คัมภีร์เทวะ

ตอนที่ 10 : วิชาที่แท้จริงในคัมภีร์เทวะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 354 ครั้ง
    28 มิ.ย. 60

      -...ใกล้ถึงขีดจำกัดของข้าแล้ว เฮือกก !...-  หลี่เฉิน กระอักเลือดออกมาคำนึง ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นอย่างหมดสภาพ      
  
          
"เจ้านี่ แข็งแกร่งจริง ๆ"


 หลี่เฉิน จ้องมองไปยังเสือโคร่งที่กำลังยืนหายใจหอบไม่ต่างกับตัวมันเช่นกัน  ก่อนที่จะตะโกนออกไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเพื่อสื่อสารกับเสือโคร่งตัวดังกล่าว

"เรามาจบการต่อสู้ครั้งนี้กันเถอะ"


               ดูเหมือนว่าเสือโคร่งจะไม่เข้าใจคำพูดของ หลี่เฉิน สักเท่าไหร่ แต่จากการที่เห็น หลี่เฉิน ยันตัวลุกขึ้นมาและตั้งท่าเตรียมต่อสู้ มันก็พอจะเดาได้ว่า คำพูดเมื่อสักครู่นั้นหมายความว่าอย่างไร ตัวมันจึงได้พุ่งกระโดดเข้าโจมตี หลี่เฉิน อย่างรวดเร็ว



     "จงตายไปซะ"  

          หลี่เฉินตะโกนพร้อมกับทะยานเข้าแลกหมัดกับเสือโคร่งอย่างบ้าคลั่งและเป็นอีกครั้ง ที่หลี่เฉิน มีไอปราณสีทองขอบสีฟ้า ห่อหุ้มร่างกายเช่นเดียวกันกับคราก่อน  ตอนที่สู้กับ อสูรงูเกร็ดเงิน 

-บูมมมมม ๆ ๆ ๆ ๆ-

               แรงปะทะระหว่าง อสูรเสือโคร่งระดับปราณจักรพรรดิ กับ      หลี่เฉิน ที่ตอนนี้พลังปราณเพิ่มสูงขึ้นเทียบเท่ากับผู้ฝึกฝนระดบปราณมหาราชนั้น ผลของมันได้สร้างแรงระเบิดออกไปโดยรอบ หลายครั้งติดต่อกัน เป็นวงกว้าง เศษดินเศษหินกระจัดกระจายขึ้นไปบนท้องฟ้าสูงกว่า 5 เมตร ต้นไม้โดยรอบพังยับเยิน มีฝุ่นปกคลุมทั่วบริเวณการปะทะในรัศมีสิบเมตร โดยรอบ

          และเมื่อฝุ่นได้จางหายไป เผยให้เห็นภาพของหลุมขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 เมตร มีก้นหลุมที่อยู่ลึกลงไปประมาณ 2 เมตร ที่ตอนนี้ได้มีร่างสองร่างนอนแน่นิ่ง ไม่ขยับเขยื้อนได้อีก หลี่เฉิน หมดสติทันทีหลังจากการปะทะอันรุนแรง ส่วนเสือโคร่งอยู่ในสภาพที่น่าเกลียดน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง ร่างสัตว์อสูรระดับลมปราณจักรพรรดิที่มีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษที่มันภูมิใจมาโดยตลอด บัดนี้กลับอยู่ในสภาพที่แหลกเละจากการโดนพลังปราณของหลี่เฉินแพร่ซึมเข้าไปยังเส้นปราณของมันและระเบิดออกมาอย่างรุนแรงจากข้างใน เป็นผลให้อวัยวะภายในและภายนอกต่าง ๆ  กระจัดกระจายออกไปทั่วบริเวณภายในก้นหลุ่ม กลิ่นคาวเลือดลอยฟุ้งไปทั่ว 


         ...........




