END [ป๋อจ้าน] Facts about Yibo #จริงหรือป๋อ

ตอนที่ 16 : Facts #13 หวังอี้ป๋อปลอบไม่เก่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,215
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 198 ครั้ง
    3 มี.ค. 63

Facts #13 หวังอี้ป๋อปลอบไม่เก่ง



เซียวจ้านตื่นขึ้นมาในช่วงสายๆ เนื่องจากความอ่อนล้าทั้งกายและใจ ระหว่างนั้นได้ยินเสียงฝีเท้าดังตึงตังก่อนประตูจะถูกเปิดออก ปาร์คชานยอลมีใบหน้าหงุดหงิดพร้อมกับบ่นอะไรบางอย่างไม่หยุดหย่อน เขานั่งค้นหาเสื้อผ้าของตนแล้วส่งมา จ้องมองใบหน้าของเพื่อนสนิทดูพบว่าขอบดวงตาของคนตัวสูงดำคล้ำราวกับว่าไม่ได้นอนเลยทั้งคืน ท่าทางมึนๆ พร้อมกับเสียงหาววอดนั่นเป็นหลักฐานชั้นที่บ่งบอกดีว่าปาร์คชานยอลพักผ่อนไม่เพียงพอ


หงุดหงิดเหรอถามเสียงแผ่ว พร้อมกับขยี้ตาเล็กน้อย


อือ พ่อกับแม่อ่ะดิเอาแต่ชมหวังอี้ป๋ออยู่นั่น อี้ป๋ออย่างงั้นอี้ป๋ออย่างงี้ แหวะสีหน้าของชานยอลมันชัดเจนมากกว่าหมั่นไส้สุดๆ และกำลังทำตัวเป็นเด็กขี้อิจฉาที่ผู้ปกครองให้คนสนใจคนอื่นมากกว่า


 ผมหัวเราะให้กับท่าทางนั้น พลางคิดว่าหากเขานอนอยู่บนเตียงของเพื่อนสนิททั้งคืนโดยที่ได้รู้สึกตัวเลยว่ามีใครอีกคนเข้ามานอนด้วยแสดงว่าเจ้าของห้องไม่ได้นอนในห้องนี้


เมื่อคืนนอนที่ไหน


ห้องนั่งเล่นเขาทำให้เพื่อนตัวโตลำบากอีกจนได้ นอนกับหวังอี้ป๋อ


ว่ายังไงนะ! แสดงว่าเมื่อคืนอี้ป๋อนอนที่นี่อย่างนั้นเหรอ?


เฮ้ย อย่าเข้าใจผิดนะแค่นอน นอนเฉยๆชานยอลมีสีหน้าเลิ่กลั่กทั้งที่ผมยังไม่ได้เอ่ยอะไรเลย


ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรนี่


ให้ตายสิ เซียวจ้านไม่ได้คิดแบบที่ปาร์คชานยอลคิดเสียหน่อย ใครจะไปกล้าคิดกัน น่าเกลียดที่สุด!


 “แล้วเขาไปไหน


กลับไปแล้ว นี่ไม่ต้องทำเป็นหมาหงอยแบบนั่นหรอกน่า แค่ไปซ้อมเต้นเย็นๆมก็คงเลิกพอชานยอลเห็นสีหน้าผิดหวังของเพื่อนสนิทจึงรีบเอ่ยบอกทันที


น่าอายเป็นบ้า พึมพำกับตัวเอง เขาจำมันได้มึกอย่างว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ทำตัวน่าอายไปมากแค่ไหน


ไม่หรอก”  เจ้าของร่างสูงปลอบ  จะกลับห้องเมื่อไหร่


ชะงักกับคำถามของเพื่อนสนิทนิดหน่อย จะกลับเมื่อไหร่อย่างนั้นหรือ เขายังไม่พร้อมที่จะเจอหน้าป๊าตอนนี้ ซึ่งดูเหมือนว่าปาร์คชานยอลจะเข้าใจโดยทันทีเมื่อเห็นท่าทางของผม


