Crazy Neck!! แค่มึงเท่านั้นที่กูต้องการ! [Yaoi]

ตอนที่ 13 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 708
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ธ.ค. 57

Chapter 11

 

เย็นวันนั้น...

 

“อืออ ห่าววว”

 

ผมค่อยๆปรือตาขึ้นมาด้วยความง่วงแบบสุดๆ แถมพอจะลุกจากที่นอนก็ดันเจ็บไปทั้งตัวอีกต่างหาก แต่ที่หนักสุดจะเป็นที่เอวผมเนี่ยละ แม่งงง

 

กูโดนไอ้เชี่ยศิลป์เอาความเป็นชายไปจนได้ TT

 

ผมหันกลับไปมองคนที่ยังนอนนิ่งอยู่ข้างๆ ไม่พอมันยังเอาแขนมาพาดกับเอวผม แถมยังนอนยิ้มอารมณ์ดีอีกต่างหาก

 

ไม่อารมณ์ดีได้ไงละได้ฟันกูแล้วนิไอ้ห่า ...!

 

“เอาแขนออกไปดิ กูจะไปเข้าห้องน้ำ” ผมพูดออกมาไม่เสียงดังนักแล้วจับแขนไอ้คนตัวหนักให้ออกไปจากตัว

 

แต่แม่งก็หนักจริงๆนะ ยกไม่ขึ้นเลย หรือจะเป็นเพราะผมไม่มีแรง

 

มันก็ไม่น่าจะใช่นะ

 

“ไอ้ศิลป์ตื่น ตื่นๆๆๆๆ เอาแขนออกไปนะโว้ยยยย!!!” ผมตะโกนใส่หูมันเสร็จก็รีบเด้งตัวขึ้นมาจากที่นอนทันที เพราะอะไรละ ไอ้บ้านี้แม่งเล่นลืมตาตื่นขึ้นมาไม่ให้ผมได้ตั้งตัว แถมยังล็อกเอวผมไว้ซะแน่นอีกต่างหาก

 

“อยากโดนทำโทษ!

 

“อะไรว่ะ ปล่อยดิ” ผมพยายามดิ้นให้หลุด แต่แม่งไม่หลุดแถมตอนนี้ร่างกายเราสองคนก็แนบชิดกันเสียจนจะได้กันอีกรอบแล้วละครับ

 

“ไม่ปล่อย” มันยิ้มกรุ่มกริ้มมาให้แล้วยื่นหน้ามาที่ซอกคอผม

 

“มึงคิดจะทำอะไรน่ะ ไม่เอานะเห้ยยยย ปล่อย !” ผมดิ้นขลุกขลิกแล้วย้นคอหลบริมฝีปากหนาที่กดจูบลงมาอย่างแผ่วเบา....

 

..ถึงแม่งจะเบา แต่กูก็จักจี้โว้ยไอ้สัส

 

“ปล่อยกูไอ้ศิลป์ ไม่ปล่อยใช่มั้ยได้!

 

พลั๊ก !!!!

 

“อั๊ก!!” หึ โดนจนได้ ..

 

พอผมใช้เข่าเตะเข้าสีข้างแม่งเสร็จก็รีบลุกขึ้นจากที่นอนแล้วดึงผ้าขนหนูที่วางอยู่ข้างๆขึ้นมาพันตัว มองไอ้ศิลป์ที่ตอนนี่กำลังมองหน้าคาดโทษผมอยู่อย่างต้องการเอาคืน

 

“อยากโดนอีกใช่มั้ย…!!” มันว่าพลางลุกขึ้นนั่งดีๆ

 

“โดนอะไร” ผมถามกลับด้วยความสงสัย

 

“โดนแบบเมื่อเช้าไง หึหึหึหึ” ไม่ว่าเปล่าไอ้บ้าศิลป์ก็เตรียมจะพุ่งมาที่ผม แต่คิดเรอะว่าผมจะยืนโง่ให้มันมาทำอะไรอีก

 

ผมรีบวิ่งเข้าห้องน้ำแล้วดันประตูแง้มๆไว้อย่างรวดเร็ว ไอ้ศิลป์เดินไวๆมาที่ห้องหมายจะสอดมือมารั้งประตูไว้

 

แต่ลองสิ กูจะงับประตูให้ปิดหนีบมือมึงเลย เอาให้นิ้วขาดเลยคอยดู

 

“ลองสิถ้าไม่อยากนิ้วขาด”

 

“มึงกล้าทำกูหรอ!!

