คัมภีร์เทวะ

ตอนที่ 30 : ขายของ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,490
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 329 ครั้ง
    1 พ.ค. 61

ฟู่ววว...., เสียงสายลมที่พัดขึ้นลงในเหวลึกซึ่งคั่นกลางระหว่าง ตำหนักแดงกับหมู่ตึกเทียมฟ้า เหยียนฉี๋ ยืนอยู่ที่ตรงขอบเหวด้วยท่าทีที่ประหม่าอย่างยิ่ง มือขวา กำป้ายเหล็กหกเหลี่ยมด้วยอาการสั่นเทา  ........เพียงไม่นานนัก เบื้องหน้าของมันก็ปรากฏเงาจางๆ  ของคนคนหนึ่งขึ้นตรงประตูทางเข้าตำหนังแดง


“ท่านเหยี๋ยน โปรดแสดงสัญญาลักษณ์ด้วย” ชายแปลกหน้าที่ปรากฏตัวขึ้น กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

 

เหยี๋ยนฉี๋ ยกป้ายเหล็กหกเหลี่ยม ที่มีตราสัญญาลักณ์ตำหนักแดง ให้ชายดังกล่าวดู เมื่อยืนยันตัวตนเรียบร้อย ชายดังกล่าวจึงได้เอ่ยเชิญเข้าไปในตำหนัก “เชิญท่านเข้ามาได้” เมื่อกล่าวจบ เขาก็หายไปจากครรลองสายตาของเหยี๋ยนฉี๋ทันที กระทั่งกระแสลมปราณบางเบาเขาก็มิอาจตรวจสัมผัสเจอ

 

เฮ้อ.. น่ากลัวจริง ๆเหยี๋ยนฉี๋ คิดบ่นกับตัวเองภายในจิตใจ ก่อนจะเดินไปตามสะพานเชื่อม เพื่อไปยังตำหนักแดง


 

ณ ห้องรับรอง ตำหนักแดง

 

“ข้าน้อย เหยี๋ยนฉี๋ คาราวะท่านอาวุโส ปู้เหลียง

 

“อืมมม...ท่านมีเรื่องอะไรจะให้พวกเราช่วยเหลือ ก็เชิญว่ามาได้เลย”

 

“เรียนท่านอาวุโส ท่านเจ้าสำนักมีคำสั่งให้ข้าน้อยตามหาเด็กสาวคนหนึ่งและตอนนี้ข้าพบเจอตัวแล้วเพียงแต่......" มันหยุดชงักคำพูดไประยะหนึ่ง ก่อนจะกลืนน้ำลายไปเฮือกหนึ่งแล้วเอ่ยต่อ


"ข้างกายนางกลับมียอดยุทธคอยคุ้มกันอยู่ ข้าน้อยจึงอยากขอความช่วยเหลือจากท่านครับ”



 

“ฮ่า ๆ  ๆ....คลื่นลูกใหม่ ตามทันคลื่นลูกเก่าไวจริง ๆ   มิคาดคิด  ขนาดท่านที่เป็นตัวตนระดับชนชั้นราชัน ยังมิอาจทำอันใดแก่มันผู้นั้นได้ เรื่องนี้ทำให้ข้าประหลาดใจยิ่งนัก...” ปู้เหลียง กล่าวด้วยความประหลาดใจ หลังจากนั้นทั้งหมดก็เข้าสู่โหมดการคุยรายละเอียดของงานที่เหยี๋ยนฉี๋ต้องการให้กลุ่มของตำหนักแดงช่วยเหลือ

 

……..

……..