     

          

     "ที่นี่ที่ไหน ข้าตายแล้วอย่างนั้นรึ"

          หลี่เฉิน ค่อย ๆ  ลืมตาขึ้นมา ทันใดนั้นภาพรอบ ๆ  ที่หลี่เฉินเห็นคือความมืดสนิทที่ล้อมรอบแสงสว่างอันน้อยนิดตรงจุดที่ตัวมันนอนอยู่  ทันใดนั้นเอง เขาก็มองเห็นภาพของชายหนุ่มสองคนที่มีใบหน้าคุ้นตาอย่างมากค่อย ๆ  ปรากฏตัวขึ้นมา

          "เป็นพวกท่านนั่นเอง...แต่ว่า ทำไมมาอยู่ตรงนี้ได้ นึกว่าจิตวิญญาณพวกท่านแตกสลายไปในตอนนั้นแล้วเสียอีก"  ที่แท้ภาพชายหนุ่มสองคนก็คือจอมยุทธ หมิงเทียน กับจอมยุทธ   เหลาตง  นั่นเอง

          ไม่มีเสียงตอบกลับจากชายหนุ่มทั้งสอง แต่อย่างใด แต่หนึ่งในสองคนนั้น กลับก้าวมายังเบื้องหน้าของหลี่เฉิน แล้วก็ตั้งท่าคล้ายเตรียมจะฝึกร่ายรำกระบวนท่าของ วรยุทธ


          "ท่าน หมิงเทียน  ท่านจะสอนวรยุทธให้ข้าเหรอ"

          ไม่มีเสียงตอบกลับแต่อย่างใด เขานิ่งอยู่ในท่าที่พื้นฐานการฝึกวรยุทธโดยไม่ขยับเขยื้อนใด ๆ หลี่เฉิน ที่เห็นว่า หมิงเทียน ไม่พูดด้วยก็รู้สึกเอะใจขึ้นมา จึงค่อย ๆ  ยื่นมือเพื่อจะไปสัมผัสกับแขนของ       หมิงเทียน

     -วืดด-

          ทันทีที่เขาคว้ามือลงตรงบริเวณแขนของ หมิงเทียน เขากลับคว้าได้เพียงอากาศเท่านั้น

          "ข้าเข้าใจแล้ว นี่คงจะเป็นวรยุทธที่แท้จริงของคัมภีร์เทวะของพวกท่านทั้งสองนั่นเอง มิน่าถึงไม่เคยมีใครสามารถฝึกได้ในรอบหมื่นปีผ่านมา ฮ่า ๆ  ๆ  ช่างเข้าใจทำจริง ๆ"

          ความจริงแล้ววรยุทธที่บันทึกใว้ในคัมภีร์เทวะ เป็นเพียงพื้นฐานทั่วๆ ไปสำหรับการเริ่มฝึกฝนวรยุทธ และเมื่อจิตวิญญาณทั้งสองได้เลือกหลี่เฉิน พวกเขาก็ใช้พลังสุดท้ายที่มีนั้น ใช้ไปกับการผนึกกระบวนท่าวรยุทธเอาใว้ในมิติเล็ก ๆ  ในสมองของหลี่เฉินนั่นเอง แต่เนื่องจากที่ผ่านมา ตัวมันนั้น ไม่มีความคิดที่จะฝึกวรยุทธหลังจากที่บิดาและมารดาเสียชิวิต จึงไม่สามารถเปิดมิตินี้เข้ามาฝึกฝนได้ ตัวมันนั้น ได้แต่ฝึกฝนการโคจรลมปราณที่ได้ฝึกฝนมาก่อนหน้านี้เท่านั้น ไม่คิดอยากที่จะฝึกวรยุทธเลยแม้แต่นิดเดียว ถึงจะแม้ว่าตัวมันมีความคิดที่จะเสาะหาตัวผู้ที่สังหารบิดาและมารดาของตนเอง แต่ก็ไม่ได้จิตใจที่แน่วแน่ในการจะฝึกวรยุทธแต่อย่างใด จนกระทั่งบัดนี้ ที่ตัวมันนั้น ได้เกิดมีจิตใจที่แน่วแน่ในการที่อยากจะฝึกวรยุทธ ภายหลังจากที่ได้ต่อสู้กับสัตว์อสูรในป่าอสูรบรรพกาล มิติดังกล่าวจึงได้เปิดออกและรับเอาจิตวิญญาณของ หลี่เฉิน เข้ามาฝึกฝน

