Dream Catcher ฝันลวงโลก

ตอนที่ 28 : Revolution 5 Loyal Test

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 807
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    28 พ.ค. 60

5

Loyal Test

 

            มีสองสาเหตุที่ฉันนอนไม่หลับ

            ประการแรก เทโอให้ที่นอนใหม่แก่ฉัน มันเป็นที่นอนแคบๆ รวมกับประชากรหญิงทุกคนในห้องโถง ถึงแม้จะเคยนอนรวมกับเพื่อนในทีมดี แต่มันก็เป็นเตียงแยก ฉันไม่เคยนอนบนฟูกเบียดกับคนแปลกหน้าเป็นจำนวนมากมาก่อน ประการที่สอง ฉันมีเรื่องต้องคิด ข้อมูลมากมายวนเวียนอยู่ในหัว ฉันไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองวางใจต่อกองปฏิวัติได้แน่ ถึงแม้ว่าทัศนคติเราจะเหมือนกันก็ตาม แต่เราต่างรู้ว่าไม่ มีช่องว่างบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างฉันกับเทโอ ฉันไม่ไว้ใจเขาและเขาก็ไม่ไว้ใจฉัน เราอาจคิดเหมือนกันว่าดรีมแคชเชอร์เป็นสิ่งชั่วร้าย ฉันต้องการแค่หนี แต่เขาอยากทำลายมัน นั่นคือสิ่งที่ฉันกับเขาอาจไม่มีวันลงรอยกันได้

            แววตาเย้ยยันของเทโอคือภาพติดตาฉันจนกระทั่งหลับไป

 

            ฉันค้นพบว่าตัวเองตื่นเช้ากว่าที่คาด ฟ้ายังไม่สาง ทุกคนหลับใหล

            อากาศเย็นมากตอนเช้ามืด ฉันเดินกอดตัวเองออกมาจากห้องนอนรวม กลิ่นไอดิน เสียงจิ้งหรีดร้อง และหมอกขาว คือสิ่งที่ฉันไม่เคยสัมผัสอย่างใกล้ชิดมาก่อน ฟ้ามืดแต่มีแสงสว่างจากคบเพลิง ฉันเดินผ่านเล้าหมู พวกมันนอนหลับกันเงียบ ไม่ส่งเสียงรบกวนเหมือนตอนกลางวัน นอกตัวถ้ำมีเสียงใบไม้เสียดสี ฉันหันไปเห็นกิ่งไม้อ่อนยังสั่นไหว เมื่อครู่คงมีตัวอะไรสักอย่างวิ่งผ่าน ฉันไม่แน่ใจว่าด้านนอกมีสัตว์ใหญ่วิ่งเพ่นพ่านไหม แต่ก็อดใจไม่ให้ตัวเองออกไปยืนหน้าปากถ้ำไม่ได้อยู่ดี

            แสงสว่างโผล่ขึ้นจากเส้นขอบฟ้า ทัศนียภาพชัดเจนขึ้น ฉันเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของธรรมชาติด้วยจิตใจสงบ นกกลุ่มหนึ่งบินออกจากต้นไม้ทั้งฝูง ฉันมองตามปีกที่กระพือของพวกมันจนกระทั่งได้ยินเสียงปริแตกของใบไม้แห้งบนพื้นดิน จึงหันกลับมา

            แฟรงค์นั่นเอง เขาปรากฏตัวขึ้นจากด้านหนึ่งของผืนป่า สวมเสื้อกั๊กมีหมวกคลุม ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ เขาหายใจหนักหน่วงขณะหยุดมองฉัน

            “คุณตื่นเช้ามาก” ฉันพูด

            “มันชินแล้ว”

            “คุณวิ่งทุกเช้าเลยเหรอ”

            “ใช่”

            ฉันรู้แล้วว่าเสียงใบไม้เสียดสีเป็นเพราะเขาวิ่งผ่านนั่นเอง

            แฟรงค์เดินผ่านฉันเข้าไปในถ้ำ ฉันเดินตาม ขณะมองเขาจากด้านหลังความคิดฉันก็หมุนติ้วตลอดเวลา ประวัติแฟรงค์เป็นคนเดียวที่ฉันสนใจ ใครจะเป็นอัจฉริยะด้านไหนก็ช่าง พวกเขาเก่งจนถูกดึงตัวมาร่วมปฏิวัติได้อย่างไรฉันไม่สน แต่ทหารผู้ซื่อสัตย์ต่อดรีมแคชเชอร์ ผู้ปฏิญาณตนว่าจะจงรักภักดีต่อประเทศชาติและองค์กร เขาคิดอย่างไรถึงได้เปลี่ยนใจมาอยู่ฝั่งนี้

