คัมภีร์เทวะ

ตอนที่ 34 : มุขวิญญาณอสูรมังกรคราม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,177
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 304 ครั้ง
    19 พ.ค. 61


 

ความเงียบสงัดบังเกิดขึ้นกับ หลี่เฉิน และคงอยู่อย่างนั้นชั่วครู่ใหญ่ และเมื่อรวบรวมสติของตนเองได้ มันกลับเอ่ยถามคำถามหนึ่งขึ้นมา

 

“ท่านชิงหลง ผู้เยาว์ใคร่อยากจะถามท่านสักคำถามหนึ่ง หวังว่าท่านคงจะไม่ถือสาหากวาจาที่เอ่ยออกไปนั้นจะทำให้ท่านมิพอใจ”

 

“อืมมม  เจ้าถามมาได้เลย ข้ารับปาก จะไม่เก็บมาใส่ใจคิดเล็กคิดน้อยเป็นแน่”

 

“ขอบคุณท่านมากครับ  ที่ข้าอยากจะถามท่านก็คือ.....ท่านคือเผ่าอสูรใช่ไหมครับ”

 

มังกร ชิงหลง  นิ่งไปพักนึง ก่อนจะเกิดประกายแสงสว่างจ้า แผ่ขยายออกไปรอบๆ ตัวของมัน กระทั่ง หลี่เฉิน ยังต้องยกท่อนแขนทั้งสองขึ้นมาบดบังสายตาของตนเองเอาไว้ และเมื่อแสงนั้นหายไป มันจึงค่อยๆ ปล่อยท่อนแขนลงอย่างช้า พลันเบื้องหน้าของมัน ก็ปรากฎชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง ยืนกอดอกในท่าทีที่สง่างาม

 

“ถูกต้องแล้ว เจ้ามนุษย์ และข้าคงจะเป็นเผ่าอสูรตัวสุดท้ายที่จะจากลาไปจากวงจรชีวิตนี้ตลอดกาล”

 

“ท่านหมายความว่าอย่างไร ท่านชิงหลง”

 

“เจ้ามนุษย์ นับจากที่ข้าพาเจ้าออกมาจาก มิติ จำศีลของตนเอง เผ่าเทพ และ ปีศาจ มันก็รับรู้ถึงการคงอยู่ของข้าเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่มันยังระบุสถานที่ไม่ได้ก็เท่านั้นเอง และเหตุผลหลักที่ข้าพาเจ้ามายังที่ห่างไกลเช่นนี้ ก็เพื่อมิให้เผ่าเทพและปีศาจ บุกไปยังดวงดาวของเจ้า”

 

“....”  หลี่เฉิน

 

 

“เวลามีไม่มากแล้ว อายุขัยล้านกว่าปีของข้าใกล้จะดับสลายเต็มทีแล้ว ไว้เจ้าค่อยๆ สืบหาความเป็นไปเป็นมาเอาเองก็แล้วกัน”  กล่าวจบ มังกรคราม ชิงหลง ที่กลายร่างเป็นมนุษย์ร่างกายก็กลายเป็นแสงสว่างอีกคราหนึ่ง แต่คราวนี้แตกต่างจากครั้งแรก เพราะแสงสว่างนี้ กลับเป็นเพียงแสงสว่างสดใส อ่อน ๆ  ให้ความอบอุ่ม จากนั้นก็เกิดเป็นปรากฎการณ์คล้ายแสงสว่างนั้น ถูกสูบเข้าไปโดยสิ่งของบางอย่าง ด้วยความเร็ว  “พรึบบบ”

 

ความมืดมิด กลับมาอยู่เคียงข้าง หลี่เฉิน อีกครั้ง แต่บรรยากาศตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างชัดเชน ร่างกายของมัน คล้ายกับจะค่อย ๆ  ขยายสลับกับถูกบีบอัด

 

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น  ท่านชิงหลงละหายไปไหน”

 

เมื่อมังกรครามจากไป ที่ๆ หลี่เฉินเคยอยู่นั้นเดิมทีเป็นมิติของ มังกรคราม ชิงหลง แต่เป็นมิติพิเศาที่สร้างขึ้นมาให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ คล้ายๆกับตอนที่อยู่ในเทือกเขาอสูรบรรพกาล ดังนั้น มันจึงมองออกยากว่าเป็นสถานที่ธรรมดาหรือมิติที่ถูกสร้างขึ้น

