END [ป๋อจ้าน] Facts about Yibo #จริงหรือป๋อ

ตอนที่ 2 : Facts #2 หวังอี้ป๋อไม่ค่อยชอบพูด [Rewrite]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,516
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,271 ครั้ง
    16 ส.ค. 63

Facts #2 หวังอี้ป๋อไม่ค่อยชอบพูด



           วิ่งหนีมาได้ไกลมากพอสมควร  เสียงหอบหายใจดังถี่ยิบเพราะความเหนื่อยจากการวิ่ง  ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยวิ่งเร็วขนาดนี้มากก่อน  โชคดีที่บริเวณนี้มีตู้กดน้ำอัตโนมัติตั้งอยู่ใกล้  ๆ  หยอดเหรียญกดซื้อน้ำดับกระหาย  เมื่อน้ำเย็นไหลลงสู่ลำคอแห้งผากความเย็นทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมานิดหน่อย  หาที่นั่งแถวนั้นรอให้หายเหนื่อยก่อนกลับบ้าน


ใครจะไปคิดว่าคนอย่างอี้ป๋อจะมาโผล่อยู่ที่Yeouido  Hangang  Park  ไม่คิดด้วยว่าเขาจะกล้าดึงแมสก์ลงในที่สาธารณะ  ไม่กลัวแฟนคลับเห็นหรือไง?


นึกแล้วยังตกใจไม่หาย  ดีแค่ไหนที่ไม่หัวใจวายตายตรงนั้นน่ะ


จ้านเกอ”  เชี่ย  ตามมาเหรอ!  ผมลุกขึ้นพรวดเตรียมตัววิ่งอีกครั้ง  เห้ย  เกอจะหนีผมทำไม


อย่าตามมานะ!  ห้ามตามมาเด็ดขาดเลย


ผมเซฮุนน้องเกอไง”  ไม่ต้องมาโกหก  โอเซฮุนยุ่งจะตายไม่มีเวลามาเดินเล่นแถวนี้หรอก  ไม่มีทาง!


จะว่าไปพอฟังดูดี  ๆ  แล้วไม่ใช่เสียงของอี้ป๋อนี่หว่า  ให้ตายสิท่าทางตกใจเมื่อกี้น่าอายเป็นบ้า


เซฮุน”  ไอดอลหน้าใหม่รุ่นน้องคนสนิทในมหาวิทยาลัยของผมเอง


อืม  เซฮุนไม่ใช่อี้ป๋อ”  อย่ามาเล่นลิ้นนะโอเซฮุน!


นายมาทำอะไรที่นี่”  ถามด้วยความสงสัย


มาเดินเล่นครับ”  เซฮุนหย่อนสะโพกลงบนม้านั่งตัวเดิมที่ผมเพิ่งนั่งไปเมื่อไม่กี่วิที่ผ่านมา  ไม่นั่งเหรอ


ไม่อะ  จะกลับแล้ว


โห  เพิ่งเจอกันเองนะ  ไม่ได้เจอเกอมานานคิดถึ๊งคิดถึง”  ดูหน้าเขาสิ  เชื่อตายแหละ


เพิ่งเจอกันวันก่อนเถอะ


ทำไมเมื่อกี้ผมเรียกต้องตกใจด้วย  หนีใครมาปะเนี่ย  เขาเอ่ยแซ็ว


ไม่ได้หนีใครมาสักหน่อย!


แหนะ  มีอะไรแน่   เกลียดหน้าของเขาเวลานี้ที่สุด  ใบหน้ากวนประสาทนี่น่ะ  หนีใครมาน้า  หวังอี้ป๋อเหรอ


เซฮุน เรียกคนตรงหน้าเสียงแข็ง


ทำไมต้องโมโหด้วยล่ะแซ็วเล่นเองเถอะ


โอเซฮุน  นายนี่มัน...ฮึ่ย!  กลับไปทำงานไป๊ยุ่งกับการคัมแบคนี่


เจอมาจริงเหรอวะ  ชอบเขาไม่ใช่เหรอทำไมพอพูดถึงถึงได้โมโหขนาดนั้น  คนอายุน้อยกว่าพึมพำกับตัวเองจ้านเกออย่าเพิ่งไป 


เสียงเซฮุนดังลั่นจนคนบริเวณนั้นหันมองหาต้นตอเสียง  หึ  ใครจะไปสนใจกันเล่า!  ผมเดินออกมาด้วยความหงุดหงิด  พูดเล่นแต่ดันเป็นเรื่องจริงนี่โคตรน่าหงุดหงิด  จี้ใจดำกันชัด  ๆ  จะไม่คุยกับโอเซฮุนเจ็ดวันเจ็ดคืนไปเลย...น่าโมโหเสียจริง


จำไว้เลยว่าหวังอี้ป๋อคือคำต้องห้ามของวันนี้!


ใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง  เมนก็เมนเถอะเว้นวันนี้ไว้สักวันก็แล้วกัน  ผมยังไม่พร้อมที่จะเจอหรือว่าคุยอะไรกับเขาทั้งนั้น  ไม่ว่าจะในสถานะไหนก็ตาม


เดินทางกลับบ้านด้วยความเศร้าแพลนทั้งหมดของวันได้ล่มลงอย่างเป็นทางการ


วันต่อมากว่าจะเดินออกจากบ้านแต่ละทีต้องมองซ้ายมองขวา  ไปมหาวิทยาลัยก็คอยหวาดระแวงผู้คนที่เดินสวนทางกันไปมา  หลังจากเลิกเรียนตรงดิ่งกลับบ้านทันทีไม่ออกไปเที่ยวเล่นแม้ในใจจะอยากไปมากก็ตาม  ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังสักคน  หากเล่าไปคงถูกเค้นถามสาเหตุ  คนที่เสียหายก็คงไม่พ้นอี้ป๋ออีก  เซียวจ้านน่ะไม่เท่าไหร่หรอกชื่อเสียงของเด็กคนนั้นอาจจะเสียหายป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดีเลยก็ได้  วงการบันเทิงน่ากลัวจะตายไป  ถ้าให้แลกความสบายใจของผมกับชื่อเสียงของอี้ป๋อผมเลือกที่จะเก็บเรื่องนั้นไว้กับตัวจะดีเสียกว่า


จะไม่มีวันยอมให้ใครมาทำลายหวังอี้ป๋อเด็ดขาด


ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหนก็ตาม  เซียวจ้านไม่ยอม

 

ตลอดสามสัปดาห์มานี้ผมใช้ชีวิตวนลูปแค่ภายในมหาวิทยาลัยกับที่บ้านเท่านั้น  ไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นหรือสังสรรค์กับเพื่อน  ไม่มีอะไรเกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา  วันนี้คือวันแรกที่จะออกไปใช้ชีวิตเที่ยวเล่นดังปกติทั่วไป


Rrrr Rrrr


ชื่อโอเซฮุนปรากฏอยู่บนจอมือถือ


จ้านเกอ


มีอะไร


วันนี้ว่างปะ  จะเลี้ยงขอบคุณเกอเรื่องที่ช่วยติวหนังสือให้


เสียใจด้วยวันนี้เกอจะไปเที่ยวคาเฟ่แหละ  ตอบไปด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี  ไว้วันหลังแล้วกัน


โอเค  ไว้เจอกันครับ  ปลายสายพูดแค่นั้น


ผมจัดการเก็บกล้องถ่ายรูปตัวโปรดลงในกระเป๋าเป้  ไม่ลืมหยิบของสำคัญอย่างกระเป๋าสตางค์  กุญแจบ้าน  แล็ปท็อปสำหรับทำงานและมือถือติดไปด้วย  คาเฟ่วันนี้เป็นคาเฟ่โปรดของผมซึ่งตั้งอยู่ในย่านยอนนัมดง  ร้านตั้งอยู่เกือบสุดซอยไม่ค่อยมีผู้คนสัญจรผ่านเสียเท่าไหร่  บรรยากาศจึงค่อนข้างเงียบสงบไม่มีความวุ่นวาย  ขนมและเครื่องดื่มรสชาติดีทีเดียว  แอบเสียดายนิดหน่อยที่ไม่ค่อยมีใครได้ลิ้มลองมัน  ผมเคยมีความคิดจะเปิดเพจรีวิวด้วยแต่เพราะขี้เกียจเลยพับโครงการเก็บไว้ก่อน


ใช้เวลาไม่นานมากนักในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน  อากาศกลางเดือนเมษายนค่อนข้างอบอุ่นมาบ้างแล้ว  ระหว่างทางเดินมาคาเฟ่มีต้นพ็อตโกตหรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อซากุระบานอยู่เต็มริมถนน  สีชมพูอ่อน  ๆ  กับบรรยากาศดี  ๆ  รอบข้างทำให้ไม่อยากละสายตาไปจากมันเลย


