END [ป๋อจ้าน] Facts about Yibo #จริงหรือป๋อ

ตอนที่ 21 : Facts #16 หวังอี้ป๋อไม่ได้รักเซียวจ้าน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,179
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 239 ครั้ง
    15 พ.ค. 63

Facts #16 หวังอี้ป๋อไม่ได้รักเซียวจ้าน


     หลังจากวันนั้นผมก็ไม่ได้เจอหวังอี้ป๋ออีกเลย ไม่มีบทสนทนาผ่านแชตเหมือนทุกที ต่างฝ่ายต่างเงียบไป เหลือเวลาอีกแค่สัปดาห์เดียวก่อนการสอบไฟนอลจะเริ่มขึ้น สัปดาห์นี้ผมกำหนดไว้ว่าจะตัดขาดโซเชียลทุกทาง เพื่อโฟกัสกับหนังสือกองโตตรงหน้าให้ได้มากที่สุด แน่นอนว่าความคาดหวังจากคนรอบข้างมันทำให้ผมกดดันอยู่มาก ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไงผมก็ทำได้ดีที่สุดในส่วนของตัวเองแล้ว


สัปดาห์นั้นเคลื่อนเข้าไวกว่าที่คิด ถุงใต้ตาดำคล้ำกว่าปกติ จากความตั้งใจและทุ่มเทของตัวเอง ผมเชื่อว่าตัวเองจะทำมันออกมาได้ดีในระดับของตัวเอง ไม่รู้ว่ามันจะมากพอสำหรับป๊าม้าไหม ได้แต่หวังอยู่ลึกๆ ในใจว่าผลลัพธ์จะออกมาพอใจพวกท่าน


หากเราทำเต็มที่แล้วมันก็ไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจ


ขอแค่เชื่อมั่นในตัวเอง ผมเชื่อว่าผลลัพธ์มันจะออกมาดี


ในเมื่อช่วงเวลาเหล่ามันเคลื่อนเข้ามาไว มันก็ผ่านพ้นไปไวเช่นกัน ตลอดการสอบไฟนอลเซียวจ้านรู้สึกว่าสภาพของตัวเองแย่ลงมากๆ ความเหนื่อยล้าสะสมมันทำให้เขาอยากนอนโง่ๆ อยู่บนเตียงนุ่ม ไม่อยากจะทำอะไรทั้งนั้น พลังงานถูกสูบออกจนหมดไม่เหลือแม้แต่เรี่ยวแรงจะลุกขึ้น 


เรียกว่าสัปดาห์นรกคงไม่ผิดเสียเท่าไหร่ หลับตาพักสายตาเพียงชั่วครู่ พอรู้ตัวอีกทีสีของท้องฟ้านอกก็เปลี่ยนไปเป็นมีมืดครึ้มเสียแล้ว


พลังงานในร่างกายเริ่มกลับมากอีกครั้งหลังจากได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ หาววอดเพื่อขับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกายที่มากเกินไปออก เดินเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นขึ้น ก่อนจัดการเก็บกวาดทุกอย่างให้เรียบร้อย สภาพห้องมันรกจนดูไม่ได้ 


ระหว่างนั้นเซียวจ้านฉุกคิดขึ้นได้ว่ามีอีกสิ่งหนึ่งที่เขายังจัดการไม่เรียบร้อย


สมาร์ทโฟนถูกดึงอิกมาจากสายชาร์จบริเวณโต๊ะทำงาน กดเข้าแอปพลิเคชั่นสำหรับแชตกดส่งข้อความหาใครบางคน หัวใจสั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุมได้ ใจหนึ่งก็อยากเจอกับอีกง่ายเพื่อคุยกันแต่อีกใจก็ไม่กล้ามากพอ


แม้จะโฟกัสกับหนังสือมากแค่ไหน ในบางช่วงเวลากลับมีเรื่องของใครคนหนึ่งเข้ามากวนใจอยู่เสมอ เซียวจ้านคิดทบทวนไปด้วยในช่วงนั้น จะให้เว้นระยะเวลาเพื่อให้พ้นช่วงสอบก่อนตัดสินใจเขาเองก็ทำไมได้ เพราะมันคอยวนเวียนกวนใจเขาตลอดเวลา ซึ่งมันไม่เป็นผลดีในช่วงสอบเสียเท่าไหร่ ดังนั้นจึงตัดสินใจทบทวนไปด้วย


นับวันเซียวจ้านเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจัดการอะไรได้แย่ลง ไม่เหมือนกับเมื่อก่อน  เซียวจ้านคนที่นิ่งและใจเย็นหายไปตั้งแต่ตอนไหนกัน เขาเหมือนกำลังเหมือนเด็กที่แยกแยะอะไรไม่เป็น


ไม่ว่ายังไงก็ตัดสินใจไปแล้ว


เจอกันพรุ่งนี้6โมงเย็นที่xx’ พบว่ามีข้อความของหวังอี้ป๋อส่งมาในช่วงที่ผมปิดมือถือไว้


วันพรุ่งนี้จะออกมาเป็นยังไงกัน?


