คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #28 : -- แฟ้มข้อมูลสตีทไฟท์ -- -- บุกถ้ำเสือ --
-- แฟ้มข้อมูลสตีทไฟท์ -- -- บุกถ้ำเสือ --
PiRiN : SAYS
07.00น. คอนโดของพีริน
แสงตะวันโผล่พ้นขอบฟ้าเป็นสัญญาณเริ่มเช้าวันใหม่ ร่างบางเดินติดกระดุมแขนเสื้อออกมาจากห้อง
“พี แกจะไปร.ร.จริงๆหรอ”เสียงของวายองดังขึ้นจากโซฟาน้องนั่งเล่นรวม หญิงสาวตอนนี้อยู่ในชุดคลุมขององค์กรเงยหน้าจากแฟ้มเล่มโต
“อืม ฉันอยากรู้ว่าพวกGoDเกี่ยวข้องอะไรกับพวกสตรีทไฟท์กันแน่ พอพวกGoDโผล่มา พวกสตรีทไฟท์ของร.ร.ก็หายไปเลย”ฉันตอบพลางขยับคอเสื้อให้เข้าที่
“แล้วเนริล่ะ”วายองถาม
“รายนั้นให้อยู่ดูแลพี่แก้วกับพี่วินจะดีกว่า เพราะในบรรดาพวกเราเนริมีความรู้วิชาการแพทย์ดีที่สุดแล้ว” ฉันตอบ ใช่เนริมีทักษะด้านนี้ อยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้อาการพี่แก้วยิ่งหน้าเป็นห่วงอยู่ เนริก็ช่วยอะไรไม่ได้มากเพราะพลังที่มียังต้องเก็บไว้ ธรรมดาลำพังพลังพวกเราแค่นั้นก็สามารถทำให้พี่แก้วฟื้นขึ้นมาสบายๆได้แล้ว แต่ว่าตอนนี้มันกลับกัน ลำพังพลังของตัวฉันเองตอนนี้ยังแทบเอาตัวเองไม่รอด ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น ถ้าเพียงแต่ฉันเข้มแข็งมากกว่านี้ ฉันมีพลังมากกว่านี้ พี่แก้วก็คงจะฟื้นไปนานแล้ว
“ถ้าแกไป ฉันจะไปด้วย”วายองพูดก่อนจะเดินเข้าห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนักเรียน ทิ้งไว้แต่แฟ้มเจ้าปัญหาต้นเหตุที่ทำให้เราต้องไปร.ร.กันวันนี้
แฟ้มรวบรวมข้อมูลสมาชิกสตรีทไฟท์ของร.ร.อัจฉริยะวิทยา
แฟ้มที่รวมรวบข้อมูลเกี่ยวกับแก๊งDemonที่พวกฉันลอบเข้าไปในตึกเมื่อคืนนี้ แฟ้มนี่วางอยู่บนโต๊ะทำงานในห้องของฉัน คิดว่าคงจะเป็นแฟ้มที่ถูกส่งมาให้ตอนช่วงที่ฉันโดนกักอยู่ในบ้าน ในนั้นรวบรวมข้อมูลทุกอย่างเท่าที่ฝ่ายข้อมูลขององค์กรเราจะหามาได้รวมถึงข้อมูลชุดสุดท้ายที่สายสืบของเราปะปนกับพวกสตรีทไฟท์ส่งมาให้ก่อนจะหายตัวไป
แปลกมากทั้งๆที่ข้อมูลก็เยอะพอตัวแต่ทำไมรูปถึงไม่มีเลย เท่าที่อ่านมาก็จะมีแต่ข้อมูลการต่อสู้ ประวัติการแข่งรถ การโกงการแข่ง ประวัติการค้ายาเสพติดและเบาะแสการส่งผู้หญิงไปขายบริกาต่างประเทศอีกนิดหน่อยเท่านั้น แต่ไม่มีข้อมูลของตัวบุลคลเลย แม้กระทั่งลูกน้องระดับปลายแถวเลย แล้วไหนจะเรื่องที่ตั้งแต่พวกGoDโผล่มาพวกDemonนั่นก็หายไปนั่นยิ่งทำให้มันน่าสงสัย มากขึ้นไปอีก
แต่ถึงผลจะออกมายังไงก็ตาม ไม่ว่าพวกเดม่อนจะเกี่ยวข้องอะไรกับพวกGoD จุดจบสุดท้ายของมันก็คือความตายเช่นกัน.....
