[ Fiction ] * ::: " T O P C L A S S " ::: * { ChanBaek }

ตอนที่ 9 : Class H.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,210
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    10 ต.ค. 58

 

 



 

 

C L A S S  H.


      

           

            “เป็นห่าอะไร”

            “........”

            “ทำหน้าซังกะตายเหมือนหมาอดข้าว ให้กูช่วยสงเคราะห์อาหารหมาสักมื้อไหมครับกัปตัน”

           

            ก่อนจะได้ถ้อยคำผรุสวาทพร้อมฝ่าเท้าประเคนเข้ากลางหน้า  คิมจงอินก็ยังฉลาดพอจะก่อและแก้ไขสถานการณ์อย่างทันควัน ชายหนุ่มผิวคล้ำจอมกวนประสาทจัดแจงคว้าโทรศัพท์สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของเพื่อนที่วางไว้บนโต๊ะขึ้นมา  ปลดล็อคหน้าจอซึ่งไม่ได้ใส่รหัสป้องกันอย่างถือวิสาสะ ก่อนผุดลุกขึ้นจากม้านั่งตรงกลางระหว่างล็อคเกอร์แล้ววิ่งร่อนไปทั่วห้องพักนักกีฬา

 

            “ไอ้ไค! เอาคืนมา”

            “แหม”  คิมจงอินทำเป็นหูทวนลม  ใช้ทักษะความคล่องตัวที่มีไม่แพ้อีกฝ่ายหลบหลีกการประทุษร้ายอย่างรวดเร็วโดยที่สายตาไม่ละจากจอโทรศัพท์ “โทรออกหาเขาเป็นว่าเล่นเชียวนะ ขี้ตื๊อใช่ย่อย”

            “เสือ-!

            “อย่าพูดอย่างนั้นสิ เขาเรียกว่าใส่ใจต่างหาก”

            “เดี๋ยวมึงเจอดีแน่”

            “ดีกว่าที่เจอตอนนี้ไม่มีแล้ว วู้ววว รูปแฟนเก่าเต็มเครื่องเลย น่ารักว่ะ  แย่งจีบได้ป้ะ”

            “ไม่ใช่แฟนเก่าโว้ย! กูยังไม่เลิก!

            “ประโยคนี้รอบที่ร้อย”

 

            ระหว่างที่เถียงกัน  จงอินก็กระโดดไปทางโน้นทีนี้ทีเพื่อหลบสารพัดของแข็งที่กัปตันทีมขยันหามาขว้างโดยไม่เกรงว่าจะพลาดโดนโทรศัพท์ในมือ เครื่องป้องกันลอยหวือไปกระแทกตู้ล็อคเกอร์จนเกิดเสียงดังลั่นห้องครั้งแล้วครั้งเล่า  แต่เพราะเขาทั้งสองมาเร็วกว่าเวลานัดซ้อม ตอนนี้จึงยังไม่มีผู้เคราะห์ร้ายได้รับผลกรรมจากสิ่งที่ไม่ได้ก่อ  หากมีคนอื่นอยู่ด้วย  มีหวังสมาชิกทีมโดนลูกหลงจากอารมณ์ร้อนแสนร้อนของกัปตันจนเจ็บตัวไปเป็นแถบ

 

            “อย่างมึงนี่ต้องหาอะไรกระตุ้น”

            “เอาโทรศัพท์กูคืนมา!

            “ใจเย็นๆ ดิ  คืนก็ได้”

            ไม่ทันจบประโยคดี  สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดก็ลอยหวือข้ามห้องไปหล่นบนกองผ้าเช็ดตัว “เฮ้ยย ไอ้ไค!

