คัมภีร์เทวะ

ตอนที่ 36 : ตอนที่ 33 ภัยคุกคาม 6 สำนักใหญ่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,882
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 332 ครั้ง
    20 พ.ค. 61

...........................................................................

ขออนุญาตแก้ไข จุดชีพจร เป็น  108 จุดนะครับ

ขอบคุณที่ ทักท้วงกันมาครับ

..........................................................................

 

ตอนที่ 33  ภัยคุกคาม 6 สำนักใหญ่

 

เมื่อเหล่าลูกศิษย์สำนักเทพกระบี่ได้ยินคำสั่งจากศิษย์ของตนเอง พวกมันต่างก็พุ่งเข้าหาหลี่เฉินทั้งด้านหน้า ด้านซ้าย ด้านขวา ด้วยความรวดเร็ว ศิษย์สำนักเทพกระบี่ที่ผลัดเปลี่ยนกันมาเข้าเวรยาม ณ จุดทางขึ้นสำนักนั้น จะมีทั้งหมด 23 คน โดยจะแบ่งเป็น 2 ชุด เฝ้าระวังทางขึ้นสำนัก ซึ่งในจำนวนนี้นั้นจะมีศิษย์เอกของสำนักที่มีการฝึกฝนในระดับขั้น ลมปราณจักรพรรดิ 1 คน เป็นหัวหน้ากลุ่ม และศิษย์ชั้นในอีก 2 คน ที่มีระดับการฝึกฝนขั้น ลมปราณกษัตริย์ คอยเป็นหัวหน้าชุดทั้ง 2 ชุด ส่วนที่เหลือ จะเป็นศิษย์ชั้นนอก ที่มีระดับการฝึกฝนอยู่ในขั้น ลมปราณแท้จริง ในยุทธภพ ถือว่าเป็นขุมกำลังที่น่าหวั่นเกรงมิใช่น้อย การบุกเข้าจับกุมตัว หลี่เฉิน ในครั้งนี้ การเคลื่อนไหวของพวกมัน หากชาวยุทธทั่วไปพบเห็น ต่างก็ต้องตกตลึงในความว่องไวและพิศดารอย่างแน่นอน เพียงแต่บุคคลที่พวกมันจะจับกุมในครั้งนี้นั้นคือ หลี่เฉิน ระดับการฝึกฝนของพวกมัน จึงไม่นับว่าอันตรายอะไร

 

หลี่เฉิน มองดูการเคลื่อนไหวของพวกมันที่ต่างพุ่งเข้ามา เป็นภาพการเคลื่อนไหวที่เชื่องช้าเป็นอย่างมาก มันได้แต่ส่ายหัวไปมา

 

“ข้าจะเล่นกับพวกเจ้าสักหน่อย เพื่อยืดเส้นยืดสายก็แล้วกัน”

 

  ...ควับ...ฟู่ววว..

 

เสียงการเสียดสีของอากาศที่มือของลูกศิษย์สำนักเทพกระบี่ทั้ง 20 คน ต่างก็คว้าตัว หลี่เฉิน พลาดทุกครั้ง ทำให้ผู้ที่เป็นหัวหน้าชุดและศิษย์เอก ที่เฝ้ามองดูอยู่ ต้องแปลกใจ ที่หลี่เฉิน สามารถเคลื่อไหวหลบการจับกุมของคนทั้ง 20 คนได้อย่างง่ายดาย

 

ทางด้านหลี่เฉินนั้น ตัวมันเพียงก้าวย่างท้าวไปมาสลับกับการกระโดดถอย และ หมุนตัว ฉากหลบออกทางข้าง ไปมาสลับกัน อย่างไม่ยากเย็นนัก

 

...มับ... สองมือของหลี่เฉินคว้าจับที่ข้อมือของศิษย์ 2 คนที่ยื่นมือเข้ามาหวังจะจับตัวของหลี่เฉิน จากนั้นก็บิดเอวเล็กพร้อมเกร็งข้อมือเล็กน้อย ส่งผลให้ทั้งสองต้องตัวลอยขึ้นกลางอากาศด้วยแรงเหวี่ยงอันมหาศาล ลำตัวพวกมันถูกทำให้ยืดตรงด้วยแรงเหวี่ยง และท่อนขาของทั้งสองคน ก็ได้ฟาดเข้าไปยังศิษย์คนอื่นๆ ที่พุ่งเข้ามา

 

ผั๊วะ..ผั๊วะ..ๆ..ๆ

 

อั๊กกก....