 

เมืองฉงชิ่ง

 

“เฮ้อ !  เราจะขายตรงไหนดีน๊า....”  หลี่เฉิน เดินไปบ่นไปกับตัวเองในระหว่างที่เดินดูรอบ ๆ  ตลาด ภายในเมืองฉงชิ่ง ซึ่งช่วงเวลาเย็น ๆ  แบบนี้เป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านหรือชาวยุทธต่างก็เดินจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคัก

 

เดินหาที่เหมาะ ๆ  ไปเรื่อยจนกระทั่งมาถึงกำแพงด้านข้างของเมือง ที่ส่วนใหญ่จะมีแต่ชาวบ้านธรรมดาๆ ที่นำของมาปูผ้าวางของขาย สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นของป่าและผักที่ปลูกกันเอง จำนวนร้านค้าก็มีเพียงแค่ห้าร้านเท่านั้น หลี่เฉิน สังเกตุไปยังร้านสุดท้าย ซึ่งเป็นร้านของชายชราใส่เสื้อผ้าโทรม ๆ  นั่งขายผลึกวิญญาณก้อนเล็ก ๆ  เพียงจำนวนสองก้อนเท่านั้นเอง “หืมม ! ผลึกวิญญาณระดับจักรพรรดิ น่าสนใจดีนี่” หลี่เฉิน พึมพำออกมาแผ่วเบา ก่อนจะเดินเข้าไปยังร้านดังกล่าว เมื่อเข้าไปใกล้ ก็มีเห็นกลุ่มคนสามคน ดูจากการแต่กาย คงจะเป็นลูกคุณหนูของตระกูลมั่งคั่งคนหนึ่ง

         

“....ห้าร้อยเหรียญทอง !?....” เสียงของกลุ่มคนอุทานออกมาเสียงดัง เมื่อได้ยินราคาของผลึกวิญญาณ

 

........................................................................................

ค่าเงิน = 1 เหรียญทอง               =  100 เหรียญเงิน

              1 เหรียญเงิน                =  100 เหรียญทองแดง

              1 เหรียญทองแดง        =  100 อีแปะ

...........................................................................................

 

“นี่ลุง ลดราคาให้หน่อยได้ไหม ข้ามีเงินแค่สี่ร้อยเหรียญทองเองทั้งเนื้อทั้งตัว”

 

“ได้สิพ่อหนุ่ม”

 

“ขอบคุณท่านลุงมากครับ”

 

เมื่อจ่ายเงินเสร็จและได้รับผลึกวิญญาณเรียบร้อย กลุ่มชาวยุทธดังกล่าวก็รีบเร่งเก็บเข้าใว้ในเสื้อ คล้ายจะกลัวถูกใครมาแย่งหรือมีใครพบเห็น

 

หลี่เฉิน แปลกใจเล็กน้อยที่เขาเห็นมีผลึกวิญญาณระดับจักรพรรดิ เพราะเพิ่งได้ยิน หลีฟุ กับ อี้หลิน บอกว่ามันเป็นของที่พบเจอได้ยากยิ่ง แต่กลับมาพบเจอในตลาดแห่งนี้ถึงสองชิ้น แต่ก็ปล่อยความคิดนี้ทิ้งไป จึงเดินไปนั่งข้าง ๆ  ชายชราดังกล่าวทันที

 

“ผู้อาวุโสครับ ผู้เยาว์ขอนั่งขายของตรงนี้จะได้ไหมครับ”

 

ชายชราคนดังกล่าว หันหน้ามองมาทางหลี่เฉินครู่หนึ่ง จึงพยักหน้า หลี่เฉิน กล่าวขอบคุณและจัดเตรียมเอาผ้าออกมากางกับพื้นข้างๆ  กับชายชราดังกล่าว สักพักก็มีกลุ่มคนประมาณ 5 คนใส่ชุดดำแถบสีแดง เดินมาหยุดตรงหน้าร้านของชายชรา

 

“เฒ่าแก่ ผลึกวิญญาณอันนี้ ขายเท่าไหร่”

 

“ห้าร้อย เหรียญทอง”

 

“ว่าไงนะ! นี่มันไม่มากไปหรอกรึ.....”

