Dream Catcher ฝันลวงโลก

ตอนที่ 6 : Begin 5 First Mission

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,676
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    4 พ.ค. 60

5

First Mission

 

            เกมชิงลูกคริสตัลคือภารกิจแรกของเรา กติกาของเกมนี้คือดรีมแคชเชอร์จะส่งเราทุกคนไปยังสนามทดสอบซึ่งฉันไม่รู้ว่าที่ไหน แต่ก็คงจะได้รู้ในอีกไม่ช้า ในสนามทดสอบนั้นมีลูกคริสตัลจำนวนสิบลูกวางกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ เมื่อถึงเวลาทีมผู้เล่นทั้งสี่ทีมจะถูกส่งเข้าสู่สนามตรงฐานเกิดของตนเอง จากนั้นแต่ละทีมก็เริ่มออกตามหาลูกคริสตัล พอได้มันมาแล้วทีมผู้เล่นจะต้องวิ่งกลับมาโยนลูกคริสตัลเข้าฐานตัวเองจึงจะได้คะแนน ดรีมแคชเชอร์มีเวลาจำกัดให้สองชั่วโมง ทีมไหนได้คะแนนมากที่สุดก็ชนะไป แค่นั้น

            วอลเธอร์อนุญาตให้ทุกคนกลับมาใส่นาฬิกาอีกครั้งเนื่องจากการทำภารกิจจำเป็นต้องมีเครื่องมือสื่อสาร ฉันได้นาฬิกาจากโรแลนด์เพราะเขารู้ว่าฉันไม่มี ตอนนี้เราทั้งหมดก้าวมายืนอยู่บนเครื่องวาร์ปขนาดใหญ่ที่จะพาเราไปสู่สนามทดสอบ เจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องให้สัญญาณนับถอยหลังเพื่อให้เราเตรียมความพร้อมสำหรับการเคลื่อนย้ายรวดเร็วเหนือแสง ฉันยืนตัวเกร็งจนแทบกลั้นหายใจ หลับตาแน่นขณะได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่นับศูนย์แล้วตัวเครื่องวาร์ปก็ทำงาน ได้ยินเสียงเครื่องครางหึ่งๆ มีแสงวิบวับผ่านเปลือกตาทั้งที่ฉันยังหลับอยู่ แล้วจากนั้นฉันก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกจนกระทั่งรู้สึกเหมือนถูกจับแขน จึงลืมตาขึ้น

            “เรามาถึงแล้ว” ใบหน้าคริสตินอยู่ตรงหน้าฉันพอดี ฉันจ้องหล่อนก่อนจะหันมองไปรอบ เห็นต้นไม้ขึ้นรกทึบเต็มไปหมด ฉันรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้เราอยู่ในป่าแล้ว

            “ไปกันเถอะ” ฉันพูด ก่อนจะเดินไปยังฐานซึ่งเป็นที่ตั้งสำหรับวางปืนยี่สิบกระบอกเรียงเป็นวงกลม เรายืนล้อมรอบพร้อมกับหยิบอาวุธออกจากฐานแทบพร้อมๆ กันจนกระทั่งกระบอกสุดท้ายถูกหยิบไป ฐานเราก็มีแสงพุ่งขึ้นมาประกอบเป็นบาเรียรูปทรงบอลลูนขนาดใหญ่ ในบอลลูนมีตัวอักษร ‘D’ ปรากฏไว้สำหรับให้เราโยนลูกคริสตัลเข้าไปในนั้น

            ทีมเราแยกกันไปคนละทาง เนื่องจากลูกคริสตัลมีสิบลูกเราจึงแบ่งกันออกไปหาเป็นคู่หูได้พอดี แน่นอนว่าฉันอยู่กับคริสติน เราสนิทกันจนเข้าขาได้ดี หล่อนกับฉันถือปืนคนละกระบอกวิ่งไปทางใต้ตามพิกัดที่เราเห็นในแผนที่ตอนก่อนลงสนาม เราไม่รู้ว่าทีมอื่นจะเกิดในพิกัดใดบ้าง เพราะทางกรรมการส่งแผนที่แค่จุดที่เราเกิดกับจุดที่มีคริสตัลมาให้เท่านั้น

            ฉันกับคริสตินวิ่งมาได้สักระยะก็หยุดเปลี่ยนเป็นเดินปกติ ใกล้ถึงแล้วเราต้องเริ่มทำตัวเงียบเชียบเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครมาถึงเราก่อน คริสตินเดินนำหน้าฉันเล็กน้อย หล่อนรีบหลบเข้าต้นไม้ข้างๆ เหมือนเห็นอะไรสักอย่างและลากฉันหลบเข้าไปด้วยโดยที่ฉันยังไม่ทันสังเกตเห็นเต็มตาด้วยซ้ำ

