END [ป๋อจ้าน] Facts about Yibo #จริงหรือป๋อ

ตอนที่ 26 : Facts #19 หวังอี้ป๋อไม่คาดหวัง [ 100% ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,032
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 121 ครั้ง
    16 ก.ค. 63

Facts #19 หวังอี้ป๋อไม่คาดหวัง




จ้านเกอ!หวังอี้ป๋อทักทายคนอายุมากกว่า


เขามาหาผมอีกแล้ว...อี้ป๋อมักจะสรรหาเรื่องต่างๆ มากมายมาเล่าให้ฟัง บางวันเจ้าตัวก็มานั่งเฝ้าผมทำงานตามสถานที่ต่างๆ เงียบๆ เพราะช่วงนี้ผมมีงานทำค่อนข้างเยอะ ไม่ใช่เพียงแค่งานของมหาวิทยาลัยแต่เป็นงานพิเศษที่ผมรับทำด้วย


มันเป็นแบบนี้มาร่วมเดือนได้


หวังอี้ป๋อมือนายมือของเขาอยู่ใกล้กับแล็ปท็อปมากๆ ผมกลัวว่าเหตุการณ์มันจะเกิดซ้ำรอยเดิมเอาออกไป


แหะๆเขายิ้มแห้ง


ไม่ต้องมายิ้ม ถ้างานฉันหายเหมือนคราวที่แล้วนายตายแน่


น่ากลัวจัง สีน่าเขามัน


หวังอี้ป๋อ!


อี้ป๋อสงบปากสงบคำนั่งหน้าหงอยเหมือนลูกหมาเชื่องๆ มองผมทำงานโดยไม่ปริปากพูดอะไรออกมา เหล่มองคนตัวสูงเป็นพักๆ ดูสถานการณ์ตรงหน้า เขาไม่ทีทีท่าจะกลับไปในเร็วๆ นี้ 


แอบมองเค้าอ่อทำไมเด็กนี่ต้องเงยหน้ามาจับจังหวะกับผมด้วยอยากมองก็ไม่บอก โถ่


ให้ตายสิ ผมไม่ชินกับอี้ป้อโหมดนี้จริงๆ 


นายมาตามฉันเป็นปลิงอยู่ได้ ไม่ไปทำงานหรือไง


ไป แต่ก็อยากเจอเกอนี่นาแบบนี้มันจะกระทบกับงานเขาไหมนะ เห็นว่ากำลังจะเริ่มทัวร์คอนเสิร์ตต้นเดือนหน้านี้แล้ว


เอาเวลาไปทำงานเถอะ อย่ามาเฝ้าเหมือนเป็นหมารอเจ้าของแบบนี้ ฉันอึดอัดพูดแรงไปไหมนะ


ผมยอมเป็นหมาถ้าผมจะได้เจอหน้าเกอบ่อยๆหวังอี้ป๋อยิ้มเรี่ยราดเกินไปแล้ว อีกอย่านะ เป็นห่วงเขาพูดกันแบบนี้


ใครห่วงนายกัน!”


โอเค ไม่ห่วงก็ไม่ห่วง อี้ป๋อหัวเราะเบาๆ หิวไหม ผมเห็นเกอนั่งทำงานตั้งนานแหนะ


คงนั่งมองมานานพอสมควร


ไม่แต่ท้องไม่รักดีนี่กลับส่งเสียงขึ้นมา


จ๊อกก


ไม่ต้องปฏิเสธ ผมสั่งแซนด์วิชให้แล้ว


ไม่นานนักพี่พนักงานได้ถือแซนด์วิชพร้อมกับน้ำส้มคั้นมาเสิร์ฟพอดิบพอดี ผมมองหวังอี้ป๋อตาขวางก่อนเอ่ยขอบคุณพนักงานคนนั้น กลิ่นหอมของขนมปังโชยเข้ามาทำให้ท้องไส้เซียวจ้านเริ่มปั่นป่วนเพราะต้องการพวกมันให้เข้ามาอยู่ในร่างกาย ปากปฏิเสธได้แต่ร่างกายมันปฏิเสธไม่ได้


ทานเถอะอี้ป๋อยิ้มจะทำเป็นไม่เห็นให้


ฉันไม่กิน


เดี๋ยวต้องรีบเข้าเรียนแล้วนี่ ถ้าไม่กินตอนนี้ไม่มีเวลาแล้วน้า


เอาไงดีวะเซียวจ้าน


ถ้าเกอกินผมจะไม่มาให้เกอเห็น3วันเลยเอ้า


จำคำพูดตัวเองให้ดีแล้วกัน


ผมพูดจริง หลังจาก3วันจะโผล่หน้ามาบ่อยๆ


เพราะหวังอี้ป๋อจะไม่โผล่หน้ามาให้เห็น3วันหรอกนะถึงยอมกิน ไม่ได้เป็นเพราะร่างกายเรียกร้องเสียหน่อย


ไม่ต้องมายิ้มยิ้มเล็กยิ้มน้อยมาตั้งแต่เมื่อกี้ไม่ปวดกรามเหรอ?


ก็เกอน่ารัก


เงียบ


“…”

ผมนั่งทำงานต่อไปโดยมีหวังอี้ป๋อนั่งอยู่ตรงข้ามแบบนั้น เขาไม่เอ่ยอะไรออกมาตั้งแต่บอกให้เงียบ ซึ่งมันถือเป็นเรื่องดีเพราะเซียวจ้านต้องใช้สมาธิจดจ่อกับงานตรงหน้า ต้องรีบเร่งแก้ให้เสร็จสรรพเนื่องจากต้องพรีเซนต์ในช่วงบ่ายนี้แล้ว คราแรกเซียวจ้านคิดว่ามันไม่มีข้อผิดพลาดแต่ในขณะที่ตรวจทานอยู่กลับพบข้อผิดพลาดเสียได้  อยากจับตัวเองมาเขย่าให้รู้แล้วรู้รอดว่าทำไมถึงทำงานไม่เรียบร้อยแบบนี้


เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนเป็นตัวบ่งบอกว่าเวลาสำหรับพักเที่ยงนี้ได้หมดลงแล้ว มันเป็นเวลาเดียวกันกับที่งานถูกบรรทุกพอดี มือเรียวเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างลงในกระเป๋าให้เรียบร้อยก่อนจะจากไป


หวังว่ามันจะออกมาดี


สู้ๆ นะ เกอทำได้


อือ


จ้านเกอเก่งที่สุด


ทำไมคำพูดของหวังอี้ป๋อถึงทำให้เซียวจ้านรู้สึกมีพลังเต็มเปี่ยมแบบนี้กันนะ?

