาษณ์ของนิตยสารฉบับหนึ่งบอกไว้แบบนั้น

 

          แปลกหรือไงอี้ป๋อนั่งลงข้างๆ

 

          อื้อ ปกตินายจะนอนอยู่บ้านไม่ใช่เหรอ

 

          ถ้าเป็นเมื่อก่อนน่ะใช่เขาหมายถึงถ้าเป็นเมื่อก่อนคงเป็นตามที่ผมพูดแต่ตอนนี้ไม่ใช่ ผมเข้าใจถูกไหม

 

          ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่

 

          ตามคุณมา

 

          ถามจริง?”

 

          บอกแล้วไงว่าไว้เจอกันอี้ป๋อหันมามองหน้า

 

            แล้วรู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นี่

 

          ที่พูดเมื่อวาน?” เจ้าของร่างสูงพยักหน้าอ่าว ไม่ได้หมายถึงตามอีเว้นท์หรอกเหรอ

 

          ไมใช่

 

            เสียงเปิดกระป๋อน้ำอัดลงดังขึ้นจากคนข้างๆ 

 

          คุณไม่อยากเจอผมเหรอ

 

          เปล่า...แค่ตกใจนิดหน่อย

 

          หึ คุณอาจจะตกใจมากกว่านี้ก็ได้นะ

 

          แล้วนายหาเกอเจอได้ยังไง

 

          ความลับหวังอี้ป๋อยกยิ้มยืมมือถือหน่อย

 

          ห๊ะ” 

 

          เอาไอดีคาทกมาคาทกของผม? “เร็วสิ

 

          ผมกำลังลังเลกำมือถือแน่น สายตากึ่งบังคับของอี้ป๋อทำให้ผมยอมจำนนในที่สุด จ้องมาอย่างเอาเป็นเอาตายขนาดนั้น ใครจะกล้าปฏิเสธกัน


          สรุปนายเอาไปทำไมเอ่ยถามด้วยความสงสัย

 

          ไม่รู้จริงๆ เหรอ

 

          “...”

 

          อยากคุยกับคุณ” 

 

            ความร้อนแผ่ซ่านทั่วใบหน้า แก้มสีซีดแปรเปลี่ยนเป็นมะเขือเทศ ไม่กล้าสบตา ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าด้วยซ้ำ ก้มต่ำเหม่อมองพื้นสีเขียวด้วยความประหม่า 

 

          แก้มแดง” 

 

          น่ารัก


          ให้ตายสิ ผมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามองเขาเลยจริงๆ 

 

           เลิกหยอดกันเล่นแบบนี้เสียที! 

 

          นี่ นายน่ะ...ใช่หวังอี้ป๋อตัวจริงใช่ไหม!ลุกพรวดขึ้นยืนจ้องมองคนตรงหน้าอย่างจริงจัง

 

          คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ดูจากสีหน้าท่าทางคงไม่เข้าใจในสิ่งที่กำลังจะสื่อ อี้ป๋อมองหน้าผมเรียบนิ่ง ไม่มีคำพูดใดเอ่ยออกมาราวกับว่ากำลังรอผมพูดอยู่ 

 

          ยื่นมือไปสัมผัสกับใบหน้าหล่อเหลา เพิ่งแรงขยับไปมา เนื้อหนังเขาเปลี่ยนสภาพไปตามทิศทางของมือดังเช่นแก้มที่กำลังปริอยู่ตอนนี้ อี้ป๋อพูดบางอย่างออกมาด้วยสีหน้าค่อนค้างหงุดหงิดพอสมควร แม้จะไม่ชัดเจนแต่ก็พอจับใจความได้ 


          อ้านเอออุดไอแอ้ว! (จ้านเกอหยุดได้แล้ว!)” 

 

          หยุดการกระทำนั้น ยอมแพ้ปล่อยมือลง นึกว่าเขาจะปลอมตัวเหมือนในหนังเสียอีก พวกหนังแนวสืบสวนสอบสวนมักมีบ่อยๆ ไม่ใช่หรือไงกัน แต่งหน้าไม่ก็ทำหน้ากากบางๆ สวมรอยเป็นคนอื่นเพื่อล้วงหาความลับของอีกฝ่ายอะไรทำนองนั้น 


          ถ้าไม่ใช่เกอผมต่อยไปแล้วอี้ป๋อกดเสียงต่ำคงไม่ได้คิดว่าผมปลอมตัวมาเหมือนในหนังที่คุณชอบดูใช่ไหม?”