เขากังวลมากเหลือเกิน


มากจนไม่อาจข่มตาหลับลง



 

เช้าวันใหม่ช่างสดใส ท้องฟ้าปลอดโปร่ง อากาศเย็นสบายกำลังดีไม่ร้อนมากจนเกินไป ต่างจากใจของเขาตอนนี้อย่างลิบลับ ทั้งร้อนลุ่มและวิตกกังวลดังภูเขาไฟที่ใกล้จะปะทุเต็มที พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้มันเย็นลงแต่ก็ไม่เป็นผลเสียเท่าไหร่ ระหว่างรอให้ถึงเวลานัดเซียวจ้านจึงพยายามหาอะไรทำตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ตนเองฟุ้งซ่าน


การออกกำลังกายช่วยได้อยู่มากโข ตอนนี้ร่างของเขาอยู่บนลู่วิ่งร่วมเกือบชั่วโมง เสียงหอบหายใจดังถี่ หยดเหงื่อไหลลงตามทาง ยกมือขึ้นxเพื่อไม่ให้มันเข้าตาก่อนกดหยุด เขาใช้เวลาช่วงบ่ายไปกับการออกกำลังกาย พอใกล้ถึงเวลานัดจึงรีบออกมาไปจัดการชำระร่างกาย


เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่นัดพบ มีร่างสูงของหวังอี้ป๋อมารออยู่ก่อนแล้ว เจ้าของร่างสูง180เซนติเมตรยืนอยู่ริมแม่น้ำฮันส่วนด้านหลังเป็นฉากดวงตะวันที่ใกล้จะลาลับขอบฟ้า แสงสะท้อนนั้นเจ้าของร่างสูงโปร่งนั้นดูดีมากจนเซียวจ้านไม่อาจละสายตาได้ 


สายลมพัดพาเอาความเย็นเข้ามาปะทะกบผิวกาย ใบไม้สีเขียวต่างพลิ้วไหล แสงอาทิตย์ที่กำลังสนทยาใกล้จะลาลับขอบฟ้า หวังอี้ป๋อละสายตาจากทิวทัศน์ด้านหน้าหันกลับมาปะทะกับสายตาของผมพอดี เราสองต่างย่างก้าวเข้ามาใกล้ซึ่งกันและกัน 


ไงเอ่ยทักทายคนอายุน้อยกว่า


คิดถึง


ไม่ใช่เพียงแค่เขาที่รู้สึก ผมเองก็คิดถึงเขามากเหมือนกัน


สายตาเราสอดประสานกัน มันบ่งบอกชัดเจนว่าไม่ได้โกหก


เหมือนกัน


คิดถึงหวังอี้ป๋อมากๆ


สอบเป็นไงบ้างเขาถามทำได้ใช่ไหม


อือ ก็โอเคนะ


เก่งแล้ว ผมเชื่อว่ามันจะออกมาดี


ขอบคุณส่งยิ้มบางๆ ไปมารอนานหรือยัง


ก่อนคุณไม่นานโล่งอกหน่อยกลับกว่าอีกฝ่ายจะรอเขานานเสียอีก


ผมเดินไปหยุดอยู่ข้างกายเจ้าของร่างสูง ทอดสายตามองวิวทิวทัศน์ตรงหน้าโดยไม่หันมองคนข้างกาย เราทั้งสองต่างไม่เปล่งคำพูดใดๆ ออกมา ความเงียบเข้าปกคลุมมีเพียงแค่เสียงจากธรรมชาติและผู้คนรอบข้างเท่านั้น มันน่าแปลกตรงที่บรรยากาศช่างดูอึดอัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


นายจำได้ไหมวันแรกที่เราเจอกันนายยังตัวเท่านี้อยู่เลย หวังอี้ป๋อในวัย17ปีสูงถึงเพียงแค่ริมฝีปากของเซียวจ้านเอง แต่ตอนนี้เขากลับสูงเท่าอี้ป๋อตอนนั้น