แต่อย่าปล่อยค้างคานานล่ะ กลับไปเคลียร์ให้เข้าใจ


อือ” ขอเวลา ขอแค่อีกนิดเดียว


ผมยันตัวขึ้นเพื่ออาบน้ำจัดการตัวเองให้เรียบร้อย อาหารมื้อแรกของวันถูกจัดเตรียมไว้โดยพ่อแม่ของชานยอลก่อนที่พวกท่านจะออกไปทำงาน นั่งลงทานอาหารเงียบๆ เพียงคนเดียว ส่วนชานยอลนั่งเขี่ยมือถืออยู่ตรงข้าม


เออเซียวจ้านฉันบอกอี้ป๋อแล้วนะว่านายจะอยู่บ้านฉันอีกวัน


“...?”


หมอนั่นบอกจะเข้ามาตอนเย็น


งั้นเหรอ”


เด็กนั่นดูโคตรเป็นห่วงนาย คงจะชอบนายมากสินะ” สะดุ้งเล็กน้อย ช้อนและตะเกียบในมือกระทบกับจานเรียกเสียงหัวเราะจากคนตรงหน้าได้เป็นอย่างดี


บ้า


หวังอี้ป๋อบอกฉันหมดแล้วคิดว่าอยากรู้หรือไงกัน


วะ ว่าอะไรแน่นอนผมว่าอยากรู้


หึ ความลับอีกฝ่ายยิ้มอย่างมีเลศนัย มันทำให้หัวใจของผมเต้นโครมคราม อยากรู้ว่าทั้งสองคนคุยอะไรกัน ปาร์คชานยอลถึงได้รู้อะไรมากมายขนาดนี้


หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จสรรพ ปาร์คชานยอลเอ่ยบอกว่าจะออกไปทำธุระนอกบ้านค่อนวันจึงจะกลับมา ทั้งบ้านถูกความเงียบเข้าปกคลุมเนื่องจากไม่มีใครอาศัยอยู่ ณ เวลานี้นอกจากแขกอย่างผม ขนมขบเคี้ยวถูกหยิบออกมาจากตู้ นั่งดูหนังเพื่อเบ่งเบนความสนใจของตัวเอง โซฟาตัวเดิมที่ผมนั่งร้องไห้เมื่อคืนยวบลงไปเนื่องจากน้ำหนังตัวที่เทลงมา เสียงเคี้ยวมันฝรั่งทอดดังกรุบอยู่ภายในปาก


หลังจากหนังเรื่องแรกจบลงก็รู้สึกเบื่อขึ้นมา เหล่มองมือถือข้างๆ ที่เขากดปิดเครื่องไปเมื่อวานอย่างลังเล หากกดเปิดเครื่องขึ้นมาแล้วมีข้อความจากผู้เป็นบิดาปรากฏมันจะทำให้ตัวเขาเองรู้สึกแย่ไหม  คำถามมากมายเกิดขึ้นภายในใจ เขารู้ตัวดีกว่าตอนนี้ตัวเองกำลังหนีปัญหาอยู่ แต่ถ้าจะให้ไปเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านั้นก็คงทนรับมันไม่ไหว เซียวจ้านไม่ได้เข้มแข็งขนาดนั้น


ครั้งล่าสุดที่ตัวเองรู้สึกหวาดกลัวขนาดนี้มันก็ผ่านมานานมากแล้ว ควรจะเริ่มจัดการปัญหาพวกนี้ยังไง ทุกอย่างมันจะเรียบร้อยดีไหม เขาจะยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระเหมือนเดิมหรือเปล่า หรือว่าจะต้องคอถูกควบคุมความประพฤติดังนักโทษที่กระทำความผิดกันล่ะ 


ยิ่งคิดยิ่งฟุ้งซ่าน อาการปวดหัวหนึบๆ เกิดขึ้นอีกแล้ว ทุกครั้งที่เขาเครียดหรือกังวลอะไรมากๆ มักจะเป็นแบบนี้เสมอ