 

 



หวังอี้ป๋อให้สัญญาว่าจะไม่มาโผล่หน้าให้เห็น3วัน มันเป็นแบบนั้นจริงๆ ภาพบนจอสมาร์ทโฟนตอนนี้บ่งบอกถึงสาเหตุที่ทำให้หวังอี้ป๋อยิ้มแปล้นแล่นเมื่อวันก่อน  เด็กนั่นไม่โผล่หน้ามาให้เห็นเป็นเพราะว่าเขาติดถ่ายงานต่างหากเล่า!


เขาวางแผนมาทั้งหมดแล้ว


มันไม่ใช่เพราะเขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้ผมกินแซนด์วิชนั่นเลยแลกกับการหยุดตามตื้อ ไม่ได้เป็นห่วงผมจริงๆ เสียหน่อย


เซียวจ้านนายคิดบ้าอะไรอยู่


ผมกำลังคาดหวังกับอะไร? มีความคิดบ้าๆ นี่อยู่ในหัวได้ยังไง


ทำไมต้องโกรธด้วยล่ะ”  


ผมไม่เข้าใจตัวเองเลย


 

 

 

                หลังจากครบกำหนดเวลา3วัน หวังอี้ป๋อก็โผล่หน้ามาให้ผมเห็นบ่อยๆ จนคิดว่าอีกฝ่ายไม่มีการมีงานทำแล้ว อี้ป๋อสามารถหาตัวผมเจอได้อย่างง่ายดาย ซึ่งตัวการที่ทำให้หวังอี้ป๋อรู้คงเดาได้ไม่ยาก ไอ้เพื่อนสนิทตัวโตที่กำลังนั่งแทะไก่ด้วยใบหน้ามีความสุขสุดๆ นี่ยังไงล่ะ


                ปึก!


                เสียงวางหนังสือกระทบเข้ากับโต๊ะอย่างแรงทำเอาปาร์คชานยอลสะดุ้งโหยง เจ้าของร่างสูงค่อยๆ ไล่สายตาพร้อมกับส่งยิ้มแหยะๆ มาให้เซียวจ้าน ชานยอลค่อยๆ กลืนน้ำลายลง เขารู้สึกว่ามันแอบฝืดแปลกๆ


อ่า คือว่านายมีอะไรเหรอปาร์คชานยอลเอ่ยอย่างกล้าๆ กลัวๆ


เหอะ กล้าพูดเหรอตอนนี้ผมกำลังโมโหสุดๆ เลยล่ะ


ใจเย็นๆ ก่อนนะ


นายกล้าขายฉันให้หวังอี้ป๋อ!เพราะปาร์คชานยอลนั่นแหละหวังอี้ป๋อถึงได้เข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตเขามากขึ้น ทั้งๆ ที่อยู่ในช่วงตัดใจแท้ๆ


เรื่องนี้นี่เอง  ไม่ปฏิเสธเสียด้วย


รู้ไหมว่าฉันรำคาญเด็กนั่นแค่ไหนน่ะ ฉันยังเป็นเพื่อนนายอยู่ใช่มั้ย


ฉันแค่ช่วยช่วยทำให้หวั่นไหวน่ะสิทั้งๆ ที่รักกันไม่ใช่เหรอ


“…”


นายไม่ได้รำคาญอี้ป๋อ อย่ามาโกหก


มันเป็นไปไม่ได้


เอาอะไรมาตัดสินกันล่ะ?”


“…”


แฟนคลับ พ่อแม่ คนนอก? สุดท้ายแล้วคนที่ตัดสินก็เป็นพวกนายอยู่ดีนี่


แต่ว่า…”


นี่มันเป็นชีวิตของพวกนายนะไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายเลยเห็นแก่ตัวบ้างก็ได้


มันเป็นแบบที่ชานยอลพูดชีวิตนี้มันเป็นของพวกเรา


 “มีความสุขได้แล้วเซียวจ้าน


ฉันก็อยากมีความสุขเหมือนกัน


 “อย่าทรมานตัวเองอีกเลย


แต่ถ้าหากเห็นแก่ตัวคนหมู่มากก็ต้องทุกข์ใจ


หากเห็นแก่ตัวอนาคตของอี้ป๋ออาจต้องพังลงเพราะน้ำมือเขา


ไม่เอาหรอกแบบนั้นน่ะ เซียวจ้านทำไม่ได้

 



แฮร่!เสียงจากผู้มาเยือนทำให้เซียวจ้านตกใจจนทำเครื่องดื่มในมือร่วงหล่นลงสู่พื้นเห้ย ผมขอโทษ


สีหน้าของเขารู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัด ผมไม่สนใจอีกฝ่ายทำเพียงแค่ก้มเก็บเศษแก้วพลาสติกนั่นมาทิ้ง ไม่แม้แต่จะมองหน้าของหวังอี้ป๋อ เขาเดินตามผมต้อยๆ ไม่พูดจาอะไรราวกับว่าเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าเป็นอย่างดี


ตอนนี้ในหัวของเซียวจ้านยังคงเต็มไปด้วยคำพูดของปาร์คชานยอล ทุกอย่างมันตีรวนไปหมดจนอาการปวดศีรษะค่อยๆ คืบคลานเข้ามา


จะกลับบ้านใช่ไหมอี้ป๋อทำลายความเงียบนั้นลง


“…”


อยากรีบกลับไปนอนให้ไวที่สุด


จ้านเกอทานข้าวหรือยัง


“…”


มีเรื่องเครียดเหรอหวังอี้ป๋อยังไม่เลิกลดความพยายาม ผมไม่อยากตอบหรือพูดคุยกับใครทั้งนั้น เซียวจ้านต้องการความเงียบเรื่องงานหรือมีอะไรคุยกับผมได้นะ


เซียวจ้านอยากอยู่กับตัวเอง


จ้านเกอทำไมถึง-หวังอี้ป๋อเอื้อมมือมาแตะไหล่ของคนข้างๆ แต่ทว่า


หุบปากสักที!