        

          ใช่! คิดแบบนั้นเลย หวังอี้ป๋อรู้ความคิดของผมได้ยังไง และที่สำคัญทำไมถึงรู้ว่าผมชอบดูหนังแนวนี้ล่ะ ผมจำได้ว่าไม่เคยเอ่ยหรือหลุดปากพูดสักครั้ง มีเพียงแต่เพื่อนหรือคนสนิทเท่านั้นที่จะรู้...มันน่าแปลก

 

          นายรู้ได้ไงเจ้าของร่างสูงชะงักเล็กน้อย 

 

          ผมรู้มากกว่าที่คุณคิด” 


          หวังอี้ป๋อจ้องเขม็ง รู้สึกถึงอุ่นไอร้อนบริเวณมือทั้งสองข้างจากอวัยวะเดียวกัน ฝ่ามือของผมกระทบเข้ากับผิวหน้าอีกฝ่ายอีกครั้ง มันต่างออกไปจากเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาตรงที่เจ้าของมือคู่นั้นเป็นคนเคลื่อนไหวมาทำเอง ดวงตาสีเข้มสอดประสานกับผม เรามองกันแบบนั้นโดยไม่มีเสียงเอ่ย มีแต่เพียงเสียงลมตามธรรมชาติ ใบไม้ปลิดปลิวพลิ้วไหวกลางอากาศ เสียงจากญาณพาหนะบนท้องถนนที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

 

          เลือกทำลายความเงียบทั้งหมด ยอมรับเลยว่าค่อนข้างตกใจกับการกระทำนั้นอยู่เหมือนกัน จู่ๆ ก็มาจับมือมาประกบบนหน้าผมแบบนั้น 

 

          นายทำอะ-ไม่ทันพูดจบมีเสียงทุ้มแทรกขึ้น

 

          รู้แล้วใช่ไหมว่าผมคือใคร 

 

          “อื้อ พยักหน้าหงึก

 

         ผมชื่ออะไร มือหนาวางแนบลำตัว

 

          หวังอี้ป๋อ

 

          เซียวจ้านฟังนะ สิ่งที่คุณรู้มามันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ผมเป็นทั้งหมด อาจเป็นเพียงแค่ภาพลักษณ์ที่บริษัทสร้างขึ้นมาหรือเป็นตัวตนของผมก็ได้ ไม่มีใครรู้นอกจากตัวผมเอง

 

          “...”

 

          แต่ผมอยากให้คุณได้รู้นะ อยากให้คุณได้รู้ว่าจริงๆ ตัวตนของผมเป็นยังไงกันแน่

 

          ตัวตนจริงๆ ของหวังอี้ป๋ออย่างนั้นเหรอ นั่นสินะ จุดที่เขายืนอยู่คือวงการมายา มีทั้งเรื่องจริงและเท็จ ไม่มีใครรู้หรอกว่าแท้จริงแล้วมันเป็นยังไง

 

          แน่นอนว่าข้างในใจลึกๆ แล้วผมอยากรู้ แต่ถ้าหากมันทำให้ความรู้สึกของผมเปลี่ยนแปลงไป หากได้รู้จักตัวตนจริงๆ ของหวังอี้ป๋อแล้วผมเกิดตกหลุมรักเขาขึ้นมาจริงๆ ผมจะทำยังไง

 

          เซียวจ้านกำลังกลัว

 

          เข้าใจสิ่งที่ผมจะสื่อใช่ไหม

 

          ผมไม่เข้าใจเลยสักนิด ไม่เข้าใจการกระทำพวกนั้นเลย

 

          คุณพร้อมที่จะพิสูจน์มันไหมจ้านเกอ

 

          ดวงตาสั่นไหวสบเข้ากับอวัยวะเดียวกัน ตาสีเข้มคู่นั้นแสดงออกถึงความตั้งใจ ความมุ่งมั่น ความต้องการออกมาอย่างชัดเจน มากเสียจนผมรับรู้

 

          ถ้าหากมันทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปล่ะ

 

          ผมจะเป็นคนที่รับผิดชอบมันเองยิ้มบางถูกส่งมา คุณเชื่อใจผมสิ

 

          แน่นอนว่าผมเชื่อใจเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากเกินไป มันเกินกว่าที่ผมจะแบกรับไหว ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง ย่างเท้าถอยออกมาเพื่อให้ระยะห่างมากขึ้น ความอึดอัดและสับสนที่ปั่นป่วนภายในจิตใจไม่ได้ลดถอยน้อยลงไปสักนิด  สองเท้าของคนอายุน้อยกว่าเดินใกล้เข้ามา เขากำลังย่นระยะห่างระหว่างเราลงในขณะที่ผมทำให้มันมากขึ้น

 

          อี้ป๋อ เกอขอเวลาหน่อย

 

          อืม ได้เท่าที่คุณต้องการ ต่อให้จะนานกว่านี้ผมก็จะรอ

 

          คำพูดทั้งหมดของหวังอี้ป๋อยังคงวนเวียนอยู่ไม่จางหาย เสียงดังก้องอยู่ในโสตประสาทหูราวกับว่าเกิดเสียงหลอน ปวดหัวตุบๆมาสักพัก ยาแก้ปวดในขวดสัมผัสลงบนฝ่ามือก่อนจะเปลี่ยนไหลลงสู่ลำคอพร้อมกับน้ำเปล่า ซุกตัวในผ้าห่มหนา เคลื่อนมือกดสวิตซ์ไฟหัวเตียง แสงสว่างจ้าดับลงเหลือเพียงแต่ความมืด พยายามข่มตาหลับ ร่างกายพลิกไปมาอยู่อย่างนั้น

