คัมภีร์เทวะ

ตอนที่ 9 : การฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 323 ครั้ง
    25 มิ.ย. 60

     นับตั้งแต่ หลี่เฉิน เลื่อนระดับการฝึกฝนขั้นลมปราณกษัตริย์ ผ่านมาอีก 5 วัน สำหรับการปรับสมดุลของลมปราณเพื่อให้คุ้นชินกับพลังใหม่

          "อ่าาา....รู้สึกดีจริง ๆ เลยแฮะ"
     หลี่เฉิน นั่งสำรวจตัวเอง มือไม้กำแบอยู่หลายรอบ ใบหน้าก็หันมองไปมาสลับกับมือซ้ายมือขวา ปากก็ยิ้มอย่างมีความสุข

          "แต่ว่า....เราไม่มีวรยุทธเป็นของตัวเองเลยนี่นา ขืนออกไปแบบนี้ หากเจอสัตว์อสูรที่มีระดับสูง ๆ  กว่าเจ้างูตัวนั่นข้าคงจะแย่แน่ แถมถ้าไปเจอชาวยุทธที่เก่ง ๆ  ก็ยิ่งจะอันตรายหนักเข้าไปอีก"

          หลี่เฉิน ครุ่นคิดไปมาอยู่ในถ้ำจนเวลาล่วงเลยมาถึงเที่ยงก็ตัดสินใจ เข้าไปข้างในป่าอสูรบรรพกาลเพื่อฝึกทักษะการต่อสู้ เพราะด้วยเหตุที่ตัวมันเอง ไม่มีสำนักให้ศึกษาเล่าเรียนวรยุทธ ดังนั้น มันจึงคิดที่จะฝึกฝนด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการฝึกโดยการต่อสู้จริงกับเหล่าสัตว์อสูรในป่าแห่งนี้นั่นเอง อย่างน้อยในระหว่างการต่อสู้ที่เดิมพันด้วยชีวิตหากฝ่ายใดเผลอตัวแค่แวบเดียว

     "เอาล่ะ  ได้เวลาติวเข้มในแบบฝึกของตัวเองดีกว่า"

     หลี่เฉิน ลุกขึ้นบิดตัวไปมาเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเดินออกมาจากถ้ำ และมุ่งหน้าเข้าไปในป่าอสูรบรรพกาลเขตกลาง ทันที สัตว์อสูรเขตกลางนั้นจะมีระดับที่ลมปราณกษัตริย์เป็นส่วนใหญ่ นอกนั้นก็จะมีบ้างที่อยู่ในระดบลมปราณแท้จริง แต่พวกมันก็อยู่รอดในเขตนี้ได้ ด้วยอาวุธลับของตัวเอง ที่ทำให้สามารถต่อกรกับสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่าได้อย่างสบาย ๆ   เช่นมีผิวหนังหรือเกร็ดที่แข็งแกร่ง มีพิษที่ร้ายแรงติดตัว มีความเร็วพิเศษ เป็นต้น

     -บูมมมม...

     เสียงดังสนั่นตรงบริเวณป่าอสูรบรรพกาลเขตกลาง ที่มีขึ้นเป็นระยะ สาเหตุก็มาจาก หลี่เฉิน ที่ใช้หมัดเปล่า ๆ  ของตนเองชกเข้าที่ลำตัวของ จ่าฝูงหมาป่า ฝูงหนึ่ง ที่บัดนี้เหล่าลูกน้องหมาป่า ที่เห็นว่าจ่าฝูงของพวกมันโดนฆ่าด้วยมนุษย์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกมันเพียงแค่หมัดเดียวเท่านั้น สัญชาตญาณของพวกมัน บอกว่าให้อยู่ห่าง ๆ  ทันที เพราะจ่าฝูงของพวกมัน เป็นสัตว์อสูรที่อยู่ในระดับปราณกษัตริย์ หากสามารถทำให้ตกตายภายใต้การโจมตีเพียงครั้งเดียวได้นั้น มนุษย์ตนนี้ย่อมมีระดับพลังที่เหนือกว่าจ่าฝูงพวกมันแน่นอน  แต่เมื่อพวกมันตั้งหลักได้ ด้วยจำนวนที่มากกว่า จึงทำให้มีความกล้าขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และการต่อสู้นัวเนีย ตลุมบอล ระหว่าง มนุษย์ 1 คนกับสัตว์อสูรหมาป่า 3 ตัว ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด

     "เข้ามาเลย ข้าไม่กลัวพวกเจ้าหรอก ฮ่า ๆ ๆ "

     หลี่เฉิน เอี้ยวตัวหลบหมาป่าตัวแรกที่โจมตีจากตรงหน้าและง้างหมัดชกสวนเข้าใส่อีกตัวที่กระโจนมาทางด้านข้าง

-ปังง   ตัวโดนต่อยกระเด็นไปไกลกว่า 3 เมตร นอนแน่นิ่งขาดใจตายทันที แล้วตัวที่ 3 ก็มาจากทางด้านขวากัดเข้าที่ไหล่ของ หลี่เฉิน ทีนึง

     "โอ๊ยย..."
     -หมับบ !!

     หลี่เฉิน ใช้มือสองข้างจัดที่ปากของหมาป่า ง้างปากมันออกมาแล้วเหวี่ยงโยนทิ้งออกไป ไกลกว่า 5 เมตร แต่ไม่ทันได้พักหายใจ ตัวแรกที่โจมตีผิดพลาก ก็กระโจนเข้าใส่ต่อทันที แล้วตามด้วยตัวที่โดนเหวี่ยงออกไปเมื่อตั้งหลักได้ก็โจมตีต่อทันที 

     "พวกมันเร็วมาก ข้าชกไม่โดนเลย"

     หมาป่า สองตัวที่เหลือ มันระวังตัวมากขึ้นไม่ยอมให้ หลี่เฉิน ชกต่อยโดนตัวพวกมันได้โดยง่าย เพราะหากโดนไปเพียงครั้งเดียว พวกมันต้องตกตายอย่างแน่นอน และด้วยความเร็วของมัน สามารถสร้างบาดแผลให้กับหลี่เฉินได้หลายอัน

     "ชักจะมีน้ำโหแล้วนะ  ชิ !!"

        'ทำยังไงเราถึงจะเร็วกว่ามันได้ คิดสิหลี่เฉินคิด ๆ' 
โฮกก !! 

หมาป่าโจมตีเข้ามาพร้อมกันสองตัว อย่างรวดเร็ว หลี่เฉิน ชกหมัดออกไปสวน พวกมันก็เอี้ยวตัวหลบได้อีก และมันก็ไม่รอช้าที่จะโจมตีกลับไปใหม่อย่างต่อเนื่อง

          ผ่านไปหลายชั่วโมง ความได้เปรียบกลับมาเป็นฝ่ายของ หลี่เฉิน เพราะหมาป่าสองตัวนั้นเริ่มจะเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัดเจน ด้วยพลังปราณของพวกมันเริ่มจะหดหายไป ต่างจาก หลี่เฉิน ที่ใช้พลังปราณไปเพียงแค่น้อยนิด จากการเสริมพลังปราณไว้ที่หมัดเพื่อชกต่อยอย่างเดียวเท่านั้น

          "เข้าใจแล้วละ  จากการที่พลังปราณมันหดหายไปแสดงว่า การเคลื่อนไหวหรือการโจมตีของพวกมันนั้น ใช้ออกด้วยการผสานพลังปราณเหมือนกับที่ข้าผสานไว้ที่หมัดนั่นเอง มิน่า ข้าจึงตามความเร็วมันไม่ทัน ....เสร็จข้าละพวกแก ในเมื่อไม่มีประโยชน์ต่อการฝึกฝนอีกต่อไปก็จงหายไปจากโลกนี้ซะ"

     !!!หวือออออ ...ฟุบ!!!

