The Legend of Blue Fire (มังกรผู้เฝ้าหอคอย)

ตอนที่ 60 : ตอนที่ 58 สูญพันธุ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,258
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 556 ครั้ง
    30 ก.ย. 63




เนียร์เอียงศีรษะหรี่นัยน์ตามองเครื่องแบบทหารที่เธอไม่คุ้นเคยบนหุ่นไม้ลองเสื้อแบบเต็มตัวที่มีทั้งศีรษะและข้อต่อแขนและขา


และมันคือชุดทหารที่มีส่วนคอปกตั้งจนถึงสะโพกเป็นเกราะตีจากโลหะสีเงินที่สะท้อนเงาดำใหม่เอี่ยมเข้ารูป รับส่วนหน้าอกและเอวที่คอดเข้าตามสรีระของเพศหญิง ดูเบาทว่าแข็งแกร่ง ไม่เทอะทะ พร้อมมีเกราะอีกส่วนป้องกันหัวไหล่และช่วงแขนซ้ายทั้งท่อนซึ่งถูกเชื่อมโยงกับตัวชุดด้วยข้อต่อเหล็ก ทว่าหัวไหล่ขวาและต้นแขนขวานั้นกลับเปลือยเปล่า มีเพียงปลอกแขนผ้ายืดสีดำที่สวมทับตั้งแต่ต้นแขนจนถึงหลังมือเพื่อป้องกันการเสียดสีของผิวหนังกับเกราะโลหะที่ห่อหุ้มแขนท่อนล่างไว้


ชัดเจนว่าเกราะนี้จงใจสร้างให้คนที่ถนัดขวาโดยเฉพาะ จึงไม่มีที่ป้องกันบนหัวไหล่และต้นแขนขวาเพื่อการขยับที่ง่ายดายขณะใช้แขนซ้ายในการป้องกันเป็นหลัก มันจะช่วยลดภาระของผู้สวมโดยไม่ต้องรับน้ำหนักชุดมากเกินไปโดยไม่จำเป็น


ซึ่งนอกจากเกราะเงินด้านนอกแล้วยังมีเสื้อตัวในเป็นชุดกระโปรงหนังสัตว์สีน้ำตาลเข้ม สังเกตได้จากช่วงล่างที่เลยสะโพกบนลงไปจะเห็นกระโปรงหนังเย็บเก็บขอบอย่างเรียบร้อยดูทะมัดทะแมง โดยรูปทรงของกระโปรงส่วนด้านหน้าถูกตัดให้สั้นแค่ฝ่ามือพร้อมมีซับในอีกชั้นเป็นกางเกงขาสั้นสีดำซึ่งน่าจะทำให้เคลื่อนไหวขาได้โดยไม่ติดขัด ทว่ากลับแฝงความอ่อนหวานเบาๆ กับกระโปรงครึ่งหลังที่ยาวถึงข้อพับขาและชายกระโปรงถูกตัดเย็บให้แฉกออกเหมือนกลีบดอกไม้สี่กลีบ


และเมื่อมองต่ำลงมาอีกที่ช่วงขาของหุ่นไม้เธอยังเจอปลอกขาผ้ายืดที่คล้ายถุงน่องสีดำสวมอยู่บนน่องขาช่วงบนและน่าจะยาวลงไปห่อหุ้มถึงเท้าทั้งสองข้างเพื่อป้องกันการเสียดสีของผิวเนื้อ เมื่อมีร้องเท้าบูทเหล็กที่สูงมาถึงหัวเข่าสวมทับอยู่บนขาของหุ่นด้วย


แต่ต่อมาเนียร์ก็ต้องสะดุดกับองค์ประกอบชุดอีกอย่างหนึ่ง ที่อยู่ต่ำลงไปถึงพื้นตรงด้านหลัง... ซึ่งเจ้าสิ่งนั้นเนียร์ไม่รู้ว่าจะนิยามมันว่าอะไรนอกจากคำว่า หาง


ใช่ ตามที่เห็น ณ ขณะนี้ มังกรสาวพูดได้เลยว่าว่าชุดเกราะนี้มี หาง เพราะมันมีแผ่นเหล็กสามเหลี่ยมเหมือนลูกศรหัวคว้ำที่เชื่อมติดกันด้วยหมุดข้อต่อเป็นแถวยาว เรียงลงมาเหมือนสายสร้อยจากด้านหลังของชุดเกราะส่วนบน และยาวเลยลงมาจนจรดกับพื้นพรม โดยที่สุดปลายของหางเหล็กนั้นเป็นลิ่มแหลมคมอันใหญ่ที่ดูคล้ายปลายหอก


และด้วยรูปทรงแบบนั้น จึงทำให้เนียร์อดคิดไม่ได้ว่ามันเหมือนสร้างขึ้นมาลอกเลียนหางของมังกรอย่างไงอย่างงั้น


“ในร่างมังกรเจ้าไม่มีหอกที่ปลายหาง ดังนั้นอย่างน้อยตอนอยู่ในร่างมนุษย์ ก็ควรมีอาวุธไว้ใช้งานแทนบ้าง... นั่นเป็นสิ่งที่ราชาเลจินอฟรับสั่งตอนที่ให้ช่างตีเกราะของเครื่องแบบใหม่ให้เจ้า”


เนียร์ตวัดหน้าฉับกลับไปมองยังหัวหน้ามหาดเล็กดิเรก พร้อมอ้าปากค้างน้อยๆ ด้วยความอึ้งตะลึงกับสิ่งที่เขาเพิ่งบอกเธอ ก่อนใช้เวลาอีกหลายวินาทีในการประมวลผล แล้วจึงพะงาบปากออกไปเป็นคำพูดได้ในที่สุดว่า


“นั่นคือ... เครื่องแบบของข้า!?” เธอหันไปมองชุดทหารบนหุ่นลองเสื้อสลับกับใบหน้าของดิเรกอีกครั้ง