            ความสงสัยทั้งหมดทั้งมวลก็ทำให้ฉันเปิดปากออกไป “ทำไมคุณถึงมาอยู่กองปฏิวัติ แฟรงค์”

            เขาหยุดเดิน เรามาอยู่ตรงส่วนกลางของถ้ำพอดี

            “ได้โปรด” ฉันขอร้องเมื่อเห็นเขายังเงียบ “ฉันแค่อยากรู้”

            แฟรงค์นิ่งไปหลายนาที ฉันอดทนรอจนกระทั่งเขาหันกลับมา “เมื่อยี่สิบเจ็ดปีก่อน ฉันเพิ่งบรรจุเป็นทหาร งานแรกที่ฉันได้ทำคือให้สังหารทารกโคลนในคลินิกเถื่อน ทันทีที่ฉันเห็นหน้าเด็กน้อยพวกนั้น เห็นสายตาที่พวกเขามองฉัน มันช่างมีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยความไร้เดียงสา ฉันได้เห็นสายตานั้นแค่ไม่กี่วินาทีก่อนที่ทหารคนอื่นจะสาดกระสุนใส่ทารกทุกเตียงจนพรุน”

            ฉันหายใจติดขัด สัมผัสได้ถึงความสะเทือนใจที่แฝงมาในน้ำเสียงเขา

            “มันเป็นภาพติดตา ฉันนอนไม่หลับไปหลายวัน ทุกครั้งที่นึกถึงฉันได้แต่ทบทวนตัวเอง ฉันกำลังทำอะไร นี่มันใช่สิ่งที่ฉันต้องการจริงๆ หรือเปล่า”

            “มันคงเป็นฝันร้ายสำหรับคุณ”

            “ฝันร้ายที่เธอไม่อยากเจอเชียวล่ะ” เขาพูด “มีอะไรอยากถามอีกไหม”

            ฉันรู้ว่าเขาคงไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้สักเท่าไหร่ แต่ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ฉันก็อยากถามทุกอย่างให้จบ “เมื่อยี่สิบเจ็ดปีก่อน มีคุณคนเดียวหรือเปล่าที่แปรพักตร์มาอยู่ที่นี่”

            “ถ้าเธอหมายถึงทหาร ก็มีหลายคนอยู่”

            “แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน ทำไมฉันเห็น...”

            “ตายหมดแล้ว” แฟรงค์หันหลัง “พวกเขาสละชีวิตไปพร้อมกับผู้นำทั้งสี่”

            “แล้วคุณ?”

            “ฉันได้รับภารกิจให้คุ้มกันอีริกออกจากเขตปกครอง ตอนนั้นเทโอเพิ่งจะสี่ขวบ”

            แบบนี้เอง

            “ฉันว่าเธอควรเลิกสนใจเรื่องของฉัน แล้วเอาเวลาไปจัดการเรื่องของตัวเองจะดีกว่า” เขาพูดโดยไม่หันมามอง “หลังมื้อเช้าของวันนี้เทโอจะให้เธอเข้าร่วมประชุมของกองปฏิวัติ จากเหตุการณ์เมื่อวานทำให้มีเจ้าหน้าที่หลายคนไม่เห็นด้วยที่จะให้เธอเข้าร่วมประชุม พวกเขาคิดว่าเธอยังไม่พร้อม เธอยังไม่ใช่พวกเดียวกับเรา แต่เทโอก็ยืนยันจะให้เธอเข้าร่วม คำแนะนำของฉันก็คือทำยังไงก็ได้ให้กองปฏิวัติคิดว่าเธอเหมือนพวกเขา”

            “ประชุม?” ฉันงง “ประชุมอะไร”

            “ประชุมลับที่มีแต่เจ้าหน้าที่แถบสีเขียวเท่านั้นที่จะได้เข้าร่วม” แฟรงค์หันเสี้ยวหน้ามา “อย่าทำให้เขาผิดหวังซะล่ะ”

