เมื่อจอมมารอย่างข้าอัญเชิญผู้กล้าให้มาฆ่าตัวเอง แต่เหตุฉไนเจ้านั่นถึงกล้าเมินข้าแล้วผันตัวไปเป็นจอมโจรทำเรื่องชั่วๆ เองซะอย่างนั้น !!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 844 Views

  • 1 Comments

  • 18 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    664

    Overall
    844

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 : แม้แต่จอมมารเองก็มีช่วงเวลาที่น่าเบื่อเหมือนกันนั่นแหละ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 636
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    14 ก.พ. 62


บทที่ 1 : แม้แต่จอมมารเองก็มีช่วงเวลาที่น่าเบื่อเหมือนกันนั่นแหละ

 

                 โลกที่ไม่มีพระเจ้า อะไรๆ ก็ง่ายขึ้นเป็นเท่าตัวและในทุกๆ วันของข้าก็ช่างเป็นวันที่มีความสุขเสียนี่กระไร

                นั่น... คือความคิดของข้าเมื่อ 3,000 ปีก่อนล่ะนะ


                เอ้าๆ ! เจ้าผู้กล้า ! ว่าไงล่ะ มีฝีมือแค่นี้เองเหรอ !”


                อึ้ก ! ยังหรอก.. แกอย่าเพิ่งได้ใจไป !”


                แหม ยอมแพ้แล้วเตรียมใจกลายเป็นปุ๋ยตามเพื่อนเจ้าซะเถอะ !”

                เสียงอันชั่วร้ายดังก้องไปทั่วพอๆ กับไอปีศาจที่ปกคลุมไปรอบบริเวณ  ท้องฟ้ามืดมัว เหล่าก้อนเมฆเองก็จับตัวเป็นก้อนคล้ายว่ากำลังจะเกิดฝน


                ข้าตวัดมือจนเกิดพลังในอากาศปัดปลายดาบแหลมของชายผู้หนึ่งในชุดเกราะออกทันทีที่เขากระหน่ำโจมตีเข้าใส่ข้าด้วยพลังกายทั้งหมดของเขา


                วันนี้คือศึกตัดสินระหว่างผู้กล้าและจอมมาร  ชายที่อยู่ตรงหน้าข้าตอนนี้คือผู้กล้า ส่วนข้าก็คือจอมมารผู้ยิ่งใหญ่


                โฮ่ยๆ  หมดแรงแล้วหรือไง ?

                ข้ายิ้มอย่างชั่วร้ายตามบทบาทของตัวเองที่ควรจะเป็น และปั่นหัวไอ้หนุ่มนี่เล่น และมันก็ได้ผล เจ้าหนุ่มมองข้าตาเขียวและเคียดแค้นดั่งมีกองไฟสุมอยู่ในอกของมัน


                หึ ก็แน่ล่ะ ข้าเพิ่งจะฆ่าพรรคพวกของมันไป และซากเจ้าพวกนั้นก็ยังนอนแหมะเป็นผักเป็นปลากองอยู่ที่พื้นด้วย ไม่แปลกที่มันจะกำลังเคียดแค้นข้าอยู่ ...แต่นั่น ก็ยิ่งเป็นไปตามแผนของข้าเข้าพอดี


                ข้าลอยตัวขึ้นฟ้าสูงกว่าเดิม มันบินตามขึ้นมาด้วยปีกเวทมนตร์ เหล่าทหาร อัศวินเบื้องล่างทำอะไรไม่ได้ นอกจากการยืนดูและเชียร์ผู้กล้าของพวกมัน แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่าไหร่


                ข้าจะแก้แค้นให้คนของอาณาจักร และเพื่อนของข้า !”


                หึหึ ฮ่าๆๆ ! ทำได้ก็ลองดูสิ !”


                ย้ากกกกก !!”

