คัมภีร์เทวะ

ตอนที่ 16 : มีน้องสาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,860
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 302 ครั้ง
    8 ก.ค. 60

ตุบ ตุบ ตุบ  .... เสียงฝีเท้าวิ่งมายังจุดบริเวณการต่อสู้ของ หลี่เฉิน กับ คนในสำนัก     พิรุณโรย เมื่อสักครู่นี้    



"ท่านเจ้าสำนัก ดูจากสภาพแล้ว ......"  อี้หลง คนสนิทมือขวาของ เฟยหยาง  ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตลึงกับภาพความเสียหายของเส้นทางเดินและต้นไม้โดยรอบ 


"ถูกต้อง จะต้องเป็นผู้มีวรยุทธสูงระดับขั้นราชัน"   เฟยหยาง กล่าวตอบ  "ระดับขั้นราชันงั้นรึ  #@....!! "  เฟยหยาง เมื่อคาดการณ์ว่า น่าจะเป็นฝีมือของจอมยุทธขั้นราชันที่มาป้วนเปี้ยนบริเวณเชิงเขาใกล้ ๆ  กับสำนักเทพกระบี่ เขาเองก็รู้สึกวิตกกังวลต่อความปลอดภัยของสำนักขึ้นมาทันที



"ข้าหวังว่า   ท่านพ่อจะสามารถรับมือกับพวกมันได้ หากว่าพวกมันบุกเข้าไปในสำนักเทพกระบี่ของเรา แต่ขออย่าให้พวกมันเข้าไปเป็นดีที่สุด"
ถึงแม้ว่า เฟยไป๋ จะเป็นผู้ฝึกฝนระดับขั้นราชันก็ตาม แต่จากภาพความเสียหายเบื้องหน้านั้น ต้องมีอย่างน้อยสองคน แล้ว เฟยไป๋ คงจะรับมือลำบาก


แม้จะเป็นคำพูดแผ่วเบา แต่ก็สามารถได้ยินทั่วถึงทุกคน จึงทำให้หลาย ๆ  คนที่ติดตามมาด้วยถึงกับขวัญหนีดีฝ่อ เมื่อได้ยินคำว่า ตัวตนระดับขั้นราชันไม่ต่ำกว่าสองคนอาจจะบุกสำนักเทพกระบี่ของพวกเขา

"ไปกันต่อเร็ว เดี๋ยวไปไม่ทันการเปิดงานประลองยุทธ"

"ครับ ท่านเจ้าสำนัก"



.....

.....


....


ห่างจากเขตสำนักเทพกระบี่ออกมาประมาณ 10 กิโลเมตร บริเวณใจกลางหุบเขาแห่งหนึ่งซึ่งเป็นแนวเทือกเขาติดต่อกับเขตของสำนักเทพกระบี่ ตรงบริเวณนี้อยู่ลึกพอสมควรและส่วนใหญ่เป็นป่าไผ่ที่มีใบเป็นสีแดง ตอนนี้ หลี่เฉิน กับคนสำนักพิรุณโรย กำลังยืนมองหน้ากันท่ามกลางสายลมพัดผ่านแผ่วเบาเป็นระยะ ฯ  และก็เป็น หลี่เฉิน ที่กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง

"มีอะไรก็ว่ามา"

เซี่ยวผิง อ้ำอึ้งเล็กน้อย ก่อนที่จะตัดสินใจกล่าวถึงจุดประสงค์ของตนออกไป  "ข้าอยากว่าจ้างท่านให้ช่วยคุ้มครองลูกสาวของข้าสักพัก"

"จากใคร"

หลี่เฉิน ยังไม่รับปากในทันที เขาต้องรู้รายละเอียดมากกว่านี้เสียก่อน เนื่องจาก เซี่ยวผิง เป็นตัวตนระดับ ราชัน แล้วเขาจะต้องกลัวใครหน้าไหนได้อีกในทวีปเทวะสวรรค์แห่งนี้ นี่แสดงให้เห็นว่า การจ้างคนคุ้มกันในครั้งนี้ ศัตรูของ เซี่ยวผิง จะต้องแข็งแกร่งสุดหยั่งถึงอย่างแน่นอน