            “มีคนมาถึงก่อนเรา” หล่อนกระซิบ ฉันจึงลองชะเง้อออกไปนอกต้นไม้ เห็นกลุ่มชายหญิงเกือบสิบคนยืนล้อมแท่นวางคริสตัลไว้อยู่ ชายคนหนึ่งเดินไปหยิบมันมาถือไว้ ฉันเห็นตัวอักษร ‘A’ บนชุดที่พวกนั้นใส่ แต่พวกนั้นไม่ได้สังเกตเราเพราะเราสองคนอยู่บนเนินพื้นที่ยกสูงกว่าของทีมเอ

            “เธอจ้องนานไปแล้ว” คริสตินดึงไหล่ฉันหันกลับมา

            “พวกนั้นมาจากทีมเอ” ฉันรีบบอก

            “ทีมคนเยอะซะด้วย” หล่อนถอนหายใจ แล้วกระชับปืนในมือช้าๆ ไม่ให้เกิดเสียงก่อนหันไปเล็งนอกต้นไม้ ปืนนี้ไม่ได้ใช้กระสุนจริง แต่เป็นกระสุนปลอมที่ทำให้คนโดนยิงบาดเจ็บและชะงักงันไปชั่วขณะ

            “เธอจะยิงพวกเขาเหรอ ฉันถามอย่างไม่แน่ใจในสิ่งที่หล่อนจะทำ เพราะในปืนมีกระสุนเต็มสิบห้านัดก็จริง แต่เรามีแค่ชุดเดียว เมื่อใช้หมดแล้วก็คือหมดเลย

            “แค่เตรียมพร้อมไว้เฉยๆ น่ะ” คริสตินว่า จากนั้นก็จดจ่อไปที่ศัตรู ฉันเห็นว่าวิธีการของหล่อนดูเข้าท่าก็เลยคลานต่ำไปหลบอยู่หลังพุ่มไม้ แหย่ปากกระบอกปืนทะลุออกมา ส่วนหัวก็เงยหน้าขึ้นเหนือพุ่มไม้เล็กน้อยเพื่อให้เห็นเป้าหมายได้ถนัด

            “พวกเขาจะไปแล้วนี่นา” ฉันพูดเมื่อเห็นแผ่นหลังของพวกทีมเอกำลังจากออกไป หันไปมองคริสตินก็พบว่าหล่อนยังคงนิ่ง สายตาจดจ่อศัตรูแน่วแน่ ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมหล่อนถึงยังไม่เคลื่อนไหว จนกระทั่งได้ยินเสียงปืนและตามด้วยเสียงคนกรีดร้องลั่น ฉันถึงรีบหันกลับมามองแล้วพบว่าผู้ชายคนที่ถือลูกคริสตัลถูกยิง เขาลงไปนอนดิ้นกับพื้น ส่วนเพื่อนในทีมกำลังยกปืนยิงใส่ฝั่งตรงข้ามที่ไม่ใช่พวกเรา ฉันพยายามชะเง้อผ่านพุ่มไม้จนเห็นชายหญิงอีกกลุ่มพุ่งออกมาจากที่ซ่อนพร้อมกับสาดกระสุนใส่ไม่บันยะบันยัง ทำเอาทีมเอซึ่งมีคนมากกว่าล้มลงไปนอนกับพื้น ผู้หญิงผมแดงหน้าตาสะสวยคนหนึ่งเดินเข้ามาหยิบลูกคริสตัลที่ผู้ชายทีมเอทำตกไว้ ฉันเห็นเสื้อหล่อนปักตัวอักษร ‘B’

            “คริส!” ฉันถึงกับร้องอย่างตกใจเมื่อเห็นคริสตินลุกขึ้นวิ่งอ้อมไปหาทีมบี หล่อนกำลังจะบุกแล้ว ฉันทำท่าจะลุกตามไป แต่คริสตินก็หันมาห้ามไว้ บอกให้ฉันคอยยิงสกัดคนที่จะเล่นงานหล่อนไว้ก็เพียงพอแล้ว

            และเพราะแบบนั้นฉันหลบในที่ซ่อนต่อไป พลางหันปืนเล็งไปที่ผู้หญิงผมแดงที่กำลังหันหลังกลับ แต่ไม่ทันไรก็ถูกชนเสียหลักด้วยฝีมือคริสติน หล่อนพุ่งมาเร็วมาก ขนาดฉันยังมองไม่ทัน คริสตินฉกลูกคริสตัลมาได้ หล่อนลุกขึ้นวิ่งหนีไปอีกทาง ขณะที่ผู้ชายทีมบีเพิ่งยกปืนขึ้นเล็ง ฉันก็ยิงใส่ที่อกพวกเขาทันที ผู้หญิงผมแดงเห็นเพื่อนในทีมล้มลงก็ตวัดหน้ามาทางฉันราวกับรู้ ฉันยิงอีกนัด แต่ไม่โดนหล่อน คราวนี้หล่อนเลยยกปืนเดินมาหาฉันพร้อมกับลั่นไกใส่เป็นชุด ทำให้ฉันต้องรีบหดปืนกลับหลบเข้าพุ่มไม้แล้วค่อยๆ คลานหนี จนกระทั่งถึงต้นไม้ต้นใหญ่บังฉันก็ลุกขึ้นสับเท้าวิ่งอย่างรวดเร็ว