            แฟรงค์เดินออกไป ฉันรู้ดีว่า เขานั้นหมายถึงใคร แต่ไม่เข้าใจว่าเทโอทำแบบนี้เพราะอะไร เพราะเขาอยากไว้ใจฉัน หรือแค่อยากทดสอบฉันกันแน่

 

            กระเช้าสั่นไหวขณะพาเราขึ้นไปชั้นบนของถ้ำ เทโอใช้ห้องทำงานของเขาเป็นสถานที่ประชุมลับ ฉันสังเกตว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่แถบสีเขียวทุกคนจะได้เข้าร่วมประชุม หลายคนต้องคอยเฝ้ายามและดูแลประชาชนที่อยู่เบื้องล่าง เฮเลนบอกว่านี่เป็นการประชุมเฉพาะผู้มีบทบาทสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของกองปฏิวัติเท่านั้น

            และฉันก็ได้ติดแถบสีเขียวที่ไหล่เป็นครั้งแรก

            พื้นที่ว่างที่ฉันเคยเห็นกลายเป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีเก้าอี้วางรอบ เจ้าหน้าที่จับจองที่นั่งกันอย่างรวดเร็ว หัวโต๊ะมีเก้าอี้ประธานซึ่งเป็นของเทโอ ด้านขวาเขามีอีริกนั่งบนรถเข็น แม้ร่างกายซีกซ้ายจะใช้งานไม่ได้ แต่เขาก็ยังกดแทบเล็ตด้วยมือขวาอย่างคล่องแคล่ว เฮเลนให้ฉันนั่งข้างหล่อนซึ่งอยู่ริมสุดเกือบจะคนละฝั่งของเก้าอี้ประธาน แฟรงค์นั่งติดเทโอที่ด้านซ้าย เขาดูเหมือนทหารอารักขาประจำตัวผู้นำปฏิวัติ เมื่อทุกคนนั่งที่เรียบร้อย เทโอก็ยืนขึ้นกล่าว

            “สวัสดีทุกคน” เขากวาดตามอง “ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง วันนี้ผมขอต้อนรับสมาชิกใหม่ที่มาร่วมประชุมกับเราเป็นครั้งแรก ทีน่า โอเรน”

            มีเสียงปรบมือต้อนรับ ฉันไม่รู้จะทำอะไรนอกจากผงกหัวให้เป็นการขอบคุณ

            “เพื่อไม่ให้เสียเวลา เราจะมาเริ่มกันเลย” เทโอกระแอม “เมื่ออาทิตย์ก่อน เราสามารถล่อหน่วยลาดตระเวนออกมายังจุดนัดหมายและโจมตีได้สำเร็จ ทำให้ตอนนี้เรามีพาหนะและอาวุธครบแล้ว เป็นรถทหารยี่สิบคัน รถถังสิบคัน รถบรรทุกสองคัน น้ำมันเชื้อเพลิงสามสิบถัง ปืนพร้อมกระสุนหกสิบชุด และเชลยอีกยี่สิบเอ็ดคน” ประโยคสุดท้ายเขาหันมาทางฉันเพื่อดูปฏิกิริยา แต่ฉันไม่แสดงอาการอะไรนอกจากเงียบ “เราพร้อมแล้วสำหรับสงคราม”

            เจ้าหน้าที่แต่ละคนดูตื่นเต้นเมื่อได้ยินคำว่า สงคราม ฉันนึกถึงบรรยากาศตอนที่วอลเธอร์พูดถึง สนามทดสอบ เป็นครั้งแรก พวกนักเรียนเตรียมทหารต่างก็ตื่นเต้นดีใจไม่แพ้กัน

            “ผมอาจไม่เคยเปรยให้ฟังว่าแผนบุกของเราคืออะไร แต่หลายคนอาจจะพอเดาได้ ผมสนใจเรื่องสนามทดสอบของดรีมแคชเชอร์มาหลายปี คอยเปิดดูทุกการแข่งขัน นั่นก็เพราะผมอยากรู้ว่ามันทำงานยังไง” เทโอหยิบรีโมตขึ้นมา ฉันไม่ทันสังเกตเครื่องส่งสัญญาณที่อยู่ตรงกลางโต๊ะจนกระทั่งเขากดปุ่ม และเครื่องก็ส่งสัญญาณเป็นภาพโฮโลแกรมขึ้นมา ฉันไม่ได้เห็นอุปกรณ์ไฮเทคแบบนี้มานานแล้ว และไม่คิดว่ากองปฏิวัติที่ห่างไกลตัวเมืองเช่นนี้จะมีได้ ภาพสามมิติที่เราเห็นเป็นการแข่งขันดรีมแคชเชอร์ปีล่าสุด ฉันจำใบหน้าผู้เข้าแข่งขันบางคนได้ ทีมเอกำลังออกจากเครื่องวาร์ปลงสู่สนามซึ่งเป็นป่าทึบ