            “โถ่  กูแม่นหรอกน่า”

           

            ถึงจะว่าอย่างนั้น  ชานยอลก็ถลึงตาพลางชี้หน้าคู่กรณีแล้วคว้ารองเท้ากีฬาขนาดเขื่องขึ้นมาข้างหนึ่งก่อนปาใส่เพื่อนเต็มแรงเป็นการแก้แค้น  จงอินเบี่ยงหลบ  แต่วัตถุดังกล่าวก็เฉียดหน้าไปไม่ถึงคืบอย่างชวนหวาดเสียว  ขายาวก้าวไปที่ถังผ้าเช็ดตัวแล้วก้มเก็บโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาอย่างรวดเร็ว  เกิดความเงียบครู่หนึ่งระหว่างเจ้าของเครื่องตรวจสอบความเรียบร้อย  ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น  ชานยอลก็เงยหน้า ดวงตาคมคายมีแววขุ่นเคือง  แต่ก็แฝงความรู้สึกอื่นนอกเหนือจากนั้นด้วย

 

            “จงอิน.. นี่มึงเล่นเหี้-ยอะไร” 

            “ก็ หาแรงกระตุ้น ไง”

 

            จอสมาร์ทโฟแสดงผลสิ่งที่จงอินจัดการทิ้งไว้ ภาพใบหน้าหวานใสในยามหลับคือการอัพเดทล่าสุดบนอินสตาแกรมของชานยอล  มันเป็นภาพถ่ายระยะใกล้ที่เขาแอบถ่ายไว้ตอนบุกรุกห้องนอนแบคฮยอนแล้วเจ้าตัวอาละวาดจนผลอยหลับในอ้อมกอด เขาไม่เคยคิดจะเผยแพร่ต่อสาธารณะชน  แค่อยากถ่ายเก็บไว้เพื่อความพอใจส่วนตัว  แต่ตอนนี้คงไม่ใช่อีกแล้ว เพราะเพียงไม่กี่นาที  จำนวนคนกดถูกใจกลับพุ่งเหยียบร้อย  พร้อมทั้งยิงคำถามในช่องคอมเม้นท์ใต้ภาพใส่เขาเป็นชุด

 

            “มึงอยากลบก็ตามใจ แต่กูเชื่อว่ามีคนแคปเก็บไว้อย่างน้อยก็สิบคนได้”

 

            จงอินพูดในสิ่งที่ชานยอลรู้อยู่แล้ว  เพราะถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องเป็นประเด็นโด่งดังจนเข้าหูแบคฮยอนและแบรนดอนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  ยิ่งในโรงเรียนมีอัตราสาวๆ ผู้รักการสอดส่องชีวิตหนุ่มหล่อป๊อปปูล่าเป็นชีวิตจิตใจสูงมากเท่าไหร่  ข่าวนี้ก็ยิ่งแพร่กระจายออกไปไวมากขึ้นเท่านั้น ชานยอลยืนนิ่ง  ครุ่นคิด   เงียบไปนานจนจงอินเริ่มใจไม่ดี

           

แต่สุดท้าย  ชานยอลแค่กดออกจากโปรแกรมแล้วจัดการล็อคหน้าจอไว้ตามเดิม

            ไม่กดลบโพส  ไม่ต่อความ ไม่ตอบคำถามใครทั้งสิ้น

 

          เขาแค่รอ

 

 

 


 

ยี่สิบห้านาทีต่อมา  ชานยอลกำลังจะออกไปซ้อมพร้อมลูกทีมที่นำหน้าไปก่อนแล้ว  แต่โทรศัพท์ซึ่งถูกทิ้งไว้ในล็อคเกอร์ก็แผดร้องออกมาเสียก่อน

 

ขายาวก้าวถอยกลับ ก้มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู  หน้าจอแสดงชื่อคนโทรเข้า เมื่อเห็นว่าเป็นคนที่รออยู่ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

 

เร็วกว่าที่คิดไว้

 

กดรับโดยไม่ทันได้เอ่ยทักทาย  เสียงจากปลายสายก็ตวาดแหวดังลั่นจนเขาต้องยกโทรศัพท์ออกห่างก่อนแก้วหูจะแตก แต่ก็ยังใจเย็นพอจะรอจนกระทั่งคนโวยวายเริ่มหมดฤทธิ์เพราะตะโกนจนเสียงแหบโดยไม่ชิงกดวาง ถึงตอนนั้นเขาถึงเอาโทรศัพท์กลับมาแนบหู กรอกเสียงพูดลงไปเรียบๆ แสร้งทำตัวเป็นผู้ร้ายปากแข็งโดยที่รอยยิ้มยังไม่จางจากใบหน้า   

 

“ไม่คิดจะคุยกันดีๆ ก่อนหรือไงครับ”