            คริสตินได้ลูกคริสตัลมาแล้ว! ฉันคิดอย่างดีใจ ดังนั้นเป้าหมายต่อไปของเราก็คือกลับฐาน ฉันวิ่งออกมาไกลจนเจอหล่อนยืนรออยู่กลางทาง ด้วยความเหนื่อยทั้งคู่เราจึงเดินกลับฐานด้วยกัน

            “เมื่อกี้ขอบใจเธอมากที่ช่วยยิงสกัดพวกนั้นไว้” หล่อนพูดขึ้นพลางสำรวจฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า “โดนยิงตรงไหนหรือเปล่า”

            “ไม่หรอก” ฉันส่ายหัว “ว่าแต่ฝีเท้าเธอก็ไวไม่เบาเลยนะ วิ่งเร็วจนฉันทึ่ง”

            คริสตินหัวเราะเสียงใส ก่อนหันมากระซิบ “ฉันเคยเป็นนักวิ่งแข่งประจำโรงเรียนน่ะ”

            แล้วเราก็เดินคุยกันมาเรื่อยๆ ผ่านต้นไม้รกทึบเต็มสองข้างทาง ฉันเงยหน้ายามลมพัดเพื่อดูกิ่งไม้เอนไหว ได้ยินเสียงนกร้องดังมาจากที่ไกลๆ แม้จะมองหาเท่าไหร่ก็ไม่เห็นแต่ฉันสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของพวกมัน ป่าที่นี่กับในโลกจำลองที่โรแลนด์ให้เราสัมผัสคล้ายกันมาก จนฉันเชื่อว่าป่าในโลกจำลองของเขาคงต้องสร้างมาจากที่นี่แน่

            ไม่รู้ว่าฉันตื่นเต้นกับการออกมาเดินป่าเป็นครั้งแรกในชีวิตมากเกินไปหรือเปล่า ถึงทำให้ประสาทสัมผัสทั้งห้ารับรู้อะไรบางอย่างได้เร็วกว่าปกติ ฉันได้ยินเสียงพื้นหญ้าเสียดสีดังแว่วราวกับมีใครย่องตามเรามา คริสตินเล่าเรื่องราวครอบครัวหล่อนให้ฟังอยู่ ฉันจึงบอกให้หล่อนเงียบ แล้วหันหลังไปกวาดสายตามองจนทั่ว แต่ก็ไม่เห็นอะไร คริสตินกระซิบถามฉันอย่างสงสัย แต่ฉันยังไม่พร้อมตอบตอนนี้ สมองฉันสั่งการให้ขาก้าวไปดูอะไรบางอย่างที่หลังต้นไม้ ปืนในมืออยู่ในท่าพร้อมยิง ฉันถลาเข้าไปเอาปืนจ่อหลังต้นไม้ต้นแรก ไม่เจออะไร ลองเดินลึกเข้าไปอีกจนถึงต้นที่สี่ที่ห้า ก็พบเพียงความว่างเปล่า ความสบายใจโล่งขึ้นมาระดับหนึ่ง อย่างน้อยก็เริ่มมั่นใจได้ว่าสิ่งที่ฉันได้ยินเมื่อครู่อาจเป็นเพียงเพราะหูฝาด

            “ทีน่า ระวัง!” คริสตินร้องพร้อมกับชักปืนขึ้น ขณะที่ฉันกำลังตะลึงก็พบว่ามีใครบางคนพุ่งเข้ามาใส่ฉันจนเสียหลักล้มลงพื้น ผู้ชายทีมบีเมื่อกี้นี่ ฉันเห็นหน้าก็จำได้เพราะอุตส่าห์ยิงเขาด้วยตนเอง แต่ว่าตอนนี้เขาคงหายเจ็บจากการโดนกระสุนปลอมแล้วถึงได้ตามมาเล่นงานฉันถึงที่นี่