แน่นอน เซี่ยวผิง ก็รู้ดีว่า หลี่เฉิน คิดอย่างไร เขาจึงไม่คิดจะปิดบังเรื่องที่เกิดขึ้น "จาก สำนักหงเหิน และ สำนักเทียมฟ้า เรื่องของเรื่องก็คือ ข้ากับ ชุ่ยเหยียน คนของ สำนักเทียมฟ้า ซึ่งเป็นพรรคมาร ได้เกิดความรักต่อกันและลักบอลมีสัมพันธ์ที่ลึกซื้งถึงขึ้นให้กำเนิดบุตรสาวอย่างลับ ๆ  กระทั่งเวลาล่วงเลยมาได้ 10 ปี ชุ่ยเหยียน ได้เสียชีวิตจากการต่อสู้กับ สำนักหงเหิน เมื่อไม่นานมานี้ ท่านคงได้ยินเรื่องราวที่พรรคมารกำลังก่อคลื่นใต้น้ำในช่วงที่ผ่านมา สามสำนักใหญ๋อย่างพวกเรา ไม่ได้นิ่งดูดาย และได้นำคนส่วนหนึ่งบุกโจมตีในการชุมนุมของพรรคมาร ที่กำลังชุมนุมวางแผนกันเรื่องบางอย่าง และหนึ่งในนั้น มีลูกสาวของเจ้าสำนักเทียมฟ้า เป็นหัวหน้าการชุมนุมในครั้งนี้ ตอนนั้นเองที่ความลับของข้าได้เปิดเผยขั้นมา เนื่องจากข้าได้เข้าไปปกป้องนางและร่วมต่อสู้เคียงข้างนางจนเมื่อนางพลาดท่าโดนดัชนีของเจ้าสำนักฉางอัน จนบาดเจ็บสาหัส นางรู้ตัวดีว่าคงจะสิ้นลมหายใจในไม่ช้า นางจึงฝากบุตรสาวให้ข้าดูแล..เฮ้อ"

กล่าวสิ้นประโยค เซี่ยวผิง ก็ถอนหายในยาวลึกด้วยความรู้สึกเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนึกถึงภรรยาที่จากไป ทั้งเป็นห่วงความปลอดภัยของบุตรสาว 

"แล้วหลังจากนั้นล่ะ ?"

"หลังจากนั้น เรื่องข้ากับชุ่ยเหยียนมีบุตรด้วยกันถูกเปิดเผยขึ้นมา สำนักเทียมฟ้า ก็ส่งคนออกติดตามหาเพื่อนำบุตรสาวของชุ่ยเหยียนกลับไปยังสำนักในฐานะหลานสาวของเจ้าสำนัก ส่วนสำนักหงเหิน ต้องการตัวบุตรสาวข้าพร้อมกับข้ากลับไปรับโทษฐานลักลอบมีความสัมพันธ์กับพรรคมาร ซึ่งผลก็คือ โดนสังหารและประจานต่อหน้าชาวยุทธ ซึ่งมันวิธีที่โหดร้ายมาก ข้าไม่นึกเลยว่า มันจะเป็นคนของฝ่ายธรรมะ "


"อืมม....ท่านคิดจะฝากลูกสาวท่านให้เจ้าสำนักเทพกระบี่รับเป็นศิษย์ของท่านใช่หรือไม่"

"ถูกต้อง..."

"แล้วทำไมถึงเปลี่ยนใจ อยากให้ข้าคุ้มกัน"



"ข้าคิดว่า หากให้ท่านดูแล แล้วพวกข้าจะเป็นคนล่อพวกมือสังหารที่ตามล่าไปเรื่อย ๆ น่าจะทำให้ลูกสาวข้าปลอดภัยมากกว่าอยู่กับข้า"


"แล้วข้า ต้องคุ้มกันนานเท่าใด"

"ข้าได้ให้พ่อบ้าน   หลี่ฟุ   คอยรับใช้และเป็นทั้งอาจารย์สอนวรยุทธให้แก่นางด้วย เมื่อนางสามารถดูแลตัวในยุทธภพได้แล้วเจ้าก็หมดภาระหน้าที่ ส่วนเรื่องเงินทองค่าใช้จ่าย ข้าให้ตั๋วแลกเงินไว้กับ หลี่ฟุ ส่วนหนึ่งแล้ว "

"ตกลง ข้ารับงานนี้"


"ขอบคุณท่านจอมยุทธมาก งั้นข้าจะพาท่านไปพบกับพวกเขา"