ที่ห้องเรียน นี่เป็นวันแรกในรอบเกือบเดือนที่ฉันมาโรงเรียน ทุกๆอย่างก็เหมือนเดิม เสียงคุยกันเรื่องนิตยสารประจำเดือนของนักเรียนหญิง เสียงคุยกันเกี่ยวกับเกมส์ฮิตตอนนี้ของพวกผู้ชาย รึแม้กระทั่งบรรยากาศก็ยังคงเหมือนเดิม
“สวัสดีพีริน วายอง”เสียงทักของเต้ดังขึ้นมาทันทีที่ฉันก้าวผ่านประตูเข้ามา และนัทที่วิ่งเข้ามาหาวายองเหมือนหมาได้เจอเจ้าของ
“อืมดี”ฉันทักตอบก่อนจะเดินไปวางกระเป๋าที่โต๊ะของฉัน โต๊ะที่ไม่ได้เจอกันมาราว3อาทิตย์ ในขณะที่วายองเดินวางกระเป๋าที่โต๊ะข้างๆฉันโดยมีนัทคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง
“หายไหนมาน่ะ ตั้ง3อาทิตย์”เคนหันมาถาม
“โทษทีพอดีที่บ้านงานเข้านิดหน่อยน่ะ”เวย์ตอบแทนฉัน
“อืม เราจดเลคเชอร์ไว้ให้ เอาไปอ่านสิ”เคนพยักหน้าเข้าใจก่อนจะยื่นสมุดเล่มบางมาให้
“ขอบใจ”ฉันยื่นมือออกไปรับสมุดมาอย่างนิ่มนวลก่อนจะยัดมันใส่ไว้ในกระเป๋าโดยไม่คิดที่จะเปิดดู ตอนนี้ฉันมีอะไรที่สำคัญกว่านั้น เบาะแสของพวกเดม่อน
“อือ แล้วเนริล่ะ”เต้ถามเมื่อไม่เห็นสมาชิกอีก1คนโผล่หัวมา
“รายนั้น พอดีทำธุระยังไม่เสร็จน่ะ พอดีพวกเราเสร็จก่อนก็เลยเลยบินมาก่อน”เวย์ตอบ พวกเคนพยักหน้าเชิงเข้าใจ
“นี่ นัทแล้วมีของฝากมาให้หรอ”นัทถามพลางแบมือประมาณว่าไหนล่ะของฝาก เวย์นิ่งก่อนจะพูดว่า
“ขอโทษนะ คราวนี้อะไรๆมันยุ่งไปหมดน่ะเลยไม่ได้เลือกซื้อของอะไรมากฝากเลย”
“ไม่เป็นไร เราก็ทวงไปงั้นแหละแค่วายองมาเราก็ดีใจแล้ว”นัทยิ้ม
“อืมแล้วเนริเมื่อไหร่จะมาล่ะ”เคนถามฉุดความสนใจของพวกเรา
“คงอีกไม่นานหรอก พวกเราจะอยู่พร้อมหน้ากันแน่ๆ อีกไม่นาน
”ฉันพึมพำ ไม่ใช่แค่ฉัน เวย์แล้วก็เนริ แต่มันรวมถึงพวกอัยการโซเนอร์ทั้งหมด เพราะเวลาทำให้ฉันได้คิด เพราะเจ้เฟชรเป็นห่วงฉันถึงได้ทำไปแบบนั้น แต่ตอนนี้ที่ยังไม่มีใครแสดงออกอะไร นั่นก็เพราะต่างฝ่ายต่างปากแข็งทั้งคู่ ไม่ใช่ว่าฉันไม่รู้นิสัยตัวเอง ไม่ใช่ว่าฉันไม่รู้นิสัยเจ้ ความจริงฉันต่างหากที่ผิด เพราะฉะนั้นฉันจึงเป็นคนที่ต้องออกปากขอโทษ เพียงแต่ว่าตอนนี้ฉันอยากจะพิสูจน์ให้เจ้เห็นว่าฉันไม่ใช่เด็กอีกแล้ว ฉันดูแลตัวเองได้ แล้วทำได้ดีด้วย
“เอ๋..”เสียงนัทร้อง
“เปล่าไม่มีอะไรหรอก เดี๋ยวมันก็มาเองนั่นแหละ”เวย์ตอบแทนเมื่อเห็นฉันนิ่งไป
“อืมจะว่าไปพวกเดม่อนนักสู้ประจำโรงเรียนเราหายไปเลยนะเนี่ย”เต้เปิดประเด็น
“หืม..”
“ก็พวกนักสู้ของโรงเรียนเราไง จำได้ว่าเคยบอกแล้วนี่นาตอนเปิดเรียนใหม่ๆน่ะ”นัทอธิบาย
“อ้อ จำได้แล้วทำไมหรอ”เวย์เล่นไปตามบทเพื่อให้อีกฝ่ายแง้มข้อมูลออกมาโดยไม่สงสัย
“ก็หายไปตั้งนานเลยน่ะสิ แต่เห็นว่าคืนนี้จะมีแข่งรถที่พวกนั้นไปร่วมด้วยนะ”นัทเล่าต่อ
“ที่ไหน”ฉันเปิดปากถามบ้าง
“อ้าวพีก็ชอบเรื่องแข่งรถด้วยหรอ”เต้ถาม ฉันพยักหน้ารับ
“ที่สนามXXของคลับปาปิญองน่ะรู้จักใช่มั้ย”เคนตอบ
“อือ”
“กี่โมงล่ะ”ฉันถามต่อ
“จะไปกันหรอ ถามซะละเอียดเชียว”เต้ถามบ้าง
“ก็ไม่แน่ เผื่อจะว่าง”ฉันตอบ ไม่ใช่เผื่อจะว่างหรอก มันว่างเลยล่ะ ว่างสำหรับพวกมันโดยเฉพาะ
“เห็นว่างานเริ่มตอน4ทุ่มตรงน่ะ แต่ ถ้าไม่มีบัตรก็เข้าไม่ได้หรอก ขนาดเราอยากไปจะแย่ยังไปไม่ได้เลยล่ะ ป่านนี้บัตรก็คงขายหมดแล้วด้วย แย่จัง”นัทว่า
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวงานหน้าพวกนายก็ค่อยไปก็ได้นี่ ใช่ว่าจะมีแข่งแค่ครั้งเดียวซะเมื่อไหร่”เวย์พูดพลางลูบหัวของนัทเบาๆ ใช่ ถึงงานนี้พวกนายไม่ได้ไปงานหน้าก็ไปได้ แต่สำหรับฉันต้องงานนี้เท่านั้น
“อืม ยังมีงานหน้าก็จริงนั่นแหละ แต่เห็นว่างานนี้เป็นงานใหญ่มากๆก็เลยอดเสียดายไม่ได้อยู่ดี”เต้บ่น แต่ฉันสังเกตเห็นอีกคนที่ไม่ค่อยจะสนใจประเด็นสนทนาของพวกเราซักเท่าไหร่ ไวเท่าความคิด เวย์ก็ชิงถามตัดหน้า