อยากให้ทุกอย่างเป็นเพียงแค่ความฝันที่เกิดขึ้นเมื่อวาน


ก็แค่ฝันร้าย เดี๋ยวมันก็ผ่านไป


อยากให้เป็นแบบนี้จริงๆ


ตัดสินใจออกไปเดินเล่นข้างนอกเผื่อว่ามันจะช่วยเยียวยาจิตใจได้บ้าง สีเขียวชอุ่มของต้นไม้ใหญ่ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง ลมเย็นอ่อนๆ พัดเข้ามาปะทะกับใบหน้า แสงอาทิตย์จางๆ บนนภาเนื่องจากถูกลองน้ำที่เกาะรวมตัวกันเป็นก้อนบังทำให้แสงสีแสบตาเบาบางลง


มายืนตากลมทำไมตรงนี้เสียงทุ้มของผู้มาเยือนดังเข้ามาในโสตประสาทหู รีบหันขวับหาต้นเสียงทันที ร่างสูงของชายวัยยี่สิบต้นๆ กำลังเดินเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ สีหน้าไม่ดีเลย เป็นอะไรหรือเปล่า


มือหนาของอีกฝ่ายแตะเข้าที่หน้าฝากอย่างถือวิสาสะ คิ้วหนาบนใบหน้าหล่อเหลาขมวดเข้าหากันเป็นปม


ปวดหัวนิดหน่อย


กินยาหรือยัง ส่ายหน้าเบา ให้คำตอบอีกฝ่าย เข้าไปข้างในเถอะ


ไหนชานยอลบอกว่าจะเข้ามาตอนเย็นหวังอี้ป๋อมีซ้อมเต้นนี่นา


แอบหนีมาเพราะเป็นห่วงคุณไงใจกระตุกวูบ เขากำลังทำให้อี้ป๋อลำบากหรือเปล่า? “ล้อเล่น วันนี้ตั้งใจซ้อมเลยพักไว เย็นๆ ค่อยเข้าตึกอีกทีตึกที่ว่าคือค่ายต้นสังกัดของไอดอลหนุ่มที่กำลังเหล่ซ้ายขวาอยู่ตรงหน้าผมเพื่อหาอะไรบางอย่าง


หาอะไรเหรอ


ยักษ์


ห๊ะ


หมายถึงปาร์คชานยอล


ออกไปธุระข้างนอกน่ะสักพักคงกลับ


ออกไปเหล่สาวน่ะสิไม่ว่าอี้ป๋อพึมพำแต่มันดังมากพอที่ผมจะได้ยิน


สนิทกันแล้วสินะ หากหวังอี้ป๋อรู้และกล้าบ่นออกมาแบบนี้แสดงว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่คงจะพัฒนาแล้ว เพราะเรื่องแบบนี้น่ะถ้าไม่สนิทชานยอลคงไม่เล่าให้ฟัง


ไม่


โกหกชัดๆ เลย เรื่องผู้หญิงถ้าไม่สนิทชานยอลไม่พูดหรอกนะ


ก็ไม่ได้สนิท ไม่อยากสนิทด้วย


เอ๋ ทำไมล่ะทำไมหวังอี้ป๋อถึงแสดงอาการไม่ชอบปาร์คชานยอลขนาดนี้ล่ะ


หมั่นไส้เพียงเพราะแค่นี้เหรอ สนิทกับเซียวจ้านเกินไป ไม่ชอบ


ทำไมผมต้องยิ้มให้กับคำตอบนี้ด้วยนะ รู้สึกร้อนขึ้นมาเสียดื้อๆ สงสัยอากาศคงจะร้อน


จริงสิเมื่อวานขอโทษนะทำเสื้อนายเปียกไปหมดเลย” 


พอย้อนนึกถึงสภาพของตัวเองแล้วอยากมุดดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด อายุขนาดนี้แล้วกลับร้องไห้เป็นเด็กๆ ไปได้ อีกทั้งยังร้องต่อหน้าคนอายุน้อยกวาอีกด้วย! เซียวต้านจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน


หวังอี้ป๋อขยับย่างก้าวเข้ามา ร่างของเราสองอยู่ห่างกันไม่ถึงเมตร ดวงตาต่างสอดประสานมองกัน ฝ่ามือหนาเคลื่อนมาวางบนศีรษะผมด่อนลูบเบาๆ รอยยิ้มอบอุ่นนั้นถูกส่งมา


ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นขอให้คุณรู้เอาไว้ว่าผมอยู่ตรงนี้...อยู่ข้างคุณเสมอ


“...”


คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว” 


อย่าดีกับเขามากไปกว่านี้เลย 


รอยยิ้มเหมาะกับคุณที่สุด


หากมากไปกว่านี้เขาคงไม่สามารถหักห้ามใจตัวเองได้แล้ว


ขอบคุณกล่าวเท่านั้น


หวังอี้ป๋อลากผมเข้ามาในบ้าน เสียงท้องร้องของอีกฝ่ายดังขึ้นผมแอบยิ้มเพราะสีหน้าของคนอายุน้อยกว่าดูตกใจไม่น้อย คงจะซ้อมหนักจนไม่ได้พักกินข้าวนั่นแหละ จะปล่อยให้เด็กอดข้าวคงไม่ดีเสียเท่าไหร่ ผมใช้ครัวอย่างถือวิสาสะทำอาหารง่ายๆ ให้อีกฝ่ายทาน จะว่าไปเขาทำอาหารให้อีกฝ่ายบ่อยอยู่เหมือนกันแฮะ


ข้าวผัดง่ายๆ พร้อมเครื่องเคียงถูกยกมาเสิร์ฟ ไม่รอช้าอีกฝ่ายเริ่มลงมือจัดการ สภาพกิวโหยของอีกฝ่ายทำให้ผมอมยิ้มขึ้นอีกครั้ง 


ค่อยๆ กินเดี๋ยวติดคอนะไม่เหลือคราบคูลกายหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงแค่เด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้นแหละ


อี้ป๋ออีกฝ่ายหันตามเสียงเรียกเมื่อคืนนายคุยอะไรกับชานยอลเหรอ

 

เขาบอกว่าไงบ้าง


ไม่บอกอะไรเลยถ้าบอกผมคงไม่ต้องมาถามหรอก 


งั้นก็ไม่บอก


ใจร้ายอ่ะผมแกล้งเสียใจก่อนเปลี่ยนสายตาออดอ้อนเผื่อว่าอีกฝ่ายจะใจอ่อนยอมบอกเล่าสิ่งที่ผมอยากรู้ 


อย่ามองผมแบบนี้” 


บอกหน่อยน้า” 


คุณนี่นะใจอ่อนแล้วใช่ไหม!ปาร์คชานยอลแค่ถามผมเฉยๆ ว่า…”


ว่า…” อย่าพูดเว้นนานแบบนี้สิ ความอยากรู้มันพุ่งสูงปรี๊ดเลยล่ะ


ผมชอบคุณเหรอเขากระซิบข้างหูอยากรู้ไหมว่าผมตอบว่าอะไร


ไม่อยากรู้แล้วสะบัดตัวกะจะเดินหนีอีกฝ่ายถอยไปตั้งหลักเสียก่อนแต่ทว่ากลับถูกอีกฝ่ายคว้าข้อมือเอาไว้เสียก่อน 


พอจะบอกก็ไม่ฟัง เสียใจนะเสียงทุ่มอ่อนๆ ถูกเปล่งฟังกันให้จบสิ” 


ใบหน้าเริ่มเห่อร้อนขึ้นมาทันที ไม่ได้เป็นเพราะอากาศร้อนหรืออะไร แต่เป็นเพราะว่าผมรู้...รู้คำตอบนั้น รู้ว่าต่อจากนี้เจ้าของริมฝีปากหนานี้จะเอ่ยอะไรออกมา


ผมชอบคุณ” 


แม้จะรู้อยู่แล้ว แต่หัวใจดวงนี้มันไม่เคยชินเสียที


จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอเขาคงจะเห็นผมนิ่งอยู่นานจึงเอ่ยถาม จะให้พูดอะไรออกไปกันล่ะ 


หวังอี้ป๋อทำเขาไปต่อไม่เป็น


เฮ้อ ให้ตายสิผมถอนหายใจก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คนอายุน้อยกว่านิ่งอึ้งจะทำให้เกอชอบนายไปถึงไหนกัน