 

เมื่อมังกรครามชิงหลงจากไป รอบกายของ หลี่เฉิน จึงเป็นเพียงสถานที่ที่เป็นสูญกาศ มวลสารต่าง ๆ  ในร่างกายถูกผลกระทบของระบบสูญกาศจู่โจม หากเป็นมนุษย์ทั่วไป คงร่างระเบิกแหลกเหลวไปนานแล้ว แต่กับร่างของมันที่เป็นชนชั้นเทวะระดับวิญญาณเทวะ ซึ่งเป็นขอบเขตของผู้ที่บรรลุถึงจะสามารถควบคุมพลังปราณและจิตวิญญาณ เข้าควบคุมกายของตนให้เป็นไปตามที่ตนต้องการได้ ความแข็งแกร่ง ทนทาน ต่อทุกสถานการณ์ แต่อย่างไรก็ตาม มันก็มีขีดจำกัดในการทนต่อสภาพบรรยากาศที่เลวร้ายแบบนี้ได้ระดับหนึ่งเท่านั้น

 

“อ๊ากกกก....นี่เราจะต้องมาจบชีวิตอย่างง่ายดายแบบนี้อย่างนั้นรึ”

 

หลี่เฉิน ในตอนนี้นั้น กำลังนั่งกำหนดจิตวิญญาณเพื่อครองสติสัมปชัญญะของต้นเองไว้ให้รู้สึกตื่นตัวตลอดเวลา พร้อมกับโคจรลมปราณช่วยปรับสมดุลภายในร่างเอาไว้

 

และในระหว่างนาทีความเป็นความตายของหลี่เฉินจะมาถึง ใกล้ๆ กับตัวของมัน ที่มีวัตถุทรงกลมโปร่งใสลอยอยู่ไม่ห่างจากตัวมันเท่าใดนัก แม้ห่างเพียงช่วงแขนเดียว หลี่เฉิน กลับไม่สามารถสัมผัสถึงการคงอยู่ของมันได้ มันลอยอยู่ข้าง ๆ   หลี่เฉิน ทันใดนั้นมันก็ค่อย ๆ  เคลื่อนตัวเข้าหาหลี่เฉินที่บัดนี้นั้นสติของมันใกล้จะเลือนลางลงทุกที 

 

“วิ๊งงงงง”   เสียงกังวาลเข้ากระทบโสตปราสาทการรับรู้ของหลี่เฉินจนตัวมันร้องตะโกนด้วยความเจ็บปวดตรงแล้วหูของมัน

 

เพียงแต่ก่อนที่มันจะทนไม่ไหว เสียงอันแผ่วเบาที่มันคุ้นเคยก็ดังขึ้นมา “เจ้ามนุษย์ เจ้าต้องผ่านห้วงทรมานนี้ไปให้ได้ ข้าจะเอาใจช่วย”

 

“ท่านชิงหลง เป็นท่านชิงหลง ท่านอยู่ที่ไหน”


“ข้าดับสลายร่างกายไปแล้ว แต่จิตวิญญาณของข้ายังคงอยู่ได้อีกไม่นาน เพราะข้าได้ ผนึกพลังปราณและจิตวิญญาณของข้าสร้างสิ่งนี้ขึ้นมา มันมีชื่อว่า มุขวิญญาณอสูรมังกรคราม นี่คือสมบัติอันล้ำค่าที่สุด ที่แม้แต่เผ่าเทพและเผ่าปีศาจไม่สามารถสร้างมันขึ้นมาได้มีเพียงแค่เผ่าอสูรเราเท่านั้น มันจึงเป็นสมบัติที่เหล่าเทพและปีศาจถวิลหาอยากได้มาครอบครอง เจ้าจงรีบตั้งจิตทำสมาธิเพื่อผนึกพลังนี้เข้ากับพลังของเจ้าซะอย่าได้ถามสิ่งอื่นไดอีกต่อไปเลย หากยังไม่อยากตาย”


 

“....” หลี่เฉิน

 

 

แม้จะสงสัยในคำพูดของ มังกรชิงหลง อยู่บ้าง แต่หลี่เฉิน ก็รีบตั้งจิตให้มีสมาธิทำตามที่มังกรชิงหลงบอกกล่าวทันที เพราะไม่อย่างนั้น ชีวิตมันคงไม่มีต่อไปเป็นแน่

 

 

....................................