 

“ลองดูป่ะละ” ผมตั้งท่าจะปิด หากเปิดแง้มไว้เยอะกว่านี้ไอ้ศิลป์ได้เปิดประตูแน่ๆ ยังไม่อยากโดนมันเคลมอีกรอบหรอกนะ

 

“เอองั้นรีบอาบ จะได้พาออกไปข้างนอก”

 

“เออ”

 

“เออกับใคร!!

 

“มึงไง” ถามแปลกๆ

 

“กูผัวมึง..” เอ่อ  เป็นผัวกูตั้งแต่เมื่อไร อีกอย่างใครอนุญาตให้พูดแบบเน้!

 

“ใครให้มึงพูดแบบนี้ว่ะ”

 

“ก็หรือไม่จริง มึงเป็นเมียกูนิ กูก็ผัวมึง พูดผิดตรงไหน” ผมได้แต่ยืนอ้าปากค้างกับคำพูดมัน ....

 

“ไม่ใช่! กูไม่ใช่เมียมึง และก็จะไม่มีวันเป็นด้วยไอ้สัสศิลป์ ไอ้เหี้ย ไอ้ชอบฉวยโอกาส ไอ้โรคจิต!!!!

 

ปึ้ง!!

 

ผมปิดประตูกระแทกใส่หน้ามันเสียงดังพลางหันหลังพิงประตูแล้วทรุดตัวลงนั่งกับพื้น

 

ไม่จริงหรอก ได้กันแค่นี้.....ผมต้องกลายไปเป็นเมียมันเลยหรอ

 

เราไม่ได้รักกันด้วยซ้ำจะเรียกว่าเมียได้ยังไง ถ้างั้นคนที่เขามีอะไรกับคนที่ไม่ได้รักเนี่ยก็เป็นผัวเมียกันหมดเลยหรอ

 

เรื่องเมื่อเช้านี้มันก็เป็นแค่การสนองตัณหาของตัวเราเองแค่นั้นแหละ มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรักหรอก อารมณ์พาไปล้วนๆ

 

ผมพยักหน้าให้กับความคิดของตัวเองแล้วลุกขึ้นยืน ยิ้มให้กับตัวเองหน้ากระจก

 

“กูไม่ได้คิดอะไรกับมัน เชื่อใจตัวเองสิไอ้สีฝุ่น” ผมฉีกยิ้มกว้างแล้วไล่ความคิดบ้าๆออกไปจากหัว พลางเดินเตร็ดเตร่ไปที่อ่างอาบน้ำ

 

ทำความสะอาดร่างกายตัวเอง จนเสร็จก็เดินออกมาจากห้องพร้อมกับผ้าขนหนูที่พันเอวอยู่

 

ผมละรู้สึกโหวงๆแปลกๆไงก็ไม่รู้สิครับ หนาวชิบหาย

 

“ฮะ ฮัดชิ่ว!!!” อ้าวชิบหายละ...

 

“มึงเป็นหวัดหรอ” เสียงหมาที่ดังมาจากห้องเก็บของ ไอ้ศิลป์มันเดินออกมาพร้อมกับกระดานภาพวาดแล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม

 

“ทำอะไรของมึง” ผมผงะแล้วถอยหลังนิดๆ ไอ้ศิลป์ยกมือขึ้นมาอังกับหน้าผากผมเบาๆ ผมตกใจจนเผลอไปปัดมือมันออกเสียเต็มแรง

 

ปั๊ก!!!

 

“.....” เราทั้งคู่เงียบกันทันทีหลังจากที่ผมเผลอปัดมือศิลป์ออก ดูเหมือนมันจะเหวอไปนิดแล้วแปรเปลี่ยนเป็นสงบนิ่งเสียจนผมเองยังตกใจ

 

“.....”

 

กูทำเกินไปหรือเปล่าว่ะ

 

“เอ่อ กูขอทะ...”