“( ไม่จำเป็น!  นี่นายคิดจะทำอะไรกันแน่  แค่นี้เรื่องมันยังวุ่นวายไม่พอเหรอ )”

 

ชานยอลฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม หัวใจเต้นอย่างลิงโลด เพราะเขารู้ว่าประเด็น วุ่นวาย ที่อีกฝ่ายพูดถึงคือเรื่องอะไร  ถึงอย่างนั้น  เขาก็ฉลาดพอจะไม่บอกออกไปตามความจริง

 

“ฉันไม่รู้ว่านายพูดถึงเรื่องอะไร”

“( อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะ ปาร์คชานยอล )”

“ไม่เล่นลิ้นก็ได้  งั้นเล่นอย่างอื่นแทนได้ไหม”

“( ไอ้ทุเรศ! )”

 

ถึงจะโดนด่าแต่ชานยอลก็ยังยิ้มอยู่เหมือนเดิมราวกับเป็นคนโรคจิต  แต่เพราะการถูกแบคฮยอนตวาดใส่เคยเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตเขาสมบูรณ์ แม้ตอนนี้ลักษณะการตวาดจะต่างเนื้อหาและรูปแบบจากเมื่อก่อนนิดหน่อย แต่นับว่าพอทดแทนกันได้  รวมถึงการเล่นบทผู้ร้ายตาใสต่อไปเรื่อยๆ ก็ออกจะน่าสนุกอยู่ไม่น้อย

 

            “นี่ ฟังนะ”  เขานิ่งเงียบไปพักหนึ่งเพื่อปรับน้ำเสียงให้เคร่งเครียดสมจริง “ฉันไม่รู้จริงๆ ว่านายพูดถึงอะไร ไหนลองอธิบายให้ฟังหน่อยสิ”

           

            ชานยอลไม่แน่ใจว่าแบคฮยอนเชื่อที่เขาพูดหรือไม่  แต่เสียงจากปลายสายก็เงียบไปหลังจบประโยค  เขาสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายกำลังชั่งใจในคำถามของเขาว่ามันเป็นคำถามจริงๆ หรือแค่คำถามหลอกในแผนการเพื่อลองเชิง  แต่เท่านั้นก็เกินพอแล้ว  แค่มันสร้างความสั่นคลอนต่อความสัมพันธ์เพียงเล็กน้อย  นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับเขา

 

            “แบค..”

          “( โอ๊ย! อยากรู้ก็ไปเปิดไอจีตัวเองดูไป แล้วอย่าลืมว่านายต้องชดใช้เรื่องนี้ด้วย แค่นี้นะ! )”

 

            พอว่าจบ  แบคฮยอนก็ตัดสายเขา  แต่เขากลับไม่หงุดหงิดขุ่นเคืองใดๆ ทั้งสิ้น  กลับกัน  ชานยอลรู้สึกมีชีวิตชีวาอย่างที่ไม่เคยเป็นนับตั้งแต่เลิกกับแบคฮยอนเมื่อหลายเดือนก่อน เขายกโทรศัพท์ออกจากหู แกว่งมันไปมาเบาๆ พลางผิวปากอย่างอารมณ์ดี  นึกขอบคุณวิธีสร้าง แรงกระตุ้น ของจงอินที่ใช้งานได้ยอดเยี่ยมกว่าที่คาดไว้  สงสัยต้องจัดการเลี้ยงเหล้าชุดใหญ่กันสักครั้ง

 

 

          “( ..อย่าลืมว่านายจะต้องชดใช้.. )”

 

            โอเค

            เขาจะหาทางชดใช้เรื่องนี้แน่ รับรองได้เลย

 

 

- 50% -

 



กว่าชานยอลจะเลิกซ้อมแล้วปล่อยให้ลูกทีมแยกย้ายกันไปพักผ่อน  พระอาทิตย์ก็ตกดินไปกว่าชั่วโมงแล้ว

 