            “เจ้าเครื่องวาร์ปนี่ทำงานอย่างน่าทึ่ง มันสามารถเคลื่อนย้ายคนกลุ่มหนึ่งไปอีกสถานที่ได้ไม่ว่าจะไกลแค่ไหน คุณเคยเห็นสนามทดสอบแต่ละด่านของดรีมแคชเชอร์ไหม มีทั้งป่า ทะเล ภูเขา หิมะ ทะเลทราย หรือแม้แต่สถานที่รกร้าง คุณคิดว่าดรีมแคชเชอร์ใช้งบเท่าไหร่ในการสร้างสนามทดสอบสมจริงมากมายขนาดนั้น คำตอบก็คือไม่ พวกนั้นไม่ได้ลงทุนอะไรเลย นอกจากส่งหน่วยลาดตระเวนออกนอกกำแพงเมืองทุกปีเพื่อค้นหาสถานที่ที่พอจะใช้เป็นสนามทดสอบได้ จากนั้นก็สร้างโดมล้อมรอบกั้นอาณาเขตไว้ สร้างเครื่องวาร์ปเพื่อขนย้ายคนมาปฏิบัติงานในโดมสนามทดสอบ จากนั้นก็จะใช้เครื่องวาร์ปอีกครั้งเพื่อส่งนักเรียนเตรียมทหารมาเล่นเกมและกลับไป”

            ฉันทึ่ง หากสิ่งที่เทโอพูดเป็นเรื่องจริง นั่นเท่ากับว่าทุกครั้งที่ฉันลงสนามทดสอบ คือฉันได้ออกนอกเขตปกครองอเมริกาไปแล้ว

            “แผนของผมก็คือ...เราจะบุกยึดสนามทดสอบ และใช้เครื่องวาร์ปเคลื่อนย้ายไปยังสำนักงานใหญ่ดรีมแคชเชอร์”

            ภาพสามมิติหยุดค้างที่แผนผังโครงสร้างของโดมสนามทดสอบ มีจุดแดงอยู่ตรงกลางข้างในซึ่งหมายถึงตำแหน่งที่ตั้งของเครื่องวาร์ป เกิดความเงียบในห้องประชุม

            “แล้วเราจะหาสนามทดสอบพวกนี้เจอได้ยังไง” ชายคนหนึ่งยกมือถาม “ผมเดินทางกับคณะสำรวจมาตลอด แต่ไม่เคยเจอสถาปัตยกรรมที่เป็นโดมเลย”

            “นั่นเพราะมันอยู่ไกลจากเรามาก” เทโอตอบ “ผมเดาว่ามันอยู่ไกลกว่าเขตปกครองด้วยซ้ำ ดูเหมือนว่าเราจะดักซุ่มโจมตีทางใต้บ่อยไปหน่อย เลยทำให้หน่วยลาดตระเวนไม่ค่อยมาทางนี้ แต่เบนเข็มไปสร้างสนามทดสอบทางเหนือกันเสียมาก และจากที่ผมค้นคว้ามา สนามทดสอบที่ใกล้ที่สุดคือสนามทดสอบทะเลสาบ อยู่ห่างจากเราไปประมาณแปดร้อยไมล์”

            “แปดร้อยไมล์!” ชายคนเดิมร้องอุทาน “พระเจ้า แบบนี้น้ำมันไม่มีทางพอแน่ๆ”

            “มันจะพอ ถ้าเราไม่ขนไปหมดทีเดียว” เขาว่า “สิ่งที่ผมต้องการตอนนี้คือแผนซุ่มโจมตี ทำยังไงก็ได้ให้เราสามารถใช้กำลังคนน้อยเข้ายึดสนามทดสอบได้ ผมต้องการแค่นั้น”

            “งั้นเราควรจะใช้แค่รถทหาร” แฟรงค์เสนอ “เดินทางผ่านเส้นอุโมงค์ใต้ดินจนสุดปลายทาง ขึ้นบนดินและขับต่อไปอีกสามร้อยไมล์จนถึงสนามทดสอบ”