“แล้วเคนล่ะ ไม่ชอบเรื่องพวกนี้หรอ”
“หืม จะว่าไม่ชอบก็ไม่ใช่หรอกเพียงแต่ว่าช่วงนี้งานมันเยอะน่ะเลยวุ่นนิดหน่อย”เคนตอบกลับมา
“อืม แต่จะว่าไปวันเสาร์นี้ที่โรงเรียนเราก็มีงานเต้นรำประจำปีด้วยนะ”นัทบอก หืม งานเต้นรำหรอ
“พวกงานใส่หน้ากากไม่ก็พวกแต่งแฟนซีงั้นสิ ใช่มั้ย”เวย์ถาม เต้ส่ายหน้าพลางตอบ
“เปล่า งานเต้นรำตรงตัวเลยต่างหาก ไม่มีหน้ากาก ไม่มีชุดแฟนซีงานนี้ชุดราตรีกับชุดสูทล้วนๆ”
“จริงอ่ะ งั้นเราจะใส่ชุดอะไรดีล่ะเนี่ย”เวย์พูดเสียงเครียด
“ทำไม ที่บ้านชุดราตรีเยอะหรอ”เต้ถาม
“เปล่า เรากำลังคิดอยู่ว่าจะใส่ชุดสูทหรือชุดราตรีดีต่างหาก”เวย์ตอบเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้ยกเว้นฉัน
“อ้อ ลืมไปเวย์สาวเยอะนี่หว่า”เต้แซว
“ไม่ได้นะ เราจองไว้แล้วเวย์ต้องใส่ชุดราตรีสิเราอยากเห็น”นัทแย้งทันที
“55+ อืมๆจะพยายามใส่มาละกัน”เวย์ตอบอย่างอารมณ์ดี
“พีริน”
“พี!!”ฉันที่กำลังนั่งคิดอะไรคนเดียวอยู่ถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากเคน
“มีอะไรหรอ”ฉันถาม พลางก้มหน้าหลบสายตาจับผิดของเคน สงสัยฉันคงจะมัวแต่คิดเรื่องพี่แก้วมากไปหน่อย
เฮือก ฉันสะดุ้งสุดขีดเมื่อรู้สึกถึงจิตสังหารของนักฆ่าในขณะที่ก้มหน้าอยู่ ฉันเงยหน้ามอง ก็พบกับสายตาของเคน
เคนหรอ...
“นี่ไอ้พี ฉันถามมานานแล้วนะเว้ยว่าแกจะใส่ชุดอะไรมางาน”เสียงเวย์เอ็ดลั่น ฉันแอบมองเคนอีกครั้งก็พบว่าขาก้มหน้าอ่านหนังสือไปแล้ว
“หา อ่ะ อืม เราคงใส่ชุดราตรีนั่นแหละ”ฉันตอบ ใครกันที่เป็นเจ้าของจิตสังหารน่ากลัวนั่น
“งั้น พีก็มาคู่เราละกันนะ”เต้ชวน
“เราคงมากับริวน่ะ ขอโทษนะ”ฉันตอบตามตรงปกติตั้งแต่คบกันมาริวไม่ค่อยปล่อยให้ฉันไปไหนมาไหนคนเดียวเท่าไหร่ ยิ่งเวลาช่วงนี้ด้วยยิ่งแล้วใหญ่
“อืม งั้นชวนเนริดีกว่า”เต้ว่า
“คงไม่ได้หรอกรายนั้นเขามียูกิอยู่แล้วนายอย่าไปเป็นมารผจญเขาเลยดีกว่า”เวย์ว่าถึงแม้จะไม่รู้ว่าถ้าถึงวันนั้นจริงๆ ตอนนั้นเนริจะหายโกรธยูกิรึยัง
“55+ สมน้ำหน้า”นัทเยาะเย้ยเต้ด้วยท่าทางสะใจเต็มที่จนเต้อดไม่ได้ที่จะใช้เท้าฟาดใส่ก้นของไอ้เพื่อนรักเบาๆ
“โหย อะไรวะ คนสวยๆทำไมมันไม่เหลือมาถึงเราบ้างเนี่ย”เต้บ่นก่อนบทสนทนาของพวกเราจะจบลงเพราะออดเข้าแถวดังขึ้น
ชั่วโมงเรียนคาบเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งเสียงออดพักเที่ยงของร.ร.ดังขึ้น พวกนักเรียนต่างทยอยกันออกจากห้องไปทีละคน จนเหลือแต่พวกเรา
“จะไปกินข้าวที่ไหนล่ะ บนดาดฟ้ารึว่าโรงอาหาร”เต้ถาม
“อืม ยังไม่หิวน่ะ พวกนายไปกินก่อนก็ได้ขอเดินดูรอบโรงเรียนให้หายคิดถึงก่อนแล้วกัน”ฉันพูด ก่อนจะเดินออกจากห้องมาโดยปราศจากคำบอกลา
“เอ่อ เราไปก่อนนะ บาย”ฉันได้ยินเสียงเวย์บอกลาพวกนั้นก่อนจะวิ่งตามฉันมา
“แกเป็นอะไรไป พี แกไม่รู้รึไงว่าถ้าทำแบบนี้แล้วพวกนั้นจะสงสัยน่ะ ทำอะไรคิดซะบ้างสิ”เวย์บ่น
“ขอโทษ ฉันรีบไปหน่อย”ฉันขอโทษเบาๆ
“เออ ถ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว”เวย์ว่าในขณะที่พยายามจะเดินตามฉันให้ทัน
“ไม่หรอก เป็นสิ เป็นแน่นอน อย่างน้อยก็ตอนนี้”ฉันตอบ
“แล้วนี่แกจะไปไหน”เวย์ดึงข้อมือฉันไว้
“ที่ที่พวกมันอยู่”ฉันตอบสั้นๆแล้วออกเดินต่อ
“ที่คลับปาปิญองหรอ นั่นมันตอน4ทุ่มไม่ใช่รึไงถึงไปตอนนี้ก็ไม่มีใครอยู่หรอกเพราะนี่ยังไม่ถึงบ่ายโมงเลย คลับที่ไหนมันจะเปิด ไม่ใช่คลับมายบอยนะเว้ย”เวย์รีบเดินตามฉันพูด
“ใช่คลับที่ไหนมันจะเปิด แต่ฉันไม่ได้ไปที่คลับบ้านั่น”ฉันตอบอย่างหงุดหงิด พลางเดินเลี้ยวเข้ามุมทางที่จะไปห้องน้ำอย่างเร่งรีบ ก่อนจะหยุดที่หน้าจุดหมายปลายทาง....ห้องน้ำ...
