คัมภีร์เทวะ

ตอนที่ 35 : ตอนที่ 32 กลับไปเยี่ยมสหายเก่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,218
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 284 ครั้ง
    20 พ.ค. 61

ตอนที่ 32  กลับไปเยี่ยมสหายเก่า

 

ณ ห้วงอวกาศ

 

 

“เจ้ามนุษย์คนนี้ กลับมีวาสนาสามารถผนึกพลังของข้าได้อย่างสมบูรณ์ วันข้างหน้า มันผู้นี้จะต้องยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับเหล่าเทพและปีศาจเป็นแน่แท้ หรือบางทีอาจจะอยู่เหนือเหล่าเทพและปีศาจก็เป็นได้”


มังกรครามหนุ่มที่มีร่างกายรางๆ ใกล้จะดับหายทุกที กำลังยืนเฝ้ามองร่างของหลี่เฉินที่กำลังดูดซับและผนึกพลังของมัน ด้วยความประหลาดใจ ปนกับความคิดกังวลกับอนาคตของจักรวาล หากเมื่อหลี่เฉินมีพลังเหนือเหล่าเทพและปีศาจ เพราะหากเป็นคนดี จักรวาลก็จะสงบสุข แต่กลับกันหากเป็นคนชอบทำสงคราม จักรวาลก็จะลุกเป็นไฟทันที ด้วยอำนาจที่มันครอบครอง 

 

ด้วยร่างกายของหลี่เฉิน ที่ครอบครองคัมภีร์เทวะของ หมิงเทียน และ เหลาตง ที่ทั้งสองคนแม้จะบรรลุพลังปราณเพียงแค่ระดับจักรภพเทวะ แต่ช่วงระหว่างที่ทั้งสองต่อสู้กันนั้น กลับสามารถทำความเข้าใจในการฝึกพลังปราณขึ้นไปสู่ระดับไหม่ นั่นคือระดับ อนาตะเทวะ แต่ด้วยพลังกายและพลังใจ บวกกับอาการบาดเจ็บจากการฝ่ายตรงข้าม จึงมิอาจจะยือชีวิตตนเองไว้ได้อีกต่อไป จึงไม่มีวาสนาได้ฝึกฝนระดับนี้ และด้วยการบรรลุเข้าสู่ระดับ อนาตะเทวะนี้ ทั้งสองจึงสร้างคัมภีร์ขึ้นมาหนึ่งเล่มและผนึกพลังปราณและจิตวิญญาณไว้ในคัมภีร์ 

 

การกระทำของทั้งสอง คล้ายกับของ มังกรครามชิงหลง แต่แตกต่างกันตรงที่ มังกรครามชิงหลง ผนึกพลังทั้งหมด ให้กลายเป็นวัตถุชิ้นหนึ่งขึ้นมาและมันอัดแน่นไปด้วยพลังปราณและพลังวิญญาณของมัน จึงทำให้จิตวิญญาณของมังกรครามนั้น อยู่ได้ไม่นานเหมือนกับ หมิงเทียน และ เหลาตง

 

ด้วยพลัง มุขวิญญาณอสูรมังกรคราม คล้ายกับการดูดซับพลังจาก คัมภีร์เทวะ ของ หมิงเทียน และ เหลาตง ดังนั้น เมื่อหลี่เฉิน สัมผัสกับพลังนี้แล้วจึงรู้สึกคุ้นชินเป็นอย่างยิ่ง กลับกลายทำให้มันนึกถึงวิชาในคัมภีร์เทวะที่มันนั้นฝึกฝนขึ้นมาทันที ดาราคล้อยเงาสังหาร เป็นวิชาที่โคจรลมปราณผสานกับการฝึกกระบวนท่า ที่สามารถผสมผสานกันได้ลงตัว ทำให้เดินโคจรลมปราณได้ไหลลื่นเพิ่มความแข็งแรงของเส้นปราณในร่างกายและจุดชีพจรต่าง ๆ  ในร่างกายของมันทั้ง 54 จุด หลี่เฉินใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ทันที จึงทำให้มันสามารถที่จะควบคุมพลังจาก มุขวิญญาณอสูรมังกรคราม ไม่ให้โคจรตามพลังปราณของตนเอง วนรอบแล้วรอบเล่า เวลาผ่านไปเนิ่นนาน จนกระทั่ง