เซียวจ้านเผลอปัดมือนั้นอย่างแรง


เลิกมายุ่งกับฉันได้แล้ว ไม่ว่ายังไงมันก็ไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมหรอกอ่า ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าขอบตาของตัวเองกำลังร้อนกันนะ? “เลิกมาทำให้ฉันรำคาญได้แล้ว ออกไปจากชีวิจฉันซะ!


เซียวจ้าน…”


ขอโทษ


ได้แต่พร่ำคำว่าขอโทษอยู่ในใจ


แบบนี้มันคงจะดีที่สุดแล้วล่ะ ทุกคนจะได้ไม่ต้องเจ็บปวดกัน เพราะความเจ็บปวดทั้งหมดเซียวจ้านจะขอรับมันไว้แต่เพียงผู้เดียว


จากนี้ไปขอให้นายใช้ชีวิตอย่างมีความสุขหวังอี้ป๋อ



นับจากเหตุการณ์วันนั้นมันผ่านมาร่วมเกือบเดือนได้ หวังอี้ป๋อไม่มาปรากฏตัวให้เซียวจ้านเห็นอีกเลย ไม่มีแม้แต่เงาหรือข้อความทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เจ้าตัวมักจะคอยขยันส่งมาหา


เขาคงจะถูกเกลียดเข้าให้แล้วสินะ


ดีแล้วล่ะ เด็กคนนั้นจะได้ตัดใจจากเขาได้เสียที


ไม่นานมานี้เซียวจ้านเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากเซวียนลู่พี่สาวคนสนิทเชิญไปร่วมงานแต่งงานที่จะจัดขึ้นในอีกสองสัปดาห์นี้ แน่นอนว่าเซียวจ้านไม่มีทางปฏิเสธอย่างแน่นอน เพราะเขานับถือเซวียนลู่เป็นเหมือนคนในครอบครัวอีกคนหนึ่งเลย 


พวกเขาเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่สมัยเด็กๆ ในฉงชิ่ง ด้วยความที่บ้านของเซียวจ้านและเซวียนลู่อยู่ติดกันทำให้ได้พบเจอกันบ่อยๆ จนกระทั่งบ้านเซียวได้ย้ายออกไปตั้งรกรากอยู่เซี่ยงไฮ้ แต่ก็ไม่ได้ขาดการติดต่อจากกันเลย 


เจียเตรียมตัวเครื่องบินให้จ้านแล้ว ต้องมาให้ได้เลยนะเจ้าของน้ำเสียงหวานเอ่ย


ครับ จ้านไปแน่นอน


แล้วเจอกันจ้ะ


ไม่นานนักเอกสารการเดินทางได้ถูกส่งมาทันที เขามีบินไฟล์ทเช้าที่นั่งเป็นอยู่ในชั้นธุรกิจของสายการบินดัง มีทั้งรายละเอียดในส่วนของที่พักแนบมาให้อย่าละเอียด ทริปนี้ผมจะต้องอยู่จีนประมาณสามวัน งานแต่งจัดขึ้นในปักกิ่งซึ่งจัดในเครือโรงแรมของครอบครัวเจ้าบ่าว ซึ่งเป็นโรงแรมระดับห้าดาวเสียด้วย คงมีกิจกรรทให้ทำแก้เบื่อได้เยอะแยะเลย


วันแรกที่มาถึงเป็นวันเตรียมงานแต่งวันสุดท้าย ในวันนี้ผมคงหาอะไรทำอยู่ที่โรงแรม ส่วนวันที่สองเป็นส่วนของวันจัดงานมีพิธีในช่วงเช้าถึงเย็น ในส่วนของกลางคืนจะเป็นอาฟเตอร์ปาร์ตี้ และวันที่สามผมต้องบินกลับมาเกาหลีในช่วงเย็น แสดงว่าช่วงเช้าพอมีเวลาให้ไปเที่ยวเล่นในปักกิ่งอยู่บ้าง 


เวลาผ่านไปไวกว่าที่คิด วันนี้เป็นวันที่ผมจะต้องเดินทางไปปักกิ่ง ทำไมถึงรู้สึกว่าสนามบินถึงมีคนมากกว่าปกติกันล่ะ สถานการณ์นี้ทำให้นึกเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากจะมีไอดอลเดินทางในนี้ และลางสังหรณ์นั้นของเขาก็ไม่ได้ผิดพลาดเลยแม้แต่น้อย มีผู้คนถือกล้องเลนส์โตเดินไปมา มีผู้คนยืนรออยู่บริเวณขอบทางเดินไม่มากไม่น้อย บางคนนั่งพักรออยู่แถวนั้น พอเห็นแบบนี้แล้วก็อดคิดถึงไม่ได้


นานเท่าไหร่แล้วที่เซียวจ้านไม่ได้มาทำอะไรแบบนี้?


