Dream Catcher ฝันลวงโลก

ตอนที่ 27 : Revolution 4 Fighter in You

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 804
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    27 พ.ค. 60

4

Fighter in You

 

            เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเทโอลงกระเช้าเหล็กมาเหยียบแผ่นดินเบื้องล่าง เขาบอกจะพาฉันสำรวจรอบฐานทัพ ฉันสงสัยว่าการที่เฮเลนพาฉันเข้าแถวรับอาหารและไปนั่งฟังอบรมจากเจ้าหน้าที่ยังไม่ใช่การสำรวจอีกหรือ เทโอยิ้มและตอบ “นั่นไม่เรียกว่าสำรวจหรอก”

            แฟรงค์ยังคงติดตามเราเหมือนเดิม มีชายตัวใหญ่อีกสามคนเพิ่มเข้ามา จากนั้นก็เฮเลน หล่อนยืนอยู่หน้าประตู รอเราเข้ามาใกล้ ฉันเห็นสีหน้าหล่อนเหมือนรู้คำตอบอยู่แล้ว “ฉันนึกแล้วว่าเธอต้องเลือกเรา”

            เทโอนำฉันไปยังอีกส่วนของถ้ำ ที่นี่ถูกสร้างแยกจากส่วนที่พักอาศัยของชาวบ้านอย่างชัดเจน มันเป็นโรงรถขนาดใหญ่ ฉันตะลึงเมื่อเห็นรถบรรทุกและรถถังกว่ายี่สิบคันจอดเรียงรายเป็นระเบียบ รถทุกคันติดตราสัญลักษณ์ดรีมแคชเชอร์ หากแต่มีสีสเปรย์ขีดฆ่าและพ่นทับ ฉันแทบสัมผัสได้ถึงความเกลียดชังและการต่อต้านที่พวกเขามีต่อมัน

            “นี่คือพาหนะที่เรายึดได้จากหน่วยลาดตระเวนที่ออกสำรวจออกกำแพงทุกปี” เทโออธิบาย “ปกติแล้วพวกหน่วยลาดตระเวนไม่เคยออกสำรวจไกลเกินสองร้อยไมล์ ทุกปีเราจึงต้องไปดักซุ่มอยู่ที่นั่น เพื่อลอบโจมตีและขโมยพาหนะเหล่านี้มา รวมไปถึงน้ำมันและอาวุธซึ่งอยู่ในห้องถัดไป”

            “คุณลอบโจมตีหน่วยลาดตระเวนทุกปี” ฉันแปลกใจ “แต่ทำไมไม่มีใครสงสัยว่ามันผิดปกติ”

            “เพราะไม่ใช่ว่าทุกปีเราจะทำสำเร็จ” เขาตอบ “บางปีเราอาจชิงพาหนะคันใหญ่มาได้ แต่โดยส่วนใหญ่เรามักได้แต่อาวุธเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น”

            “พวกนั้นคิดว่าเราเป็นแค่คนเถื่อนที่ลักเล็กขโมยน้อยไปวันๆ” เฮเลนพูด “พวกเขาเลยไม่ใส่ใจอะไร”

            “แต่ปีนี้เราวางแผนล่อพวกมันออกมา เพื่อช่วงชิงทุกอย่างจากมัน” เทโอกล่าวต่อ “รถถัง รถบรรทุก น้ำมัน ปืน และกระสุน เรามีครบเกือบทุกอย่างแล้ว ปีนี้ฉันเลยสั่งเร่งมือเพื่อให้เราพร้อมลุยกันสักที”

            “คุณจะบุกเขตปกครองอเมริกาเหรอ” ฉันถาม

            “ไม่ใช่” เขาส่ายหัว “เราจะบุกแค่องค์กรดรีมแคชเชอร์เท่านั้น”

            “ยังไง”

            เขาขยิบตา “เมื่อถึงเวลานั้นฉันจะบอกเธออีกที”