เดินเข้ามาจนเกือบสุดซอยเท้าหยุดตรงหน้าคาเฟ่เล็กก่อนเปิดประตูเข้าไป  เจ้าของร้านทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นทุกที  ภายในร้านเงียบสงบไม่มีลูกค้าคนอื่นนอกจากผม  ร้านตกแต่งด้วยสีขาวและไม้สีน้ำตาลอ่อนเป็นหลัก  มีต้นไม้สีเขียวชอุ่มตัดทำให้รู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้มา  เดินตรงไปยังเคาน์เตอร์เพื่อสั่งเครื่องดื่มและขนมมากินรองท้องเพราะตอนเช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องนอกจากน้ำ


เลือกนั่งโต๊ะสำหรับสองคนบริเวณใกล้กับต้นไม้ในกระถาง  ลงมือเปิดแล็ปท็อปเพื่อทำงาน  ไม่นานนักพี่เจ้าของร้านได้นำลาเต้ร้อนกับเค้กช็อกโกแลตมาเสิร์ฟถึงโต๊ะ  เธอวางคุกกี้น่าตาน่ารักไว้ด้านข้าง


แถมให้จ้านนะ มาบ่อยจนสนิทกับเจ้าของร้าน


ขอบคุณครับ


จัดองค์ประกอบของบนโต๊ะให้สวยงาม  หยิบกล้องจากในกระเป๋าเป้ลงมือถ่ายรูปแล้วส่งไฟล์เข้ามาในมือถือ   อัปโหลดลงบนอินสตราแกรมส่วนตัวตามปกติโดยไม่ลืมแท็กชื่อร้าน  อินสตราแกรมของเซียวจ้านมีผู้ติดตามไม่มากนักส่วนมากก็จะเป็นเพื่อนและคนรู้จักมากกว่า


940412sh : จ้านเกอมาที่นี่อีกแล้วเหรอ

 

เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นเพราะแอ็กเคานต์ลับของเซฮุนมาคอมเมนต์  ตอบกลับคนอายุน้อยกว่าแบบกวน  ๆ  เซฮุนเป็นไอดอลจะทำอะไรก็ต้องระมัดระวังโดยเฉพาะบนโลกออนไลน์  จะให้ใช้แอ็กเคานต์จริงมาหยอกล้อเล่นกับผมหรือเพื่อน  ๆ  นอกวงการคงไม่เหมาะเท่าไหร่นัก  บางทีก็มีคำหยาบคายปะปนมาบ้าง  ภาพลักษณ์สำหรับไอดอลเป็นสิ่งสำคัญมากจะทำอะไรต้องระวังตัวเสมอ  เจ้าตัวจึงสร้างแอ็กเคานต์ลับขึ้นมาสำหรับใช้กับคนสนิทแทน  ผมรู้จักเขาตั้งแต่ก่อนเดบิวต์มานานมากพอสมควรเรียกได้ว่าเกือบเท่ากับอี้ป๋อเลย  มันไม่ใช่เรื่องแปลกหากเราจะสนิทกัน


จัดการเสียบหูฟังไร้สายเปิดเพลงคลอทำงาน  ฮึมฮัมเพลงออกมาเบา  ๆ  อย่างอารมณ์ดี  สายตาจับจ้องอยู่กับจอแล็ปท็อป  นิ้วเรียวกวาดลงบนแป้นพิมพ์อย่างชำนาญโดยไม่มีทีท่าจะหยุดลงในเวลาอันใกล้


เหลือบเห็นเงาอ่อน  ๆ  ของใครบางคนอยู่ข้าง  ๆ  โต๊ะขณะคลิกเมาส์ไร้สาย  คงจะเป็นลูกค้าคนอื่นมาเลือกนั่งจับจองโต๊ะผมจึงตั้งใจทำงานต่อไปจนใกล้จะเสร็จ   ผ่านมาสักพักเงานั้นไม่ยอมหายไปเสียที  ละสายตาจากจออิเล็กทรอนิกส์หันไปมองเจ้าของเงา


ทันทีที่เห็นเผลอสะดุ้งเล็กน้อย  ความถี่ของหัวใจเพิ่มขึ้นพร้อมกับเสียงตึกตักในอกแทบจะได้ยินทะลุออกมา  ดวงตาสีเข้มจ้องมองมาดุ  ๆ  แม้จะมีแมสก์สีดำสนิทปกปิดใบหน้าส่วนล่างแต่กับคนที่คุ้นเคยกับเขาอย่างผมรู้ได้ทันทีว่าเจ้าของใบหน้าภายใต้หน้ากากสีดำเป็นใคร


หวังอี้ป๋อนายมาทำอะไรที่นี่!