 ดิเรกพยักหน้าที่หนึ่งอย่างเรียบง่าย แล้วกล่าวย้ำ “เครื่องแบบของอัศวินชั้นพิเศษที่เพิ่งทำเสร็จเมื่อวานนี้”


มังกรสาวยิ่งอ้าปากกว้างด้วยความอึ้งกว่าเดิม และหน้าตาเธอยามนี้คงดูพิลึกไม่ก็ตลกมาก เสียงหัวเราะคิกคักแผ่วเบาจึงแอบลอยมาจากกลุ่มนางกำนัลด้านหลังเธอ


และเนียร์ต้องมองตามพรายสูงวัยที่ก้าวผ่านตัวเธอไป และไปหยุดยืนข้างเครื่องแบบทหารใหม่เอี่ยมบนหุ่นลองเสื้อ ก่อนเขาจะเอ่ยเสียงหนักแน่นจนเกือบฟังเป็นคำสั่งกับเนียร์ว่า


“วันนี้เจ้าต้องใส่เครื่องแบบนี้”


“วันนี้!?” เป็นอีกครั้งที่มังกรสาวตกใจจนร้องถามออกไป


“เจ้าต้องเข้าพิธีแต่งตั้งยศด้วยเครื่องแบบของอัศวินชั้นพิเศษเพื่อรับเข็มกลัดเหล็กที่มีตราประทับหรืออาร์มจากราชาเลจินอฟเพื่อรับรองฐานะอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็แปลว่า ตั้งแต่วันนี้ไปเจ้าต้องเริ่มใส่มัน เพราะถ้ามีปัญหาติดขัดกับตัวชุด เราจะได้แก้ไขทันก่อนวันงานและเพื่อให้เจ้าคุ้นชินกับเครื่องแบบใหม่... เจ้าคงไม่อยากดูเงอะงะกลางงานที่ใหญ่โตที่สุดโดยตัวเองเป็นตัวเอกของงานเพียงเพราะเครื่องแบบใหม่ที่เพิ่งได้ใส่ครั้งแรกหรอกใช่ไหม” ผู้เป็นหัวหน้ามหาดเล็กอธิบายสาเหตุและเหมือนจะต้องการสำทับให้คนฟังแน่ใจด้วยว่าสิ่งที่เขาบอกก่อนหน้านี้เป็นสิ่งที่เธอต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด


เนียร์ที่ยืนแข็งนิ่งอยู่ค่อยๆ คลายสีหน้าเหวอจนดูตลกของตนลงยามพรายสูงวัยบอกเหตุผล แม้ในใจจะยังคงเชื่อครึ่งไม่ครึ่งเพราะเธอไม่คิดว่ามันจะมาถึงเร็วขนาดนี้ ซึ่งในความรู้สึกเธอ เธอแอบคิดว่ามันจะไม่ได้เกิดขึ้นจริงๆ ด้วยซ้ำในการเข้าพิถีแต่งตั้งยศเป็นอัศวินชั้นพิเศษ หรือแม้แต่จะได้เห็นเครื่องแบบทหารใหม่เอี่ยมในยศสูงสุดนั่น


ทว่าเมื่อได้เห็นชุดเกราะเงาวับที่ตั้งอยู่กลางห้องแบบเต็มตาและคำยืนยัดชัดเจนจริงจังจากหัวหน้ามหาดเล็กดิเรก ความคิดที่พยายามหนีความเป็นจริงนั่นก็ต้องมลายลง และยอมรับว่าภาระหนักอึ้งที่มาพร้อมเครื่องแบบใหม่นี้กำลังจะเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็วอย่างเลี่ยงไม่ได้แล้ว


และสุดท้ายคนเป็นมังกรก็กลับมาวางสีหน้าเป็นปกติเช่นเดิม พลางก้มหัวรับคำสั่งอย่างที่ควรปฏิบัติ “ค่ะ”


ทันทีที่เนียร์เอ่ยรับพรายสูงวัยก็พยักหน้ารับกลับเช่นกัน และพูดขึ้นใหม่ด้วยน้ำเสียงที่ฟังปราณีมากขึ้น


“พวกนางกำนัลจะช่วยเจ้าแต่งตัว” เขาหมุนหน้าไปยังร่างอรชนสี่ร่างของนางกำนัลที่ว่า แล้วกลับมาสบนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลลึกของเนียร์อีกครั้งพร้อมกับอีกคำสั่งหนึ่งว่า “แล้วเมื่อเจ้าแต่งตัวเสร็จแล้ว เจ้าต้องไปเข้าเฝ้าราชาเลจินอฟที่ห้องทรงงาน เนียร์ อาร์เทนโน่”



                                                    *******************



 

        อาจเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้สวมเครื่องแบบของทหารชุดใหม่ กลิ่นใหม่และความหรูหราของพวกมันที่มีมากกว่าชุดทหารฝึกหัดหลายเท่าจึงสร้างความรู้สึกกดดันแปลกๆ ให้ตัวเอง ไม่ก็เพราะนานแล้วที่เธอไม่ได้อยู่ในเครื่องแบบทหาร เธอจึงรู้สึกประหม่าและติดขับไปหมดทั้งแขนขาแม้ชุดเกราะเงาวับบนร่างนั้นจะถูกทำขึ้นมาได้พอดีตัวเธอทุกจุดจนน่าประหลาดใจ ซึ่งพอได้สวมเครื่องแบบครบทุกองค์ประกอบแล้ว เนียร์พบว่านอกจากเกราะและตัวชุดกระโปรงที่เห็นบนหุ่นลองเสื้อ มันยังมีเครื่องป้องกันศีรษะเป็นตะแกรงเหล็กที่มีข้อเกี่ยวกับเขาบนศีรษะเธอได้พอดีและมั่นคงอีกชิ้น