 

“อะ รูปที่มึงอยากได้” ศิลป์ตัดบทโดยการยื่นรูปวาดมาตรงหน้าผม ผมได้แต่เก็บคำพูดกลืนลงคอไปเท่านั้น ถ้ามันเล่นตัดบทกันแบบนี้ ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้วเหมือนกัน

 

ผมเหลือบมองภาพในมือที่ผมอยากได้นักอยากได้หนา ตอนนี้ผมก็จะได้มันแล้วนิ ควรจะดีใจไม่ใช่หรอว่ะ

 

“อือ” ผมหยิบมาไว้ในมือแล้วยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

 

“ใส่เสื้อผ้าซะ เดียวกูพาไปเที่ยว แต่ถ้ามึงยังลีลากูเกิดมีอารมณ์ขึ้นมาแล้วอย่าหาว่ากูไม่เตือน” มันคาดโทษไว้แค่นั้นก็รีบเดินเข้าห้องน้ำไป

 

ผมได้แต่ยืนมองตามแผ่นหลังกว้างที่หายเข้าห้องน้ำไป

 

ผมผิดจริงๆว่ะเคสนี้

 

“กูทำเหี้ยอะไรเนี่ยไอ้ฝุ่นเอ้ยยยยย!!” ทำแม่งงอนอีกละ

 

ผมเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงเอาภาพไปวางกับเตียงแล้วเดินไปใส่เสื้อผ้าที่ไอ้ศิลป์เตรียมไว้ให้ก่อนแล้ว ถึงจะทำตัวห่วยๆ แต่รสนิยมก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดครับ ดีไม่พากูแต่งตัวป่วยๆเหมือนตอนแรกไปด้วยอีก แบบนั้นตาย ไม่เอาด้วยหรอกนะ

 

 

 

ผ่านไปไม่นานศิลป์ก็ออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าตัวใหม่ บนศีรษะมีผ้าขนหนูคลุมหัวอยู่ มันเดินไปที่หน้ากระจกแล้วขยี้ผมนิดๆแล้วโยนผ้าลงตะกร้า หยิบหวีขึ้นมาหวีลวกๆก่อนจะเก็บไปแล้วเดินมาหาผม

 

ผมเห็นแบบนั้นแล้วอดรู้สึกตะหงิดๆไม่ได้

 

ทำไมมันซกมกจังว่ะ ดูดิ แต่งตัวใส่เสื้อผ้าก็แบรนเนม แต่ดูผมเผ้า น้ำยังเกาะติดอยู่ที่เส้นผมอยู่เลยด้วย

 

ถ้ามันจะแต่งตัวลวกๆแบบนี้นะ

 

“มานี่” ผมลุกขึ้นจากเตียงแล้วตรงไปลากมันให้ไปนั่งอยู่หน้ากระจกอีกครั้ง ศิลป์มองหน้าผมงงๆ โดยที่มันก็ยังไม่เข้าใจว่าผมคิดจะทำอะไรกับมัน “นั่งนิ่งๆ เดียวกูจัดการเอง”

 

“...”

 

มันไม่ได้ตอบครับ มันเลือกที่จะเงียบตามที่เอ่ยไป ผมเห็นแบบนั้นแล้วจึงลองก้มลงเปิดลิ้นชักดูก็เจอไดร์เป่าผมขนาดไม่ใหญ่นักอยู่ในนั้น ผมหยิบมันขึ้นมาแล้วหาที่เสียบปลั๊กพลางเปิดไดร์เบอร์แรงสุด

 

“จะออกไปทั้งอย่างนี้ได้ไง เดียวก็เป็นหวัดกันพอดี” ผมว่าให้แล้วหยิบผ้าขนหนูเล็กมายีหัวมันไปพร้อมๆกับเป่าผมให้มันไปด้วย

 

ผมใช้เวลาง่วนอยู่แต่กับหัวไอ้ศิลป์จนผมรู้สึกถึงอะไรแปลกๆ มันรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองยังไงก็ไม่รู้สิครับ

 

พอลองหันไปมองที่กระจกผมก็สบตาเข้ากับใครอีกคนเข้าอย่างจัง ศิลป์นั่งหน้านิ่งมองสบตากับผม ไอ้ผมพอเจอจ้องเข้าก็ทำอะไรไม่ถูกเลยสิ ดีนะที่เป่าผมให้มันแห้งพอดีผมเลยเบือนหน้าหนีทำเป็นเก็บไดร์เป่าผมแทน

 

“มึงเป็นคนแรกเลยนะที่ทำอะไรให้กูแบบนี้” มันว่าพลางหันกลับมาเผชิญหน้ากับผมตรงๆ ไอ้ผมที่ทำทีเป็นเก็บของอยู่ถึงกับชะงัก

 

เอ่อ กูแค่เป่าผมให้แค่นี้ มันดูวิเศษมากเลยหรอว่ะ..

