คัมภีร์เทวะ

ตอนที่ 18 : ข้าไม่เกรงกลัวสำนักหงเหินของเจ้าหรอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 310 ครั้ง
    19 ก.ค. 60

....

....

เหนือลานประลองยุทธสูงขึ้นไปหลายกิโลเมตร จนมิอาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ตัวตนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปเทวะสวรรค์ระดับราชันสองคน ที่กำลังจ้องมองเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่จู่ ๆ  ก็โผล่มาปรากฎยังเบื้องหลังของพวกมันโดยที่ไม่ทันได้รู้ตัว ด้วยอาการตกตลึง แต่ด้วยความที่เจนจัดในยุทธภพและประสบการณ์มากมายของพวกมัน อาการตกใจเกิดขึ้นเพียงครู่เดียวเท่านั้น ก็กลับมาเป็นปกติดั่งเดิม


"ฮ่า ๆ ๆ  นับว่าเป็นจอมยุทธรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นจริงๆ   สามารถรับรู้ถึงการคงอยู่ของพวกเราได้ ข้ามีนามว่า ฉี๋หยางกวาง ส่วนท่านนี้มีนามว่า ยี่ไป่หลง " 

"ฮึ ! ถึงแม้จะมีวรยุทธสูงจนโดดเด่นกว่าคนอื่น แต่มันก็ยังเป็นเพียงเด็กน้อย เท่านั้น ท่านฉี๋ไม่จำเป็นต้องไปสนใจมันเลยนี่"  ยี่ไป๋หลง รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่มีเด็กรุ่นหลังสามารถบรรลุการฝึกฝนถึงขั้นราชันด้วยวัยเพียงไม่เกินยี่ปี ซึ่งจากมันที่ต้องใช้เวลาถึงอายุหกสิบปีกว่าจะสามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดนี้ได้

"โอ้ววว !  ท่านอาวุโสยี่คงจะไม่พอใจที่จู่ ๆ  ผู้เยาว์ถือวิสาสะเข้ามาทักทาย แสดงว่า พวกท่านคงจะเป็นตัวตนอันสูงส่งของสำนักใดสำนักหนึ่งเป็นแน่แท้"


"ฮ่า ๆ  ๆ  ..... ไหวพริบดี ๆ "   ฉี๋หยางกวาง กล่าวชม หลี่เฉิน

"เด็กน้อย เจ้ามาหาพวกเรามีธุระอันใด"  ยี่ไป่หลง กล่าวถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

"เอ๋ !  ... น่าจะเป็นฝ่ายท่านที่จะต้องบอกผู้เยาว์ว่ามาสถานที่แห่งนี้เพื่อจุดประสงค์ใด"  หลี่เฉิน กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ตอนกล่าวจบประโยคเขาก็หลี่ตามองไปยัง ยี่ไป่หลง ทันที่ที่สบตาของ หลี่เฉิน ยี่ไป๋หลง ตกใจเล็กน้อยกับแววตาที่ดุดัน  ส่วนทางด้าน ฉี๋หยางกวาง นั้นเพียงแค่นิ่งดูทั้งสองคนอย่างเงียบ ๆ เท่านั้น


"ฮึ เด็กอย่างเจ้าหากไม่โดนสั่งสอน คงจะไม่สำนึก"   ยี่ไป่หลง พูดพร้อมกับเตรียมตัวจะสั่งสอน หลี่เฉิน แต่ก็ถูกห้ามโดย ฉี๋หยางกวาง

"ท่านยี่ ที่นี่ไม่สดวกจะใช้กำลัง"  เมื่อถูกเตือนเขาจึงนึกได้ว่าหากต่อสู้ตรงนี้ พวกชาวยุทธจะต้องรู้การคงอยู่ของพวกเขาแน่นอน เขาจึงได้เปลี่ยนท่าทีอ่อนลงเล็กน้อย

"เชอะ หากไม่โดนห้ามไว้ เจ้าได้ตายสมใจอยากแน่"