และสิ่งที่น่าอัศจรรย์เล็กๆ เมื่อเธอใส่ทุกอย่างครบ คือหางเหล็กด้านหลังของเกราะโลหะที่แอบคิดว่าจะลากพื้นและสร้างความน่ารำคาญ กลับถูกส่วนสูงของเธอทำให้ปลายหางที่เป็นหอกยาวแหลมยกพ้นพื้นขึ้นมาได้พอดี ซ้ำเมื่อเคลื่อนไหว เจ้าหางเหล็กนั้นยังแอบสะบัดไปมาเล็กน้อยตลอดเวลาราวเป็นหางมังกรที่มีชีวิตจริงๆ ข้อต่อบนชิ้นส่วนหางแต่ละชิ้นทำงานได้อย่างลื่นไหลและเยี่ยมยอดราวกระดูกสันหลังของงู


ซ้ำเบาหวิวจนทำให้คิดว่าหากลองบิน แล้วใช้มันฟาดฟันศัตรู คงสะบัดได้ลื่นไหลไม่ต่างจากหางมังกรของตนจริงๆ ที่สำคัญตัวเกราะเหล็กด้านบนไม่ได้เป็นชิ้นเดียวกันทั้งชุด หากแต่เป็นหลายชิ้นส่วนที่ประกอบติดกันด้วยหมุดข้อต่อเพื่อรองรับการบิดหมุนร่างกายให้ตัวชุดเกราะยืดหยุ่นจนสามารถเคลื่อนไหวทุกส่วนของกล้ามเนื้อได้ไม่ต่างจากการใส่เสื้อผ้าปกติ


แต่ก็อย่างที่ว่ามา แม้เครื่องแบบชุดนี้จะเหมือนเกิดมาเพื่อเธอ หากมันก็สร้างความอึดอัดคับแน่นในใจได้อย่างประหลาด โดยเฉพาะเวลานี้ที่เธอต้องมายืนตัวตรงเบื้องหน้าประตูห้องทรงงานที่มีจอมมารแห่งเทเนบริสรออยู่หลังบานประตู


“เข้าไปได้แล้วอาเทนโน่”


เนียร์ที่กำลังยืนเกร็งจนหลังตรงต้องหันควับกลับไปมองใบหน้าหล่อเหลาแต่ดูมีอายุของหัวหน้ามหาดเล็ก แล้วรู้สึกประหม่ามากขึ้นจนต้องลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอกับคำอนุญาตนั่น


กระนั้นเธอก็ต้องสั่งขาให้ก้าวไปข้างหน้าเมื่อมหาดเล็กเวรประจำผู้ทำหน้าที่เฝ้าอยู่หน้าห้องเปิดประตูออกให้ ซึ่งเนียร์ต้องผ่านประตูบานหรูไปอีกสามบานถึงจะเข้าสู่ห้องทรงงานกว้างขวาง


แต่ทันทีที่ก้าวพ้นประตูบานสุดท้ายเนียร์กลับต้องชะงักกายทันทีจนแทบเป็นอาการผวาเล็กๆ เพราะคนที่เธอพบก่อนจอมมารเจ้าของห้องกลับกลายเป็นร่างใหญ่โตเหมือนกำแพงของผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่ยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทรงงานก่อนแล้ว


ซึ่งเคออสเองก็ไหวกายใหญ่โตมามองมังกรสาวในจังหวะเดียวกันกับที่เธอหยุดเท้าเพราะเห็นเขาเข้าพอดี และดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เธอคนเดียวที่ชะงักและแปลกใจที่ได้พบอีกฝ่าย เพราะแม่ทัพคนสำคัญนั้นก็เลิกคิ้วบนใบหน้ากร้านดุขึ้นสูงทันทีเช่นกันเมื่อเห็นเธอ


และเนียร์เดาได้ว่าที่เขาหลุดกิริยาปกติของตนออกมาเช่นนั้นมันไม่ใช่เพราะเขาเห็นหน้าของเธอที่ไม่ได้เห็นมานานหลายวัน แต่เป็นเพราะเขาเห็นว่าเธออยู่ในเครื่องแบบทหารชุดใหม่ในตำแหน่งของอัศวินชั้นพิเศษต่างหาก ยืนยันได้จากการที่เคออสค่อยๆ ปรับสีหน้ามาวางนิ่งและติดบึ้งตึกนิดๆ ตามนิสัยเช่นเดิม ก่อนงึมงำคำหนึ่งออกมาว่า


“ในที่สุด”


มังกรสาวไม่แน่ใจว่าควรตีความความหมายของคำว่า ในที่สุดของเคออสไปทางไหนได้บ้าง ระหว่าง ในที่สุดเธอก็ได้เลื่อนยศขึ้นมาเป็นทหารจริงๆ กับเขาเสียที กับ ในที่สุดราชาเลจินอฟก็ทำเรื่องยุ่งยากด้วยการเลื่อนยศเธอให้กลายเป็นอัศวินชั้นพิเศษขึ้นมาจนได้ กันแน่


ทว่าเมื่อตั้งสติได้ เธอก็รีบก้มหัวเคารพผู้บัญชาการทหารสูงสุดของตนอย่างรวดเร็ว และก้าวเข้ามาในห้องเต็มตัวแม้จะรู้สึกว่าตนอยู่ผิดที่ผิดทางแปลกๆ ก็ตาม ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อมาหยุดยืนตัวตรงในห้องทรงงานแล้ว เธอก็ต้องรีบโค้งกายเคารพเจ้าของห้องหลังโต๊ะทรงงานทันทีโดยไม่ได้แม้แต่มองพระพักตร์พระองค์


“หม่อมฉันมาเข้าเฝ้าตามรับสั่งแล้วเพคะ”


“ผมหางม้าดูเหมาะกว่าจริงๆ”