 

          แสงตะวันจ้าสาดส่องผ่านม่านสีครีม ตื่นขึ้นมาพร้อมกับถุงใต้ตาดำสองข้าง ใบหน้าเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัดเจน กว่าจะข่มตานอนได้ใช้เวลาไปเกือบ3ชั่วโมงเต็ม เดินทางไปมหาวิทยาลัยด้วยสภาพที่ไม่ค่อยต่างจากซอมบี้ในหนังนัก เพื่อนหลายคนทักถามถึงสาเหตุของสภาพนี้ มันแย่ถึงขั้นที่มีคนทักผมมากขนาดนี้เลยหรือไงกัน

 

          ฟุบหน้าลงทับมือ หนังตาปรือปิดลงพอรู้ตัวอีกทีพบว่าเพื่อนในคลาสออกไปเกือบหมดแล้ว ผมคิดว่าจะงีบเพียงแค่ไม่กี่นาทีแต่เวลาล่วงเลยไปจนหมดคลาส โชคดีที่ปาร์คชานยอลช่วยจดเลคเชอร์ให้

 

          ไม่ได้แวะเถลไถลที่ไหนรีบตรงดิ่งกลับบ้านทันที ร่างกายโหยหาเตียงนุ่มและแอร์เย็นเป็นอย่างมาก อาการปวดหัวกลับมาอีกครั้ง หากพักผ่อนไม่มากพอหรือคิดอะไรมากๆ มักจะเป็นแบบนี้เสมอ มันปวดหนักกว่าเดิม มือยกขึ้นมาสัมผัสกับศีรษะนวดคลึงเบาๆ ค้นหายาในกระเป๋าแต่ไม่พบ ตอนเช้าผมรีบออกมาจนวางมันทิ้งไว้บนโต๊ะอาหาร

 

          ท้องฟ้าสีครามมืดครึ้มผิดกับตอนเช้าลิบลับ เมฆสีขาวแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาเข้ม หยดน้ำล่วงหล่นมาจากบนฟ้ากระทบเข้ากับศีรษะอย่างจัง ฝนเม็ดเล็กเปลี่ยนเป็นฝนเม็ดใหญ่ในชั่วพริบตา เสื้อผ้าเปียกปอนไม่ต่างจากลูกหมาที่กำลงตกน้ำมาหมาดๆ ความเย็นจากเม็ดฝนและความชื้นจากเสื้อผ้าแทรกเจ้าไปยังผิวกาย ร่างกายหนาวสั่นอย่างห้ามไม่ได้ วิ่งมาหลบฝนอยู่หน้าร้านเบเกอรี่โดยมีผู้ร่วมชะตากรรมอยู่

 

          มีร้านสะดวกซื้ออยู่ตรงข้ามถนนอีกฝั่ง หากวิ่งไปเพื่อหาซื้อร่มคงได้เปียกมากกว่านี้เพราะฝนที่กำลังตกหนักอยู่ตรงหน้า หากจะวิ่งไปสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินคงไม่ต่างกันมากนัก เผลอๆ อาจจะหนักว่าเสียด้วยซ้ำ ไม่สามารถขยับเท้าเคลื่อนไหวไปไหนได้  ทำได้แค่รอให้ฝนซาลงเพียงเท่านั้น

 

          ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงถึงจะสามารถขยับเขยื้อนได้ เลือกตัดสินใจฝ่าฝนที่อ่อนลงไปซับเวย์แทนการไปร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อร่ม สองเท้าวิ่งบนถนนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เสียงหอบหายใจดังถี่ยิบเมื่อหยุดเดิน

 

          ถึงบ้านด้วยสภาพเปียกปอน ไม่รอช้ารีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากินยาทันที เป็นอีกหนึ่งวันที่ยากลำบากมากสำหรับเซียวจ้าน

 

          เช้าวันรุ่งขึ้นรับรู้ได้ถึงอาการครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างเห็นได้ชัด รู้สึกหนาวมากกว่าปกติทั้งที่อุณหภูมิในห้องเท่ากับทุกวัน ในคอเกิดอาการเจ็บเมื่อกลืนน้ำลายลง น้ำมูกไหลเล็กน้อย เขาป่วยจนได้ ไม่ชอบช่วงเวลาที่ร่างกายอ่อนแอแบบนี้เลยสักนิด มันอ่อนล้าไปหมดแต่เขามีกิจกรรมที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จำใจฝืนร่างกายใช้ชีวิตดังเช่นทุกวัน

 

          มามหาวิทยาลัยด้วยสภาพที่แย่กว่าเมื่อวานมากโข ไม่สามารถขาดเรียนได้เนื่องจากอาจารย์นัดพรีเซนต์งานไว้ มันผ่านไปได้ด้วยดีแม้สภาพร่างกายของผมจะแย่ลงก็ตาม ไอความร้อนแผ่ซ่านอยู่ทั่วใบหน้า เปลือกตาร้อนจะปิดลงทุกเมื่อ ยาที่กินเมื่อวานไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด ดูเหมือนว่าไข้จะสูงยิ่งกว่าตอนเช้า