                สิ้นเสียงมันก็พุ่งเข้ามาหาข้าด้วยดาบสีทองอันทรงพลัง


                ข้าแอบกรอกตาด้วยความเบื่อหน่าย กับเหตุการณ์ที่วนมาเดจาวูอีกแล้ว

                เพียงข้าปัดมือ ดาบที่มันภาคภูมิใจก็ปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ต่อหน้าต่อตามัน


                อุ้ย ! ข้าเล่นแรงไปเหรอ ? ช่วยไม่ได้นี่  กี่ครั้งแล้วที่เหล่าผู้กล้าโจมตีข้าด้วยท่าเดิมๆ  สำหรับผู้กล้าแต่ละคนถือว่าการได้ประจัญต่อหน้าข้ามันเป็นครั้งแรกของพวกมัน แต่สำหรับข้า... ข้ารับมือกับผู้กล้าเป็นรอบที่ล้านเห็นจะได้แล้วมั้ง ?  ...ล้อเล่นน่ะ ก็แค่พันกว่าๆ รอบ หรืออาจจะสองพันก็ได้มั้ง ? ข้าขี้เกียจมานั่งนับครั้งแล้วด้วยสิ


                ถึงอย่างนั้น !  ไม่ใช่ว่าข้าไม่โหยหาคู่ต่อสู้ที่พอสมน้ำสมเนื้อกับตัวเองเสียหน่อย !  ข้าอัญเชิญผู้กล้ามาโลกนี้กี่ร้อยคน ก็ยังไม่เจอใครที่ฉลาดพอจะรับมือกับข้าได้เลย ข้าก็ไม่ได้อยากโม้ตัวเองหรอกนะว่าเป็นจอมมารที่เก่งกาจที่สุดท่าที่เคยมีมา  ...อะไรนะ ? สงสัยเหรอว่าทำไมจอมมารอย่างข้าถึงได้อัญเชิญผู้กล้ามาแทนที่จะเป็นพระเจ้า ?


                ก็พระเจ้านั่นมันโดนข้าตบไปแล้วน่ะสิ และข้าเองก็ได้พลังในการอัญเชิญผู้กล้ามาจากต่างโลกอีกต่างหาก การนั่งบนบัลลังก์อยู่เหนือปีศาจทุกตนไปวันๆ มันน่าเบื่อโคตรๆ เลยจะบอกให้  หลังจากที่ตบไอ้พระเจ้านั่นและจับมัดยัดลงขวดยาดองแล้ว ข้าก็ได้ทำการบุกไปยึดอาณาจักรหนึ่งของมนุษย์


                ยึดได้แล้วไงต่อล่ะ ? ความสนุกมันหมดไปหลังจากนั้นแล้วไง เพราะงั้นจอมมารที่วันๆ นั่งว่างแบบข้าจึงคิดวิธีสนุกๆ ขึ้นมาโดยการอัญเชิญผู้กล้าจากต่างโลกมาซะเลย  แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นข้าซะเองล่ะนะที่เรียกผู้กล้ามาตบเล่นๆ ให้หายเบื่อ


                แก !! เตรียมตัวตายซะเจ้าจอมมาร ! ”


                ในระหว่างที่ข้ามัวโม้ให้พวกเจ้าฟัง ไอ้หนุ่มตรงหน้าก็ร่ายเวทตร์บทสุดท้ายที่มันคิดว่าสุดยอดที่สุดจบพอดี  ยังไงเดี๋ยวมันก็ตายละ ข้าแกล้งเล่นละครหน่อยดีกว่า


                นะ นะ นี่มัน !! อย่าบอกนะว่า เจ้าจะใช้เวทมนตร์บทนั้น !!”

                ข้าใส่แอคติ้งเกินร้อยทำเหมือนว่ากำลังหวาดกลัวความตายจนตัวสั่น 


                ด้วยเกียรติแห่งผู้กล้า ! ข้าขอเอาชีวิตทั้งหมดของข้าเป็นเดิมพัน !  แสงแห่งการชำระล้าง  ย้ากกกกก !!!”


                แสงสีขาวนวลขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่ข้า  ข้าร้องลั่นออกมาประหนึ่งกำลังเจ็บปวดรวดร้าวและร่างกายได้ฉีกขาดออกจากกันอย่างไม่อาจต้านทานต่อพลังศักดิ์สิทธิ์นั้นได้


                ไม่นะ ! ไม่ !! ม่ายยยย !!”