            ฉันตามเทโอออกมาจากโรงรถ ผู้ติดตามอีกห้าคนตามเรามาติดๆ ผู้นำปฏิวัติไม่ได้พาฉันกลับไปในส่วนที่พักอาศัย หากแต่ลึกลงไปในชั้นใต้ดินอีกส่วนที่ฉันไม่เคยไป มันดูคล้ายเป็นคุกที่ใช้ขังทหารดรีมแคชเชอร์ แต่มีขนาดใหญ่กว่า ฉันได้กลิ่นสาปฉุนบางอย่าง น่าจะเป็นปฏิกูลของสัตว์ ชั้นใต้ดินอบอ้าวยิ่งทำให้กลิ่นนั้นทวีความรุนแรง เทโอดึงคบเพลิงจากแท่นวาง เขาส่งให้แฟรงค์ถือนำทางเราไป

            เสียงคำรามพร้อมลมหายใจหนักๆ จากส่วนที่ลึกสุดของชั้นใต้ดินยิ่งทำให้ฉันมั่นใจ มันต้องเป็นตัวอะไรสักอย่าง ฉันแทบกลั้นหายใจเมื่อแฟรงค์พาเรามาถึงหน้ากรงขังขนาดใหญ่ กลิ่นสาปรุนแรงจนน่าเวียนหัว มันเคลื่อนไหวอยู่หลังกรง ฉันคิดว่ามันคือกระทิงผสมสุนัขป่า ช่วงตัวยาวสี่ฟุต เวลายืนสี่ขามันสูงเท่าอกฉัน ขนสีดำเปียกชื้น พวกมันมีสามตัว ทันทีที่ตัวใดตัวหนึ่งเห็นเรา มันก็แยกเขี้ยวพุ่งกระโจนใส่กรง

            ฉันสะดุ้งถอยห่าง “มันคือตัวอะไร”

            “เบเฮมอธ” เทโอตอบ “เราเรียกมันว่าแบบนั้น”

            “เราไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไร หกสิบปีที่โลกล่มสลายด้วยอาวุธชีวภาพแล้วสังคมมนุษย์สร้างกำแพงเมืองเพื่อแยกตัวเป็นเอกเทศ ทำให้เราไม่รู้ว่าสัตว์บางชนิดกลายพันธุ์ไปถึงขั้นไหนแล้ว” เฮเลนอธิบาย “พวกนี้ก็เช่นกัน เราไม่รู้ว่ามันพัฒนามาจากอะไร แต่คาดว่าสารชีวภาพที่ตกค้างอยู่ในอากาศอาจทำให้พวกมันเปลี่ยนไป”

            “เมื่อสามปีก่อน พ่อฉันเจอพวกนี้ตอนยังเล็ก แต่เขาถูกตัวแม่โจมตีใส่จนเป็นอัมพาตซีกซ้ายหลังจากที่เขาพยายามนำพวกมันออกมา” เทโอเล่า ฉันเห็นความเศร้าในแววตาเขา ท่าทางเขาเองก็คงไม่เห็นด้วยกับการกระทำของอีริกเมื่อสามปีก่อนสักเท่าไหร่ “ตอนนี้เขาพูดไม่ได้ อัมพาตซีกซ้ายส่งผลต่อการควบคุมลิ้นของเขา แต่เขายังเขียนบนแท็บเล็ตด้วยมือขวาได้ เขาเขียนให้ฉันและชี้ไปที่พวกมัน เบเฮมอธเป็นชื่อสัตว์ประหลาดยักษ์ในคริสศาสตร์ เขาต้องการให้เราเรียกมันด้วยชื่อนั้น”

            “แต่มันไม่ได้กินหญ้าแบบในตำนานหรอกนะ” เฮเลนเสริม “มันเป็นสัตว์กินเนื้อ”

            เบเฮมอธถอยกลับไปเมื่อมันพบว่ากรงขังแข็งแรงเกินกว่ามันจะพังออกมาขย้ำเรา

            “ดูพ่อคุณเป็นคนมีความรู้เยอะไม่เบา” ฉันหันไปทางเทโอ

            “พ่อฉันเป็นนักวิทยาศาสตร์” เขาบอก “ขณะเดียวกันก็ศึกษาเรื่องกฎหมาย การเมือง ศาสนา ปรัชญาเก่าๆ รวมไปถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ เขาสนใจหลายอย่างมาก ไม่แปลกที่เขาจะสามารถชักชวนคนเก่งๆ มาร่วมทีมได้ อย่างเช่นพ่อของเฮเลนก็เป็นโปรแกรมเมอร์ที่เก่งมากคนหนึ่ง”