อือ คุณตัวสูงกว่าผม


พอมายืนข้างๆ นายแบบนี้โตขึ้นเยอะเลยส่งยิ้มให้กับอีกฝ่าย ดีใจนะที่ได้เห็นทุกช่วงการเติบโตของนาย


ดีใจที่ได้เจอคุณเหมือนกัน


อี้ป๋อ


จู่ๆ คำพูดทุกอย่างก็มาจุกอยู่ที่คอเสียอย่างนั้น


รู้ใช่มั้ยว่าเกอจะพูดอะไรต่อจากนี้เขาพยักหน้า แล้วนายก็รู้ใช่ไหมว่าเกอรักนายมาก


อือ


ที่นายถามเกอวันนั้นมันทำให้หัวใจของเกาเต้นเร็วมากๆ จนแทบจะระเบิดออกมา ตอนที่นายบอกว่าชอบมันก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน แต่ข้างในใจลึกๆ กลับมีความรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา


“…”


พอได้มาลองทบทวนดูดีๆ แล้ว เกอคิดว่า…”


ผมรู้ว่าถ้อยคำที่เปล่งออกมาต่อจากนี้มันจะทำร้ายเราทั้งคู่มากแค่ไหน


ไม่ต้องพูดแล้ว


ขอโทษจริงๆ ที่ ฮึก ไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของนายได้


 “หยุดพูด


ผมไม่เคยอยากที่จะทำร้ายเขาเลยสักนิด


แต่ว่า


เกอเคยสัญญากับตัวเองไว้ว่าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายนาย แต่ถ้าเกอตอบตกลงเกอจะกลายเป็นคนคนนั้น


เซียวจ้านผมขอร้อง


เกอไม่อยากทำร้ายนาย ไม่อยากทำลายอนาคตที่นายตั้งใจกับมัน ทุกครั้งที่ได้เจอนายได้เห็นนายในฐานะไอดอลนายดูมีความสุขมากๆ ถ้าเกิดเกอตอบตกลงไปแล้วแฟนๆ เกิดรู้ขึ้นมาทีหลังหัวใจของพวกเขาคงจะแหลกสลายไม่เป็นชิ้นดี ทั้งพวกเขาและตัวนายเองก็คงจะเจ็บปวด เกอไม่อยากเห็นนายเป็นแบบนั้นเลย


มันไม่ง่ายเลยกว่าที่จะสามารถพูดคำพูดเหล่านี้ออกมาได้


ไม่ใช่เพียงแค่อี้ป๋อที่เจ็บปวด เซียวจ้านเองก็เจ็บปวดกับคำพูดตัวเองเหมือนกัน


พอเห็นหยดน้ำตาจากเจ้าของร่างสูงหัวใจของผมมันแทบจะแหลกสลาย


เกอยังอยากที่จะเห็นนายเป็นดวงดาวที่ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า และเปล่งประกายยิ่งขึ้นไปอีก


หากความสัมพันธ์ของเราพัฒนาต่อไปและเกิดมีคนรู้เห็นขึ้นมา แสงสว่างที่กำลังส่องไสวอย่างสวยงามนั้นอาจดับวูบได้ในพริบตา


เขาไม่อาจปล่อยให้เป็นแบบนั้นได้


ความเงียบเข้าปกคลุมนานเท่าไหร่ก็มิอาจทราบได้ เสียงสะอึกของผมยังคงดังเป็นระยะ ส่วนเจ้าของร่างสูงหันไปอีกอย่าง ผมไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าแบบไหน กำลังคิดอะไรอยู่ เราสองต่างยืนอยู่แบบนั้นเนิ่นนานจนท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีดำ


เซียวจ้านเสียงทุ่มเอ่ย เราหันมาสบตากัน ที่ผมเคยบอกไปว่ารักคุณวันนั้นผมโกหก


“…”


ใครจะไปคิดล่ะว่าคุณจะปฏิเสธแบบนี้ หึถึงแม้จะยิ้มแต่ใบหน้าไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยสักนิด หยดน้ำตาไหลรินออกมาจากดวงตาของอีกฝ่าย “หวังอี้ป๋อไม่ได้รักเซียวจ้าน


เราต่างรู้ความหมายของมันดี


ผมไม่เคยรักคุณ


ใบหน้าที่แสนเจ็บปวดของเขาทำเอาหัวใจผมเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย


ไม่คิดเหมือนกันว่ามันจะเจ็บมากถึงขนาดนี้


ขอบคุณนะสำหรับช่วงเวลาที่ผ่านมา


ขอบคุณเขาที่ทำให้โลกสีเทาของผมมีสีสันขึ้นมา


ช่วงเวลาเหล่านั้นจะอยู่ในความสงจำของผมตราบชั่วนิรันดร์









ภาพแผ่นหลังของอี้ป๋อยังคงติดตาผมอยู่ราวกับว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้องเห็นอีกฝ่าย รู้สึกใจหายอยู่ไม่น้อย ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นเข้ามาอีกครั้ง ปล่อยร่างกายของตัวเองนอนแผ่อยู่บนเตียงก่อนจะพลิกกายเข้าฟุบเข้ากับหมอน บรรยากาศภายในห้องถูกปกคลุ่มด้วยความมืด มีแค่แสงจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง


ความรู้สึกเจ็บปวดยังคงมาจางหาย


มันยังตราตรึงติดอยู่ในใจ


ทุกอย่างในหัวเป็นสีขาวโพลนโล่งไปหมด นับจากนี้ไปเซียวจ้านต้องกลับไปใช้ชีวิตโดยไม่มีหวังอี้ป๋อเข้ามาป้วนเปี้ยนอีกแล้ว ทำได้เพียงแค่เฝ้ามองดูอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ จากที่ไกลๆ เพียงเท่านั้น ไม่สามารถเข้าไปพูดคุยบอกกล่าวอีกฝ่ายได้เหมือนเดิม เพราะถ้าหากเป็นแบบนั้นเขาคงทนไม่ไหวหรอก


ชีวิตที่ไม่มีหวังอี้ป๋อจะเป็นยังไง เซียวจ้านยังนึกไม่ออกเลย


เพราะตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาอยู่กับผมมาโดยตลอด


ไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็รุ่งสางแล้ว แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเข้ามาในม่านดังเช่นทุกวัน ดวงตากลมค่อยๆ เบิกกว้างขึ้น เดินเหมือนคนหมดเรี่ยวแรงเข้าห้องน้ำจัดการกับสภาพที่แทบดูไม่ได้ของตัวเอง วันนี้ชีวิตเขาคงจะเงียบเหงากว่าทุกวันที่ผ่านมา


เสียงหยดน้ำที่ได้ยินในทุกวันกลับให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากเดิม รู้สึกเศร้าสร้อยอย่างน่าประหลาดใจ หรือมันจะเป็นเพราะห้วงอารมณ์ของตัวผมเอง


หนังสือถูกหยิบใส่กระเป๋าพร้อมกับชีทเรียนใบใหม่เอี่ยมที่เพิ่งถูกพิมพ์เมื่อไม่กี่นาทีก่อน ความร้อนจากเรื่องพิมพ์ที่ติดมากับกระดาษยังคงติดอยู่ที่ปลายนิ้ว จัดการกับอาหารเช้าก่อนออกจากห้อง


เห้อถอนหายใจอย่างไม่ทราบสาเหตุ


ผมรู้สึกว่าชีวิตของตัวเองนับจากนี้คงจะสโลว์ไลฟ์น่าดู ไม่มีสีสันดังเช่นเมื่อก่อน ระหว่างนั่งรถไฟฟ้ามายังมหาวิทยาลัยมือถือคู่ใจถูกหยิบออกมาใช้งาน เซียวจ้านยังคงทำกิจกรรมในนั้นเหมือนเดิม เปิดทวิตเตอร์เพื่อเช็คข่าวสาร แต่ครั้งนี้กลับแปลกออกไป เมื่อเห็นหน้าคนอายุน้อยกว่าผ่านจอกลับทำให้หัวใจกระตุกวูบขึ้นมาเสียดื้อๆ มันเป็นสัญญาณบอกชัดเจนเลยว่าเขายังไม่พร้อมที่จะเห็นหน้าหวังอี้ป๋อ ไม่ว่าจะเห็นจากที่ไหนก็ตาม


เรื่องราวเมื่อวานมันหลั่งไหลเข้ามาคอยรบกวนอยู่ในหัวเรื่อยๆ พยายามทำอะไรเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจแต่ก็ไม่ได้ผล ตลอดทั้งวันเซียวจ้านเอาแต่นึกถึงเรื่องราวของหวังอี้ป๋อ คำพูดทุกอย่างยังคงวนเวียนอยู่แบบนั้นราวกับถูกตั้งเวลาให้เล่นทุกๆ สิบนาที


เซียวจ้านเชื่อว่าเขาจะผ่านมันไปได้ เพียงแค่ต้องใช้เวลาเยียวยาเสียหน่อย


เวลานั้นมันจะเนิ่นนานเท่าไหร่กันเชียว?

