[SF SHINee] I'll Find You [Minho x Jonghyun]

ตอนที่ 8 : M E E T 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 387
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    24 ก.ค. 60

Title :: Ill Find You [AU]

Pairing :: Minho x Jonghyun ftTaemin x Onew

Rate :: PG-15+

Talk :: ขอโทษที่หายไปนานนะคะ ฮือออ เค้าติดโปรเจคปิดเทอม แต่จะพยายามมาต่ออีกนะ ! รออีกไม่นานก็จะจบแล้วนะ จุ๊บ ขอให้มีความสุขในการอ่านนะคะ !




M E E T  8




 

“ไม่คิดว่าจะเจอของดีนะเนี่ย”

 

“อย่ายุ่งกับเขา”

 

มินโฮบอกเสียงเรียบ เขาบีบข้อมืออัลฟ่าคนนั้นอย่างแรง อย่างน้อยก็แรงพอที่จะให้อีกฝ่ายยอมปล่อยแขนของโอเมก้าในอ้อมกอดเขาได้ อีกฝ่ายส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอบ่งบอกได้ว่าไม่สบอารมณ์นักแต่มินโฮไม่คิดจะสนใจ เขาประคองร่างอ่อนแรงของพี่เข้าไปในห้องแต่ยังไม่ทันได้ก้าวเข้าไป ไหล่ของเขากลับถูกกระชากเสียแทน

 

“หวงก้างจังวะ” อัลฟ่าคนนั้นคำรามต่ำ กลิ่นฟีโรโมนนั้นกำลังยั่วให้เขาคลั่ง “อย่ามาทำตัวเป็นเจ้าของหน่อยเลย”

 

“เขาไม่ใช่สิ่งของ !” มินโฮกระชากเสียง อารมณ์รุนแรงพลุ่งพล่านขึ้นในอก เขาหันร่างไปเผชิญหน้าคนที่ยังตามมาไม่ลดละ เพราะไม่ใช่คนที่เขาคุ้นหน้าเขาเลยไม่คิดจะเกรงใจนัก “ถอยออกไป”

 

“แค่โอเมก้าคนเดียว แบ่งกันใช้ไม่ได้หรือไงวะ !

 

มินโฮกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายเข้ามาใกล้ ความโกรธนั้นทำให้เขาเกือบจะซัดหมัดลงบนใบหน้านั้นแล้วถ้าอนยูกับแทมินไม่ถลันตัวมาคว้าไว้เสียก่อน

 

“มินโฮ สงบสติอารมณ์หน่อย” อนยูปราม ยังดีที่น้องยังพอตั้งสติได้บ้างถึงได้ยอมปล่อยคอเสื้ออีกฝ่ายลงแต่แรงผลักนั้นทำให้คนที่ไม่ตั้งตัวเสียหลักไปวูบหนึ่ง

 

“มึงคิดว่าตัวเองเป็นใครวะ !” อัลฟ่าคนนั้นคำรามอย่างเดือดดาล สัญชาตญาณในตัวกำลังพลุ่งพล่านทำให้ทันทีที่ตั้งตัวได้เขาก็ถลันมาผลักไหล่อัลฟ่าอีกคนจนเซ เงื้อหมัดขึ้นหวังชกอีกฝ่ายให้สาแก่ใจ

 

“คุณไม่มีสิทธิ์ทำร้ายร่างกายศิลปินของผม”

 

โชคร้ายที่แขนของเขาถูกยึดไว้เสียก่อนด้วยฝีมือของผู้จัดการวง ชเวจินพูดเสียงต่ำขณะเพิ่มแรงบีบที่ข้อมือก่อนจะเหวี่ยงอีกฝ่ายไปอีกทาง

 

ชเวจินขมวดคิ้วไม่ชอบใจนัก กลิ่นฟีโรโมนรุนแรงที่แม้แต่เบต้าอย่างเขายังสัมผัสได้ทำให้พอเดาเรื่องได้ราง ๆ ยังดีที่กลิ่นฟีโรโมนไม่ค่อยมีผลกระทบต่อเบต้าเท่าอัลฟ่านัก และโชคดีที่เดินมาทันเห็นเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อครู่พอดี ชเวจินไม่ชอบให้คนนอกมาก้าวก่ายเด็ก ๆ ภายใต้การดูแลของเขา