คำว่าชอบ ณ ที่นี้ เขาคงเข้าใจความหมายของมันเป็นอย่างดี 


มันไม่ใช่ความชอบที่แฟนคลับมีต่อศิลปินคนโปรด แต่มันเป็นความรู้สึกชอบของผมที่มีต่ออีกฝ่าย ชอบแบบที่ผู้ชายคนหนึ่งจะชอบอีกคน


ชอบมากกว่า” 


แพ้ แพ้ให้กับหวังอี้ป๋ออย่างราบคาบ


คนอายุน้อยกว่าทานข้าวจนหมดด้วยใบหน้ากรุ้มกริ่ม สายตาที่บ่งบอกว่ามีความสุขสุดๆ นั่นทำเอาผมอดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้เลย มันคือการบอกชอบครั้งแรกของผมต่ออี้ป๋อ 

มีความสุขขนาดนั้นเลย?”


อือ ก็คุณบอกผมครั้งแรกนี่นา


ทำไมไม่มองหน้ากันเล่าเป็นครั้งแรกที่เขาไม่กล้าสบตาผม


ห้ามหัวเราะนะพยักหน้าหงึกหงักผมเขิน


ฮ่าๆผมไม่อาจกลั้นเสียงหัวเราะได้เลย


ไหนว่าจะไม่หัวเราะ


ก็นายนาย ฮ่าๆใบหน้าคมเริ่มขึ้นสีแดงก่ำ ไม่รู้เป็นเพราะโกรธหรือเขินกันแน่ไม่คิดว่าจะได้เห็นนายเป็นแบบนี้


โกรธ” 


เดี๋ยวเลี้ยงขนม


ผมไม่ใช่เด็ก!ท่าทางฟึดฟัดนั่นเด็กน้อยชัดๆ เลย และมันน่ารักมากๆ 


แล้วจะเอาอะไรครับ” 


คุณ


ฮึ


เอาคุณ” 


ป๊าบ


ทะลึ่ง ไอ้เด็กบ้าเป็นผมที่โกรธเสียเอง ส่วนอีกฝ่ายเอาแต่ตัวเราะชอบใจที่แกล้งเอาคืนสำเร็จ


เจ็บจะไม่เจ็บได้ยังไงผมตบแขนเต็มแรงยังโกรธอยู่ ง้อด้วย


เกอต่างห่างที่ต้องโกรธ มาพูดจากับผู้ใหญ่แบบนี้ได้ยังไง” 


งั้นหายกัน” 


ไม่หายขอแกล้งต่ออีกนิดแล้วกัน


จะให้ทำยังไงครับทำหน้าแบบนี้อีกแล้ว ดวงตาที่ดูสั่นไหวมันทำให้เซียวจ้านใจอ่อนทุกที


โอเคๆ ยอมแล้วสุดท้ายเป็นเหมือนทุกที...เขาโกรธอี้ป๋อไม่ลงหรอกทำไมวันนี้พูดมาก


คุณด่าผม?” อ่า สงสัยคงใช้คำผิดไปหน่อย


หมายถึงพูดเยอะกว่าปกติไง” 


งั้นเหรอ” 


เป็นแบบนี้กับทุกคนมั้ยเนี่ยแซวคนอายุน้อยกว่า


แค่กับคุณหวังอี้ป๋อกำลังทำให้เซียวจ้านเขินและคนที่สนิทมากๆ


หมายความว่าผมสนิทกับอีกฝ่ายอย่างนั้นเหรอ?


เหรอ


เดี๋ยวผมต้องไปแล้ว เดี๋ยวโดนยอนอูฮยองด่า


เร็วจังช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปไวเสมอ ไวจนน่าใจหาย


       ไว้มาหาใหม่


จะรอนะ


เดินออกมาส่งคนตัวสูงหน้าบ้าน ซึ่งมีมอเตอร์ไซด์จอดอยู่ใกล้ๆ เขาสวมเสื้อแจ็คเก็ตทับก่อนใส่หมวกกันน็อก ลูกกุญแจถูกเสียบเข้าไปในที่ของมัน เท้าปลดล็อกขาตั้งออกพร้อมสำหรับขับเคลื่อนบนท้องถนน