"ช้าก่อน ข้าต้องไปงานประลองยุทธก่อน หลังจากนั้นพวกท่านค่อยพานางมาให้ข้า"

"หากาชักช้า เกรงว่าพวกมือสังหารจะหาพวกนางพบก่อน"

"อืมม  งั้นท่านพาพวกนางไปหาข้าที่งานประลองยุทธก็แล้วกัน "

"แต่พวกข้าจะหาท่านเจอได้ที่ไหนละ เมืองเทวะสวรรค์ นั้นกว้างใหญ่ยิ่งนัก"

"ไม่ต้องห่วง แค่พวกท่านประกฎตัวที่เมืองเทวะสวรรค์ ข้าก็จะรู้เอง   งั้นตกลงตามนี้นะ...ข้าไปก่อน"


....ฟู่ววว...   หลี่เฉิน ทะยานขึ้นบนฟ้าด้วยความเร็ว จนพวกที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ  ยังมองตามแทบไม่ทัน สร้างความตกตลึงให้กับพวกมันยิ่งนัก ความเร็วแม้กระทั่งตัวตนระดับราชันมองตามแทบไม่ทัน แล้วถ้าเจ้าหนุ่มนี่ใช้ออกด้วยความเร็วสูงสุดของมันเล่า จะไม่รวดเร็วเท่าฟ้าผ่าจากฟ้าลงสู่พื้นหรอกรึ

"...."  เซี่ยวผิง

"เมื่อกี้มันวิชาอันใดกัน ทำไมถึงรวดเร็วยิ่งนัก "  

"..ข้าหวังว่า การตัดสินใจในครั้งนี้ จะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด"


....



....



     เฟยหยาง พาคณะทัวแทนการประลองยุทธมาถึง สำนักราชันกระบี่ และถูกเชิญให้ไปนั่งบริเวณแถวหน้าซึ่งเป็นที่นั่งของสำนักใหญ๋ในเมืองเทวะวรรค์ รวมกับสำนักใหญ่ในเมืองลิขิตฟ้า ซึ่งมีทั้งหมด 6 สำนักใหญ่

     สำนักใหญ่ทั้ง  6 ได้แก่ 
     1.สำนักราชันกระบี่ (วิชากระบี่พิชิตสวรรค์) หลิงจั่ว เจ้าสำนัก
     2.สำนักเทพกระบี่ (วิชากระบี่บิน)   เฟยหยาง   เจ้าสำนัก
     3.สำนักวายุ (วิชาวายุทมิฬ)    ไป๋หลง เจ้าสำนัก
     4.สำนักซานซี (วิชาหมัดเทวะ)   ซานจี๋  เจ้าสำนัก
     5.สำนักกวนหลิง (วิชาดาบปราบมาร)  ฉีฟ่ง  เจ้าสำนัก
     6.สำนักซวนหยวน (วิชาฝ่ามืออัสนีบาต) หนานกวง  เจ้าสำนัก


หลังจากที่ทุกสำนักที่ตอบรับคำเชิญร่วมงานประลองยุทธของสำนักราชันกระบี่มาครบหมดแล้ว        หลิงจั่ว  ก็เริ่มกล่าวเปิดงานขึ้นในทันที พร้อมกับกล่าวขอบคุณที่สำนักต่าง ๆ  ที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้

"ข้า  หลิงจั่ว  เจ้าสำนักราชันกระบี่ ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้าร่วมงานในครั้งนี้ และรางวัลผู้ชนะเลิศในครั้งนี้ก็คือ ผลิกวิญญานระดับปราณจักรพรรดิ จำนวน 5 ก้อน  ผลิกวิญญาณระดับปราณก็ษัตริย์ จำนวน 10 ก้อน  และผลิกวิญญาณระดับปราณแท้จริง จำนวน 20 ก้อน"

"อูวววว...."