            ทุกคนเดินกลับเข้าห้องพักนักกีฬาในสภาพเหนื่อยอ่อนและมอมแมมไปทั้งตัว  วันนี้อากาศเย็นค่อนไปทางชื้นและพื้นดินก็ดูจะนุ่มหยุ่นกว่าทุกที  แต่ละก้าวบนสนามจึงถูกดูดด้วยดินหนืดจนต้องออกแรงเคลื่อนไหวหนักหน่วงกว่าที่เคยเป็น กับกีฬาหฤโหดที่ไม่เคยงดแม้กระทั่งในวันฝนฟ้าคะนอง ชานยอลเห็นว่าปัญหาแค่นี้นับว่าเล็กน้อยมาก  หากวันนี้ไม่เคี่ยวเข็ญให้ทีมรู้จักบากบั่นต่อสู้เพื่ออยู่เหนือคู่แข่ง  วันหน้าก็อย่าหวังจะมีแมวมองจากมหาลัยสนใจให้โควต้าแก่พวกเขาเพื่อเข้าสู่เส้นทางนักกีฬาอย่างเต็มตัว

 

            ชานยอลเป็นคนจริงจังและทะเยอทะยานสุดตัว  เรื่องเรียนก็นับว่าเกรดเหลือเฟืออยู่แล้วสำหรับทุนโควต้ามหาลัย  ติดก็แต่ฝีมือเรื่องกีฬาที่อาจยังไม่เข้าตาแมวมองเท่าที่ควร เขามีไหวพริบเฉลียวฉลาด แต่ร่างกายอาจไม่แกร่งพอสำหรับทีมขึ้นชื่อบางทีมที่หมายตาไว้ เขาแค่อยากแน่ใจว่าประตูโอกาสทุกบานจะเปิดรับทั้งเขาและสมาชิกทีมที่เหลือ  จึงเอาแต่ใช้มาตรการโหดเพื่อฝึกทีมให้พร้อมสำหรับทุกสถานการณ์

 

            “โอ๊ย เหนื่อยโว้ย!

 

            คิมจงอินเป็นคนแรกที่เปิดปากบ่นออกมาดังลั่นในขณะคนอื่นทิ้งตัวลงนั่งทั้งบนเก้าอี้และบนพื้น ชานยอลเดินไปหามุมเงียบๆ เพื่อพักและจมอยู่กับความคิดของตัวเอง เขาทำแบบนี้เสมอหลังซ้อมราวกับต้องการประเมินความก้าวหน้าของฝีมือและวางแผนสำหรับการแข่งครั้งต่อไป  ไม่มีสมาชิกคนใดกล้าเข้าไปกวนเขาในเวลาอย่างนี้  เว้นเสียแต่..

 

          ตุบ ตุบ

           

ชานยอลกำลังก้มหน้ามองปลายรองเท้าตัวเองและเหม่อ  ก่อนจะมีเท้าข้างที่สามโผล่เข้ามาสะกิดตรงขา 

            เมื่อเงยหน้าก็พบไอ้เพื่อนกวนตีนเจ้าเก่ายืนยิ้มให้ทั้งสภาพเปียกเหงื่อมอมแมม

            มันน่าเสยสักทีให้หายหมั่นไส้

 

            “เป็นไง  แผนกูได้ผลป้ะ”

 

            ทั้งที่เพิ่งผ่านโหมดโหดสุดโลกในลุคกัปตันของชานยอลไปหมาดๆ  แต่จงอินก็ยังมีแก่ใจเอ่ยถามเสียงทะเล้นโดยไม่กลัวเกรงอำนาจใด  แม้ชานยอลจะชักสีหน้าหงุดหงิดเหลือทนและพร้อมออกหมัดใส่คนไม่เลือกหน้า  ทั้ง แววตายังดุดันจนแม้แต่พี่มินซอกยังไม่กล้าเข้าใกล้  แต่จงอินก็ทำเพียงยักไหล่  ยืนรอฟังคำตอบจากเขาโดยไม่สะทกสะท้าน

 

            ต่อให้สนิทกันมากแค่ไหน  จงอินก็รู้ว่าชานยอลอาจยกเท้าขึ้นมาถีบตัวเองเมื่อไหร่ก็ได้  แต่ครั้งนี้มีอะไรมากกว่านั้น  เหตุผลที่ว่าสนิทไม่มีน้ำหนักเท่าเหตุผลที่ว่าชานยอลได้ติดหนี้จงอินครั้งหนึ่งแล้ว

 