สู้ๆ นะ


คุณเองก็เหมือนกัน...สู้ๆ


เสียงสตาร์ทเครื่องยนต์ดังก่อนมันจะถูกขับเคลื่อนออกไปโดยเจ้าของ มองตามแผ่นหลังกว้างจนลาลับสายตาถึงจะเดินกลับเข้ามาในบ้าน


แม้จะเป็นเพียงแค่เวลาสั้นๆ หัวใจของเขากลับถูกเติมเต็มทั้งหมด


เหมือนกับได้ชาร์จพลังอย่างเต็มอิ่ม


ขอบคุณนะอี้ป๋อ


หลังจากปาร์คชานยอลกลับมา เขาหอบหิ้วของพะลุงพลังเข้ามาเติมในครัว แน่นอนว่าผมจัดการทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อย ไม่เพียงแค่ในครัวเท่านั้นแต่เป็นเกือบทุกห้องของบ้านยกเว้นห้องส่วนตัวของเจ้าของ จะให้มาพักอยู่เฉยๆ ก็กระไรอยู่ เขาเองก็ว่างพอดีและรู้สึกเกรงใจเจ้าบ้านด้วย


ตัดสินใจว่าจะกลับอะพาร์ตเมนต์ตอนรุ่งสาง คาดว่าป๊าคงอารมณ์เย็นลงบ้านแล้ว หวังว่าจะคุยกับเขารู้เรื่อง สวดภาวนาในใจขอให้มันผ่านพ้นไปได้ด้วยดี หวังว่าเขาจะยอมรับฟังและเปิดใจทั้งๆ ที่ความน่าจะเป็นมันแทบจะเป็นศูนย์ด้วยซ้ำ 


เขาทานเข้ามื้อเย็นพร้อมกับครอบครัวของเพื่อนสนิท สนทนาเรื่องทั่วไปโดยส่วนมากจะเป็นเรื่องเรียนและงานในอนาคต ผมยังคิดไม่ตกเรื่องงาน แน่นอนว่าต้องกลับไปช่วยงานที่บ้านแต่ก่อนหน้าอยากจะหาประสบการณ์สัก2-3ปีก่อนเข้าทำงานบริษัทของครอบครัว อีกไม่กี่ปีเขาก็จะเรียนปริญญาโทจบ อิสระใกล้จะหมดลงเต็มทีแล้ว


ไม่สิ บางทีอิสระอาจจะหมดลงวันพรุ่งนี้ก็ได้


ผมถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของวัน มันจากจนนับไม่ไหว พยายามข่มตานอนหลับกำจัดความกังวลมายในหัวออกให้หมด เสียงกรนจากคนข้างๆ ยังคงดังอยู่ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงจังหวะหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ 


ขอบคุณมากนะขอบคุณชานยอลที่ให้เขาพักพิงอยู่ที่นี่ 


ไม่เป็นไร เพื่อนกัน


อื้อ นายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลยชานยอลเป็นแบบนั้นจริงๆ


ค่อยๆ คุยล่ะย้ำเพราะความเป็นห่วงใจเย็นเข้าไว้


จะพยายามแล้วกัน


นายจะผ่านมันไปได้เราต่างยิ้มให้กันและกัน


ผมก้าวลงจากรถยนต์ เดินตรงดิ่งกลับมายังสถานที่แสนคุ้นเคยของตน ทำใจก่อนลองบิดลูกบิดดู มันถูกล็อกจากด้านในจึงเคาะประตู สักพักมันก็ถูกเปิดออกโดยชายสูงอายุ สีหน้าเรียบนิ่งทำเอาใจผมกระตุกวูบ ไม่มีคำใดเปล่งออกมาจากปากของผู้เป็นพ่อ 


ถอดรองเท้าจะแจงเก็บไว้ในที่ของมัน กลิ่นของอาหารโชยเข้าจมูก แต่ไม่มีสิ่งใดวางอยู่บนโต๊ะนั่นหมายความว่ามันเพิ่งถูกเก็บกวาดไปเมื่อไม่นานมานี้ 


หมุนลูกบิดเข้าห้องเพื่อเช็คความเรียบร้อย ในใจผมเองก็หวังลึกๆ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันจะยังคงอยู่ในสภาพเดิม มือสั่นบีบลูกนิดแน่นกว่าเดิม เซียวจ้านกำลังกว่าภาพตรงหน้าจะแปรเปลี่ยนจากเดิม