 

“จิต นี่คือจิตของเราสินะ และนี่ก็คือ วิญญาณ กับ ร่างกาย” 

 

หลี่เฉิน สัมผัสได้ถึง จิต วิญญาณ ตัวตน ของตนเองได้และก็เพิ่งมองกับสิ่งที่มันสัมผัสได้อยู่อย่างนั้นในขณะที่โคจรลมปราณไปเรื่อย ๆ  

 

“ความรู้สึกนี้มัน....เอ๋  รู้สึกเหมือนเราจะสามารถควบคุมร่างกายให้ขยับได้ทันตามที่ จิต กับ วิญญาณ นั้นกระทำหรือเคลื่อนไหว  ....รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเลยแฮะ”

 

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน.....

 

ปังงง  วิ้งงงง..............

 

ในหัวของหลี่เฉิน เกิดเสียงระเบิดดังกังวาลและมาพร้อมกับความมืดที่ครอบคลุมเข้ามา จนดวงจิต วิญญาณ นั้นหายไปทันที

 

“เกิดอะไรขึ้น  ทำไมเราไม่เห็นดวงจิตกับ วิญญาณอีกแล้ว แต่ เอ๊ะ.....ความรู้สึกนี่มัน”

 

“ความืดนี้ ไม่สิ นี่มันภาพความมืดของ  จักรวาล  หืมมมม ?  จักรวาลนั่นคือจักรภพของเรา ข้าเห็นมันแล้ว อ๊ะ..

นั่นเป็นท่านชิงหลง”

 

มังกรครามหนุ่ม ส่งยิ้มให้กับ หลี่เฉิน พร้อมกับกล่าวด้วยถ้อยคำที่แสดงออกถึงความยินด้วย

 

“ท่านหลี่เฉิน ยินด้วยที่ท่านสามารถก้าวข้ามผ่านมาจนถึงระดับ เทพ ได้แล้ว “

 

“ท่านหมายความว่าอย่างไร”

 

“ท่านสามารถมองเห็นดวงจิตแห่งเราได้ หมายความว่าท่าน บรรลุพลังปราณระดับ อนาตะเทวะ ได้สำเร็จแล้ว”

 

“ระดับ อนาตะเทวะ งั้นหรือ”

 

“ถูกต้อง แต่ก็อย่าได้วางใจไป ต่อจากนี้ไป ช่องว่างระดับจะห่างชั้นกันอย่างสิ้นเชิง การจะก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้น ต้องอาศัยความอดทนและวาสนาด้วยจึงจะสามารถก้าวข้ามไปถึงได้ คงหมดเวลาของข้าแล้ว ขอให้โชคดี”

 

หลังจากกล่าวจบ จิตของมังกรครามก็ค่อยๆ เลือนหายไป

 

“ท่านชิงหลง”  หลี่เฉิน ตกใจร้องเรียกชื่อของมังกรครามพร้อมกับเปิดเปลือกตาขึ้นมาทันที

 

และเมื่อเบื้องหน้า เป็นเพียงห้วงอวกาศที่ว่างเปล่า หลี่เฉิน ก็ยืนนิ่งสงบอยู่นั้นเฝ้ามองดูดวงดาวต่าง ๆ  ตรงเบื้องหน้าของตนเอง ที่อยู่ในจักรภพที่เป็นบ้านเกิดของมัน

 

 

.....................................................

 

1 เดือนผ่าน

 

ณ ดวงดาวเทวะสวรรค์

 

บริเวณทางเข้าป่าอสูรบรรพกาล ที่มีเหล่าชาวยุทธจากหลายหลายสำนักของทวีปเทวะสวรรค์ มุ่งหน้าเข้ามาฝึกฝนฝีมือของตนเอง

 

“ท่านพ่อค่ะ  ท่านพ่อหนูมีความสุขที่สุดเลย ที่พ่ออยู่กับหนูตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา” เป็นอี้หลินที่เดินเกาะแขนของ เซียวผิง และมี หลีฟุ เดินตามหลัง มุ่งหน้าไปยังป่าอสูรบรรพกาล

 

“ฮ่า ๆ ๆ  พ่อก็เช่นกัน แต่เจ้าก็ต้องอย่าลืมว่า ศัตรูเรายังคอยจ้องจะทำร้ายเรานะ”

 

“ข้าทราบแล้วท่านพ่อ”

 

“ตอนนี้เจ้าก็ขึ้นมาสู่ระดับปราณกษัตริย์แล้ว พ่อก็ค่อยเบาใจขึ้นมาหน่อย”

 

“ข้าก็เช่นกันครับ คุณหนู”

 

“ค่ะ หนูจะพยามฝึกฝนให้เก่งขึ้นให้ไว ๆ  จะได้ไม่เป็นภาระท่านพ่อกับท่านลุงนะคะ ฮิ ฮิ..”