 

หลี่เฉินโต้กลับเพียงครั้งเดียว กลับทำให้พวกมันต้องกระเด็นไปไกลหลายเมตร ล้มกลิ้งกับพื้นทีเดียวพร้อมกันเป็น 10 คนทันที

 

พวกที่เหลือ เมื่อเห็นดังนั้น ก็หยุดเข้าหาหลี่เฉิน ยืนคุมเชิงล้อมรอบไว้ เมื่อสถานการณ์กลับกลายเป็นว่า หลี่เฉิน ไม่ได้เสียเปรียบแต่อย่างได ศิษย์ชั้นในทั้ง 2 ก็กระโดดเข้ามาร่วมวงทันที

 

“หึ ไม่เบาเหมือนกันเลยนะ ที่สามารถหลบหลีกการจับของศิษย์น้องพวกเราได้และยังโต้ตอบทำให้พวกมันล้มคลุกฝุ่นไปนับ 10 แต่ก็คงมาได้แค่นี้”

 

 “ก็แค่โชคดี มั้ง.....ว่าแต่พวกเจ้าทั้งสอง จะเข้ามาพร้อมกันเลยก็ได้นะ”

 

หลี่เฉิน ที่ยามนี้นั้น รู้สึกว่าตัวเองยังสนุกกับการยืดเส้นยืดสายกับศิษย์สำนักเทพกระบี่ และเมื่อยามนี้ ศิษย์ที่มีระดับการฝึกฝนขั้น ปราณกษัตริย์ เข้ามาร่วมวงทั้งสองคนพร้อมกัน มันก็ยิ่งรู้สึกยิ่งสนุกมากขึ้นไปอีกเท่าตัว โดยที่ไม่ได้ใส่ใจกับ ศิษย์อีกคนที่มีการฝึกฝนขั้น ปราณจักรพรรดิ

 

“ชิ ประมาทแบบนี้ยังปากดีอีก” เป็นศิษย์ระดับปราณจักรพรรดิ ที่ปรากฎกายเบื้องหลังของ หลี่เฉิน ที่กำลังพูดจาโต้ตอบกับบรรดาศิษย์คนอื่นๆ  มันซัดฝ่ามือออกไปตรงแผ่นหลังของ หลี่เฉิน อย่างรวดเร็ว หวังจะสั่งสอนที่ทำตัวอวดดีต่อหน้ามัน

 

...ฟุบ !...

 

ร่างของหลี่เฉินที่โดนฝ่ามือของผู้ฝึกยุทธระดับปราณจักรพรรดิ เหล่าศิษย์สำนักเทพกระบี่ต่างก็คิดไปทางเดียวกันว่ามันนั้นจะต้อง กระอักเลือดคำโต พร้อมกระเด็นจนใบหน้ากระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง พวกมันต่างก็ยิ้มมุมปากกันทุกคน แต่แล้ว.....

 

“หายไปแล้ว ได้ยังไง หายไปต่อหน้าต่อตา ทั้งที่เห็นๆ อยู่ว่าโดยฝ่ามือเข้าเต็มๆ”

 

“พี่ใหญ่ ระวังด้านหลัง” เป็นเสียงของศิษย์ชั้นในทั้งสองที่พบตัวหลี่เฉิน ปรากฎขึ้นด้านหลังของ ศิษย์พี่ของพวกมัน แม้จะอยากเข้าไปช่วยเหลือ แต่ก็ทำได้เพียงแค่ตะโกนร้องเตือนเท่านั้น

 

“ตุบ”....เสียงกระทบระหว่าง หลังมือของหลี่เฉินกับแผ่นหลังของศิษย์คนที่โจมตีมันเมื่อครู่นี้ เกิดเสียงดังเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นแค่เพียงพริบตาเดียว ร่างของมันก็พุ่งไปกระแทกศิษย์ชั้นในทั้งสอง และตรงดิ่งไปกระแทกกับฐานบรรได้ขึ้นสำนักของพวกมัน

 

“อั๊ก”....ทั้งสามคนกระอักเลือดออกมาคำโตทันที การโจมตีด้วยท่าทีสบายๆ ของหลี่เฉิน กลับทำให้พวกมัน ไม่สามารถลุกขึ้นได้อีกเป็นครั้งที่สอง ศิษย์ที่เหลือต่างก็วิ่งกรูเข้าไปดูศิษย์พี่ของพวกมันทันที

 

“ศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์พี่รอง”

 

พวกมันรีบเข้าไปตรวจอาการบาดเจ็บของทั้งสามคน เมื่อเห็นว่าบาดเจ็บภายในอย่างหนัก หนึ่งในพวกมันก็ตะโกนบอกเพื่อนให้รีบไปแจ้งเหตุกับทางสำนักเป็นการเร่งด่วน

 

ส่วนหลี่เฉินนั้น ยืนเอามือไพร่หลัง มองดูพวกมันอย่างเงียบๆ โดยไม่ได้โจมตีต่อแต่อย่างใด ปล่อยให้ศิษย์ของสำนักเทพกระบี่วิ่งขึ้นไปบนเชิงเขายังที่ตั้งของสำนัก

 

 

....................................................................