ขาเริ่มสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด  พยายามขยับเขยื้อนมือเก็บของบนโต๊ะทว่ากลับถูกมือของคนตรงหน้าทับลงไปกับแป้นพิมพ์ดังตุบ  ส่วนมืออีกข้างของเขาจับอยู่บนขอบเก้าอี้  ร่างสูงโน้มตัวลงมาเล็กน้อยผมไม่สามารถลุกออกไปไหนได้ เพราะหวังอี้ป๋อได้ล็อกตัวผมให้นั่งติดกับเก้าอี้ไว้แล้ว


จ้านเกอเรามาคุยกันหน่อยไหม  ไม่เอาไม่คุย!


เอ่อคือว่า…”  ต้องทำยังไงกับสถานการณ์นี้


หันหน้าหลบสายตาด้วยความประหม่า  ตาเหลือบไปเห็นหน้ากระดาษว่างเปล่าบนจอแล็ปท็อป  ผมเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกใจ


หายไปไหนหมด  งานของผมหายไปไหน!  ความรู้สึกหนัก  ๆ  บนมือทำให้ทราบสาเหตุโดยทันที  ไม่รอช้ารีบหันขึ้นไปมองคนตัวสูงสะบัดมืออย่างแรง  หวังอี้ป๋อทำงานของผมหายไปและที่สำคัญคือผมไม่ได้เซฟไฟล์ไว้ด้วย


นายนายทำงานของฉันหาย ตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความโมโห  ออกไปเลยไม่ต้องมายุ่ง!”


ความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วดวงตา  มันเริ่มแดงก่ำแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่  กำหนดส่งงานวันสุดท้ายคือวันพรุ่งนี้  อุตส่าห์นั่งทำงานหลังขดหลังแข็งมาตั้งสามชั่วโมง  เหลืออีกไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์งานทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์ทว่ามันกลับหายไปต่อหน้าต่อตา  พยายามกู้ไฟล์แล้วก็ไม่เป็นผล


หวังอี้ป๋อทำแบบนี้กับเกอได้ยังไง  ฮือ


ผมอยากร้องไห้


บอกให้ออกไปไง  ตวาดใส่อี้ป๋ออีกครั้ง


...


ไม่ได้ยินที่พูดเหรอ  หงุดหงิดไปหมด  พอมองใบหน้าสลอนใต้แมสก์ของอีกฝ่ายแล้วกลับเกิดความรู้สึกเจ็บแปลบในใจ


ผมเผลอทำตัวแย่  ๆ  ใส่อี้ป๋อจนได้


ขอโทษ สายตาเขาบ่งบอกเด่นชัดว่ารู้สึกผิดมากแค่ไหน  ผมไม่ได้ตั้งใจ


ทั้งที่ควรรู้สึกโกรธมากกว่านี้แท้  ๆ  แต่ใจกลับอ่อนยวบ  น้ำเสียงจริงจังรวมกับสายตานั้นทำให้เริ่มผมโกรธไม่ลง  พลางถอนหายใจออกมาหนัก  ๆ  ก่อนมองไปยังใบหน้าของเจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบสามเซนติเมตร  พอรู้สึกตัวความรู้สึกผิดได้คืบคลานเข้ามาแทนที่


เกอก็ขอโทษที่ตวาดใส่  อี้ป๋อไม่ได้ตั้งใจเซียวจ้านรู้  เซียวจ้านผิดที่ควบคุมตัวเองไม่ได้


ไม่เป็นไร  เขาตอบกลับมาแค่นั้น


มีเรื่องจะคุยใช่ไหม ผมคงไม่สามารถหลีกหนีปัญหาเหล่านี้ได้อีก  เรารีบมาจบเรื่องนี้กันดีกว่า


อี้ป๋อพยักหน้าก่อนเอ่ยตอบ  ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณ


นั่งลงก่อนสิ เขาทำตามอย่างว่าง่าย  นายมีอะไรก็พูดมาเกอจะได้ทำงานต่อ


ทำงานให้เสร็จก่อน  ผมรอได้


มันเรื่องสำคัญไม่ใช่เหรอ


งานของคุณสำคัญกว่า  อีกอย่างมันไม่ใช่เรื่องด่วนอะไร”  มือหนาดึงแมสก์ลงมาอยู่ใต้คางเผยให้เห็นใบหน้าไร้เครื่องสำอาง  ไม่ต้องห่วงวันนี้วันหยุด


เข้าใจแล้ว


เจ้าตัวพูดถึงขนาดนี้แล้วคงไม่อาจปฏิเสธได้แล้วล่ะ  ผมเริ่มลงมือทำงานใหม่อีกครั้งโดยมีสายตาของอี้ป๋อมองมาแทบจะตลอดเวลา  สายตาของหวังอี้ป๋อทำให้ผมรู้สึกประหม่าอยู่ไม่น้อย  สถานการณ์นี้น่าอึดอัดเป็นบ้า  สถานะระหว่างเรามันก่อให้เกิดความรู้สึกเหล่านั้นขึ้นมา


ไอดอลที่ชอบมานั่งเฝ้าทำงานเนี่ยนะ  มันมีที่ไหนบ้างล่ะ


อึดอัดเหรอ ราวกับว่าถูกอ่านความคิด


นิดหน่อยน่ะ


คิดว่าผมเป็นเพื่อนคุณก็ได้  ไม่ต้องสนใจสถานะอะไรทั้งนั้น  ทำได้มั้ยจ้านเกอ


อื้อ  จะพยายาม


พูดมันพูดง่ายนะอี้ป๋อแต่ทำโคตรยากเลย


ผมช่วยได้นะ  เขาเสนอ


ไม่ต้องหรอกเกอทำเองไวกว่า


เรานั่งอยู่ในคาเฟ่จนเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงเย็น  เลขสี่ข้างหน้ากับสิบเศษ  ๆ  ข้างหลังบนจอนาฬิกาดิจิตอลเป็นตัวบอกเวลา  จัดการเซฟไฟล์งานและตรวจเช็คอย่างรอบคอบ  เมื่อแน่ใจจึงลงมือปิดแล็ปท็อปลง  โชคดีที่จดจำรายละเอียดสิ่งที่ทำไปก่อนหน้าได้จึงย่นเวลาลงได้เยอะ


ผู้ชายที่บอกว่าจะอยู่รอเขาทำตามคำพูดจริง  ๆ  ตอนนี้เจ้าตัวกำลังเดินไปเข้าห้องน้ำส่วนผมจัดการเก็บของลงในกระเป๋า  ทันทีที่ปิดซิปเสียงประตูห้องน้ำได้เปิดออกพอดี  ร่างสูงเดินมานั่งยังเก้าอี้ตำแหน่งตรงข้ามผมเหมือนเดิม


ตกลงว่ามีเรื่องอะไรจะคุยกับเกอ เผลอเม้มปากเข้าหากันเล็กน้อย


หิวข้าว


ห๊ะ


ผมบอกว่าหิวข้าว  เขาเว้นจังหวะราวกับว่ารอให้ผมพูด  ไปกินข้าวเป็นเพื่อนหน่อย


อ่าว แล้วเรื่องนั้น…”


เอาไว้ทีหลัง  คุณก็หิวไม่ใช่เหรอผมได้ยินเสียง  ได้ยินเสียง?  หมายถึงเสียงท้องร้องของผมอะนะ  ท้องของคุณร้อง


จ๊อกก


ไม่ปฏิเสธใช่ไหม  เหมือนว่าเป็นคำถามแต่สายตานั่นมันบังคับกันชัด  ๆ  


สุดท้ายผมถูกอี้ป๋อลากไปทานข้าวจนได้  ร้านอาหารอยู่ไม่ห่างจากคาเฟ่มากนักเดินไปแค่สองตรอก  ภายในร้านไม่ได้มีผู้คนมาก  มีเพียงคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งและเด็กนักเรียนผู้ชายประมาณสี่คน  โต๊ะอาหารเป็นแบบนั่งพื้นทั้งหมด  เดินตามคนตัวสูงหาที่นั่งในมุมลับสายตาคน  อี้ป๋อดูค่อนข้างคุ้นเคยกับร้านพอสมควรจากการพูดคุยกับพนักงาน


