★ Doubtful! ♥ สืบรักเสี่ยงใจ วุ่นรักร้ายนายตัวดี ☆★

ตอนที่ 8 : Chapter 7 ☆ Fanfare's Story (อดีตของแฟนแฟร์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,738
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    3 ต.ค. 54
















Chapter 7 Fanfare's Story (อดีตของแฟนแฟร์)


 

    



                

                ไอ้แฟร์ ไปเร็วเข้า!”

                แป๊บได้มั้ยเล่าแก อย่าเร่งฉันสิข้าวฟ่าง!” ฉันวิ่งไปหาข้าวฟ่างและครีมที่กวักมือเรียกฉันยิกๆอยู่หน้าประตูห้องเรียน และพอฉันวิ่งไปหามัน มันก็รีบลากฉันลงไปยังสนามบาสด้านล่างทันที ตลอดเวลาที่พวกฉันสามคนวิ่งไปยังสนามบาส พวกผู้หญิงที่อยู่บริเวณนั้นต่างก็พากันมองมาที่พวกเรา

                ถึงจะพูดว่าชินแล้ว แต่ฉันก็ไม่ชอบอยู่ดี -_-       

                เพื่อนสนิทของฉันคือครีมกับข้าวฟ่างค่ะ ตั้งแต่ฉันมาเข้ามามัธยมปลายที่โรงเรียนนี้ ฉันก็มีแค่สองคนนี้เท่านั้น ตัวติดกันอย่างกับอะไรดี ใครๆก็มักเรียกพวกเราว่ากลุ่มคุณหนู ดูก็รู้แล้วใช่มั้ยว่ามันเหมือนคำเรียกที่ออกแนวแดกดันและประชดประชันซะมากกว่า

                การที่ครอบครัวฉันทำธุรกิจส่งออกที่ใครๆก็พอจะรู้จัก ครอบครัวครีมเป็นเจ้าของโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่ง และครอบครัวข้าวฟ่างที่เป็นนักการเมืองที่คนทั้งประเทศต้องรู้จักอย่างแน่นอน ทำให้พวกเราโดนจับตามอง แถมยังโดนพูดถึงทั้งในด้านดีและด้านลบมากมายไปหมด

                โดยเฉพาะข้าวฟ่างที่เก่งรอบด้าน หน้าตาสวยโดดเด่น แถมยังดูมั่นใจสุดๆยิ่งทำให้เป็นขี้ปากของคนทั้งโรงเรียนฉันได้ง่ายๆ แต่ถ้าถามว่าพวกเราแคร์มั้ย ฉันตอบเลยว่าไม่

                เราสามคนสนิทกันมากจริงๆค่ะ คุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่เคยทะเลาะกันเลย ข้าวฟ่างถ้าพูดตรงๆเป็นคนหยิ่งมากนะ เอาแต่ใจในระดับหนึ่ง ยิ่งเวลาเกลียดใคร ข้าวฟ่างจะหาทางจัดการทุกวิธีทางอย่างไม่กลัวอะไรเลย -_-  แต่กับเพื่อนสนิทก็เป็นคนรักเพื่อนมาก ทำให้ได้ทุกอย่าง ถ้าจะให้พูดตรงๆฉันมีความสุขมากกับเพื่อนกลุ่มนี้ของฉัน เหมือนเราเกิดมาเพื่อมาเจอและเป็นเพื่อนกัน การใช้ชีวิตของเราคล้ายๆกัน ไลฟ์สไตล์เหมือนกัน แล้วก็ชอบอะไรเหมือนกัน มันน่าจะมีความสุขสุดๆไปเลยใช่มั้ยล่ะ ^^!

                ฉันเองก็เป็นคนรักเพื่อนมากเหมือนกันนะ ถ้าใครที่ฉันให้ใจแล้ว ฉันจะแคร์คนๆนั้นมากเลยล่ะ เพราะแบบนั้นฉันถึงรักข้าวฟ่างกับครีมมาก

                โอ๊ย ดีนะยังมาทัน!” พวกเราสามคนหอบแฮ่กๆ เมื่อมาถึงยังริมฝั่งสนามบาส เพราะวันนี้โรงเรียนของเราได้แข่งบาสรอบชิงชนะเลิศกับอีกโรงเรียนหนึ่ง แต่เพราะห้องฉันมีเรียนในคาบสุดท้าย ถึงต้องวิ่งลงมาดูกันแบบนี้

                แกไม่ต้องไปช่วยชมรมเหรอแฟร์

                รอแข่งเสร็จก่อน ฉันไม่สำคัญกับชมรมขนาดนั้นหรอกย่ะ ครีมกับข้าวฟ่างพากันหัวเราะฉันใหญ่

                ถ้าจะถามว่ามีอะไรที่ฉันไม่เหมือนกับสองคนนั้น ก็คงจะมีความชอบอยู่เรื่องนึง -_- ครีมกับข้าวฟ่างชอบเล่นดนตรีมาก โดยเฉพาะเปียโน ต่างกับฉันที่เล่นอะไรไม่เป็นสักอย่าง! เพราะแบบนั้นตอนเลือกชมรม ฉันเลยเต็มใจที่จะแยกกับสองคนนั้นเลยล่ะ ให้ฉันไปนั่งเล่นดนตรี ฉันอ้วกตายก่อนแน่ๆ! จนสุดท้ายฉันก็ตามเพื่อนในห้องมาเข้าชมรมบาสของโรงเรียน เพราะเขาบอกกันว่าผู้หญิงที่เข้าชมรมนี้ไม่ต้องทำอะไรมาก มีหน้าที่เป็นสวัสดิการให้พวกนักกีฬาบาสก็พอ หน้าที่ของฉันก็เลยมีแค่เช็คของให้พวกนักกีฬา อย่างพวกเสื้อผ้าล็อตใหม่ ของสนับสนุน หรือพวกของกินอะไรแบบนี้ ฉันไม่เคยลงไปคลุกคลีกับพวกนักกีฬาบาสสักนิด ทั้งๆที่นักเรียนหญิงคนอื่นอยากจะรู้จักนักกีฬาบาสโรงเรียนฉันจนสติแทบจะขาดดิ้น และเพราะการที่ฉันทำตัวแบบนี้ หัวหน้าชมรมเลยไว้วางใจที่จะให้ฉันเป็นหัวหน้าฝ่ายสวัสดิการ (คงจะดูไม่ทำตัววุ่นวายดีมั้ง) ทั้งๆที่ฉันอู้งานก็บ่อยนะ =_=

                กรี๊ดดดดดด ปริ้นซ์แขนขาวมากกก >O< น่ากินสุดๆไปเลยอ่ะแก๊!” ฉันเหลือบมองรุ่นน้องที่ยืนอยู่ๆข้างที่กำลังกรี๊ดคนในสนามอย่างเอาเป็นเอาตาย