จะว่าไปแล้วเขาคุ้นหน้าคนพวกนี้ เพราะมีแมสปกปิดใบหน้าอยู่และมีอีกหลายคนที่เขาไม่คุ้น ทำให้เซียวจ้านไม่กล้าคาดเดาหรือฟันธงว่าแฟนคลับกลุ่มนี้เป็นคนของใคร


เดินตรงดิ่งไปยังเคาน์เตอร์เช็คอิน โชคดีที่เวลานี้มีคนไม่ค่อยมากนักจึงไม่ได้ต้องเข้าคิวนานเป็นชั่วโมง สังเกตทางประตูอยู่เป็นพักๆ ด้วยความอยากรู้ว่าไอดอลคนไหนที่จะเดินทางในวันนี้


ขอให้อย่าเป็นในแบบที่คิดเลย


ละลายตาเดินตรงเข้าเกทเพื่อเตรียมตัวเดินทางออกนอกประเทศ หลังจากตรวจร่างกายและพาสปอร์ตเสร็จ ผมเข้ามาในเลาจ์ทันที ด้วยความที่ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องดังนั้นเป้าหมายตอนนี้คืออาหาร เลือกตักอาหารง่ายๆ มาทานนิดหน่อยโดยไม่ลืมหยิบขนมหวานพร้อมกับเครื่องดื่มอย่างน้ำผลไม้มา เลือกนั่งในมุมลับตาคนหน่อยเพราะผมไม่ค่อยชอบเป็นเป้าสายตาของคนที่สัญจรเสียเท่าไหร่


เซียวจ้านตั้งใจทานอาหารเงียบๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าของใครหลายคนใกล้เข้ามา เสียงเฟอร์นิเจอร์ดังเบาๆ ตามแรงกดทับทำให้รู้ว่ามีคนกำลังนั่งอยู่โต๊ะข้างๆ 


ง่วงอะ พวกนายไม่ง่วงกันหรือไงทำไมเขาถึงได้รู้สุกคุ้นเคยกับเสียงนี้?


บ้าน่า...ไม่มีทาง มันคงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอก


นายกังวลเกินไปแล้วเซียวจ้าน


ไม่เห็นตาฉันเหรอ จะปิดแล้วเนี่ยเสียงนี้ก็คุ้น


ผมถอนหายใจออกพร้อมกับสูดเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความกล้าหันไปมองโต๊ะข้างๆ ให้รู้แล้วรู้รอด หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำระส่ายอย่างมิอาจห้ามได้ จู่ๆ มือก็ไม้ไร้เรี่ยวแรงลง ดวงตากลมสบตาเข้าใครดวงตาของใครคนหนึ่ง บุคคลที่แสนคุ้นเคย เจ้าของใบหน้าที่ไม่ได้เห็นมาร่วมเดือนคนนั้น...หวังอี้ป๋อ


นี่มันบ้าชัดๆ เลย! เทพเจ้าเล่นตลกอะไรกัน


จะว่าไปช่วงนี้เป็นช่วงทัวร์คอนเสิร์ตของบลัดด้วยแล้ว อ่า แสดงว่ากำลังจะบินไปทัวร์ที่ค่างประเทศสินะ แล้วมันที่ไหนกันล่ะ


ผมพยายามจะตัดขาดจากหวังอี้ป๋อทักช่องทางจึงไม่ได้สนใจงานของพวกเขามากนัก พวกรายละเอียดไม่ต้องพูดถึง เซียวจ้านรู้เพียงแค่ว่าพวกเขาจะมีงานในช่วงไหนแค่นั้นเอง ไม่ได้รู้ข้อมูลละเอียดถึงขั้นวันจัดงาน สถานที่อะไรทำนองนี้


บลัดคงไม่ได้ไปทัวร์คอนเสิร์ตในจีนใช่ไหม?


อี้ป๋อ เหม่ออะไรโชซึงยอนเอ่ยพร้อมหันมามองตามอี้ป๋ออ่า โอเค


ซึงยอนส่งยิ้มมาให้ ผมเพียงแค่ยิ้มตอบกลับเป็นมารยาทเท่านั้น เลิกสนใจบลัดแล้วนั่งทานอาหารต่อ เมื่อใกล้ได้เวลาผมไม่รอช้าที่จะไปต่อแถวขึ้นเครื่องทันที หวังว่าจะไม่ได้เห็นพวกเขามาอยู่บนเครื่องบินลำนี้


ใช้เวลาไม่นานนักร่างของเซียวจ้านได้เข้ามาอยู่ในชั้นธุรกิจเป็นที่เรียบร้อย ไฟล์ทนี้คนน้อยกว่าที่เขาคิดเอาไว้ นั่งทวนแผนการในมือถือสักพักก่อนจะปิดเครื่องและเก็บมันเอาไว้ในกระเป๋า 


เหลือบไปเห็นร่างแสนคุ้นตาของคนกลุ่มหนึ่งก้าวเข้ามา พวกเขามีท่าทีสบายๆ เมื่อคนกลุ่มนั้นเห็นผมพวกเขาดูชะงักเล็กน้อย เท่านี้เซียวจ้านก็ได้รับรู้ถึงชะตากรรมที่จะตามมาหลังจากนี้


ความอึดอัด มันคงจะมีแต่ความอึดอัด


พยายามทำตัวให้เป็นปกติมากที่สุด คงจะไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้แล้ว หวังว่าพระเจ้าจะปราณีเขา สุดท้ายก็ได้ทราบคำตอบคือไม่ เพราะคนที่นั่งข้างๆ ผมก็คือหวังอี้ป๋อ


ทำไมพระเจ้าถึงทำกับผมแบบนี้ล่ะ


รู้สึกมวนท้องอย่างบอกไม่ถูก บรรยากาศรอบตัวของเราต่างอึมครึมเหมือนกับวันที่ปกคลุมไปด้วยเมฆสีเทาจำนวนมาก บลัดเองก็คงจะรับรู้ได้พลังงานนี้ 