จัดการลงมือสั่งอาหาร  เรารออาหารกันประมาณยี่สิบนาที  คุณลุงยกมาเสิร์ฟอย่างคล่องแคล่ว  ไม่รอช้าที่จะจัดการกับสิ่งตรงหน้าด้วยความหิวโหย


ผมรับรู้ถึงบรรยากาศแปลก  ๆ  ระหว่างเรา  ไม่คิดเหมือนกันว่าจะมีโอกาสได้มาทานข้าวกับเขา  ถึงจะบอกให้คิดว่าเป็นเพื่อนก็เถอะ  ไม่ว่ายังไงผมก็รู้สึกแปลกอยู่ดี


เราอยู่ในร้านอาหารร่วมชั่วโมงครึ่ง  พอเดินออกมาแสงสว่างจ้าในตอนแรกเริ่มจางหายไป  ดวงตะวันเข้าใกล้ทิศตะวันตกมากยิ่งขึ้น  เดินเล่นตามตรอกถนนซอกซอย  ร่างสูงของอี้ป๋อหยุดลงอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้ามสนามเด็กเล่นอย่างไม่ทราบสาเหตุ  ผมสังเกตเห็นว่าถนนสายนี้มีต้นพ็อตโกตบานจนเกือบสุดสายพอรวมเข้ากับแสงอาทิตย์ที่กำลังสนธยาทุกอย่างดูลงตัวไปหมด


ถ่ายรูปให้หน่อย  อี้ป๋อยื่นสมาร์ตโฟนมา  เคสมือถือของเขามันเป็นหนึ่งในของขวัญวันเกิดที่ผมส่งไปให้เมื่อปีที่แล้ว


เขายังใช้อยู่เหรอ?  หัวใจของเซียวจ้านกำลังพองโต


ไม่กลัวเกอแอบชิ่งหนีหรือไง  ข้อมูลนายเยอะแยะเอาไปขายได้หลายวอนเลย  ผมยิ้มขำ


“หึ  คุณไม่ทำหรอก”


นายกล้ามั่นใจกับคนที่แทบไม่รู้จักง่าย  ๆ  เนี่ยนะ  พูดไปพลางพร้อมจัดองค์ประกอบภาพ


อี้ป๋อยืนเต็มความสูง  มือหนาอยู่ในกระเป๋าโค้ทตัวยาวสีดำ  เขาจัดการกับผมตัวเองเล็กน้อย  เพียงแค่นี้คนตรงหน้าก็ดูดีมาก  มันน่าอิจฉานะว่าไหม


ใครว่าไม่รู้จัก อี้ป๋อเงียบไปพักหนึ่ง  คุณกับผมเรารู้จักกันมาสี่ปีแล้วนะจ้านเกอ


ใช่  เรารู้จักกันมาสี่ปีแล้ว


อย่าพูดว่าไม่รู้จักกันอีก  จากนั้นดูเหมือนว่าเขาจะพึมพำอะไรสักอย่าง  คำพูดของเขาทำเอาผมอึ้งอยู่เหมือนกัน


ดีใจที่เขาจำได้


หนึ่ง  สอง  สาม


แชะ  แชะ


“เรียบร้อย ยื่นส่งมือถือคืนเจ้าของ


ขอบคุณ


นี่  สรุปนายมีเรื่องอะไรจะพูดกับเกอกันแน่  ผมเอ่ยเปิดประเด็น


ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นคุณ เขาคงหมายถึงงานของบลัดสินะ  ถึงจะเป็นช่วงเตรียมสำหรับปล่อยอัลบั้มใหม่แต่บลัด ยังคงมีงานอยู่เรื่อย  ๆ  ไม่ปล่อยให้แฟนคลับบ่นคิดถึง

ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเท่าไหร่  มันก็ไม่ได้ยุ่งจนไม่มีเวลาขนาดนั้นหรอก  แค่ไม่พร้อมไปเจอหน้าเขาเท่านั้นเอง หลังจากนี้น่าจะไปหาได้แล้วแหละ


อย่าหายไปไหนนานอีก


“…”


ผมไม่ชอบ


ยิ้มตอบพร้อมพยักหน้าบ่งบอกว่าเข้าใจแล้ว  เขาคงจะหมายถึงเรื่องที่ไม่ค่อยเห็นผมนั่นแหละ  ปกติแล้วผมมักจะไปตามงานเขาบ่อย  ๆ  แต่ไม่ได้ถึงขั้นตามทุกงาน  คนตรงหน้าคงจะรู้สึกใจหายที่จู่  ๆ  แฟนคลับคนที่ตัวเองเจอบ่อย  ๆ ก็หายไป