            ดูเอาจากตอนซ้อมก็เดาได้ไม่ยาก  กัปตันปาร์คที่ว่าโหดตัวพ่อแม้จะคงความเข้มงวดเอาไว้เต็มเปี่ยมไม่หลุดโผ  แต่ในความเข้มงวดนั้น  ปาร์คชานยอลไม่ได้มีวี่แววหงุดหงิดงุ่นง่าน  ทั้งที่ปกติมักจะชอบทำหน้าเหม็นเบื่อและออกท่าลุกลี้ลุกลนเหมือนมีอะไรรบกวนให้รำคาญใจอยู่ตลอดเวลา

 

            “ว่าไง”

            “ไม่เสือ-กสักเรื่องได้ไหมมึงเนี่ย”

            “ไม่ได้ ยิ่งเรื่องที่กูมีเอี่ยวยิ่งไม่ได้”  จงอินเท้าแขนลงบนไหล่ชานยอลที่ยังไม่ได้ถอดเครื่องป้องกันออก “บอกมาซะดีๆ ไม่ต้องมาตีหน้าขรึม  กูไม่กลัวมึงหรอก”

            “........”

            “บอกมา!

            “จะให้กูบอกอะไรวะ ก็มันไม่มีอะไร”

            “ฮั่นแน่” จากที่วางบนไหล่  ศอกแหลมๆ ก็ย้ายตำแหน่งไปเฉี่ยวปลายคางกัปตันหน้าหล่อ “ปากแข็ง  มัวแต่เล่นแง่เล่นตัวอยู่แบบนี้  ระวังเถ้อะ จะโดนหมายักษ์คาบไปแด-กไม่รู้ตัว”

            “แล้วนี่ยังไม่เรียกว่าถูกมันคาบไปอีกเหรอ”

            “เหอะ ยังหรอก

 

            ชานยอลขมวดคิ้วฉับเมื่อได้ยินดังนั้น  ก่อนจะเบี่ยงตัวนิดหนึ่งเพื่อเงยหน้าขึ้นสบตาไอ้เพื่อนกวนประสาทตรงๆ  จากน้ำเสียงและเนื้อหาการสนทนาทำให้ชานยอลจับประเด็นอะไรบางอย่างนอกเหนือจากการเค้นข้อมูลจากปากเขาได้ 

 

          จงอินกำลังพยายามจะบอกอะไร?

 

            “มึงหมายความว่าไง”

            “ข่าววงในจากสาวๆ แก๊งกอสซิปเกิร์ลของกูบอกมา”  จงอินก้มลงนิดหนึ่ง  ลดระดับเสียงจากที่ใช้พูดปกติจนดูคล้ายการกระซิบ  “ไอ้แบดแบรดนั่นน่ะอารมณ์เสียไม่เว้นแต่ละวัน  เทียวรับเทียวส่งแบคฮยอนไปโน่นไปนี่ตลอด  แต่ไม่เคยออกไปค้างอ้างแรมข้ามคืนด้วยกันจริงจังเลยสักครั้ง  ดูจากสถานการณ์ก็คงพอเดาออก”

            “........”

            “แบคฮยอนน่ะ เขาไม่เคย ยอมใครจริงๆ หรอก  นอกจากมึง

           

 


 


 

            แบคฮยอนวางสายจากแบรนดอน  สีหน้าเคร่งเครียดเป็นกังวล

 

            ทั้งที่เพิ่งคุยกันดีๆ ไปได้ไม่ทันพ้นวันก็มีเรื่องให้ทะเลาะกันอีก  แต่จะว่ากันตามความจริง  เขากับแบรนดอนก็มีเรื่องค้างคาสะสมยกยอดมาให้ทะเลาะอยู่หลายเรื่อง  เขายอมรับว่าเขาสนใจแต่ความรู้สึกตัวเองและเอาใจใส่แฟนไม่พอ  ไม่ใช่แค่ตอนนี้   แต่ตลอดเวลาที่คบกันมาเลยต่างหาก 

 