"ฮิ ฮิ ฮี่  ...ท่านเล่นตลกอันใด"  หลี่เฉิน เอามือขึ้นมาปิดปากหัวเราะเบา ๆ   พร้อมกล่าว 

"ท่านอาวุโสยี่ ท่านคิดว่าจะสามารถสังหารผู้เยาว์ได้รึ ท่านเองเพิ่งบรรลุขึ้นพลังปราณระดับราชัน ฉะนั้นท่านเองก็ยังไม่สามารถควบคุมพลังได้สมบูรณ์ ผู้เยาว์กล่าวถูกต้องหรือไม่"

"เจ้า"  ยี่ไป่หลง ตกตลึงที่หลี่เฉินกล่าวมานั้น ไม่มีผิดไปแม้แต่น้อย

"หึ ๆ ๆ  ถึงแม้ข้าจะยังไม่สามารถควบคุมพลังได้สมบูรณ์แต่ก็เพียงพอจะบดขยี้เด็กอย่างเจ้าได้ไม่ยากเย็นนัก เจ้าเองก็คงจะเพิ่งบรรลุขั้นราชันเฉกเช่นเดียวกันกับข้า ข้าพูดถูกใช่หรือไม่"


"ฮ่า ๆ   ก็ไม่เชิงหรอก แต่ก็ถือว่าถูกครึ่งหนึ่งละนะ"

"หือ  ถูกครึ่งหนึ่งรึ เฮอะ มีลูกเล่นเยอะจริงนะเด็กน้อย"

"ก็แล้วแต่ท่านจะคิด"


"หาที่ตาย...."   ยี่ไป่หลง ไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป เขาเร่งเร้าเค้นพลังปราณระดับราชันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว 

บูมมมมม.... 

ฟู่ววววว.....

การระเบิดพลังระดับราชัน ก่อให้เกิดคลื่นพลังระเบิดออกมาอย่างมหาศาล คลื่นพลังแผ่กระจายออกไปในรัศมีลงมาจนถึงลานประลงด้านล่าง เหล่าก้อนเมฆที่บดบังคนทั้งสามไว้พลันก็เปิดออกโล่ง ทำให้ชาวยุทธที่อยู่เบื้องล่างที่บัดนี้ต่างก็ทรุดตัวลงกับพื้นเนื่องจากได้รับผลกระทบจากพลังของ ยี่ไป่หลง ที่ปลดปล่อยออกมา

"ตายยยย"


ยี่ไป่หลง พุ่งเข้าหาหลี่เฉินด้วยพลังถึงเจ็ดส่วน เนื่องเพราะมันเองไม่ได้ประมาทหลี่เฉินแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าคำพูดเขาจะดูถูก แต่ส่วนลึกเขาเองก็รู้ดีว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้าตนนั้นมีฝีมือไม่ด้อยกว่าเขาเลย

ฟุบบ  ฟุบ  

ตูมม  ตูมม

ยี่ไป่หลงชักกระบี่ออกมาอย่างรวดเร็วขณะทยานเข้าใส่หลี่เฉิน เขาฟาดฟันกระบี่สองครั้ง เกิดประกายปราณกระบี่เฉือนตัดเป็นรูปกากะบาทพุ่งไปยังหลี่เฉินอย่างรวดเร็ว แต่หลี่เฉินไม่ได้แสดงสีหน้าหวาดกลัวไม่ หากแต่กลับสงบนิ่ง เขายกฝ่ามือซ้ายขึ้นมาปัดปราณกระบี่ของยี่ไป่หลงทิ้งด้วยมือเปล่าอย่างสบาย การปะทะกันของฝ่ามือกับปราณกระบี่ส่งผลให้เกิดการระเบิดของพลังงานทั้งสองดังอื้ออึงไปทั่วท้องฟ้า

"อะไรกัน"   ยี่ไป่หลงตกใจสุดขีด เมื่อเห็นท่าทางของหลี่เฉิน แต่ก็ไม่ทันที่จะได้ยั้งตัว ภาพหลี่เฉินที่อยู่เบื้องหน้าก็หายวับไปพริบตา


ปั๊ก !!