                ถ้าจะให้พูดตรงๆ...ก็เป็นเพราะคนที่รุ่นน้องกำลังกรี๊ดนั่นล่ะ ถึงทำให้ผู้หญิงมาดูบาสเยอะกันขนาดนี้ ผู้ชายที่ใครๆก็ตั้งฉายาให้เขาอย่างเต็มใจว่า เจ้าชาย

                หมอนั่นชื่อปริ้นซ์ เขาเรียนอยู่ชั้นเดียวกับฉันแต่คนละห้อง และก็อยู่ชมรมบาสเหมือนกันด้วย แต่ถ้าจะให้พูดจริงๆ ปริ้นซ์เป็นคนของทุกชมรม เขาเก่งไปซะทุกด้าน ทำได้ทุกอย่าง ยิ่งบวกกับหน้าตาหล่อเหลาระดับที่ว่าผู้หญิงพากันมองเหลียวหลังตาไม่กระพริบ นิสัยที่ใครๆก็บอกกันว่าชนะเลิศพอที่จะมอบตำแหน่งเจ้าชายให้กับเขา เพราะเขาเป็นสุภาพบุรุษ เฟรนด์ลี่ เข้าได้กับทุกคนและบางทีก็มีมุมอ่อนโยนกับผู้หญิง

                ผู้ชายแบบนี้น่ะ...ถ้าจะเป็นผู้ชายในฝันของสาวๆก็คงไม่แปลก

                ปริ้นซ์นี่ดังจริงๆเลยเนาะ ครีมหันมาพูดเบาๆกับฉันและข้าวฟ่าง

                คนอย่างเขาไม่มีแฟนจริงๆเหรอเนี่ย ฉันไม่อยากจะเชื่อ ข้าวฟ่างพูดขึ้น และเพราะคำพูดของข้าวฟ่างเป็นคำถามที่เหมือนไม่ได้ต้องการคำตอบอยู่แล้ว เราสามคนก็เลยหันกลับไปที่สนามบาสอีกครั้ง ก่อนที่สายตาของฉันจะจับจ้องไปที่ปริ้นซ์ที่กำลังวิ่งไปแย่งลูกบาสจากอีกฝ่าย

                ใช่...หมอนั่นยังไม่มีแฟนหรอก และถ้าถามว่าทำไมฉันถึงรู้...

                ถ้าจะให้พูดไปคงไม่มีใครเชื่อ...ว่าฉันกับเขาเคยรู้จักกันตอนเราสองคนอยู่ม.4

                เราสองคนเผอิญเรียนพิเศษที่เดียวกัน...มันเลยทำให้เรารู้จักกัน และแน่นอนว่าไม่มีใครรู้เรื่องพวกนี้ เพราะตอนนั้นฉันก็ยังไม่ได้สนิทกับครีมและข้าวฟ่างพอที่จะบอกไป การที่ฉันได้คุยกับคนระดับปริ้นซ์ ถ้าผู้หญิงในโรงเรียนรู้ ชีวิตฉันไม่สงบแน่!

                ปริ้นซ์เป็นอย่างที่ทุกคนพูดจริงๆนั่นล่ะ เขาอ่อนโยน เขาดูแลเทคแคร์และใส่ใจเสมอๆ

                แต่...ฉันคุยกับเขาได้ไม่นาน ฉันก็เลือกที่จะถอยห่างออกจากเขาและไม่เข้าไปยุ่งกับเขาอีก

                เพราะ...ในขณะที่ฉันกำลังเริ่มรู้สึกดีกับเขาขึ้นเรื่อยๆ เขากลับบอกฉันว่ามีเรื่องจะปรึกษา...ว่าเขามีผู้หญิงที่ชอบอยู่แล้ว และชอบมานานแล้วด้วย

                หมอนั่นคงไม่รู้ว่าการกระทำของตัวเอง ทำให้ผู้หญิงคนนึงคิดไปไกลจนดึงไว้ไม่อยู่แล้วก็โดนดึงตกลงมาภายในพริบตาเดียวเช่นเดียวกัน...

                               

1 เดือนผ่านไป...

                บางทีฉันก็รู้สึกว่าพระเจ้าเล่นตลกกับฉันมากเกินไปแล้ว!

                ตอนนี้ฉันกำลังนั่งนิ่ง และสมองของฉันกำลังปั่นป่วนเพราะสิ่งที่ได้ยินจากเพื่อนสนิทตรงหน้าคนนี้!

                ฉันคิดว่าฉันชอบปริ้นซ์จริงๆนะ T^T///” ทั้งฉันและครีมกำลังมองหน้าข้าวฟ่างด้วยความตกตะลึง แต่ฉันมั่นใจแน่นอนว่าความตกตะลึงของฉันมากกว่าครีมเป็นล้านเท่า!

                ปริ้นซ์ดูแลฉันดีมากเลย เขาตามเป็นห่วงฉันตลอดเลยนะ เขายอมไม่ไปเล่นทะเลกับเพื่อนๆเพื่อนั่งอยู่เป็นเพื่อนฉันตอนที่กลุ่มพวกแกโดนทำโทษน่ะ

                ...

                เขาน่ารักจริงๆนะ ฉัน...รู้สึกดีมากเลยอ่ะ T^T แถมขากลับเขายังย้ายที่มานั่งอยู่ข้างหลังฉันด้วย เขากลัวว่าฉันจะเหงา ไม่มีใครเคยดีกับฉันแบบนี้เลยนะ ฉันชอบจริงๆนะพวกแก

                ไม่อยากจะเชื่อว่าการไปเข้าค่ายปลูกป่าของนักเรียนชั้นม.5 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาจะทำให้ข้าวฟ่างเป็นไปได้ถึงขนาดนี้!

                เราต้องจับฉลากเพื่อมีกลุ่มอยู่ และข้าวฟ่างดันโชคร้ายอยู่คนละกลุ่มกับฉันและครีมจนต้องนั่งรถบัสแยกคันกัน และก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันเลยสักนิด แถมตอนว่างๆกลุ่มฉันดันโดนทำโทษอีก ข้าวฟ่างดันโดนเปลือกหอยบาดเท้าเป็นแผลลึกซะจนทำอะไรไม่ได้ ฉันก็รู้นะว่าปริ้นซ์อยู่กลุ่มเดียวกับข้าวฟ่าง แต่ฉันไม่รู้ว่าเรื่องทุกอย่างจะกลายเป็นแบบนี้ได้!