 

“ก็แค่โอเมก้าคนเดียว !” ชายคนนั้นยังไม่ยอมแพ้

 

“ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คุณได้รับอนุญาตให้เข้ามาด้วยซ้ำ” เขาพยายามพูดอย่างใจเย็น ปรายตามองคนที่ดูยังไงก็คงไม่ใช่พนักงานคงเป็นแฟนคลับที่แอบตามมาเสียมากกว่า ชเวจินไม่อยากใช้ความรุนแรงนักเพราะมันทำให้คนอื่น ๆ มองน้องของเขาไม่ดีไปด้วย

 

“มันมีค่าอะไรนักหนาวะถึงได้ปกป้องขนาดน... !

 

ผัวะ !

 

ร่างของคนพูดเซไปเล็กน้อยด้วยแรงหมัดของคนที่ขึ้นชื่อว่าใจเย็นที่สุดในวงท่ามกลางความตกใจของทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ อนยูหักนิ้วขณะที่สาวเท้าเข้าไปใกล้คนที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ออกแรงกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายให้ยืนขึ้นพลางพูดเสียงเรียบ “เมื่อกี้สำหรับที่แกดูถูกโอเมก้า”

 

ชเวจินกระโจนเข้าไปหมายจะห้ามแต่ไม่ทันเมื่อหัวหน้าวงโผนเข้าไปต่อยอีกครั้งจนอีกฝ่ายหน้าคว่ำ แรงเสียจนได้ยินเสียงหมัดกระทบผิวเนื้อชัดเจน

 

“และนั่นสำหรับที่แกดูถูกน้องฉัน”

 

xxxxxxxxxxxxxx

 

โชคร้ายไปหน่อยที่อัลฟ่าคนนั้นเป็นปาปารัสซี่ไม่ใช่แฟนคลับ

 

ถึงอีกฝ่ายจะผิดที่บุกเข้ามาในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตแต่ข่าวที่ได้ออกไปนั้นทำให้คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม เรียกว่าหนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสารข่าวบันเทิงทั้งหลายแหล่ต้องลงข่าว กลายเป็นทอร์คออฟเดอะทาวน์ภายในชั่วข้ามคืน

 

แน่นอนว่าข่าวนั้นดังไปเข้าหูบริษัท และนั่นทำให้จงฮยอนถูกพักงานชั่วคราว

 

ถ้าจะพูดให้ถูกจริง ๆ คือคิม จงฮยอนถูกพักงานชนิดไม่มีกำหนดที่เขาขอลงความเห็นว่าอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมตัวโดน ไล่ออกอย่างเป็นทางการเพียงแค่รอให้ผ่านการประชุมให้เรียบร้อยก่อนเท่านั้น แต่แม่ง --- มันก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าผลสรุปจะเป็นยังไงในเมื่อเขาทำผิดกฎข้อร้ายแรงของบริษัท


ไม่โดนให้ทำไงไหววะ

 

“อาการเป็นไงบ้าง”

 

อ่อ... เขาไม่ได้บอกใช่มั้ยว่าตลอดช่วงเวลาฮีทพี่อนยูเป็นคนคอยดูแลเขา

 

ยังดีที่ฟีโรโมนของโอเมก้าไม่ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเบต้าเท่าอัลฟ่า ความจริงคือมีผลแต่มนุษย์ที่ควบคุมตัวเองได้ดีตลอดเวลา วางตัวได้สมศักดิ์ศรีหัวหน้าวงอย่างพี่อนยูไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง ถึงอย่างนั้นจงฮยอนไม่ชอบใจนักที่ต้องเห็นพี่เขามาอยู่ด้วยทั้งที่เป็นเวลางาน

 