จะไม่หายไปไหนอีกแล้ว


ริมฝีปากหนายกยิ้มขึ้นเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น  เขากำลังยิ้มอยู่  แม้จะเป็นพียงแค่เสี้ยววินาทีผมเห็นว่าหวังอี้ป๋อยิ้ม  คนที่ยิ้มยากอย่างเขายิ้มออกมาเพราะคำพูดเมื่อกี้ของผมงั้นเหรอรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก


ดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มของเขา


ไม่รู้ว่าเราหยุดอยู่ตรงนี้มานานเท่าไหร่  พูดคุยกันระหว่างเส้นทางเพื่อไม่ให้บรรยากาศเงียบจนเกินไป  พลางนึกถึงหน้ากระดาษสีขาวบนจออิเล็กทรอนิกส์  มีประโยคหนึ่งบอกไว้ว่าหวังอี้ป๋อไม่ชอบพูดเพราะพูดไม่เก่ง  วันนี้คนตรงหน้าพูดมากกว่าปกติไม่ใช่เหรอ


พูดเก่งออกนี่นา


ในตอนแรกผมอยากให้ช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันรีบหมดลง  แต่ตอนนี้กลับอยากหยุดเวลาเอาไว้  อยู่กับเขาโดยไม่คำนึงถึงสถานะระหว่างเรามันก็ดีเหมือนกัน  ไม่ต้องคอยเป็นกังวลอะไรทั้งสิ้น  เราสองต่างเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง  ผมยังจะอยากใช้เวลาอยู่กับเขาต่อ  ทว่าอีกเพียงไม่กี่นาทีข้างหน้าเราต้องจากกัน


เวลาของเรากำลังจะหมดลง


หากเดินผ่านไปอีกสองซอยจะเริ่มเห็นผู้คนเดินพลุกพล่านมากขึ้น  อี้ป๋อคงจะรู้เหมือนกันเขากระชับแมสก์ขึ้นเช็คความเรียบร้อยของตัวเอง  ผมตัดสินใจถามเรื่องค้างคาภายในใจกับอี้ป๋อไป  สองเท้าของหยุดหลงรวบรวมความกล้าก่อนพูด


หวังอี้ป๋อ  เขาหยุดเดินลงพร้อมหันหลังกลับมา  เรื่องสำคัญของนายที่ว่าคืออะไร


พูดไปแล้ว ตอนไหนกัน  พูดไปตอนไหน?


เกอนึกว่านายจะพูดเรื่องวันนั้นที่อยู่ยออิโด


เห็นวิ่งหนีไปแบบนั้นก็รู้แล้วล่ะว่าคืนนั้นเป็นคุณ


อ่าว


มีใครที่ไหนบ้างไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรแล้วชิ่งหนีไปก่อนแบบนั้น  นอกจากว่าจะรู้อยู่ก่อน  ถ้าผมไม่วิ่งหนีวันนั้นเขาอาจจะไม่รู้ว่าเป็นผมใช่ไหม  ถึงคุณไม่หนีไปผมก็รู้ว่าเป็นคุณ


ทำไมถึง...


ทำไอ้นี่ตกไว้ไง อี้ป๋อหยิบสมุดโน้ตยื่นมาให้  มันคือสมุดโน้ตบันทึกตารางงานของเจ้าตัว  ของเซียวจ้าน  ชื่อผมเด่นหราอยู่ตรงหน้าสมุด  ถึงว่าทำไมถึงหามันไม่เจอสักที


ได้เปิดดูหรือเปล่า  อี้ป๋อพยักหน้า  โห  แบบนี้ก็รู้หมดเลยอะดิว่าจะไปงานไหนบ้างถ้าคัมแบค แอบบ่นใส่คนถือวิสาสะเปิดของคนอื่นโดยพลการ


แล้วอีกอย่างนะเซียวจ้านที่ผมรู้ว่าเป็นคุณไม่ใช่เพราะสมุดหรอก


...