เนียร์ต้องเงยตัวพร้อมเลิวคิ้วขึ้นข้างไม่เข้าใจคำพูดที่คล้ายเปรยลอยๆ จากราชาเลจินอฟที่ส่งมา ก่อนจะนึกได้ว่าเวลานี้ตนมัดผมหางม้าเช่นเดิมแล้วหลังสวมเครื่องแบบใหม่ แต่ยังไม่ทันจะแน่ใจว่าพระองค์หมายถึงผมเธอแน่รึเปล่าเนียร์ก็เห็นว่าวรองค์สูงสง่านั่นลุกจากเกาอี้ผนักสูงช้าๆ พลางพูดขึ้นใหม่ราบเรียบ


        “เจ้ายังเหลืออีกสิ่งที่ต้องใส่”


        เนียร์เอียงคองุนงงในสิ่งที่ได้ฟัง แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนเป็นเบิกนัยน์ตากว้างพร้อมหัวใจที่เต้นถี่เร็วในฉับพลันเมื่อเห็นว่าในพระหัตร์ซ้ายของจอมมารแห่งเทเนบริสถือสิ่งใดติดมาด้วย... เข็มขัดหนังที่ใส่หัวศรและมีดสั้นลายเถากุหลาบของเธอ!


        “ข้าบอกจะคืนให้ เมื่อเจ้าได้เครื่องแบบใหม่” สุรเสียงทุ้มลึกยังคงกล่าวเนิบช้านิ่งเรียบ เมื่อก้าวมาหยุดยืนหน้าโต๊ะทรงงานแล้วยกของในพระหัตร์ขึ้นสูง ตรงหน้ามังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์


        “ขอบพระทัยมากเพคะ!” เนียร์เกือบตะโกนออกไปด้วยความดีใจพร้อมก้มหัวขอบคุณให้ราชาปีศาจอีกครั้ง ไม่นึกว่าตนจะคิดถึงพวกมันมากขนาดนี้ ทั้งที่ช่วงเวลาหนึ่งเคยรู้สึกว่าพวกมันคือภาระใหญ่หลวง โดยเฉพาะมีดสั้นเล่มนั้น หากเมื่อขาดมันไปและได้มันคืนมา ความรู้สึกโหยหากลับทะลักทลาย ราวกับเพื่อนเก่าที่จากไปแสนนานและได้มาพบหน้ากันอีกครั้ง


        แต่ยังไม่ทันที่มังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์จะได้เงยตัวกลับขึ้นมาเต็มความสูง ความดีใจจนแทบเป็นตื่นเต้นนั้นพลันเปลี่ยนเป็นผงะกายด้วยความตกใจแทนเมื่ออยู่ๆ วรองค์สูงสง่าที่ยืนอยู่ตรงหน้าก้าวเข้ามา แล้วก้มวรกายโอบรอบเอวเธอด้วยแขนแกร่งสองข้างจนเนียร์ต้องยืนนิ่งอึ้งด้วยความงุนงงสับสนไปชั่วขณะ


ทว่าวินาทีต่อมาเสียงโลหะที่กระทบบนเอวพร้อมน้ำหนักที่มากขึ้นในส่วนนั้นกลับเป็นตัวบอกมังกรสาวว่าผู้เป็นจอมมารกำลังช่วยสวมเข็มขัดหนังให้ตนอยู่ ไม่ได้โอบกอดหรือทำอะไรเกินเลยอย่างที่คิด


ทว่าถึงจะเข้าใจแล้วว่าพระองค์ทำอะไร แต่การที่จอมมารมายืนแต่งตัวให้ทหารใต้บัญชาของตนก็เป็นอะไรที่ไม่สมควรเกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่งอยู่กี ซ้ำที่หนักกว่าคือวิธีการและระยะที่ใกล้ชินจนหน้าผากเธอแทบชิดอกกว้างของพระองค์ แถมด้วยพระพักตร์คมที่ก้มมองหน้าเธอตลอดเวลาขณะจัดการรัดสายเข็มขัดให้แน่นหนาพอก็ทำให้คนเป็นมังกรหายใจได้ไม่สะดวกนักและทำได้แค่เบี่ยงหน้ายุ่งเหยิงไปทางหนึ่งเพื่อให้ห่างสัมผัสอุ่นๆ ที่ชิดติดแก้มร้อนๆ ของตนเท่าที่จะทำได้


        ที่สำคัญเธอยังไม่ลืมว่าตอนนี้ท่านเคออสยืนอยู่ที่นี่ด้วย!


        “ความรู้สึกของราชาลูเธอร์ที่ได้เห็นไออีชาในเครื่องแบบอัศวินชั้นพิเศษครั้งแรกคงเป็นแบบนี้สินะ”


        คำกระซิบที่เหนือหัวจากสุรเสียงทุ้มเบาและกลิ่นกุหลาบอ่อนซึ่งนุ่มนวลกว่าที่ผ่านมาดึงใบหน้าของเนียร์ที่เบี่ยงหลบไปทางหนึ่งให้เงยขึ้นสูงในฉับพลัน ก่อนมังกรสาวต้องหยุดนิ่งราวถูกตรึงไว้ ยามสบกับดวงเนตรสีน้ำตาลทองคู่เรียวคมที่สะท้อนเงาภาพของเธอด้วยความหมายลึกซึ้งมากมาย ทั้งอ่อนโยน ปลาบปลื้ม ชื่นชม หลงใหล และปรารถนาอย่างล้ำลึก


ทว่าเมื่อเธอมองเข้าไปในดวงเนตรคู่เรียมคมงดงามนั้นดีๆ เธอกลับพบว่าใต้ความรู้สึกยินดีมากมายเหล่านั้นมันก็ยังแอบแฝงด้วยความอดกลั้น เศร้าหมอง และเจ็บปวดอย่างประหลาดจนทำให้คนเป็นมังกรสะท้านในอกอย่างไม่ทราบสาเหตุ และเผลอหลุดคำถามออกไปตามความซื่อของตน


