คัมภีร์เทวะ

ตอนที่ 7 : สัตว์อสูร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,381
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 314 ครั้ง
    21 มิ.ย. 60

                         ตุบ  ตุบ  ตุบ  !!! 

                         เสียงที่ฟังดูเหมือนสัตว์ขนาดใหญ่โตกำลังวิ่งมาหาเขา  หลี่เฉิน  เพ่งมองไปยังพุ่มไม้ที่อยู่ตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นแรงและเร็วขึ้นเล็กน้อย เมื่อเสียงฝีเท้าที่วิ่งมานั้นมันค่อย ๆ ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ  หลี่เฉิน ก็วาดเท้าขวาเยื้องออกมาทางด้านหลังอยู่ในท่าที่เตรียมพร้อมสำหรับเผชิญหน้ากับมัน

"สัมผัสได้แล้ว"   หลี่เฉิน ที่ก่อนหน้านี้นั้นได้พยายามถ่ายเทไอปราณของเขาออกไปรอบ ๆ  ตัวเพื่อตรวจสอบระดับของสัตว์อสูรหรือสิ่งที่กำลังวิ่งมาทางด้านเขา แต่ด้วยขีดจำกัดของพลังปราณเลยสามารถแผ่ออกไปได้รอบ ๆ เพียงระยะทางไม่เกิน สามร้อยเมตร ดังนั้นเมื่อมีสัตว์อสูรวิ่งเข้ามาในระยะเขาก็จะสามารถสัมผัสมันได้ทันที 

"ระดับลมปราณแท้จริงเองรึ แต่ว่า....มีคนด้วยนี่"

          ไม่นานนัก หลี่เฉิน ก็เห็นเด็กสาวคนหนึ่งกระโดดพุ่งตัวออกมาจากพุ่มไม้ และตามติดมาด้วย อสูรหมูป่า ขนาด 2 เมตร ที่ไล่กวดตามมาติด ๆ  ทันทีที่เด็กสาวคนนั้นมองเห็น หลี่เฉิน ที่อยู่ตรงหน้า ก็ร้องตะะโกนขอความช่วยเหลือทันที

          "ท่านจอมยุทธ  ช่วยข้าด้วย...ว๊าย ! "

          ไม่ทันจะพูดจบประโยคดี เท้าก็ย่ำลงไปตรงที่มีหลุมเล็กน้อย และล้มลงซะอย่างนั้น  อสูรหมูป่า ที่กำลังวิ่งใกล้เข้ามาติด ๆ  เมื่อเห็นดังนั้น ก็เตรียมจะใช้เขี้ยวตรงจมูกด้านหน้าขวิดเข้าใส่อย่างเต็มที่ ส่วนทางด้าน หลี่เฉิน เมื่อเห็นว่าท่าจะไม่ดีซะแล้ว จึงได้ถีบตัวพุ่งไปยืนขวางไว้พร้อมกับชกหมัดเปล่า ๆ  ธรรมดาออกไปปะทะกับอสูรหมูป่าตนนั้นอย่างจัง


ปังง !!!

           อสูรหมู่ป่า  กระเด็นถอยหลังกลับไปประมาณร้อยเมตรได้ แต่มันไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด มันยืนจ้องกลับไปยัง  หลี่เฉิน  ที่เป็นคนชกมันกระเด็นได้ในหมัดเดียว ทำให้มันไม่กล้าจะบู่มบ่ามโจมตีอีก

"แม่นาง เจ้าลุกไหวไหม" 

            หลี่เฉิน กล่าวถามเด็กสาวโดยไม่ได้หันหน้ากลับมา เขาเองก็กำลังจ้องตาของ อสูรหมูป่า เช่นกัน เพราะถ้าหากว่าเขาเผลอเมื่อไหร่ คงโดนมันเล่นงานอย่างแน่นอน

"ข้าพอจะลุกไหว แต่คงไปไกลมากไม่ได้ เพราะเจ็บข้อเท้า"