อี จินกิถูกทัณฑ์บนเนื่องจากการใช้ความรุนแรง แน่นอนว่าประเด็นต่อยปาปารัสซี่ทำให้อีกฝ่ายดังไม่แพ้กัน เรียกว่าควบคู่สูสีกับเขาเลยทีเดียว เนื่องจากผู้เห็นเหตุการณ์มีค่อนข้างเยอะแต่นอกจากเจ้าตัวจะไม่ว่าอะไรแล้วยังยิ้มเรื่อย ๆ พร้อมกล่าวว่า เขาสมควรโดนด้วยซ้ำ

 

อันที่จริงอนยูโดนสัมภาษณ์ไปครั้งหนึ่งก่อนถูกสั่งกักบริเวณ แต่คำตอบในการให้สัมภาษณ์ของเขาคือ แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรในการทำร้ายโอเมก้า ?เล่นเอาสังคมสั่นสะเทือนกันไปเป็นแถบ กลายเป็นหัวข้อวิพากษ์วิจารณ์ใหญ่โตสำหรับการกระทำในครั้งนี้เลยทีเดียว

 

ก็คนเป็นข่าวดันเป็นคนที่มีภาพลักษณ์อ่อนโยน สุภาพ นุ่มนวล สุภาพบุรุษ ไม่มีปากมีเสียงนี่นา

 

สรุปคือตอนนี้งานโปรโมทหรืองานแสดงของวงถูกพักไว้เรียบ เนื่องจากพี่ทั้งสองคนของวงถูกพักงาน และนั่นส่งผลให้น้อง ๆ ที่เหลืออีกสามคนงอแงไม่อยากทำอะไรตามไปด้วยจนโดนอนยูดุเข้าไปอีกรอบหนึ่งถึงได้ดูกระตือรือร้นมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะต้องออกไปเจอสถานการณ์ที่ไม่ค่อยชอบใจก็ตาม

 

ก็นะ... นักข่าวเล่นรุมเช้ารุมเย็น กว่าจะฝ่าได้แต่ละทีนี่เขาเหนื่อยแทนน้องจริง ๆ

 

“กลับมาแล้วครับ”

 

สามเสียงประสานกันเรียกรอยยิ้มของพี่ ๆ ทั้งสองคนได้เป็นอย่างดี แทมินเดินหอบข้าวของพะรุงพะรังตามมาด้วยคีย์และมินโฮที่สภาพดูลำบากลำบนไม่แพ้กัน

 

“เฮ้ย อะไรเยอะแยะวะ” จงฮยอนทักขณะที่ก้าวเข้าไปช่วยน้องถือ

 

“จากแฟน ๆ น่ะครับ” แทมินยิ้มกว้าง หน้าตาน้องดูสดใสกว่าเมื่อวานตอนที่รู้ว่าพี่ ๆ โดนพักงานขึ้นเยอะ “กำลังใจดีสุด ๆ ไปเลย”

 

จงฮยอนเลิกคิ้ว ปกติพี่ชเวจินไม่ค่อยยอมให้รับของจากแฟน ๆ โดยตรงมากนักส่วนใหญ่จะเป็นของที่แฟน ๆ ส่งมาให้ทางบริษัทเพื่อนำมาให้มากกว่าแต่ดูจากปริมาณข้าวของมากมายทั้งการ์ดกระดาษ จดหมาย ป้ายไฟ ตุ๊กตาและของกินมากมายแล้วดูเหมือนถ้าส่งมาให้แต่ที่บริษัทที่เดียวคงได้บริษัทแตกกันบ้าง

 

“แฟน ๆ ฝากจดหมายมาให้พี่เยอะมาก” มินโฮยื่นถุงกระดาษใบโตส่งให้พี่คนรอง แล้วหันไปส่งให้พี่คนโต “ของพี่เองก็เยอะไม่แพ้กันครับ”

 

“ผมถ่ายคลิปตอนแฟน ๆ ไปรอรับเราที่บริษัทไว้ด้วยนะ” คีย์รีบวางของลงแล้ววิ่งมาหาคนอื่นที่กำลังรุมอ่านจดหมายกันอยู่ ข้อความส่วนใหญ่เป็นข้อความให้กำลังใจ บางส่วนแสดงถึงความเป็นห่วงเล่นเอาคนอ่านยิ้มแทบไม่หุบ คีย์ขยับเข้ามากลางวงขณะที่กดเล่นวิดีโอในมือถือ