 

“งั้นหรอ” ผมเงยหน้าแล้วพยักหน้าให้มันน้อยๆ แต่ดูท่าเหมือนไอ้ศิลป์มันจะซึ้งกับน้ำใจผมมากจริงๆครับ

 

“เดียวกูพาออกไปเดินเล่นข้างนอกดีกว่าว่ะ” ผมเลิกคิ้วมองหน้ามันนิดๆ เอาตรงๆผมเห็นมันพูดแบบนี้ตั้งแต่เย็นละนะ ไม่เห็นพาไปซักที ปาไปทุ่มนึงละเนี่ย

 

“มึดแล้วจะพากูไปไหนว่ะ”

 

“เอาเมียไปโชว์เล่น”

 

=_______= กูไม่ตลก...”

 

“ไปแล้วเดียวก็รู้เองไม่ต้องถามมาก” มันว่าจบก็ดึงแขนผมให้ตามมันไปด้วยติดๆ แต่ผมสะบัดแขนมันทิ้งแล้วยืนจ้องหน้ามัน บอกเลยหน้าผมตอนนี้คงบูดเป็นตูดแล้วละ “เป็นไรของมึง”

 

ผมไม่ตอบแต่ผมเดินกลับไปที่เตียงแล้วหยิบภาพวาดมันมาด้วย แล้วเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้ามัน

 

ไอ้ศิลป์จากตอนแรกที่มีสีหน้าเครียดๆแต่พอเห็นว่าผมเดินไปทำอะไรมันก็ปรับสีหน้าเป็นปกติ แล้วลากผมเดินออกนอกห้อง

 

ระหว่างทางผมก็หิ้วภาพมันมาด้วยครับ ไม่เอาหรอก ถ้ามันพาไปที่ๆมันว่าเสร็จแล้วผมจะกลับบ้าน ไม่อยู่แล้วที่นี้อ่ะ มันไม่ใช่ที่ของผม อยากกลับบ้านครับ คิดถึงแม่ (ว่าไปนั้น)

 

“อ้าวศิลป์ น้องฝุ่น จะไปไหนกันจ๊ะเนี่ย” เสียงหวานเอ่ยทักขึ้นหลังจากที่พวกผมเดินออกมานอกตัวบ้าน พี่ศรกำลังเดินขึ้นบันไดมาพอดี

 

“พาไอ้ตัวดีไปเดินเล่นน่ะครับ”

 

“ไปเดทกันหรอจ้า ฮั่นแน่ๆๆ” พี่ศรทำสายตากรุ่มกริ่มส่งมาให้ผมกับศิลป์ ผมนิเหวเลยพอเจอคำถามพี่เขาพูดแบบนั้น

 

ทำไมพี่ศรถึงได้ดูจะเชียร์ผมกับไอ้ศิลป์นักนะ พี่เขาเป็นสาววายหรอ ผมละงง ผมพอจะเข้าใจอยู่บ้างหรอกนะไอ้วายๆอะไรนั้น ที่ผู้หญิงเขาจะชอบอะไรที่เกี่ยวกับผู้ชายๆ เออดี ผู้หญิงสมัยนี้เนี่ยชอบอะไรแปลกๆดีเนอะ

 

“เอ่อ ..”

 

“ไม่ต้องตอบหรอกจ๊ะ ไปเลย ไปเลยนะ พี่จะคอยเชียร์อยู่ที่บ้านเอง” ไม่ว่าเปล่า พี่ศรยังดันหลังให้ผมเดินไปข้างหน้าพร้อมกับศิลป์ ผมที่พูดอะไรไม่ได้ ได้แต่เดินตามศิลป์ไปติดๆตามที่พี่เขาบอก

 

ทำไมผมขัดใจอะไรผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เลยนะ -_-

 

“งั้นพวกผมไปละนะเจอกันดึกๆ” ศิลป์ว่า

 

“งั้นฝันดีนะครับพี่ศร” ผมกล่าวแล้วโบกมือลาเขาเบาๆเพราะเขิน

 

ไม่เขินก็บ้าแล้วมึง เล่นยุให้ขนาดนี้ แม่งงงง ...!!

 

 

 

บนรถ...