และมันเป็นแบบนั้น...ไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่เลย


                ปิดมันลงเบาๆ เดินมานั่งลงข้างๆ ผู้เป็นบิดาที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟานุ่ม สายตาของป๊าจดจ่ออยู่กับสิ่งตรงหน้าโดยไม่หันมาสนใจผมแม้แต่น้อย รวบรวมความกล้าเพื่อที่จะคุยเรื่องที่ค้างคากันอยู่ อยากจัดการเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จจะได้ไม่ต้องมากังวลหรือห่วงหน้าพะวงหลังอีก คำขอเมื่อวานผมจะขอเขาอีกครั้ง


ป๊า ชายสูงวัยละสายตาจากหนังสือในมือ


จ้าน-


ป๊าจะกลับพรุ่งนี้ เขาพูดสวนมาก่อนที่ผมจะได้พูด


เขาคงรู้ว่าผมจะพูดอะไรออกมา การที่ป๊าถือโอกาสพูดตัดหน้าผมแบบนี้ก็หมายความว่ามี่ต้องการสนทนาเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก และคงจะไม่รับฟังมันในช่วงนี้แน่ๆ เขาไม่เปิดช่องว่างให้ผมได้พูด แล้วแบบนี้เมื่อไหร่มันจะจบกันล่ะ เมื่อไหร่ที่เขาจะเข้าใจ เมื่อไหร่ที่ผมจะไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ มันจะมีวันนี้ใช่ไหม?


ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกมาต่อจากนี้ สถานการณ์มันน่าอึดอัด ไม่สามารถหายใจได้อย่างทั่วท้อง มีแต่ความประหม่าเกิดขึ้น ประโยคต่อมาทำให้ผมชะงักลง


กลับบ้านกับป๊าผมไม่มีโอกาสได้เอ่ยถ้อยคำใดๆ ออกมาแม้แต่น้อย ลื้อไม่มีเรียน กลับบ้านกับป๊า


ไม่อาจปฏิเสธได้เลย เพราะการที่ประมุขของบ้านเอ่ยออกมาแบบนี้แสดงว่าได้จัดการทุกอย่างเอาไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว และประโยคนั้นไม่ใช่ประโยคบอกเล่า แต่มันคือประโยคคำสั่งต่างหาก


กี่วันครับ


“4วัน


หึ หัวเราะให้กับความสมเพชตัวเอง


เขาขัดขวางผมทุกวิถีทาง เพราะในอีก3วันข้างหน้าบลัดจะมีการจัดการแฟนมีตติ้งขึ้น ผมคิดว่าสถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติ แต่มันไม่ใช่เลย


ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป


คำว่าอิสระได้ลอยล่องหายไปในอากาศจนหมดสิ้น


หลังพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าจนมันโผล่ขึ้นในทางทิศตะวันออกเป็นสัญญาณบอกเช้าวันใหม่ ซึ่งมันไวกว่าที่คิดอยู่มาก ร่างของเขาและผู้เป็นบิดากำลังยืนเช็คอินอยู่หน้าเคาน์เตอร์สายการบินหนึ่ง แน่นอนว่าการเช็คอินเป็นไปได้ไวกว่าปกติเนื่องจากเลือกนั่งในชั้นธุรกิจ เหลือเวลาไม่ถึงชั่วโมงก่อนเครื่องบินจะพุ่งทะยานสูงสู่เหนือน่านฟ้า


เสียงริงโทนแจ้งเตือนสายเรียกเข้าจากสมาร์ทโฟนดังขึ้น เมื่อเห็นชื่อของปลายสายผมจึงปลีกตัวออกมาจากบริเวณที่ป๊าอยู่ หากเขาได้ยินเข้าคงไม่ดีเสียเท่าไหร่


เซียวจ้านคุณอยู่ไหนกำลังจะตอบแต่ถูกคนอายุน้อยกว่าพูดตัดหน้า ผมเคาะห้องคุณตั้งนาน อุส่าห์หาบัตรเข้างานใบใหม่มาให้เลยนะ ที่ดีกว่าเดิมด้วย