 

มันปรากฏภาพของกลุ่มคนจำนวนมากที่ยืนอออยู่เต็มไปหมด พวกเธอพยายามโบกไม้โบกมือให้ดูแล้วน่าปวดหัวอยู่ไม่น้อย พอแทมินเริ่มเดินไปตามทางที่จัดไว้ตามด้วยมินโฮ เสียงกรี๊ดพลันกระหึ่มออกมาจากลำโพงทำให้พวกเขาอมยิ้ม แทรกปนมาด้วยประโยคสั้น ๆ ที่พอจับใจความได้บ้าง

 

พวกฉันรักพี่นะคะ !’

 

พี่คะ ! อย่าเพิ่งท้อนะ !’

 

พวกฉันจะปกป้องพี่เองค่ะ !’

 

และอีกมากมายทั้งที่จับใจความได้และจับใจความไม่ค่อยได้ จงฮยอนอมยิ้มมองภาพความวุ่นวายเล็ก ๆ ทั้งที่จำนวนไม่ได้น้อยแล้วรู้สึกเหมือนน้ำตาคลอ เขาอ่อนไหวง่าย ยิ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับพวกนี้จงฮยอนยิ่งรู้สึกว่าเขาอ่อนไหวง่ายเป็นพิเศษ

 

แต่แม่ง --- แฟนคลับพวกเขาโคตรน่ารักเลยว่ะ

 

“ฉันอยากเข้าบริษัทว่ะ” จงฮยอนพึมพำทั้งที่สายตายังไล่อ่านจดหมายจากแฟน ๆ ไม่หยุด ทั้งที่ข้อความเหมือน ๆ กันแต่จงฮยอนกลับรู้สึกดีที่ได้อ่านมัน

 

“จะดีอ่อวะพี่” คีย์ย่นหน้า นึกถึงสภาพนักข่าวที่พุ่งเข้ามารุมพวกเขาแล้วรู้สึกปวดหัวตุบ ๆ

 

“ดีสิ” คนตัวเล็กพยักหน้าหงึกหงักอย่างตัดสินใจได้ ถึงในใจจะโหวง ๆ อยู่เหมือนกัน ไม่รู้ว่ามันจะเป็นการเร่งเวลาของเขาให้หมดเร็วขึ้นหรือเปล่า “อย่างน้อยพี่ก็อยากให้เขารู้ว่าทำไมพี่ทำแบบนี้”

 

แต่ในเมื่อแฟน ๆ ยังพยายามเพื่อเขาขนาดนี้ เขาจะอยู่เฉย ๆ ได้ยังไง

 

เขาก็ควรพยายามเพื่อตอบแทนพวกเธอบ้าง ถูกมั้ย ?

 

xxxxxxxxxxxxxx

 

แต่พูดก็พูดเถอะ....

 

ทำไมขาเขาถึงได้สั่นขนาดนี้วะ !

 

จงฮยอน อนยู และมินโฮมาถึงบริษัทตั้งแต่เช้า ในขณะที่คีย์มีคิวเดินแบบกว่าจะเสร็จก็ช่วงบ่าย ส่วนแทมินมีถ่ายรายการยาวตั้งแต่เช้าเหมือนกัน ทั้งสองคนดูงอแงอยู่นิดหน่อย ปากพร่ำ ๆ บอกแต่ว่าอยากมาด้วยแต่พอเห็นท่าทางไม่ค่อยเห็นด้วยของพี่อนยูแล้วก็เงียบกันทั้งคู่


แน่สิ ไม่อยากโดนบ่นรอบสองหรอกนะ !

