END [ป๋อจ้าน] Facts about Yibo #จริงหรือป๋อ

ตอนที่ 3 : Facts #3 หวังอี้ป๋อเก็บความรู้สึกเก่ง [Rewrite]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,941
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 968 ครั้ง
    16 ส.ค. 63

Facts #3 หวังอี้ป๋อเก็บความรู้สึกเก่ง




         เมื่อเดินทางกลับมาถึงบ้านร่างกายแสนอ่อนล้าล้มตัวลงบนเตียงหนานุ่ม  ในหัวพลางนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่ชั่วโมงก่อน  เสียงแจ้งเตือนจากมือถือดังมาเป็นระยะไม่มีท่าทีหยุดหย่อน  ลุกขึ้นจัดการกดปิดเสียงโดยไม่สนใจข้อความบนจอสมาร์ตโฟนแล้วล้มตัวนอนลงอีกครั้ง  เปลือกตาสีมุกปิดลงเพื่อใช้ความคิดอย่างหนัก


 คำพูดในตอนสุดท้ายของอี้ป๋อยังวนเวียนอยู่ในหัว  ผมไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดออกมารวมถึงการกระทำ  ทั้งหมดมันหมายความว่ายังไง


เซียวจ้านไม่เคยรู้สึกโง่ขนาดนี้มาก่อน


พยายามหาเหตุผลมาพรรณนาแต่ไม่เป็นผล  ใช้เวลาจัดการความคิดไปกว่าครึ่งชั่วโมง  มันไม่สำเร็จกลับมืดแปดด้าน  เปิดเปลือกตามองฝ้าเพดานอย่างล่องลอยส่วนมือเคลื่อนมายีหัวตัวเองจนฟู


ไม่เข้าใจโว้ย  ดีดตัวลุกขึ้นไปจัดการกับตัวเอง


 หลังจากอาบน้ำทำธุระส่วนตัวเสร็จเพื่อเตรียมตัวเข้านอน  ซุกตัวลงในผ้าห่มหนาสีเข้มส่วนมือหยิบสมาร์ตโฟนข้างหัวเตียงขึ้นมาเช็คความเคลื่อนไหวของวันนี้  ทันทีที่เห็นการแจ้งเตือนดวงตาปรือเบิกกว้าง  สติหลุดล่องลอยออกไปสักแห่งหนกว่าจะวกวนกลับมาได้สติอีกครั้ง


 “ให้ตายสิ”  เซียวจ้านนะเซียวจ้านพลาดเรื่องสำคัญช้ากว่าคนอื่นไปตั้งชั่วโมงหนึ่ง


เสียงแจ้งเตือนก่อนหน้าตอนนั้นคงจะเป็นสิ่งนี้  ประกาศคัมแบคสำหรับอัลบั้มใหม่ในรอบครึ่งปีออกมาเสียที  ผมอดยิ้มออกมาไม่ได้เลย  นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เห็นพวกเขาบนเวที  นานแค่ไหนที่ไม่ได้ท่องแฟนชานท์และร่วมร้องเพลงไปกับพวกเขา  ผมคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้น


เหลือเวลาเพียงสามสัปดาห์ก่อนสงครามใหญ่จะเริ่มขึ้นอีกครั้งในรอบหลายเดือน  หวังว่าพวกเขาจะได้รับความรักและประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม 


                อยากเห็นพวกเขาส่องสว่างและเป็นดวงดาวที่อยู่ค้ำฟ้าไปนาน  ๆ 


                เช้าวันถัดมาผมตื่นช่วงสายเพื่อส่งงานอาจารย์  เมื่อคืนนั่งทำงานต่อเก็บรายละเอียดงานเล็กน้อย  หวังว่ามันจะออกมาดีตามความคาดหวัง  แม้จะมีเวลาไม่มากในการทำงานใหม่อีกครั้งแต่ผมไม่ได้ทำงานชุ่ยเพื่อส่งให้ผ่าน  ถ้าทำแบบนั้นคงเสียดายน่าดู  ตอนได้เห็นผลคะแนนสู้ทำให้ดีไปเลยเสียดีกว่า  ถึงจะมีจุดที่เสียดายอยู่บ้างแต่ก็ทำเต็มที่แล้ว


                ลุกขึ้นหยิบเสื้อผ้าในตู้  เดินออกไปเปิดม่านในส่วนของห้องนั่งเล่นเพื่อให้แสงธรรมชาติเข้ามาแทนการเปิดไฟ  ตรงดิ่งเข้าห้องน้ำออกมาพร้อมกับชุดใหม่แสนธรรมดา  ความตั้งใจของวันนี้คืออยู่บ้านทำอาหารง่าย  ๆ  ทานคนเดียวไม่นัดใครทานข้าวข้างนอก


ลงมือจัดการหุงข้าวหยิบผักสลัดในตู้เย็นออกมาล้าง  นำหมูที่ถูกปรุงด้วยซอสมาผัดกับกระทะ  เสียงซู่ซ่าทำให้แอบกลืนน้ำลายลงเล็กน้อย  เมื่อหมูสุกได้ที่นำมาจัดวางลงบนจานให้เรียบร้อยค่อยเปิดตู้เย็นเพื่อหยิบโคชูจังออกมารวมถึงเครื่องเคียงอื่น  ๆ  ยกทุกอย่างมาวางไว้บนโต๊ะอาหารขนาดสำหรับคนสองคน  เหลือแค่รอเวลาให้ข้าวสุกไม่กี่นาที 


ผมตักข้าวในหม้อที่สุกเรียบร้อยในปริมาณไม่มากไม่น้อย  หย่อนสะโพกลงบนเก้าอี้คีบเนื้อสีน้ำตาลอ่อนวางลงบนผัก  แตะโคชูจังใส่ลงไปเล็กน้อยก่อนดันเข้าปากตามด้วยข้าวสวยร้อน  ๆ  ไม่ลืมเครื่องเคียงที่ชอบ


หยิบมือถือขึ้นมาเล่นระหว่างทานข้าว  กวาดสายตาอ่านข่าวสารเหมือนทุกวันจนติดเป็นนิสัย  หลังจัดการอาหารตรงหน้าจนหมดผมได้สำรวจของใช้และเสบียงภายในบ้านพบว่าของหลายอย่างใกล้จะหมด  วางแผนตัดสินใจว่าจะออกไปซื้อของเข้าบ้านในช่วงบ่าย


 

@Supermarket

ผมเดินฮึมฮัมเพลงเข็นรถเข็นเลือกซื้อของตามโซน  เผลอสะดุดตาเข้ากับแพ็กเกจขนมยี่ห้อหนึ่งเข้าเพราะบนแผ่นฟิล์มพลาสติกห่อหุ้มของด้านในมีใบหน้าของอี้ป๋ออยู่  ไม่ลังเลที่จะหยิบขนมดังกล่าวลงในรถเข็น   มันฝรั่งอบกรอบนี่เพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่กี่วันเอง