“ห้องน้ำ แกจะมาห้องน้ำทำไมวะ”เวย์ถามจนฉันอยากจะตบหัวมันซักที
“ครั้งแรกที่มาที่ห้องน้ำนี่เราก็เจอมันมาแล้วไม่ใช่หรอ ไอ้พวกนั้นน่ะ”ฉันบอก เวย์ใช้เวลาทำความเข้าใจความหมายของคำพูดฉันนิดเดียวก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“เพราะฉะนั้น คราวนี้ฉันมั่นใจว่าต้องเจอพวกมันอีก”ฉันพูด ก่อนจะได้ยินเสียงเดินของคนเดินออกมาจากป่าไผ่หลังห้องน้ำ
วูบ ฉันกับเวย์รีบกระโดดขึ้นไปอยู่บนหลังคาเพื่อจับตาดูพวกมัน
“เฮ้ย มึงว่างานคืนนี้จะเป็นยังไงวะ”เสียงผู้ชายคนหนึ่งถาม
“ไม่รู้สิวะ แต่ที่รู้ๆงานนี้สาวๆเพียบว่ะ ล๊อตใหม่เพิ่งข้ามมาจากพม่าด้วย ไหนจะยาอีก”ผู้ชายอีกคนตอบ
“แต่ข้าชอบผู้หญิงคนนั้นมากกว่า คนเมื่อ2อาทิตย์ก่อนไงไอ้ที่แม่งแต่งชุดตำรวจขาวๆสวยๆน่ะ แม่งขาวสวยขนาดนั้นไม่น่าดื้อเลย เลยโดนหัวหน้าสั่งรุมซะยับเลย”เสียงผู้ชายคนแรกกล่าว ฉันแทบจะถลาเข้าไปจับมันหักคอเมื่อนึกถึงข้อมูลที่ได้รับมาใหม่ แต่เวย์จับไว้ซะก่อน ฉันมองหน้ามันจะเอาเรื่องแต่เวย์ส่งโทรจิตมาซะก่อน
/อย่าเพิ่งรีบ เรายังรีดข้อมูลจากพวกมันได้อีกเยอะ/
“โหย นังนั่นน่ะจืดชืดจะตาย เอาแต่ร้องไห้อยู่ได้น่ารำคาญ”เสียงผู้ชายอีกคนบ่น
“มึงก็เลยซัดเขาไปซะน่วมเนี่ยนะไอ้xxx”เสียงผู้ชายคนแรกว่า คราวนี้ไม่ใช่ฉันที่ถลาเข้าไปซัดมันแต่เป็นไอ้เวย์ที่กระโดดลงไปก่อนเพื่อน
“ไอ้XXXเอ้ย ไอ้ระยำ มึงทำได้แม้กระทั่งผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้”เวย์ดูเหมือนจะน๊อตหลุดไปแล้วกระชากพวกมันเข้ามาต่อยตีไม่ยั้ง
“ไอ้เวย์พอ พอก่อน เดี๋ยวมันก็ตายเอาหรอก”กลับกลายเป็นฉันที่ต้องวิ่งเข้าไปห้าม เป็นอย่างนี้ทุกทีเวลาไอ้เวย์มันเห็นผู้ชายดูถูกเพศแม่ตัวเอง
“ช่างมันยังไงมันก็ต้องตายอยู่แล้ว จะตายเร็วซัก10นาทีมันคงไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่หรอก”เวย์ว่า เจ้าตัวยอมหยุดแต่ก็ยังวางเท้าไว้บนหลังของพวกมันคนนึง
“แต่ถ้าแกฆ่ามันตอนนี้ เราจะไม่ได้ข้อมูล!!”ฉันกระชากเสียงก่อนจะยกส้นเท้าฟาดไปบนหลังขอไอ้ทุเรศตัวนึงที่พยายามจะคลานหนี ส้นเท้าฟาดไปบนจุดกึ่งกลางของกระดูกสันหลังอย่างจัง ร่างกายของมันจึงเป็นอัมพาตไปอย่างไม่ต้องสงสัย ก็ดีเหมือนกัน เวลาตายจะได้ทรมารหน่อย ไม่ต้องเหนื่อยวิ่งจับ
“ว่าไง ถ้าพวกมึงยังไม่อยากจะตายแบบทรมารล่ะก็ บอกมาใครเป็นเจ้านายของพวกมึง”ฉันหันไปให้ความสนใจกับไอ้คนที่นอนอยู่ใต้เท้าของเวย์แทน
“พะ พวกเราไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ เราไม่เคยเห็นหน้า พวกเขาใส่หน้ากากไว้ตลอด อย่าฆ่าพวกเราเลยนะ”เสียงอ้อนวอนของผู้ถูกกระทำ