          กลับไปนอนพักเหอะ หน้านายไม่ไหวแล้วนะปาร์คชานยอลเอ่ยบอกด้วยความเป็นห่วง

 

          แต่ว่า-”

 

          เดี๋ยวจดงานไว้ให้พร้อมติวเลยเอ้า ไม่ต้องเป็นห่วงกลับไปนอนเถอะ

 

          ชานอ่า

 

          ไปพัก ไม่อย่างนั้นร่างกายนายรับไม่ไหวแน่ๆ

 

          อื้อ ขอบคุณนะ

 

          ป่ะ จะไปส่งชานยอลเก็บของลงกระเป๋า

 

          ไม่เป็นไร นายจะเข้าเรียนสายนะ

 

          ถ้าเกิดเผลอไปล้มเข้าละจะทำยังไง

 

          ไหวน่า ถ้านายไปฉันจะอยู่นี่แหละสุดท้ายปาร์คชานยอลก็ยอมแพ้

 

          ฝืนส่งยิ้มไปให้เพื่อที่จะไม่ทำให้เจ้าของร่างสูงเป็นห่วง แทบไม่เหลือเรี่ยวแรงเดินด้วยซ้ำ ฝืนก้าวเดินต่อไปอีดนิดเดียวก็จะถึงซับเวย์แล้ว แต่ทว่าจู่ๆ ภาพทั้งหมดกลับกลายเป็นสีดำวูบ ร่างกายอ่อนยวบจนไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้อีกต่อไป เสียงคนรอบข้างตามท้องถนนเริ่มจางหายไปในที่สุด มันมืดมนไปหมดไม่เหลือแม้กระทั่งสติ

 


          รับรู้ถึงความชื้นจากผ้าสัมผัสเข้ากับผิวกาย เปลือกตาสีมุกปิดสนิทค่อยๆ ลืมตาขึ้น ฝ้าเพดานนี้ไม่คุ้นเลย มือยกขึ้นมาแตะบนหน้าผากเพราะรับรู้ถึงความเย็นบริเวณนั้น ทันทีที่สัมผัสรู้เลยว่ามันคือแผ่นเจลลดไข้ สิ่งหนึ่งที่มั่นใจคือมันไม่ใช่ห้องของเขา

 

           เขาอยู่ที่ไหนกันแน่ ?

 

          เลื่อนสายตามองสิ่งรอบข้างก็พบเข้ากับเจ้าของห้องที่กำลังทำหน้าเครียด เราสบตากันครู่หนึ่ง ทันทีที่เห็นทราบได้ทันทีว่าตอนนี้ผมกำลังอยู่ที่ไหน

 

          ที่นี่คือห้องของหวังอี้ป๋อ

 

          เขาใช้เวลาไม่นานในการเช็คตัว ร่างสูงยกกาละมังและผ้าออกไปลับสายตาก่อนจะกลับเข้ามา เขานั่งมองผมแบบนั้นไม่ยอมปริปากอะไรพูดออกมา

 

          เกอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเปล่งเสียงเอ่ยถามสิ่งที่สงสัย เสียงของผมมันแย่ลงมากๆ เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ

 

          เจอคุณเป็นลมอยู่ก็เลยพามาอี้ป๋อเอามือมาแตะหน้าผาก ดีขึ้นกว่าเดิมไหม

 

          พยักหน้าตอบไป หากพูดมากกว่านี้อีกนิดเสียงคงได้หายไปพอดี หวังอี้ป๋อจัดแจงยาใส่ในถ้วยเซรามิคใบเล็ก รินน้ำจากเหยือกลงในแก้วใส ช่วยประคองให้ผมนั่งยอมกิยาอย่างว่าง่าย

 

          รีบหายไวๆเขาส่งยิ้มมาพร้อมกับยกมือขึ้นมาสัมผัสบนหัว

 

          อื้อ

 

          นอนพักนะครับผมไม่ได้ยินเขาพูดจาแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว 4ปีได้แล้วมั้ง

 

          ขยับร่างกายให้อยู่ในท่าสบาย ปิดเปลือกตาลง ดูเหมือนว่าหวังอี้ป๋อจะพูดอะไรบางอย่างแต่สติผมไม่ได้มีมากพอที่จะรับรู้ถึงคำพูดเหล่านั้น  



          ตื่นขึ้นมาอีกทีพบว่าพระอาทิตย์ได้ตกดินไปแล้ว เข็มนาฬิกาชี้ตรงเลขสอง ความร้อนตามร่างกายจางหายไปบ้างแล้ว  พยุงตัวเองลุกขึ้นนั่ง สำรวจตัวเองพบว่าไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าตัวเดิม ประตูถูกเปิดออกโดยเจ้าของห้อง กลิ่นอาหารอ่อนๆ ปะทะเข้ากับจมูก หวังอี้ป๋อเดินตรงมาหา มือหนายื่นมาสัมผัสกับหน้าผากเพื่อวัดความร้อน


          เสื้อผ้า…”


          ผมเป็นคนเปลี่ยนให้เอง” 


          คำตอบจากร่างสูงทำให้ใบหน้าผมร้อนผ่าว แก้มซีดมีสีแดงฝาดนิดๆ เผลอกัดริมฝีปากด้วยความประหม่า มือน้อยบีบกำแน่น คนตรงหน้าคงจะรู้ว่าผมรู้สึกยังไง แต่คำพูดของเขามันไม่ได้ทำให้สบายใจขึ้นเลยสักนิด กลับรู้สึกเขินอายยิ่งกว่าเดิม


          เห็นมาหมดแล้ว ไม่ต้องอาย


          ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ!