"ถ้างั้นหลบไปหาที่กำบังตัวก่อน ข้าจะจัดการเจ้าตัวปัญหานี่เสร็จแล้วค่อยว่ากันอีกที"

"อืมมม  ได้"

เด็กสาวพยักหน้าตอบและค่อย ๆ  พยุงตัวลุกขึ้นยืน จากนั้นก็เดินกระเพก ๆ   ไปนั่งบนก้อนหินใหญ่ด้านหลังทันที เมื่ออสูรหมูป่า เห็นว่าเด็กสาวกำลังเดิน มันก็ร้องคำรามขึ้นคราหนึ่ง แล้วจึงวิ่งเข้าปะทะกับ หลี่เฉิน ที่ยืนขวางทันที

"เข้ามาเลย"

               หลี่เฉิน  วิ่งเข้าปะทะตรง ๆ  กับมัน เพราะเขามั่นใจในพลังของตนเองว่ามีดีพอจะฆ่ามันได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

          บูมม ๆ  ๆ 

               กรี๊กกก ๆ ๆ ๆ

                    ปัง

                              ฟุบบ !! ตึ๊ง

               หลี่เฉิน  ชกหมัดเข้าใส่ตรงหน้าผาก จากนั้นก็กระโดนเตะตรงก้านคอ ต่อด้วยการต่อยหมัดเข้าไส่ที่บริเวณกกหูของมัน อสูรหมูป่า ก็ล้มลงสลบทันที 

"อึดกว่าที่ข้าคิดไว้อีก ทีแรกคิดว่าหมัดเดียวจะเอาอยู่ อุตส่าใช้พลังออกไปตั้งห้าส่วน"

               หลี่เฉิน  รวบรวมพลังลมปราณไว้ที่หมัดขวา จากนั้นก็ชกไปที่ อสูรหมูป่า ทันที ปรากฏมีพลังปราณสีเหลืองอ่อนขอบพลังสีฟ้าพุ่งไปหา อสูรหมูป่า อย่างรวดเร็ว 
!! ฟู่วว !!

บูมมม...!! 

               ทันทีที่โดนพลังปราณของ หลี่เฉิน  บริเวณตรงที่ อสูรหมูป่า นอนสลบก็เกิดระเบิดจนเสียงดังสนั่น มีฝุ่นกระจายลอยฟุ้งเป็นวงกว้าง จนมองอะไรไม่เห็น เวลาผ่านไปสักพักเมื่อฝุ่นจางลง ก็เห็นเป็นหลุมขนาดใหญ่เกิดขึ้น

               หลี่เฉิน ค่อย ๆ  เดินไปยังหลุมดังกล่าว เมื่อมาถึงเขาก็พบว่ามีก้อนผลึกวิญญาณอยู่ตรงก้นหลุม ทำให้เขารู้สึกดีไม่น้อย ที่ได้ผลึกวิญญาณเป็นชิ้นแรกของเขา ด้วยฝีมือของตัวเอง หลี่เฉิน รีบกระโดดลงไปเก็บมันทันที เมื่อเขาหยิบมันขึ้นดู ก็พบว่าผลึกวิญญาณชิ้นนี้นั้นมีขนาดเท่าหัวแม่มือมีสีเหลืองเข้มลักษณะคล้ายลูกปัด

               "หืออ  นี่นะหรือ ผลึกวิญญาณ "

               เขาพลิกดูมันไปมาเล็กน้อยจนพอใจแล้ว ก็หยิบใส่ถุงแล้วก็บเข้าไปไว้กระเป๋าด้านในเสื้อตรงบริเวณหน้าอก จากนั้นจึงกระโดดขึ้นมาบนปากหลุม และเดินไปหาเด็กสาวที่นั่งอยู่บนก้อนหินด้วยความสุข