 

“กูถามจริง มึงจะพากูไปไหนว่ะ” ผมถามพลางหันไปมองคนขับรถที่ตอนนี้มันขับไปอย่างไม่มีจุดหมาย

 

จุดหมายน่ะอาจมี แต่ผมน่ะสิที่ไม่รู้ว่าจุดหมายที่ว่าเนี่ยที่ไหน

 

“พาไปปล่อยป่า”

 

“ปล่อยป่าพ่องมึงดิ กูไม่ใช่ลิง!!” ผมสวนพลางตบไหล่มันไปเต็มแรง กูถามดีๆแล้วตอบกวนตีนนะไอ้สัสนิ

 

“อ้าวหรอว่ะ กูคิดว่าเมียกูเป็นลิงซะอีก” มันว่าพลางหันมาทำหน้ามึนๆใส่ผม เออครับ สัส!!

 

“ถ้ากูเป็นลิงมึงก็คงเป็นตัวเหี้ยนั้นละ เหมาะมาก เห้ยไม่สิ ต้องเป็นน้องอาย-อายสิ มึงเลย” ผมว่าพลางยกมือขึ้นไปลูบหัวไอ้ศิลป์เบาๆแล้วขำกลิ้งออกมา คุณลองนึกภาพตามสิครับ หน้าเหมือนหนูแต่ใช้ชีวิตเหมือนค้างคาว มีตีนยาวๆเหมือนโครงกระดูก

เชี่ย!!! ใช่เลย ฮ่าๆๆๆๆ

 

แต่ดูเหมือนศิลป์เขาจะพอใจกับสิ่งที่ผมมอบให้ มันเหลือบตามองผมแวบนึงแล้วแคลนยิ้มออกมาอย่างชอบใจ ย้ำ ชอบใจมาก ฮ่าๆๆๆๆ

 

“น่ารักใช่มั้ยละมึง ดูเหมาะกันดีนะว่าม่ะ ลิงกับอาย-อาย” ฮ่าๆๆๆ

 

“เออ” นั้น งอนกูอีก...

 

“มึงงอนกูหรอครับ!?” ผมลองเชิงแล้วชะโงกหน้าไปใกล้ๆมัน

 

“....” อ้าว เงียบอีก แสดงว่างอน แต่แม่งงอนอะไรว่ะ ล้อเล่นแค่นี้ ทีมันละ ว่าผมได้นะ แต่พอว่ากลับแค่นี้ทำเป็นงอน เหอะ แม่งไม่ยุติธรรมเลย

 

 

 

“เออเรื่องของมึงเหอะ”

50%
 

ผมหันหนีไปอีกทางอย่างคนเซ็งๆ ไม่เข้าใจจะงอนทำไม เรื่องแค่นี้เอง มันเป็นผู้หญิงหรือไงว่ะ ผมละเซ็งจริงๆ

 

ระหว่างที่ขับมาเรื่อยๆเราทั้งคู่ไม่ได้คุยอะไรกันเลยครับ ปล่อยให้เพลงที่เปิดคลออยู่บรรเลงไปจนกระทั้งรถจอดสนิท

 

ศิลป์ดับเครื่องแล้วหันกลับมามองผมที่ยังนั่งนิ่งอยู่ บอกเลย ไม่ง้อครับ อารมณ์เสียจริงๆ เหอะ!!

 

“ป่ะ ไปเดินเล่นกัน” ว่าพลางเอื้อมมือมายีหัวผมแรงๆแล้วลงจากรถไป

 

นี่มึงหายแล้วช่ะ ! แต่ชั่งสิ ทำกูอารมณ์เสียนิ

 

กูไม่คุยโว้ย!!

 

ผมไม่ยอมลงจากรถครับ เลือกที่จะนั่งจุ้มปุกอยู่บนรถแทน อยากไปก็ไปคนเดียวดิ ผมชักอยากจะกลับบ้านแล้ว เบื่อมากๆ

 

“ทำไมไม่ลงมา” ศิลป์ที่ยืนรออยู่นานจนทนไม่ไหว เดินอ้อมมาข้างคนขับแล้วเปิดประตูยืนเท้าประตูรถมองหน้าผมที่กำลังเมินมันอยู่

 

“....” ผมไม่ตอบ

 

“ลงมาได้แล้ว แถวนี้สวยนะ” ว่าจบก็ดึงแขนผมให้ตามมันลงไป แต่ผมเลือกที่จะสะบัดแขนทิ้งแล้วนั่งอยู่ที่เดิม

 

“กูจะกลับบ้าน”

 

“ฝุ่น อย่าดื้อได้มั้ย ลงมา!” เสียงที่แข็งกร้าวนั้นขึ้นเสียงใส่ผมนิดๆ แต่ทำไมผมรู้สึกเหมือนมันเบื่อผมอย่างไงก็ไม่รู้สิ ถ้ารำคาญมากนักจะพากูมาทำไมว่ะ ทำไมไม่พากูกลับบ้าน

 

“กูจะกลับบ้าน”

 

“ฝุ่น..” ศิลป์ถอนหายใจออกมานิดแล้วนั่งยองๆข้างๆรถ นิ้วเรียวเอื้อมมาดึงใบหน้าผมให้หันไปเผชิญกับมัน

 

บอกเลยตอนนี้หน้าเราใกล้กันมาก ผมอยู่ห่างจากมันไม่ถึงคืบ แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรนอกจากมองมันด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยสนิท

 

“โกรธกู? หรือว่างอนกู?