 

“มินโฮ” จงฮยอนดึงแขนเสื้อคนที่เดินนำอยู่ก่อนหนึ่งก้าว ไม่รู้ว่าน้องตั้งใจหรือว่าเป็นความเคยชินแต่การที่เขาเดินไปและมองเห็นไหล่กว้าง ๆ นั้นได้จากข้างหลังมันดูทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นมาเหมือนกัน เพราะรู้ดีว่าเจ้าของไหล่กว้างนี้สามารถปกป้องเขาได้

 

“เป็นอะไรครับพี่” คนน้องพอรับรู้ถึงแรงกระตุกนั้นถึงหันมาหาพร้อมรอยยิ้มอุ่น ๆ พอเห็นหน้าเจื่อน ๆ ของพี่แล้วก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม “กลัวเหรอ ?”

 

“แม่งแบบ... ใจไม่ค่อยดีเลยว่ะ”

 

“กลัวอะไร” คนตัวสูงกว่าผ่อนฝีเท้าลงจนสุดท้ายก็เดินลงมาข้างกัน “ผมอยู่ตรงนี้ ไม่เห็นต้องกลัวเลย”

 

ไออุ่นที่ได้รับผ่านมือที่อยู่บริเวณข้อศอกทำให้จงฮยอนแอบอมยิ้ม ความจริงแล้วมินโฮอยากส่งความร้อนจากร่างกายให้มือเย็น ๆ นั้นมากกว่าแต่ถ้าทำแบบนั้นมันคงประเจิดประเจ้อไปหน่อย

 

“มาจีบอะไรกันหน้าห้องท่านประธานวะ” หัวหน้าวงที่เดินอยู่อีกข้างกระซิบขำ ๆ เล่นเอาน้องทั้งสองสะดุ้ง อนยูโคลงหัวแจกยิ้มเรียบเรื่อยให้น้อง “พร้อมมั้ย ? จะเข้าแล้วนะ”

 

“ไม่พร้อมก็ต้องพร้อมปะพี่” จงอยอนรู้สึกได้ว่าเสียงตัวเองสั่น ๆ พอเหลือบมองนาฬิกาข้อมือแล้วก็ได้แต่ครางในใจ “นี่ถึงเวลานัดแล้วด้วย”

 

ปกติแล้วเวลามีการประชุม คนที่เข้าประชุมคือผู้จัดการวงที่จะนำเนื้อหาในการประชุมมาบอกศิลปินของตัวเองอีกที และนั่นทำให้พวกเขาไม่ค่อยได้พบท่านประธานเสียเท่าไหร่ นอกจากท่านลงมาแวะเยี่ยมเยียนเล็ก ๆ เท่านั้น ที่จงฮยอนรู้คือการเข้าพบท่านประธานนั้นยากมากด้วยตารางเวลาที่แน่นขนัด เรียกว่าถ้าไม่นัดล่วงหน้าอย่าหวังว่าจะได้พบ

 

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแค่โทรไปหาพี่ชเวจินแล้ววันรุ่งขึ้นถึงได้เข้าพบเลย จงฮยอนไม่อยากคิดว่ามันเป็นเพราะข่าว คาวของเขาเท่าไหร่หรอก

 

ท่านประธานอีนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ใบหน้าที่ปรากฏร่องรอยตามวัยนั้นเคร่งขรึมเสียจนจงฮยอนอดเกร็งขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ หลังจากทำความเคารพ จัดแจงที่นั่งเรียบร้อยแล้วทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงัน

 

เอาตรง ๆ คือเขาว่าเขาเตรียมใจมาเยอะแล้วนะ แต่พอนั่งอยู่ตรงนี้แล้วใจมันปิ๋ว ๆ ว่ะ

 

“ผมขอโทษครับ” จงฮยอนลุกขึ้นโค้งต่ำ มือสั่น ตัวสั่นไปหมด เขาไม่กล้าเงยหน้าด้วยซ้ำจนกระทั่งได้ยินเสียงดุ ๆ บอกให้เขาเงยหน้ามานั่งดี ๆ “ท่านครับ ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันผิดและไม่น่าให้อภัยแต่ได้โปรดให้ผมบังอาจขออะไรท่านสักอย่างได้มั้ยครับ”

 

“ว่ามาสิ...”