                ...จากวันเป็นอาทิตย์ จากอาทิตย์ผ่านไปเป็นเดือนๆ ฉันไม่รู้ว่าข้าวฟ่างเริ่มคุยกับปริ้นซ์ได้ยังไง ฉันไม่รู้ว่าสองคนนั้นไปรู้จักกันมากขึ้นตอนไหน แต่ตอนนี้คนทั้งโรงเรียนเริ่มจับตามองแล้วระหว่างเรื่องของข้าวฟ่างและปริ้นซ์! ฉันรู้จากข้าวฟ่างว่าทั้งสองคนกำลังคุยโทรศัพท์กัน แม้ว่าเวลาอยู่ที่โรงเรียนจะคุยกันไม่ค่อยบ่อยก็ตาม ฉันเองไม่เคยบอกข้าวฟ่างเรื่องที่ฉันเคยคุยกับปริ้นซ์ รวมถึงเรื่องที่เขามีผู้หญิงที่ชอบมานานมากๆอยู่แล้วด้วย

                มันให้ทำอดสงสัยไม่ได้ว่า...ปริ้นซ์เลิกชอบผู้หญิงคนนั้นแล้วเหรอถึงได้มาคุยกับข้าวฟ่าง? เท่าที่ฉันรู้มาจากเขาผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เด็กโรงเรียนฉัน เหมือนจะเป็นเพื่อนข้างบ้านของปริ้นซ์ตั้งแต่เด็กๆ และสนิทกับปริ้นซ์พอควร ปริ้นซ์แอบชอบมานานแล้วแต่ไม่กล้าบอก แต่ฟังจากน้ำเสียงและเรื่องที่ปริ้นซ์เล่ามันทำให้ฉันรู้สึกได้เลยว่า...ผู้หญิงคนนั้นคงจะสำคัญกับปริ้นซ์ไม่น้อยเลย แต่หลังจากที่ฉันเลิกคุยกับเขาไป ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเขากับผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไงบ้างเหมือนกัน

                ...สุดท้ายเรื่องของข้าวฟ่างกับปริ้นซ์ก็กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ของโรงเรียนจนได้ เมื่อทั้งสองคนกลายเป็นแฟนกัน! ผู้หญิงทั้งโรงเรียนพากันพูดถึงเรื่องนี้ไปเป็นอาทิตย์ ปริ้นซ์กับข้าวฟ่างเปิดเผยกันแบบสุดๆ หมอนั่นคอยรับคอยส่งข้าวฟ่าง แถมเวลาพักกลางวันก็มาอยู่กับพวกฉันด้วย...

                แต่ฉันแทบไม่ค่อยได้คุยอะไรกับเขาเลย เราสองคนทำตัวเป็นปกติเหมือนเพิ่งจะรู้จักกัน ฉันไม่อยากบอกข้าวฟ่างเรื่องนี้ เพราะไม่อยากให้ข้าวฟ่างคิดมาก ยัยนั่นดูจริงจังกับปริ้นซ์มากจริงๆ...

               

                “วันนี้ไปกินไอติมกันมั้ยแก” ฉันกับครีมหันไปมองข้าวฟ่างอย่างแปลกใจ ตั้งแต่เป็นแฟนกับหมอนั่นตัวติดกันจะตาย วันนี้ฝนตกแน่ๆถึงมาชวนพวกฉันเนี่ย

                “แล้วปริ้นซ์ล่ะ” ครีมถามข้าวฟ่าง

                “วันนี้เขาไม่ว่างอ่ะ ไปธุระอะไรกับแม่ไม่รู้” ฉันกับครีมพยักหน้าลง หมอนี่เป็นแบบนี้ตลอด ช่วงนี้เหมือนจะมีธุระบ่อยๆ บางทีก็เลยกลับไปก่อน

                “ฉันอยากไปนะ แต่ฉันต้องไปเอาหนังสือที่จองไว้น่ะฟ่าง” ฉันยิ้มให้มันเจื่อนๆ วันนี้หนังสือที่ฉันสั่งเอาไว้ที่ร้านหนังสือมาถึงแล้ว ข้าวฟ่างพยักหน้าให้ฉันอย่างเข้าใจ ก่อนที่ฉันจะแยกตัวจากสองคนนั้นไปที่ห้างที่อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านของฉันเท่าไหร่ ฉันกะไปเอาหนังสือแล้วจะกลับบ้านเลย ฝนทำท่าจะตกอีกแล้ว

                ฉันเดินออกมาจากร้านหนังสือเมื่อเอาหนังสือแล้ว ก่อนที่ฉันจะชะงักไปเมื่อเห็นด้านหลังที่ดูคุ้นตาของใครบางคนอยู่ไม่ไกล

                ปริ้นซ์!...หมอนั่นเดินอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง!

                ขาของฉันรีบก้าวเดินตามสองคนนั้นไป ไหนหมอนั่นบอกว่าไปธุระกับแม่นไง ทำไมถึงมาเดินอยู่กับผู้หญิงคนอื่นได้! ผู้หญิงคนนั้นใส่ชุดนักเรียนโรงเรียนที่ฉันไม่รู้จัก ไว้ผมดัดสีน้ำตาล่อนเป็นลอนสวย และฉันก็ไม่สามารถมองเห็นหน้าได้ เพราะทั้งสองคนเดินเลี้ยวเข้าร้านอาหารไปแล้ว! ฉันหยุดยืนอยู่หน้ากระจกร้านอาหาร แล้วชะเง้อเข้าไปในนั้นก็เห็นหมอนั่นลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วหันมาทางนี้พอดี...ปริ้นซ์จริงๆด้วย!

                เขาสบตากับฉันเข้าอย่างจังก่อนที่จะเบิกตาโตด้วยความตกใจ ฉันเลยรีบหันหลังหนีแล้วเดินออกไป แต่ไม่นานไหล่ของฉันก็ถูกคว้าเอาไว้ซะได้!

                “แฟนแฟร์ ^^;” ปริ้นซ์ยิ้มเจื่อนๆให้ฉัน เขาทำท่าจะพูดอะไรออกมา แต่ฉันก็พูดแทรกเขาขึ้นมาซะก่อน

                “ฉันไม่บอกข้าวฟ่างหรอกนะถ้านายจะมากินข้าวกับเพื่อนหรือกับใคร”

                “...”

                “แต่นายไม่น่าโกหกฟ่างว่านายมาทำธุระกับแม่นะ” เขาเงียบไป และสุดท้ายฉันก็เลือกที่จะเดินหนีเขาไปเลย

                ...และเพราะเหตุการณ์นี้ทำให้ปริ้นซ์กลับมาตัวติดกับข้าวฟ่างอีกครั้งอย่างไม่น่าเชื่อ แต่เหมือนเขาจะคอยจับตามองฉันซะมากกว่าว่าฉันได้พูดอะไรกับข้าวฟ่างมั้ย คนอย่างปริ้นซ์ไม่พูดตรงๆหรอก แต่การกระทำของเขาฉันดูออก ฉันแค่ไม่เข้าใจ...ว่าถ้าหากไม่มีอะไร ทำไมเขาถึงต้องกลัวว่าฉันจะเอาไปพูดด้วย?