               แตกต่างจากเด็กสาว ที่มองดูการต่อสู้ของ หลี่เฉิน ด้วยอาการตกตลึง เพราะเนื่องจากตัวเขาที่มีการฝึกฝนเพียงแค่ระดับลมปราณแท้จริง แต่กลับต่อสู้กับ อสูรหมูป่า ที่อยู่ในระดับปราณแท้จริงด้วยตัวคนเดียวได้อย่างเหลือเชื่อ และดูจากการต่อสู้แล้ว เหมือนเขายังไม่ได้เอาจริงด้วยซ้ำ ทั้งที่จริงแล้วโดยทั่วไปนั้น หากจะสังหารสัตว์อสูรที่อยู่ระดับปราณแท้จริง ถ้าเป็นชาวยุทธที่มีการฝึกฝนในระดับเดียวกันกับมันจะต้องใช้คนอย่างน้อย 2 คน ถึงจะมีโอกาสสังหารมันได้และโอกาสก็มีแค่ 50/50 เท่านั้น แต่สำหรับชายหนุ่มตรงหน้าที่กำลังเดินมาหาด้วยท่าทีสบายอารมณ์นั้น มันทำให้นางแปลกใจอย่างยิ่ง

"แม่นาง แม่นาง"  หลี่เฉิน เรียกเด็กสาวถึงสองครั้งแต่นางยังคงไม่ได้ยิน เขาจึงได้วางฝ่ามือลงตรงบริเวณไหล่ของนางแล้วเขย่าเรียกอีกครั้ง

"แม่นาง"

"อ๊ะ อ่อ..ค่ะ"

"แม่นางเป็นยังไงบ้าง พอเดินกลับไปที่พักไหวไหม"

"ไหว ๆ   "

"อ๋อ งั้นวันนี้เรากลับไปที่พักกันก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าจะไปส่ง"

"อืมม "  เด็กสาวพยักหน้ารับคำด้วยท่าทีที่เขินอายเล็กน้อย ที่ตนนั้นเผลอทำตัวเอ๋อเมื่อสักครู่ให้เด็กหนุ่มตรงหน้านั้นได้เห็น

"อุ๊ยย ! " เด็กสาวพยายามจะดันตัวเพื่อลงจากก้อนหินที่นั่งอยู่แต่เผลอขยับขาที่เจ็บตรงข้อเท้า หลี่เฉิน จึงรีบเข้าไปประคองนางไว้ทันที

"ข้าว่าแม่นางคงเดินไม่ไหวหรอก เอางี้ละกัน ข้าจะแบกแม่นางกลับไปเองดีกว่า"

"ว๊ายย"  ไม่ทันที่เด็กสาวจะตอบอะไร หลี่เฉิน ก็นั่งลงอย่างรวดเร็วแล้วยื่นมือทั้งสองไปรวบตัวนางยกขึ้นมาขี่หลังของเขา และลุกเดินทางออกจาก ป่าอสูรบรรพกาล ทันที  โดยที่ตัวเขาไม่ได้รู้เลยว่า การกระทำดังกล่าวจะทำให้เด็กสาวนั้นรู้สึกเขินอายอยู่ภายในใจมากเพียงใด แต่ด้วยการที่เจ็บข้อเท้าอย่างมาก นางจึงต้องจำใจขี่บนหลังของ หลี่เฉิน อย่างเงียบ ๆ

          หลี่เฉิน หลังจากที่เดินมาได้สักพัก เขาที่รับรู้ได้ถึงการโดนเบียดแผ่นหลังจากเนื้อส่วนหน้าอกของเด็กสาว อีกทั้งมือของเขาที่สัมผัสบริเวณต้นขาของนางที่ทำให้รู้สึกถึงเนื้อที่นุ่มนิ่ม จึงทำให้เขานั้นนึกอะไรขึ้นมาได้บ้างแล้ว

          ตุบ !..

          "โอ๊ยย....เจ้าบ้า จะปล่อยข้าลงก็ไม่บอก  โอ๊ย ๆ เจ็บ ๆ  ๆ"

          "ซวยแล้ว หลี่เฉิน นะ หลี่เฉิน"

          "แม่นาง ข้าขอโทษ ๆ   เป็นอะไรมากหรือป่าว"..