 

“คุณชาย ผลึกวิญญาณก้อนนี้เป็นผลึกวิญญาณของสัตว์อสูรระดับ จักรพรรดิ เชียวนะ ราคานี้ถือว่าเหมาะยิ่งแล้ว”

 

“ระ ระ..ระดับจักรพรรดิ !  ทั้งห้าตลึกอ้าปากค้าง เพราะไม่คิดว่า จะมีผลึกวิญญาณระดับสูง มาวางขายในตลาดแบบนี้ เพราะส่วนใหญ่ก็มีเพียงระดับ แท้จริง หรือไม่ก็ ระดับแรกเริ่ม นานๆ จะมีระดับ กษัตริย์ หลุดมาขายบ้าง ส่วนใหญ่ผลึกวิญญาณระดับสูงแบบนี้ จะมีแต่สำนักใหญ่ หรือตระกูลใหญ่ ๆ  ของเมืองเท่านั้น ที่จะสามารถหามาได้อีกทั้งส่วนใหญ่จะเก็บใว้ใช้เอง เพราะมันเป็นผลึกวิญญาณที่หากยากนั่นเอง

 

“เอ่อ ....ท่านอาวุโสโปรดอภัยในความไร้มารยาทของผู้เยาว์ด้วยครับ”  เมื่อมีผลึกวิญญาณระดับจักรพรรดิครอบครอง ตัวตนของบุคคล คนนั้นย่อมไม่ธรรมดา ชายหนุ่มจึงรีบกล่าวขอโทษด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อม

 

“ฮ่า ๆ ๆ  ไม่เป็นไร ข้าไม่ถือ ข้าไม่ถือ”

 

“ขอบคุณท่านอาวุโสมากครับ”

 

“นี่ครับ ห้าร้อยเหรียญทอง” 

 

“ขอบคุณ..”  เมื่อซื้อขายจบ แทนที่ชายชราดังกล่าวจะลุกออกไป กลับยังนั่งอยู่ที่เดิม สักพักจึงหันไปพูดคุยกับ  หลี่เฉิน

 

“จอมยุทธท่านนี้ ไม่ทราบว่าพอจะบอกนามอันสูงส่งให้เราผู้เฒ่าชราทราบได้หรือไม่”

 

“เรียนท่านอาวุโส ผู้เยาว์ หลี่เฉิน ครับ”

 

“หลี่เฉิน อืมมม..... เป็นชื่อที่ดี ฮ่า ๆ ๆ ส่วนตัวเราผู้เฒ่าคนนี้มีนามว่า ฮั่นเจี่ย

 

“ครับ ผู้อาวุโส ฮั่นเจี่ย”

 

หลี่เฉิน กางผ้าปูตรงหน้า จากนั้นก็หยิบผลึกวิญญาณออกมาวาง 3 ก้อน  ฮั่นเจี่ย ถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันทันที

 

“ผลึกวิญญาณระดับ มหาราช”  ฮั่นเจี่ย กล่าวออกมา แม้เขาจะคาดเดาตัวตนของ หลี่เฉิน ไว้สูงอยู่แล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้ จะมีผลิกวิญญาณระดับ มหาราช ถึง 3 ก้อน อีกทั้งยังไม่คิดจะเก็บไว้ใช้เอง กลับนำมาขายในตลาด เพราะแม้กระทั่งตัวของเขาเอง ยังไม่สามารถต่อกรกับสัตรอสูรระดับ มหาราช ได้โดยง่าย สืบเนื่องจากสัตว์อสูรแต่ละตัวนั้น จะมีสัญชาตญานในการต่อสู้หรือการสังหารที่สูงกว่ามนุษย์ หากมันอยู่ในระดับ มหาราช  มนุษย์จะอาศัยผู้ที่มีลมปราณระดับราชันมหาราชอย่างน้อย 2 คน ถึงจะสามารถโค่นล้มมันลงได้ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ยิ่งสัตว์อสูรประเภทนักล่ายิ่งแล้วใหญ่ อย่างเช่นสัตว์อสูรประเภท เสือ, หมาป่า หมี และ มังกร ต้องใช้หลาย ๆ คนรุมโจมตีถึงจะมีสิทธิ์สังหารมันลงได้

 

ฮั่นเจี่ย มีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้  ฝึกฝนจนตัวเองนั้นมีลมปราณระดับราชันมหาราช  เขาเพียงคนเดียว กลับไม่สามารถสังหารมันได้   แม้จะสงสัยแต่เขาก็เก็บเอาไว้ในใจ นั่งเฝ้าดู หลี่เฉิน ขายของอย่างใจเย็น

 