            เราสองคนกำลังยื้อแย่งปืนซึ่งแต่เดิมมันคือของฉัน ทว่าผู้ชายตรงหน้ากำลังแย่งมันไป แต่เมื่อแย่งไม่สำเร็จเขาก็ใช้มันกดลงที่คอของฉันแทน ฉันพยายามดันด้ามปืนที่กำลังจะลงมาตำคอสุดแรง มือซ้ายที่ถูกคู่ต่อสู้บิดจากการซ้อมก็ยังไม่หายดี ตอนนี้ฉันเกร็งจนเริ่มปวดข้อมืออีกครั้งแล้ว ขณะที่หูก็ได้ยินเสียงคริสตินกำลังสู้อยู่กับผู้ชายอีกคน

            ไม่นานนักฉันก็ได้ยินเสียงปืนดังลั่นสองนัด ผู้ชายที่คร่อมฉันไว้เบิกตาโพลงขึ้นทันที แรงผ่อนลงจนฉันสามารถดันเขาออกจากตัวได้ ขณะที่ตัวเขาเองก็เริ่มร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดอีกครา

            “ลุกไหวไหม”

            ฉันหันหน้าไปมองชายคนหนึ่งที่ยืนค้ำร่าง ลีรอยนั่นเอง

            “ไหว” ฉันพยักหน้า พลางเริ่มขยับตัวลุกขึ้นมานั่ง ลีรอยเห็นดังนั้นจึงช่วยเขี่ยร่างผู้ชายทีมบีออกไปให้พ้นทาง จนฉันสามารถลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง “ขอบใจ”

            ลีรอยไม่ตอบรับอะไรนอกจากเดินไปหาคริสตินซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากร็อบบ์ ชายร่างยักษ์ผิวสีผู้เป็นคู่หูชิงลูกคริสตัลกับลีรอย

            “คริสตัลยังอยู่กับเธอไหม”

            หล่อนพยักหน้าพลางชูห่อผ้าสีดำที่ใช้เก็บของภารกิจ “นายจะเป็นคนเอามันไปโยนที่ฐานไหมล่ะ”

            “ไม่” ลีรอยส่ายหัว “เมื่อกี้ฉันเอาไปโยนแล้วลูกหนึ่ง”

            “แล้วโยนอีกไม่ได้เหรอ

            เขาส่ายหัวอีกครั้ง

            “กรรมการไม่ได้บอกเราว่าคนที่โยนลูกคริสตัลแล้วจะไม่มีสิทธิ์โยนอีก” ร็อบบ์พูด “หลังจากลีรอยโยน เราก็กลับมาช่วยเพื่อนๆ ในทีม มีคู่หนึ่งโดนยิงสาดกระสุนจนต้องวาร์ปกลับไปรักษาตัวก่อน ลีรอยเลยอาสาเอาคริสตัลไปโยนให้ แต่โยนไม่ได้ บอลลูนนั้นเด้งคริสตัลกลับมา ฉันลองหยิบมันขึ้นมาโยนบ้าง แล้วคริสตัลลูกนั้นถึงจะผ่านเข้าไปในบอลลูน”

            “พูดง่ายๆ ก็คือฉันกับร็อบบ์ไม่มีสิทธิ์โยนอีกแล้ว” ลีรอยสรุปให้ พลางหันมามองหน้าฉันสลับกับคริสติน “ที่เหลือคงต้องเป็นหน้าที่พวกเธอ รีบกลับไปที่ฐานแล้วโยนซะ ส่วนพวกฉันจะไปช่วยเพื่อนคนอื่นอีก”

            “ขอบใจพวกนายมากนะ” คริสตินกล่าว ขณะที่สองหนุ่มสะพายอาวุธขึ้นบ่าแล้วแยกทางจากเราตรงนั้น

            ฉันก้มลงดูนาฬิกา เวลาเหลือไม่มากแล้ว

            “รีบไปกันเถอะ” ฉันบอกหล่อนก่อนที่เราทั้งคู่จะรีบสะพายอาวุธแล้ววิ่งกลับไปยังฐาน มัวเอ้อระเหยลอยชายไม่ได้อีกแล้ว สามสิบนาทีสุดท้ายเราต้องรีบเพื่อเผื่อเวลาเจอคู่แข่งจากทีมอื่นด้วย ศึกแย่งชิงคริสตัลยังไม่สิ้นสุด ฉันไม่รู้ว่าสามทีมนั้นจะได้ไปกี่คะแนนแล้ว แต่ที่แน่ๆ คือตอนนี้ทีมเราได้มาสองคะแนนแล้วจากร็อบบ์และลีรอย