               

                และไม่รู้ว่าเป็นเพราะพระเจ้าเล่นตลกกับฉันหรืออะไรกันแน่

                หลังจากที่เขากลับมาตัวติดกับข้าวฟ่างอยู่พักใหญ่ แต่อยู่ดีๆเขาก็กลับมาทำตัวไม่ปกติอีกครั้ง เมื่อข้าวฟ่างเอาแต่บ่นว่าช่วงนี้ปริ้นซ์ไม่ค่อยมีเวลาให้ มันคงไม่ใช่เรื่องอะไรของฉัน...ถ้าหากว่าฉันไม่ได้รู้มาจากข้าวฟ่างว่าวันเสาร์นี้ปริ้นซ์จะไปบ้านญาติที่ต่างจังหวัด จนทำให้ต้องเลื่อนนัดข้าวฟ่างไป

                แต่...ฉันกลับมาเจอเขาที่ห้างเดิมอีกแล้ว!!

                คนที่น่าจะอยู่ต่างจังหวัดในตอนนี้...กลับเดินอยู่กับผู้หญิงคนเดิมที่ฉันจำทรงผมของเธอได้ดี!

                ฉันเป็นฝ่ายเดินตามหลังสองคนนั้นอีกแล้ว หมอนั่นเอามือขึ้นขยี้หัวผู้หญิงคนนั้นพลางพากันเดินไปทางลานหน้าโรงหนัง

                ...นายไม่ไปกับข้าวฟ่าง เพื่อมาดูหนังกับคนอื่นเหรอปริ้นซ์?

                ฉันไม่ได้อยากยุ่งหรอกนะ เพราะมันไม่ใช่เรื่องของฉัน แต่ข้าวฟ่างเป็นเพื่อนฉันนะ ทำไมฉันต้องยอมให้เพื่อนฉันมาโดนหลอกไม่รู้เรื่องแบบนี้ด้วย!

                ผู้หญิงคนนั้นแยกกับปริ้นซ์เดินไปเข้าห้องน้ำที่อยู่อีกฟากของโรงหนัง พอเห็นแบบนั้นฉันเลยรีบเดินเข้าไปหาปริ้นซ์ที่ยืนอยู่คนเดียว และพอเขาเห็นฉัน...หมอนั่นเองถึงกับชะงักไปอีกแล้ว

                “ไหนฟ่างบอกฉันว่านายไปต่างจังหวัด”

                “...”

                “...ฉันควรบอกฟ่างใช่มั้ยปริ้นซ์” เขาเงียบไป เป็นเพราะฉันไม่เห็นเขาพูดอะไรแล้ว ฉันเลยเลือกที่จะมองหน้าเขาเงียบๆแล้วเดินออกมา

 

                เย็นนั้นในขณะที่ฉันกำลังคิดหนักว่าจะบอกข้าวฟ่างยังไง ปริ้นซ์ดันโทรมาหาฉัน เหมือนเขาจะยังเซฟเบอร์ฉันเอาไว้อยู่ หมอนั่นนัดฉันออกไปเจอที่ห้างๆเดิม ฉันเลือกที่จะออกไปหาเขา เพราะฉันเองก็อยากรู้ว่าหมอนั่นจะพูดอะไรกับฉัน

                “เธออย่าเพิ่งบอกข้าวฟ่างได้มั้ย”

                “...ฟ่างเป็นเพื่อนฉันนะ”

                “ฉันรู้...แต่ฉันไม่อยากให้ฟ่างเสียใจ” ฉันถึงกับขมวดคิ้วแล้วมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ

                “ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร” ปริ้นซ์เงียบไปก่อนจะตอบฉันออกมาในที่สุด

                “...คนที่ฉันเคยเล่าให้เธอฟังไง” ผู้หญิงที่หมอนั่นชอบมาตั้งนานงั้นเหรอ?

                “ถ้างั้นนายมาคบกับฟ่างทำไม!

                “...”

                “ฉันจะบอกฟ่าง!” ฉันพูดแค่นั้นแล้วเตรียมจะเดินออกมา แต่เขากลับคว้าแขนฉันเอาไว้ได้

                “อย่าบอกนะแฟร์”

                “...”

                “มัน...ไม่มีอะไรเลย เขาแค่ทะเลาะกับแฟน ฉันก็เลยอยู่เป็นเพื่อนเฉยๆ”

                “แต่มันไม่สมควรนะปริ้นซ์ ถ้าฟ่างรู้ฟ่างจะเสียใจแค่ไหน ทำไมนายไม่คิดบ้างล่ะ”

                “...”

                “มันผิดตั้งแต่นายยังชอบผู้หญิงคนนั้นอยู่ แล้วมาคบกับฟ่างแล้วล่ะ!” ปริ้นซ์เงียบไป เขาถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วขมวดคิ้วเหมือนครุ่นคิดอะไรอยู่

                “ฉันรู้ว่าฉันผิด”

                “...”

                “ฉันจะจัดการเรื่องทั้งหมดเอง เธออย่าเพิ่งบอกฟ่างนะแฟร์” เขามองมาที่ฉันด้วยสายตาเหมือนจะขอร้องฉัน

                ...และสุดท้ายฉันเองก็เลือกที่จะเงียบ

               

                วันนี้ฉันมาถึงโรงเรียนด้วยความงุนงง เมื่ออยู่ดีๆครีมก็วิ่งมาหาฉันทันทีที่ฉันเข้าไปในห้อง

                “แก...ปริ้นซ์กับฟ่างทะเลาะกันใหญ่โตมาก!!” ฉันหันไปมองครีมอย่างประหลาดใจก่อนที่มันจะพูดต่อ

                “มีคนเอามาบอกฟ่างว่าเห็นปริ้นซ์ไปดูหนังกับผู้หญิงคนนึงเมื่อวันเสาร์ ไอ้ฟ่างวีนแตกใหญ่เลย! ทะเลาะกันอยู่ ไม่รู้เป็นไงบ้าง!” ฉันวางกระเป๋าลงที่โต๊ะตัวเองเงียบๆ เพราะไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี

                “ไอ้แฟร์!!” ฉันหันไปมองที่ประตูอย่างตกใจ เมื่อข้าวฟ่างเดินเข้ามาแล้วตะโกนเรียกฉันเสียงดัง

                “นี่มันอะไร!!” ข้าวฟ่างยื่นโทรศัพท์ที่ไม่ใช่ของมันมาตรงหน้าฉัน และฉันถึงกับนิ่งไปเมื่อเห็นชื่อในโทรศัพท์ที่โทรออกของวันเสาร์เป็นชื่อของฉันขึ้นหรา

                โทรศัพท์ของปริ้นซ์งั้นเหรอ!