          เกออยากกลับบ้านเอ่ยบอกถึงความต้องการ


          ไม่ต้องกลับ นอนนี่แหละเขาช่วยพยุงผมลุกดึกแล้วอันตราย อีกอย่าคุณกำลังป่วยอยู่ใครจะช่วยดูแล


          มันรบกวนนาย


          ผมอยากดูแลคุณ


          หวังอี้ป๋อเขากำลังทำให้หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะซ้ำแล้วซ้ำเล่า


          แล้วเสื้อผ้าพยายามควบคุมเสียงให้ปกติที่สุด


          ใส่ของผมไปก่อน เลือกเอาในตู้เขาชี้ไปยังตู้เสื้อผ้าตรงมุมห้องผมต้มโจ๊กไว้ให้


          เกอไม่หิว


          คุณต้องกิน


          ขอโทษที่ทำให้ลำบากนะ


          รู้สึกผิดที่กลายเป็นภาระให้เขา ผมเป็นใครก็ไม่รู้แต่เขากลับต้องมาดูแล หากเรามีความสัมพันธ์กันเป็นเหมือนดังเพื่อนหรือพี่น้องความรู้สึกผิดคงลดน้อยกว่านี้ อาจจะยอมให้ช่วยดูแลโดยไม่คิดมากเท่ากับตอนนี้ ด้วยสถานะของเรานั้นมันทำให้รู้สึกแปลกใจ ทำไมหวังอี้ป๋อถึงต้องทำดีกับเขามากขนาดนี้?


          งั้นก็ออกไปทานข้าว


          พอสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ไม่อาจปฏิเสธได้เลย ดวงตาคู่นั้นสะท้อนถึงความเป็นห่วงออกมาอย่างชัดเจน ยอมทำตามอย่างว่าง่ายอย่างกับเด็กที่อยู่ในโอวาทของผู้ปกครอง


กลิ่นของโจ๊กในถ้วยเซรามิคขาวโชยทั่วห้อง มันถูกจัดแจงไว้อย่างเรียบร้อย น้ำเต็มแก้ววางอยู่ข้างๆ พร้อมกับช้อนรับประทาน หวังอี้ป๋อช่วยดึงเก้าอี้ออกมาให้ก่อนหย่อนสะโพกลงไป เจ้าของห้องนั่งลงตำแหน่งตรงข้าม เป็นครั้งที่สองที่นั่งทานข้าวด้วยกัน เรานั่งทานกันเงียบๆ แบบนั้น 


ช้อนสีเงินตักโจ๊กเข้าปากอย่างช้าๆ เขี่ยไปมาอยู่ในถ้วย ฝืนตักกินให้ได้มากที่สุดเพื่อให้มีแรง อีกอย่างหวังอี้ป๋ออุตส่าห์ลงมือทำทั้งที หากไม่ทานก็เหมือนทำลายสิ่งที่เขาตั้งใจทำลงเกินไป 


          ผมรู้มาว่าเขาไม่ชอบกินโจ๊ก มันจะมีสักกี่เหตุผลกันที่ทำให้เขายอมทำและกินอาหารตรงหน้า


          ถ้าไม่ใช่เพราะคนป่วยอย่างผม


          ขอบคุณ” 


          อืม


          อี้ป๋อทำไมนายถึงไปเจอเกอได้เคี้ยวโจ๊กตุ้ยๆ กลืนลงคอก่อนพูด


          บังเอิญทำงานแถวนั้นพอดี แล้วได้ยินเซฮุนคุยกับใครบางคนเขาบอกว่าคุณป่วย


          ใครบางคนที่ว่าคงหนีไม่พ้นปาร์คชานยอล เพราะพวกเราค่อนข้างสนิทสนมกัน ส่วนที่อี้ป๋อบอกว่าทำงานคงจะเป็นรายการเรียลลิตี้ที่โอเซฮุนเคยบอกเอาไว้ เปิดมือถือเข้าแอปพลิเคชันสีฟ้ามีรูปสัตว์ปีกตรงกลางพบรูปภาพของหวังอี้ป๋ออยู่เต็มไทม์ไลน์ สถานที่คุ้นตาเหล่านั้นเป็นตัวบ่งบอกว่าเขาไปทำงานแถวมหาวิทยาลัยผมจริงๆ


          นั่งเล่นเช็คข่าวสารพลางตักอาหารสำหรับคนป่วยเข้าปาก ปริมาณโจ๊กแทบไม่ลดลงไปจากเดิม เนื่องจากตักทีละเล็กละน้อยจนถูกสายตาดุๆ มองมา