 

ภายในป่านอกเชิงเขาของสำนักเทพกระบี่ บัดนี้ได้กองกำลังของพรรคเทียมฟ้าได้ค่อย ๆ  เคลื่อนตัวเข้ามาอย่างเงียบๆ จนกระทั่งพวกมันมาถึงบริเวณทางขึ้นสำนักเทพกระบี่ จังได้หยุดและเฝ้าดูเหตุการณ์ตรงเบื้องหน้าของพวกมัน ที่ตอนนี้นั้น มีศิษย์ของสำนักเทพกระบี่นั่งบอบช้ำนับสิบกว่าคนได้  อีกทั้งพวกมันยังคงรอการมาถึงของผู้นำในครั้งนี้

 

 

พรรคเทียมฟ้า วางแผนส่งกองกำลังออกไปเปิดศึกหยั่งเชิงกำลังของฝ่ายธรรม 6 สำนักใหญ่ โดยเฉพาะ พวกมันแบ่งกองกำลังออกไปเป็น 6 กลุ่ม ๆ ละยี่สิบกว่าคน แต่ผู้นำของพวกมันในแต่ละกลุ่มนั้น เป็นหัวหน้าแต่ละฝ่ายวิชายุทธที่มีระดับขั้น ปราณราชันมหาราช ทั้งสิ้น โดยศิษย์ของพรรคเทียมฟ้าจะอยู่ที่ระดับ ระดับปราณ มหาราช 2 คน ระดับปราณจักรพรรดิ 2 คน ที่เหลือจะอยู่ในระดับปราณกษัตริย์และปราณแท้จริง

 

การคงอยู่ของเหล่าพรรคเทียมฟ้า อยู่ในการรับรู้ของหลี่เฉินตลอดเวลา ตั้งแต่พวกมันมาถึงปากทางเข้าเชิงป่ารอบนอกของขุนเขาเทพกระบี่แล้ว ดังนั้นเมื่อมาถึง ตัวมันจึงเลือกที่จะปรากฎตัวยังสถานที่แห่งนี้

 

 

.................................

 

 

ณ สำนักเทพกระบี่

 

ห้องโถงใหญ่ของสำนัก

 

เวลานี้ภายในห้องโถงของสำนัก มีหัวหน้าแต่ละวิชายุทธและผู้คุมกฎของสำนักพร้อมกับศิษย์สายตรงของพวกมัน รวมๆแล้วก็มีอยู่ประมาณร่วม สองร้อยคน

 

ตรงเบื้องหน้าบรรดาผู้คนเหล่านี้ เฟยหยาง กำลังเดินขึ้นไปนั่งยังเก้าอี้ประจำตำแหน่ง เจ้าสำนัก

 

ทั่วทั้งห้องโถงใหญ่ กลับมาอยู่ในบรรยากาศเงียบสงบอีกครั้ง ไม่มีเสียงของผู้คนโต้เถียงกันเหมือนก่อนหน้า และเมื่อเห็นว่า ทุกคนพร้อมจะฟังการพูดของตน เฟยหยาง จึงได้เอ่ยกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดไม่น้อย

 

“พวกเจ้าทุกคน คงจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าที่ข้าเรียกประชุมในครั้งนี้ เพราะเรื่องอะไร”

 

ทุกคนต่างก็พยักหน้า เชิงรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ  ดีแล้ว เมื่อเห็นดังนั้น เฟยหยาง จึงได้กล่าวต่อไป

 

“อย่างที่หลายๆ คนรู้ดีอยู่แล้ว ว่าในขณะนี้นั้น พรรคเทียมฟ้า ได้เริ่มออกอาละวาดทั่วทั้งยุทธภพ และที่หนักก็คือ สำนักใหญ่ทั้ง 6 สำนัก ที่ได้ข่าวว่าพวกมัน จัดแยกออกไปก่อกวนพร้อม ๆ  กัน ล่าสุด เมื่อสักครู่นี้ ศิษย์ที่เข้าเวร ระวังป้องกันที่เชิงเขาทางขึ้นสำนักเรา ได้แจ้งข่าวการบุกมาถึงของ พวกมันแล้ว

 

“อ่า....”