     หลี่เฉิน โคจรลมปราณและดึงเอาพลังปราณออกมาเสริมทั่วทั้งร่างกาย และผลลัพธ์ก็ทำให้ตัวมันแปลกใจมิใช่น้อย ด้วยหลังจากดึงเอาพลังปราณมาใช้เสริมร่างกายแล้ว มันรู้สึกราวกับว่า ตัวตนนั้นเบาหวิวเหมือนจะลอยกลางอากาศได้

          "อย่างนี้นี่เอง"

          ในระหว่างที่หลี่เฉินรีดเค้นลมปราณมาใช้ ก็ส่งผลให้ประสาทรับรู้ของมันเฉียบคมขึ้นมากกว่าแต่ก่อนหลายเท่าตัว และเมื่อหมาป่าทั้งสองเห็นว่าหลี่เฉิน ไม่ได้ระวังตัวพวกมันก็พร้อมใชโจมตีเข้าใส่ทันที แต่ผิดคาดออกไป หลี่เฉินไม่เพียงไม่จีมตีกลับ แต่ครานี้เขาเอี้ยวตัวหลบการโจมตีของหมาป่าสองตัวนี้ได้อย่างหวุดหวิด ทั้ง ๆ  ที่ดวงตาไม่แม้แต่จะมองการเคลื่อนไหวเมื่อสักครู่นี้เลย

          "เริ่มจะเข้าใจขึ้นมากแล้วละ ฮ่ะ ๆ  ฮ่า"

          หลี่เฉิน แม้ยามยามนี้สามารถจะโจมตีและตั้งรับหรือหลบเลี่ยงได้ทันพวกหมาป่าสองตัว แต่ก็ยังต้องการจะฝึกฝนการใช้พลังปราณให้ได้ดีกว่านี้ ตัวมันจึงได้แต่พลิ้วกายหลบการโจมตีของหมาป่าทั้งสองอย่างเดียว และการเคลื่อนไหวของมันยิ่งนานยิ่งรวดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ผลการจากการที่เริ่มจะเข้าใจการใช้พลังปราณที่ตัวเองมีอยู่นั่นเอง

     หมาป่าทั้งสองเมื่อเห็นว่าไม่มีทีท่าจะโจมตีเจ้ามนุษย์คนนี้ได้ ก็เปลี่ยนใจไม่โจมตีต่อ พวกมันล้มตัวลงนอนพักผ่อนด้วยอาการเหนื่อยล้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อหลี่เฉินเห็นว่าพวกมันหยุดโจมตี ตัวมันก็ไม่จำเป็นต้องฆ่ามันอีกต่อไป เพราะจุดประสงค์ของมันคือการฝึกฝนตนเอง และในเมื่อจนเข้าใจการใช้พลังลมปราณแล้ว ที่เหลือก็เพียงแค่การฝึกฝนให้ชำนาญขึ้นนั่นเอง

     หลังจากที่เห็นว่า หมาป่าทั้งสองหมดสภาพแล้ว หลี่เฉิน ก็มุ่งหน้าท้าสู้กับสัตว์อสูรในป่าบรรพกาลเขตกลางต่อไปเรื่อย ๆ   จนมาเจอกับ เสือโคร่ง ที่เป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ 
          
-โฮกกก-

          เสือโคร่ง คำรามใส่หลี่เฉิน จากนั้นมันก็กระโดดเข้าโจมตีทันที 

     -พรึบบ-

     หลี่เฉินตกใจกับความเร็วของเสือโคร่งตัวนี้ ที่ตัวมันเห็นว่าเพิ่งกระโดดจากเบื้องหน้าที่อยู่ไกลตั้ง 10 เมตร แต่กลับมาปรากฎตัวตรงเบื้องน้ามันเพียงแค่เอื้อมมือถึง

     -ตุบ-

     เสื้อโคร่งตะคลุบตัวหลี่เฉินลงกองที่พื้นอย่างรวดเร็วโดยที่ตัวของหลี่เฉินกำลังอยู่ในอาการตกตะลึง เมื่อโดนกระแทกลงกับพื้นจึงทำให้ได้สติรีบใช้มือยันปากของเสือโคร่งที่กำลังอ้าปากงับลงที่หัวของตน