 

ณ ดาวมายาสวรรค์

 

 

“ท่านผู้เฒ่าสูงสุด”    ชายวัยกลางคนในชุดเกราะสีทองน่าเกรงขาม ที่เร่งรีบกล่าวเรียกหา บุคคลคนหนึ่ง ณ สถานที่ๆ เป็นยอดเขาสูงเสียดฟ้า เบื้องหน้าของมัน มีกระท่อมหลังเล็ก อยู่หลังหนึ่ง

 

“เอี๊ยดดๆๆ”

 

เสียงเปิดประตูดังขึ้น พร้อมกับชายชราชุดขาว ผมขาว หนวดเครายาวสีขาว ถือไม้เท้าสีทอง เดินออกมาจากระท่อมดังกล่าว

 

“ท่านผู้เฒ่าสูงสุด”  ชายวัยกลางคนรีบเดินเข้าไปหาอย่างร้อนรน พร้อมคุกเข่าแสดงความเคารพทันที

 

“ข้ารู้แล้ว เจ้าลุกขึ้นเถอะ”  ขอบคุณท่านผู้เฒ่า

 

“พลังเผ่าอสูร ที่ข้าไม่เคยได้สัมผัสมันมานับล้านปี”

 

“อะไรนะครับท่านผู้เฒ่า.....” 

 

“ท่านมหาเทพ  พลังที่ท่านสัมผัสมันได้เมื่อสักครู่นี้ มันเป็นพลังของ อสูรมังกรคราม ที่หายสาบสูญไปเมื่อนานมาแล้วนั่นเอง แต่ข้าสัมผัสได้เพียงไม่นาน พลังที่ว่านั้น ก็ค่อยๆ เบาบางลงและจางหายไปในที่สุด ท่านมหาเทพไม่ต้องกังวลไป อสูรตนนั้น คงจะดับสลายตนไปด้วยอายุขัย พลังปราณของมันจึงรั่วไหลออกไปทั่วและหายไปในที่สุด ท่านกลับไปทำงานต่อได้แล้วละ ไม่มีอะไรแล้ว”

 

“เป็นอย่างนี้นี่เอง งั้นศิษย์ขอลาท่านผู้เฒ่าครับ”

 

“อืมมมม”

 

..............................................

 

ณ ดาวมายาทมิฬ

 

สำนักมายาทมิฬ ซึ่งเป็นสำนักยุทธอันดับหนึ่งแห่งดินแดนปีศาจ  ภายในห้องโถงใหญ่ของสำนัก

 

“คาราวะท่านราชาปีศาจ”  ปีศาจที่กลายร่างคล้ายมนุษย์กว่าสิบตน กำลังยืนแถวต่อหน้าราชาของพวกมัน และที่สามารถกลายร่างคล้ายมนุษย์ แสดงว่าพวกมัน บรรลุพลังปราณระดับ อนาตะเทวะ  ในระดับ วิญญาณเทพ ขั้น  ที่ 1-9 อีกต่างหาก ด้วยเหตุนี้ สำนักมายาทมิฬจึงได้กลายเป็นสำนักอันดับหนึ่งและเป็นผู้นำของดวงดาวมายาทมิฬแห่งนี้นั่นเอง เพราะนอกเหนือจากยอดยุทธพวกนี้นั้น ทั่วๆ ไป จะอยู่กันที่ระดับ กายาเทพ ทั้งสิ้น ยกเว้นเจ้าสำนักต่าง ๆ ที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับ วิญญษณเทพ ขั้นที่ 1-4 เท่านั้น

 

“ท่านราชา เรียกพวกเรามาด่วน มีเรื่องร้ายแรงอันเกิดขึ้นหรือไม่”  หนึ่งในสิบตนเอ่ยถามขึ้น

 

“ข้าเพียงสัมผัสได้ถึง พลังอสูรตนหนึ่ง”

 

“อสูร ....เอ๋ ไม่ใช่ว่ามันสาบสูญไปนานแล้วหรอกรึ”

 

“อืมม...แต่ข้าสัมผัสได้เพียงไม่นาน มันก็หายไป อีกทั้งพลังที่สัมได้ ก็เป็นพลังระดับ จิตเทพ แต่ข้าระบุขั้นไม่ได้ แสดงว่ามัน ต้องอยู่ในระดับที่ 8 หรือ 9 อย่างแน่นอน

 

“.....”