 

“....” ผมไม่ตอบแล้วเลือกที่จะเงียบแทน ให้มันรู้ซะมั้ง ว่าตอนกูโกรธเป็นยังไง

 

พรึ่บ!!!

 

“เห้ยๆๆๆ!! ทำอะไร ปล่อยกูลงเดียวนี้นะไอ้ศิลป์!!” ผมเลิกลักขึ้นมาทันทีที่ไอ้ศิลป์มันอุ้มผมขึ้นจากรถ แม่งบ้าไปแล้วแน่ๆ

 

มันมาอุ้มผมทำไมว่ะเนี่ย แถมแม่งก็ไม่ยอมปล่อยผมด้วยนะ

 

“ปล่อยกู ปล่อยยย!!” ผมเตะขาไปมาเพื่อให้มันหนักแล้วยอมปล่อยผมลง แต่ไอ้บ้าเนี่ยมันถึก ต่อให้ดิ้นแค่ไหนมันก็พาผมเดินขึ้นไปบนสะพานได้ แต่ก่อนไปมันไม่วายใช้เท้าถีบประตูรถราคาแพงเสียด้วย กูเห็นแล้วยังอดเสียดายไม่ได้เลยจริงๆ

 

รถมันจะเป็นไรเปล่าว่ะนั้น -0-

 

“หายดิ้นแล้วหรอ...” ศิลป์ว่าพลางเดินอุ้มผมที่หันมองรถอยู่ มันเหลือบตามองผมแวบนึงแล้วเดินไปตามทางเรื่อยๆ

 

“มึงจะอุ้มกูทำไมว่ะ หนักตายห่า ปล่อยให้กูเดินเองเหอะ ลำบากเปล่าๆ” ผมด่าให้มันปล่อยผมลง แต่เหมือนยิ่งพูดไอ้บ้านี้แม่งยิ่งไม่ฟัง

 

“หายงอนกูแล้วไง้! เป็นห่วงกูเนี่ย” มันพูดพลางยิ้มขำชอบใจ

 

“อะไร ใครงอน กูแค่ไม่อยากคุยกับมึง” ผมหลบตามันไปทางอื่น อ้ห่านี้ก็รู้ทันตลอด

 

“หรออออ” จะลากเสียงยาวเพื่ออะไรว่ะ แม่งงงง..

 

“เออ!!

 

“ครับ” ยักคิ้ว

 

“กูว่ามึงปล่อยกูเหอะ กูหนักนะเห้ย!” แต่แม่งไม่ตอบ แถมยังเดินลิ้วไปเรื่อยๆอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยอีกต่างหาก

 

ผมว่าไอ้ศิลป์มันเป็นโรคสมองสั่งการช้าแน่ๆ บอกอะไรไปเหมือนไม่ค่อยจะรับรู้อะไรซักเท่าไรเลย

 

“อะ ถึงแล้ว” มันบอกเสร็จก็ค่อยๆปล่อยให้ผมยืนเองดีๆ พอมันเห็นว่าผมยืนมั่นคงแล้วก็หันมองออกไปนอกสะพาน

 

ตอนนี้เราทั้งคู่อยู่บนสะพาน ด้านล่างเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ใหญ่มาก ลมเย็นมากๆเลยละครับ

 

แต่พอลองมองกลับไปทางที่มันอุ้มผมมาแล้วผมแทบช็อค ไอ้ห่านี่มันอุ้มผมมาได้ยังไงตั้งไกลขนาดนี้ อยากจะถามมันมากเลยว่าเป็นคนหรือเป็นควายว่ะ ทำไมแม่งถึกขนาดนี้

 

“มึงนิสุดยอดเลยอุ้มกูมาได้ยังไงไกลขนาดนี้”

 

“แน่นอน กูเก่ง” ตอบโดยไม่หันมามองหน้า

 