 



เซียวจ้านใช้ชีวินโดยที่ไม่มีหวังอี้ป๋อมาร่วม2สัปดาห์ได้ พยายามทำตัวให้เป็นปกติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ลัมันไม่ง่ายเลยสักนิดเดียว


ทำไมทำหน้าแบบนั้นเสียงทุ้มของปาร์คชานยอลดังขึ้น


ผมคิดว่าตัวเองก็มีสีหน้าท่าทางปกติดีแต่ทำไมปาร์คชานยอลถึงร้องทักขึ้นมา ผมเผลอแสดงสีหน้าออกมาโดยไม่รู้ตัวอย่างนั้นเหรอ


มือหนาของชานยอลเคลื่อนเข้ามาใกล้ใบหน้า หลับตาลงอัตโนมัติเพื่อป้องกันดวงตาจากอันตรายจากสัญชาตญาณ เสียงดังป๊อกดังขึ้นพร้อมกับความเจ็บปวดบริเวณหน้าผาก เปลือกตาเลิกขึ้นดูสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อนตัวโตดีดนิ้วเข้าปะทะหน้าผากอย่างจัง


ทำบ้าอะไรของนายไม่รู้หรือไงกันว่ามันเจ็บน่ะ


ประโยคหลังพูดในใจ เซียวจ้านเคืองปาร์คชานยอลอยู่ไม่น้อย จู่ๆ ก็มาทำร้ายร่างกายกันถึงจะเป็นเรื่องเล็กน้อยของเพื่อนที่ชอบเล่นกันแต่มันก็น่าโกรธอยู่ดี


ขมวดคิ้วจนจะผูกกันอยู่แล้ว คิดอะไรนักหนาวะน้ำเสียงทุ้มบอกถึงความเป็นห่วง มันคงจะเป็นสาเหตุที่เขาดีดนิ้วใส่  ดูเหนื่อยๆ นะ


นิดหน่อย


พักสักหน่อยไหม


ไม่เป็นไร ฉันไหวน่าส่งยิ้มเล็กๆ เพื่อยืนยันคำพูด ไม่เชื่อกันหรือไง


สีหน้าบอกบุญไม่รับเป็นคำตอบแทนคำพูดได้เป็นอ่างดี ปาร์คชานยอลไม่เชื่อผมจริงๆ เขาดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด คำพูดต่อมาของชานยอลทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นอย่างบอกไม่ถูก


มีเรื่องไม่สบายใจก็บอกดิ เหมือนที่ฉันชอบบ่นให้ฟังไงหากมีเรื่องไม่สบายใจอีกฝ่ายก็มักจะมาเล่าให้ผมฟังอยู่เสมอ เราเป็นเพื่อนกันนี่


“…”


ทะเลาะกับหวังอี้ป๋อหรือไงใจผมกระตุกวูบ เดาถูกเหรอ


ผมพยักหน้าตอบ ทุกครั้งที่ได้ยินชื่อนี้มักจะเป็นแบบนี้เสมอ ราวกับว่ามันกำลังกลายเป็นคำต้องห้าม ทุกครั้งที่ได้ยินเหมือนกับโดนเอามีดมาแทงเสียอย่างนั้น


แรงมากเลยเหรอ


เลิกยุ่งแล้วตอบเสียงอ่อน


ทำไม


หลังเลิกคลาส


ละสายตาจากปาร์คชานยอลหันมาสนใจอาจารย์ตรงหน้าแทน พยายามรวบรวมสมาธิเพื่อทำความเข้าใจกับอักษรบนโปรเจคเตอร์ แต่มันก็ไม่เป็นผลเสียเท่าไหร่ เอาเป็นว่าตลอดเกือบสามชั่วโมงนี้ผมไม่ได้อะไรเลยนอกจากการนั่งเหม่อและฟุ้งซ่าน


ผมและชานยอลออกมานั่งพักเบรกที่โรงอาหารใหญ่ เราสั่งอาหารกลางวันกันทันที เวลานี้คนค่อนข้างที่จะพลุกพล่านมากเนื่องจากเป็นช่วงกลางวัน แน่นอนว่าพวกเราหาที่นั่งก่อนออกไปซื้ออาหารมานั่งกิน มันเป็นเมนูง่ายๆ ที่พวกเรามักจะกินกันอยู่เสมอ