 

“ตลอดชีวิตที่ผ่านมา --- ผมรับรู้มาตลอดว่าโอเมก้าไม่ใช่สถานะที่ได้รับการยอมรับจากสังคม ผมรู้ครับว่าโอเมก้าไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องสิทธิ์ใด ๆ ให้ตัวเองได้” จงฮยอนสูดลมหายใจเข้าปอดเรียกกำลังใจ ไม่ทันไรมือใหญ่ ๆ ของคนที่นั่งข้างก็ขยับมากอบกุม แรงกระชับมือเบา ๆ นั้นเหมือนจะบอกว่าเป็นกำลังใจให้อยู่และนั่นทำให้จงฮยอนกล้าที่จะพูดต่อ “ผมแค่หวังว่ามันจะมีที่ไหนสักที่ยินยอมให้โอเมก้าอย่างผมได้พิสูจน์ว่าผมเองก็ไม่ได้ต่างจากเบต้าหรืออัลฟ่า สักที่ที่จะยอมมองโอเมก้าอย่างผมเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง”

 

เขากระพริบตาถี่เพื่อกลั้นน้ำตาให้ไหลกลับลงไป ถึงอย่างนั้นจมูกของเขากลับแสบไปหมด

 

“ในตอนที่ท่านพิจารณาเรื่องการพักงานของผม ท่านจะช่วยมองผมที่เป็นตัวผมได้มั้ยครับ ตัวผมที่ไม่ใช่โอเมก้า” จงฮยอนกำลังเกร็งแต่อีกสองคนที่นั่งขนาบข้างเขาก็เกร็งไม่แพ้กัน “ท่านครับ... ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมขอมันมากเกินไปแต่ถ้าเลือกได้ผมก็ไม่อยากเกิดเป็นโอเมก้าหรอกครับ”

 

“ท่านครับ ในฐานะที่ผมเป็นหัวหน้าวง...ผมอยากเรียนท่านว่าผมทำงานกับมันมาเก้าปี ผ่านอะไรมาด้วยกันก็เยอะแต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่มันจะทำตัวมีปัญหาเพียงเพราะมันเป็นโอเมก้า” อนยูเป็นฝ่ายพูดบ้าง “มันตั้งใจทำเต็มที่ทุกครั้งในทุกหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ผมเห็นมันเหนื่อย ผมเห็นมันท้อแต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ผมจะเห็นมันยอมแพ้”

 

คนเป็นพี่ยิ้มภูมิใจขณะที่โค้งตัวลงต่ำ

 

“ท่านครับ ผมเชื่อว่าท่านเห็นสิ่งที่มันพยายามมาโดยตลอด ผมเชื่อว่าท่านเห็นศักยภาพและความพยายามในตัวมันที่มีไม่แพ้เบต้าหรืออัลฟ่า ได้โปรดเถอะครับผมอยากให้ท่านลองพิจารณาเรื่องของมันใหม่อีกครั้ง” อนยูเห็นน้ำตาตัวเองหยดลงกระทบหลังมือ “ท่านเคยบอกผมไว้ตอนที่ผมได้เป็นหัวหน้าวงว่าจะเป็นเบต้าหรืออัลฟ่ามันก็ไม่สำคัญ ขอเพียงมีใจที่อยากทำงานไม่ว่าใครก็ทำได้ ขอเพียงผมมีใจที่อยากดูแลน้อง ๆ ผมก็จะเป็นหัวหน้าวงที่ดีได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นอัลฟ่า”

 

“ได้โปรดให้โอกาสมันเหมือนตอนที่ท่านให้โอกาสผมเถอะครับ”

 

xxxxxxxxxxxxxx

 