                และนี่ของแถมจากพรรคพวกของข้า !!”


                มันทุ่มพลังอีกอย่างเข้าใส่ตัวข้า  คงจะเป็นพลังอะไรสักอย่างแหละ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ขี้เกียจเดา


                อ้ากกกกก !! แก ! ไอ้เจ้าผู้กล้า !!!”

                และเสียงข้าก็ขาดฉับไปเลยทันทีที่พลังลูกนั้นระเบิดไปพร้อมๆ กัน  พร้อมกับท้องฟ้าที่เปิดสว่างและความเงียบสงบก็กลับมาอีกครั้ง


                เสียงผู้คนเบื้องล่างกู่ร้องออกมาอย่างดีใจกับชัยชนะที่ได้รับมา


                ผู้กล้าเลือดโชกร่อนลงพื้น  เขามองสมรภูมิรบที่ราบเป็นหน้ากองกับสหายในทีมที่สละชีวิตของตนเพื่อประชาชน


                มันจบแล้วสินะ...

                ผู้กล้าเอื้อนเอ่ยพลางมองขึ้นบนท้องฟ้าที่เปิดออกพร้อมแสงจากสรวงสวรรค์ที่ส่องลงมา การต่อสู้อันยาวนานได้จบลงแล้ว ชัยชนะเป็นของมนุษยชาติ


                ....ผู้กล้าคิดแบบนั้น



                ในขณะเดียวกัน    คฤหาสน์หลังใหญ่แห่งป่าปีศาจ

                ข้าวาปเข้ามาในห้องโถงใหญ่ที่คุ้นเคยของตน  แล้วนั่งลงบนบัลลังก์อย่างเบื่อหน่าย


                แสบตาชะมัด  ถ้ารู้ว่าไอ้หนุ่มนั่นจะปล่อยแสงสปอร์ทไลท์เข้าใส่ข้าล่ะก็  ก่อนออกจากบ้านคงพกแว่นกันแดดไปด้วยแล้ว


                กลับมาแล้วหรือขอรับท่านจอมมารซาราทัส

                เชสเซอร์  ข้ารับใช้ส่วนตัวของข้าเดินเข้ามาพร้อมถาดใส่น้ำส้มในมือของมัน  ข้าคว้าแก้วมาดื่มอย่างชื่นใจ


                ทำไม ? เป็นจอมมารแล้วดื่มน้ำส้มคั้นไม่ได้เหรอ !? 


                อ้อ  งั้นข้าจะโม้ต่ออีกสักนิด หลังจากที่ข้าเล่นละครว่าเข้าตาจนไอ้หนุ่มนั่นแล้วก็กะว่าจะเข้าไปประชิดตัวแล้วเด็ดหัวมันเลย แต่เพราะข้าที่อยู่ท่ามกลางพลังดั่งแสงสปอร์ทไลท์นับสิบนั้น บอกเลยว่ามันทำให้ข้า แสบตาอย่างจริงจัง


                ...ข้าก็เลยวาปกลับบ้านแม่งซะเลย


                รอบนี้ท่านจอมมารสังหารผู้กล้าด้วยวิธีไหนหรือขอรับ ?

                เชสเซอร์ไอ้หนูปีศาจมองข้าด้วยตาดำๆ อย่างใสซื่อ


                ข้าก็อยากบอกมันนะว่าข้าเด็ดหัวมัน แต่เพราะข้าไม่ได้ทำไงล่ะ เพราะงั้นเลยไม่อาจโกหกต่อข้ารับใช้ของตนได้


                อื้ม  ข้าจะวางยาเบื่อหนูมัน


                วางยาเบื่อหนู ??  นี่ท่านยังไม่ได้สังหารมันหรอกหรือขอรับ ?