เสียงเหล่าชาวยุทธในห้องโถงใหญ๋ต่างก็อุทานออกมาจนเสียงดังอืออึงไปหมด กับรางวัลที่ได้รับในงานประลองครั้งนี้ เพราะแม้แต่ผลึกวิญญาณระดับแท้จริง ยังหาได้ยากยิ่งแล้ว กระทั่งสำนักใหญ๋ ๆ ยังสามารถรวบรวมได้แค่ปีละไม่ถึง 100 ก้อนด้วยซ้ำไป ยิ่งสำนักเล็ก ๆ แล้วก็สามารถหาได้ปีละไม่ถึง 10 ก้อน ทั้งนี้สืบเนื่องจาก สัตว์อสูรระดับแท้จริงนั้น สามารถต่อกรกับเหล่าชาวยุทธในระดับเดียวกันกับมันได้ 1-10 เลยทีเดียว ดังนั้น การจะได้มาซึ่งผลึกวิญญาณของมันมานั้น จำต้องใช้ผู้ฝึกยุทธระดับลมปราณกษัตริย์ อย่างน้อย 2 คน เพื่อโอกาสที่จะฆ่าและนำผลึกวิญญาณออกมาได้เต็มร้อยเปอร์เซนต์  ยิ่งผลึกวิญญาณระดับจักพรรดิด้วยแล้ว มันย่อมมีความยากมากกว่าถึงหลายสิบเท่าในการที่จะได้มันมาอย่างมิต้องสงสัย


"เงียบ ๆ  ก่อนท่านทั้งหลาย "   หลิงจั่ว  ตะโกนบอกให้ทุกคนเงียบเสียงลง จากนั้นจึงได้กล่าวต่อ

"การประลองยุทธในครั้งจัดขึ้นมาเพื่อวัดฝีมือวรยุทธของฝ่ายธรรมมะเรา ว่ามีความเข้มแข็งมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากพวกเราจะต้องมีการเตรียมการรับมือเผื่อมีวันใดวันหนึ่งที่พวกเราอาจจะต้องมีการเผชิญหน้ากับเหล่าพรรคมาร จะได้หยั่งเชิงถึงความเสียเปรียบและได้เปรียบของพวกเรา"


"เฮ้ ..."  เหล่าชาวยุทธต่างก็ร้องตะโกนด้วยความประทับใจในคำพูดของ หลิงจั่ว

"ดังนั้น การประลองในวันนี้นั้น ย่อมมีฝ่ายแพ้ฝ่ายชนะ ก็ขอให้ทุกท่านอย่างได้เก็บเอาไปเป็นข้อหมาดหมางซึ่งกันและกัน ถือซะว่าเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของศิษย์รุ่นเยาว์ของพวกเรา"


"เจ้าสำนัก หลิงจั่ว พูดได้ถูกต้อง ข้าให้สัญญาว่าจะไม่เก็บเอาผลการประลองยุทธในครั้งนี้เป็นข้ออ้างให้เกิดความหมาดหมางต่อพี่น้องชาวยุทธทั้งหลาย"

"ข้าด้วย"
"ข้าด้วย"


เหล่าชาวยุทธต่างก็เห็นพ้องต้องกันกับคำพูดของ หลิงจั่ว

"ในเมื่อทุกท่านต่างเห็นดีด้วยกับคำพูดของข้า ดังนั้นข้าก็จะขอเปิดการประลองยุทธรุ่นเยาว์ ทวีปเทวะสวรรค์ ครั้งที่ 1  ได้ ณ บัดนี้"


ปัง ๆ ๆ ๆ ..ทุ้ม ๆ ๆ ๆ ....เสียงปทัดและเสียงตีกลองเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าพิธีการประลองยุทธรุ่นเยาว์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว 



"ทุกท่าน เชิญไปที่สนามประลองยุทธที่อยู่ด้านหน้าตึกทางฝั่งซ้ายได้เลยครับ"

 
หลิงจั่ว กล่าวพร้อมกับออกเดินนำทุกคนไปยังลานประลองยุทธทันที


........


.......


.......



โรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง  


อยู่ฝั่งตรงข้ามถนนกับสำนักราชันกระบี่  หลี่เฉิน กำลังนั่งดื่มชาที่โต๊ะของหน้าต่าง ชั้นที่ 3 ซึ่งสามารถมองเข้าไปยังสำนักราชันกระบี่ได้  ก่อนจะมานั่งในโรงเตี้ยมเขาได้เดินสำรวจบริเวณโดยรอบ ๆ   สำนักราชันกระบี่แล้ว และเขาก็เห็นว่าตลอดแนวกำแพงของสำนักนั้น ล้วนมีหัวหน้าเวร-ยามคอยตรวจตราที่มีการฝึกฝนในระดับขั้นลมปราณมหาราช ทั้ง 4 ด้าน รอบสำนัก โดยจะมีศาลาเล็ก ๆ   บนกำแพงสำหรับนั่งสังเกตุการณ์ และมีรองหัวหน้าเวร-ยามระดับขั้นลมปราณจักรพรรดิอีก 2 คนคอยเดินตรวจตราแบ่งเป็นซ้าย-ขวา โดยมีศิษย์ชั้นในของสำนักที่การฝึกฝนระดับขั้นลมปราณกษัตริย์เป็นลูกยามอีกทีข้างละ 5 คน ซึ่งก็ถือว่าเข้มงวดเป็นอย่างยิ่ง ยากต่อการลอบเข้าไปก่อความวุ่นวายภายในได้