"อ๊ากกกกก"


ยี่ไป่หลงโดนหลี่เฉินฝาดสันมือซ้ายตรงกลางหลัง ทำให้ตัวมันต้องกระอักเลือดออกมาคำโตและร่วงลงสู่พื้นทันทีอย่างรวดเร็ว  ลมปราณภายในปั่นป่วนไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป  


บูมมมมม

เสียงกระทบกันของร่างระดับราชันกับพื้นสนามประลองยุทธที่บัดนี้ว่างเปล่าไร้คู่ประลอง เนื่องจากเหล่าศิษย์รุ่นเยาว์หลายคนทนกับแรงกดดันพลังระดับราชันไม่ไหว เหล่าเจ้าสำนักพวกมันจึงฝืนกายไปพวกพวกมันหลบออกจากเวที ก่อนหน้านี้แล้ว


"อั๊ก"

ยี่ไป่หลงยังพอมีสติอยู่บ้าง ทันทีที่ร่างกระทบลานเวทีมันพยายามจะลุกขึ้นแต่ขณะนั้นเอง

ฟุบบ !!

ตุบ

หลี่เฉินปรากฎกายข้างตัวของมันพร้อมกับยกฝ่าเท้าขวาเหยีบหน้าอกของมันไว้ ตัวมันพลันเบิกตากว้างทันทีที่เมื่อมองไปยังดวงตาที่เรียวแหลมบาดลึกถึงหัวใจของมัน

"เมื่อกี้ท่านมีเจตนาจะสังหารข้า ดังนั้นท่านก็จงรับชะตากรรมของตัวเองซะ"


หลี่เฉินยกมือขวาขึ้นมาแล้วโคจรลมปราณส่งมายังฝ่ามือบีบอันจนเกิดปราณกระบี่ยาวหนึ่งเมตร

"ช้าก่อน จอมยุทธน้อย"   เป็นฉี๋หยางกวงที่เข้ามาห้ามปรามไว้ ทีแรกมันคิดว่า ยี่ไป่หลง คงจะสามารถจัดการได้ด้วยตัวคนเดียว จึงไม่ได้เข้ามายื่นมือช่วยเหลือ แต่พอเห็นการเคลื่อนไหวของหลี่เฉินและพลังภายในอันล้ำลึกของหลี่เฉิน ตัวมันก็สั่นเทาด้วยความหวาดกลัวขึ้นมาทันที แม้มันคิดจะเข้าไปช่วยเหลือ แต่ก็คงไร้ประโยชน์อันใด

"จอมยุทธหลี่ โปรดยั้งมือด้วย ข้าฉี๋หยางกวงขออภัยแทนยี่ไป่หลงที่ล่วงเกินท่านไปก่อนหน้านี้"  

มันเปลี่ยนคำเรียกขานจากเจ้าเป็น ท่าน อย่างไม่รู้ตัว หลี่เฉิน เองเมื่อได้ยินดังนั้นก็ยังไม่ได้สลายปราณกระบี่แต่อย่างใด กลับถามไปยังฉี๋หยางกวงแทน

"ทำไมข้าจะต้องทำตามคำขอของเจ้าด้วยละ"

"อ๊ะ !! "
"ท่านจอมยุทะ ข้าฉี๋หยางกวงตำแหน่งรองหัวหน้าฝ่ายซ้ายสำนักหงเหิน ขอร้องท่านโปรดไว้ชีวิตแก่ยี่ไป่หลงด้วย"


ทันที่ที่คำพูดของมันดังออกมาจากปาก เหล่าชาวยุทธต่างก็ฮือฮากันทั่วทั้งสนามการประลอง เมื่อได้ยินชื่อของสำนักหงเหิน แต่กระนั้น เจ้าเด็กน้อยคนนี้เล่ามันเป็นใคร ทำไมถึงกล้าลงมือกับคนสำนักหงเหินอย่างหนักมือเช่นนี้  หลายคนต่างก็สับสนมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


"เอ๋...น่าสนใจ น่าสนใจ"