            คริสตินวิ่งนำหน้าฉันเพราะหล่อนคือผู้ถือคริสตัล หล่อนมีหน้าที่ต้องไปโยนมันให้ทันเวลา ฉันเหลือบมองนาฬิกาครั้งล่าสุด เหลืออีกสิบห้านาที และแล้วเราทั้งสองก็เห็นฐานบอลลูนทีมดีอยู่ตรงหน้า คริสตินสับเท้าเร็วขึ้นอีก หล่อนเริ่มแกะปมที่มัดผ้าเพื่อเตรียมโยนลูกคริสตัลออกไป หากแต่ฉันรู้สึกถึงเค้าลางอะไรบางอย่าง บรรยากาศรอบด้านมันเงียบเกินไป หรือบางทีฉันอาจจะคิดมากไปเองก็ได้ เพราะเราวิ่งอยู่ บางทีการทำงานของประสาทสัมผัสอาจลดลง แต่ทว่า

            “คริส!” ฉันร้องลั่นเมื่อคริสตินถูกยิงสาดกระสุนจนล้มลง ฉันทำท่าจะหยุดและวิ่งหาที่ซ่อน แต่ก็ถูกยิงที่ขาจนล้ม กระสุนสาดไล่มาตั้งแต่บริเวณข้อเท้าจนถึงเอว ฉันไม่รู้ว่าตัวเองโดนไปกี่นัด ร่างกายปวดหนึบไปหมด สติแทบพร่าเลือน ฉันมองหาร่างคริสติน พบว่าหล่อนนอนนิ่งไปแล้ว ห่อผ้าสีดำกลิ้งหลุดจากมือ ฉันพยายามเรียกชื่อหล่อนแต่ก็ไม่มีเสียง มีผู้ชายสองคนเดินเข้ามา ฉันมองหาตัวอักษรปักบนเสื้อโดยอัตโนมัติ พวกทีมซีมาดักรอเราที่ฐานบอลลูน หนึ่งในนั้นกำลังก้มลงหยิบลูกคริสตัลจากในห่อผ้าขึ้นมา พวกนั้นกำลังจะได้มันไปแล้ว แต่ฉันไม่อยากให้มันเกิดขึ้น

            “เฮ้ย! อะไรวะ แม่นี่ยังไม่สลบอีก” ชายที่ครองคริสตัลโวยเมื่อเห็นฉันคลานมาล็อกขาเขาไว้แน่น ส่วนมือก็พยายามไขว่คว้าแย่งของคืนมา เท้าของชายอีกคนจึงพุ่งเข้ามาฟาดกลางลำตัวฉันโดยแรง ฉันจุกแต่ไม่ยอมปล่อยมือ เขาจึงเตะซ้ำอีกครั้งจนฉันต้องยอม ชายที่ถือคริสตัลสะบัดเท้าออก สายตาฉันพร่ามัวกว่าเดิม เห็นภาพเลือนรางเพียงว่ามีใครบางคนหยิบปืนขึ้นมาจะยิงใส่ฉันระยะเผาขน แต่ก็ถูกเพื่อนด้วยกันห้ามไว้ เขาบอกว่าภารกิจแรกไม่ควรมีคนตายโดยเฉพาะกับนักเรียนเตรียมทหารด้วยกัน ฉันได้ยินแค่นั้นก่อนที่สติทั้งหมดจะเลือนหายไปพร้อมกับฝีเท้าของพวกทีมซีซึ่งชิงลูกคริสตัลจากเราไปต่อหน้าต่อตา

 

            ฉันฟื้นขึ้นมาอีกครั้งก็เห็นเพดานอันคุ้นเคยอยู่ตรงหน้า เมื่อขยับศีรษะมองถึงรู้ว่าฉันกลับมานอนอยู่ในห้องของตัวเองแล้ว

            “ทีน่า” คริสตินเข้ามานั่งข้างเตียง ฉันถึงกับแปลกใจที่เห็นหล่อนลุกออกมาแข็งแรงได้เหมือนปกติ

            “เธอฟื้นตอนไหนเนี่ยคริส” ฉันถามด้วยเสียงแหบแห้ง คริสตินเลยเทน้ำส่งให้ฉันลุกขึ้นมาดื่ม

            “ก็ฟื้นก่อนเธอได้ไม่นาน” หล่อนพูด “เราหลับไปหนึ่งวันเต็มๆ”

            “แล้วผลการแข่งขันเป็นไง”

            หล่อนสบตาฉัน “เราแพ้”

            ฉันนิ่งไปชั่วขณะ ขณะที่คริสตินเล่าต่อ “เราได้แค่สองคะแนนจากลีรอยกับร็อบบ์ แต่สี่คะแนนไปอยู่กับทีมบี พวกนั้นชนะ ที่เหลือเฉลี่ยไปทีมละสองคะแนนเหมือนกับเรา”

            “ฉันขอโทษที่แย่งคริสตัลกลับมาไม่ได้”

            “ไม่เป็นไร ไม่ต้องขอโทษหรอก ฉันเองก็พลาดเหมือนกัน” หล่อนว่า “เธอทำดีที่สุดแล้ว ทีน่า”