 

“ฮ่า ๆ ๆ  ดีแล้วลูก  เอาละพ่อมาส่งแค่นี้ ต่อจากนี้ไป ก็ฝากลูกของข้าด้วยนะ หลีฟุ”

 

“ครับ นายท่าน”

 

“ท่านพ่อ แล้วอีกนานไหม จะได้พบกับท่านพ่ออีก”

 

“ไม่นานหรอกลูก หลังจากนี้ พ่อจะแวะมาหาบ่อย ๆ  มีอะไรก็ฝากบอกผ่าน หลีฟุ ได้”

 

“ค่ะ ท่านพ่อ”  อี้หลิน กล่าวจบก็โผเข้าสวมกอด เซียวผิง  เล็กน้อยแล้วจึงผละออกมา

 

“พ่อไปก่อนนะลูก รักษาตัวด้วย” กล่าวจบ เซียวผิงก็เอามือลูบหัว อี้หลิน เบาๆ ก่อนจะเดินจากไป

 

อี้หลิน มองตามหลัง เซียวผิง สักพัก ก็หันมาทาง หลีฟุ “ท่านลุง ไปกันเถอะ หนูพร้อมแล้วค่ะ”

 

“ครับ คุณหนู”

 

ตอนนี้นั้น หลีฟุ ได้กลับมาเรียกอี้หลินว่าคุณหนูได้อย่างสบายใน ไม่ต้องกลัวใครได้ยินอีกต่อไป เพราะเซียวผิงบอกกล่าวกับเขาไว้แล้วว่า ตอนนี้ ทางยุทธภพ ได้เลิกสนเรื่องราวของครอบครัวเขาแล้ว เนื่องจากตอนนี้นั้น  ทั่วทั้งยุทธภพ กำลังเผชิญหน้ากับ พรรคมาร และถือเป็นภัยยุทธภพครั้งใหญ่กว่าไหนที่ผ่านมา

 

 

..............................

 

 

ณ สำนักเทพกระบี่

 

ตรงบรรไดทางขึ้นของสำนักเทพกระบี่


หลี่เฉิน หลังจากที่สงบจิตสงบใจปรับสมดุลร่างกายให้สอดรับกับพลังปราณที่มีอย่างมหาศาลภายในตัว เวลาผ่านไปเนิ่นนานนับเดือน กว่าจะเข้าที่เข้าทาง เมื่อมันลืมตาขึ้นมาก็เพ่งมองเข้าไปยัง ระบบพิภพเบื้องหน้ามันทันที และเพียงไม่นาน มันก็สัมผัสได้ถึงดวงดาวอันคุ้นเคยที่มีพลังงานของสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ แต่มันก็ต้องตกใจอีกครั้ง เมื่อมันสัมผัสได้ถึงพลังงานชีวิตถึง 3 ดวงดาว


"สิ่งนี้มันคงจะเป็นสิ่งที่ท่านมังกรครามชิงหลงเล่าให้ฟัง  เผ่าเทพ และ ปีศาจ ระดับพลังงานช่างสูงล้ำยิ่งนัก เทียบกับอีกดวงดาวอีกดวงอย่างเช่นเผ่ามนุษย์ ดวงดาวเทวะสวรรค์ ช่างห่างชั้นกันยิ่งนัก"


หลี่เฉิน รู้สึกเป็นกังวลกับพลังของเผ่าเทพและปีศาจที่มีระดับสูงล้ำกว่าดางดาวเทวะสวรรค์หลายขุม มันคิดว่า คงต้องทำอะไรสักอย่าง เผื่ออนาคตภายภาคหน้า เหล่าเทพและปีศาจนั้นคิดจะบุกยึดหรือครอบครองดวงดาวเทวะสวรรค์ขึ้นมา


หลี่เฉิน เพิ่งสมาธิไปยังดวงดาวที่มีพลังชีวิตอันต่ำต้อยดวงหนึ่ง จากนั้นก็เปิดประตูมิติ และพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว 


...พรึบบบ...