“หน้ากากสีขาวใช่มั้ย”เวย์ถาม มันพยักหน้าตอบ เวย์ยกเท้าออกจากตัวมันให้มันได้ขยับตัว มันลุกขึ้นหันมายกมือไหว้พวกเราอย่างหวาดกลัวก่อนจะยันตัวลุกขึ้น เตรียมจะหนี แต่โดนฉันคว้าไว้ก่อน ดูจากลักษณะท่าทางแล้วน่าจะเป็นรุ่นน้อง และก็เป็นรุ่นน้องที่เลวพอตัวเลย ไม่อย่างนั้นคงเข้ากลุ่มพวกGoDไม่ได้ แต่ถึงยังไงมันก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ได้ชื่อว่าเดม่อนแล้วนี่
“จะไปไหน ฉันพวกเหรอว่าให้ไปน่ะ”ฉันถามด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น อารมณ์โกรธมันเริ่มคุมาตั้งแต่เมื่อกี๊ค่อยๆไหลทะลักออกมา ออร่าสีแดงค่อยๆแผ่ออกจากตัวฉันอย่างรวดเร็ว พวกมันกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว จิตสังหารทะลักออกมาอย่างรวดเร็ว ฉันรู้สึกเหมือนพลังเวทย์กลับมาเหมือนเดิม
น้ำใสๆคลอเบ้าตาของพวกมันไม่ได้เรียกความสงสารเลยแม้แต่น้อย จะมีก็แต่ความสะใจที่ได้ทรมารพวกมันท้องฟ้าบริเวณนั้นมืดมัวไปชั่วขณะ เสียงยอดไผ่เสียดสีกันดังระงม
“จะทำอะไรก็ทำเหอะ เดี๋ยวคนมาแล้วจะยุ่ง”เวย์เตือนในขณะที่เจ้าตัวไปยืนกอดอกพิงกอไผ่อย่างสบายใจ แต่สายตาก็จับจ้องมาที่เหยื่อของเราในวันนี้ กลุ่มเงาสีดำค่อยๆก่อตัวขึ้นภายใต้ร่างของพวกมัน กลุ่มเงาค่อยๆขยายตัวใหญ่ขึ้นจนเหมือนหลุมดำ
“ถ้างั้นก็ตายอย่างทรมารซะเถอะ แล้วสำนึกไว้ซะว่าพวกมึงทำชั่วอะไรเอาไว้บ้าง เงารัติกาล!!”คำบอกลาคำคำสุดท้ายและคำร่ายเวทย์ หลุมดำนั่นค่อยๆกลืนร่างของทั้งสองคนลงไป
“อะ
,ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยย”เสียงและหน้าตาที่แสดงถึงความหวาดกลัวของไอ้เดนมนุษย์ที่กำลังจะหายไปตลอดกาล ฉันมองพวกมันอย่างสมเพช และเยือกเย็น ในเมื่อพวกแกทำให้คนที่ฉันรักเจ็บ พวกแกต้องเจ็บมากกว่านี้เป็น1000เท่า จำไว้..... ทุกๆอย่างถูกกลืนกินไปพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนของสิ่งที่เรียกว่าเหยื่อ
กุหลาบสีดำสัญลักษณ์ประจำตำแหน่งPrincess Dark Rose
..
.
.
.
“อ๊ะ”ฉันหันไปตามเสียงของวายอง
“มีอะไร”ฉันถาม เวย์ไม่ตอบเพียงแต่ชี้ให้ฉันดูในกระเป๋าของมัน สิ่งของบางอย่างหายไป ชุดมีดพกอาบยาพิษ!!
/เป็นไปได้ยังไง ไหนว่าแกร่ายเวทย์กำกับกระเป๋าไว้ทุกครั้งไง/ฉันโทรจิตถาม เวย์ยักไหล่
“มีอะไรกันหรอทั้งสองคนมีอะไรหายรึไง หรือในกระเป๋ามีกบจากห้องวิทย์ฯมาขออยู่ด้วยรึไง”เต้ถาม
“เปล่าหรอก ของหายนิดหน่อย”เวย์ตอบก่อนจะเก็บของเข้ากระเป๋าต่อไป
“อืม อย่าลืมนะวันเสาร์นี้งานเต้นรำห้ามพลาดนะ แล้วจะได้เห็นอะไรสนุกๆ”นัทบอกแต่พวกฉันก้ไม่ได้สนใจเพราะมัวแต่กังวลเรื่องของที่หายไป
/หรือว่าพวกมันจะรู้ตัวแล้ว/เสียงเวย์ดังก้องในหัว
/รู้ตัวแล้วสิดี จะได้ไม่ต้องพูดยาว/ฉันตอบในใจ ตอนนี้พลังฉันกลับมาเหมือนเดิมแล้ว ความโกรธในใจที่ดับมอดลงชั่วคราวค่อยๆลุกโชนขึ้นมาใหม่
FRESH : SAYS
.........ผู้หญิงที่ยอมร้ายเพราะสิ่งที่เรารัก........
