คัมภีร์เทวะ

ตอนที่ 28 : ตอนที่ 27 สังหารโหดเหี้ยม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,667
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 236 ครั้ง
    23 พ.ย. 60

ตอนที่ 27  สังหารโหดเหี้ยม

....

....

หว๋างลู่ และ จางตี้ฟ่ง ใช้ออกเพลงกระบี่ที่เป็นกระบวนขั้นสูงสุดในคราแรกทันทีเพื่อหวังจะสังหาร หลี่เฉิน ให้ได้โดยเร็ว เพราะพวกมันคาดเดาว่าศัตรูเบื้องหน้านั้นต้องเป็นตัวตนระดับราชันขั้นสูงสุดอย่างแน่นอน ฉับพลันทั่วร่างของพวกมันเรืองแสงสีแดงกับสีเขียวและคงสภาพอยู่สักพัก แล้วจึงกระจายออกด้วยความเร็วแสง เงาร่างของทั้งสองหายไปกับแสงจร้าทันที........ ,

 

ชิ้งงงงงง ,

 

“อะ...อะไรกัน”  หว๋างลู่และจางตี้ฟ่งแทบจะอุทานเสียงออกมาพร้อมกัน ดวงตาพวกมันเบิกกว้าง แสดงถึงความหวาดกลัวสุดขีดขึ้นมาทันที เนื่องจากท่าไม้ตายของพวกมันนั้น ถูกหลี่เฉินใช้เพียงมือเปล่า ๆ  คีบจับกระบี่เอาไว้ได้

 

“เป็นไปไม่ได้”  หว๋างลู่ กระโดดถอยฉากออกไปถึงสิบช่วงตัวเพื่อตั้งหลัก หลี่เฉินไม่ได้ดึงรั้งดาบเอาไว้ ส่วนจางตี้ฟ่ง เขาคิดจะหลบหนีออกห่างเช่นเดียวกันแต่ก็คิดช้ากว่าหว๋วงลู่ จึงโดนพลังปราณของหลี่เฉินส่งผ่านตัวกระบี่ อัดกระแทกใส่ จนร่างกระเด็นพุ่งตกลงไปยังพื้นดินด้านล่างด้วยความเร็วอย่างมาก

 

ฟู่ววว..... บึม  บึม บึม แรงปะทะส่งผลให้เกิดการระเบิดของพื้นดินกลายเป็นหลุมเป็นบ่อขนาดกว้างเกือบสิบเมตร จางตี้ฟ่งตกตายในทันที ตามร่างกายมีรอยปลิแตกของกล้ามเนื้อทุกสัดส่วน อวัยวะภายในฉีกขาดไม่เหลือชิ้นดี มีคราบเลือดที่กระอักออกมาที่มุมปากสองสามทีก่อนจะแน่นิ่งไปในที่สุด

 

หลี่เฉินหันมองมายัง หว๋างลู่ ด้วยสายตาเรียบนิ่ง ที่บัดนี้กำลังช๊อคกับเหตุการณ์ตรงหน้า มันไม่คิดเลยว่า จางตี้ฟ่ง ที่มีระดับการฝึกฝนขั้นมหาราชอีกทั้งพลังลมปราณยังอยู่ในขั้นสูงสุด ซึ่งมันเพียงแค่รอเวลาทะลวงขึ้นสู่ระดับราชัน แต่เพียงกระบวนท่าเดียวของ หลี่เฉิน กลับตกตายในทันที

 

 “ไม่เข้ามาฆ่าข้าแล้วเหรอ” หลี่เฉินเห็นว่าหว๋างลู่นิ่งเงียบไปนานจึงเอ่ยเรียกสติของมัน

 

“....” หว๋างลู่

 

หว๋างลู่ ในตอนนี้นั้น จิตวิญญาณของมันได้ถูกทำลายเสียหายไปเรียบร้อยแล้ว วินาทีนี้นั้น มันคิดหาวิธีจะหลบดีให้พ้นจากเงื้อมือของหลี่เฉินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

 

เมื่อเห็นว่าไม่มีวี่แววจะเข้ามาสู้ต่อ หลี่เฉิน ก็ไม่คิดจะเสียเวลาอีกต่อไป “นึกว่าจะช่วยให้ข้าได้ยืดเส้นยืดสายมากกว่านี้เสียอีก เห็นว่าเป็นถึงตัวตนระดับราชัน แต่กลับทำให้ข้าผิดหวังยิ่งนัก เช่นนั้นเจ้าก็....รับความตายไปซะ”

 