                “แกใช่มั้ยที่ไปดูหนังกับปริ้นซ์มา!

                “จะบ้าเหรอฟ่าง O.O!” ฉันมองหน้าฟ่างอย่างตกใจ คนทั้งห้องที่มาแล้วพากันหามามองพวกฉัน

                “ถ้าไม่ใช่แล้วทำไมปริ้นซ์ถึงมีเบอร์แก เขาจะโทรหาแกทำไม!

                “แกเข้าใจผิดแล้ว! ฉะ...”

                “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น! เมื่อกี้ปริ้นซ์บอกฉันแล้วว่าคนที่ปริ้นซ์ไปดูหนังด้วยคือแกนั่นล่ะ!

                “...!!” ฉันถึงกับเงียบไปเพราะความตกตะลึง

                ว่ายังไงนะ...หมอนั่นไปบอกข้าวฟ่างงั้นเหรอว่าฉันไปดูหนังกับเขา!

                นี่เขาเอาฉันมาบังหน้าผู้หญิงคนนั้นได้ยังไงกัน!

                ปึง!

                ข้าวฟ่างผลักโต๊ะจนมันล้มแล้วเดินออกจากห้องไป ฉันหันไปมองครีม...ยัยนั่นหันมามองฉันอย่างอึ้งๆก่อนจะวิ่งตามฟ่างออกไป

                ปริ้นซ์...ทำไมนายทำกับฉันแบบนี้!!

                ฉันเดินออกจากห้องไปอย่างโมโห ก่อนจะไปหยุดอยู่หน้าห้องเรียนของปริ้นซ์ เมื่อฉันเห็นว่าเขาอยู่ในห้อง ฉันก็เดินปรี่เข้าไปทันที คนทั้งห้องหันมามองฉันอย่างงุนงง แต่ฉันไม่สนใจแล้วหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะเรียนของเขา

                “ออกไปคุยกับฉัน ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย!

                ฉันเดินนำปริ้นซ์ออกมา เราสองคนหยุดยืนอยู่หน้าห้องเรียน

                “นายไปบอกฟ่างได้ยังไงว่าฉันไปดูหนังกับนาย!” ฉันตะโกนใส่เขาอย่างโมโห ปริ้นซ์เงียบไปก่อนจะทำหน้าเหรอหราในแบบที่ฉันไม่เข้าใจ

                “...ฉันไม่ได้พูดอะไรเลยนะแฟร์” ฉันจ้องหน้าเขาเขม็ง ฟ่างไม่มีทางโกหกฉัน ฉันมั่นใจ!

                “ฉันไม่เชื่อ! ทำไมนายไม่พูดไปเลยล่ะว่านายไปดูหนังกับผู้หญิงคนนั้นน่ะ!

                “ฉันโกหกฟ่างไปแล้วนะ...ว่าฉันไปดูหนังกับน้องสาวที่เป็นญาติ ^^;

                “...นายอย่ามาโกหก ฟ่างยังถือโทรศัพท์นายที่โทรมาหาฉันมาให้ฉันดูอยู่เลย ฟ่างบอกฉันหมดแล้ว!

                “...” ปริ้นซ์เงียบไป เมื่อรู้ว่าเขาปฏิเสธอะไรไม่ได้อีกทั้งนั้น

                “ทำไมนายต้องบอกว่าเป็นฉัน! นายทำไปเพื่ออะไรปริ้นซ์! ผู้หญิงคนนั้นต่างหากที่นายต้องบอกฟ่างน่ะ!

                “...” ปริ้นซ์ยังคงเงียบ ก่อนที่เขาจะทำเรื่องที่ทำให้โมโหที่สุด!

                เขาเดินหนีฉันเข้าห้องไปซะเฉยๆ!!

                นายหนีปัญหาไปหน้าด้านๆแบบนั้นได้ยังไงปริ้นซ์!

 

                ตลอดเช้าที่นั่งเรียน...ข้าวฟ่างไม่พูดกับฉันสักคำ ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ครีมก็ดูเหมือนจะอึดอัด ไม่ค่อยอยากคุยกับฉันสักเท่าไหร่

                ฉันแก้ตัวอะไรได้ล่ะ...ปริ้นซ์ดันพูดไปแบบนั้น แถมยังมีเบอร์ฉันที่เขาโทรหา จะแก้ตัวไปยังไงข้าวฟ่างก็คงไม่ฟังแล้ว

                ออด~

                เสียงออดบอกเวลาพักกลางวันดังขึ้น ฉันรีบลุกขึ้นแล้วเดินไปหาข้าวฟ่างที่นั่งอยู่แถวหน้าฉันทันที

                “ฟ่าง”

                “...” ฟ่างทำเพียงแค่เหลือบมองฉันด้วยหางตา แล้วเก็บของใส่ใต้โต๊ะตัวเอง

                “แกต้องฟังฉันนะ ฉันไมได้ไปดูหนังกับปริ้นซ์จริงๆนะฟ่าง มีเรื่องที่แกยังไม่รู้นะฟ่าง” ฟ่างเงยหน้าขึ้นมองฉันอย่างโมโห

                “เรื่องที่ไม่รู้?...ใช่เรื่องที่แกเคยคุยกับปริ้นซ์รึเปล่าแฟร์!

                “...!!

                “ปริ้นซ์บอกฉันหมดแล้วเรื่องของแก! ถ้าแกอยากได้เขานักก็น่าจะบอกฉันตั้งแต่แรกแฟร์ ทำตัวแบบนี้มันทุเรศมาก แฟนของเพื่อนแกนะ!” ฟ่างลุกขึ้นอย่างโมโหแล้วลุกออกไปจากห้อง แน่นอนว่าครีมเลือกที่จะตามฟ่างไปแทนที่จะอยู่กับฉันอยู่แล้ว

                ฉันถึงกับยืนนิ่ง...ความรู้สึกแย่ๆถาโถมเข้ามาไม่หยุด

                หึ...นายเก่งทุกเรื่องจริงๆนะปริ้นซ์

                นายโยนเรื่องทุกอย่างมาให้ฉันแทนผู้หญิงคนนั้น นายบ่ายเบี่ยงประเด็นมาให้ฉันคนเดียว แถมยังดักทางฉันเอาไว้ได้ จนฟ่างคงจะไม่เชื่อต่อให้ฉันจะพูดความจริงออกไปก็ตาม!

 

                ฉันไม่รู้ว่าฉันใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนต่อไปได้ยังไง...