น้ำใสๆค่อยไหลรินออกมาจากดวงตาของฉัน หยดแล้วหยดเล่าจนไม่รู้ว่าตัวเองร้องไห้มานานเท่าไหร่รู้เพียงแต่ว่าทุกๆครั้งที่หยดน้ำตาไหลลงถึงพื้นเมื่อไหร่ แผลในใจของฉันก็เหมือนโดนมีกกรีดแทงเข้าไปลึกกว่าเดิม มันเป็นความเจ็บปวดที่เกินจะบรรยาย หลายคนอาจจะนึกว่าฉันผิด ฉันเลวร้ายแต่มีใครซักคนมั้ยที่รู้สาเหตุที่แท้จริงที่ฉันทำแบบนั้น.. ผิดเหรอที่คนอย่างฉันจะต้องการปกป้องน้องสาวอันเป็นครอบครัวคนเดียวที่ฉันเหลืออยู่ ผิดหรอที่ฉันจะปกป้องเขาจากสิ่งที่อันตราย ผิดเหรอที่ฉันแสดงออกไปแบบนั้นเพราะความรักที่ฉันมีให้เขา ยิ่งคิดยิ่งเจ็บปวด ทุกๆการกระทำของพีรินก่อนที่จะออกจากห้องไป สายตา ท่าทาง น้ำเสียงทุกๆอย่างล้วนแต่เป็นเหมือนมีดที่คอยทิ่งแทงหัวใจของฉันเวลานี้ พีรินคือครอบครัวคนสุดท้ายที่ฉันเหลืออยู่อย่างแท้จริง ถึงพวกคิมก็ถือเป็นครอบครัวแต่ความสัมพันธ์มันเทียบกันไม่ได้ ใช่ ฉันอาจจะผิดที่แสดงออกไปได้ไม่ดีพอที่จะทำให้พีรินเข้าใจถึงจุดประสงค์ของฉัน แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ กลับไปที่ตอนนั้นวินาทีนั้นฉันอยากจะบอกว่าฉันไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้ อยากจะขอโทษ อยากจะคว้าเข้ามากอด อยากจะอธิบายให้เข้าใจ แต่ตอนนี้มันสายไปแล้ว... กาลเวลามิอาจย้อนกลับนั่นคือสัจธรรมของโลกเรา แม้แต่พวกฉันซึ่งเป็นผู้มีสามารถดำรงชีวิตอยู่เหนือกาลเวลาก็มิอาจหยุดยั้งหรือเล่นตลกอะไรกับโชคชะตาได้เช่นกัน
ความสัมพันธ์ของฉันกับพีรินบัดนี้มันจะยังหลงเหลืออยู่มั้ย ความรักความเข้าใจฉันทำให้มันหมดไปแล้วรึเปล่า พีรินจะเกลียดฉันมั้ย จะเกลียดพี่สาวคนนี้หรือเปล่า..............................เส้นใยบางๆที่ผูกพัน์เราเอาไว้ด้วยกันจะหายไปตลอดกาลรึเปล่า นั่นคือสิ่งที่ฉันกังวลที่สุดในตอนนี้
“ฮึก.. ฮือ ..ฮึก
”เสียงสะอื้นเล็ดรอดออกจากริมฝีปากแดงสด ถึงแม้ฉันจะพยายามกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้แต่มั้นก็ได้แค่นี้ใช่มั้ย
แกร็ก
เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้นมา ฉันหันไปมองบุคคลผู้มาใหม่ เต๋า น้องชายคนสำคัญอีกคนนึงในพวกเราเหล่าอัยการโซเนอร์
“ขออนุญาตนะฮะ”เต๋าเดินเข้ามาพร้อมถาดอาหาร อา จริงสินะ นี่มันก็เวลาทานอาหารเย็นแล้วนี่ฉันมัวแต่ร้องไห้ไม่ดูวันดูคืนเลยรึไงเนี่ย ฉันคิดเสร็จก็ยกมือขึ้นปาดน้ำตาอย่างลวกๆ ผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดถูกยื่นมาตรงหน้าฉัน
“เอาไปเช็ดเถอะฮะเจ้”เสียงนุ่มพูดพลางใช้อีกมือนึงบังคับทิศทางของเวทย์สายลมให้ประคองถาดอาหารไปวางยังโต๊ะหนังสือ
ฉันรับผ้าเช็ดหน้ามาแต่ไม่พูดอะไร บางทีความเงียบอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับบรรยากาศตอนนี้
“เอ่อ..”เสียงเริ่มบทสนทนาที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรของอีกฝ่ายเรียกความสนใจจากฉัน เจ้าตัวกำลังยืนขยี้หัวตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตายความพยายามสรรหาคำพูดประโยคต่อมา
“มีอะไร”น้ำเสียงเบาหวิวผิดปกตินิสัยของฉันดังออกจากปาก มันเป็นเสียงที่เบามากจนฉันเองยังตกใจ
“คือ... ผม.. ขอโทษนะฮะเจ้ แต่ เจ้จะทรมารตัวเองไปอีกนานแค่ไหน รู้มั้ยฮะว่าตอนนี้พลังเจ้ลดลงไปขนาดไหนแล้ว แล้วอย่างนี้เจ้จะเอาพลังที่ไหนไปปกป้องพีรินขนาดตอนนี้ตัวเจ้เองเจ้ยังเอาตัวเองไม่รอดเลย”คำถามยาวเหยียดถูกถ่ายทอดออกมาจากปากของชายหนุ่มอายุน้อยกว่าก่อนจะลากฉันไปยืนหน้ากระจกให้ได้เห็นสภาพตัวเองตอนนี้ชัดๆ
“...”สภาพฉันตอนนี้ดูน่าสมเพชขนาดนั้นเชียวหรอ ฉันมองหน้าตัวเองในกระจก ผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยดูเป็นสาวมั่น เธอหยิ่งและเยือกเย็น บัดนี้ไม่เหลือเค้าของหญิงสาวคนเดิมอีกแล้ว ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้มาเป็นเวลานาน ขอบตาบวมช้ำและหมองคล้ำจากการอดหลับอดนอน ใครก็ได้บอกฉันทีว่านี่คือควีนแห่งโซเนอร์ที่ลูกน้องนับถือกัน
“พี่ดูสภาพตัวเองสิ ว่ามันแย่แค่ไหน พี่เคยพูดไว้ไม่ใช่หรอว่าพี่จะปกป้องพีริน แล้วพี่ดูตัวเองตอนนี้สิ”เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาจากด้านหลัง สายตาคมที่แสดงออกถึงความมุ่งมั่นจ้องมาที่ฉันผ่านกระจก
“หึ นั่นสินะ น่าสมเพชที่สุด ฮะฮะ ฮึก ฮึก ฮือ”ฉันหัวเราะเยาะตัวเองทั้งน้ำตาน้ำตา ฉันร้องไห้อีกแล้ว ฉันค่อยๆทรุดตัวนั่งลงกับพื้นแล้วปล่อยโฮในที่สุด
ระหว่างที่ฉันกำลังนั่งร้องไห้อยู่หน้ากระจก มือหนาก็ค่อยๆสางผมให้ฉันอย่างบรรจง ฉันมองหน้าเต๋าในกระจก เด็กหนุ่มคนนี้ที่ตั้งหน้าตั้งตารวบผมให้ฉันอย่างขะมักเขม้นทั้งๆที่ไม่เคยทำมาก่อน ท่าทีเก้ๆกังๆแต่ใสซื่อนั่นทำให้ฉันยอมรับว่าอย่างน้อยก็ยังมีคนอีกคนที่ยังเป็นห่วงฉันอยู่ถึงบางครั้งเจ้าหนุ่มน้อยด้านหลังฉันจะซนจะดื้อหรือเล่นลามปามไปบ้าง แต่ในความรู้สึกของฉันเต๋าคือเพื่อนคนหนึ่ง ฉันย้อนคิดไปถึงวันเวลาเก่าๆที่เรา13คนเคยเล่นเคยผ่านอันตรายมาด้วยกัน และนี่คือสิ่งที่เรียกว่าเพื่อนได้อย่างแท้จริง ดูแลห่วงใยซึ่งกันแต่กัน แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ฉันไม่ต้องการให้ใครมาเห็นฉันในสภาพแบบนี้ ตัวเองที่ดูน่าสมเพช...