            “เราจะไม่ใช้รถถังเลยเหรอ” สาวร่างใหญ่ค้าน “ต่อให้จะใช้กำลังคนน้อยแค่ไหน ยังไงก็ควรมีรถถังไว้ถล่มโดมนั่นบ้าง”

            “ไม่จำเป็น” แฟรงค์สวน “ถ้าเราคิดจะซุ่มโจมตี ก็ไม่ควรทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ อย่าลืมว่าพวกนั้นมียานรบ ถ้าเรายิงใส่โดมเมื่อไหร่ ดรีมแคชเชอร์คงได้ส่งยานรบออกมาถล่มเราแน่”

            “แล้วนายจะบุกเข้าไปยังไงถ้าโดมนั่นมีการป้องกันหนาแน่น” หล่อนถามกลับ แฟรงค์เงียบ ฉันเดาว่าเขากำลังคิดหาทางออกให้เรื่องนี้อยู่ แต่จะเป็นไรไหม ถ้า

            “ตัวล่อ” ฉันโพล่งออกไป “ต้องมีตัวล่อ”

            ทุกคนหันมามองฉัน แต่มีเทโอเท่านั้นที่ถาม “ยังไง”

            “ทหารดรีมแคชเชอร์ที่เราจับมา” ฉันกลืนน้ำลาย “เราใช้ประโยชน์จากพวกเขาได้ แค่ให้พวกเขาออกไปเป็นตัวล่อ จนกระทั่งพวกนั้นยอมเปิดประตูโดม เราถึงบุกเข้าไป”

            เป็นเวลานานที่ฉันต้องทนต่อสายตาน่าอึดอัดเหล่านั้น กว่าที่ผู้นำปฏิวัติจะปริปาก “เยี่ยมมาก”

            ทุกคนหันกลับไปยังเทโอ “ผมชอบวิธีนี้ ใช้ตัวล่อ ลดการปะทะและสูญเสีย เอาเป็นว่าตอนนี้ผมสนใจแผนของแฟรงค์กับทีน่า เราจะใช้แค่รถทหารเพื่อประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เดินทางผ่านเส้นอุโมงค์ใต้ดินแล้วไปโผล่อีกทีในระยะห่างจากเป้าหมายสามร้อยไมล์ จากนั้นก็ใช้ตัวล่อล่อให้พวกมันเปิดประตู แล้วเราจะบุกเข้าไปในสนามทดสอบ”

            “ถ้าต้องใช้ทหารทั้งหมดเป็นตัวล่อ แล้วเราจะขนพวกนั้นเดินทางไปด้วยได้ยังไง” ชายจากคณะสำรวจถาม “รถทหารอย่างเดียวคงจุไม่พอแน่”

            “เราจะเอาตัวล่อไปแค่คนเดียว” เทโอตอบ ซึ่งนั่นทำให้ฉันตื่นตัว ไม่ดี ไม่ใช่วิธีที่ดีแน่ หัวสมองฉันคิดหาหนทางอย่างรวดเร็ว “สอง!

            พวกเขาหันมาทางฉันอีกครั้ง

            “ฉันเสนอให้เอาตัวล่อไปสองคน มันจะแนบเนียนกว่าถ้าทำให้พวกนั้นคิดว่าหน่วยลาดตระเวนสองคนนี้ช่วยเหลือกันเองมาจนกระทั่งเดินทางมาถึงสนามทดสอบของดรีมแคชเชอร์”

            “แค่คนเดียวก็ถ่วงมากพอแล้ว” สาวร่างใหญ่คำราม มีเสียงซุบซิบเห็นด้วยดังตามมา

            “แต่ฉันเห็นด้วยกับทีน่า” เฮเลนพูด “ตัวล่อคนเดียวเล่นบทบาทสมมติไม่ได้มาก แต่ถ้าสองคนเราให้ทั้งคู่ประคองกันไปที่หน้าประตู มันดูน่าเชื่อถือกว่าเยอะ”