            ฉันเงียบ ทั้งที่เรื่องการแข่งขันไม่มีผลอะไรต่อฉันอยู่แล้ว แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่ารู้สึกผิดที่ทำให้หล่อนไม่สมหวัง “มีใครตกรอบบ้าง” ฉันถาม อย่างน้อยการตกรอบของฉันก็คงจะทดแทนความรู้สึกผิดนี้ได้บ้าง

            “ไม่ใช่ฉันกับเธอแล้วกัน” คริสตินยิ้มกว้างอย่างดีอกดีใจ ทว่าฉันอึ้งไปแล้วหลังจากได้ยินสิ่งที่หล่อนพูด “เราสองคนผ่านเข้ารอบสิบคนแล้วนะ ทีน่า”

            เป็นไปไม่ได้!

            ฉันเบิกตา ความรีบร้อนลุกจากเตียงทำให้ฉันลืมเจ็บจนหมดสิ้น คริสตินมองฉันอย่างงุนงง ถามว่าจะไปไหน แต่ฉันกลับบอกว่าไม่มีอะไร แค่จะไปเข้าห้องน้ำ หลังสลัดผ้าห่มออกจากตัวได้ ฉันก็วิ่งออกไปนอกห้อง ร่างกายที่พักฟื้นไม่เต็มที่ทำให้ฉันดูเหยาะแหยะ วิ่งไปเซไปจนต้องไต่ไปตามผนังกำแพง ออกจากโถงบริเวณห้องพักก็เป็นลานฝึกซ้อม มีพวกผู้ชายเตะกระสอบทรายอยู่ แต่จำนวนคนซ้อมดูน้อยลงอย่างน่าประหลาด ฉันเดาว่าคงเหลือแต่ผู้เข้ารอบเพราะเห็นว่าลีรอยกับร็อบบ์ก็อยู่ด้วย ตรงกลางลานมีบอร์ดประกาศเป็นภาพเคลื่อนไหว ฉันโซซัดโซเซเข้าไปดู เป็นรายชื่อนักเรียนเตรียมทหารสิบคนที่เข้ารอบ หน้าฉันซีดลงทันตาเมื่อพบว่ามีชื่อของตัวเองติดเกือบรั้งท้ายอยู่บนนั้น

            “ดีใจด้วย” เดวิดหนึ่งในทีมเราเข้ามาแสดงความยินดี เขายืนดูบอร์ดประกาศเป็นเพื่อนฉันครู่หนึ่งก่อนจะพูด “มันน่าประทับใจจนต้องถ่ายภาพเก็บไว้เลยล่ะ ว่าไหม” เขาคงเข้าใจว่าที่ฉันยืนนิ่งอยู่นานเป็นเพราะดีใจจนพูดไม่ถูก เดวิดตบบ่าฉันทีหนึ่งแล้วกลับไปซ้อมต่อ ส่วนฉันได้แต่มองเขาจากไปด้วยใจห่อเหี่ยว ก่อนจะสูดลมหายใจเรียกความฮึกเหิมกลับคืนมาแล้วมุ่งไปยังห้องพักของหัวหน้าครูฝึก

            ฉันกดสัญญาณหน้าห้องเขา พลางรอ อึดใจเดียวประตูก็เปิดออก วอลเธอร์โผล่หน้ามามอง

            “ฉันอยากคุยกับคุณเรื่องคนที่เข้ารอบ” ฉันบอกไป

            “ว่ามาสิ”

            “ขอที่คุยส่วนตัวกว่านี้ได้ไหม”

            เขาดูลังเลนิดหนึ่ง “ได้” เขาพยักหน้าแล้วเปิดประตูอ้ากว้างพอให้ฉันเข้าไปได้ วอลเธอร์มองออกไปข้างนอกอย่างสำรวจครู่หนึ่งก่อนจะปิดประตูและหันมาทางฉัน “มีอะไรก็พูดมา”

            “เรื่องคัดคนออกสิบคนตามกติกาของภารกิจแรก คุณควรให้ฉันออก”

            เขาเอียงคอ “ทำไม”

            “คุณก็น่าจะรู้” ฉันพูด “ฉันมันไม่มีคุณสมบัติพอจะเป็นดรีมแคชเชอร์ได้”

            “ทำไมคิดแบบนั้น”

            “ก็ฉัน...ไม่เก่ง สู้กับใครก็ไม่เคยชนะ เป็นตัวถ่วงของทีม คุณก็เห็น แม้แต่ลูกคริสตัลฉันยังแย่งมันมาไม่ได้เลย”

            “ฉันก็ไม่เห็นว่าคนอื่นจะแย่งมันมาได้เหมือนกัน” เขาพูด “วางใจได้เลย ฉันไม่คัดใครออกเพราะแค่ทำภารกิจไม่สำเร็จหรอก”

            “แต่ฉัน...”