มีกี่รสจะเหมาให้หมดเลย  ต้องช่วยเพิ่มยอดขายหน่อย


เดินเข็นรถเข็นที่เต็มไปด้วยขนมชนิดเดียวกันแต่แพ็กเกจหลากสี  พนักงานแคชเชียร์ยิ้มออกมาเมื่อเห็นมัน  ผมคงไม่ใช่คนแรกที่ทำแบบนี้  ได้แต่เพียงยิ้มตอบกลับไปเท่านั้น  เมื่อเห็นยอดเงินทั้งหมดบัตรเครดิตถูกส่งยื่นออกไปทันที  หลังทำการจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยถือของพะลุงพะลังกลับบ้านมาด้วยความทุลักทุเล  โชคดีที่บังเอิญเจอพี่ข้างห้องมาช่วยถือ  เธอกำลังจะกลับขึ้นห้องพอดี  ถูกแซ็วนิดหน่อยเรื่องซื้อขนมที่อี้ป๋อเป็นพรีเซนเตอร์มาเยอะเกินจนต้องแบ่งให้เธอ


                “มิยอนนูน่าผมให้ครับ


เรานี่นะ  ขอบใจจ้ะ


                ผมเปิดประตูยกของทั้งหมดเข้ามาเก็บในห้อง  เราโบกมือล่ำลากันก่อนประตูไม้หนาสีอ่อนปิดลง  นำของบนพื้นไปจัดแจงให้เข้าที่ ทุกอย่างเสร็จสิ้นจึงล้มตัวลงนอนโซฟาเปิดมือถือเขี่ยเล่น  ตอนนี้ว่างสุด  ๆ  ไปเลยล่ะ


 

Sehun:  จ้านเกอวันนี้ผมขอไปฝากท้องบ้านเกอนะ

Sehun:  ผมหิวมากกกกกกก  ทำไว้เยอะ  ๆ  นะครับ

                Sehun:  ส่งสติ๊กเกอร์เสืออ้อน

 

โอเซฮุนเห็นห้องผมเป็นร้านอาหารเคลื่อนที่หรือไง  มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เด็กนี่มาขอให้ทำอาหารให้กิน  เรียกได้ว่าบ่อยจนชินด้วยซ้ำ

 

Sehun:  ออกไปแล้ว

 

มัดมือชกกันขนาดนี้จะให้ปฏิเสธคงได้แหละ  


เห้อ


นอนเล่นต่ออีกสักพักจึงค่อย  ๆ  ดันร่างแสนขี้เกียจให้ลุกเข้าครัว  นำของในตู้ออกมาล้างทำความสะอาดลงมือทำอาหารทันที  ผมเลือกทำเมนูที่ง่ายและไวเพราะความขี้เกียจล้วน  รุ่นน้องคนนี้ไม่ใช่คนเรื่องมากอะไรผมทำอะไรให้กินก็กินนับว่าเป็นเรื่องดี  สักพักใหญ่เซฮุนคงจะมาถึง  อาหารสามสี่อย่างจัดวางลงบนโต๊ะรอเพียงเจ้าของของมันมาเขมือบลงท้อง  ถ้ากินไม่หมดล่ะก็น่าดูเลย

 

Sehun:  ลงมารับหน่อยค้าบ

 

ผมเดินลงไปรับเซฮุนหน้าอะพาร์ตเมนต์  เขาสวมหมวกพร้อมปกปิดใบหน้ามิดชิด  ทันทีที่ประตูเปิดออกกลิ่นหอมของอาหารโชยเข้ามาปะทะกับจมูกของเราทั้งคู่  เสียงปะทุในท้องของคนอายุน้อยกว่าดังมากพอที่จะเข้ามาในโสตประสาทหู  พอมายืนข้างเด็กนี่แล้วรู้สึกว่าตัวเองเตี้ยลงเยอะเลย


 “จ้านเกอขอบคุณครับ  เซฮุนเดินเข้าไปนั่งลงประจำที่  ถ้าไม่มีเกอผมตายแน่  ๆ


 “เหอะ อย่าเวอร์ไปหน่อยเลย


 “จริงนะ  เกอเป็นพี่ชายที่น่ารักที่สุดในโลก


อื้อ  กินให้หมดล่ะทำตั้งเยอะ


ผมมองดูเซฮุนนั่งทานอาหารพร้อมกับฟังเสียงทุ้มเล่าเรื่องราวมากมายให้ฟังราวกับว่าจะไม่ได้พูดมันออกมาอีก   เซฮุนเป็นคนพูดมากช่างพูดช่างจา  เซียวจ้านอยากแฉเรื่องนี้ออกสู่สาธารณะชนให้แฟนคลับของเจ้าตัวฟังเสียจริงว่าภาพลักษณ์ขรึม  ๆ  นั่นจอมปลอมสิ้นดี  โอเซฮุนตัวจริงพูดมากไม่เป็นสองรองใครเลยต่างหาก


 “เกออยากให้แฟนคลับนายรู้ว่านายเป็นคนพูดมาก


 “เห้ยไม่ได้นะ  เสียภาพลักษณ์หมดเลยดิ”  เขาเคี้ยวข้าวตุ้ย  ๆ  เดี๋ยวมันไม่คูล


 “แล้วนี่เพิ่งเสร็จงานเหรอ


 “อืม  เพิ่งถ่ายรายการมา   ในฐานที่เกอทำอาหารให้ผมผมจะบอกเรื่องลับสุดยอดให้ฟังก็แล้วกัน  เขายิ้มตาหยีอย่างมีเลศนัย


 “รายการนี้ผมถ่ายร่วมกับหวังอี้ป๋อ


 “ว่าไงนะ


 “เซอร์ไพรส์ใช่ปะ  เซฮุนหัวเราะ  “รายการน่าจะออนแอร์เดือนหน้าหลังบลัดคัมแบคอะ


 “ไม่ได้โกหกนะ


 “คนเราพอพูดความจริงก็หาว่าโกหก  เสียใจว่ะ  แสดงว่าข่าวลือช่วงก่อนเป็นความจริง  ข่าวลือที่ว่าหวังอี้ป๋อจะเข้าร่วมรายการเรียลลิตี้ของสถานีโทรทัศน์ช่องดัง  เออเมื่อวันก่อนเขาถามถึงเกอด้วยแหละ


ถามถึงผม  หมายถึงใครกันหวังอี้ป๋องั้นเหรอ?


 “นายหมายถึงตอนถ่ายรายการ?” 