            สาวร่างใหญ่โต้กลับ มีอีกหลายคนช่วยผสมโรง ฉันเริ่มไม่ได้ฟังเพราะพวกเขาเถียงกันเซ็งแซ่ สิ่งเดียวที่ยังสะกดฉันไว้ได้คือเฮเลนคอยสนับสนุนฉัน หล่อนเป็นปากเสียงคอยโต้กลับทุกคนที่แย้งข้อเสนอฉัน แฟรงค์จ้องมาแต่ไม่พูดอะไร ฉันหันไปหาเทโอ เขากำลังโน้มตัวไปเงี่ยหูฟังสิ่งที่อีริกพูด ปล่อยให้การโต้เถียงดำเนินไป จนกระทั่งในที่สุดเขาก็หันกลับมา ยกมือห้าม ห้องประชุมเงียบลงทันตา

            “เรื่องนี้ผมขอเป็นคนตัดสินใจ” เขาสบตาฉัน “นี่เป็นครั้งแรกที่เธอทำให้ผมเห็นว่าเธอพร้อมที่จะเป็นพวกเดียวกับเรา เป็นนักปฏิวัติ ช่วยเสนอวิธีเข้าไปในโดมโดยไม่ต้องเสียกำลังพลไปมาก ซึ่งผมว่ามันโอเค เพราะงั้นตรงส่วนนี้ผมจะยอมใช้แผนของเธอตัวล่อสองคน”

            ใจฉันเต้นแรงเมื่อรู้ว่าผู้นำปฏิวัติยอมรับข้อเสนอของฉัน แม้ไม่รู้ว่าอีริกพูดอะไรกับเขาก็ตาม ฉันหันไปทางแฟรงค์ เขาเป็นคนให้คำแนะนำนั้นเอง ทำยังไงก็ได้ให้กองปฏิวัติคิดว่าเธอเหมือนพวกเขา และฉันก็ทำแล้ว เรื่องเสนอตัวล่อ ฉันคิดว่านี่คงเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยเพื่อนฉันได้ร็อบบ์กับลีรอยพระเจ้า! หากเทโอยังมีเมตตา เขาทั้งคู่จะต้องได้รับการเสนอชื่อเป็นตัวล่อจากฉัน

 

            กิ่งไม้อีกแล้ว ฉันไม่ได้นับว่ากิ่งที่เท่าไหร่ แต่หลังจากวิ่งผ่านต้นไม้ต้นแล้วต้นเล่า ก็พบว่าอีกด้านของภูเขาเป็นช่วงที่มีต้นไม้ขึ้นเยอะที่สุด มันเบียดเสียดกันแน่นจนฉันผ่านแทบไม่ได้ หลายครั้งที่ฉันเอามือปัดกิ่งไม้ออกจากตัว ก็จะได้รอยขีดข่วนติดกลับมาที่แขน ฉันไม่รู้ว่าแฟรงค์วิ่งผ่านส่วนนี้ไปได้อย่างไร ขณะที่ฉันต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะหลุดออกมา ภูเขาลูกนี้กว้างใหญ่กว่าที่ฉันคิด หลังจากวิ่งครบรอบมาได้ ฉันก็รู้สึกเหนื่อยหอบราวกับวิ่งอยู่ในโดมฝึกของดรีมแคชเชอร์เป็นสิบรอบ

            เหนื่อยจนแทบจะอาเจียนออกมา

            รู้สึกตาพร่า หายใจไม่ทัน

            “ไม่ได้วิ่งนานสินะ”

            นั่นแฟรงค์ ฉันจำเสียงเขาได้ เขาอยู่ห่างออกไปห้าฟุต แต่ฉันมองไม่เห็นหน้าเขา แสงอาทิตย์สะท้อนเข้าตาฉันจนพร่ามัวไปหมด

            “พวกนั้นรู้วิธีตัดกำลังเธอ” เขาพูดต่อ “ให้เธอทำงานเอกสาร เคยชินกับการทำงานสบาย จนร่างกายอ่อนกำลังลง”

            “ฉันขาดซ้อมเอง ไม่ได้ถูกตัดกำลัง”

            แฟรงค์มองฉัน

            “ก่อนอื่นคุณต้องรู้ว่า ไม่ใช่ทุกคนในดรีมแคชเชอร์จะเลวร้ายไปเสียทั้งหมด” ฉันเงยหน้าขึ้นมา “ฉันได้รับโอกาสจากคนๆ หนึ่ง เขาเป็นครูฝึก คอยช่วยเหลือฉันทุกอย่าง และการที่ฉันได้ทำงานธุรการ ก็เป็นเพราะเขาต้องการให้ฉันอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัย”