“ขอบใจ”ฉันหันไปรับหวีที่อยู่ในมือเต๋ามาแล้วค่อยๆบรรจงรวบผมด้วยตัวเอง
“ผมดีใจที่เจ้คิดได้นะ”เต๋าว่าพลางส่งยิ้มให้ฉันในกระจก
“ก็ยังดีกว่าบางคนนั่นแหละที่รวบผมไม่เป็นก็ยังดันทุรังจะทำ”ฉันย้อนอย่างเจ็บแสบ เจ้าตัวหัวเราะ จะว่าไปฉันเพิ่งสังเกตเห็นร่องรอยความเหนื่อยอ่อนของเต๋านะเนี่ย ของตาดูหมองคล้ำ แก้มก็ดูตอบลงไปเยอะเลยในเวลาเพียงแค่อาทิตย์เดียวหลังจากวันนั้น
“ทุกคนเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!!!!”เสียงฮิคารุดังขึ้น
ย้อนไปก่อนหน้านั้น2ชั่วโมง
เสียงอึกทึกคึกโครม ความวุ่นวายและเสียงรถแข่งข้างหน้า ปาปิญองคลับ คลับที่อยู่ลึกเข้าไปในซอยเล็กๆแห่งหนึ่งที่รู้จักกันในนามของคลับพวกนักซิ่ง
รื่นเริงกันเข้าไป รื่นเริงกันให้พอ อีกไม่กี่นาทีนี้ฉันจะทำให้พวกแกหัวเราะกันไม่ออกเลย คอยดู.... ฉันเดินเข้ามาในคลับนี้อย่างง่ายดายนั่นอาจจะเป็นเพราะเสื้อคลุมองค์กรฉันมีลักษณะคล้ายกับเสื้อคลุมของพวกชั้นสูงที่นี่ล่ะมั้งที่ทำให้เจ้าหน้าที่หน้าคลับไม่กล้าเข้ามายุ่งกับพวกเรา แต่นี่ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องไร้สาระ ยังไง วันนี้ฉันก็ต้องเอาเลือดมันออกมาให้ได้ ฉัน วายองกับเนริ มาที่นี่ในนามของอัยการโซเนอร์ จุดมุ่งหมายของงานนี้คือ ถล่มมันให้หมด!!!!!
พอเดินผ่านประตูหลังร้านก็จะพบกับสนามแข่งที่มีรถหลายรุ่นหลายยี่ห้อที่กำลังแล่นอยู่ในสนามท่ามกลางเสียงเชียร์ของพวกวัยรุ่นที่ชอบแข่งรถ ฉันเริ่มสองส่องสายตาหาไอ้พวกGoDทันที
/เราว่าแยกย้ายกันไปไม่ดีกว่าหรอ/ เสียงของเนริดังขึ้นในหัว
/นั่นสิ../ก่อนที่เสียงของเวย์จะพูดจบฉันก็ขัดขึ้นมาก่อน
/ไม่ต้อง ถ้าจะมาถล่มมันแล้วมัวมานั่งหาอยู่แบบนี้เสียเวลา/ ฉันว่าก่อนจะชักปืนขั้นมายิงขึ้นฟ้า
ปัง ปัง ปัง ปัง
ได้ผลเสียงเพลงที่อึกทึกเงียบไปทันทีแม้แต่รถที่กำลังแล่นอยู่บนสนามทุกคันก็หยุดอยู่กับที่ พวกวัยรุ่นทั้งชายหญิงต่างก็หันความสนใจมาที่พวกเรา3คน
“ฉันมาหาหัวหน้าของพวกแก บอกมาว่าหัวหน้าพวแกไปมุดหัวอยู่ที่ไหน!!!!!!”ฉันตะโกน สิ้นเสียงทุกสรรพสิ่งก็เริ่มส่งเสียงฮือฮาขึ้นมา แต่ฉันไม่สน ฉันมาเพื่อถล่มมันอย่างเดียว นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันต้องการและฉันจะไม่หยุดจนกว่าฉันจะได้เห็นมันย่อยยับลงไปด้วยตาของฉันเอง
กลางสนามแข่งเกิดกลุ่มเงาสีดำค่อยๆก่อตัวขึ้นมาอย่างช้าๆจนกระรวมตัวกันเป็นรูปร่างของคน3คน
“เก่งมากที่กล้าบุกมาที่นี่นะสามสาวแห่งองค์กรโซเนอร์”GoD พูดขึ้นคนแรกพลางหายตัวมาอยู่ตรงหน้าฉันตามด้วยแองเจิ้ลและเซราฟิม
“พวกแกเอาพวกตากลมไปไว้ที่ไหน!!!”เนริตะคอกถาม
“อืม ถ้าหมายถึงคนที่ตาโตๆตัวเล็กๆล่ะก็อยู่นี่” เปาะ สิ้นเสียงดีดนิ้วของGoDร่างของพวกตากลมก็ปรากฏตัวขึ้นบนกำแพงในสภาพที่ถูกตรึงอยู่บนไม้กางเขน