          อย่าเล่นโทรศัพท์ตอนกินข้าว


          “’ง่ะ


          ยอมปิดจอมือถือลงอย่างโดยดี เมื่อปริมาณโจ๊กลดเหลือครึ่งหนึ่งหนังท้องเริ่มตึง ไม่สามารถทานต่อไปได้อีกแล้ว ดูเหมือนว่าเจ้าของห้องจะเข้าใจดี เขาจัดเตรียมยามาให้ ระหว่างที่ผมทานยาหวังอี้ป๋อจัดการเก็บถ้วยจานบนโต๊ะอาหาร ผมแทรกตัวเข้าไปช่วยทันทีไม่รอช้า ส่งยิ้มบางๆ ร่างสูงไม่ได้มีทีท่าใดตอบ


          กดปั๊มน้ำยาล้างจานลงฟองน้ำ ถูไถตามถ้วยที่เพิ่งถูกใช้งานจนสะอาดทุกใบ น้ำจากก๊อกไหลลงชำระคราบฟองจนหมด ถูกนำไปตากบนชั้นสำหรับวางอุปกรณ์หลังร้านเป็นระเบียบเรียบร้อย


          ไปพักได้แล้วผมทำเอง เขาจัดการแยกเศษอาหารและขยะอย่างชำนาญ ผมเคยคิดมาตลอดว่าคนตรงหน้าคงจะจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาด หรือไม่ก็สั่งอาหารจากร้านมาทาน ไม่คิดว่าเจ้าตัวจะลงมือทำทุกอย่างเอง


          ยังไม่ง่วงเพิ่งทานข้าวเสร็จจะให้นอนเลยได้ยังไงกัน เดี๋ยวก็จุกตายกันพอดี ไม่งั้นคงกลายเป็นหมูอี้ป๋อเล่นเกมกัน!”


          งานอดิเรกอีกอย่างหนึ่งของหวังอี้ป๋อคือการเล่นเกม ผมจำได้แม่นเลยล่ะ และเกมที่เขาชอบเล่นค่อนข้างฮิตในหมู่วัยรุ่นอย่างPlayerUnknown's Battlegroundsหรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อPUBG เป็นเกมออนไลน์แนวแบตเทิล มีผู้เล่นหลายคน ซึ่งปกติผมแทบไม่ได้แตะเกมเลย ไม่ได้เล่นมานานมากๆ จนมาเล่นตามหวังอี้ป๋อในช่วงที่ผ่านมานี่แหละ จนติดงอมแงมอยู่พักหนึ่ง จากนั้นค่อนข้างเรียนหนักจึงห่างหายมาได้เกือบสองเดือน


          หย่อนสะโพกลงบนโซฟาหนังตัวนุ่ม หยิบหมอนมาวางบนตัก อี้ป๋อยื่นสมาร์ทโฟนเครื่องหรูมาให้เปิด ส่วนเจ้าตัวจะนำขยะในมือไปทิ้งก่อน ผมจึงอยู่ภายในห้องเพียงคนเดียว


          หลังจากเข้าเกมสำเร็จ สำรวจสายตามองรอบห้องจนสะดุดเข้ากับตู้กระจกมุมหนึ่ง รู้สึกว่าจะเป็นโซนสำหรับจัดโชว์ของขวัญจากแฟนคลับ ผมจำของพวกนั้นได้เพราะเจ้าตัวเคยอัพโหลดลงบนโซเชียลมีเดียช่วงวันเกิด อ้ป๋อมักจะทำแบบนี้ทุกปี หนึ่งในนั้นมีของขวัญจากผมตั้งรวมอยู่ด้วย ริมฝีปากยกยิ้มอย่างมาอาจห้ามได้


          หายไปไหนของเขาเป็นเวลาเกือบ20นาทีที่อี้ป๋อยังไม่กลับมา


          ปกติแล้วไปทิ้งขยะต้องใช้เวลานานขนาดนี้เลยเหรอ โดยปกติผมใช้เวลาไม่เกินสิบนาทีด้วยซ้ำ หรือว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกันแน่ ลุกเต็มความสูงตรงดิ่งไปยังประตูเพื่อเปิดออกไปตามหาเจ้าของห้อง เมื่อมือจับลูกบิดมันถูกไขจากด้านนอก คนที่เพิ่งกลับมาทำหน้าสงสัย สังเกตเห็นมือหนาหอบหิ้วถุงพลาสติกร้านสะดวกซื้อติดไม้ติดมือมาด้วย เมื่อเห็นแบบนี้รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก นึกว่าจะเป็นอะไรไปเสียแล้ว


          ถุงบรรจุขนมวางบนโต๊ะหินอ่อนสีดำระหว่างทีวีและโซฟา เขาหยิบจานบนชั้นวางออกมาแกะผมไม้สดใส่ มีนมกล่องจากซูเปอร์มาร์เก็ตซึ่งเป็นรสชาติที่ชอบพอดิบพอดี เมื่อทุกอย่างเสร็จสรรพ หวังอี้ป๋อถึงนั่งลงข้างๆ จับมือถือในหน้าเตรียมพร้อมสำหรับเริ่มเกม ซึ่งผมถือวิสาสะแอดเฟรนด์เตรียมพร้อมแล้ว เลือกผู้เล่นแบบดูโอ