            เฮเลนยิ้มให้ฉัน สีหน้าหล่อนดูภาคภูมิใจเมื่อเทโอเอ่ยถึงพ่อของหล่อน “แต่น่าเสียดาย เขาตายไปหลายปีแล้ว”

            “ฉันเสียใจด้วย”

            “ไม่เป็นไร ความตายเป็นเรื่องปกติสำหรับเรา” หล่อนพูด “ขอแค่เราตายในฐานะวีรบุรุษ เท่านั้นมันก็คุ้มแล้ว”

            “อยากรู้ไหมว่าแมรีแอนเป็นใครตอนที่หล่อนยังมีชีวิต” ฉันหันกลับไปยังเทโอ “หล่อนเป็นหมอ”

            พระเจ้า! ตัวต้นแบบฉันเป็นหมอ

            และเป็นนักปฏิวัติด้วย

            “หล่อนคือหนึ่งในคนเก่งที่พ่อฉันดึงตัวมาร่วมงาน”

            หน้าฉันซีดลงเมื่อรู้ข้อเท็จจริงอีกข้อของตัวต้นแบบ ความจริงมันไม่ใช่เรื่องที่ควรคิดมากเลยหากตัวต้นแบบของฉันเป็นแค่คนธรรมดาหรือไม่เอาไหนแบบเอมิลี่ แต่ในเมื่อตัวต้นแบบของฉันเป็นมากกว่าคนธรรมดา หล่อนเป็นบุคคลสำคัญที่ใครต่างยกย่อง นั่นกลับทำให้ฉันรู้สึกอึดอัด พวกเขาคาดหวังในตัวฉัน ฉันสัมผัสได้ถึงแรงกดดันยามที่ทุกคนมองฉัน และคาดหวังให้ฉันเป็นเหมือนคนที่พวกเขาอยากให้เป็น

            “ไม่ต้องห่วงนะ ทีน่า” ผู้นำปฏิวัติพูด “ฉันไม่ได้หวังให้เธอรักษาคนได้เหมือนแมรีแอน เพราะเธอไม่ใช่หมอ แต่เธอมีเลือดนักสู้ของแมรีแอน จงดึงพลังนั้นมาใช้ เหมือนที่เธอบอกกับตัวเองทุกวันว่าเธอจะมีชีวิตรอดในวันต่อไป”

            ฉันเงยหน้า เทโอยังคงสบตา คำว่าเลือดนักสู้ทำให้ฉันนึกถึงวอลเธอร์ เขาใช้คำนี้กับฉันเป็นคนแรก

            “ฉันว่าฉันเริ่มเห็นเลือดนักสู้ในตัวเธอแล้วล่ะ”

            เบเฮมอธทั้งสามตัวกลับมายืนอออยู่หน้ากรง มันส่งเสียงขู่คำรามดังลั่นเรียกความสนใจจากเราไปจนได้

            “ได้เวลาให้อาหารแล้วล่ะ” แฟรงค์พูด ก่อนโบกมือให้ชายร่างใหญ่สองคนด้านหลัง ฉันเห็นพวกเขาหายไปในซอกหลืบก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับกล่องเหล็กใส่เนื้อสดที่แล่ออกเป็นแผ่นๆ พวกเขาใส่ถุงมือและหยิบเนื้อโยนเข้าไปในกรง เบเฮมอธสามตัวแย่งตระครุบกันเอาเป็นเอาตาย ฉันได้ยินเสียงคำราม เสียงกระแทก และฉีกเนื้อดังก้อง มันเป็นภาพที่รุนแรงและป่าเถื่อน ฉันรู้สึกคลื่นไส้และอยากออกจากที่นี่ แต่พวกปฏิวัติยังคงเฝ้าดูเบเฮมอธกัดกัน จนกระทั่งพวกมันได้อาหารกันครบ ทั้งสามตัวจึงคาบเนื้อแยกย้ายกันไปคนละมุม