“กูว่าไม่นะ กูว่ามึงเป็นควายมากกว่าถึกเชี้ยๆ” ผมหันไปมองใบหน้าด้านข้างมันแล้วตอบ

 

“ถ้ากูเป็นควาย เมื่อเช้านี้มึงก็นอนเอากับควายอ่ะดิ” มันว่าพลางหันกลับมามองหน้าผมตรงๆ

 

“ไอ้สัส..” ผมตอบมันกลับไปได้แค่นั้นครับ ไม่อยากไปพูดถึงเรื่องเมื่อเช้าเท่าไร เรื่องมันก็ผ่านมาแล้วก็ให้มันแล้วกันไปจะไปเอาอะไรกับมันมาก

 

“สัส! กูก็ผัวมึงนะไอ้ฝุ่น” พูดพลางยักคิ้วกวนตีนใส่ผม เออครับ กูรู้ ไม่ต้องย้ำ แต่แม่งทำไมชอบพูดอะไรนักหนาว่ะไอ้ผัวๆเมียๆนิ ผมได้ยินแล้วมันรู้สึกหงุดหงิดยังไงก็ไม่รู้ดิ

 

ไอ้ศิลป์กอดคอผมแล้วมองออกไปนอกสะพานตามเดิม เราไม่ได้พูดอะไรกันอีก รถที่ยังสันจรอยู่ด้านหลังมันก็ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เหมือนกับชีวิตคนเราที่ต้องเดินหน้า ไม่ใช่จมปักอยู่แต่กับเรื่องเดิมไม่ยอมเปลี่ยน ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้มันย่อมไม่มีอะไรแน่นอนเสมอ...

 

ผมมาคิดๆดูแล้วผมว่าผมควรจะตกลงกับมันเรื่องนี้ดีกว่านะครับ ผมไม่อยากเอาเรื่องที่เราได้กันแล้วไปบอกใคร ผมรู้สึกว่ามันเป็นแค่เรื่องที่เราอาจจะหลงผิดไปเองเสียมากกว่า

 

“นี่...” พวกเราสองคนเงียบกันไปได้ซักพัก ผมก็เลือกที่จะเป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นมาเอง

 

“หืออ”

 

“มึงเลิกพูดเรื่องผัวๆเมียๆได้มั้ย” พอจบประโยคนี้ศิลป์ก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับผมอีกครั้ง ผมยอมสบตามันแค่แวบเดียวก็ต้องเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้น

 

ไม่อยากเห็นแววตาของมันที่จ้องมองมาอย่างมีความหมายเสมอ...

 

“ทำไม?” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่มันเงียบไปอยู่นาน ผมหันไปสบตากับศิลป์ที่ตอนนี้ในใจน่าจะกำลังงุนงงกับสิ่งที่ผมพูดอยู่

 

“กูไม่ชอบว่ะ กูฟังแล้วมันรู้สึกไม่ดี ฟังแล้วรู้สึกหงุดหงิด มึงช่วยเลิกพูดเหอะ ได้มั้ย” ผมสบตามันอีกครั้งเพื่ออ้อนวอนแกมบังคับให้มันทำในสิ่งที่ผมต้องการ ศิลป์มองสบกับดวงตาผมนิ่งๆ ผมก็พอจะเดาได้แหละว่ามันคิดจะพูดอะไร...

 

“งั้นหรอ แล้วกู..ต้องไปจากมึงมั้ย”

 

“ไม่นิ กูแค่ไม่อยากให้มึงพูดเรื่องนี้เฉยๆ อีกอย่าง อย่าบอกใครได้มั้ยว่าเรามีอะไรกันแล้ว” ศิลป์เงียบทันทีเมื่อได้ยินผมพูดประโยคนี้ออกมา จากที่ยังกอดคอผมอยู่แน่นไม่ยอมปล่อย พอผมพูดจบ ศิลป์ก็ปล่อยแขนออกจากคอผมโดยที่ไม่คิดจะลังเลเลยซักนิด

 

“เอางั้นก็ได้ ถ้ามึงต้องการ... แต่...” แต่อะไร...

 

“....”