หลี่เฉิน รู้สึกว่าลางสังหรณ์ของ เฟยไป๋ อาจจะเป็นการคาดการณ์ที่ดูจะเป็นความวิตกกังวลมากเกินไป จึงได้ให้ตัวเขาคอยช่วยเหลืออยู่ห่าง ๆ   แต่ในเมื่อเขาได้รับปากไปแล้ว จึงได้แต่อยู่คอยดูจนกว่าจะจบการประลองยุทธในครั้งนี้ และพวกของ เฟยหยาง กลับถึงสำนักเทพกระบี่อย่างปลอดภัย


"ห้าววว !   น่าเบื่อจริง ๆ  เลย จะทำอะไรดีน๊าาาาา..."

ด้วยที่ยังเป็นวัยหนุ่มจึงรู้สึกเบื่อเมื่ออยู่เฉย ๆ นาน ๆ  เขาจึงตัดสินใจหาอะไรทำแก้เบื่อ โดยการลองเดินดูในร้านขายของต่างๆ   ตามถนนโดยรอบสำนักราชันกระบี่

"ส่วนใหญ่ มีแต่ร้านขายอาวุธ กับตำรา คล้าย ๆ  กับเมืองลิขิตฟ้า ที่เขาเคยอยู่ แต่ว่าสินค้าในเมืองเทวะสวรรค์ดูเหมือนจะเป็นสินค้าเกรดดีกว่าเมืองลิขิตฟ้า ส่วนพวกของกินกับผักผลไม้ ก็มีเยอะพอๆ  กับร้านอาวุธเลยแฮะ แต่ก็ไม่เห็นมีอะไรที่เราสนใจเลยซักอย่างนี่สิ เซงจังเลย"

หลี่เฉิน เดินไปด้วยก็พึมพำกับตัวเองไปด้วย และในระหว่างนั้นเอง เซียวผิง ก็พาลูกสาวกับพ่อบ้านที่บังเอิญเดินมาเจอกับเขาพอดีจึงได้รีบเดินมาหา

"จอมยุทธน้อย ข้ามาแล้ว"

"ท่านนั่นเอง"

"อืมม...นี่ลูกสาวข้า นางมีชื่อว่า   อี้หลิน   และอีกคนก็คือ  พ่อบ้านของข้า หลี่ฟุ  ...... อี้หลิน หลี่ฟุ นี่คือจอมยุทธ หลี่เฉิน "

"ข้าน้อย หลี่ฟุ คารวะท่านจอมยุทธหลี่"

"ข้า อี้หลิน คารวะพี่ชายหลี่"

"ฮ่ะ ฮ่ะ  ๆ ยินดีที่ได้รู้จักทั้งสองท่านเลยครับ"  หลี่เฉิน ประสานมือรับการคารวะตอบแล้วก็หัวเราะกับคำเรียกของ อี้หลิน ที่เรียกเขาว่าพี่ชาย เพราะเขาเองก็เคยคิดที่อยากจะมีน้องสาวบ้างเหมือนกันเมื่อตอนที่อยู่เมืองลิขิตฟ้า


"ท่านจอมยุทธที่เหลือนับจากนี้ ข้าขอฝากด้วยนะ ไว้ข้าจะติดต่อมาเป็นระยะ ๆ"

"วางใจข้าได้เลย"

"เช่นนั้น..ข้าต้องรีบไปก่อน   อี้หลิน  พ่อไปก่อนนะ อยู่กับพี่เขาอย่าดื้อนะ"

"ค่ะท่านพ่อ แต่ท่านต้องมาหาข้าบ่อย ๆ นะ"

"ได้ลูก พ่อแค่มีธุระยุ่งนิดหน่อย ไว้หมดธุระแล้วพ่อจะมารับไปอยู่ด้วยกันนะ"