“เธอรู้มั้ยว่าสิ่งที่ฉันกลัวที่สุดในการรับโอเมก้าเข้ามาทำงานไม่ใช่เรื่องศักยภาพ” เสียงทุ้มดุเอ่ยขึ้นช้าชัด จงฮยอนคิดว่าตัวเองอาจจะคิดไปเองแต่เขาเห็นรอยปราณีในดวงตาคู่นั้น “เรื่องที่ฉันกลัวคือเรื่องความปลอดภัย เวลาที่โอเมก้าเกิดฮีทนั้นเป็นช่วงที่ไม่สามารถป้องกันตัวได้ การที่ต้องทำงานที่พบปะผู้คนมากมายขนาดนี้สำหรับโอเมก้าเธอคิดว่ามันปลอดภัยหรือ”

 

ท่านประธานอีถอนหายใจหนัก

 

“ฉันได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอ แล้วเธอรู้ไหมว่าฉันโล่งใจแค่ไหนตอนที่รู้ว่าเธอปลอดภัย”

 

“ผม...” จงฮยอนพูดไม่ออก หัวตาเขาร้อนผ่าว

 

“เธอเป็นคนเก่งนะจงฮยอนฉันยอมรับ แต่เธอคิดว่าการเอาตัวเองมาอยู่ในแวดวงแบบนี้มันดีต่อตัวเธอแล้วจริง ๆ หรือ”

 

ความเงียบเข้าครอบคลุมภายในห้องอีกครั้ง จงฮยอนก้มหน้าลงอย่างจำยอม เขาอยากเถียงแต่แรงดึงที่ข้อแขนในวันนั้นเขายังจำได้ดี เขาจำได้ว่าเขากลัวแค่ไหนตอนที่อัลฟ่าคนนั้นดึงตัวเขาไปจากมินโฮ จำคำพูดที่ไม่เห็นคุณค่าในตัวเขาได้

 

“ผมจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นครับ” คนที่นั่งเงียบมาตั้งแต่แรกเป็นคนเอ่ยขึ้น มินโฮสบตากับคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างแน่วแน่ “ท่านเคยได้ยินเรื่องเล่าที่ว่าในโลกใบนี้ได้สร้างอัลฟ่าคนหนึ่งเพื่อให้มาดูแลและปกป้องโอเมก้าคนหนึ่งไหมครับ ?”

 

มินโฮกระชับมือที่เขากุมอยู่ไว้แน่นราวกับการยืนยัน

 


“ในฐานะอัลฟ่าคนนั้น --- ผมไม่มีวันปล่อยให้โอเมก้าของตัวเองต้องพบเจอเรื่องแบบนั้นแน่นอนครับ”

 

xxxxxxxxxxxxxx

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

62 ความคิดเห็น

  1. #53 sunsun (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 08:04
    พี่หู้คงโกรธมากจริงๆ เพราะมาดูถูกน้องชายที่เขารักนิ จริงๆท่านประธานแค่เป็นห่วงสินะ ขอให้ทุกอย่างป่านไปด้วยดี
    #53
    0
  2. #36 `ttg_KP¨̮ (@hinpatty) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 20:20
    พี่อนยู ใช้ความรุนแรงผิดกฎหมายอาญานะคะ แต่ไม่เป็นไร พี่อนยูทำไปเพราะโกรธอยู่ ลดโทษกันได้._. พูดอะไรเนี่ย ขอโทษค่ะ ชายนี่โคตรครอบครัว รักมากTT
    เข้าใจประธานมากๆ เหมือนที่จงฮยอนบอก ถ้าไม่มีมินโฮกับเมมเบอร์อยู่ด้วยตอนเกิดเหตุการณ์นั้นคงแย่ แต่มีมินโฮนี่นา เราไว้ใจมินโฮนะ พูดแบบนี้จงฮยอนรักตาย แง เราขอรักด้วยนะ
    เราชอบภาษา การอธิบายมากค่ะ แต่งฟิคสักเรื่องได้แบบนี้คงดี แฮ่
    #36
    0
  3. #35 m.honey (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 20:15
    ไรท์เตอร์ ฮือออออ ใจหายใจคว่ำหมดเลยอ่า อัลฟ่าคนนั้นดันเป็นปาปารัซซี่ งานเข้าเลยไง ตกใจหมดเลยไม่คิดว่าคนที่ต่อยอัลฟ่าคนนั้นจะเป็นเฮียหู้อ่ะ ตัวเองห้ามน้องแต่ต่อยเอง สะใจมาก เป็นเราเราก็ต่อย มาดูถูกน้องแบบนี้จะให้อยู่เฉยๆเป็นไปไม่ได้เถอะ แต่เฮียหู้ต่อยน้อยไปนะ เอาอีกซักสองสามหมัดให้มันฟันหลุดไปเล้ย เกลียด