                ยัง

                ข้าตอบเสียงเนือยๆ  แล้วยกน้ำส้มขึ้นดื่มอีกรอบ


                เชสเซอร์  เจ้าเอายาเบื่อหนูไปใส่ของกินอะไรก็ได้ของพวกมนุษย์ แล้วแปลงเป็นเด็กมนุษย์ตัวเล็กน่ารักน่าเอ็นดูที่สุดจากนั้นก็ถือของกินนั่นไปให้มันซะ


                ขอรับนายท่าน


                หึหึ  ข้ารู้ว่าเหล่าผู้กล้าที่ถูกอัญเชิญมาทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีความเมตตาและคุณงามความดีเหลือหลาย


                ทว่า... กลับเป็นพวกโง่เสียแทบทุกคน


                และหลังจากนั้นไม่นาน  ข้าก็ได้ข่าวจากค้างคาวสอดแนมในเมืองมาว่าผู้กล้าเสียชีวิตลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ  ตอนนี้ทั้งอาณาจักรจึงอยู่ในความโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปของเหล่าวีรชนแทนที่จะเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะจากการโค่นล้มจอมมาร


                ไม่มีใครรู้ว่าจอมมารยังอยู่


                ไม่มีใครรู้ว่าข้ายังไม่ตาย


                แต่รอบนี้ข้าปล่อยให้มันเป็นไปตามที่พวกมนุษย์หน้าโง่คิด  และถือโอกาสไปบุกเมืองอีกรอบหลังจากนั้นราวๆ ปีกว่าให้พวกมันคิดไปเองว่าจอมมารตนใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว และในอีกไม่นานผู้กล้าคนใหม่ก็จะปรากฏตัวด้วย


                ใช่... ถ้าเป็นปกติก็คงจะเป็นแบบนั้น เพราะทุกครั้งที่ข้าตบผู้กล้าเก่าตายไป ข้าก็เตรียมอัญเชิญผู้กล้าคนใหม่ต่อทันทีเพื่อให้มันวางแผนมาตบข้าอีกรอบ


                และในที่สุด วงจรการละเล่นของข้าก็วนมาถึงจุดอิ่มตัวจนได้


                ข้าเบื่อผู้กล้าโง่ๆ เต็มทนแล้ว  จะมีใครบ้างที่เก่งพอมาโค่นข้าได้ ?


                ด้วยความที่ข้าเป็นจอมมารที่แข็งแกร่งเกินไปจนไม่มีใครทัดเทียมได้  ข้าขอสารภาพเลยว่าใจหนึ่งข้าก็อยากเสียท่าและโดนฆ่าเหมือนกันนะ !


                มันคงถึงเวลาแล้วที่จอมมารรุ่นใหม่จะต้องถือกำเนิด


                ถ้าถามว่าแล้วทำไมข้าไม่อยู่เฉยๆ ให้พวกผู้กล้าที่ผ่านมาฆ่าซะเลยล่ะ ?


                ข้ามันก็ถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตนะ  อมตะเสียที่ไหนล่ะ ?  เพราะงั้นความรู้สึกกลัวตายข้าเองก็อยากรู้สึกบ้าง


                ถ้าให้ข้าอยู่เฉยๆ ยอมให้ผู้กล้าเดินเอาดาบมาเสียบพุง  ข้ายอมขุดหลุมแล้วเอาหัวมุดดินตายเสียยังจะดีกว่า


                หรือว่าข้าจะใช้ไอ้นั่นดี...


                วิธีดึงผู้กล้าที่แข็งแกร่งที่สุดมายังโลกนี้ !  แต่ถ้าข้าทำแบบนั้น  เท่ากับว่าข้าจะใช้พลังอัญเชิญผู้กล้าไม่ได้อีก  2  ล้านปีเชียวนะ


                แต่สถานการณ์ตอนนี้ข้าก็เบื่อหน่ายเสียเหลือเกิน  ข้าว่ามันก็คงคุ้มอยู่พอตัวเลยล่ะ


                ตัดสินใจแล้ว งั้นข้าจะเดิมพันกับหมากตานี้ดู !


                ต่อให้ผู้กล้าที่แข็งแกร่งที่สุดฆ่าข้าไม่ได้  แต่รับรองว่าเขาจะต้องมีลูกเล่นอะไรต่างจากผู้กล้าคนที่ผ่านๆ มาแน่นอน !