            “พวกมันดุร้ายและทรงพลัง” เทโอพูดต่อ “นี่ขนาดยังโตไม่เต็มวัย แต่กรงที่เราสร้างก็แทบจะเอาไม่อยู่แล้ว”

            “เมื่อกี้คุณพูดว่า พวกมันยังโตไม่เต็มวัย งั้นเหรอ” ฉันตะลึง

            “อ้อใช่ เธอยังไม่เคยเห็นแม่ของพวกมัน” เขาหันมา “เบเฮมอธโตเต็มวัยจะสูงเกือบเจ็ดฟุต นั่นหมายความว่ามันจะตัวใหญ่กว่าเราทั้งหมด”

            “และมีอายุยืนเท่าอายุไขของมนุษย์” แฟรงค์เสริม “ฉันพยายามหาทางขยายกรงให้มันอยู่”

            “พวกคุณเลี้ยงสัตว์ร้ายไว้ในบ้านตัวเองเนี่ยนะ” ฉันแปลกใจ “ไม่กลัวว่าสักวันมันจะออกมาทำร้ายประชาชนของพวกคุณเหรอ”

            “เราควบคุมมันได้”

            “ด้วยการกักขัง?”

            “นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว” เทโอพยายามตอบอย่างใจเย็น “ไม่ต้องกลัว อีกไม่นานสงครามจะเริ่มต้นขึ้น เราจะได้ใช้ประโยชน์จากมันแน่นอน”

            ฉันสังเกตว่าแต่ละคนมีท่าทีเกร็งๆ เมื่อฉันเอ่ยถึงเรื่องนี้ เทโอกลอกตาไปยังแฟรงค์ “เธอคิดเหมือนนาย” เขาพูด และเป็นอีกครั้งที่ฉันหันไปมองคนที่พูดน้อยที่สุดในทีม แฟรงค์เงียบและมีสีหน้าถมึงทึงตลอดเวลา จนฉันคิดว่าเขาอาจไม่ชอบขี้หน้าฉันด้วยซ้ำ “บางทีทหารอาจจะคิดอะไรเหมือนกัน”

            ฉันตะลึง หันไปมองแฟรงค์ “คุณเคยเป็นทหารดรีมแคชเชอร์เหรอ”

            “นั่นมันยี่สิบเจ็ดปีมาแล้ว” แฟรงค์ตอบ “ก่อนที่ฉันจะหันหลังให้กับตราสัญลักษณ์นั้น”

            โอเค ฉันเข้าใจแล้ว

            สังคมที่นี่มันตาลปัตรจากในเมืองอยู่มาก ในเขตปกครองหากคุณบอกใครๆ ว่าคุณเป็นทหารดรีมแคชเชอร์ ทุกคนจะยินดีและชื่นชมคุณ มองคุณเป็นคนเก่งมีความสามารถและมีเกียรติ แต่เมื่ออยู่นอกกำแพงหากคุณบอกใครๆ ว่าคุณเป็นทหารดรีมแคชเชอร์ พวกเขาจะดูถูกและเหยียดหยามคุณ มองคุณเป็นสวะคนหนึ่งที่เคยถูกล้างสมองผ่านโรงงานผลิตที่มีชื่อว่า ดรีมแคชเชอร์

            เสียงย่ำเท้าดังมาแต่ไกล ชายสองคนวิ่งลงมาจากชั้นบน

            “มีอะไร” เทโอถาม

            “วันนี้คณะสำรวจออกไปดูซากปรัก พบนายทหารคนหนึ่งนอนสลบอยู่บริเวณนั้น ดูจากสภาพแล้วเขาน่าจะมากองเดียวกับที่เราซุ่มโจมตีไปเมื่อสามวันก่อนครับ”

            “อะไรนะ” เขาตะลึง “ตอนแรกพวกนายรายงานฉันเองว่าจับทหารที่รอดชีวิตมาหมดแล้ว แล้วยังมีเล็ดรอดไปได้ยังไง”

            ชายสองคนนั้นเลิ่กลั่ก ตอบไม่ถูก

            “คณะสำรวจได้จับเขากลับมาไหม” แฟรงค์ถาม

            พวกเขาพยักหน้า

            “งั้นฉันจะขึ้นไปดูเอง”