 

เกิดเสียงดังอึกทึกขึ้นมาทันที แต่ก็เพียงไม่นาน ก็กลับมาอยู่ในความสงบดังเดิม

 

“ดังนั้น แผนการต่าง ๆ   ที่เคยประชุมเตรียมการกันไว้ ที่ว่าจะเริ่มกันในเดือนหน้า ก็ให้ทุกคน กลับไปเตรียมตัว ดำเนินการตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายหรือแบ่งกันรับผิดชอบกันให้เรียบร้อย กองกำลัง หลัก  กำลังเสริม กำลังลับ ทุกส่วนให้เร่งรีบไปแจ้งเตือนให้ศิษย์ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมภายใน 1 ชั่วยามนี้ ส่วนเหตุการณ์ด้านล่างเชิงเขา ข้าได้ส่ง ผู้อาวุโส ของสำนัก พร้อมกับศิษย์สายตรง 10 คน ลงไปรับหน้าก่อนแล้ว เรื่องสั่งการก็มีเท่านี้ ให้ทุกคนแยกย้ายไปเตรียมตัวกันได้”  

 

กล่าวจบ เฟยหยาง ก็ให้ทุกคนออกไปนอกห้องโถงทันที คงเหลือแต่เหล่า หัวหน้าวิชายุทธ และผู้ช่วย เพียง ยี่สิบ คนเท่านั้น เพื่อจะได้ปรึกษาหารือ หรือรอรับฟังสถานการณ์ต่าง ๆ   เพื่อสั่งการลูกศิษย์ของตนอีกทอดหนึ่ง

 

“ท่านเจ้าสำนัก คิดว่า พรรคเทียมฟ้า มันจะมีขุมกำลังที่สูงล้ำเพียงใดกัน ถึงได้กล้าท้าทายพวกเราพร้อม ๆ  กันทั้ง 6 สำนักใหญ่”

 

“เฮ้อออ  ข้าก็ไม่มั่นใจนัก แต่คาดเดาได้เลยว่า หัวหน้าพรรคเทียมฟ้า กล้าทำแบบนี้สแดงว่าต้องมีฝีมือเหนือล้ำกว่าพวกเราทุกสำนักเป็นแน่ จึงกล้าทำเช่นนี้”

 

“ท่านเจ้าสำนัก จะบอกว่า ......”

 

หลายคนต่างก็ตกใจในคำพูดของ เฟยหยาง เพราะถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ   ก็แสดงว่าหัวหน้าพรรคเทียมฟ้า ได้ทะลวงขีดจำกัดของการฝึกฝนขึ้นไปยังระดับ เทวะ ที่ว่ากันว่าเป็นเพียงแค่ตำนานอย่างแน่นอน

 

“ถูกต้อง มันอาจจะยกระดับฝีมือขึ้นไปยัง ปราณเทวะ ได้สำเร็จแล้ว แน่นอน”

 

“ปราณเทวะ”..ทุกคนในห้องโถงอุทานออกมาพร้อมกันด้วยอาการตกใจสุดขีด แม้ขนาดว่าพวกมันนั้นได้คิดเผื่อใว้แล้วก็ตาม

 

“แต่เรื่องนี้ มันก็เป็นเพียงการคาดเดา เผื่อใว้เฉยๆ เท่านั้น แต่ถ้าหากเป็นจริง ยุทธภพคงจะถึงคราวที่จะต้องเข้าสู่ยุคมืออย่างแน่นอน”

 

“...”

 

...............................................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 332 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

324 ความคิดเห็น

  1. #281 deewee2511 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 14:30
    มาเมื่อไ
    #281
    0
  2. #280 jino1125 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 19:10
    สนุกมากรออยู่ตอนต่อไปอยู่นะครับ
    #280
    0
  3. #279 drakdevill (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 18:46
    หายไปไหนแล้วครับไม่อัพต่อแล้วเหรอครับ
    #279
    0
  4. #278 i’am55 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 00:32
    เอาอีกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆนะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #278
    0
  5. #275 ckchatchen42 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 23:34
    สนุกมากครับ จริงๆพระเอกจะหายตัวไปเจอเลยก็ได้นะ ไม่น่าทำแบบนี้เลย...จะได้คิดแผนช่วยเหลือ ถึงไม่คิดก็ช่วยเหลือได้ เพราะในดาวดวงนี้คงมีแค่พระเอกคนเดียวเท่านั้นที่ไปถึงขั้นนี้ได้ แต่แปลก ที่พวกเทพ และมาร ไม่รู้สึกถึงตัวตนของพระเอก
    #275
    0
  6. #272 oKisSaTen123 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 13:25
    ขอบคุณค่ะ รอตอนต่อไปจ้าา รีบมาต่อเร็วๆนะคะ
    #272
    0
  7. #270 Bank2986 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 23:11
    ขอบคุณมากครับผม
    #270
    0
  8. #268 นักอ่านนิยายจีน (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 20:35

    ขอบคุณค่ะ

    #268
    0
  9. #266 joelamtan (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 19:38
    ขอบคุณครับ
    #266
    0
  10. #265 SkaDaChanPheng (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 18:01
    ขอบคุน
    #265
    0