     "กระบวนที่ ๑   ฝ่ามือดาราคล้อยเงาสังหาร"


          ทันใดนั้นเอง ภาพเงาของ หมิงเทียน ก็เอ่ยเสียงออกมา ทำลายบรรยากาศที่เงียบขึ้นมา และเริ่มร่ายรำกระบวนยุทธทันที  หลี่เฉิน มองดูอย่างตั้งอกตั้งใจ พยายามจดจำให้ได้หมดทุกกระบวนท่า







.....

          วิชาฝ่ามือดาราคล้อยเงาสังหาร

ฝ่ามือดาราคล้อยเงาสังหาร  มีทั้งหมด 5 กระบวนท่า คือ

          1.โยกย้ายดารา กระบวนที่ท่าที่ใช้สำหรับรับมือกับฝ่ายตรงข้ามที่จำนวนเยอะกว่า
          2.ดาราคล้อย  เป็นกระบวนท่าที่มีการเคลื่อนไหวโจมตีระยะประชิดตัว (จะใช้ควบคู่กับกระบวนท่าที่ 1)
          3.มังกรธารา กระบวนท่านี้จะใช้โจมตีศัตรูโดยการ รวบรวมพลังปราณมาไว้ที่ฝ่ามือแล้วบีดอัดให้หนาแน่น จากนั้นจึงอัดกระแทกพลังปราณให้ออกไปด้วยความเร็วและรุนแรง ยิ่งรวบรวมพลังปราณไว้ที่ฝ่ามือและบีดอัดได้หนาแน่นเท่าไหร่ พลังการทำลายล้างก็จะมากเท่านั้น
          4.เงาดาราสังหาร กระบวนท่านี้เป็นกระบวนท่าที่มีอนุภาพมากที่สุด ด้วยวิธีการรวบรวมลมปรารไว้ที่ฝ่ามือในลักษณะกระบี่ปราณขนาดยาวจากนั้นก็บีบอัดให้เล็กที่สุดบางที่สุด จนกคล้ายกับเส้นเอ็นโปร่งใสขนาดเท่าเข็ม  เมื่อฟาดฟันมันออกไป สามารถตัดผ่าก้อนหินขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดาย มิต่างจากการตัดก้อนเต้าหู้
          5.ดาราคล้อยอัสนีบาต  กระบวนท่านี้ใช้สำหรับการโจมตีในวงกว้าง โดยวิธีการ กระจายพลังปราณด้วยพลังหยินหรือหยางก็ได้ แล้วบีบอัดให้อยู่ภายในวงจำกัดตามต้องการ จนเกิดเป็นลูกไฟหรือก้อนน้ำแข็งที่แหลมคม จากนั้นก็ขว้างใส่ศัตรูด้วยความเร็วสูงสุด จนกลายเป็นฝนดาวตกที่ทำลายล้างได้เป็นวงกว้าง 




.....................................................

          หลังจาก หมิงเทียนแสดงวรยุทธเสร็จสิ้นภาพของเขาก็ค่อย ๆ จางหายไป และชายหนุ่มอีกคนที่มีนามว่า เหลาตง ก้าวเท้าเข้า ตั้งกระบวนท่าต่อทันที พร้อมกับกระบี่ในมือ หนึ่งเล่ม 