ด้วยพลังปราณที่แผ่ออกมาจากผลึกวิญญาณระดับมหาราช ในระยะทางโดยรอบรัศมี 4 กิโลเมตร เจ้าสำนักและผู้นำตระกูลรวมถึงเหล่าผู้อาวุโสที่มีลมปราณไม่ต่ำกว่าระดับจักรพรรดิต่างก็สัมผัส รู้สึก ถึงมันได้ทันที

 

“ฟู่ววว......ฟู่วว...” เสียงสายลมที่พัดผ่านเข้ามาหาหลี่เฉิน พัดมาเป็นระลอก ๆ 

 

และแล้ว เบื้องหน้าของ หลี่เฉิน ตอนนี้ก็มีจอมยุทธที่มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ  ของเมืองนี้ มายืนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งหมด 6 คน แต่ละคนล้วนบรรลุขั้น จักรพรรดิ ทั้งสิ้น แต่กระนั้นพวกมันล้วนไม่กล้าทำอะไรนอกเหนือไปจากยืนจ้องมอง หนุ่มน้อย ที่นั่งอยู่เบื้องหน้าพวกมัน โดยที่มีก้อนผลึกวิญญาณ ระดับมหาราช จำนวน 3 ก้อนวางอยู่ ด้วยประสบการณ์ของพวกมัน ย่อมรู้ดีว่า หนุ่มน้อยเบื้องหน้านี้ ย่อมไม่ใช่ชนชั้นสามัญทั่วไปเป็นแน่ แม้ว่าพวกมันนั้นจะไม่สามารถสัมผัสถึงพลังปราณในตัวของหลี่เฉินได้ก็ตาม  หากลงมือแย่งชิงผลึกวิญญาณ ผลลัพธ์อาจจะเลวร้าย เกินกว่าที่คาดคิด

 

“จอมยุทธน้อย ข้าคือ  เซียวผิง เป็นผู้นำตระกูลเซียวคนปัจจุบันใคร่อยากขอซื้อผลึกวิญญาณ เจ้าบอกราคามาได้เลย”

 

“ข้าก็ต้องการซื้อเช่นกัน ข้าสู้ราคาไม่ถอย” เป็นเสียงคู่ปรับของ เซียวผิง ที่เมืองแห่งนี้ต่างก็รู้ดี เขาก็คือ  หม่าซ่งฉู๋  เจ้าสำนักกระบี่วายุ นั่นเอง


จากนั้น ก็เป็นการกล่าวทับถมกันของเหล่าคนทั้งหกกันให้วุ่น จนหลี่เฉิน ยกมือขึ้นมาห้ามปรามใว้ ทั้ง 6 คนจึงได้เงียบเสียงลง และต่างคนก็จ้องมองไปทางหลี่เฉินอย่างใจจดใจจ่อ



..................................................................


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 329 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

324 ความคิดเห็น

  1. #221 darkmomoka (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 09:20
    สู้ๆ เขียนดีแล้ว เรารออ่านอยู่นะ
    #221
    0
  2. #218 นักอ่านนิยายจีน (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 18:29

    ขอบคุณค่ะ

    #218
    1
    • #218-1 sawatphangam(จากตอนที่ 30)
      2 พฤษภาคม 2561 / 08:16
      ขอบคุณที่ติดตามครับ
      #218-1
  3. #217 Bank2986 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 17:49
    ขอบคุณมากครับผม สนุกมากครับ
    #217
    1
    • #217-1 sawatphangam(จากตอนที่ 30)
      2 พฤษภาคม 2561 / 08:16
      ขอบคุณที่ติดตามครับ
      #217-1
  4. #216 Kate มี่ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 17:04
    เหยียนฉี ไม่ต้องมีวรรณยุกต์ข้างบนค่ะ
    #216
    1
    • #216-1 sawatphangam(จากตอนที่ 30)
      2 พฤษภาคม 2561 / 08:16
      ขอบคุณครับ
      #216-1
  5. #215 joelamtan (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 15:53
    ขอบคุณครับ ค้าง
    #215
    1
    • #215-1 sawatphangam(จากตอนที่ 30)
      2 พฤษภาคม 2561 / 08:16
      ขอบคุณครับ
      #215-1