    ตอนคิมจงถูกพักงานไม่มีกำหนดนี่ไรท์เตอร์ทำเราเครียดอ่ะ นึกว่าจะโดนไล่ออกซะแล้ว แต่ที่ไหนได้ ท่านประธานสั่งพักงานเพราะเป็นห่วงศิลปิน ฮือออออ ท่านประธานน่ารักมาก หนูรักท่านประธานนะคะ 😢



    ประโนคสุดท้ายทำเราเขินเลยอ่า พี่มินโฮรู้แล้วสินะว่าเป็นคู่พี่จง งือออออ *จิกหมอน* ในเมื่อรู้แล้วก็ดูแลพี่จงให้ดีนะคะพี่มินโฮ ห้ามให้ใครมาทำร้ายพี่จงได้น้า ><



    เราว่าจะบอกไรท์เตอร์หลายตอนแล้วค่ะว่าเราชอบเวลาไรท์เตอร์เขียนบรรยายอ่า แบบเวลาแสดงสีหน้ามันชัดเจนมาก เราเห็นภาพชัดเลย สำนวนดีมากเลยค่ะ เราชอบนะคะ รีบมาต่อน้า มันค้างมากเลยยยย ^^
    #35
    0
  4. #34 มังกรต๊อง (@crazy_dragon) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 20:14
    ตัวเองกลับมาอัพแล้วว เย้! 

    อยากจะบอกว่าในส่วนของตอนนี้หลายอารมณ์มากค่ะ โกรธอัลฟ่านิสัยเสีย แต่ก็อึ้งไปกับตะหงิที่ต่อยเอาๆ หน้ายิ้มๆแต่ร้ายกาจใช่เล่น และอบอุ่นกับฉากที่แฟนคลับและน้องๆในวงให้กำลังใจทุกคน

    มันดีย์ค่ะ ฮือออออออออ

    ชเวมิงคงรจัดการคนของตัวเองได้แล้วนะคะ!  กัดคอเลยค่ะ!  #ผิด

    จริงๆเราชอบฟิคตัวเองตรงที่คาร์แต่ละคนเคาะมาจากชายในมุมที่พวกเราเห็นแค่เปลี่ยนเป็นเล่นดนตรีเท่านั้นเอง

    ท่านประธานใจดีมากกก ดูไม่แบ่งเรื่องชนชั้นด้วย เพราะเป็นห่วงล้วนๆเลย หวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี ได้ทพวงด้วยกันต่อนะคะ แง

    สู้ๆค่า ขอบคุณสำหรับฟิคสนุกๆนะคะ
    #34
    0
  5. #33 @2H SHINee forever (@2h-af) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 20:02
    รักในความสุมพันธ์ของชายนี่จริงๆนะ ถึงขนาดทำพี่อนยูองค์ลงได้นี่เก่งมากอะ ไรเตอร์แต่งดีมากเลยคะ ฮรืออออออออออ แต่งได้เหมือนความสัมพันธ์ในชีวิตจริงเลยคือ คีย์ปากร้ายแต่ห่วงจงฮยอนตลอด พี่อนยูก็คอยมองจงฮยอนตลอด แทมินถึงจะไม่ค่อยพูดแต่สายตาที่มองจงฮยอน ชเวมินโฮจู่จี้จุกจิกจงฮยอนตลอดค่อยพูดคำเดิมๆซ้ำกับจงฮยอนเพราะเป็นห่วงฮยองคนนี้ งืออออ, รักเรื่องนี้ ถ้าในชัวิตจริงบริษัทดีกับชายนี่แบบนี้ก็ดีสิ อุปปปปส์!!!5555555
    #33
    0