พรึบบ.., “อ๊ะ..” หว๋างลู่ตาเบิกกว้างที่หลี่เฉินหายไปจากครรลองสายตาของพวกมันเพียงแค่กระพริบตา

 

“ฮึ”....เสียงของหลี่เฉินที่พ่นออกมาอย่างรังเกียจดังแว่วข้าง ๆ  ใบหูของ หว๋างลู่ หัวใจของมันหล่นวูบฉับพลัน    รีบแร่งลมปราณเพื่อจะพุ่งทะยานกายหนีห่างออกไปพร้อมกับจะหันใบหน้าไปตามเสียง แต่กลับเหมือนมีสายลมพัดผ่านใบหน้า จนรู้สึกเย็นสบาย แต่หลังจากนั้น ร่างของมันรวมทั้งสัตว์อสูรต่างก็มีแผลเปิดอย่างกว้างเต็มลำตัว เลือดสีแดงพุ่งออกอย่างมากมาย

 

“ตอนไหนกัน !” จบคำของหว๋างลู่ก็สิ้นลมหายใจทันที พร้อมกับร่างกายร่วงหล่นลงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว โดยที่ตอนนี้ หลี่เฉินกลับลงมายืน ณ จุดเดิมในลานบ้านเรียบร้อยแล้ว มันยกฝ่ามือขวากางขึ้นไปบนอากาศทิศทางที่ร่างกายของ หว๋างลู่กับสัตว์อสูรของมันกำลังร่วงหล่น จากนั้นก็สะบัดฝ่ามือไปมาเล็กน้อย ร่างที่กำลังร่วงหล่นก็ค่อย ๆ  สลายหายไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นขี้เถ้าปลิวไปตามลมและจางหายไป

 

“พวกเบื่อโลก...”  หลี่เฉิน บ่นพึมพำเบาๆ ก่อนจะยืนหลับตาลง แล้วก็กล่าวลอย ๆ  ออกไป “พวกท่านไม่ต้องแอบหรอก มีอะไรก็ออกมาคุยได้”

 

“ฮ่า ๆ   ๆ” หลีฟุ เดินออกมาจากประตูห้องแล้วหัวเราะแบบแห้ง ๆ พร้อมกับ อี้หลิน ก็เดินออกมาหาหลี่เฉินเช่นกัน พวกเขาทั้งสองรู้สึกตัวตอนที่ จางตี้ฟ่ง นั้นร่วงหล่นกระทบพื้นจนเกิดแรงระเบิดเสียงดัง พอออกมาดูก็เห็นว่าหลี่เฉินนั้นสังหารใครบางคนด้วยความรวดเร็วจนมองไม่ทัน จู่ๆ ก็มาปรากฏตัวที่ลานในบ้าน แล้วก็เผาศพของศัตรูทิ้งกลางอากาศอย่างโหดเหี้ยม ทั้งสองจึงรู้สึกกลัวหลี่เฉินเป็นอย่างมากในตอนนั้น แต่เพียงแค่เขาหลับตาลง บรรยากาศที่น่ากลัวก็หายไปทันที

 

“มีอะไรก็ว่ามา” หลี่เฉินถามหลีฟุทันทีอย่างไม่อ้อมค้อม

 

“หลี่เฉิน พวกนั้นเป็นใครกันเหรอ แล้วทำไมถึงได้ติดตามพวกเรามาได้”

 

“คนของสำนักเทียมฟ้า พวกมันรู้ตัวตนของ อี้หลิน แล้วล่ะ”

 

“ว่าไงนะ...” หลีฟุ อุทานอย่างตกใจ

 

“พี่หลี่เฉิน เป็นความจริงเหรือค่ะ” อี้หลินเองก็ตกใจไม่แพ้กันกับหลีฟุ

 

“อืมมม.....”

 

“ยังดีที่พวกมันโดนเจ้าเก็บไปแล้ว ไม่งั้นพวกเราคงได้ย้ายหนีอีกเป็นแน่” หลีฟุกล่าวอย่างโล่งใจบ้างเล็กน้อย

 

“ก็ไม่แน่นักหรอกนะท่านอาวุโส ตัวตนระดับราชันอย่างพวกมัน หากตกตายไป ทางสำนักคงจะรู้ในไม่ช้า”

 

“ว่ายังไงนะ พวกมันมีระดับฝึกฝนขั้นราชันอย่างนั้นรึ”  เมื่อได้ยินคำว่าราชัน หลีฟุ ก็ตกตลึงทันที มันขมวดคิ้วมองไปที่หลี่เฉินด้วยความสงสัยถึงระดับการฝึกฝนของมัน แต่หลี่เฉินก็ยังกล่าวต่อไปอีกโดยไม่สนใจอาการของหลีฟุ