ใช่  วันนั้นผมเผลอพูดถึงเกอไป”  ผมเลิกคิ้วขึ้น  “อย่ามองแบบนั้นสิ  เผลอหลุดปากไปนิดเดียวว่าเกอเป็นแฟนคลับเขา  โอเคเผลอหลุดชื่อจริงนามสกุลด้วย


เดี๋ยวนะ  แล้วอี้ป๋อรู้ได้ยังไงว่าผมรู้จักกับโอเซฮุน


 “ไม่ได้มีแค่นี้ใช่ไหม”  สีหน้าเขาโคตรฟ้องว่าไม่ได้มีเพียงเท่านี้


จะว่าแบบนั้นก็ได้  เขาดูกังวลนิดหน่อย  อี้ป๋อถามผมว่าทำไมช่วงนี้เขาไม่ค่อยเห็นเกอเลย  ผมเลยบอกไปว่าเกอยุ่งเรื่องเรียนอยู่ 


 “…”


 “หลังเลิกกองเขาก็ถามว่าเกออยู่ที่ไหน พอผมบอกอี้ป๋อก็ลุกพรวดออกไปเลย  ผมเลยคิดเล่น  ๆ  ว่าเขาอาจจะไปหาเกอก็ได้  พอคิดไปคิดมาเขาจะไปหาเกอทำไมวะ


อย่าบอกนะว่ามันเป็นวันที่ผมเจอหวังอี้ป๋อที่คาเฟ่  ถึงว่าทำไมถึงรู้ว่าผมอยู่ที่ไหน  ที่แท้ก็รู้มาจากเซฮุนนี่เอง  


 “เป็นวันที่นายทักมาว่าจะเลี้ยงข้าวเหรอ  เซฮุนพยักหน้า


 “เขาไปหาเกอจริง  ๆ  สินะ  มันมีเหตุผลอะไรที่อี้ป๋อจะไปหาเกอวะ  เกอก็แค่แฟนคลับคนหนึ่งไม่ใช่เหรอ


 “…” 


มีเรื่องน่าสงสัยอย่างหนึ่ง  ก่อนหน้าผมงงนิดหน่อยตรงที่เขารู้ว่าผมกับเกอสนิทกัน  พอถามก็ไม่ตอบ  เขาไม่ได้ตามหลุมผมด้วยนะ


ไม่มีใครรู้ว่าเรารู้จักกันนอกจากชานยอล”  มีเพียงแค่ปาร์คชานยอลที่รู้ว่าผมกับเซฮุนรู้จักกัน


 มีซัมติงไม่ธรรมดาว่ะ  แบบวันนั้นเราเริ่มอัดกันแต่อาทิตย์ยังไม่ขึ้น  แทนที่จะกลับไปพักแต่เขาก็ไปหาเกอ”  สาเหตุของใบหน้าอิดโรยวันนั้นคงเป็นเพราะแบบนี้  “ทำไมเขาถึงไปหาเกออะ


ไม่รู้เหมือนกัน


ไม่ได้เป็นแค่แฟนคลับอ่อ  มีเรื่องที่ผมยังไม่รู่ใช่ไหม


ในตอนแรกผมคิดว่าสาเหตุที่ทำให้หวังอี้ป๋อมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเป็นเพราะเรื่องคืนนั้น แต่เจ้าตัวไม่ได้พูดถึงหากผมไม่เอ่ยถาม


อย่าหายไปไหนนานอีก


ผมไม่ชอบ


ถ้าหากผมเข้าใจไม่ผิดล่ะก็เรื่องสำคัญตอนนั้นคงจะหมายถึงประโยคนี้


ถ้าไม่ติดว่าเกอเป็นลักซ์ผมจะคิดว่าหวังอี้ป๋อชอบเกอไปแล้วนะ  ลักซ์คือชื่อกลุ่มแฟนคลับของบลัด  ลักซ์ที่มาจากคำว่าลักกี้ที่แปลว่าโชคดี


บ้า  เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว


แหม  หน้าแดงเชียว


โอเซฮุน!”  พูดกัดฟันกรอด เซฮุนหัวเราะชอบใจใหญ่เมื่อแกล้งได้สำเร็จ


เซฮุนทานอาหารบนโต๊ะหมดเกลี้ยง  ผมรีบไล่คนตรงหน้ากลับบ้านช่องทันทีหลังเจ้าตัวอิ่ม  เขายืนกรานที่จะช่วยผมทำความสะอาดก่อน  เราช่วยกันล้างจานปัดกวาดนิดหน่อย  เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นคนอายุน้อยกว่าบอกลาพร้อมกล่าวขอบคุณ  ผมเดินลงไปพร้อมเขาเนื่องจากจะเอาขยะไปทิ้ง  เราแยกย้ายกันล่างหอ


 “ขับกลับดี  ๆ  ล่ะ”  บอกเขาแค่นั้น  ยกมือขึ้นมาโบกลา


รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถจนหายลับสายตาไปในที่สุด  สองเท้าย่างก้าวเดินไปทิ้งขยะแล้วรีบกลับขึ้นห้อง  วันที่แสนยาวนานหมดลงไปอีกหนึ่งวัน  แสงอาทิตย์วันใหม่ขึ้นทางทิศตะวันออกดังเช่นทุกวัน  อากาศอบอุ่นขึ้นมากเริ่มสามารถสวมใส่เสื้อผ้าบาง  ๆ  ได้บ้าง  แสงตะวันจ้าวันนี้เป็นตัวบ่งบอกชั้นดีว่าฤดูร้อนเริ่มคืบคลานเข้ามาแล้ว


วันนี้ผมมีเรียนคลาสบ่ายแต่เพิ่งตื่นขึ้นมาช่วงเที่ยงจึงต้องรีบจัดการทุกอย่างให้เสร็จสรรพภายในครึ่งชั่วโมง  วิ่งออกสถานีรถไฟใต้ดินด้วยความว่องไว  อีกไม่กี่นาทีคลาสเรียนจะเริ่มขึ้น  รีบสาวเท้าให้ยาวที่สุดเท่าที่จะทำได้  ผมมาถึงมหาวิทยาลัยได้ทันเวลาพอดี  เสียงหอบหายใจดังถี่ยิบจนเพื่อนถามด้วยความเป็นห่วง  เหงื่อแตกพลุกทั่วใบหน้า  น้ำเปล่าถูกยื่นมาจากมือของปาร์คชานยอล  น้ำในขวดไหลลงสู่ลำคอแห้งผากจนเกือบหมด


ขนาดนี้ไม่ต้องคืนแล้วก็ได้มั้ง  ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยน


 “เหลือให้นายไง


 “ดื่มให้หมดเลยไป”  ชานยอลโยนขวดเดิมคืนมา


 “จิ๊  จิ๊ปากใส่อีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้


 “ทำไมมาสาย?”