หลี่เฉิน สลายปราณกระบี่ลงก่อนจะยกเท้าออกแล้วถอยหลังมาสองเก้า ยืนเอามือไพร่หลังจ้องมองไปยังฉี๋หยางกวง

"ข้าจะปล่อยก็ได้ เห็นแก่ท่านที่เป็นผู้อาวุโสของสำนักหงเหิน แต่อย่าคิดว่าที่ข้าปล่อยนั้นเพราะว่าข้าเกรงกลัวสำนักของเจ้าไม่"

อ่าาาาาาา


เหล่าชาวยุทธอ้าปากอุทานกันอย่างตกใจเมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เฉิน พวกมันต่างก็คิดว่าเจ้าเด็กนี่ รนหาที่ตายโดยแท้ เพราะถึงแม้จะสามารถต่อกรกับคนหรือคนของสำนักหงเหินได้ แต่ก็มิใช่ว่าจะต่อต้านขุมกำลังของสำนักหงเหินได้ พวกมันรู้ดีถึงสิ่งนี้จึงไม่มีใครอยากมีเรื่องกับสำนักแห่งนี้

หลี่เฉินไม่สนใจคนรอบข้าง เข้าเดินไปทางสำนักเทพกระบี่ แล้วก็กล่าวถาม เฟยหยาง ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

"ท่านเจ้าสำนัก ท่านจะกลับสำนักตอนนี้เลยหรือไม่"


"อะ   อ่อ  กลับ ๆ "  เฟยหยาง ตอบกลับด้วยอาการสับสนไม่น้อยกับท่าทีของหลี่เฉิน

"งั้นข้าจะรอท่านที่ประตูนอกเมือง ข้าขอตัว"

หลี่เฉินทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็วจนเมื่อหายไปจากสายตาของชาวยุทธ ทุกคนจึงได้สติกลับคืนมา ส่วนฉี๋หยางกวงรีบเข้าพยุงยี่ไป่หลงและก็ทะยานขึ้นท้องฟ้าตามหลังหลี่เฉินไปติด ๆ  แต่ว่าพวกมันกลับไปคนละทางกับหลี่เฉิน ปล่อยให้เหล่าชาวยุทธที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็เล่าลือกันไปต่าง ๆ  นานาถึงจอมยุทธน้อยที่มีเรื่องกับสำนักหงเหิน ว่าเป็นใครมาจากไหน แถมยังรู้จักกับเจ้าสำนักเทพกระบี่อีกด้วย


และหลังจากนั้นการประลองยุทธก็ได้ยุทธติลงโดยอัตโนมัติ หลายคนต่างก็พากันจับกลุ่มพูดคุยกันกับเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้น และมีความคิดเห็นต่างกันออกไป













......

.....

....


เชิงเขาสำนักเทพกระบี่

หลังจากออกจากสำนักราชันกระบี่ หลี่เฉินก็กลับไปที่โรงเตี้ยมและพาอี้หลินกับหลีฟุออกเดินทางมาพร้อมกับคณะของสำนักเทพกระบี่เพื่อส่งให้ถึงสำนัก ดั่งที่เขารับปากกับ เฟยไป๋ เอาไว้ เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างทางกับ เฟยหยาง จะกลายเป็นว่าหลี่เฉินผิดคำพูด เขาจึงต้องเดินทางมาส่งเองให้ถึงที่หมาย อย่างปลอดภัย

"ท่านเจ้าสำนัก ข้ากับน้องสาวของข้าต้องขอแยกทางตรงนี้แล้ว ฝากลาท่านเฟยไป๋ด้วยนะครับ"

"อืมม ! ข้าจะบอกท่านพ่อให้ หวังว่าคงได้พบการอีก"

"แน่นอน ข้าจะแวะมาดื่มชากับท่าน เฟยไป๋ และท่านเจ้าสำนักอย่างแน่นอน"

"ฮ่า ๆ  ๆ  ๆ  งั้นขอให้เดินทางโชคดี"

"ครับ"