ผมเห็นมีแฟนไซต์และแฟนคลับบางคนทยอยเดินเข้ามาบ้างแล้ว มันเป็นเรื่องปกติของวงการนี้ จะมีแฟนคลับกลุ่มหนึ่งที่มักจะตามศิลปินอย่างใกล้ชิด ในหมู่แฟนคลับเหล่านี้ก็มีทั้งคนที่รักษาระยะห่างและไม่รักษาระยะห่าง ยิ่งนั่งอยู่ติดกับหวังอี้ป๋อด้วยอาจจะถูกสายตาแฟนคลับบางคนในชั้นธุรกิจนี้เพ่งเล็งอยู่ เซียวจ้านอยากจะหนีออกไปจากที่ตรงนี้เสียจริง เพราะกลัวว่าจะมีแฟนคลับบางคนจำหน้าเขาได้ถึงจะไม่ได้สวมแมสปกปิดใบหน้าเหมือนทุกทีก็เถอะ คนเหล่านี้เซียวจ้านเคยเจอตามสถานที่จัดงานต่างๆ อยู่บ่อยๆ


เมื่อผู้โดยสารก้าวเข้ามาบนเครื่องครบ ไม่นานนักเครื่องบินลำนี้ได้ทะยานสู่น่านฟ้าเป็นที่เรียบร้อย ผมกดปุ่มกั้นที่นั่งขึ้นมาบดบัง หยิบเฮดโฟนมาสวมก่อนเลือกหนังเพื่อดูฆ่าเวลา


แล้วคนอีกฝั่งนั้นกำลังทำอะไรอยู่นะ


ระยะทางจากอินชอนสู่ปักกิ่งไม่ได้ใช้เวลานาน เพียงแค่เกือบสองชั่วโมงเท่านั้น ผมนั่งดูหนังสักพักอาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟ จากการกินในเลาจ์เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้าทำให้รู้สึกอิ่มอยู่เล็กน้อยผมเลยค่อยๆ ทานอย่างช้าๆ จนมันค่อยๆ หมดลง


จัดการถอดเฮดโฟนวางลงก่อนเดินออกไปเข้าห้องน้ำ เขาไม่น่าดื่มน้ำมากเกินเลย เซียวจ้านไม่ค่อยชอบการเข้าห้องน้ำบนเครื่องเสียเท่าไหร่


ปวดหัวอีกแล้ว ช่วงนี้เซียวจ้านมักมีอาการปวดหัวบ่อยๆ


ล้างมือให้สะอาด เช็คความเรียบร้อยทุกอย่าง บิดลูกบิดเพื่อกลับสู่ที่นั่ง เซียวจ้านชนเข้ากับอกแกร่งของคนตรงหน้า รีบเอ่ยขอโทษตามสัญชาตญาณทันที


ขอโทษครับ ผมไม่ทันระวัง


ไม่เป็นไร


อี้ป๋อ เอ่ยเสียงแผ่ว แต่มันก็ดังพอที่อีกคนจะได้ยินจากระยะห่างเท่านี้


เดี๋ยวสิ มือหนาคว้ามือของผมไว้


กรุณาปล่อยด้วยครับ


หวังว่าเกอจะมา อี้ป๋อยื่นกระดาษบางเข้าใส่มือ ไม่ว่าเกอจะอยู่ตรงไหนผมก็จะหาเกอให้เจอ


ฉันไม่-”


 “ได้โปรดเซียวจ้าน เราต่างสบตากัน นะครับผมจะรอ






@Beijing Capital International Airport

เขาไปแล้ว เราต่างแยกทางกันโดยไม่มีใครเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมา ได้แต่มองตั๋วคอนเสิร์ตในมือ เผลอถอนหายใจอย่างอัตโนมัติ วันที่ที่ปรากฏบนตั๋วนั้นมันดันตรงกับวันแต่งงานของลู่เจีย  


น้ำเสียงของอีกฝ่ายยังคงตราตรึงอยู่ในใจ มันเหมือนกับเป็นการขอร้องอ้อนวอนครั้งสุดท้าย


น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความหวังนั้น


เซียวจ้านควรทำยังไง หัวใจมันปวดหนึบไปหมดแล้ว


คุณเซียวจ้านใช่ไหมครับ


ครับ


ผมหลี่อี้เป็นคนที่คุณเซวียนลู่ให้มารับคุณครับ


เราใช้เวลาเดินทางไปยังสถานที่จัดงานไม่นานนัก ในระหว่างทางเซียวจ้านเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว เสียงของคุณหลี่อี้ปลุกเขาให้ตื่น รถได้หยุดนิ่งลง ภาพบรรยากาศรอบๆ ไม่ใช่ถนนอย่างที่ควรจะเป็นแต่มันเป็นโรงแรมหรูระดับห้าดางกลางเมืองปักกิ่งแทน


พนักงานโรงแรมคอยอำนวยความสะดวกเคลื่อนย้ายสัมภาระ เดินไปรับคีย์การ์ดที่หน้าล็อบบี้ ภายในห้องถูกตรงแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้มากมายคุมโทนสีทอง มันดูหรูหราเหมาะกับเป็นโรงแรมในเครือตระกูลเฉา


เจ้าบ่าวของลู่เจียคือเฉาอวี้เฉิน คุณชายตระกูลเฉาผู้ทรงอิทธิพลในจีนไม่แพ้ตระกูลเซียวของเขาเลย ตัวของเซียวจ้านและอวี้เฉินเคยเจอกันนับครั้งได้ ในคราแรกเขาไม่ค่อนชอบเจ้าบ่าวเสียเท่าไหร่ พอได้เห็นอีกฝ่ายนานเข้าๆ ความคิดนั้นก็ริเริ่มเปลี่ยนไป อวี้เฉินไม่ใช่ผู้ชายที่แย่ เขาดูแลลู่เจียได้เป็นอย่างดี แค่เขาทำให้ลู่เจียมีความสุขแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว


ฟุบหน้าโน้มตัวลงทับเตียงนุ่มอย่างอ่อนล้า ด้วยความที่เป็นไฟล์ทเช้าเลยทำให้ต้องตื่นนอนไวมากกว่าปกติ ยิ่งเมื่อคืนตอนดึกด้วยแล้วร่างกายเลยอ่อนล้า อยากจะนอนพักเอาแรงเสียหน่อย ข่มตานอนหลับจนเวลาล่วงเลยจนถึงช่วงบ่ายแก่ๆ พลังงานได้กลับมาเต็มเปี่ยม จัดการอาบน้ำชำระร่างกายให้สบายตัวก่อนจะไปสำรวจพื้นที่ของโรงแรม


ห้องโถงขนาดใหญ่มีผู้คนเดินเข้าออกเป็นจำนวนมาก คาดว่าจะเป็นสถานที่จัดงานในวันพรุ่งนี้ ด้านหน้าประตูถูกรายล้อมได้ด้วยมวลดอกไม้มหาศาล กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยเข้ามาในจมูก เหลือบเห็นร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังสั่งการอยู่ด้านใน


จ้านจ้าน!


ลู่เจียเซวียนลู่รีบเดินออกมาหาผู้เป็นน้องทันทีจู่เจียกอดกันแน่นไปแล้ว


เจียคิดถึงจ้านจ้านนี่ คราวก่อนมาก็ไม่มาหาเจียเซลียนลู่เอ็ดเล็กน้อย


จ้านขอโทษ มันมีเหตุสุดวิสัยนี่


แล้วกับคุณลุงเป็นยังไงบ้าง โอเคขึ้นไหมเธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง


เหมือนเดิมครับ” 


เห้อ เจียก็ไม่รู้จะช่วยจ้านจ้านยังไงดี


เจียแค่อยู่ข้างๆ จ้านแบบนี้ก็พอ


ปากหวาน


เราต่างระเบิดหัวเราะออกมา ลู่เจียพาผมเดินสำรวจรอบๆ สถานที่จัดงาน เธออธิบายสิ่งต่างๆ ให้ผมฟังมากมาย ใบหน้าหวานเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา ทำให้คนรอบข้างยิ้มตามได้อย่างง่ายดาย ตอนนี้สถานที่จัดงานใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ครบร้อยเปอร์เซ็นต์เหลือเพียงแค่ตรวจดูความเรียบร้อยเท่านั้น


ถูกลู่เจียชักชวนให้ร่วมมื้อกลางวันด้วยกัน แน่นอนว่าผมไม่ปฏิเสธ พวกเราไม่ได้ทานข้าวด้วยกันมากนานมากๆ ครั้งล่าสุดเกือบปีได้ เรานั่งสั่งอาหารกันก่อนมีผู้มาเยือนคนใหม่ เขาไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเฉาอวี้เฉินเจ้าบ่าวของงาน เราทักทายกันตามมารยาท นั่งทานข้าวพูดคุยกันในเรื่องต่างๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็น


รุ่งสางของวันต่อมาลู่เจียถูกลากให้ออกไปแต่งตัวตั้งแต่แสงตะวันยังไม่ขึ้น ส่วนผมนอนพักผ่อนอยู่ในโรงแรม เสียงนาฬิกาปลุกเป็นสัญญาบ่งบอกว่าถึงเวลาต้องอาบน้ำแต่งตัวแล้ว สูทสีดำสนิทถูกยกขึ้นมาสวมทับเชิ้ตขาว เนคไทเส้นใหม่ที่เพิ่งได้รับเมื่อวานจากเจ้าสาวคนสวยถูกนำมาใช้ เข็มกลัดประจำตระกูลติดอยู่บนอกซ้ายตามคำสั่งของบิดาเนื่องจากผู้เป็นพ่อและแม่ไม่สามารถมาร่วมงานมงคลครั้งนี้ได้เขาจึงกลายเป็นตัวแทนของตระกูลไปโดยปริยาย


ในช่วงสายแขกต่างทยอยเข้ามามาจนครบรวมถึงตัวผมด้วย เมื่อได้เวลามงคลร่างของเจ้าสาวจึงปรากฏแก่สายตาของแขกรวมถึงเจ้าบ่าวที่มารออยู่ก่อนแล้ว ลู่เจียในชุดสีแดงสดเดินมาพร้อมกับผู้เป็นบิดาโดยมีกล้าคลุมสีเดียวกันบดบังใบหน้าอยู่ งานสมรสมงคลดำเนินมาเรื่อยๆ จรกระทั่งเข้าสู่ช่วงเย็น แขกผู้มากอายุบางท่านได้ขอตัวลาจาก แขกบางส่วนอยู่รอร่วมงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้ในอีกไม่กี่ชั่วโมงด้านหน้า 


 

05:37 pm

เซียวจ้านเหลียวมองนาฬิกาบนข้อมือแทบจะตลอดเวลาจนเซวียนลู่สังเกตถึงความผิดปกติของน้องชายต่างสายเลือดได้ 


จ้านจ้าน


“...”


จ้านจ้านสัมผัสบนไหล่ทำเอาเซียวจ้านสะดุ้ง


ครับเจีย


เป็นอะไรหรือเปล่า เราดูกังวลมากเลย


มะ ไม่เป็นไรครับ


อย่าโกหกเจียผมหลบตาบอกเจียมาเถอะ


ลู่เจีย คือจ้าน…” มือเรียวบีบแน่น


วันนี้เป็นวันสำคัญของลู่เจีย เขาควรอยู่ที่นี่สิ แต่พอนึกถึงสีหน้า น้ำเสียงของหวังอี้ป๋อในวันนั้นแล้วถ้าหากวันนี้เขาไม่ไปหลังจากนี้มันจะเป็นยังไง