 “ตื่นสายอะดิ


 “หัดนอนเร็วบ้างเดี๋ยวร่างกายก็ไม่ไหวเอาหรอก”  ดุอย่างกับพ่อ


 “ค้าบป๊า


เรานั่งเรียนอยู่ห้องสี่เหลี่ยมขนาดกลางไปจนถึงตอนเย็น  คลาสนี้หนักหน่วงมากที่สุดตั้งแต่เปิดเรียนมาเลยล่ะ  ผมเผลอหลับไปหลายครั้งและทุกครั้งปาร์คชานยอลจะสะกิดให้ตื่นอยู่เสมอ  หลังเลิกคลาสเขาดุผมอีกนิดหน่อย  เราหาข้าวทานกันแถวนั้นพร้อมกับเพื่อนอีกสองสามคน  การเลือกร้านอาหารหรือเมนูมักจะเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับใครหลายคนพวกเราก็เช่นกัน  สุดท้ายหวยตกที่อาหารฟาสต์ฟู้ด


ช่วงดึกพวกเราไปดูหนังที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง  เลือกดูภาพยนตร์แนวแอ็กชันซึ่งเป็นหนังแนวโปรดของพวกเรา  โดยเฉพาะปาร์คชานยอลเขาชอบมาก


ภาพยนตร์ใช้เวลาดำเนินเรื่องร่วมสองชั่วโมง  กว่าจะออกมาอีกทีก็ดึกมากแล้วเราจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน  ชีวิตในช่วงนี้ค่อนข้างน่าเบื่อมากพอสมควร  ผมตั้งหน้าตั้งตารอการคัมแบคของบลัดแทบไม่ไหว   หลังคัมแบคคงมีอะไรให้ทำมากกว่านี้


ดำเนินชีวิตแบบเอื่อย  ๆ  ไปเรื่อย  ๆ วนลูปไปมา  กลางคืนมีอะไรทำให้ตื่นเต้นอยู่แทบจะทุกวันเพราะภาพโปรโมตอัลบั้มใหม่ของศิลปินที่ผมชื่นชอบถูกปล่อยออกมา  แตกต่างกับชีวิตช่วงเช้าลิบลับราวฟ้ากับเหว


ในที่สุดวันที่ผมรอคอยก็ดำเนินมาถึง  จากวันนั้นมาถึงวันนี้เวลาผ่านมาร่วมสามสัปดาห์  มิวสิกวีดีโอจะถูกปล่อยออกมาในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า  เริ่มนับเลขถอยหลังจนเข็มนาฬิกาชี้ตรงเลขหกบนจอดิจิตอล  มือจับเมาส์เลื่อนหาวีดีโอส่วนมืออีกข้างกดรีเฟรชเว็บไซต์


มาแล้ว”  กดคลิกเข้าไปอย่างไม่รอช้า  หัวใจใต้อกซ้ายเต้นระทึกเพราะความตื่นเต้น  มิวสิกวีดีโอตรงหน้าค่อนข้างเหนือความคาดหมาย  คาริสม่ารุนแรงยิ่งกว่าแต่ก่อนเสียอีก  เห็นถึงพัฒนาการที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างชัดเจน  วีดีโอเพลงดำเนินอย่างมีเรื่องราวพอรวมเข้ากับทำนองเพลง  เสียงและสไตล์การแร็ปแล้วถือว่าพวกเขาทำมันออกมาได้ดีมากจริง  ๆ


ผมกดเปิดเพลงวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่แบบนั้นตลอดทั้งคืน  พรุ่งนี้บลัดมีอัดรายการเพลงที่สถานีวิทยุโทรทัศน์ ฉะนั้นต้องตื่นเช้าเพื่อไปจับจองพื้นที่สำหรับถ่ายรูป


ลุกขึ้นจากเก้าอี้สวมรองเท้าแตะหูกระต่ายสีขาวนวลเดินไปหยิบกล้องถ่ายรูปค่ายดังจากตู้ออกมาเช็ดทำความสะอาดพร้อมเลนส์บ้องโต  ตรวจสอบความเรียบร้อยให้ดีก่อนเก็บลงกระเป๋าเป้ใบหนาโดยไม่ลืมหยิบแบตเตอรี่สำรองและเมมโมรี่การ์ดลงไปด้วย  ผมหยิบบันไดขนาดเล็กบริเวณมุมห้องมาวางไว้ข้างกระเป๋ากันลืม


ปิดไฟเตรียมตัวเข้านอนหวังว่าพรุ่งนี้เขาจะถ่ายรูปหวังอี้ป๋อมาได้  ดูจากคู่แข่งงานนี้คงไม่ง่ายเหมือนครั้งก่อน  เผลอ  ๆ  ยากมากขึ้นกว่าเดิมด้วยความที่มีจำนวนแฟนคลับเพิ่มมากขึ้น  ฐานแฟนเพิ่มนับว่าเป็นเรื่องดีทีเดียว

 


03:00  AM

ผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยพร้อมไม่ลืมสวมแมสก์ปกปิดใบหน้าไว้  แบกเป้ขึ้นบนหลังคว้าบันไดจิ๋วติดมือมาพร้อมออกเดินทาง  ทันทีที่มาถึงสถานีวิทยุโทรทัศน์Aพบว่ามีคนมารออยู่ก่อนแล้วมากพอตัว  ตามพวกรายการเพลงแบบนี้จะมีแฟนคลับของศิลปินท่านอื่นมารอเยอะมากเช่นกัน  ดังนั้นการมาเราจะต้องคำนวณเวลาให้ดี  ผมคิดว่าตัวเองกะเวลาถูกแล้วทำไมมันถึงผิดพลาดขึ้นมาได้  ยังดีมีที่ให้ได้อยู่แถวที่สอง


ส่วนบันไดนี่คงไม่ได้ใช้แล้วแหละ  แค่หยิบมาเผื่อกรณีฉุกเฉินเท่านั้นเอง  ถ้าเกิดยืนบนบันไดคนข้างหลังก็จะไม่เห็นศิลปินของพวกเขาอีก  ผมจึงวางมันลงอิงต้นไม้บริเวณนั้นแทน


เมื่อแสงตะวันเริ่มสาดส่องมาผู้คนยิ่งแน่นขึ้นมากเท่านั้น  สถานที่นี้อัดแน่นไปด้วยผู้คนที่กำลังรอคอยศิลปินที่ตนชื่นชอบ  ผมเตรียมรอกดชัตเตอร์  อีกในไม่ช้าพวกเขาจะเดินทางมาถึงแล้ว  บลัดมักจะเป็นวงที่มาเร็วเสมอ  เสียงกรี๊ดบริเวณใกล้ถนนดังขึ้นเป็นสัญญาณเตือนว่ามีใครก้าวเข้ามาบนเส้นทางนี้แล้ว