            แบรนดอนเวลาดีก็แสนดีจนใจหาย  จะประเด็นไหนก็ยอมลงให้ไม่เคยเถียงแม้เขาจะเป็นฝ่ายผิด  อาจฟังดูแปลก  แต่บางครั้ง  ความดีเหล่านั้นเองที่ทำให้แบคฮยอนอึดอัด  มันเหมือนกับสิ่งที่แบรนดอนทำคือการพยายามดึงรั้งเขาไว้  พยายามทำทุกทางและอุดทุกรอยรั่วเพื่อไม่ให้มีข้อบกพร่องหรือเหตุผลที่แบคฮยอนจะใช้อ้างเพื่อตีตัวลาจาก  ถ้าหากเป็นความสัมพันธ์ตามประสาคนรักกันปกติ  แบคฮยอนคงเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลกที่ได้ผู้ชายแบบนี้มาเป็นแฟน  แต่ในกรณีของเขากลับต่างออกไป

 

            นอกจากแบคฮยอนจะไม่รู้สึกว่าตัวเองโชคดี  เขายังรู้สึกกระอักกระอ่วนกับสถานการณ์มากขึ้นทุกวัน

 

            บทสนทนาที่เพิ่งจบไปเมื่อครู่ก็คงไม่พ้นประเด็นใหม่ที่เกิดจากโซเชี่ยลอินสตาแกรมเช่นเคย  แบคฮยอนได้โทรไปโวยใส่คนต้นเรื่องแล้วก่อนหน้าจะโทรหาแบรนดอนเพื่อคลายข้อสงสัยต่างๆ  แน่นอนว่าแบรนดอนโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ   แต่คำพูดที่ใช้กลับฟังดูไม่เหมือนการจงใจตำหนิเขาเสียทีเดียว  แบรนดอนโจมตีโดยตรงไปยังอดีตแฟนของแบคฮยอนมากกว่า   ตะโกนลั่นว่าจะมาเอาเรื่องชานยอลให้ถึงที่แต่แบคฮยอนห้ามไว้  ขู่เสียงแข็งว่าถ้าหากแบรนดอนมาทุกอย่างจะยิ่งเลวร้ายกว่าที่เป็นอยู่  แบรนดอนยอมให้เหมือนเคย  แต่ก็บังคับเขาให้ทำตามข้อตกลงอีกอย่างเป็นการตอบแทน

 

          นายห้ามไปเจอมันนะแบค  ห้ามเด็ดขาด  เข้าใจที่ฉันพูดไหม

 

แบคฮยอนเงยหน้าจนสุดคอ  สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วผ่อนออกแรงๆ หวังจะให้มันช่วยคลายความอึดอัดในอก  ดวงตาเรียวทอดมองไปยังท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มยามค่ำคืนขณะก้าวขาเดินเถลไถลไปเรื่อยเปื่อย  เขายังไม่อยากกลับบ้าน  รู้สึกเบื่อจนไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไร  แค่อยากใช้ความคิดเงียบๆ  แล้วเดินทอดน่องไปตามทางอย่างไม่มีจุดหมาย  หรือทำเรื่องไร้สาระบ้าบออะไรก็ได้ให้ลืมทุกอย่างไปสักพัก

 

  แต่มันคงไม่ง่ายอย่างนั้น

 

โทรศัพท์ที่เขาเพิ่งเก็บใส่กระเป๋าเสื้อโค้ทไปเมื่อครู่สั่นเตือนอีกครั้ง  แบคฮยอนหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าโปรแกรมแชทเด้งข้อความจากแบรนดอนมาอีกชุดใหญ่  เป็นข้อความที่มีเนื้อหาเหมือนกับที่เขาได้ยินมาในโทรศัพท์ไม่มีผิด  แบคฮยอนกลอกตา  ไม่ชอบคนทำตัวจู้จี้ซ้ำๆ ซากๆ  แต่เพราะเป็นแบรนดอน  เขาจึงไม่กล้าทำอะไรนอกจากเก็บโทรศัพท์ไว้ตามเดิมโดยไม่โต้ตอบแม้ในใจจะเริ่มหงุดหงิด  เขาคิดว่าแค่แสร้งทำเป็นไม่เห็นข้อความพวกนั้นก็แย่พออยู่แล้ว

 

จี้รูปตัวบีที่ห้อยอยู่กับสร้อยข้อมือเย็บวาบเมื่อกระทบผิวเนื้อราวกับสัญญาณเตือน  แบคฮยอนลูบมันเบาๆ  อย่างเหม่อลอย  เขาอยากลืมไปว่ากำลังคบกับแบรนดอนอยู่  อยากลืมว่าในแต่ละวันเขาคิดถึงคนที่เป็นอดีตคนรักมากมายขนาดไหน  อยากลืมว่าใจกำลังเรียกร้องการทรยศอย่างไม่รักดี  