                นึกได้แล้วก็หัวเราะออกมาเสียดังลั่นไปสามบ้านเจ็ดบ้านจนแม้แต่ปีศาจที่ผ่านไปมาจะเผลอคิดว่าข้าสำลักหัวเราะตายก็ไม่แปลกเท่าไหร่


                ข้าวาปตัวเองมายังห้องใต้ดินที่ลึกที่สุดในคฤหาสน์  มันเป็นสถานที่ๆ ข้าใช้พลังอัญเชิญผู้กล้าที่นี่


                สองขาก้าวเข้าไปยืนอยู่ในวงแหวนเวทตร์ใหญ่กลางห้องโถงใต้ดิน  ต่อจากนั้นก็วาดมือไปมากลางอากาศจนมีแสงสว่างส่องอยู่ในวงแหวนเวทตร์


                นาทีต่อมา  ข้าใช้เล็บแหลมของตนกรีดเข้าที่ข้อมือจนเลือดทะลักออกเป็นสายน้ำและหยดลงบนวงแหวนที่ข้ายืนอยู่  ปากพึมพำบทที่แตกต่างไปจากทุกที เพราะคราวนี้ข้าจะอัญเชิญผู้กล้าที่เก่งที่สุดมา !


                ภาพเบื้องหน้าปรากฏต่อหน้าข้าทันทีที่ข้าร่ายเวทตร์จบบท


                ไหนดูหน้าตาของเจ้าหน่อยซิ  ผู้กล้าที่เก่งที่สุด


                ภาพเบื้องหน้าของข้า มันคือโลกอีกโลกที่ข้าไม่อาจะเข้าไปยุ่งได้  ในภาพนั้นซูมไปที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินถือสิ่งที่เหมือนลูกชิ้น  และเขาก็กำลังเดินไปกินไปด้วย


                เอาล่ะ  หมดเวลาของเจ้าที่โลกนั้นแล้ว  จงมาโผล่ที่โลกนี้ซะในฐานะของผู้กล้าคนใหม่ !”

                ข้าตะหวัดนิ้วชี้ของตนจนมีใยแสงสีฟ้าๆ เกิดขึ้นและหายเข้าไปในภาพนั้นทันที


                ชายหนุ่มที่กำลังกินลูกชิ้นคู่ใจของเขาจู่ๆ ก็ล้มลงไปกองที่พื้นและท่าทางลิ้นจุกปากเหมือนลูกชิ้นที่เขากินกำลังติดคอ  ภาพว่าที่ผู้กล้าดิ้นทุรนทุรายสองมือพยายามทุบอกให้ชิ้นเนื้อเจ้ากรรมหลุดออกมาแต่คงไม่ทัน  ...ในนาทีต่อมาเขาก็แน่นิ่งไปพร้อมกับผู้คนรอบๆ ที่เข้าไปมุงดู


                จริงสิ  ข้าจะให้เจ้านี่ไปโผล่ที่ไหนดี

                ข้าวาดมือไปมา เลือกภาพสถานที่ๆ จะให้เป็นสถานที่แรกที่ผู้กล้าลืมตาตื่นขึ้น


                และแล้วข้าก็เลือกได้เสียที  เอาเป็นดงอสรพิษในป่าใกล้ๆ เมืองหลวงก็แล้วกัน


                ข้าวาดมือไปมาจนกระทั่งขั้นตอนทุกอย่างจบลง  วงแหวนเวทตร์ก็กลับมาเป็นรอยอักขระบนพื้นตามปกติ  และในขณะเดียวกันผู้กล้าเองก็ถูกส่งมายังโลกใหม่ของเขาเรียบร้อย


                ไหล่ข้าสั่นด้วยความตื่นเต้น  และแทบอดทนรอผู้กล้าคนใหม่มาไล่ฆ่าไม่ไหว


                หึหึ  ฮ่าๆๆ !! ยินดีต้อนรับ  เจ้าผู้กล้าหน้าใหม่ ! เชิญมาสังหารข้า จอมมารซาราทัสผู้นี้ได้เลย !!”



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -






               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

0 ความคิดเห็น