          เอาแมพไหนเขาถาม


          แรนด้อมไหมบอกเสนอ 


          กดเริ่มสตาร์ทเกม โดยแผนที่เป็นMiramar มีเวลา60วินาทีในการเตรียมตัว กดติดตามหวังอี้ป๋อทันที ระหว่างนั้นแกะซองขนม มีกลิ่นของส่วนผสมหวานๆ ของน้ำผึ้งตีเข้ามาในจมูกนิดหน่อย หยิบเข้าปากไปพลางเสียงกรุบกรอบดังมากพอที่จะทำให้คนบริเวณใกล้ได้ยิน แทบไม่สามารถรับรู้ถึงรสชาติหวานๆ ของมันฝรั่งทอดที่เคยกินได้เลย  


          หันมาจับจ้องจอสมาร์ทโฟนแทน อยู่บนเครื่องบินสักพักก่อนผู้เล่นจะลงสู่สนาม หวังอี้ป๋อเลือกกดลงบริเวณขอบแผนที่ เมื่อเท้าเหยียบลงบนพื้นดิน แผนที่มุมบนขวาปรากฏรอยเท้าสีส้มของผู้เล่นคนอื่น แสดงว่ามีคนอยู่ใกล้ๆ นี่ รีบหาบ้านแถวนั้นเพื่อหาอาวุธโดยได้ปืนลูกซองและกระสุนมาใช้ ผมไม่ชอบปืนลูกซองเท่าไหร่ เวลายิงมันมักจะชอบดีด จะหาปืนใหม่ก็ไม่มีเวลามากพอ


          ผู้เล่นชายปรากฏตัวอยู่หน้าบ้านหลังโตที่ผมอยู่ เสียงยินปืนดังขึ้นเมื่อกด เมื่อเขาหลุดออกจากเกมผมจึงเก็บของของเขา ซึ่งมันน่าพอใจเป็นอย่างมาก


          เข้าออกบ้านเก็บอาวุธและสิ่งจำเป็นจนได้มามากพอ เป็นเวลาเดียวกับที่วงแผนที่เริ่มแคบลง เราจึงเคลื่อนย้ายเข้าใกล้จุดศูนย์กลาง มีผู้เล่นคนอื่นออกมาเผล่นพล่านบ้างประปราย เรากำจัดผู้เล่นอื่นจนเหลือไม่ถึงสิบคน วงกว้างตีบลงมากกว่าเดิมอยู่มากโขทำให้สามารถหาตัวได้ง่ายขึ้น


          ขณะนี้เหลือผู้รอดชีวิตเพียงแค่สี่คนรวมผมและหวังอี้ป๋อ ตัดสิ่งใจซุ่มอยู่ชั้นบนของบ้าน เห็นคนเคลื่อนไหวบริเวณพุ่มไม้ ซูมสโคปเล็งยิงจนอีกฝ่ายน็อค ยิงซ้ำจนเลือดไม่เหลือ ไม่นานนักมีอักษรสำหรับผู้ชนะปรากฏบนจอ

             

          หันมองหน้าหวังอี้ป๋อ เผลอยิ้มด้วยความดีใจ


          กี่โมงแล้วอ่ะ


          จะสี่ทุ่ม


          เปิดทีวีได้มั้ยอี้ป๋อพยักหน้าตอบ


          เพิ่งนึกออกว่าวันนี้เป็นวันที่เทปรายการเรียลลิตี้ชื่อดังเกี่ยวกับไอดอลที่บลัดถ่ายทำจะฉายบนโทรทัศน์ โชคดีที่ไม่ลืม หากช้าไปเพียงนิดเดียวคงไม่ทันตอนรายการเริ่ม


          นายเท่ห์มากเลย


          หวังอี้ป๋อในลุคเซอร์ๆ สะกดสายตาผมไว้ ร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ขาดๆ สีอ่อน พร้อมกับสวมเสื้อแขนยาวลายสก็อตตามเทรนแฟชั่นทับ เมื่อรวมกับรองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาด เขาดูดีมากๆ


          ไม่สามารถละสายตาจากจอโทรทัศน์ได้เลย มีเสียงหลุดขำของผมเป็นระยะสักพักเกิดความรู้สึกหนักอึ้งรอบดวงตา ดูเหมือนว่ายาเริ่มอกฤทธิ์แล้ว อิงหัวลงแนบโซฟา กอดหมอนใบเดิมแน่น พักสายตาโดยการหลับตาแค่ครู่เดียว ขณะเปลือกตาสีมุกปิดรู้สึกว่าสติเริ่มเลือนราง


          ไปนอนไหม


          ไม่!”