        “ฝ่าบาทเจ็บแผลหรือเพคะ” มังกรสาวไม่อาจหาเหตุผลได้ว่าอะไรที่ทำให้จอมมารตรงหน้า เจ็บในเวลานี้ นอกจากบาดแผลบนฝ่ามือซ้ายของพระองค์ที่ต้องกรีดเลือดให้เธอเพื่อผสมยา ซึ่งแผลนั่นก็ยังคงเปิดอยู่ใต้ผ้าพันแผลสีขาวสะอาด และมันเป็นความเจ็บเดียวที่เธอนึกออกในตอนนี้


        ราชาปีศาจเป็นฝ่ายนิ่งตะลึงไปเล็กน้อยกับสิ่งที่เจ้ามังกรตรงเบื้องพระพักตร์ทักขึ้นมา เพราะแม้คำถามและนัยน์ตาคู่โตสีฟ้าน้ำทะเลลึกช่างสงสัยนั้นจะดูซื่อบริสุทธิ์ หากเธอกลับจับความรู้สึกที่พระองค์พยายามซ่อนเก็บไว้ได้อย่างแม่นยำ... เพราะถูกต้องแล้ว ยามนี้พระองค์กำลัง เจ็บอยู่


เจ็บที่ได้รู้ว่า อดีตที่ทิ้งไว้ข้างหลังมานานนับร้อยปี กำลังกลับมาไล่ล่าพระองค์ และจุดประสงค์ของมันคือทำลายสิ่งเดียวที่พระองค์ปกป้องมาตลอด โดยพระองค์ทำได้แค่ดูมันเกิดขึ้น ไม่มีทางแก้ไขซ้ำได้อีก ไม่มีโอกาสที่สองอีกแล้ว... ดังนั้นพระองค์จึงกลัวเกินกว่าที่จะกลับเข้าไปในห้องบรรทมเมื่อคืนนี้ แล้วต้องเผชิญหน้ากับดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลึก ที่อาจไม่ได้มองพระองค์เช่นนี้อีกเมื่อเธอรู้ความจริงทั้งหมดจากในฝันบ้าๆ นั่น  


หวังเพียงว่า มังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ตนนี้จะแข็งแกร่งพอที่จะไม่ถูกมันทำลาย... และให้อภัยพระองค์เช่นที่เธอให้อภัยคนรอบข้างเสมอ...


“ใช่... นิดหน่อย” หลังนิ่งงันไปครู่หนึ่งสุรเสียงทุ้มลึกที่ฟังอ่อนเบากว่าเดิมก็เอ่ยตอบเนิบช้า ตามน้ำต่อข้อสงสัยของมังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์


        และใบหน้าช่างสงสัยที่มีแผลเป็นยาวอยู่เสี้ยวหน้าหนึ่งของมังกรสาวก็เปลี่ยนเป็นความห่วงกังวลขึ้นมาแทนที่ พร้อมอีกหนึ่งคำถาม “มันไม่มีวิธีรักษาที่ทำให้หายได้ไวกว่านี้ นอกจากปล่อยให้หายเองหรือเพคะ”


        “ไม่” จอมมารยังคงตอบแม้ไม่ได้เจ็บที่แผลอย่างที่อีกฝ่ายคิด “กับผลึกดำนี้ แค่เพียงเศษผงเล็กๆ จากมัน ก็สามารถทำให้ข้ามึนเมาจนควบคุมตัวเองไม่ได้หากเผลอสูดดมเข้าไป ดังนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่หาอะไรมารักษาได้”


        เนียร์เงียงันไปกับสิ่งที่ได้ฟัง แต่สีหน้าที่ยังคงมีรอยยุ่งเหยิงบอกพระองค์ได้ดีกว่าเจ้ามังกรตนนี้ยังไม่ยอมแพ้ที่จะหาวิธีให้พระองค์หายเจ็บในหัวเล็กๆ นั่น... มันเป็นธรรมชาติของเธอที่พยายามจะปกป้องทุกสิ่ง ที่บางครั้งมันอาจมากเกินไป...


        “กระหม่อมว่าเข็มขัดนั่น รัดแน่นพอแล้ว


        เสียงเข้มเครียดจากผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่ยืนมองราชาของตนและทหารใต้บัญชาของตนจำต้องเอ่ยแทรกขึ้น เมื่อพวกทั้งคู่ยังตัวติดกันไม่ขยับไปไหนมานานเกินไปในความคิดของคนที่ เฝ้าสังเกตการณ์ อยู่


ซึ่งเนียร์นั้นพลันสะดุ้งกายเล็กน้อย ก่อนจะเพิ่งตระหนักได้ว่าตนยังยืนชิดอยู่กับราชาเลจินอฟเมื่อพระองค์ยังไม่ได้ปล่อยพระหัตร์ออกจากเข็มขัดบนเอวตน ซึ่งเมื่อคิดได้เธอก็เตรียมจะถอยเท้าออกทันที ทว่าผู้เป็นจอมมารนั้นกลับยิ่งจับยึดเข็มขัดหนังรอบเอวเธอ ซ้ำยังดึงร่างที่เล็กกว่าเข้าหามากกว่าเดิมจนเนียร์ใจร่วงวูบแล้วแทบล้มใส่อกกว้างของราชาปีศาจ ก่อนเธอจะได้ยินพระองค์เอ่ยเฉียบเย็นใส่เจ้าของร่างใหญ่โตเหมือนกำแพง


        “ยังแน่นได้มากกว่านี้ ในเมื่อมันอยู่ในมือข้า”


        “กระหม่อมว่าเอาแค่ให้พอสมควร และปล่อยให้มันทำหน้าที่ตามปกติที่มันควรทำเถอะพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพคนสำคัญยังคงไม่ยอมแพ้


        “คนที่เป็นเจ้าของมันคือข้า ข้าจะให้มันทำหน้าที่อะไรบ้างก็ได้”