เป็นพวกเขาจริง  ๆ  สมาชิกทั้งห้าเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย  ๆ  จนหยุดอยู่ตรงหน้าผมเพื่อทักทายกับกล้อง  พวกเขาแนะนำตัวและพูดคุยตอบคำถามกับพิธีกรอยู่พักหนึ่ง  มือทำงานกดชัตเตอร์ผลัดโฟกัสแต่ละคนวนเวียนไป  ผมไม่ได้เจอพวกเขาครบทุกคนมานานมากแค่ไหนแล้วคิดถึง  คิดถึงมาก  ๆ


ช่วงหลังเปลี่ยนมาโฟกัสแค่หวังอี้ป๋อแทน  ทุกท่วงท่ากิริยาของเขาตกอยู่ในสายตาผมตลอด  เจ้าตัวหันไปมาเหมือนมองหาอะไรสักอย่าง  เป็นเวลาเดียวกับที่ผมถูกคนด้านหลังดันจนขึ้นมาอยู่ติดกับรั้ว  สายตาของเราหันมาสอดประสานมองกันด้วยความบังเอิญเหมือนราวกับว่าเข็มนาฬิกาได้หยุดเดินลงชั่วครู่  ผมยกกล้องกดถ่ายคนตรงหน้าอีกครั้ง  ผมมองดูเขาผ่านเลนส์  มุมปากของหวังอี้ป๋อยกยิ้มขึ้นเพียงเสี้ยววินาที


แชะ


หวังอี้ป๋อยิ้มเหรอ เขายังคงจ้องมองมาไม่ละสายตาจนถูกลีดเดอร์สะกิดถึงหันกลับไป  ผมไม่แน่ใจว่าเมื่อกี้เจ้าของใบหน้าหล่อเหลายิ้ม  มันเป็นเสี้ยววิจริง  ๆ  หากไม่มองดูให้ดีแทบมองไม่เห็นเลยด้วยซ้ำ


ภาพนั้นยังคงตราตรึงอยู่ไม่จางหาย


หลังจากศิลปินหลายท่านเข้าไปในตึกเหล่าแฟนคลับเริ่มแยกย้ายกันออกไปพัก  ผมเดินเข้าสตาร์บัคหาซื้อกาแฟมาดื่มแก้ง่วง  แอบได้ยินบทสนทนาของเด็กนักเรียนมัธยมปลายเข้า  ใจกระตุกวูบเมื่อรับรู้เนื้อความบทสนทนา


เธอเห็นใช่ไหมว่าอี้ป๋อมองมาทางนี้มานานมากก


ใช่  ๆ  หวังอี้ป๋อหล่อมาก  ทำไมเขาถึงดูดีขนาดนี้


นั่นสิ  เขายิ้มด้วยหนิ


เธอก็เห็นใช่ไหมฉันนึกว่าตาฝาดไปซะอีก


ปกติเขาแทบไม่ยิ้มเลยด้วยซ้ำ แสดงว่าต้องมีอะไรสักอย่างทำให้เขายิ้ม


แสดงว่าผมไม่ได้ตาฝาด  เราสบตากันเขายิ้มให้ผมอย่างนั้นเหรอ


ไม่หรอก  เลิกเพ้อเจ้อได้แล้วเซียวจ้าน


นั่งอยู่ในสตาร์บัคสักพักเหม่อมองนาฬิกาบนข้อมือของตน  คาดว่าใกล้ได้เวลาที่บลัดจะออกมาแล้ว  ผมจึงกลับไปรอที่เดิมพร้อมกับเปลี่ยนเลนส์บ้องโตมาเป็นเลนส์เล็กสำหรับถ่ายภาพระยะใกล้แทน


ผู้คนหนาแน่นอยู่เหมือนเดิมแต่น้อยลงกว่าเมื่อเช้ามากโข  มีพื้นที่ว่างให้สูดหายใจอย่างเต็มปอด  ทางเข้าตึกมีอยู่สองทาง  ดูเหมือนว่าด้านหน้ามีผู้คนอัดแน่นกว่าตรงที่ผมอยู่  ใช้เวลาตัดสินใจสักครู่ว่าควรอยู่ตรงไหน  ท้ายที่สุดผมตัดสินใจอยู่จุดเดิมคือทางด้านหลัง


เป็นไปตามคาดบลัดเดินออกทางด้านหลังโดยมีเมเนเจอร์ประกบอยู่  แฟนคลับเดินตามถ่ายรูปพวกเขาและผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น  ผมเลือกเว้นระยะห่างพอสมควรเพื่อกันการเกิดอุบัติเหตุ  หากเจ็บตัวเข้ามันไม่คุ้มเลยสักนิด  ผมเดินตามหวังอี้ป๋อที่เดินอยู่รั้งท้าย  รู้สึกได้ว่ามีผู้คนพุ่งตัวออกมาจากทั่วสารทิศทางมากขึ้นกว่าเดิมจากถนนที่มีอากาศหายใจอยู่มากเริ่มลดน้อยลง  ทำให้ตอนนี้ทุกคนค่อนข้างเบียดกัน  ผมเกลียดสถานการณ์นี้เอามาก  ถ้าเกิดอุบัติเหตุกับพวกเขาใครจะรับผิดชอบ  มันไม่ใช่แค่ความปลอดภัยของตัวศิลปินเองมันรวมทั้งตัวเราและคนรอบข้างด้วย  ทำไมถึงไม่เซฟกันเลยล่ะ


เซียวจ้านเริ่มหัวร้อน


การกดชัตเตอร์ให้ภาพออกมาดีในบริเวณพื้นที่ที่อัดแน่นไปด้วยผู้แบบนี้ทำได้ยากมาก  ศิลปินเดินช้าลงแทบไม่ขยับด้วยซ้ำเพราะมีคนเบียดมากเกินไป  พยายามทรงตัวให้มั่นคงมองอี้ป๋อผ่านเลนส์อยู่ตลอด  สถานการณ์ทำให้ผมไม่อยากถ่ายรูปแล้ว  ใครจะไปถ่ายลงกันอีกนิดเดียวเลนส์จะชนกับหน้าของอี้ป๋อ  กล้องในระดับสายตาลดต่ำลงมาอยู่ระดับเดียวกับอก  ถอนหายใจออกมาเบา  ๆ  รับรู้ถึงความอึดอัดมากกว่าเมื่อกี้  แทบไม่มีช่องอากาศสำหรับหายใจ  ขืนอยู่แบบนี้ต่อไปคงไม่ไหว  ผมพยายามจะเฟดตัวออกมาแต่ทันใดนั้นเองสองเท้าของหวังอี้ป๋อได้หยุดลง  ทุกคนหยุดชะงัก