            “ไม่ต้อง” เทโอแทรกก่อนที่แฟรงค์จะขยับตัว “เราจะไปกันหมดนี่แหละ” เขาหันมามองฉัน “เธอจะได้ดูด้วยว่าเขาใช่คนที่มากองเดียวกับเธอไหม”

            “ฉันจำทหารทุกคนไม่ได้หรอกนะ” ฉันรีบบอก

            “ไม่เป็นไร แค่คุ้นหน้าก็พอ” เทโอเดินนำ ตามด้วยเฮเลน ชายสองคนนั้น แฟรงค์กับคนของเขายังคงรอฉันอีกเช่นเคย เมื่อฉันเดิน พวกเขาถึงขยับตัว และฉันก็ค้นพบความจริงว่าฉันถูกตามประกบโดยชายร่างใหญ่ถึงสามคน

            เรากลับขึ้นมาจนถึงชั้นพื้นผิวโลกอีกครั้ง ฟ้าเริ่มมืดแล้ว กองปฏิวัติพาฉันสำรวจฐานทัพทั้งวันจริงๆ และตอนนี้พวกเขาก็เดินกลับมายังส่วนที่เป็นโถงกว้างสำหรับอาศัย มีเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งกำลังรอเรา เมื่อเทโอเข้าไปใกล้ พวกเขาก็แยกตัวออกมาจนเห็นใครบางคนนอนคว่ำอยู่บนพื้น มือของเขาถูกจับไขว้หลังด้วยกุญแจมือ

            เทโอเฝ้ามองเขาชั่วครู่ “ยังไม่ฟื้นอีกเหรอ”

            เจ้าหน้าที่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก พวกเขาไม่เด็ดขาดเอาซะเลย นั่นเพราะเจ้าหน้าที่กองปฏิวัติไม่ได้ถูกฝึกแบบทหาร พวกเขาดูเคารพและซื่อสัตย์ต่อเทโอ หากแต่ขาดความแข็งแรงและระเบียบวินัย และใช่! แฟรงค์เองก็คิดเหมือนฉัน เขาถึงได้เข้าไปเตะอัดกลางลำตัวทหารคนนั้น ได้ผล! เขาสำลักลั่นและฟื้นทันที

            ฉันมองชายคนนั้นพลิกตัวไปมาด้วยความทรมานสักพัก จนกระทั่งเขาเปลี่ยนมานอนหงาย ฉันถึงตะลึงเมื่อได้เห็นใบหน้านั้นเต็มตา “ลีรอย!

            ทุกคนหันมามองฉันเป็นตาเดียว

            “เธอรู้จัก?” เทโอ

            ไม่มีเหตุผลที่ฉันต้องปิดบัง “ใช่ เขาเป็นเพื่อนฉัน เราเคยฝึกอยู่ทีมเดียวกัน”

            “งั้นแปลว่าหมอนี่ก็เป็นทหารดรีมแคชเชอร์” ผู้นำปฏิวัติพูดเสียงเย็นชา “เอามันไปขังไว้”       

            เจ้าหน้าที่เข้ามาหิ้วปีกลีรอยคนละข้าง เขาถูกลากออกไปทั้งที่ยังมีสติไม่เต็มร้อย ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าเพื่อนฉันสองคนรอดชีวิต ลีรอยกับร็อบบ์ แต่พวกเขาถูกกักขัง

            สัญชาตญาณฉันเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง

            “คุณขังพวกเขาไว้ทำไม”

            “พวกนั้นมีข้อมูลบางอย่างที่เราต้องการ” เทโอตอบ “เราจะสอบสวนทีละคนเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับดรีมแคชเชอร์ให้มากที่สุด”

            “คุณถามฉันก็ได้นี่” ฉันว่า “ฉันเองก็เป็นผลผลิตจากที่นั่นเหมือนกัน”

            “เธอรู้ไม่หมดหรอก ทีน่า” เขาส่ายหัว “ใครบางคนในนั้นรู้ว่าเธอเป็นโคลน พวกเขาอาจปิดบังเธอจากบางส่วนที่เธอไม่ควรรู้ก็ได้”

            “คุณหมายถึง?”