 

 “สำนักเทียมฟ้าคงจะส่งคนเข้ามาหาข่าวการตายของพวกมันอย่างแน่นอน แต่อย่างน้อยมันก็ยังไม่รู้ที่อยู่ของพวกเราในเร็ววันนี้หรอก  แต่ถึงอย่างไร พวกท่านคงต้องรีบฝึกฝนให้แข็งแกร่งกว่านี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อประกันความอยู่รอด”

 

“อืมมม   ข้าเข้าใจ แต่ยังไงเงินที่ข้ามีก็เหลือน้อยมาก หากจะให้เอาแต่ฝึกฝนอย่างเดียวคงจะลำบากแน่หากไม่มีเงินซื้อหาของกิน”

 

“เรื่องนั้น ให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง”

 

“เจ้าเหรอ..” หลีฟุถามด้วยความสงสัยว่า ด้วยวัยเด็กอย่างหลี่เฉินนั้นจะสามารถหาเงินมาได้อย่างไร แต่ก็คิดอะไรบางอย่างออก

“อย่าบอกนะว่าเจ้าจะออกไปล่าสัตว์อสูรเพื่อเอา ผลึกวิญญาณ ของมันมาขาย ในมณฑลฉงชิ่งนี้ มีสัตว์อสูรระดับต่ำ ๆ  ทั้งนั้นแล้วผลึกวิญญาณระดับต่ำจะขายได้ราคาเท่าไหร่กัน”

 

“เปล่าหรอก ข้าจะเอาของที่มีอยู่ออกมาขายต่างหากล่ะ”

 

“หืออ...เจ้ามีขนาดจะเอาไปขายเลยรึ ไม่เก็บเอาไว้ใช้ฝึกฝนเอง น่าจะดีกว่า” หลีฟุนั้นคิดว่าหลี่เฉินเป็นคนมีฝีมือก็จริงแต่ก็ไม่น่าจะมี ผลึกวิญญาณ ที่ระดับสูงและมากมาย จนพอจะขายได้ราคาดีเท่าไหร่ เพราะตัวมันเอง ก็ซื้อหามาสะสมไว้ รวมกับที่ได้จากการล่าสังหารสัตว์อสูรด้วยแล้ว ก็มีไม่น่าจะเกิน 20 ก้อน แถมผลึกระดับสูงสุดที่มันมีก็เป็นเพียงแค่ระดับ ผลึกวิญญาณปราณกษัตริย์ เท่านั้น

 

‘…กร๊อก ๆ ๆ ๆ ๆ ..เสียงผลึกวิญญาณที่หลี่เฉินเทออกมาจากกระเป๋าจำนวน  7 ก้อน กลิ้งตกลงพื้น อย่างไม่ใยดีจาก ทำให้หลีฟุกับอี้หลินนั้นเบิกตากว้างทันทีที่สัมผัสพลังปราณมหาราชจากผลึกวิญญาณทั้ง 7 ก้อนนี้

 

“...” หลีฟุ, อี้หลิน

 

สัตว์อสูรที่มีระดับปราณมหาราชนั้น ในทวีปเทวะสวรรค์นั้นมีอยู่แต่ในป่าอสูรบรรพกาลเท่านั้น และหากจะสังหารมันเพื่อเอาผลึกวิญญาณก็คงต้องใช้คนที่บรรลุพลังปราณระดับมหาราชอย่างน้อย 4-6 คนรุมล้อมมันจึงจะสามารถล้มมันได้ หากเป็นตัวตนระดับราชัน เพียงคนเดียวก็ล้มได้เช่นกันแต่ก็ต้องออกแรงเหนื่อยไม่ใช่น้อย

 

ด้วยเหตุที่ผลึกวิญญาณระดับมหาราชนั้นพบเห็นได้ยากมาก ราคาในท้องตลาดจึงมีราคาสูงถึง หลายพันเหรียญทอง แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีเฉพาะในสำนักใหญ่ ๆ  เท่านั้น หรือไม่ก็ แดนศักดิ์ เพราะมีความสามารถในการสังหารสัตว์อสูรระดับมหาราชได้ และส่วนใหญ่จะใช้สำหรับให้คนในสำนักตัวเองฝึกฝน มีส่วนน้อยมากที่หลุดออกมาในตลาด

 