                เป็นเพราะเรื่องนั้น...ฟ่างกับครีมตีตัวออกห่างฉัน และเหมือนคนทั้งโรงเรียนจะรู้เรื่องนี้ด้วย ทุกคนถึงได้พากันมองมาที่ฉันแปลกๆ

                ฉันพยายามแล้วนะ...พยายามที่จะอธิบายให้ฟ่างฟัง แต่ฟ่างไม่ฟังฉันเลย! แถมจนตอนนี้ปริ้นซ์กับข้าวฟ่างยังคบกันดีอยู่ หมอนั่นคงหาทางทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ฟ่างไม่ฟังอะไรเลย

                ฉันไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนทุเรศเท่าผู้ชายคนนี้มาก่อน!

                เขาเจอฉัน เขายังทำเป็นยิ้มให้ฉันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...ทั้งๆที่ตัวเองเป็นคนสร้างเรื่องจนทำให้เรื่องทุกอย่างกลายเป็นแบบนี้!

                ไม่มีใครมองเขาผิดหรอก เขาเป็นเจ้าชายที่พวกผู้หญิงพากันเทิดทูน พูดอะไรไปใครก็เชื่อ!

                ทั้งๆที่มีอีกหลายคนที่เห็นเขาไปเดินกับผู้หญิงคนนั้น...และอีกหลายครั้งหลังจากนั้นที่ฉันเองก็เห็น

                ฉันรู้ว่าฟ่างคงไม่ได้เสียใจที่คิดว่าฉันจะแย่งปริ้นซ์ไปหรอก...แต่ฟ่างคงคิดว่าฉันไปหักหลังฟ่างได้ยังไง ทั้งๆที่เป็นเพื่อนกันมากกว่า

                ฉันเองก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วเหมือนกัน...

                อยู่คนเดียว ไปกินข้าวคนเดียว ทำรายงานก็ต้องไปขออยู่กลุ่มอื่น...เหอะๆ ทำไมชีวิตฉันถึงกลายเป็นแบบนี้ได้นะ

                “ไปแล้วนะแฟร์ บายๆจ้ะ” ฉันโบกมือบายๆเพื่อนร่วมชมรมบาสฯ ก็ยังดีที่ยังมีใครคุยกับฉันบ้าง

                วันนี้ฉันมาเช็คของที่ชมรม เคลียร์ของเพิ่งเสร็จกำลังจะกลับบ้านแล้ว เพราะพรุ่งนี้สอบเสร็จวันสุดท้ายกจะปิดเทอมภาคเรียนที่ 1 แล้ว ปิดเทอมฉันคงไม่ได้เข้ามาชมรมยาวเลย

 ฉันหยิบกระเป๋าตัวเอง ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่ตกอยู่กับพื้น ฉันเลยหยิบมันขึ้นมาดู

                ...พวงกุญแจรูปตัว P

                ฉันรู้ได้ทันทีว่าเป็นของใคร สัญลักษณ์ตัว P ที่สั่งทำเป็นพิเศษแบบนี้มีอยู่คนเดียว...ปริ้นซ์ไงล่ะ

                ฉันเลือกที่จะวางมันไว้ที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง เพราะฉันไม่อยากจะยุ่งกับมัน

                ครืด ครืด~

                โทรศัพท์ที่สั่นไม่หยุดในกระเป๋าของฉัน ทำให้ฉันต้องรีบควานหามันขึ้นมา และพอฉันเห็นเบอร์คนที่โทรเข้ามา อารมณ์ของฉันก็เสียขึ้นมาในฉลับพลัน

                ปริ้นซ์โทรหาฉัน...

                หมอนั่นทำไมหน้าด้านแบบนี้นะ! ถึงยังกล้าโทรหาฉันอีก!

                ฉันกดรับแล้วเงียบไม่พูดอะไร รอให้ปริ้นซ์เป็นฝ่ายพูดก่อน

                “ฮัลโหล แฟนแฟร์”

                “...”

                “เธอยังอยู่ห้องชมรมมั้ย ฉันลืมกุญแจไว้ที่นั่น เธอเก็บไว้ให้ฉันหน่อยสิเดี๋ยวมันจะหาย”

                “อือ”

                “เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันไปเอาที่ห้องชมรมตอนเย็นนะ” ฉันกดวางทันทีแล้วเอาพวงกุญแจนั้นใส่กระเป๋าเอาไว้

                ก็ดีเหมือนกัน...พรุ่งนี้ฉันเอาพวงกุญแจไปคืนหมอนั่น แล้วฉันจะได้คุยกับเขาตรงๆสักที!

               

                เช้านี้ฉันมาโรงเรียนแต่เช้า กะจะมาหาที่นั่งอ่านหนังสือต่อเงียบๆ แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะเดินเข้าไปในห้อง ฉันก็เห็นข้าวฟ่างเดินออกมาจากห้อง ยัยนั่นทำหน้าไม่พอใจใส่ฉันแล้วเดินมาผลักฉันจนฉันเซไปด้านหลัง!

                “แกยังไม่หยุดอีกเหรอ!” ฉันหันมามองข้าวฟ่างอย่างงุนงง

                “แก...แกพูดอะไรน่ะฟ่าง”

                “ฉันเอาแต่คิดว่าปริ้นซ์ไปคุยกับใคร พักนี้เขาถึงแปลกไป”

                “...”

                “สุดท้ายก็เป็นแกอยู่ดี!” ข้าวฟ่างปาโทรศัพท์มาทางฉัน ฉันรับมันไว้ได้ทันแล้วมองโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมืออย่างงุนงง

                โทรศัพท์ของปริ้นซ์อีกแล้ว...อย่าบอกนะว่าเพราะแค่ที่ปริ้นซ์โทรหาฉันเมื่อวานแค่ครั้งเดียวน่ะ!

                ฉันกดโทรศัพท์ของปริ้นซ์ที่อยู่ในมือฉันด้วยความงุนงง ก่อนจะเบิกตาโตด้วยความตกใจ!

                นะ...นี่มันอะไรกัน!!

                โทรศัพท์ถูกค้างไว้อยู่ที่หน้าข้อความ ข้อความต่างมากมายของปริ้นซ์กับคนๆหนึ่งที่ส่งหากันโชว์หราอยู่ตรงหน้าฉัน

 

                รีบๆนอน เป็นห่วงนะ : )’

            นายด้วยนั่นล่ะ ขอบคุณมากวันนี้ที่มารับ >.<’

            ‘5555 ครับบบบบ หายเร็วๆ เป็นห่วงจริงๆนะเนี่ย! : )’

           

            ข้อความมากมายที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าฉันไม่ได้ทำให้ฉันอึ้งเท่ากับชื่อของคนที่เขาเมมเอาไว้ที่เป็นเจ้าของข้อความพวกนี้ที่คุยกับเขา!