หลี่เฉิน ปรากฎกายบนฟากฟ้าของดวงดาวเทวะสวรรค์ มันนิ่งเฝ้ามองลงมายังดวงดาวแห่งนี้อย่างรู้สึกคล้ายทำอะไรไม่ถูก และเพียงไม่นาน ก็นึกถึงสหายเก่าของมันขึ้นมา


"ท่านเฟยไป๋ ....."   


เมื่อนึกได้ ก็เพ่งสมาธิไปยังสถานที่ ๆ  หนึ่งยังดวงดาวเทวะสวรรค์ รวดเร็วเพียงนึกคิด ร่างของหลี่เฉินก็มาปรากฎตัวอีกครั้งยังชายป่า เชิงเขาของสำนักเทพกระบี่ ก่อนจะค่อยๆ เดินไปยังประตูทางขึ้นเขาของ สำนักเทพกระบี่


 

“หยุดก่อน จอมยุทธน้อย เจ้ามาที่นี่มีธุระอะไร” เป็นศิษย์ของสำนักเทพกระบี่ที่ตอนนี้นั้น ดูเหมือนจะมีการระวังป้องกันอย่างเข้มงวดขึ้นมาเป็นอย่างมาก จากเมื่อครั้งก่อน

 

“พี่ชาย ข้ามีนามว่า หลี่เฉิน อยากจะมาขอเข้าพบอาวุโส เฟยไป๋ ครับพี่ชาย”

 

“บังอาจ เจ้าเป็นเพียงเด็กน้อย กล้ามาขอเข้าพบท่านอาจารย์ปู่ของพวกเราอย่างนั้นรึ เจ้ามีเจตนาก่อกวนอันใดกับสำนักเทพกระบี่เรากันแน่ หรือเจ้าจะเป็นพวกพรรคมาร”

 

“เปล่า ๆ   ครับ ข้าไม่ได้จะมาก่อกวนและไม่ได้เป็นพวกพรรคมารจริง ๆ ครับ”

 

“เฮอะ  พวกเราไม่หลงกลพวกมารอย่างเจ้าง่าย ๆ หรอก พวกเรา จับตัวมันไปให้ลูกพี่สอบสวน ลุย”

 

“.....” หลี่เฉิน

 

..............................................



แต่สด ไม่ได้ตรวจทานคำถูกผิดครับ


ผิดถูก ก็ขออภัยด้วย ณ ที่นี้ครับ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 284 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

324 ความคิดเห็น

  1. #321 0846933353 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 14:26
    สนุกครับ แต่ถ้าตัดคำลงท้าย" ครับ " ออกไปผมว่าน่าจะสละสลวยขึ้นทำให้เป็นนิยายกำลังภายในมากครับ
    #321
    0
  2. #309 teenakla666 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 18:23
    สนุกคับ ผิดไม่กี่คำไม่ททำให้เรื่องเสียหลอก แต่อัพไวๆพอ
    #309
    0
  3. #277 วัชระ เพชรมณี (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 15:23

    ผมเริ่มสับสนครับว่าพระเอกเรามีจุดชีพจร 108 หรือ 54 ครับ ขอบคุณมากครับสำหรับนวนิยายดีๆ

    #277
    0
  4. #264 SilverEvill (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 13:28
    ถูกไม่ถูกไม่รู้แต่จงเอามาอีกตอนนน
    #264
    0
  5. #263 joelamtan (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 11:50
    ขอบคุณครับ
    #263
    0
  6. #262 22710 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 11:50
    ขอบคุณมาก
    #262
    0
  7. #261 kay30 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 10:57
    ชอบเจ็บตัวค่อยสงบลง
    #261
    0
  8. #260 taimon (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 10:55
    สรุปครับไรท์ พระเอกมีจุดชีพจรเท่าไรแน่อะ หรือว่าพระเอกยังไม่รู้ว่าตัวเองมีจุดชีพจร 108 จุด เพราะตอนบรรลุมันนอนหลับ
    #260
    0
  9. #259 นักอ่านนิยายจีน (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 09:13

    ขอบคุณค่ะ ต่อค่ะต่อไรท์

    #259
    0