“โย! ไซเรน! ตากลม! วีนัส! สายลม! เพชร!”เนริร้องเรียก6คนนั่นที่ยังไม่ได้สติพร้อมกับจะวิ่งขึ้นไปหาพวกนั้นแต่โดนแองเจิ้ลจับไว้
“จะรีบไปไหนล่ะ อยู่สนุกด้วยกันก่อนสิ”
“ปล่อย!!”เนริตะคอกพลางสะบัดมือให้หลุดจากการจับกุมของแองเจิ้ลแต่เมื่อสะบัดไม่หลุดเนริจึงหันมาจู่โจมแทน
พลั่ก หมัดของเนริถูกหยุดได้ด้วยมือของแองเจิ้ลเพียงข้างเดียว ในขณะที่เนริกำลังเผลอก็ถูกลูกพลังบางอย่างอัดเข้าที่ท้องอย่างรวดเร็ว
พลั่ก ทั้งๆที่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่การจู่โจมที่แรงอะไรนักแต่ผลของมันก็ทำให้ร่างของเนริกระเด็นออกไปไกลหลายเมตร อีกฝ่ายไม่ปล่อยโอกาศให้หลุดมือเคลื่อนไหวตามเข้าไปจู่โจมทันที
“แค่กๆ”เนริถึงกับกระอักเลือดออกมา เวย์เรียกดาบซามูไรของมันออกมา เช่นเดียวกันกับฉันที่เรียกดาบพสุธาออกมา ถึงตัวดาบจะเพียวยยาวแต่ทุกๆครั้งที่ฟาดดาบลงไปสร้างความเสียหายได้มากกว่ารูปลักษณ์ภายนอกที่เห็น เสียงหวีดร้องแตกตื่นของผู้คนดังขึ้น พร้อมกับพวกขี้ขลาดบางพวกที่พยายามจะหนี แต่ก็มีอีกส่วนที่ยืนดูอย่างสนใจ
“คิดจะสู้รึไง สภาพของพวกเธอตตอนนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเราหรอก”เซราฟิมเดินเข้ามาหาฉันพลางเอื้มมือจะจับดาบของฉันแต่
ฉับ
เพียงแค่ปรายดาบตวัดผ่านอากาศก็เกิดช่องว่างของลมตรงเข้าจู่โจมผู้ที่เข้ามาใกล้ ฉันกระโดดถอยออกมาตั้งหลัก
แปะ แปะ เสียงเลือดที่หยดลงบนพื้น แสงสีแดงเรืองวาบบริเวณปากแผลก่อนที่เนื้อหนังจะสมานติดกันเหมือนเดิม
“แก!!!”เวย์ร้องพลางวิ่งเข้าฟาดดาบใส่ตัวหัวหน้าของพวกมัน
แต่อีกฝ่ายหลบการจู่โจมได้ได้ ไม่ว่าดาบจะฟาดฟันลงไปกี่ครั้งอีกฝ่ายก็เบี่ยงตัวหลบได้เสมอ จนกระทั่ง หญิงสาวเสียจังหวะรุก อีกฝ่ายจึงตอบโต้โดยการเสกลูกพลังอะไรบางอย่างแล้วอัดมันเข้าไปที่ท้องของหญิงสาว
“เวย์!!”ฉันร้องเรียกทำให้จังหวะการเคลื่อนไหวของฉันผิดจังหวะ มนต์สายฟ้าขั้นกลางของเซราฟิมจึงโจมตีฉันได้ถูกต้อง
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด”สายฟ้าผ่าลงมาตรงกลางหัวฉันทันที ร่างกายทรุดลงอย่างยากจะฝืน ฉันได้แต่นอนนิ่งอยู่ที่พื้นรอให้กระแสไฟฟ้าหมดฤทธิ์ พวกมันจึงหันไปจัดการกับพวกตัวประกอบที่ไม่ต้องการ พวกเด็กวัยรุ่นที่เคยมีอยู่มากมายค่อยๆล้มลงไอวิญญาณค่อยๆไหลออกจากร่างด้วยการดูดวิญญาณของพวกมัน ดวงวิญญาณนับร้อยลอยเข้าสู่ร่างของGoD เซราฟิม และแองเจิ้ล ฉันมองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง พวกมันไม่ใช่มนุษย์!!!
เซราฟิมเดินตรงเข้ามาหาฉันอย่างเชื่องช้าที่ขณะที่ฉันพยายามจะลุกขึ้นแต่
ฉึก ฉึก
“อ๊ากกกกกกกกกก” อาวุธลับถูกปักลงบนมือฉันยึดมือทั้งสองข้างไว้กับพื้นดิน นัยต์ตาเบิกกว้างเมื่อมองอาวุธลับนั่นได้เต็มตา
!!!!!ชุดมีดพกอาบยาพิษที่หายไปของเวย์!!!!!
RaiN BloOd สายฝนสีเลือด
ความคิดเห็น