                ‘FANFARE’

            หมอนั่นเมมชื่อคนๆนั้นว่าแฟนแฟร์ ปริ้นซ์เมมเป็นชื่อฉันเอาไว้!

                ไม่ใช่ฉันเลยนะ! ฉันไม่เคยส่งข้อความอะไรหาเขา มันจะเป็นฉันได้ยังไง! ฉันกดออกอย่างร้อนรนแล้วกดดูบันทึกการโทรของเขา มีสายที่เขาโทรออกหาคนชื่อ Fanfare เต็มไปหมด แต่แฟนแฟร์คนนั้นไม่ใช่ฉัน!         

                ปริ้นซ์...นายร้ายกาจมาก!!

                ฉันเชื่อว่าต้องเป็นผู้หญิงคนนั้น เขาเมมเบอร์ผู้หญิงคนนั้นเป็นชื่อฉัน และแน่นอนว่าถ้าหากข้าวฟ่างเห็นเข้าสักวัน คนที่ต้องรับเรื่องแทนทั้งหมดก็ไม่พ้นฉันอยู่ดี!

                “ทำไมแกมันเลวขนาดนี้นะแฟร์!

                “ฟ่าง! มันไม่ใช่เบอร์ฉัน!” ฉันเถียงขึ้นอย่างโมโห ฟ่างมองฉันด้วยสายตาเหยียดหยามสุดๆ

                เรื่องมันมาถึงขนาดนี้...ฟ่างคงไม่คิดจะฟังอะไรจากฉันอีกแล้ว

                “แกยังกล้าพูดอีกนะ นี่แกอยากได้ปริ้นซ์จนตัวสั่นเลยรึไง! เลิกยุ่งกับเขาสักที ปริ้นซ์เป็นแฟนฉัน!

                “แล้วทำไมแกไม่ฟังฉันเลย!

                “แกพูดอะไรมันก็ฟังไม่ขึ้นแล้ว!” ฉันมองที่ข้าวฟ่างอย่างโมโห

                หมอนั่นเก่งจริงๆ...โน้มน้าวใจคนได้เก่งมาก นายเก่งจริงๆนะเรื่องเลวๆเนี่ยปริ้นซ์!

                “แกมันโง่ไม่ฟังฉันเองต่างหากฟ่าง!” ฉันตะโกนใส่ข้าวฟ่าง ยัยนั่นนิ่งไปก่อนที่สายตาคู่สวยจะจ้องมองฉันด้วยความเกลียดชังสุดๆ

                “อย่าคิดจะมาด่าฉันแฟร์”

                “...”

                “แกก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นใคร แกแย่งแฟนฉัน แกหักหลัง ก็อย่าคิดจะมาด่าฉันอีก”

                “..”

                “ตอนนี้ฉันเกลียดแกมาก แกระวังตัวไว้เหอะ!” ข้าวฟ่างกระชากมือถือกลับไปแล้วเดินชนไหล่ฉันไปในทันที จนฉันเซไปอีกครั้ง

                ปริ้นซ์...นายจะมากไปแล้วนะ!

                ฉันกำมือแน่นอย่างไม่รู้ตัว เหมือนน้ำตาจะไหลออกมาเพราะความโมโหและเสียใจอย่างถึงขีดสุด

                หลังสอบเสร็จ ฉันกะจะไปคุยกับหมอนั่นให้รู้เรื่อง เตรียมตัวจะไปด่าเขาซะชุดใหญ่ แต่ฉันก็ไม่มีโอกาส...

                ฉันโดนนักเรียนผู้หญิงม.หกกลุ่มหนึ่งที่ใครๆก็รู้จักกันดีถึงชื่อเสียงด้านไม่ดีของพวกนั้นลากไปหลังห้องน้ำหลังตึกระหว่างที่ฉันกำลังจะไปห้องชมรม

                เพราะไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...และเป็นเพราะใคร

                ฉันโดนพวกนั้นรุมทำร้ายจนสลบไป

                ไม่มีใครมาช่วยฉันทั้งนั้น...ฉันจำได้แค่ก่อนที่ฉันจะหมดสติไป ฉันเห็นข้าวฟ่างเดินเข้ามาพลางกอดอดแล้วยกยิ้มมองมาที่ฉันอย่างสะใจสุดๆ

                ...ฉันเกลียดนายมากเลยเลยปริ้นซ์

                ฉันเกลียดนายมากจริงๆ











To be Continued









มุมทอล์ค *


สวัสดีค่า T_____T!
มาแล้ว มาแล้ว มาแล้วววววววว
ฮือๆๆ เพิ่งสอบเสร็จค่ะ
4 วันติดมหาโหด ! ถึงกับทุรด 5555
ไม่มีเวลาแม้แต่น้อยนิดเจียดมาแต่งนิยาย แงๆๆ
วันนี้สอบเสร็จ กลับมานอน ตื่นมาปั่นให้เลยค่า เฮือกก
ใครเห็นคำผิดบอกด้วยน้า ยังไม่ได้เช็คค่ะ

มาเผยเรื่องของปริ้นซ์กับแฟนแฟร์ก่อน
เดี๋ยวคนอ่านจะงงกันไปมากกว่านี้ 555
ปริ้นซ์หล่อง่ะ...แต่ทำตัว T T

หมดเรื่องจะเม้าท์ค่า 555
เพราะว่าหิวข้าวมากกกกก T T
อยู่หอคนเดียว เพื่อนหนีไปเที่ยวกันแล้วว
ไรท์เตอร์อยู่หอเพราะรีบมาปั่นนิยายให้รีดเดอร์ทุกคนนี่ล่ะค่าา ฮ่าๆๆๆๆ

เดี๋ยวไปกินข้าวก่อนนะคะ
แล้วจะกลับมาปั่นปลาทองกับแชมพูต่อ ฮ่าๆๆ
คิวยาวเหลือเกิน T_____T!!


โปรโมททททท!
นิยายอีกเรื่องของไรท์เตอร์ติดโครงการนักเขียนหน้าใสปี 4 ของแจ่มใสค่ะ!
เข้ารอบ 5 คนแล้ววววว
รบกวนทุกคนช่วยกันโหวตหน่อยน้า จิ้มคนละจึกสองจึกกันหน่อยนะคะ >_<"
ขอบคุณล่วงหน้าเลยค่ะ

คลิกลิงค์ไปเลยโลดดดดดดดดดดดด!


http://www.dek-d.com/jamsai/view.php?id=719






อย่าลืมติดตามเรื่องนี้กันนะคะ !