แต่ในตอนนี้หลี่เฉินนั้นมีครอบครองไว้ถึง 7 ก้อน แถมมันเองกลับไม่ได้ใยดีอะไรกับผลึกพวกนี้ด้วยซ้ำ ทำให้ทั้งหลีฟุและอี้หลินพูดไม่ออก

 

“หลี่เฉิน เจ้าเข้าป่าอสูรบรรพกาลมาเหรอถึงได้มีเยอะแบบนี้ หรือเจ้าไปขโมยเขามา” หลีฟุนั้นคาดเดาว่า หลี่เฉิน คงจะเข้าป่าอสูรบรรพกาลแล้วสังหารสัตว์อสูรระดับมหาราชแล้วเก็บผลึกวิญญาณมาเอง อีกทางก็คงขโมยมา หากจะให้ซื้อมา มันคงไม่เงินมากพอจะซื้อหาได้อย่างแน่นอน

 

“ใช่แล้วล่ะ  ข้าเข้าป่าอสูรบรรพกาลมา แต่ข้าเข้าไปถึงส่วนในสุดแล้วนะทำไมถึงมีสัตว์อสูรแค่ระดับมหาราชเอง”

 

“เฮออ...เจ้าคงไม่รู้สินะว่า ป่าอสูรบรรพกาลนั้นเป็นเพียงเศษหนึ่งในสามส่วนของเทือกเขาอสูรบรรพกาล”

 

“...”  หลี่เฉิน

 

“หากเจ้าอยากเจอสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิขึ้นไป เจ้าจะต้องข้ามไปอีกฟากของแนวเทือกเขาด้านในสุด ซึ่งด้านหลังเทือกเขาแห่งนั้น ยังไม่มีใครสามารถข้ามไปได้แม้แต่คนเดียว กระทั่งแดนศักดิ์ทั้งสาม ก็เพียงเข้าไปลึกสุดเพียงแค่เขตในเช่นเดียวกับเจ้าเท่านั้น”

 

“อ๋อ...อย่างนี้นี่เอง”  หลี่เฉิน กล่าวตอบพลางครุ่นคิดในใจ โดยที่มีหลีฟุกับอี้หลินเหลือบมองอยู่ด้วยอาการไม่สู้ดีนัก เพราะทั้งสองคิดเหมือนกันว่า หลี่เฉิน คงคิดจะเข้าไปสำรวจเทือกเขาอสูรบรรพกาลย่างแน่นอน และก็จริงอย่างที่พวกเขาคิด

 

“ไว้มีโอกาส ข้าจะลองเข้าไปสำรวจดูละกัน” หลี่เฉินกล่าว

 

“เฮ้ออ  กะแล้วเชียว”

 

จากนั้นทั้งสามก็พูดคุยกันถึงการฝึกฝนและการนำเอาผลึกวิญญาณไปขายในตลาดพร้อมทั้งการสืบดูราคาและการตั้งราคา ว่าตอนนี้ในยุทธภพนั้นมีความเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด ความต้องการมีมากแค่ไหน จะได้ตั้งราคาขายได้

 

.......

......

 

สำนักเทียมฟ้า

 

...เพล้ง..., เหยียนฉี๋ ที่กำลังดื่มฉลองกับการกลับมาของเจ้าสำนักอย่างสนุกสนาน จู่ ๆ ก็ทำถ้วยชาในมือร่วงหล่นจนแตกกระจายเต็มพื้น ผู้คนในงานต่างก็หันมามองในทันที

 

“ผู้อาวุโสเหยียน..เกิดอะไรขึ้น”  หัวหน้าหน่วยคุ้มกันเอ่ยถาม

 

แต่เหยียนฉี๋กลับไม่ได้ตอบอะไร มันรีบเร่งออกจากงานฉลองอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปยังอาคารที่พักของเจ้าสำนักเทียมฟ้าทันที

 

เหยี๋ยนฉี๋เมื่อมาถึงหน้าประตูห้องพักของ หมิงหย๋า ก็ยกมือทั้งสองขึ้นมาประสานกันเพื่อแสดงการเคารพ แล้วจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเล็กน้อย

 

 “ท่านเจ้าสำนัก ข้าน้อยเหยียนฉี๋ มีเรื่องด่วนจะรายงานให้ท่านเจ้าสำนักรับทราบครับ”

 

 

..แซก..แซก..แซก..หมิงหย๋า พลิ้วกายออกมาจากห้อง ยืนปรากฏตัวทางด้านหลังของ เหยียนฉี๋ ในทันที ซึ่งเหยี๋ยนฉีนั้นมองเห็นเพียงภาพคล้ายเงาจาง ๆ  เลื้อยพุ่งออกมาจากห้องอย่างรวดเร็วแล้วก็หายไปจากสายตา