        “เอาแต่พระทัยแบบนั้น เกรงว่าสุดท้ายจะแย่เอาทั้งตัวมันและฝ่าบาทเอง”


        ยังพูดเรื่องเข็มขัดกันอยู่ใช่ไหม!... เนียร์ต้องตะโกนขึ้นมาในหัวด้วยความอึดอัดเต็มทนและใบหน้าที่แดงก่ำ อยากจะขอตัวออกไปจากห้องทรงงานเดี๋ยวนี้ หากราชาปีศาจก็ยังคงไม่ยอมปล่อยพระหัตร์จากเธอ ซึ่งถ้าจะยื้อตัวออกมาทั้งที่พระองค์ยังยึดไว้แน่นเช่นนี้ก็คงไม่ต่างอะไรจากการทำเรื่องไร้มารยาทถึงที่สุด อีกอย่างเธอคงสู้แรงพระองค์ไม่ได้


        ยังไงก็เถอะ เธอต้องหาทางปลีกตัวออกไปจากสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ให้ได้เสียก่อน...


        ก๊อก ก๊อก ก๊อก


        “เจ้าหญิงคลอเล็ตต้าขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”


        อะไรนะ!?... มังกรสาวที่กำลังคิดหาทางปลีกตัวจากความตึงเครียดระหว่างจอมมารและแม่ทัพใหญ่แทบร้องตะโกนออกมากับคำรายงานของมหาดเล็กที่หน้าประตูห้อง เพราะดูเหมือนว่าปัญหาใหญ่อีกหนึ่งจะมาซ้ำเติมเธอได้อย่างถูกเวลาอย่างน่าเหลือเชื่อ


นี่มันวันอะไรกัน!


        “ให้นางเข้ามาได้”


        คำอนุญาตง่ายดายของจอมมารทำให้เนียร์สะท้านกายขึ้นวูบหนึ่ง เพราะราชาเลจินอฟยังคงจับแน่นที่เข็มขัดบนเอวเธอโดยไม่มีวี่แววว่าจะปล่อยมันออกทั้งที่น่าจะจัดการรัดมันเสร็จแล้ว ทำให้เธอต้องยืนตัวตรงแข็งชิดอยู่กับวรกายแกร่งของพระองค์เช่นนั้น


แล้วถ้าเจ้าหญิงคลอเล็ตต้าเข้ามาเห็นสภาพระหว่างเธอกับราชาเลจินอฟตอนนี้ล่ะ!


        “ฝ่าบาท หม่อมฉันคิดว่า...”


“สวัสดีเจ้าหญิงคลอเล็ตต้า”


มังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ที่กำลังจะเอ่ยขอให้จอมมารปล่อยตนพลันนิ่งค้างเหมือนถูกแช่แข็ง พร้อมใจร่วงวูบลงตาตุ่ม เมื่อพระองค์เงยพระพักตร์มองข้ามศีรษะเธอไปเอ่ยคำทักทายใครคนหนึ่งที่เดินเข้ามาแล้ว


และต่อให้ไม่ต้องหันกลับไปมอง เนียร์ก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ข้างหลังตน เพราะจากเสียงฝีเท้าในส้นสูงที่ชะงักกึกทันทีเมื่อก้าวเข้ามาในบริเวณห้องทรงงานก็ฟ้องชัดว่าอาคันตุกะคนใหมที่เข้ามาเยือนนั้นตื่นตะลึงเพียงใดยามเห็นภาพของราชาปีศาจกับทหารใต้อำนาจที่ยืนอยู่กลางห้องกว้าง


ทั้งที่เมื่อวานที่ได้พบกัน เนียรคิดว่าตนคงไม่ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายอย่างถึงที่สุดเช่นนี้ง่ายๆ และน่าจะปลีกตัวหนีได้เมื่อเจ้าหญิงคนสำคัญจากหุบเขาอาเดลีนเข้าพบราชาเลจินอฟ ตนคงไม่ต้องรับมือกับความหึงหวงของหญิงสาวในเร็วๆ นี้ถ้าฉลาดพอจะหลีกเลี่ยง แต่เพียงข้ามวันความตั้งใจนั้นกลับถูกทำลายลงอย่างรวดเร็วเพียงเพราะเธอลืมนึกไปว่าจอมมารนั้นไม่มีทางรวมมือหลีกเลี่ยงมันไปกับเธอแน่นอน


เจ้าหญิงคลอเล็ตต้าที่ตั้งตารอมาเข้าเฝ้าราชาปีศาจตั้งแต่เช้าตรู่ ทั้งเตรียมชุดที่คิดว่างามตาและแต่งเติมใบหน้าด้วยเครื่องประทิมโฉมอย่างปราณีตเพื่อตรงดิ่งมายังตัวปราสาทใหญ่โดยไม่คิดรอให้เหล่านางกำนัลคนใดมาตามรับใช้ เพราะไม่ต้องการให้มีใครมายุ่งวุ่นวายยามเธออยู่กับราชาปีศาจ


เนื่องจากเมื่อวานนี้เธอเพิ่งมาถึง มีหลายอย่างต้องจัดการเพื่อเข้าพักในตำหนักส่วนตัว เธอจึงทำได้แค่ทักทายพระองค์ ซ้ำยังมีทั้งหัวหน้ามหาดเล็กและนางกำนัลผู้ติดตามอยู่ด้วย เลยใช้เวลาอยู่กับพระองค์ได้เพียงเล็กน้อย แต่วันนี้คือโอกาสที่จะได้อยู่กับพระองค์ตามลำพังแล้ว ดังนั้นผู้เป็นเจ้าหญิงจึงรีบมาเข้าเฝ้าด้วยความหวังเต็มเปี่ยม