            “เธอเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโคลนของใคร” เขาสวน “จนกระทั่งเธอมาอยู่กับเรา เธอถึงรู้”

            นั่น...เป็นสิ่งที่ฉันไม่อาจปฏิเสธได้

            “แต่ฉันมีข้อมูลเกี่ยวกับดรีมแคชเชอร์มากพอ ฉันเคยทำแผนกธุรการ ฉันรู้เรื่องระบบงานในนั้น คุณถามฉันได้ ไม่จำเป็นต้องขังพวกเขาไว้หรอก”

            “ถ้าไม่ขังไว้แล้วจะให้ฉันทำยังไง ปล่อยพวกนั้นกลับดรีมแคชเชอร์ไปเพื่อให้กลับมาฆ่าเรางั้นเหรอ” เทโอเริ่มหงุดหงิด “การเคลื่อนไหวของกองปฏิวัติเป็นความลับสุดยอด ทหารที่ออกมานอกกำแพงแล้วได้รับรู้ข่าวคราวของเรา ถ้าไม่ตายก็ต้องถูกจับ ปล่อยไว้ไม่ได้ทั้งนั้น” เขาเดินมาใกล้จนฉันแทบผงะ “เข้าใจไหม”

            ฉันสู้สายตาเขา และรู้ว่าเขาต้องการให้ฉันตอบ

            แต่ฉันไม่ทำ

            “ฉันรู้ว่าเธอพยายามปกป้องเพื่อนของเธอ ทีน่า ฉันรู้ว่าไม่มีอะไรมาทำลายกำแพงแห่งมิตรภาพนั้นได้ แต่ถ้าเธอคิดสักหน่อย ว่าการขังพวกเขาเป็นความเมตตาสูงสุดจากฉัน เธอก็น่าจะรู้ว่านี่เป็นวิธีเดียวที่เพื่อนของเธอจะรอด”

            ฉันเงียบ เทโอถอยออกไปแล้ว เขาพูดถูก ฉันมันโง่เองที่คิดกว่าคำพูดของตัวเองน่าจะมีอิทธิพลมากพอจะเปลี่ยนความคิดของใครได้ แต่ความจริงแล้วศัตรูก็คือศัตรู ตราบใดที่พวกทหารดรีมแคชเชอร์ยังไม่เอื้อผลประโยชน์ต่อกองปฏิวัติ พวกเขาก็ถือว่าคนกลุ่มนั้นคือศัตรู

            “เธอควรกลับไปพักผ่อนซะ ทีน่า” เทโอพูด “พรุ่งนี้เราต้องคุยกันอีก ฉันอยากให้เธอทบทวนว่าตัวเองเป็นใคร ต้องการอะไร พยายามนึกถึงชาติกำเนิดของตัวเองให้มากๆ นึกถึงสิ่งที่พวกมันทำกับเธอเข้าไว้ และเธอจะโต้ตอบพวกมันยังไง นั่นแหละคือวัตถุประสงค์ของเรา”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