          "วิชากระบี่เงาเทวะ"  กล่าวจบภาพของ เหลาตง ก็เริ่มร่ายรำวิชากระบี่ทันที ซึ่งมีทั้งสิ้น 3 กระบวนท่าเช่นกัน
          1.กระบวนท่าดารารัติกาล  เป็นกระบวนท่าโจมตีที่ทรงพลัง รวดเร็ว รุนแรง เฉกเช่นดวงดาราที่แผ่พุ่งลงจากท้องฟ้าในยามรัติกาล ที่ศัตรูมองเห็นการเคลื่อนไหวของกระบี่ในช่วงต้นและจะสูญหายจากสายตาภายในพริบตาและโผล่ปรากฏอีกทีเมื่อคมกระบี่กำลังจะเชือดเฉือนเข้ากับร่างกายของศัตรู
          2.กระบวนท่ามังกรเวหา  เป็นกระบวนท่ามีการโจมตี รับ หลบหลีก ด้วยความว่องไว การเคลื่อนไหวเฉกเช่นกับ มังกร ที่กำลังแหวกว่ายกลางเวหา ที่ดูแล้วสวยงามยิ่งนัก แต่หากเข้าใกล้ อันตรายอาจถึงชีวิต
          3.กระบวนท่าเงาเทวะสังหาร  กระบวนท่านี้ เป็นเค้นพลังปราณมาใช้อย่างมหาศาล จนพลังปราณเอ่อล้นออกมาเป็นออร่าสีทองขอบปราณสีฟ้า และเคลื่อนท่าด้วยความรวดเร็วจนศัตรูมองเป็นเป็นภาพเงาติดตา ทุกย่างก้าวทุกการฟันกระบี่ลงไป สามารถตัดต้นไม้ได้โดยไม่เห็นร่องรอยของการตัด จนกว่าต้นไม้ต้นนั้นจะเริ่มเอนเอียงจึงจะปรากฏร่องรอยการตัด

          แล้วก็เป็นเช่นเดิม เหลาตง เมื่อร่ายรำวิชากระบี่จบลงไป ภาพของเขาก็ค่อย ๆ  จางหายไป เมื่อเหลือเพียงตัวคนเดียว หลี่เฉิน ก็เริ่มฝึกฝนทันที เนื่องจากตัวมันเอง กลัวว่าจะหลงลืม เพราะในตอนนี้     มันสามารถจดจำได้ทุกกระบวนท่า ทั้งวิชาฝ่ามือและวิชากระบี่ หากมันไม่รีบฝึกฝนเกรงว่าไม่ช้ามันคงจะหลงลืมไปจนหมดสิ้น

          หลี่เฉิน ฝึกวรยุทธในห้วงมิติของตนเองจนสามารถทำได้ทุกกระบวนท่า อย่างคล่องแคล่ว พอจบท่าสุดท้าย ภาพของเขาก็ค่อยจางหายไปเช่นกัน เป็นเวลาเดียวกันกับที่ตัวของเขาในโลกปัจจุบัน ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากหมดสติไปเกือบ 1 ชั่วยาม





......................................
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 354 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

324 ความคิดเห็น

  1. #224 ดาวดวงที่สาม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 23:05
    กระบวนท่า ดารารัตติกาล เป็นกระบวนท่าที่ไม่สมเหตุผลที่สุด ทำไมเงากระบี่ต้องปรากฏก่อนถึงตัวเป้าหมายด้วย ต้องปรากฏหลังจากที่ฟันผ่านไปแล้วสิ
    คือถ้ามีเงาให้มองเห็นแปลว่ามันช้าลงแล้วมือกระบี่สติดีๆที่ไหนจะมามืออ่อนตอนนั้น
    #224
    0
  2. #36 Mr.kongkang (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 11:04
    ขอบคุณครับ สนุกมาก ค้างอะ
    #36
    0
  3. #26 defy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 16:23
    อ่านยาวเลยสนุกมากครับ
    #26
    0
  4. #25 oiltipomsomsuay (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 07:43
    ขอบคุณค่ะรอๆๆๆค่ะ
    #25
    0
  5. #24 joelamtan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 07:13
    ขอบคุณครับ
    #24
    0
  6. #23 นักอ่านนิยายจีน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 01:03
    ได้อ่านตอนต่อไปแล้ว นึกว่าจะหายเงียบไปเลยเหมือนหลายเรื่องที่อ่านมา ขอบคุณไรท์ค่ะ
    #23
    0
  7. #22 คุณชาย ไร้ลีลา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 23:33
    ในที่ก็ได้วิชามา
    #22
    0