รับรู้ได้ถึงรังสีอำมหิตรอบตัวหวังอี้ป๋อ  มันแผ่ซ่านออกมาจนทำให้ผมไม่กล้าขยับตัว  เขาคงรู้สึกหงุดหงิดเอามาก  ยิ่งวันนี้ไม่มีสิ่งปกปิดใบหน้ามาด้วยแล้วยิ่งเห็นสีหน้าชัดเจน  ใบหน้าหล่อเหลาในตอนแรกเปลี่ยนมาเป็นบึ้งตึง  หวังอี้ป๋อเป็นคนเก็บอารมณ์ความรู้สึกเก่ง  เขาไม่ค่อยแสดงมันออกมาเสียเท่าไหร่นอกจากจะเหลืออด


เสียงเรียกของเหล่าแฟนคลับเงียบกริบลง  เจ้าของร่างสูงร้อยแปดสิบสามไม่ได้พูดอะไรออกมามีแค่ความเงียบเข้ามาปกคลุม  บรรยากาศตอนนี้ค่อนข้างตึงเครียด


แฟนคลับบริเวณนั้นเริ่มถอยเท้าก้าวออกห่างจากศิลปินที่ตนชื่นชอบ  เมื่อห่างพอสมควรสองเท้าของอี้ป๋อเคลื่อนออกอีกครั้ง  ถนนที่ติดขัดในตอนแรกกลายมาเป็นถนนเส้นเดิมที่สามารถเดินด้วยความเร็วตามปกติได้  เมื่อถึงประตูทางออกผมไม่ได้ตามเขาไปถึงรถแค่ยืนถ่ายภาพจากด้านหลัง  


สักพักใหญ่บลัดน่าจะกลับเขามาเพื่อขึ้นสเตจ  ช่วงอาทิตย์หน้าคาดว่าจะมีชื่อเข้าชิงที่หนึ่งในรายการเพลง  สำหรับสัปดาห์แรกของการปล่อยอัลบั้มใหม่จะเป็นการเก็บคะแนนและขึ้นโชว์  แต่ละสัปดาห์จะตัดคะแนนวันอาทิตย์หรือวันจันทร์ขึ้นอยู่กับรายการ  ฉะนั้นช่วงสัปดาห์แรกจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างหนักหนาสาหัสเอาการ


ผมเลือกกลับบ้านไม่อยู่รอพวกเขา  หลาย  ๆ  คนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านมารอดูรายการเพลงทางโทรทัศน์แทน  เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นการเต้นเต็มรูปแบบบนเวที  ทุกท่วงท่าสะกดสายตาผมเอาไว้  จับจ้องจอโทรทัศน์อยู่แบบนั้นตั้งแต่เริ่มจนจบ  ไม่สามารถละสายตาไปไหนได้เลย


คืนวันนั้นทางออฟฟิเชียลประกาศวันเวลาจัดงานแฟนไซน์หรือแจกลายเซ็นแรกหลังจากปล่อยเพลง  มันคือสิ่งที่ผมกำลังรอคอยอยู่  ตัดสินใจไปอย่างไม่ลังเลแม้คู่แข่งจะมากแค่ไหนก็ตาม  ผมไปซื้ออัลบั้มเพลงตามวันเวลาที่เขากำหนด อัลบั้มทั้งหมดจะถูกส่งมาที่บ้านในภายหลังเพราะมันค่อนข้างมาก  มองดูบิลในกำมือแทบจะเป็นลมเสียตรงนั้น  จากนี้รอแค่ประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิ์บนเว็บไซต์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเท่านั้น


เวลาสุดแสนระทึกได้มาถึง  เว็บไซต์หมุนติ้วแทบไม่ขยับ  หัวใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะดังจนจะหลุดออกมา  เลื่อนไล่สายตาหารายชื่อตอนตนเอง


 “ทำไมไม่มี  ซื้อเยอะขนาดนั้นจะมาหลุดไม่ได้เด็ดขาด!


เพ่งสายตาเลื่อนไล่วนดูอีกที  เหงื่อผุดออกมาด้วยความกลัว  ทันทีที่เห็นชื่อตัวเองหัวใจแทบจะวาย  ยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ  พรุ่งนี้ผมต้องไปหาซื้อของสำหรับเข้าไซน์หน่อยเสียแล้ว  


เดินเล่นตามห้างสรรพสินค้าอย่างอารมณ์ดี   ผมลากปาร์คชานยอลออกมาออกช่วยเลือกของ  ตอนแรกไม่ได้บอกหรอกว่าเรียกออกมาทำไม  พอรู้เข้าเพื่อนตัวโตส่ายหน้ากรอกตาไปมาด้วยความหมั่นไส้  ถึงจะบ่นตลอดแต่เขาก็เป็นผู้ช่วยที่ดีเหมือนกัน


 “นายว่าถ้าอี้ป๋อใส่จะออกมาเป็นไง  ผมขึงเสื้อคลุมพ่อมดในภาพยนตร์แฟนตาซีชื่อดังอย่างแฮร์รี่พอตเตอร์ขึ้น


 “ก็ดี


 “สลิธีรินหรือกริฟฟินดอร์


 “หึ  อย่างหวังอี้ป๋อหน้าโคตรเข้ากับสลิธีรินเลย


 “เหอะ  อย่ามาว่าเขานะ  ชานยอลมักจะพูดแขวะอี้ป๋ออยู่ประจำ


 “แตะนิดแตะหน่อยก็ไม่ได้”  ชานยอลกวาดสายตาหาอะไรบางอย่าง  เขาหยิบมั่ว  ๆ  ส่งมาให้ผม  มันคือไม้กายสิทธิ์  เอานี่ไปด้วยดิ  


ไอเดียดีอะชาน  คิดไม่ผิดเลยที่เรียกนายมา”  ผมหัวเราะคิกคัก


รักฉันให้มาก  ๆ  เริ่มด้วยการเลี้ยงข้าวเป็นไง


เอาสิ”  กะจะเลี้ยงขอบคุณอยู่แล้วล่ะ


บ่ายวันถัดมาผมเดินทางมาถึงสถานที่จัดงานแฟนไซน์เป็นทีเรียบร้อย  หอบหิ้วของพะลุงพะลังเข้ามายังบริเวณสถานที่จัด  หยิบสุ่มหมายเลขที่นั่งและของที่ระลึกพิเศษอย่างภาพโพลาลอยด์หน้างาน  คลี่กระดาษออกมาพบกับหมายเลขยี่สิบหกปรากฏแก่สายตา  ส่วนโพลาลอยด์ผมได้หวังอี้ป๋อตามที่หวังนับว่าเป็นวันดี