675 ความคิดเห็น

  1. #626 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 23:36
    เฮ้อ บอกว่าพ่อเป็นอัมพาตเพราะไปเอาตัวลูกหมามา
    แต่ก็ทำให้แม่หมาต้องตายไปไม่ใช่เหรออ
    ว่าแล้วว่าเป็นลีรอยยย กรี๊ดดด
    #626
    0
  2. #581 Babylynx (@endeye26) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 23:31
    สถานการณ์เริ่มกดดันซะแล้ว
    เทโอเหมือนกำลังบังคับให้ทีน่าเห็นตามเขาผ่านทางคำพูด ชักจูงให้เข้าร่วมด้วยข้อบังคับที่เรียกว่าสายเลือด ทีน่าอาจเป็นร่างโคลนของแมรีแอน์ก็จริง แต่เธอไม่ใช่ และไม่คิดว่าสามารถแทนกันได้ด้วย
    ลีรอยพยายามเข้านะ 
    ติดตามตอนต่อไป >>
    #581
    0
  3. #472 mybookworm (@onlymybookworm) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 16:21
    เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้นจ้า ><
    รอรวมเล่มไม่ไหวแล้ว 5555
    #472
    0
  4. #460 Esperanza (@ploy_ch) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 15:17
    โถ่ ลีรอยสายแข็ง T^T โดนจับมาด้วยซะงั้น
    เอาล่ะทีน่า งานปฏิวัติมาแล้วนะ แต่นี่ว่าทหารดรีมแคชเชอร์คงไม่กล่อมง่ายๆ แม้แต่ร็อบบ์ก็เถอะไม่รู้ความเป็นเพื่อนจะช่วยให้การกล่อมง่ายขึ้นมั้ย เพราะเพื่อนๆ กลุ่มนี้สนับสนุนทีน่าตั้งแต่แรกแล้วว่าทีน่าไม่ใช่โคลน ทีนี้จะเอายังไง น่าติดตามมากเลยค่ะ
    ลีรอยอีก จะกล่อมยังไง ไว้ใจได้แค่ไหนล่ะที่ผ่านมาที่ทำกับทีน่าก็ร้ายอยู่นะพ่อหนุ่ม แล้วจะเข้าคณะปฏิวัติกะเค้าจริงๆ เร้อ นี่ก็ยังรู้สึกอยู่การมาของลีรอยรอบหลังนี้เป็นการซ้อนแผนมาหลอกรึเปล่า เดาทางไม่ถูกจริงๆ นะ
    แม้แต่ทีน่าเอง เอาเข้าจริงๆ เมื่อได้รู้ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างแล้วอาจจะติสต์แตกเป็นแคทนิสโมเดลก็ได้ เพราะตอนนี้เธอยังไม่ได้อยู่ฝ่ายไหน อุดมการณ์ยังไม่เด่นชัด แต่รู้แค่ว่าเราอยู่ฝ่ายทีน่า ^O^ เชียร์สุดฤทธิ์ค่ะ
    แต่พี่แฟรงค์นี่ก็น่าสนใจไม่เบาเลยแหละ หันหลังให้ดรีมแคชเชอร์มาเข้าร่วมกับกองปฏิวัติ
    รีบๆ มาต่อนะคะ อย่าตันนานนักอ่านอารมณ์ค้างค่า
    #460
    0
  5. #455 Nut'reeeee (@nutree) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 23:54
    วิธีที่ทีน่าพูด แปลกใจมากที่ทุกคนดูทึ่งและคิดไม่ถึง ทั้งๆที่เป็นวิธีเดียวกันที่พวกนั้นทำกับทีน่า เพราะตอนแรกก็ขังทีน่าไว้แล้วค่อยๆใส่คำพูดบีบบังคับว่าให้เลือกฝั่ง แต่แค่ทีน่ามีสถานะเป็นโคลน เลยมั่นใจว่าทีน่าจะเลือกฝั่งตัวเองว่างั้น?

    แถมลีรอย คงยากที่จะกล่อม เพราะครอบครัวตัวเองเป็นถึงระดับต้นๆของดรีมแคชเชอร์เลยนะ

    ถึงกล่อมได้ จะมั่นใจได้ไงว่าพวกที่กล่อมมา จะภักดีจริง บางทีกล่อมมาแล้วแกล้งภักดีเผื่อเป็นสายอีก แล้วถ้าทรยศมาทีหลัง ทีน่าก็ซวยอีก คลั่งไปอีกกก
    #455
    0
  6. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 / 17:30
    หว่า... โอกาสถูกรังเกียจทีสูงแหะ ทีน่าทุกคนจะต้องรู้ว่าเธอคือโคลน แล้วอย่างนี้ก็ต้องเจอคนไม่ซื่อสัตย์ดิ ประมาณว่ากลับกลอกอะ คอยจ้องโอกาสจะทรยศไรงี้ เฮ้อ แต่คงมีแค่ทางเลือกนี้อย่างเดียวล่ะนะ
    #453
    0
  7. #452 Marius Yo (@tongue) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 / 16:43
    เอาไงงานนี้จะถูกเกลียดจากเพื่อนๆไหมเนี่ย
    #452
    0
  8. #451 kimurakung (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 / 12:54
    ลีรอยจะยอมเปลี่ยนข้างเหรอ น่าจะยากนะ
    #451
    0