 

“แต่ถ้าหลังจากวันนี้ไป กูทำอะไรที่ทำร้ายจิตใจมึง กูก็ขอโทษแล้วกัน” มันยิ้มบางๆส่งมาให้ผมอย่างอ่อนโยน แต่แววตาที่มองมานั้นมันไม่ได้อ่อนโยนเช่นรอยยิ้มเลยซักนิด มันมีแต่ความเฉยชาและสงบนิ่ง

 

ผมพูดอะไรผิดหรือเปล่า

 

สิ่งที่ผมบอกมันไปมันเป็นเรื่องที่ผิดพลาดอย่างนั้นหรอ ผมทำให้ศิลป์เปลี่ยนไปหรือเปล่า

 

คงไม่หรอก ผมคิดว่าสิ่งที่ผมเลือก มันดีสำหรับทั้งสองฝ่ายแล้วละ

 

เรายังต้องเจออะไรอีกมากมาย อีกอย่าง..

 

เราเป็นผู้ชายทั้งคู่ มันจะเป็นไปได้ยังไง จริงมั้ย..




.................................................................................
TBC...


 


 

ฝีมือตกอ่ะ ไม่ใช่ละ 555
เม้นให้หน่อยนะค้า ขอซัก 5 เม้น ขึ้นได้มั้ยเอ่ย
ถ้าชอบก็ขอบคุณค้า
ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์คนนี้นะคะ

...............................................................

 

ขอโทษด้วยน้าที่มาอัพช้า ไรท์ติดฝืกงาน
ช่วงนี้ต้องรีบปั่นรูปเล่มเลยต้องหันไปทำเรื่องงานก่อน
เข้าใจเนอะ ^_^

.............................................................

 

เอ๋ เรื่องมันยังไงกันหว่านิ 

รักกุ๊กกิ๊กแน่หรอหรือว่าจะไม่ใช่นะนิ

พี่ศิลป์จะทำอะไรน้องฝุ่นนะ

พี่ศิลป์เราชักจะอันตรายซะแล้วสิเนี่ย ไม่ได้ละๆ 

 


 



 

© themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

113 ความคิดเห็น

  1. #83 Akane View (@viewcanon) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 / 20:44
    Sm เลยครัช พี่ศิลป์ล่ามโซ่สีฝุ่น กรี๊ดดดดดด//ไปไกลล่ะ
    #83
    0
  2. #73 Mana (@seal772) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2557 / 09:39
    พี่ศิลป์อ่ะ แก่แล้วก็งี้ 555 อารมณ์แปรปรวน :)
    #73
    0
  3. #72 เด็กเมพ (@baiplue555) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2557 / 09:05
    หุยย สงสารศิลป์ อ่าา ทำไมดราม่าเช่นนี้ T T น้ำตาจิไหลพรากๆ
    #72
    0
  4. #71 Blueyu (@pluza89) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2557 / 08:56
    ดูเศร้าๆอ่ะ ฮือๆๆพี่ศิลป์ทำไมไม่บอกรักฝุ่นไปเลยละ ถ้าเค้าเปนฝุ่นก็ลำบากใจนะ มีอะไรกันทั้งๆที่ไม่ได้รักกัน T^T
    รีบๆอัพต่อน้าาา รออยู่ค้าา
    #71
    0
  5. #70 darlingduang (@kaimiki) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2557 / 18:50
    มันเริ่มมีกลิ่นตุๆแล้วสิ
    #70
    0
  6. #69 kaew love Yaoi (@kaewlovepiremak) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2557 / 16:33
    สู้ๆๆนะค่ะไรต์
    #69
    0
  7. วันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 / 21:58
    ศิลป์จะทำไรรรร
    #68
    0
  8. #67 Vit Sabaho (@2234-87) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 / 21:12
    รออออ5555
    #67
    0
  9. #66 Nali (@nali-rabanos) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 / 18:03
    เหมือนจะได้กลิ่นมาม่าล่ะ.....
    #66
    0
  10. #65 JIJYii (@mootangii18) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 / 16:40
    ดูเหมือนพี่ศิลป์จะเศร้าๆๆนะ TT"
    #65
    0
  11. #64 Nest (@nattanate) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 / 16:34
    ฝุ่นอ่าทำไมทำแบบนี้55555
    #64
    0
  12. #63 Nest (@nattanate) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 / 12:22
    เห้ยๆคู่นี้ยังไง5555
    #63
    0
  13. #61 maykubpom (@maykubpom) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 / 01:27
    ฮันแน่ เริ่มรักศิลป์เข้าแล้วละสิคุณลูก ไปตามหาฉากเสียตัวแปป อยากอ่านๆๆ
    #61
    0
  14. #60 JIJYii (@mootangii18) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 / 00:42
    5555 ตอนหลังแลจะฟรุ้งฟริ้ง ^^
    #60
    0