ทว่าทันทีที่ก้าวเข้ามาใบหน้าสวยจัดกลับต้องเปิดนัยน์ตาสีดำขลับกว้าง ยืนอึ้งช็อกอยู่กับภาพของราชาปีศาจที่กำลังก้มประชิดจนแทบเหมือนกำลังโอบกอดเจ้ามังกรครึ่งๆ กลางๆ ที่เธอพบเมื่อวานอยู่หน้าโต๊ะทรงงาน ซึ่งมันราวกับเป็นฉากพลอดรักของคู่รักคู่หนึ่งก็ไม่ปาน


และในวินาทีนั้นคนเป็นเจ้าหญิงก็เหมือนจะได้คำตอบแล้วว่าทำไมเจ้ามังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ตนนี้จึงออกมาจากตำหนักส่วนพระองค์ของจอมมารได้


“ฝ่า... บาท...” เนียร์ต้องกระซิบรอดไรฟันเน้นหนักเพื่ออ้อนวอนและเตือนราชาปีศาจให้ปล่อยเธอ เพราะเวลานี้ความรู้สึกผิด ระอาย และอับอายมันล้นทะลักขึ้นมาจนใบหน้าและร่างกายร้อนจี๊ราวกับจะระเบิดออกมาให้ได้ตรงนั้นแล้ว  


ราชาเลจินอฟเพียงเงียบงันไปครู่หนึ่งขณะก้มมองเนียร์ ก่อนสายพระเนตรสีอ่อนพลันอ่อนแสงลงยามเห็นใบหน้าที่แดงเรื่อจนร้อนระอุซึ่งเม้มปากแน่นคล้ายจะร้องไห้พลางช้อนนัยน์ตาคู่โตที่ฉายความอ้อนวอนออกมาจากมังกรตรงเบื้องพระพักตร์ ซึ่งนั่นทำให้จอมมารแห่งเทเนบริสต้องถอนหายใจแผ่วด้วยความพ่ายแพ้ และรู้สึกเบื่อหน่ายพระองค์เองไปด้วยที่ใจอ่อนให้เธออีกครั้ง พรางก้มลงมากระซิบว่า  


“สายตาลูกหมานั่นไม่ได้ผลตลอดไปหรอกนะ”


แม้จะว่าเช่นนั้นทว่าพระองค์ก็ยอมปล่อยพระหัตร์ออกจากเอวของมังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ และทันทีที่เป็นอิสระเนียร์ก็รีบถอยเท้าทั้งที่ยังก้มหน้าที่แดงก่ำลงพื้น ไม่มองใคร และเข้าไปยืนตัวตรงแข็งอยู่ข้างเคออสอย่างรวดเร็ว ประหนึ่งว่าจะใช่ร่างใหญ่โตนั่นช่วยกำบังเธอจากสายตาคู่สีดำสวยของเจ้าหญิงมังกรที่ยังถลึงมองตามมาด้วยหลายความหมาย ทั้งอึ้งตะลึง มีคำถาม คาดโทษ เดือนดาล เกลียดชังและอีกมากมายที่ทำให้คนถูกมองรู้สึกเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดอยู่รอบคอ


“เจ้าหญิงคลอเล็ตต้า” สุรเสียงทุ้มลึกที่ฟังสุขุมเอ่ยขึ้นอีกครั้งเมื่อเจ้าของนามยังมองไปยังมังกรเฝ้าหอคอยไม่หยุด


        และแม้สุรเสียงของราชาปีศาจจะเอ่ยเรียบ ไม่ได้เน้นหนักหรือดุดันทว่ากลับทำให้เจ้าหญิงมังกรสะดุ้งกายแล้วหันควับกลับไปยังวรกายสูงสง่าได้อีกครั้งราวถูกฉุดจากภวังค์ พร้อมรีบค่อมกายถอนสายบัวให้อย่างเก้ๆ กังๆ เพราะไม่ทันตั้งตัว


“ถะ... ถวายบังคมเพคะ”


        “มีอะไรรึเปล่าถึงได้มาเยี่ยมเยือนข้าถึงที่นี่ได้” ราชาเลจินอฟเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มบาง


        “เอ่อ... คือ...”


        “เจ้าหญิงคลอเล็ตต้า” จอมมารจำต้องเน้นสุรเสียงเข้มขึ้นนิดเมื่อร่างระหงยังดูไม่มีสมาธิในการสนทนากับพระองค์แล้วเริ่มลอบมองมังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ใหม่


        “อะ... ค่ะ... เพคะ” เจ้าหญิงผิวสีน้ำผึงต้องรีบหันกลับมาสนใจราชาปีศาจทันทีเมื่อถูกเรียกสติ และการได้กลับมาจับจ้องที่พระพักตร์คมหล่อเหลาที่มองเธอกลับด้วยรอยยิ้มบาง ก็ทำให้คนเป็นเจ้าหญิงสงบความรู้สึกขุ่นมัวและสงสัยลงได้บ้างจนสามารถจะนึกถึงจุดประสงค์แรกของตน ก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยท่าทางเก้อเขินและเกรงอกเกรงใจไม่น้อยว่า “ไม่ทราบว่าพระองค์ทรงว่างรึเปล่าเพคะ”


        “คุยธุระกับแม่ทัพเคออสเสร็จ ข้าก็ว่างแล้ว” พระองค์ตอบง่ายดาย


        เนียร์ที่ยืนฟังอยู่ต้องเงยขึ้นมองร่างใหญ่โตราวกำแพงของท่านเคออสทันทีเมื่อได้ยินว่าเขาเข้ามาในห้องทรงงานของราชาเลจินอฟครั้งนี้ด้วยธุระบางอย่าง และแม่ทัพใหญ่คงเห็นสายตาช่างสงสัยของเจ้ามังกรครึ่งๆ กลางๆ ข้างกายเช่นกัน เขาจึงกระซิบตอบแม้จะไม่ได้ก้มกลับไปสบดวงตาคู่โตสีฟ้าน้ำทะเลลึกนั่น


        “ราชาคาเคซัส”