"ค่ะท่านพ่อ"

เด็กสาวโผกอดกับ เซียวผิง พร้อมกับหยาดน้ำตาไหลลงอาบสองแก้มของเธอ แต่ก็ไม่มีเสียงร้องออกมาแต่อย่างใด มีแต่เพียงอาการสะอื้นเท่านั้น ซึ่งนับว่านางเองก็เป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข้งอย่างมาก  

หลี่เฉิน ที่มองดูพ่อลูกกอดกัน พลันก็ทำให้นึกถึงครอบครัวขึ้นมา และความแค้นที่มีต่อคนที่ฆ่าครอบครัวก็ผุดขึ้นมาในจิตใจฉับพลัน แต่ก็เพียงแค่ชั่ววูบเท่านั้น เขาก็เก็บอารมณ์ได้ดั่งเดิม หลังจากร่ำลากันเรียบร้อย เซี่ยวผิง ก็รีบเดินทางออกจากเมืองเทวะสวรรค์ทันที


"ท่านจอมยุทธ ไม่ทราบว่าพวกเราจะทำอย่างไรต่อไปดีครับ"

หลี่ฟุ สอบถามถึงแผนการณ์ที่เด็กหนุ่มซึ่งดูแล้วอายุก็คงประมาณ 18-19 ปี แต่กลับได้รับความไว้วางใจจากเจ้านายของตัวเองก็ทำให้ตัวเขาไม่ค่อยให้ความเชื่อถือในตัวหลี่เฉิน สักเท่าไหร่นัก เพียงแต่ต้องทำตามคำสั่งของ เซี่ยวผิง  อีกทั้งตัวมันเอง ก็มีระดับการฝึกฝนในขั้นลมปราณจักรพรรดิ ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลที่อยู่จุดที่สูงพอสมควรในยุทธภพ  เพราะสำหรับยุทธภาพในทวีปเทวะสวรรค์ เจ้าสำนักทั่วไปส่วนใหญ๋จะมีระดับการฝึกยุทธที่ขั้น ลมปราณมหาราช เท่านั้น ยกเว้นสำนักใหญ่  3 สำนัก ที่อยู่จุดสูงสุดของยุทธภาพ ที่มีตัวตนระดับ ราชัน เกิดขึ้นในสำนัก

ส่วนสำนักใหญ่  6  สำนักในยุทธภพ ทุกคนล้วนทราบดีว่า มีเพียง สำนักราชันกระบี่ และ สำนักเทพกระบี่ ที่มีผู้อาวุโสของสำนักที่ระดับการฝึกฝนขั้น ราชัน คอยเกื้อหนุนอยู่เบื้องหลัง


"อี้หลิน  เจ้าอยากเดินเที่ยวเมืองดูก่อนไหม"  หลี่เฉิน ไม่สนใจคำพูดที่เขาฟังดูก็รู้ว่า หลี่ฟุ นั้นดูแคลนเขา จึงหันไปถาม อี้หลิน แทน

"ได้สิค่ะพี่ชายหลี่เฉิน ฮิ ๆ ๆ"

"ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า  ถ้างั้นก็ไปกันเลยนะ .."

หลี่เฉิน ยื่นมือไปคว้าแขนของ อี้หลิน พาจูงเดินเที่ยวดูของในตลาด ทันที ปล่อยให้ หลี่ฟุ ที่รู้สึกขุ่นเคืองใจ ต้องจำใจเดินตามหลังไปติด ๆ




.............................................................





           
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 302 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

324 ความคิดเห็น

  1. #222 htjk (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 15:24

    สนุกมากครับ

    #222
    0
  2. #101 pitak2515 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 07:32
    ขอบคุณครับ
    #101
    0
  3. #98 serapong (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 21:40
    สนุกมากๆ ขอบคุณนะครับ
    #98
    0
  4. #97 joelamtan (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 21:11
    ขอบคุณครับ
    #97
    0
  5. #96 คุณชาย ไร้ลีลา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 21:08
    สนุก สุดๆ
    #96
    0
  6. #95 defy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 20:42
    สนุกมากครับ ขอบคุณครับ
    #95
    0
  7. #94 Mr.kongkang (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 20:12
    //ขอบคุณครับ! สนุกมากก! :)
    #94
    0
  8. #93 Huntherfc (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 19:51
    มาแล้วๆๆๆๆสนุกมาก
    #93
    0