 

แล้วในวินาทีนั้น  คนที่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าก็ทำให้เขาต้องหยุดชะงัก

 

 

“มืดๆ อย่างนี้  ทำไมมาเดินอยู่คนเดียว”

 

 


To be continued

 

 

 

 

 

Talk :

 

ช่วงนี้เราอาจจะมึนเบลอนิดหน่อย  ต้องขออภัยด้วยค่ะ  แต่จะว่าไปพี่กัปของผองเราก็ใกล้จะจบแล้ว (เดี๋ยวนะ...) พี่กัปเขามาดแมนแฮนซั่มขนาดไหนใครๆ ก็รู้  ในเรื่องนี่กล้ามใหญ่กว่าหน้า  ส่วนตัวจริงนี่หน้าใหญ่พอๆ กับหู  พี่เขายืนเอาหูค้ำหมวกอยู่  แต่ถามว่าหล่อมั้ยคือหล่อมาก  รบกวนให้ทุกคนรอเขาด้วย  งงดิ  เราก็งง 555555555555555555555555

 

รักเสมอ

#fictopclass

สการ์ฯ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

866 ความคิดเห็น

  1. #827 Jitwongsa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 15:43
    หงุดหงิดแบคฮยอนได้มั้ยง่ะ
    แบบว่าความรู้สึกมันก็ชัดเจนอยู่แล้วอยากให้ลองฟังชานยอลอธิบายดูหรือไม่ก็ไม่ควรคบกับแบรนมันเหมือนเอาเขามาเป็นตัวสำรองใครอีกคนเลยอ่ะ
    #827
    0
  2. #809 kewmake (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 17:22
    เพื่อนแบบจงอินนี่ดีเลย
    #809
    0
  3. #785 pinkyariss (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 21:02
    จงอินทำดี
    #785
    0
  4. #761 mygarin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:39
    ความรู้สึกแบคมันก็ชัดเจนมากแล้วนะ ว่ายังรักชานยอล รอวันที่เขาจะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน หรือว่าพระเอกจริงๆของเรื่องนี้คือจงอิน นังฉลาดด แบบว่าคอยช่วยเพื่อนเต็มที่เลย เท่สุด ฮ่าๆๆๆๆ
    #761
    0
  5. #733 shineedeary (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 04:28
    จงอินนี่ไม่กลัวตายเลยใช่มั้ย 5555555
    #733
    0
  6. #692 nu_phakh (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 21:42
    จงอินฉลาด555
    #692
    0
  7. #638 stik96 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 22:08
    แบคฮยอน บอกแล้งไง ยกพี่กัปตันให้เราาาาาาาาาาา
    #638
    0
  8. #565 pimminki (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 23:20
    ชานยอลแน่ๆเลยอ่ะ
    #565
    0
  9. #532 pangziiz7755 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 17:25
    พิกัปตันสู้ๆค่ะ
    #532
    0
  10. #499 nokia_sjexo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 มกราคม 2559 / 21:53
    คือแบรดรักแบคมานานแล้วป่าว เลยอยากทำให้ชานแบคแตกกัน มองในมุมหนึ่งอ่ะนะ คือเลิกกันเพราะเข้าใจผิดแต่มันก็ยังรักกันอยู่ไม่ใช่หรอวะ
    #499
    0
  11. #398 gzb1-realster (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 / 21:02
    อยากให้แบคคู่ยอลนะ แต่มองอีกมุมนึงก็สงสารแบรดมาก เพราะแบรดทำทุกทางเลยอะ แบรดแคร์แบคมากในขณะที่แบคไม่เลย ไม่เคยสนใจใยดีอะไรแบรดเลย ถึงแบรดจะคบกับแบค แต่แบรดเป็นคนที่น่าสงสารมากที่สุดเลยนะ
    #398
    0
  12. #325 chanbaekky (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 12:48