          พยายามถ่างตาตื่นอย่างไม่ยอมแพ้ ท้ายที่สุดไม่อาจทนต้านทานความง่วงได้ สติดับวูบลงโดยไม่รู้ตัว 



-----


          [190904] มาต่อไม่เกินวันเสาร์ค้าบ หวังว่าจะชอบกันนะคะ

          [190908] ขอโทษที่มาช้านะคะ ช่วงนี้เราสมองตันมาก แง อาจจะช้านิดนึงค้าบ แต่จะพยายามมา2-3วันครั้งนะคะ ตอนแรกกะจะอัปทีละ50เปอร์ แต่ก็คือไม่ไหว เดี๋ยวเริ่มอัปแบบปกติตอนหน้าค่า ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

          [1909011] พรุ่งนี้ถ้าว่างเราน่าจะเข้ามาเพิ่มเนื้อหานิดหน่อยค่ะ เจอกันตอนหน้านะคะ 


#จริงหรือป๋อ

ฝากเล่นแท็กด้วยน้า

ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 894 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

440 ความคิดเห็น

  1. #420 My love markbam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 16:32
    แหมมมม พามาห้อง ไม่พาไปส่งบ้านอ่ะ
    #420
    0
  2. #406 kukieD (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 21:19
    ป๋อ มันแบบว่าไม่เนียนอ่ะเรา
    #406
    0
  3. #265 pondww♥ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 11:17
    เจ้าป๋อน่ารักมากๆแง เห็นหลายครั้งแล้วที่ชอบพูดเหมือนรู้จักจ้านเกอมาก่อนง่ะ รู้จักจริงหรือว่าแค่พูดเฉยๆ555
    #265
    0
  4. #193 _Nenuu_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 22:25
    แหน๊ พาเขามาที่ห้องคิดไรกะเก้อป่าวอะ!!!!!
    #193
    0
  5. #184 Otaku_Chom_Hama (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 23:25
    เกอเป็นลักซ์..ลักซ์คืออะไรคะ?
    #184
    2
    • #184-1 since98(จากตอนที่ 4)
      12 ตุลาคม 2562 / 01:14
      ลักซ์มากจากคำว่าluckyค่ะ คือชื่อของแฟนคลับวงbloodที่อี้ป๋อเป็นเมมเบอร์ในวงในเรื่องนี้ค้าบ
      #184-1
    • #184-2 since98(จากตอนที่ 4)
      12 ตุลาคม 2562 / 01:14
      ลักซ์คือชื่อเรียกของแฟนคลับวงbloodที่อี้ป๋อเป็นเมมเบอร์ในเรื่องนี้ค้าบ
      #184-2
  6. #181 minnie_binnee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 15:50
    เพ่นพ่าน​

    สนุกชอบ​ สู้ๆนะคะ
    #181
    0
  7. #107 Callmeyou (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 22:36
    แฟนกันนนน
    #107
    0
  8. #102 toon6104 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 20:35
    เปนน่ารัก
    #102
    0
  9. #87 MTBB_puii (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 23:37

    งื้ออออ
    #87
    0
  10. #86 Artemis.T (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 23:30
    ดื้อจังเลยจ้านเกออ
    #86
    0
  11. #85 UnlunLun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 22:01
    ตามต่อค่ะ
    #85
    0
  12. #84 :pOoH*laLA: (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 21:25
    สนุกมากค้าา
    #84
    0
  13. #83 Rabper (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 21:20
    รอจ้า รอได้
    #83
    0
  14. #82 pondbambam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 20:49
    น่ารักมากๆๆๆเลยยย
    #82
    0
  15. #81 toto (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 17:44

    ทำไมป๋อไปเจอได้

    #81
    0
  16. #77 Artemis.T (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 01:29
    ชานยอลโผล่ค่ะคุณณณ ฉันยอมแล้วว ชอบมากก
    #77
    0
  17. #76 Rabper (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 18:45
    รอได้เสมอๆๆๆๆ ถึงช้าแต่ขอให้มาค่ะไรท์
    #76
    0
  18. #75 MTBB_puii (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 14:53
    แงงวว ป๋อมีความจีบพี่ ป๋อน่ารักง่ะ แอบตามพี่แน่ๆเลย
    #75
    0
  19. #73 lovelymomosan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 22:21
    งื้ออออ น่ารักกก
    #73
    0
  20. #69 tnctmms (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 00:26
    จีบแรงมากนาาาา
    #69
    0
  21. #68 Respire (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 21:20
    น่าร๊ากกกกกกก ท่านรุกแรงมากกกก
    #68
    0
  22. #67 Rabper (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 20:58
    มันดีจริงๆนะ เราฟิลแบบนี้อะ ไรท์แต่งได้ดีมากๆๆๆๆๆๆ
    #67
    0
  23. #66 YuKYiKAya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 17:21
    ชอบค่ะ น่ารักมากๆเลย
    #66
    0
  24. #64 Artemis.T (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 08:44
    นี่ขนาดเข้าหาไม่เป็นนะคะทั่นน !!!
    #64
    0
  25. #63 Chanantikarn01 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 00:40
    แรงมากค่ะแรงมากกกกก

    ใจช้้นรับไม่ไหวววว
    #63
    0