1 เม้นท์ 1 กำลังใจเช่นเดิมม ^^
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ




ไว้เจอกันตอนหน้าค่าาา

รักทุกคนนนนนนน
ม๊วฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ^3^


















Matesoul my 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,819 ความคิดเห็น

  1. #2814 เปอร์เซีย{Persian} (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 เมษายน 2557 / 22:06
    ฟ่างนี่หลงผู้ชายจนไม่ได้คิดจะถามเพื่อนเลยจริงๆ เพลีย -*-
    ส่วนปริีนซ์ก็นะ....
    โกรธแทนแฟนแฟร์จริงๆ !!! T.T
    #2,814
    0
  2. #2813 นิวจี้ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 เมษายน 2556 / 13:56
    เกลียดปริ้นซ์มากๆๆๆๆๆๆๆ ฟ่างแม่งก็ไม่ฟังเพื่อน แฟนแฟร์น่าสงสารT.T
    #2,813
    0
  3. #2800 NATCHAYA_NNFC (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กันยายน 2555 / 12:10
    ชอบบบบบบบบบบ ^^
    #2,800
    0
  4. #2783 NamPunch >O< (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2555 / 18:05
    !อี!!@#
    แกน่าจะชื่อเดวิล ไม่ก็ซาตาน ไม่น่าชื่อปริ๊นซ์เลยเหอะ !
    หึยๆๆๆๆ โกรธ เกลียด เคียดแค้น - -^^^^
    #2,783
    0
  5. #2780 Löv ♥ Rhÿthm ♪ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2555 / 19:41
    เกลียดปริ๊นซ์ !!!!!!!!! เลวมาก -*-
    #2,780
    0
  6. #2737 หนมปังเปียก > < // (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2555 / 21:45

    ฉันก็เกลียดแกปริ๊นซ์ ไอเลววววววววว ~~~~!!!!!!!!!!!

    #2,737
    0
  7. #2705 Natnatthitirath (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2555 / 16:54


    โคตรโหดอ้ะ สงสารแฟนแฟร์TT
    #2,705
    0
  8. #2674 ยัยตัวเล็ก :3 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 เมษายน 2555 / 13:40
     อีสัสเฮ้ย !!

    หน้าตัวเมียมากว่ะ !!

    กูเกลียด!!
    #2,674
    0
  9. #2662 .Empty (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2555 / 17:06
    ปริ้นซ์เลวมากกกกกกกก =[ ]= พระเจ้า ไม่เคยเห็นใครเลวได้ขนาดนี้ อยากฆ่าให้ตายจริงๆเลย!
    #2,662
    0
  10. #2646 sweet life (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มีนาคม 2555 / 20:03
     ฆ่าปริ้นซะเถอะ(แนวโหดดดดดด-0-++)
    #2,646
    0
  11. #716 Kikyou (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มีนาคม 2555 / 21:20
    ข้าวฟ่างก็โง่เกินไปนะ -*- สนิทกับเพื่อนมาตั้งนานไม่รู้นิสัยเพื่อนตัวเองเลยเหรอไง ทำไมไม่ฟังเหตุผลบ้างงงง ส่วนปริ้นซ์ก็คงมีเบื้องหลังอยู่แน่ๆ = =
    #716
    0
  12. #715 JENNYHA (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มีนาคม 2555 / 13:59
    สงสาร อ่า TT
    #715
    0
  13. #714 hot_sweet (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2555 / 14:08
    ปริ้นซ์ เลวมากกก
    #714
    0
  14. #713 [W]a[S]a[G]io_[A][M]a[T]eur (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2555 / 12:51
    ข้าวฟ่างโง่มาก แค่โทรออกก็จบละ - - สงสารนางเอกอ่าา ไม่ใช่ความผิดของตัวเองเลยแท้ๆ
    #713
    0
  15. #712 ~ yAyee* ~ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2555 / 14:27
    อี่ปริ้นซ์!!!!
    #712
    0
  16. #711 Aneare[s]t (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555 / 19:45
    สงสารนางเอกอ่ะ

    ปริ้นซ์เลวมากกกกกกกกกก
    #711
    0
  17. #710 Shadow Alice (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มกราคม 2555 / 11:09
     เกลียดปรินซ์ที่สุดเลย! เลวมากๆ ไม่มีผู้ชายคนไหนเลวเท่า!
    #710
    0
  18. #709 Princess_of_Devil ( NJ ) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มกราคม 2555 / 16:41
     ปริ๊นนน เลวที่สุด ของที่สุดจริงๆ

    น่าสงสารแฟนแฟร์มากก T^T
    #709
    0
  19. #708 TMP* (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มกราคม 2555 / 14:39
    ปริ๊นเลววววว

    ข้าวฟ่างโง่ง่ง่ง่

    เหมาะสมกันจริงๆ - -**



    สงสารแฟนแฟร์ TT'
    #708
    0
  20. #707 Violin flower (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มกราคม 2555 / 11:57
    เลวมากกกกกก
    #707
    0
  21. #706 alonerz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มกราคม 2555 / 17:52
     - เลว ! คำเดียวเลย !! :( 
    - * ถ้ามีอีโมชูนิ้วกลาง จะใช้สักล้านครั้ง !!
    #706
    0
  22. #705 Combo Lita' (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 00:10
     เราเกลียดปริ๊นซ์มาก

    แต่ข้าวฟ่างก็ทำกับเพื่อนตัวเองเกินไปนะ

    โง่มากมาย โง้สิ้นดีเลยยัยข้าวฟ่าง
    #705
    0
  23. #704 ma~nell (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2554 / 19:01
     ไม่หรอก เราว่าปริ๊นซ์ไม่เลวหรอก (มั้ง) เราคิดว่าต้องมีใครซักคนอยู่เบื้องหลังเเน่ๆ หรือไม่ก็อาจเป็นเหตุผลบางอย่างที่ปริ๊นซ์จะทำยังงั้น
    ฟ่าง...ยัยนี่โง่เง่าเต่าตุ่นมาก!! ถึงหลักฐานจะโชว์หรา แต่ก็ควรฟังเหตุผลเพื่อนบ้างสิ เพื่อนแบบนี้ไม่น่าคบ
    เอ่อ....อินจัด = =

    #704
    0
  24. #703 Ln_shin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2554 / 14:14
    โอ๊ย ไม่รู้จะพูดยังไงดี - -*...

    ปริ้นซ์สารเลวมาก ฟ่างก้โง๊โง่

    ไม่รู้จักไว้ใจเพื่อนมั่งเรย รักผู้ชายจนไม่ลืมหูลืมตา

    หัดฟังเหตุผลมั่งเส่ะ!

    แฟร์ที่น่ารักของข้าช่างน่าสงสารจริงๆ T^T
    #703
    0
  25. #702 crijnook (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2554 / 20:15
     ปริ้นซ์เลวมากกกกกก
    #702
    0