หลี่เฉิน หันมาพยักหน้าให้กับอี้หลินและหลีฟุครั้งนึงแล้วเดินออกจากเขตสำนักเทพกระบี่ทันที  ทั้งสามเดินทางลงใต้ของทวีปเทวะสรรค์โดยการเดินเท้า เมื่อเดินมาได้ประมาณครึ่งชั่วยาม ก็นั่งพักใต้ต้นไม่ใหญ๋ริมทาง 

"ท่านหลีฟุ ท่านฝึกวรยุทธให้อี้หลินได้กี่ปีแล้วครับ"

"คุณหนูฝึกวรยุทธมาได้ประมาณห้าปีแล้ว"

"อืม ห้าปีแต่อยู่ในระดับขั้นลมปราณแท้จริง และมีลมปราณเยอะขนาดนี้ ถือว่านางเองก็มีพรสวรรค์อย่างมากเลยนะครับ"

"อืม..."


"ท่านหลีฟุ จากนี้ไปท่านคิดจะทำอะไร ที่ไหน"

"แล้วแต่เจ้าเถอะ ข้า...ยังไงก็ได้อยู่แล้ว"


"ถ้างั้นเราไปเริ่มที่ตอนใต้สุดของทวีปแห่งนี้กัน...เอ่อ ว่าแต่ ท่านพอจะเล่ารายละเอียดให้ข้าฟังได้หรือไม่ เพราะไม่รู้อะไรเลย"

"ฮ่ะ ๆ ๆ ...ได้สิ  ทวีปเทวะสวรรค์แบ่งเป็นสองเมืองหลักคือ เมืองเทวะสวรรค์ซึ่งปกครองเขตตอนใต้ และเมืองลิขิตฟ้าซึ่งปกครองเขตตอนเหนือ  เมืองเทวะสวรรค์มีทั้งหมด  12 มลฑล โดยเมืองเทวะสวรรค์ปกครองหกเขต แบ่งเป็นเขตตอนกลาง สามมลฑล คือ เมืองหลวงแห่งนี้ มลฑลฉงชิ่ง และมลฑลหวางซี  ส่วนตอนใต้จะมี มลฑลจางโจว มลฑลตี้ฮุย และมลฑลฟางไห่"

"อืม..งั้นที่แรกที่เราจะต้องไปก็คือ มลฑลฉงซิ่ง สินะ"


"ถูกต้อง"

"มลฑลฉงซิ่ง มีลักษณะแบบไหนเหรอครับ"


"มลฑลฉงซิ่ง มีชื่อทางด้านการเป็นศูนย์รวมของสินค้าหลายอย่างที่จะส่งเข้ามาขายในเมืองเทวะสวรรค์และส่งต่อไปเมืองลิขิตฟ้า"


"อ่อ...เข้าใจแล้วครับ  แล้วเราต้องเดินเท้ากี่วันจะถึงครับ"

"
"หากเดินอย่างที่เราเดินอยู่นี้ คงใช้เวลาสามเดือนอย่างเร็วที่สุด"


"เอ๋....ไกลขนาดนั้นเชียว อืมมม..แต่น่าสนุกดีแฮะ..ฮ่า ๆ ๆ  น้องอี้หลินกลัวหรือไม่ที่เราจะต้องเดินทางไกลขนาดนี้"

"หนูไม่กลัวหรอกค่ะ ฮิ ฮิ"


"ดีจังเลยนะ เก่งมากเลย งั้นรีบ้ดินทางกันดีกว่า "


หลี่เฉิน พูดคุยด้วยความตื่นเต้นที่จะได้เห็นบานเมืองเขตอืน ๆ  มากมาย แล้วจู่ๆ  หลีฟุ ก็หยุดเดินเอาดื้อ ๆ  สายตาจ้องมองไปที่ หลี่เฉิน ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาที่เขาโดยเฉพาะ หลี่เฉิน สัมผัสมันได้ จึงหยุดเดินแล้วหันกลับมามองสบตากับ หลีฟุ