            “และก็ไม่ต้องยกเรื่องที่เธอสู้ไม่เก่งมาอ้าง เพราะของแบบนี้มันฝึกฝนกันได้ เรื่องความสามารถส่วนหนึ่งเป็นเพราะพรสวรรค์ให้มา แต่ทั้งหมดก็คือความพยายาม ฉันเลือกคนที่พร้อมจะพัฒนาไปข้างหน้า ซึ่งทั้งยี่สิบคนที่ฉันเลือกต่างก็พร้อมเหมือนกันหมด แต่กฎกติกาสั่งให้ฉันคัดคนออก ฉันก็ต้องหามาตรการใหม่สำหรับทีมฉันเองมาคัด” วอลเธอร์ก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับชี้หน้าฉัน “ถ้าเธออยากตกรอบ เธอต้องเห็นแก่ตัวให้มากกว่านี้ หลายคนแข่งกันเองเพื่อที่จะเป็นผู้โยนคริสตัลเข้าไปในฐาน จะได้มีผลงานไว้ไม่ให้ฉันคัดพวกเขาออกถ้าเกิดแพ้ขึ้นมา และก็มีไม่กี่คนนักหรอกที่จะทำงานร่วมกับเพื่อนจริงๆ นึกถึงทีมก่อนที่จะนึกถึงแต่ตัวเอง”

            ฉันนิ่งงันไปอย่างไม่คาดคิดว่าเขาจะใช้วิธีนี้ มันแปลกเกินไปที่เขาจะคัดคนออกด้วยการดูนิสัยใจคอมากกว่าความสามารถ แล้วถ้าคนเก่งทำตัวไม่ดี เขาจะไม่เสียดายความสามารถที่คนๆ นั้นมีเลยหรือ

            “ฉันรู้ว่าที่เธอมาค้านฉันเรื่องนี้เพราะอะไร” วอลเธอร์กล่าวต่อ “เพราะเธออยากตกรอบใช่ไหม”

            ฉันตอบรับด้วยความเงียบ

            “เธอกำลังกลัวว่าตัวเองจะถูกเล่นงานถ้าเกิดใครจับได้ขึ้นมา”

            “สก๊อตรู้ว่าฉันเป็นโคลน” ฉันพูดขึ้นทันทีเมื่อรู้ว่าโอกาสมาถึงแล้ว “เขาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและเป็นหนึ่งในทีมผู้บริหารของดรีมแคชเชอร์ เขาเป็นคนซื้อฉันมาด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นเขาจำได้แน่ถ้าเกิดเห็นฉันในทีวี”

            “สก๊อตงั้นเหรอ วอลเธอร์ทำหน้าครุ่นคิด “หมอนั่นนอนกับผู้หญิงไปทั่ว คงจำเธอไม่ได้หรอก อย่างมากก็แค่คุ้นหน้า แต่สักพักเขาก็จะคิดว่าเธออาจหน้าเหมือนผู้หญิงคนไหนสักคนที่เขาเคยนอนด้วยก็ได้”

            “แล้วถ้าเกิดเขาจำฉันได้ขึ้นมาจริงๆ เลยล่ะ แบบไม่ใช่แค่คุ้น”

            “งั้นฉันจะส่งคนไปสืบเองว่าเขาจำเธอได้จริงหรือเปล่า” เขาพูดเสร็จก็ผละห่างไป “ไม่ต้องกลัว ฉันพอจะมีเส้นสายอยู่บ้าง และสก๊อตก็ไม่ใช่คนน่ากลัวอย่างที่คิด”

            ฉันมองเขาเดินไปเปิดประตูห้องอีกครั้ง “เธอควรไปได้แล้ว”

            สรุปว่าเขาก็ไม่ยอมให้ฉันออก ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร มีจุดประสงค์แอบแฝงหรืออาจแค่เห็นพรสวรรค์บางอย่างในตัวฉันและเลือกมาก็ได้ ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลังจริงฉันคงต้องบอกว่าวอลเธอร์เป็นคนที่แปลกมาก เพราะวิธีคิดวิธีตัดสินใจของเขาทำให้ฉันเดาทางไม่ถูกเลยตั้งแต่รู้จักมา

            “กลับไปรีบพักผ่อนซะ พรุ่งนี้มีฝึกแต่เช้า” เขาพูดทิ้งท้ายหลังจากฉันก้าวออกมานอกห้อง “และจำไว้ อย่าคิดว่าตัวเองเป็นโคลนอีก อยู่ที่นี่เราคือทีมเดียวกัน ไม่แบ่งคนไม่แบ่งโคลน เข้าใจใช่ไหม”