เข้ามานั่งบนเก้าอี้ในห้องโถงที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบ  ตรงหน้าเป็นเวทียกระดับพร้อมกับโต๊ะวางอยู่ก่อนหน้า  มีเสียงเพลงเปิดคลอเบา  ๆ  ผมได้นั่งอยู่แถวที่สองบริเวณตรงกลางซึ่งถือว่าใกล้  วางของทิ้งไว้ข้างเท้าหยิบกล้องออกมาเตรียม  แฟนคลับคนอื่น  ๆ  ทยอยเข้ามาจนครบหนึ่งร้อยคน


ชักรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเสียแล้ว


ไม่นานนักสมาชิกบลัดทั้งห้าปรากฏตัวบนเวที  พวกเขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวดำสลับกันไป  แต่งตัวแค่นี้ทำไมถึงดูดีกันมากขนาดนี้นะ  นี่แหละที่เรียกว่าไม้แขวนเสื้อดี


พวกเขาเริ่มต้นด้วยการทักทายพร้อมกันก่อนจะแนะนำตัวสมาชิกแต่ละคน  มีการหยอกล้อกันนิดหน่อย  ทุกคนไปนั่งประจำที่รอแฟน  ๆ  ขึ้นไปหา  ลำดับการนั่งเหมือนตำแหน่งที่พวกเขายืนเรียงในโปสเตอร์โปรโมตเรียงจากซ้ายไปขวา  คนแรกคือโจวอี้เซวียน  ต่อมาเป็นหลี่เหวินฮั่น  คิมซองจู  หวังอี้ป๋อและปิดท้ายด้วยโชซึงยอนตามลำดับ


ผมก้มตัวลงควานหาอัลบั้มในถุงเตรียมไว้บนตัก  ยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปหวังอี้ป๋ออยู่ตลอดหากมีโอกาส  แถวแรกลงมาไวกว่าที่คิด  ผมวางกล้องลงบนเก้าอี้หยิบแต่ถุงผ้าสีเบจถุงใหญ่และอัลบั้มเพลงติดตัว  ย่างเท้าก้าวขึ้นมาบนเวทีอย่างระมัดระวัง  ทุกครั้งที่ผมตื่นเต้นขาและมือมักจะสั่นไปหมด  ถึงแม้จะเจอพวกเขาอยู่บ่อย  ๆ  ตลอดหลายปี  ความตื่นเต้นไม่เคยลดน้อยลงไปสักครั้ง


 “สวัสดีครับ  กล่าวทักทายอี้เซวียน  เราคุยกันตามปกติ  ผมหยิบของจากในถุงให้เขาและบอกไปว่าเพื่อนฝากมาให้  เธอเป็นเพื่อนในคณะคนหนึ่งที่ชอบบลัดเหมือนกัน  วันนี้เธอติดธุระสำคัญมาไม่ได้จึงต้องทำใจรองานรอบหน้าเลยฝากของมาแทน  ผมคุยกับเขาไม่ถึงนาทีก็ถูกสตาฟไล่ไปต่อ  โดยทั่วไปแล้วช่วงขึ้นไซน์เรามักจะมีเวลาคุยกับศิลปินไม่เกินสองนาที  บางทีแทบไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำเหมือนเมื่อสักครู่  ดังนั้นควรเตรียมตัวซักซ้อมมาให้ดี  ช่วงเวลาแบบนี้มันไม่ได้มีบ่อย  ๆ


คุยกับเหวินฮั่นเกือบสามนาทีเพราะแฟนคลับคนด้านหน้ายังคุยกับซองจูไม่เสร็จ  ต่อมาได้คุยกับซองจูเล็กน้อยเท่านั้น  ผมต่อแถวรอหลังผู้หญิงคนหนึ่งเธอกำลังไซน์กับอี้ป๋ออยู่  เธอเดินออกไปเผยให้เห็นใบหน้าของคนที่ผมอยากเจอมาที่สุด


 “หวัดดี”  ผมเอ่ยทักทายพร้อมวางอัลบั้มลงบนโต๊ะ  หยิบของที่เตรียมไว้ส่งไปให้คนตรงหน้า  เกอให้


 “คืออะไร  อี้ป๋อลงมือแกะซองใส่ออก  “เอามาให้ใส่เหรอ


 “อื้อ อยากเห็นนายใส่


 “ดึงแมสก์ลง”  คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย


ทุกครั้งที่ผมมาตามงานผมมักจะใส่แมสก์ทุกครั้ง  สาเหตุที่ต้องใส่แมสก์ทุกครั้งเป็นเพราะว่าหากเวลาที่หน้าดันไปติดเข้ากับภาพของใครสักคนป๊าม้าจะได้ไม่จับได้ว่าผมแอบมาตามไอดอล  เรื่องที่ผมเป็นแฟนคลับหวังอี้ป๋อถ้าไม่สนิทจริงก็ไม่มีทางรู้


ไม่เอาลงได้ไหม


 “ไม่งั้นไม่ใส่”  พูดมาขนาดนี้จะทำอะไรได้


 “ง่ะ  ดึงแมสลงอย่าว่างง่าย  “แป๊บเดียวนะ


หวังอี้ป๋อทำตามอย่างที่พูด  เขาลุกยืนเต็มความสูงสวมเสื้อคลุมนั่งลงดังเดิม  ผมยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ  คิดเอาไว้แล้วว่ามันต้องเข้ากับเขามากแน่  ๆ


 “ใส่หมวกด้วยสิ  ผมบอก


 “ใส่ให้หน่อย  เหล่มองสตาฟตัวโตด้านหลัง  ผมเป็นคนบอก  เขาไม่ว่าอะไรหรอก


 “แต่ว่า…”


 “เร็วสิ”  โน้มตัวยื่นมือหยิบหมวกด้านหลังเสื้อคลุมสวมให้อี้ป๋อ


 “ถือนี่ด้วย”  ผมชี้ไปยังไม้กายสิทธิ์   


 “หล่อไหม”  คำถามนั้นทำเอาตกใจไม่น้อย  ปกติหวังอี้ป๋อจะไม่พูดอะไรทำนองนี้  วันนี้เขาอารมณ์ดีอย่างนั้นเหรอถึงได้ถามออกมา  ไม่ก็คงกินอะไรผิดสักอย่าง


 “นายน่ารักมาก  ความจริงก็หล่อนั่นแหละ  หล่อมากด้วย


คุณน่ารักกว่า”  


เกอหล่อต่างหาก


น่ารักถูกแล้ว  สวยด้วย


พะ พูดอะไร


หึ


อี้ป๋อปล่อยผมโวยวายแบบนั้นโดยไม่เถียง  ราวกับว่าผมกำลังคุยกับอากาศอยู่นั้นแหละ  เจ้าตัวเปิดอัลบั้มจดปากกาลงบนแผ่นกระดาษตวัดไปมา  พอเห็นชื่อที่เขาเซ็นทำเอาผมพูดไม่ออก


ทำไมไม่เซ็นชื่อเหมือนทุกทีเล่า!