วางอาหารลงบนโต๊ะอย่างเบามือเพราะกลัวว่ามันจะหกลงบนโต๊ะ ไม่ทันนั่งติดเก้าอี้เสียงทุ้มก็เอ่ยขึ้นมาก่อนอย่างรีบร้อน


เล่าได้ยังชานยอลท้วง


ถอนหายใจออกมาเบาๆ เล่าทุกอย่างให้เพื่อนสนิทอย่างปาร์คชานยอลฟังแบบไม่มีกั๊กเอาไว้ คิ้วหนาของอีกฝ่ายขมวดเข้าหากันนิดหน่อยระหว่างที่ฟัง สีหน้าดูตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด


เข้าใจทั้งสองฝ่ายเลยว่ะ


ผมตักอาหารเข้าปากระหว่างที่เจ้าของร่างโตตรงหน้ากำลังใช้ความคิด คนตรงหน้าใช้ความคิดนานจนผมต้องสะกิด ไม่อยากให้เขารู้สึกเครียดเพราะเรื่องของผม ชานยอลเป็นคนที่ใส่ใจเพื่อนเอามากๆ

 นายปฏิเสธไปเพราะไม่อยากทำลายเขา ส่วนหมอนั่นก็เข้าใจเหตุผลของนายแล้วยอมปล่อยไป พยักหน้าตอบรับ ทั้งๆ ที่รักกันแต่ก็ไม่สามารถคบกันได้นี่เจ็บดีเนอะ


อือ


ตรงนั้นน่ะเจ็บมากเลยล่ะสิเขาชี้มาตรงอกซ้าย


โคตร


ในเมื่อตัดสินใจกันไปแล้วก็ช่วยอะไรไม่ได้ มันอยู่ที่การตัดสินใจองพวกนายและอีกฝ่ายก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรด้วยปาร์คชานยอลถอนหายใจ


 “ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวมันก็ผ่านไป


เซียวจ้านหวังให้เป็นแบบนั้น


 “จากนี้จะไปหาหวังอี้ป๋ออีกมั้ย หรือจะตัดเขาออกจากชีวิตเลย?”


คงต้องเป็นอย่างหลังชานยอลพยักหน้ารับรู้ เพราะถ้าเป็นอยากแรกฉันคงตัดใจไม่ได้ง่ายๆ แน่ๆ


ถ้าหากผมยังวนเวียนเข้าไปใกล้เขาก็คงไม่อาจตัดใจจากอีกฝ่ายไปได้ ความรู้สึกลึกๆ ในจิตใจมันคงไม่ยอมให้ผมทำแบบนั้น ฉะนั้นหนทางที่ดีที่สุดคือการลบหวังอี้ป๋อออกจากชีวิต แต่มันคงไม่ง่ายขนาดนั้นเพราะเขาอยู่กับผมมาตลอดทุกช่วงเวลา 


อีกฝ่ายก็คงกำลังทำแบบเดียวกันอยู่แน่ๆ ผมมั่นใจ และหวังว่าหวังอี้ป๋อจะทำมันได้


สู้ๆ แล้วกัน


ขอบใจ


                ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหนผมก็ต้องทำมันให้สำเร็จ


งั้นเย็นนี้ไปเที่ยวกันจะได้เลิกฟุ้งซ่านชานยอลยิ้มอย่างมีเลศนัย


เที่ยว?”


อื้ม ไปปะแค่มองสายตาแกมบังคับนี้แล้วคิดว่าคำตอบจะเป็นอะไรไปได้นอกจาก


ปฏิเสธได้หรือไง


เยี่ยมไปเลย



เสียงดนตรีครึกครื้นทำเอาผมปวดหูอยู่ไม่น้อย ผมนึกว่าที่ชวนเที่ยวจะชวนไปเดินเล่นตามถนนคนเดินทั่วไปแต่กลับมาเป็นสถานบันเทิงเสียได้ ผมไม่ค่อยถูกกับสถานที่แบบนี้เสียเท่าไหร่ แม้มันจะเสียงดังและมีเพลงเหมือนในคอนเสิร์ตแต่มันกลับให้ความรู้สึกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง


ความจริงแล้วเซียวจ้านไม่ชอบแอลกอฮอล์เอาเสียเลย ไม่ชอบรสชาติ ไม่ชอบกลิ่นและไม่ชอบฤทธิ์ของมัน แม้อดีตมักจะนั่งสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนก็ตาม ดื่มทั้งๆ ที่ไม่ชอบเขาทำไปได้ยังไงกันนะ มาจนถึงตอนนี้ก็นึกสงสัยไม่หาย


ไม่ดื่มหน่อยเหรอชานยอลยื่นส่งแล้วที่มีน้ำสีหวานส่งมา


ไม่


มาเที่ยวแบบนี้ทั้งทีแต่นั่งจิบแต่น้ำเปล่าเนี่ยนะ


ก็ไม่ชอบหนิ ส่วนนายก็อย่าดื่มเยอะฉันไม่อยากแบกกลับ


มาทั้งนี่กินแต่น้ำเปล่า


ปาร์คชานยอลเคยเมาหัวราน้ำสมัยเรียนปี4จบ ตอนนั้นพวกเรามาร่วมฉลองด้วยกันกับเพื่อนอีกหลายๆ คน เขาดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประหนึ่งว่ามันเป็นน้ำเปล่า หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงเจ้าตัวก็น็อคไม่มีสติหลงเหลืออยู่เลย แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่ปาร์คชานยอลที่สลบไปเพราะเครื่องดื่มฤทธิ์แรง ตอนนั้นวุ่นวายกันอยู่นานมากในการพาแต่ละคนกลับบ้าน


ผมต้องแบกเพื่อนตัวโตคนนี้ขึ้นแท็กซี่กลับบ้านซึ่งมันค่อนข้างทุลักทุเลไม่น้อย กว่าจะเจ้าตัวขึ้นมาห้องนอนได้ทำเอาของประดับตกแต่งภายในบ้านล้มลงอยู่ไม่น้อย ชานยอลเล่าให้ฟังว่าในตอนเช้าถูกคุณนายปาร์คดุชุดใหญ่เข้าให้ ผมนึกสีหน้าของปาร์คชานยอลออก มันคงตลกน่าดูเลยล่ะ


ครับแม่ เข้าใจแล้วครับ


ใครแม่นาย!” อีกฝ่ายทำหูทวนลม หึ นายนี่นะ


ส่ายหัวให้กับความพยายามของปาร์คชานยอล ผมรู้ว่าเขาอยากจะทำให้ผมหัวเราะออกมาและเขาทำมันสำเร็จ จะว่าไปมาที่นี่ก็ดีเหมือนกันเผื่อว่าความฟุ้งซ่านมันจะลดลงบ้าง หวังว่าเสียงและบรรยากาศพวกนี้จะช่วยเขาได้ไม่มากก็น้อย เพราะมันเป็นสถานที่ที่ผู้คนมักมาสังสรรค์กัน


 

Here's to the ones that we got

นี่คือสิ่งหนึ่งที่ฉันได้รับ

Cheers to the wish you were here, but you're not

ดื่มให้กับความปรารถนาที่อยากให้คุณอยู่ที่นี่ แต่คุณไม่อยู่

'Cause the drinks bring back all the memories

เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้นำพาความทรงจำทุกอย่างกลับมาอีกครั้ง

Of everything we've been through

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเคยผ่านมาด้วยกัน

Toast to the ones here today

ดื่มให้กับสิ่งที่ยังคงอยู่ที่นี่ในวันนี้

Toast to the ones that we lost on the way

ดื่มให้กับเราที่หลงทางกันอยู่แบบนี้

'Cause the drinks bring back all the memories

เพราะเครื่องดื่มมันนำพาความทรงจำทุกอย่างกลับมา

And the memories bring back, memories bring back you

แล้วคามทรงจำที่มีคุณอยู่ก็กลับมา


 

เสียงเพลงที่กำลังถูกบรรเลงอย่างกึกก้องดังเข้ามาในโสตประสาทหู นั่งจิบเครื่องดื่มไร้รสไปพลาง แม้เสียงจากรอบตัวจะดังแค่ไหนแต่ผมกลับได้ยินเสียงขับร้องบทเพลงชัดเจนประสานกับเสียงของหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ในกายเพื่อแสดงว่าเจ้าของร่างยังมีชีวิตอยู่


มันเป็นบทเพลงที่มีอิทธิพลต่อเขาเหลือเกิน

 