            “ค่ะ” ฉันได้แต่พยักหน้าอย่างอ่อนล้า แล้วหันหลังจากไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

675 ความคิดเห็น

  1. #645 คืนไร้ตัวตน (@xenom307) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 20:09
    อ่านแล้วรู้สึกเหมือนดูหนัง divergenr/insurgent ไงงั้นเลย
    #645
    0
  2. #621 ladys-Yu (@ladys-Yu) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 21:14
    แต่งเก่งจังค่ะ สนุกดีอ่ะ เหมือนอ่านนิยายแฟนตาซีตีพิมพ์เลย
    #621
    0
  3. #553 Babylynx (@endeye26) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 12:02
    ทีน่าผ่านเข้ารอบจนได้
    ทีมบีนี่ถนัดลอบโจมตีคนอื่นเขาสินะ เห็นลางตัวร้ายมาแต่ไกลเลย
    ชอบความคิดของวอลเธอร์ ไม่แบ่งแยกว่าเป็นมนุษย์หรือโคลน
    ติดตามตอนต่อไป >>
    #553
    0
  4. #300 Ciel En Roseジン (@jingin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 / 16:17
    สนุก
    #300
    0
  5. วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 / 11:49
    ไม่รู้จะเม้นอะไรเลย สนุกค่ะ  ความโหดค่อยๆมา หนูชอบบ! ต่อๆๆ
    #231
    0
  6. #187 Giftfiiz Oh Ho (@giftfiiz19) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2557 / 10:52
    สนุกๆๆๆๆๆๆ อวยทีน่ากับวอลเธอร์ 555 อายุห่างกันเกินไปมั้ยนะ
    #187
    0
  7. #156 akeda (@naamiidaa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 / 18:46
    ทีน่านี่มีความเป็นมนุษย์ ยิ่งกว่ามนุษย์เสียอีก 
    #156
    0
  8. #144 S.BAM (@bam_kasempipat) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 / 11:27
    ลีรอยยยยยย♥
    #144
    0
  9. #76 `คุณหมาป่า。 (@master-reven) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 08:55
    แน่ะ ได้เจอะเจอลีรอยใกล้ๆ ด้วย ยังไม่ถึงกับคุยสนิท
    แต่ตอนนี้แอบชิพคู่ทีน่ากับวอลเธอร์แฮะ พี่แกท่าทางเป็นคนดีนะเนี่ย อย่าพลิกบทนะเฮ้ย
    #76
    0
  10. #48 Esperanza (@ploy_ch) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 เมษายน 2557 / 21:03
    ว่าแล้วยังไงทีน่าก็ไม่ตกรอบ วอลเธอร์ดูจะเชื่อมั่นในตัวเธอเป็นอย่างมากเลย
    แต่เห้ออออ ยังไงก็ทำใจให้สบายใจไม่ได้นะเรื่องที่ทีน่าเป็นโคลนเนี่ย
    ลีรอยเก่งสมคำรำลือ เท่าที่ดูแล้วน่าจะเป็นคนใช้ได้
    โหมดสแกนพระเอกยังคงทำงานต่อเรื่อยๆ นะคะ ^^
    #48
    0
  11. #40 Leo fionix ' (@richardmoir) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2557 / 02:29
    ทีน่านี่เป็นคาแรคเตอร์ที่มีหลายมิติมาก ไรท์สร้างตัวละครได้เก่งมากเลยค่ะ มีทั้งจุดด้อยจุดเด่น การนึกคิดก็เหมือนคนจริงไม่ใช่แค่นางเอกนิยาย บรรยายสนุกมาก อยากอ่านต่อมากเลยตอนนี้555555555 สนุกค่ะ ^^
    #40
    0
  12. #39 Mystic Irie (@reborn-irie) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2557 / 13:52
    เข้มข้นๆ ขึ้นแล้ว
    รอติดตามครับ
    #39
    0
  13. #38 kimurakung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2557 / 09:48
    ทีน่าเกือบไม่รอดแล้ว...สงสัยภารกิจหน้าอาจมีคนเสียชีวิต
    #38
    0
  14. #35 kimurakung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 เมษายน 2557 / 22:32
    เอาใจช่วยนะทีม D
    #35
    0
  15. #34 ★SHIRAZ'II★ (@chwly) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 เมษายน 2557 / 11:50
    ใครจะเป็นพระเอกหนอ ( ไม่กี่ตอนถามหาพระเอกละ 55)
    #34
    0
  16. #33 คุณหนูชา (@pimlada45) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 เมษายน 2557 / 10:32
    เท่มากบ่องตรง
    #33
    0
  17. #1 ~*Mini_Day*~ (@Mini_day) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มกราคม 2558 / 16:07
    อ๊ากกกก สนุกมากค่าาา
    #1
    0