เสียงในหัวใจเขาบอกว่าอยากเจอหวังอี้ป๋ออีกสักครั้ง


ไปเถอะเธอส่งยิ้มไปตามเสียงเรียกร้องของหัวใจเถอะนะ


แต่ว่า-


อย่าคิดมาก แค่จ้านอยู่กับเจียในวันนี้เจียก็มีความสุขแล้ว เจียก็อยากเห็นจ้านมีความสุข เพราะฉะนั้นไปเถอะ


ลู่เจียสวมกอดเจ้าของร่างบางในทันที 


ตอนนี้ยังทันเธอเหม่อมองนาฬิกาขอให้โชคดีคนเก่งของเจีย


ขอบคุณครับ


เซียวจ้านรีบวิ่งออกมาหาแท็กซี่ทันที ตั๋วคอนเสิร์ตถูกหยิบจากกระเป๋ากางเกง ได้แต่ภาวนาขอให้ทันเวลา จากโรงแรมเครือตระกูลเฉาไปยังสถานที่จัดงานใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมง แต่งานกำลังจะเริ่มขึ้นในเวลาอันใกล้ รวมกับช่วงเวลาที่รถติดด้วยคาดว่าคงใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงขึ้นได้ โดยทั่วไปงานคอนเสิร์ตมักจะแสดงแค่สองชั่วโมง แต่บลัดมักจะเล่นเกินเวลาไปอีกนิดหน่อย แสดงว่ายังพอมีเวลาก่อนจบงาน ถ้าหากรถติดนานกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ความหวังทั้งหมดแทบจะเป็นศูนย์


'ขอร้องล่ะ ขอให้ทันที'


การจราจรติดขัดกว่าทุกคน ความรู้ภายในใจเต้นรวนไปหมดราวกับว่าพร้อมจะระเบิดออกมาตลอดเวลา มือกำเข้าหากันแน่นข่มความกลัวเอาไว้ เท้าไม่อาจอยู่นิ่งได้เลย 


โค้งตรงหน้าก็ถึงแล้วล่ะคุณลุงคนขับกล่าว


จะติดอีกนานไหมครับ


สักพักแหละ ช่วงนี้คนเลิกงานกัน


ไกลมากไหมครับ


อีกกิโลนิดๆ เอง


งั้นผมลงตรงนี้ครับยื่นบัตรเครดิตส่ง คุณลุงมองอย่างงงๆขอบคุณครับ


ผมรีบวิ่งตามเส้นทางจนมาหยุดอยู่หน้างาน เสียงหอบหายใจดังไม่หยุดหย่อน เหงื่อโชกเต็มใบหน้า สูทสีดำสนิทถูกถอดออกมา ผู้คนรอบข้างต่างเงยหน้าขึ้นมามอง เขาไม่สนใจสายตาเหล่านั้น ตอนนี้จะต้องเข้าไปในฮอลล์ให้ไวที่สุด


งานใกล้จะจบแล้วนะครับสตาฟเอ่ยโชคดีที่คุณยังมาทัน


เหลืออีกกี่นาทีครับ


น่าจะอีกประมาณครึ่งชั่วโมงครับ ใกล้กล่าวความรู้สึกแล้วล่ะ


ขอบคุณครับ


เมื่อเข้ามาในฮอลล์ขนาดใหญ่นี้ได้ มันเป็นช่วงเดียวกันกับที่บลัดกำลังกล่าวความรู้สึกพอดี ผมหาที่นั่งบนอัศจรรย์ของตัวเองจนเจอ มันไม่ได้อยู่ใกล้หรือไกลมากจนเดินไป อยู่ในจุดที่สามารถมองเห็นศิลปินได้ชัดเจน 


 

สวัสดีครับ ผมหวังอี้ป๋อเองนะครับเขายิ้มเล็กน้อย พร้อมกับมองตรงมายังจุดที่ผมนั่งวันนี้ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมสนุกกัน พอได้เห็นทุกคนยิ้ม หัวเราะและสนุกไปกับสิ่งที่พวกเราทำผมดีใจมากๆ ที่ได้เป็นหนึ่งในความสุขของทุกคน ผมรู้ว่าพวกคุณคิดถึงเรามากขนาดไหน บางช่วงเวลาคงจะเหนื่อยกันมากเลยใช่ไหมครับ พวกเราเองก็มีช่วงเวลาแบบนั้นเหมือนกัน ถึงจะไม่รู้ว่าคุณเจออะไรมาบ้างแต่พอมาที่นี่ผมอยากให้ทุกคนลืมช่วงเวลาที่แสนเหนื่อยล้านั้นไป แม้มันจะเป็นเพียงเวลาสั้นๆ ผมอยากให้ทุกคนสนุกและลืมเรื่องราวทุกอย่าง ใช้เวลาตรงนี้อย่างมีความสุข พวกเราจะช่วยปลอบประโลมคุณเอง บลัดอยู่ตรงนี้เสมอเลยนะครับ


คำพูดของหวังอี้ป๋อทำให้บรรยากาศรอบข้างเงียบลง คำพูดของเขาคงจะฝังเข้าไปสะกิดใจของใครหลายคน มันเป็นดั่งที่เขาพูดทุกคนต่างมีช่วงเวลาที่เหนื่อยกันทั้งนั้น คนบางคนมาคอนเสิร์ตเพราะสนุก แต่อีกคนเขาอาจจะต้องการที่พักพิงหลังจากผ่านเรื่องราวต่างๆ มากมาย บางคนก็อยากมาปลดปล่อยสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจไปกับเสียงเพลง


เซียวจ้านก็เคยเป็นหนึ่งในนั้น เมื่อก่อนเขามักจะมาคอนเสิร์ตเพื่อพบเจอศิลปินคนโปรด พอมาถึงจุดหนึ่งเขาโตขึ้น มีสิ่งที่ต้องความรับผิดชอบในชีวิตมากขึ้น มันทำให้เซียวจ้านเหนื่อยล้า เขามักจะมาคอนเสิร์ตเพื่อเยียวยาจิตใจของตัวเอง ปล่อยอารมณ์ความรู้สึกไปตามบทเพลง ลืมทุกสิ่งทุกอย่างและใช้เวลาตรงหน้าอย่างเต็มที่