There's a time that I remember, when I did not know no pain

มีบางครั้งที่ฉันจำได้ ในตอนนั้นฉันยังไม่รู้จักความเจ็บปวด

When I believed in forever, and everything would stay the same

ตอนนั้นฉันเชื่อในคำว่าตลอดไปและทุกอย่างจะยังคงอยู่เหมือนเดิม

Now my heart feel like December when somebody say your name

แต่ตอนนี้ใจฉันรู้สึกเหมือนเดือนธันวาคมที่มีใครบางคนเอ่ยเรียกชื่อของคุณออกมา

'Cause I can't reach out to call you, but I know I will one day, yeah

เพราะตัวฉันไม่สามารถที่จะคุยกับคุณได้ แต่ฉันรู้ว่าฉันจะทำมันได้ในสักวันหนึ่ง

Everybody hurts sometimes

ทุกคนล้วนเคยเจ็บปวดในบางครั้ง

Everybody hurts someday, ayy ayy

ทุกคนเคยเจ็บในบางวัน

But everything gon' be alright

แต่ทุกอย่างมันจะดีขึ้น

Go and raise a glass and say, ayy

ก้าวออกไปแล้วพูดว่า

Here's to the ones that we got

นี่คือความเจ็บปวดที่ได้รับ


 

ดูเหมือนว่าเซียวจ้านจะคิดผิด


มันไม่ช่วยอะไรเขาเลยสักนิด


แต่มันกลับทำให้รู้สึกยิ่งกว่าเดิม

     


-----


          ต้องขอโทษนักอ่านทุกท่านที่หายไปเดือนกว่าด้วยนะคะ แง แบบว่าคิดไม่ออกจริงๆ ค่ะ T^T แพลนตอนแรกคิดว่าจะแต่งให้จบในเดือนที่แล้วแต่ก็ทำไม่ได้ โกรธตัวเองมากๆ ทั้งที่พูดเอาไว้แล้วจุดนี้ไม่มีอะไรจะแก้ตัวค่ะ อีก4ตอนที่เหลือจะตั้งใจเขียนออกมาให้ดีที่สุดค่ะ อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยแต่เราจะทำE-bookแน่นอนค้าบรวมท้งมีตอนพิเศษเหมือนที่เคยบอกเอาไว้ เรื่องเวลาขอไม่เฟิร์มแล้วกันค่ะน่าจะช้ามากๆ เพราะต้องอ่านหนังสือเตรียมเข้ามหาลยในปีหน้านี้แล้ว ขอบคุณที่ยังติดตามกันนะคะ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ  


#จริงหรือป๋อ


ฝากcomment+เล่นแท็กกันด้วยนะคะ รอทุกคนอยู่ค่ะ!

ขอบคุณที่ติดตามค้าบ


@wishone__


Thank You :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 239 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

440 ความคิดเห็น

  1. #432 My love markbam (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 01:04
    เจ็บจี๊ด้ลย สงสาร
    #432
    0
  2. #413 nalinrat4869 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 20:24
    ขออนุญาตน้ำตาซึมค่ะ

    เจ็บอ่ะ น้องงงงงงงงงงงงงงงงงง
    #413
    0
  3. #384 Linniejeje (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 09:34
    สงสารอี้ป๋อ ทำไมจ้านทำน้องแบบนี้
    #384
    0
  4. #383 amon17925500 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 22:02
    ไรท์จ๋า คิดถึงมากกด
    #383
    0
  5. #382 Opalchaiyanil (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 21:11
    มันเปนหน่วงๆๆ
    #382
    0
  6. #381 NamWan0263 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 21:02
    งื้อออเจ็บดีค่ะ
    #381
    0
  7. #380 EngEng18 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 08:35
    เย้ๆๆๆๆๆไรท์กลับมาแล้วววววว
    #380
    0
  8. #379 Serummydear (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 05:57
    เฮ้ออออ
    #379
    0
  9. #378 fonflm (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 17:09

    มันเศร้า
    #378
    0
  10. #377 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 14:49
    มันเศร้า
    #377
    0
  11. #375 amon17925500 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 18:44

    คือแบบไรท์
    #375
    0
  12. #373 bencharat muangngam (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 18:06
    ไรท์ตื่นมาทุบหัวเราทำมายยยยยย
    ฮืออออออออ

    เจ็บแบบจุกๆ
    #373
    0
  13. #372 Borbest (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 14:58
    จุกค่ะแม่ เข้าใจการตัดสินใจของทั้งสองนนะ ฮือออ
    #372
    0
  14. #371 Boutsaba_ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:24

    ทำไม~~~
    #371
    0