    เห่ย คือแบบไม่โออ่ะ แบคยังรักยอล ใช่ เรื่องนี้รู้ แต่แบคกลับไปเป็นเหมือนกับยอลไม่ได้แล้วอ่ะ เศร้ามากTT รอไรท์มาต่อเรื่องนี้เร็วๆนะคะ ไฟท์ติ้ง!
    #325
    0
  13. #324 phatcahb (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 22:35
    แบคยอมให้แค่กัปตันคนเดดียวเอาเว้ยยยยย
    #324
    0
  14. #323 joyjea (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 21:51
    เฮ้ยยยย แบคหวงตัวไว้ให้กัปปิตันคนเดียววววววววววววววว ฮิฮิ อิแบรดอดเว้ยยยยย 55555555
    ค้างงงงงง ไรท์มาต่อเร็วๆๆๆๆๆน๊าาาาา
    #323
    0
  15. #322 thenath (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 21:25
    กรี๊ดดดดดดดดดดด~~~~ อีแบดแบรดยังไม่ได้นังแบคคคคคคคค อัพเร็วๆน้าาาา รอ งิงิ
    #322
    0
  16. #321 KTwang (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 21:12
    ไรท์  ค้างมากกก  มาต่อเร้วๆน้าาา
    #321
    0
  17. #320 firstfoy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 14:52
    สู้เข้าปายยยยยอย่าด้ายถ้อยยยยยยยย ฉันจะคอยเอาใจช่วยอยู่ววววววว รวมพันลังงงงงของเราพิคาด-ตรู้วววววววว พวกเราสู้ด้วยใจนักกีฬาาาาาา ฮือออออออออออ พิกัปค้าาาาาา สู้ให้ว่องค่าาาาาาา อย่ากลัวมานนนน TT
    #320
    0
  18. #319 maylovelovekz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 14:34
    ต้องขอบคุณจงอินจริงๆอะแบ๊บ 55555555555555555 ทำดีมากค่ะ เออถ้านี่เป็นแบคก็คงอึดอัดอะแบรดดูเกินไป คือให้มากไปคนรับก็อึดอัดนะ แล้วอีกอย่างแบคคิดถึงพ่อกัปตันปาร์คคนหล่อตลอดเลยสินะเนี่ย แล้วก็คือยังไม่เคยอะไรๆกับแบรดด้วย ยอมกัปตันคนเดียวสินะ แง้ดีอะ แบรดบอกไม่ให้แบคไปเจอกัปตันงั้นถ้ากัปตันมาหาเองก็ไม่ผิดเนอะ ... 555555555555555555555555555555555
    #319
    0
  19. #318 921127 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 14:21
    ไม่รู้จะสงสารใคร แต่รู้แค่ว่าแบคฮยอนนี่ยังรักชานยอลเต็มๆ ถ้าพูดถึวแบรดดอนก็น่าสงสาร แต่ว่าเราเชียร์ชานไง 55555555 ล่ะนั่น คนที่มาเจเแบคต้องเป็นชานแน่ๆ
    #318
    0
  20. #316 gracerabbit (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 14:11
    เมื่อไหร่จะแย่งคืนได้สู้ๆนะกัปตัน!!
    #316
    0
  21. #310 phyniix27 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2558 / 01:08
    #ทีมหัวล้านค่าาาาาาา
    #310
    0
  22. #307 chanbaekky (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 23:37
    โอ่ยสูววว อยากอ่านต่อแล้วทำไงดี คือบับ บับเลาชอบอ่ะ>_ #307
    0
  23. #306 fds_513 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 14:21
    ขอบพระคุณจงอินมา ณ ที่นี้ด้วยยยยยยยย
    #306
    0
  24. #303 koonjira-23 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 13:45
    ต้องเลี้ยงข้าวจงอินยกใหญ่เลยนะ55555ถ้าไม่ได้จงอินนี่แย่แน่ไปค่ะไปตื้อแบคบ่อยๆเดี๋ยวก็ใจอ่อน
    #303
    0
  25. #301 firstfoy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 23:52
    โอ้ยตายยยยยยยยยย ไม่ใช่แฟนเก่านะบอกก่อนเพราะยังไม่เคยเลิกกันนาจาาาาาาาาาาาาาา ฮืออออออ รักกัปตันนนนนนยอยากจะได้คนนี้เป็นแฟน ถ้าหากได้คนนี้เป็นแฟนก็ดี :3
    #301
    0