 

“พวกเจ้าจงเตรียมตัวเผื่อไว้จะดีกว่า หามีเหตุฉุกเฉินจะได้รับมือได้ เพราะนอกจากศัตรูของพวกเราอย่าง ดินแดนเทพแล้ว เผ่าอสูร ก็คือศัตรูที่ร้ายกาจอีกเผ่าหนึ่ง”

 

“รับบัญชาท่านราชาปีศาจ”

 

“อืมม  พวกเจ้าไปได้แล้ว”

 

.....................................

 

ณ ดวงดาวเทวะสวรรค์

 

เมืองไท่ชิง

 

“คำนับนายท่าน” เป็นหลีฟุที่รับรู้การมาถึงของ เซียวผิง ผู้เป็นนายของมัน ส่วนอี้หลินนั้นยังไม่รับรู้ถึงการมาถึงของ พ่อตนเอง

 

“ตามสะบายเถอะ พ่อบ้าน หลี  ลูกอี้หลิน เป็นอย่างไรบ้าง”

 

“ตอนนี้ กำลังฝึกวรยุทธข้างในห้องครับ”

 

“อืมม   แล้วจอมยุทธหลี่ละ”

 

“จอมยุทธน้อยบอกว่าจะไปเทือกเขาอสูรบรรพกาลครับ นานท่าน”

 

“เทือเขาอสูรบรรพกาล ?

 

“พ่อบ้านหลี ท่านก็ไปพักผ่อนเถอะ”

 

“ครับนายท่าน...” หลีฟุ หันกายจะเดินจากไป แต่กลับหยุดเท้าก้าวต่อไป และก็หันกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

 

“มีอะไรงั้นรึ” เป็นเซียวผิงที่เอ่ยถาม

 

“เอ่อ   คือท่านจอมยุทธน้อยฝากบอกว่า....”

 

เซียวผิง ยกมือขึ้นมาห้าม “ข้ารู้แล้ว เจ้าไปพักผ่อนเถอะ”

 

“.....”  หลีฟุ ยืนอึ้นไปสักพัก

 

เซียวผิงที่เห็นดังนั้นก็กล่าวบอกกับมันออกไปตามตรง “ตอนที่พวกเจ้ากับหลี่เฉินมาถึงเมืองไท่ชิง ข้าก็มาถึงแล้วเช่นกัน เพราะหลังจากที่เจ้าส่งข่าวไป ด้วยเป็นกังวลความปลอดภัยของอี้หลิน ข้าจึงรีบมา และดูเหมือน หลี่เฉิน เองก็รับรู้ถึงการมาถึงของข้าเช่นกัน จึงได้พูดกับเจ้าไปแบบนั้น ซึ่งที่จริง คงจะเป็นการกล่าวกับข้ามากกว่า เพราะคำพูดของหลี่เฉิน แฝงพลับปราณเข้ามาเฉพาะเจาะจงให้ข้าได้ยินด้วย”

 

“อ่ออ...งั้นข้าขอตัวก่อน”

 

“อืมม..”

 

หลังจากที่หลีฟุเดินจากไปแล้ว เซียวผิง ก็นั่งลงจิบน้ำชาที่หลีฟุเตรียมไว้ให้ พร้อมกับคิดในในอย่างสับสน

“...เจ้าเป็นตัวตนระดับไดกัน หลี่เฉิน.....”

 

 

......................................................................................................................................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 304 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

324 ความคิดเห็น

  1. #258 22710 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 20:17
    ขอบคุณครับ
    #258
    0
  2. #257 MiniLeviathan (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 17:39
    ขั้นเทพเจ้าแล้วเป็นอมตะไม
    #257
    0
  3. #256 Bank2986 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 16:09
    ขอบคุณมากครับผม
    #256
    0
  4. #255 นักอ่านนิยายจีน (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 12:01

    ขอบคุณค่ะ

    #255
    0
  5. #254 joelamtan (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 11:44
    ขอบคุณครับ
    #254
    0