มันเป็นเพราะกลิ่นน้ำหอมต่างหาก  ผมไม่ได้เมาถึงขั้นไม่มีสติ  ดังนั้นผมจำทุกอย่างได้  รับรู้ทุกกระทำของตัวเองและผมจะไม่ขอโทษเพราะมันคือความตั้งใจ

 

 

 


------


          [190825] น๊องงงง ทำงานของเกอหายได้ไงดีแค่ไหนคอมไม่พัง! เดี๋ยวมาต่อวันอังคารช่วงเย็นค่าขอเราไปสอบก่อนนะคะ //ยิ้มแห้ง


          [190827] เราแก้ไขชื่อตอนนะคะ ชื่อนี้น่าจะเข้ากว่า ยังไม่ได้ตรวจสอบคำผิดเลยเดี๋ยวพรุ่งนี้มารีไรท์ค้าบ ขอบคุณทุกๆ คอมเมนต์เลยนะคะ เราได้อ่านทุกคอมเมนต์เลย มีกำลังใจเต็มเปี่ยมมากๆ ขอบคุณมากๆ เลยค่า


#จริงหรือป๋อ


Thanks for reading.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.271K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

440 ความคิดเห็น

  1. #437 despasito (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 22:47
    ว่าแล้วว่าน้องไม่เมา
    #437
    0
  2. #416 Tidvita (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 09:21
    อ้าวเห้ย พีคเฉย 😂
    #416
    0
  3. #404 kukieD (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 19:13
    แรงมากกกกกกกก ใจเกอก็แค่นี้ ฮื่อออออ
    #404
    0
  4. #395 Ponponpaka (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 00:12
    โอ้ยยย อิน้องมันไม่ได้เมา
    #395
    0
  5. #390 jttsf (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 17:12
    กี้ด ไม่ไหวแน้วแม่
    #390
    0
  6. #351 K.NumNim18 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 12:33
    รู้แหละว่าไม่ตั้งใจ แต่ความงานหายนี่คือโคตรเจ็บอะ...
    #351
    0
  7. #350 nokmalody (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 09:01
    เรื่องสนุกดีค่ะ...
    #350
    0
  8. #329 Mermaidtears (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 13:41
    ตั้งใจจจจจ​ ตั้งใจจจจจริงๆสินะอิป๋ออออ
    #329
    0
  9. #313 YZHAN (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 06:55
    ไม่ใช่เล่นๆนะเด็กคนนี้
    #313
    0
  10. #290 monsterj (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 13:16
    ตั้งใจด้วยว่ะ เด็กมันเอาว่ะ
    #290
    0
  11. #287 demon@0@ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 16:51
    คนจริงมากแม่!!
    #287
    0
  12. #263 pondww♥ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 03:53
    ให้ตาย พูดตรงเป็นบ้าเลยอี้ป๋อ นึกว่าตัวจริงเถอ555555
    #263
    0
  13. #256 Tacxy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 18:47
    กี้ดดด สมกับเป็นข้า
    #256
    0
  14. #248 little.praew (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 03:16
    กล้าทำกล้ารับ คนจริงมากค่าาาา
    #248
    0
  15. #228 Myaiw (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 08:05
    ตั้งใจ แรงมากโอโห้ทั่น
    #228
    0
  16. #197 ppchym (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 15:10
    แลงน้าาา
    #197
    0
  17. #192 0946086036 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 21:46
    อี้ป๋อพูดน้อยต่อยหนักจ้าา
    #192
    0
  18. #185 beambayy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 01:08
    แรงมากพ่อทั่น!!!!!
    #185
    0
  19. #178 Rabbit of Wolf (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 15:21
    โหย ป๋อ โคตรจาแมน
    #178
    0
  20. #176 Auy_yibo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 12:51
    ป๋อตั้งใจอ่ะว้าวววฟินไปอีก
    #176
    0
  21. #173 _Nenuu_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 19:13
    โง้ยเธอออออออ ทำไมถึงตั้งใจ ทำไมๆๆๆๆๆ
    #173
    0
  22. #148 Creammy_jubjub (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 20:23
    โยนทรส.ทิ้งแล้วแม่ ฟินมากกกก
    #148
    0
  23. #137 pukun_jh (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 12:49
    ตะ.ตั้งใจหรือนี่...โอ้คุณพระ จ้านเกอไม่ปลอดภัยเสียงแล้ว
    #137
    0
  24. #135 normal curve (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 16:35
    ตายไปเรยทั้งหมดคือมีสติจ้าาาา
    #135
    0
  25. #122 Wrn Js (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 18:09
    มีสติซะด้วยย จ้านเกอโดนต้มเปื่อยเลย
    #122
    0