            “ดรีมแคชเชอร์ต้องการให้เธอคิดแบบนั้น”

            “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับดรีมแคชเชอร์” ฉันสั่นหัว “ฉันไว้ใจเขา”

            “การไว้ใจคนที่ทำงานให้กับดรีมแคชเชอร์ก็มีค่าเท่ากัน”

            “นั่นเพราะคุณไม่รู้จักเขา” ฉันสบตา ต่อให้ไม่มีใครเชื่อเรื่องนี้ แต่ฉันก็อยากให้เขารู้ว่าฉันเชื่อ

            เราจ้องตากันท่ามกลางความเงียบ

            “เธอวิ่งได้กี่รอบ” ในที่สุดแฟรงค์ก็ถามขึ้น

            “รอบเดียว” ฉันตอบ

            “พรุ่งนี้มาวิ่งพร้อมฉัน ฉันจะพาลอดต้นไม้ด้านหลังให้” เขาบอกพร้อมหมุนหัวไหล่ บริหารกล้ามเนื้อขณะก้าวไปข้างหน้า จากนั้นก็เริ่มวิ่งเลาะตามแนวภูเขาจนร่างเขาหายไปจากสายตาฉัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

675 ความคิดเห็น

  1. #627 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 23:40
    ไรท์บอกว่าจุดอ่อน แต่เรามองว่ามันคือจุดแข็งนะคะ
    ถ้าให้อินกับพวกที่เพิ่งเจอเลยก็ดูแปลก ๆ
    แต่อย่างไรก็ตาม เป้าหมายจริงๆ คือรอดชีวิตและหนีพ้นสภาพที่เป็นอยู่นะคะ

    ว่าแต่ว่า ดูอย่างไรก็สู้กับทางโน้นไม่ได้เลยนะ 
    #627
    0
  2. #488 Esperanza (@ploy_ch) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 21:50
    นี่คือโฉมใหม่หลังจากแก้เนื้อเรื่องสินะคะ คราวนี้แผนใหม่ของทีน่าดูลุ่มลึกกว่าเดิม
    ทีน่ามาแนวป๋าดันเหมือนทายูยะอีกแล้ว 555 มีแฟรงค์กับเทโอดันให้
    ลุ้นตอนต่อไปค่ะ ตอนหน้าน่าจะบุกแล้วสินะคะ
    #488
    0
  3. #473 mybookworm (@onlymybookworm) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 16:21
    ม่ายยยยยย ตอนต่อไปรีบๆมาต่อเถอะค่ะ T^T
    เราจะได้เห็นทีน่าแสดงฝีมือของเจ้าหล่อนแล้ว! แต่อีกใจหนึ่งก็แย้งวิธีนี้นะเพราะอาจมีนายทหารที่คิดหักหลังเป็นสปายส่งข้อมูลให้ทางดรีมแคชเชอร์อยู่ก็ได้
    #473
    1
    • #473-1 Quantum (@screamrock) (จากตอนที่ 28)
      22 ธันวาคม 2558 / 17:45
      นั่นเป็นจุดอ่อนของทีน่าเลยค่ะ

      คือใจของทีน่าเองก็ยังไม่ได้สวามิภักดิ์เป็นพวกปฏิวัติ 100% ใจของทีน่ายังอยู่กับเพื่อนที่เธอรู้จัก เพราะงั้นเพื่อปกป้องเพื่อน(ที่เหลืออยู่) เธอจะทำได้ทุกอย่างค่ะ
      #473-1
  4. วันที่ 21 ธันวาคม 2558 / 22:04
    โว้วๆ เท่ระเบิดเลยจ้าาาา
    #464
    0
  5. #463 ~*Mini_Day*~ (@Mini_day) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2558 / 07:52
    โอ้วว คาดไม่ถึงกับวิธีการทำให้ทหารย้ายข้างของทีน่าแหะ
    มาต่อเร็วๆนะคะ สู้ๆค่าา
    #463
    0
  6. #462 Louis Forest (@koothecool) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2558 / 00:40
    อ่านพรุ่งนี้นะท่าน ไม่ได้นอนสองวันละ T___T
    #462
    0
  7. #461 piimy (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2558 / 00:08
    ทีน่าชอบทำไรที่คาดไม่ถึงตลอดด อยากรู้แล้วว่าจะเปนไงต่อ มาอัพเร็วๆนะค้า
    #461
    0