 

“ท่านอาวุโสเหยียน มีเรื่องด่วนอันใด”

 

เหยียนฉี๋ หันตัวกลับมาพร้อมกับกล่าวรายงานด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เรียนท่านเจ้าสำนัก หัวหน้าหว๋างลู่กับลูกน้องคนสนิท ที่ข้าส่งออกไปหาข่าวเรื่องสำคัญ บัดนี้ตราประทับดวงจิตทั้งสองได้หายไปแล้วครับ”

 

“ตราประทับดวงจิตหาย...!” , “ท่านส่งไปยังที่ใด”

 

“เรียนท่านประมุข มณฑลฉงชิ่ง ครับ”

 

“มณฑลฉงชิ่ง!?....ฮึ แดนศักดิ์สิทธิ์หงเหินเหรอ....” หมิงหย๋า คาดการณ์ว่าต้องเป็นแดนศักดิ์อย่างแน่นอนที่สังหารคนของมันที่มีการฝึกฝนระดับราชันได้ ซึ่งเหยียนฉี๋เองก็คิดแบบนั้น

 

“อาวุโสเหยียน...รับนี่ไป” หมิงหย๋า โยนป้ายเหล็กแปดเหลี่ยมที่มีขนาดพอดีกับฝ่ามือให้กับเหยียนฉี๋ เขารีบยื่นมือออกไปคว้ารับมาไว้อย่างรวดเร็ว

 

“นี่มัน...” เหยียนฉี๋ อุทานออกมาทันทีที่ได้เห็นสัญญาลักษณ์บนป้ายเหล็กแปดเหลี่ยม

 

“อาวุโสเหยียน..ป้ายนั่นข้าให้ท่านใช้ได้จนกว่าจะสืบหาคนที่ฆ่าคนของเราพบ แต่มีข้อแม้ว่า ต้องไม่เกินสามเดือน”

 

“รับบัญชาท่านเจ้าสำนัก” เหยียนฉี๋กล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจอย่างยิ่ง จากนั้น หมิงหย๋า ก็หายกลับเข้าไปในห้องพักของตน เมื่อเห็นว่าเจ้าสำนักกลับเข้าห้อง เหยียนฉี๋ ก็รีบแร่งมุ่งหน้าไปยังตำหนักแดงของสำนักเทียมฟ้าทันที

 

....................

 

จบตอน



.........

1. คำผิดน่าจะมีเยอะ ขออภัยด้วยนะครับ (ไม่ได้ ตรวจ/ทาน)

2. ผมเพิ่มความยาวของตอนให้แล้ว ถ้ารู้สึกยังสั้นเกินไป ก็แนะนำได้ครับ จะได้เพิ่มให้

3. อยากได้มุมมองเพิ่มเติมในเรื่องที่ผมแต่งครับ ใครมีมุมมองแบบไหน แนะนำได้ ยิ่งแบ่งเป็นข้อ ๆ ได้ยิ่งดี ผมจะได้อ่านและนำมาพิจารณาปรับปรุงให้ดีขึ้นเพิ่มเติม เพื่ออรรถรสในการอ่านของทุกคนครับ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 236 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

324 ความคิดเห็น

  1. #315 Montree Accoban (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:14
    ไรท์ครับ คำว่าเหยียนฉี ไม่ต้องไม้จัตวานะครับ
    #315
    0
  2. #205 THANAWAT-YUN (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 09:45
    อย่าให้พระเอก ปะทะกับเจ้าสำนักมารฟ้าอิอิ วุกมากครับ
    #205
    0
  3. #203 maizaajr (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:19
    อยากให้แต่ละตอนยาวขึ้นอีกนิดครับ มันสั้นเกินไป
    #203
    0
  4. #201 DemiGod Immortals (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 00:13
    อยากให้ชี้แจงเรื่องระดับลมปรานหน่อยนะคับ
    #201
    1
    • #201-1 Muquinyu(จากตอนที่ 28)
      27 มกราคม 2561 / 02:04
      เราไม่ยอมเอาอีกๆ
      #201-1
  5. #200 Framza2015 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 00:45
    ชอบๆครับ พระเอกเก่งดี
    #200
    0
  6. #199 สายมุก (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 12:32
    ยิ่งอ่านยิ่งลุ้น ขอบคุณ
    #199
    0
  7. #196 นักอ่านเงาคนหนึ่ง (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 20:03
    ขอบคุณครับ ผมว่าตอนยาวประมาณนี้กำลังพอดีเลยครับ
    #196
    0