To XiaoZhan.

You’re the cutest:)

 

หวังอี้ป๋อยิ้มอย่างผู้ชนะโดยสมบูรณ์แบบ


เชิญไปต่อได้แล้วครับ”  สตาฟพูด  อี้ป๋อหันไปพูดอะไรบางอย่างกับสตาฟคนเดิม


มีอะไรอยากพูดอีกมั้ย  พยักหน้าตอบ


วันนั้นไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม


อือ  ไม่เป็นอะไร”  อี้ป๋อเงียบเหมือนกำลังใช้ความคิด  “คุณล่ะเจ็บตรงไหนหรือเปล่า


ปลอดภัยดี  กลัวเกอจะเป็นอะไรไปเหรอ”  อี้ป๋อพยักหน้า  “ไม่ต้องห่วงเกอ  เกอดูแลตัวเองได้


จะให้ไม่ห่วงได้ยังไงตัวแค่นี้เอง”  สีหน้าเขาดูเป็นกังวลไม่น้อย  จ้านเกอ


ว่าไง


ขอบคุณที่มา


อืม  ต้องมาสิสัญญาไว้แล้วนี่”  อี้ป๋อยิ้ม


แล้วก็ไว้เจอกัน


อือ  เราจะต้องได้เจอกันแน่นอน


ในเมื่อสัญญาไว้แล้วว่าจะไม่ไปไหนอีก  อีเวนต์หน้าจ๋ารอเซียวจ้านก่อนนะ!




-----


          [190829] ครึ่งแรกไม่มีอะไรเลยค่ะ55555 ไว้มาต่อประมาณวันเสาร์ไม่ก็วันอาทิตย์นะคะ เดี๋ยวมารีไรท์อีกทีค้าบยังไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ แง


          [190901] รู้สึกว่าใช้คำซ้ำเยอะมาก ไม่รู้ว่าทุกคนจะชอบกันไหเราจะพยายามทำให้ดีขึ้นกว่านี้นะคะ ยังไม่มีเวลาว่างมารีไรท์เลย อาจจะรอลงให้จบก่อนแล้วค่อยรีไรท์อีกทีนึง เจอกันอักทีวันอังคารหรือพุธนะคะ!


#จริงหรือป๋อ

สามารถเข้ามาพูดคุย ติชมได้ในแท็กหรือคอมเมนต์ได้เลยนะคะ

ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 968 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

440 ความคิดเห็น

  1. #419 My love markbam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 08:30
    จ้านจะน่ารักไปไหน
    #419
    0
  2. #405 kukieD (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 20:49
    มันแบบนุ้บๆนิ้บๆในหัวใจ บ้าจัง
    #405
    0
  3. #332 petkitty (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 12:39

    พี่จะหล่อไม่ได้ต้องน่ารักเพราะน้องจองหล่อไปแล้ว
    #332
    0
  4. #299 GingerCat101 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 10:51
    the cutest. ไม่ต้องใช้ most นะค้า
    #299
    1
    • #299-1 since98(จากตอนที่ 3)
      18 พฤศจิกายน 2562 / 12:59
      กรี๊ด ขอบคุณค่า เราเบลอๆ 😂
      #299-1
  5. #292 monsterj (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 13:40
    จ้านเกอเป็นติ่งที่คอมพรีทมาก เเล้วติ่งหนักด้วยนะ55555 เอ็นดูอะ
    #292
    0
  6. #264 pondww♥ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 10:57
    จ้านจ้านติ่งแบบติ่งอ่ะ55555 เอ็นดูจังเลยค่ะ เจ้าป๋อตี้ก็น่ารักเหลือเกิน ตกเกอเก่งนะอั้ยเด็ก
    #264
    0
  7. #252 little.praew (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 21:05
    ติ่งหนักกว่าชั้นก็จ้านเกอเนี่ยแหละค่า
    #252
    0
  8. #235 Myaiw (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 21:15
    จ้านเกอติางจนได้เป็นเมียศิลปิน555555
    #235
    0
  9. #189 _Nenuu_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 13:26
    พี่จ้านก็คือไม่ได้ติ่งแบบมาเล่นๆนะคะ พี่ติ่งแบบจริงจัง55555555555555555
    #189
    0
  10. #179 minnie_binnee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 15:28
    พะรุงพะรัง​ใช้​ร.เรือนะคะ​ มีคำผิดพอสมควรแต่ค่อยๆแก้​ ส่วนใหญ่เหมือนจะผิดเพราะแป้นพิมพ์​อัตโนมัติ​ เช่นคำว่า​ สัมผัสเป็นสัมผัวในตอนแรก​ แล้วก็รองท้อง​เป็นรองเท้าในตอนที่แล้ว
    #179
    1
  11. #147 Kn_nann (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 15:00
    ตีเเผ่ชีวิตติ่ง แน่นอนว่าไม่มีใครโชคดีขนาดนี้หรอก555555
    #147
    0
  12. #136 normal curve (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 16:50
    น่ารักจนเจ้บใจไปหมดแร้ววว
    #136
    0
  13. #106 Callmeyou (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 22:20
    กรี๊ดดดด น่ารักกกก
    #106
    0
  14. #80 toto (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 16:33

    ป๋อมองหาเกอนั่นแหละค่ะ

    #80
    0
  15. #72 อยากเปลี่นชื่อID (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 20:50
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #72
    0
  16. #59 bamkunlayanee9 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 17:15

    ง่ะ เขินมากแม่
    #59
    0
  17. #57 95MSG (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 23:42
    อ่านแล้วหัวใจพองโตมาก เขินไปหมด แงงง๊
    #57
    0
  18. #56 Nice_Maso (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 22:30

    บอกได้คำเดียว หิว
    #56
    0
  19. #54 MTBB_puii (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 17:04
    งื้ออออ น่ารักๆ
    #54
    0
  20. #53 bnfttx (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 03:05
    แง น่ารักมากคั้บๆๆๆ
    #53
    0
  21. #52 Bebeby (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 00:04

    ทำไมเขิงงงงงง แงงง

    #52
    0
  22. #50 Justlikethat. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 21:40
    ฮือทำไมเขิน อ่ยยยย
    #50
    0
  23. #49 jankong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 18:33
    อ่านไปละสะดุ้งกับเสียงตอนถ่ายรูป "แฉะ" ทุกที
    #49
    0
  24. #48 สีดำอ่อน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 17:05
    แงงง น่ารัก ติดงอมแงมแล้วค่ะ! ไรท์สู้ๆนะคะ♡♡♡
    #48
    0
  25. #47 Chanantikarn01 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 17:01

    ฟหดรยวลบ้ปพนน
    #47
    0