          หลี่เฉิน ที่เมื่อเขานึกได้ว่าตนนั้นได้ล่วงเกินเด็กสาวโดยไม่รู้ตัว ทำให้เขานั้นตกใจเลยรีบปล่อยนางลงอย่างกระทันหัน

          "ไม่ต้องมาทำเป็นดีกับข้าเลย ไม่อยากช่วยก็ไม่น่ามาแกล้งกันเลยนี่นา..."

          "ข้าไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ   พอดีข้านึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อครู่นั้น ได้ล่วงเกินแม่นางก็เลยตกใจมาก จึงรีบปล่อยตัวแม่นางลงแบบลืมตัวไป......หน่อย"

          หลี่เฉิน ที่พูดถึงเหตุการณ์ตอนแบกนางขึ้นมาขี่หลังของเขา ก็ทำให้เด็กสาวนึกถึงแล้วก็หน้าแดงทันที ด้วยความเขินอาย จึงได้เงียบไม่พูดอะไร หลี่เฉิน ที่เห็นว่าเด็กสาวตรงหน้านั้นนิ่งเงียบไป จึงได้กล่าวขึ้นมาว่า

          "อ๊ะ ลืมไปเลย  ข้าชื่อว่า   หลี่เฉิน "

          "เอ๋.. อืมมม"  เด็กสาวรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าตอบรับและบอกชื่อของตัวเองไป

          "ข้าชื่อ  เย่วชิง"   เด็กสาวตอบ แล้วจึงหันหน้ามองไปยังข้อเท้าของนาง พร้อมกับมือน้อย ๆ  ที่กุมข้อเท้าที่เจ็บเอาไว้

          "แม่นางเย่ว คงเดินไม่ไหวแน่เลย อนุญาตให้ข้าแบกขึ้นหลังพากลับไปที่พักได้หรือไม่"

          "ก็จะให้ทำไงได้ละ "

          "ครับ งั้นเชิญแม่นาง"

          หลี่เฉิน นั่งยอง ๆ  หันหลังให้กับ เย่วชิง   ทันที นางนั้นหันมองแผ่นหลังของ หลี่เฉิน ด้วยอาการเขินเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือไปเกาะหลังขึ้นไปขี่เหมือนก่อนหน้านี้อย่างจำใจ และเมื่อ หลี่เฉิน ยืนขึ้นเขาก็รีบเดินกลับออกจากป่าอสูรบรรพกาลทันที..
.






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 314 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

324 ความคิดเห็น

  1. #322 beunique (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:07

    นิยายพระเอกใจดีเกลื่อนเนอะเดียวเนืยนไม่เห็นเเก่ตัวสักคน

    #322
    0
  2. #273 น้ำ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 20:01

    อย่างนี้ทั้งเทพและมารก็เสียเปล่าน่ะสิ. อุตส่าห์รอคนสืบทอดมาตั้งหมื่นปี. เสียดายแท้

    #273
    0
  3. #220 wanchi66 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 00:32
    เนื้อมั้วมากควรแก้ไข
    #220
    1
    • #220-1 sawatphangam(จากตอนที่ 7)
      2 พฤษภาคม 2561 / 08:15
      ครับผม
      ....เพิ่งหัดแต่ง ตอนนี้ก็พยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นในแต่ละตอนครับ
      #220-1
  4. #152 งงบอกทีน้า (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 21:16
    รุได้ไงปราณพระเอกอยู่ระดับอะไรเมื่อกี้ไอร่สั่งซาลาเปายังม่รุเลย
    #152
    0
  5. #33 Mr.kongkang (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 10:49
    ทิ้งเลย ถุถถ
    ขอบคุณครับ สนุกมาก
    #33
    0
  6. #11 ไร้นามจากทิศทักษิณ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 22:45
    ลืมตัวชั่วขณะ 555+
    #11
    0
  7. #10 joelamtan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 21:23
    นางเอก ออกแว้ววว ใช่ป่ะหว่า ปักไว้ก่อน ขอบคุ๋คร้าบบบ
    #10
    0