ขอโทษนะที่ไม่ได้บอก ตอนนี้เกออยู่สนามบินความรู้สึกผิดแล่นมากัดกินหัวใจ


คุณจะไปไหนเสียงอี้ป๋ออ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด


กลับจีน เกอคงไปหานายไม่ได้แล้วปลายสายเงียบ จู่ๆ ป๊าก็มาบอกให้เกอกลับ หลังกลับมาเกาหลีคงถูกจับตาดูมากกว่าเดิม คงไม่ได้ไปหานายบ่อยๆ อีกแล้วล่ะลางสังหรณ์บอกแบบนั้น


ผมเข้าใจ


ขอโทษจริงๆ นะ


แล้วกลับเมื่อไหร่?” ปลายสายถาม


อีก4วัน ตั้งใจซ้อมนะเกอจะรอดูนายผ่านทวิตเตอร์อีกฝ่ายตอบในลำคอ สู้ๆ นายทำได้ดีแน่ๆ


จะตั้งใจให้สมกับที่คุณคาดหวังเลย


ไว้เจอกันนะ เกอต้องไปแล้ว


ไว้เจอกัน


ไม่ว่ายังไงเราก็จะต้องได้เจอกันอีก


เขาจะไม่มีทางยอมแพ้ป๊าเป็นอันขาด


เซียวจ้านสัญญา





————


     [101221] ตอนนี้เบาๆ ก่อนเนอะเพราะหลังจากนี้จะเริ่มแล้วค่ะ ไว้เจอกันน้า หนังสือเหลือยอดอีกราวๆ 4เล่มถึงจะเปิดพรีได้นะคะ ปกเป็นแบบเรียบๆ พกออกไปอ่านข้างนอกได้ค่ะ! ใครสนใจจิ้มๆ น้า  https://forms.gle/q7F4ScpbQCAuoaKS6


#จริงหรือป๋อ


ฝากcomment+เล่นแท็กกันด้วยนะคะ รอทุกคนอยู่ค่ะ!

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ


@wishone__



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 198 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

440 ความคิดเห็น

  1. #429 My love markbam (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 00:23
    ใจร้ายที่สุด
    #429
    0
  2. #411 nalinrat4869 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 19:23
    ขออนุญาตเกลียดป๊าอีกครั้งในตอนนี้ค่ะ🙄🙄🙄🙄🙄
    #411
    0
  3. #345 Zwolf T.D. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 08:35
    สงสารจ้านจ้าน ฮือออ
    #345
    0
  4. #344 Pxxype (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 18:07
    อย่างน้อยถ้า แม่ช่วยพูดน่าจะดี แงงง รอนะคะ อยากให้มีความสุขแล้วว
    #344
    0
  5. #343 Aplenty TcMp (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 00:52

    ทำไมป๊าไม่เข้าใจจ้านน งือออ

    #343
    0
  6. #342 MTBB_puii (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 23:11
    ฮื่อออออ หน่วงใจจัง
    #342
    0
  7. #341 หัวเห็ดรักเหม่งน้อย (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 20:19
    น้ำตาเบาๆใช่ไหมครับตอนนี้ แต่ยังดีที่ตอนนี้ยังมีความหวานน่ารักให้ยิ้มบ้าง ตอนหน้าจะเตรียมผ้าเช็ดหน้าไว้ แต่ไม่รู้เตรียมสำหรับเช็ดอะไร น้ำตาดีใจ & น้ำตาเสียใจ
    #341
    0
  8. #339 aikotoba1392 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 18:59
    อยากรู้ว่าป๋อเริ่มรักพิจ้านตั้งแต่เมื่อไหรรร่
    #339
    0
  9. #337 F_Jin1992_12_04 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 10:09
    รอเสมออ
    #337
    0
  10. #336 melaniexharry (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 21:11
    แอแงงงงงง รอนะค้าา
    #336
    0
  11. #335 NamWan0263 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 20:42
    รอออคะ
    #335
    0
  12. #330 MTBB_puii (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 22:16
    รอน้าาาาา
    #330
    0
  13. #327 RB10444 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 12:02
    รออออิอค้าบ
    #327
    0