     -ปักก-

     เมือทั้งสองจับปากบน-ล่างของเสือโคร่งเอาไว้ และออกแรงยันกันไว้อยู่พักใหญ่ หลี่เฉิน ที่ตั้งสติได้ ก็เค้นพลังปราณออกมาอย่างรวดเร็วและถีบยันตรงกลางท้องของเสือโคร่งด้วยพลังถึง 7 ส่วน 

     -ฟู่ววว..ตุบ-

     เสือโคร่งกระเด็นออกไป 3 เมตร แต่มันก็หล่นลงในท่ายืนสี่ขาอย่างสบาย ๆ   โดยไม่มีอาการบาดเจ็บแต่อย่างใด ส่วนหลี่เฉินก็รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

     "ร้ายกาจจริง ๆ   ใช้พลังถึง 7 ส่วน กลับไม่เป็นอะไรเลย อย่างนี้สิถึงจะสนุก"

     จากอาการตกใจแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกสนุกขึ้นมาแทนที่ทันที

     "ทีข้างบ้าง รับมือ"

     หลี่เฉิน หายตัวไปปรากฏตรงข้างบนของเสือโคร่งและใช้เท้าตวัดเตะใส่ลำตัวของมันอย่างรวดเร็วและรุนแรง 

     -ปักก-

     -โฮกก-

     เสือโคร่งร้องคำรามก่อนจะกระเด็นไปชนกับต้นไม้ใหญ่จนหัก และตัวมันหล่นลงกองกับพื้น แต่ก็ลุกขึ้นมาได้รวดเร็ว และกระโจนเข้าโจมตีหลี่เฉินคืนทันทีเหมือนกัน
     -ควับ-
      อุ้งเท้าเสือโคร่งตวัดตบใส่เต็มไหล่ขวาของหลี่เฉินกระเด็นไปไกลเช่นเดียวกัน แต่เสื้อโคร่งไม่หยุดแค่นั้น มันกระโดดโจมตีอย่างต่อเนื่อง แต่หลี่เฉินก็กลิ้งตัวหลบอุ้งเท้าที่ตบลงพื้นใส่ได้ทันท่วงทีเช่นกัน

     -บูมมม ๆๆ-

     จากการโจมตีธรรมดาหลังผ่านไปหลายชั่วโมง กลับไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบเสียบเปรียบ ต่างฝ่ายก็ต่างเค้นพลังเพิ่มขึ้นจนตอนนี้ต่างก็ใช้พลังปราณเต็ม 10 ส่วนด้วยกัน การโจมตีแต่ละครั้งจึงทรงพลังอย่างยิ่ง ทำให้ป่าบริเวณโดยรอบนั้นพังย่อยยับ พื้นดินมีแต่หลุม บ่อ เต็มไปหมด ซึ่งเกิดจากฝีมือของพวกมันทั้งสองที่ใช้พลังเต็มที่ในการเข้าโจมตีซึ่งกันและกัน



...............................

-คำผิดอาจมีเยอะหน่อยนะครับ รีบอัพ เลยไม่ได้ตรวจทาน 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 323 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

324 ความคิดเห็น

  1. #308 0955844636 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 19:49
    ทิ้งคำถีร์เพื่อ??
    #308
    0
  2. #35 Mr.kongkang (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 11:00
    ค้างๆๆๆ ขอบคุณครับ สนุกมาก
    #35
    0
  3. #21 oiltipomsomsuay (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 01:37
    ค้างๆๆๆๆค่ะ
    #21
    0
  4. #20 คุณชาย ไร้ลีลา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 09:04
    ค้างงงงงงง
    #20
    0
  5. #19 SaowalakTamala (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 16:34
    รอนะคะ สนุกมากเลย
    #19
    0
  6. #18 joelamtan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 13:09
    ขอบคุณครัข
    #18
    0
  7. #16 Reezas (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 11:44
    ยิ่งอ่านยิ่งสนุกครับ(ขอบคุณครับ)
    #16
    0
  8. #15 สายมุก (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 11:34
    ขอบคุณ
    #15
    0