"หากข้าจะบอกว่า ที่นั่นมันน่ากลัวเกินกว่าเจ้าคาดคิดไว้มากมายนัก เจ้า....ยังต้องการจะไปอีกไหม"

"เอ๋....มีอะไรอยู่ที่นั่นเหรอ"


"มลฑลฉงซิ่ง เป็นอนาเขตของ สำนักหงเหิน ที่กำลังตามล่าพวกเราอยู่  ส่วนลงไปใต้สุดคือมลฑลฟางไห่ เป็นเขตของพรรคมาร รู้ยังงี้แล้ว ไม่กลัวรึ"

หลีฟุ ที่ยังไม่รู้ว่าหลี่เฉินนั้นได้ก่อเรื่องราวอันใดในสำนักราชันกระบี่ที่ผ่านมา กล่าวถามด้วยความสงสัย และหลี่เฉินเองก็ไม่คิดจะบอกเล่าอะไรให้เขาฟัง เพราะสำหรับเขามันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น


"อ่อ....ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่"


"...."


หลีฟุ พูดไม่ออกเมื่อได้ยินคำตอบของหลี่เฉิน เพราะทุกคนต่างก็กลัวจนขวัญหนีดีฝ่อหากกล่าวถึงสำนักหงเหิน เพราะขุมกำลังที่มีเสาหลักระดับ ราชัน มากมายคอยหนุนหลัง นี่เขาไม่รู้เลยหรือยังไง หากเผลอไปมีเรื่องกับคนของสำนักหงเหินเข้า ต่อให้มีเก้าชีวิตก็ต้องตายอยู่ดี 

"เอาน่า  ข้ารู้ว่ากังวลเรื่องอะไร ข้าจะไม่ก่อเรื่องหรอกท่านวางใจได้ "


"..."

 เมื่อเห็นว่า หลีฟุ ยังนิ่งเงียบเขาจึงกล่าวเสนอความเห็นออกมา

"เอางี้ จากนี้ไปข้าให้ท่านเป็นผู้นำในการเดินทางครั้งนี้ ท่านว่ายังไง ข้าก็จะว่าตาม ตกลงไหม"

หลีฟุ ครุ่นคิดสักพัก เขาคิดว่าหากตกลงตามนี้ เขาก็จะได้วางแผนให้การเดินทางมีความราบรื่นกว่าให้ หลี่เฉิน ซึ่งไม่รู้อะไรในยุทธภพเลยเป็นคนนำ

"ตกลง ... แต่เจ้าห้ามกลับคำเด็ดขาด"

"เข้าใจแล้วน่า....งั้นก็ไปได้หรือยัง"

"เฮ้อออ..."


"ท่านลุง  ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เดี๋ยวให้พี่ หลี่เฉิน แกล้งเป็นศิษย์ของท่านลุงก็ได้  ...ใช่ไหมค่ะพี่ชาย..!!"

หลี่เฉิน  "...."

หลีฟุ  "....."



"ไปค่ะ"

อี้หลิน ยื่นมือน้อย ๆ  ไปจับมือทั้งสองแล้วจูงเดินไปต่อ การเดินทางทั้งสามจึงดำเนินต่อไป และระหว่างทาง หลีฟุ ก็บอกว่าจะแวะหาซื้มรถม้าสักเกวียน เพราะจะได้สะดวกต่อ อี้หลิน เนื่องจากยังอ่อนด้อยในวรยุทธและพลังลมปราณ หลี่เฉิน ก็เห็นด้วย



....



......







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 310 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

324 ความคิดเห็น

  1. #116 defy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 21:46
    ขอบคุณครับ
    #116
    0
  2. #115 Mr.kongkang (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 14:01
    แก้ใหม่ สนุกมากกก

    ขอบคุณครับ
    #115
    0
  3. #114 kamol1122 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 11:10
    สนุกดีครับ
    #114
    0
  4. #113 Mr.kongkang (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 10:49
    ขอบคุณครับ สนุกมากก สู้ๆครับไรท์เป็นกำลังใจให้!!
    #113
    0
  5. #112 joelamtan (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 09:49
    ขอบคุณครับ
    #112
    0