ผมไม่อยากให้ทุกคนคิดว่าเราเป็นไอดอล ผมอยากเป็นเหมือนเพื่อนพวกคุณมากกว่า เป็นความสบายใจของกันและกัน พี่ๆ เองก็คิดแบบนี้สมาชิกในวงต่างพยักหน้าทุกคนสามารถพูดคุยหรือแชร์เรื่องราวต่างๆ ให้พวกเราได้เลยไม่ว่ามันจะทุกข์หรือสุข ถึงเราจะไม่ได้ตอบแต่พวกเราก็เป็นผู้ฟัง ผู้อ่านให้ทุกคนได้นะครับ ผมดีใจที่ทุกคนแชร์เรื่องราวของตัวเองให้พวกเราได้รับรู้


ฉะนั้นผมเองก็มีเรื่องหนึ่งที่อยากจะพูดขึ้นมา คิดอยู่นานมากๆ ว่าควรจะพูดออกมาดีไหมแววตาไหววูบนั่นไม่สมกับเป็นหวังอี้ป๋อเลยสักนิดทุกคนแชร์เรื่องราวของตัวเองมาให้ผมรับรู้แล้ว ดังนั้นวันนี้ผมเลยจะมาแชร์ให้ทุกคนได้ฟังกัน ฟังดูแปลกใช่ไหม?” อี้ป๋อหัวเราะเบาๆ 


จริงๆ แล้วผมเกือบจะไม่ได้เดบิวต์แล้ว เพราะในช่วงเตรียมเดบิวต์มันมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นเสียงของแฟนๆ อ่อนลงเพราะคำพูดของคนๆ หนึ่งเลยทำให้ผมมายืนอยู่ตรงหน้าทุกคน เป็นหวังอี้ป๋อที่ทุกคนเห็น คำพูดของเขาเป็นเหมือนแรงผลักดันมหาศาล เขาทำให้ผมเลือกที่จะทำตามความฝัน ผมรู้สึกขอบคุณเขามากๆ ที่ทำให้หวังอี้ป๋อได้รับความรักมากมาย แต่จู่ๆ วันหนึ่งเขาคนนั้นกลับหายไปจากชีวิตของผม ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองทำอะไรผิดไป ที่ตรงนี้มันเจ็บปวดมากๆ


มือหนาชี้ตรงอกซ้ายของตัวเอง “มันเหมือนกับว่าโลกทั้งใบได้สลายไปเลยครับ


ครั้งนี้อาจจะเป็นความหวังครั้งสุดท้ายของผมแล้วหวังอี้ป๋อจ้องมองมาคุณช่วยกลับมาได้ไหม กลับมาเจอกันในสถานที่ที่เราพบกันครั้งแรก


ผมจะรอคุณอยู่ตรงนั้น” 


หวังอี้ป๋อโค้งตัวขอบคุณ แฟนๆ ต่างส่งเสียงเชียร์ให้กับคนตรงหน้า สมาชิกบลัดต่างเข้าไปสวมกอดหวังอี้ป๋อ ในตอนนี้อี้ป๋อต่างจากอี้ป๋อที่แฟนๆ มักจะเห็นอย่างสิ้นเชิง สายตาของเจ้าตัวอ่อนลงและวูบไหวอย่างเห็นได้ชัด สายตาที่มีแต่ความเศร้าสร้อยปะปนอยู่


แฟนๆ ต่างเข้าใจว่าคนที่หวังอี้ป๋อกล่าวถึงคงจะเป็นบุคคลที่สำหรับมากๆ ในชีวิตของไอดอลที่ตัวเองรัก อี้ป๋อไม่เคยแสดงด้านอ่อนแอให้ใครได้เห็นเลย วันนี้เขากลับเรื่องแสดงมันออกมา นั่นก็หมายความว่าเขาไม่สามารถแบกรับความเจ็บปวดได้อีกต่อไปแล้ว


อี้ป๋อไม่เป็รไรนะ!


อี้ป๋อสู้ๆ


ถึงฉันจะไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เขาจะกลับมาแน่นอน!


สถานที่ที่เราเจอกันครั้งแรกอย่างนั้นหรือ?


เซียวจ้านจะกลับไป








————


     ตอนนี้มันแบบคันยุบยิบในใจ ฮือ พี่จ้านสับสนและตัวพี่ก็ไม่อยากทำลายอนาคตน้อง วงการนี้คือเรื่องเดทสามารถทำลายอนาคตของไอดอลคนหนึ่งได้เลย พี่กังวลตรงจุดนั้นเลยเลือกเดินออกมา แต่น้องไม่ยอมแพ้หรอกค่ะ น้องสู้! มาลุ้นกันนะคะว่าพี่จ้านจะตัดสินใจยังไง ตอนหน้าก็จบแล้ว ตอนนี้คือน่าจะยาว แหะๆ หวังว่าทุกคนจะมีความสุขกับการอ่านนะคะ 

     [200616] ในที่สุดพี่ก็ไปหาน้องค่ะ ฮือ พี่ตัดสินใจแล้ว แง หลังจากที่สับสนมานานมากๆ น้องก็ยังคงรอพี่เสมอเลย พบกันใหม่ในตอนจบค้าบบ


สามารถสั่งรูปเล่มได้ถึง31 กรกฎาคม นี้ค่า
ตอนนี้ยอดน้อยมากๆ แง ยังไงสั่งได้นะคะ
พรีรูปเล่ม: https://forms.gle/VqcNWewnbaY8TpKy8


@wishone__
#จริงหรือป๋อ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 121 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

440 ความคิดเห็น

  1. #434 My love markbam (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 23:37
    ไม่ร้องนะป๋อ
    #434
    0
  2. #399 ekerng (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 21:01
    เซียวจ้าน เล่นตัวจัง
    #399
    0