        “ราชาคาเคซัสยังมีชีวิตอยู่รึค่ะ” เนียร์กระซิบถามกลับแทบจะทันทีด้วยความแปลกใจ เธอสลบไปตั้งแต่ก่อนออกจากเมืองต้องสาป จึงไม่รู้รายละเอียดหลังจากดูดเจ้าฮาร์เฟเน่กลับลงไปในวงเวท และราชาเลจินอฟไม่เคยพูดถึงโทรลล์เฒ่าเลยตั้งแต่เธอตื่น บวกกับสภาพของราชาโทรลล์ครั้งสุดท้ายที่เธอจำได้ว่าบอบช้ำมากขนาดไหน เธอจึงคิดว่าเขาอาจตายไปแล้ว


        “ไม่นานหรอก” ดวงตาสีทองปรายต่ำลงมองร่างที่เล็กกว่า แล้วกล่าวต่อ “เขาอาการสาหัส แต่ก็ต้องพยายามรักษาชีวิตเอาไว้ เพราะเขาเป็นกษัตริย์ของเหล่าโทรลล์ ซึ่งเราอาจใช้ประโยชน์จากเขาได้ในภายหลัง แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ...”


        ช่องว่างในประโยคท้ายที่จงใจเว้นไว้บ่งบอกชัดเจนว่าราชาคาเคซัสอาจต้องตายในท้ายที่สุดอยู่ดีในฐานะที่ก่อกบฏ


        “เช่นนั้น ฝ่าบาทพอจะออกไปเดินเล่นเป็นเพื่อนหม่อมฉันได้ไหมเพคะ” 


        เสียงของเจ้าหญิงคลอเล็ตต้าดึงความสนใจของเนียร์กลับไปยังราชาเลจินอฟและนางอีกครั้ง ก่อนเธอจะเห็นว่าร่างระหงแสนงามนั่นก้าวเข้ามาเอ่ยอธิบายกับจอมมารด้วยสีหน้าและประกายตาที่คาดหวังแม้จะแฝงความเกรงใจอยู่ด้วยก็ตาม


“หม่อมฉันไม่ได้มาปราสาทเทเนบริสนานแล้ว และเหมือนที่นี่จะเปลี่ยนไปหลายอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะต้องเริ่มสำรวจจากตรงไหนดี แล้ว...”


        “ได้แน่นอนเจ้าหญิง” ราชาเลจินอฟตอบตกลงก่อนอีกฝ่ายจะพูดจบ


        และคำตอบรับนั่นก็ทำให้ใบหน้าสวยๆ ฉายรอยยิ้มยินดีที่ดูสว่างสดใสจนทำให้เจ้าหญิงผู้สู่งส่งกลายเป็นเด็กสาวตัวน้อยๆ น่าเอ็นดูได้ในบัดดล


        “ขอบพระทัยเพคะ” เธอย่อกายอย่างสวยงามให้ราชาปีศาจ แล้วเงยขึ้นมากล่าว “ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันจะรอที่...”


        “ให้ข้าไปรับท่านเองที่ตำหนักรับรองดีกว่า”


        สิ่งที่ได้ยินครั้งนี้ยิ่งทำให้นัยน์ตาคู่โตเฉี่ยวของผู้เป็นเจ้าหญิงมีประกายเจิดจ้าด้วยความปลาบปลื้มยิ่งกว่าเดิม


“ขอบพระทัยเพคะ” นางค่อมร่างระหงตอบรับอีกครั้งด้วยความกระตือรือร้นที่เปี่ยมสุข


        และพระพักตร์คมนั้นก็ส่งรอยยิ้มกว้างขึ้นคืนให้เจ้าหญิงคลอเล็ตต้าจนเนียร์ที่เฝ้ามองอยู่ถึงกับสะดุดในรอยยิ้มนั้นของราชาเลจินอฟ


        รอยยิ้มนั่นมัน... เนียร์ต้องมุ่นหัวคิ้วเอียงศีรษะยามมองเสี้ยวพระพักตร์ด้านข้างซึ่งกำลังแย้มยิ้มอ่อนโยนให้คู่สนทนา และยอมรับว่าตลอดการพูดคุยระหว่างพระองค์และเจ้าหญิงเผ่ามังกรนั้น ราชาเลจินอฟทรงดูนุ่มนวลกว่าที่คุ้นเคย


        เป็นอย่างที่เหล่านางกำนัลเคยเล่าให้เธอฟัง ราชาเลจินอฟทรงใจดีกับเจ้าหญิงคลอเล็ตต้าเป็นพิเศษ และปฏิบัติกับนางต่างจากผู้อื่นจริงๆ เธอไม่เคยเห็นพระองค์แสดงท่าทางใจดีกับใครแบบนี้มาก่อน... ทั้งอ่อนโยน ใจดี มีเมตตาและพูดคุยด้วยความนุ่มนวลอย่างที่ไม่สมเป็นราชาเลจินอฟ


ใช่ ไม่เหมือนกับการเป็นราชาเลจินอฟเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งนั่นแหละคือประเด็นที่เธอรู้สึกได้


ที่สำคัญไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงรู้สึกว่าคุ้นเคยกับความใจดีของราชาเลจินอฟเช่นนี้มาก่อน... รอยยิ้มแบบนั้น ท่าทางแบบนั้น หรือปฏิกิริยาแบบนั้น... เธอรู้สึกราวกับเคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อนานมาแล้ว และรู้สึกตะขิดตะขวงใจต่อการกระทำทั้งหมดนั่นของพระองค์อย่างประหลาด


ส่วนเจ้าก็เสแสร้งเก่งจังนะ


เนียร์สะดุดกึกกับเสียงหนึ่งในหัวที่ดังขึ้นมา ก่อนภาพของชายคนหนึ่งในชุดคลุมดำทั้งกายพร้อมบนศีรษะถูกปิดคลุมด้วยฮู้ดจนไม่อาจเห็นหน้าได้จะฉายวาบในความทรงจำ ทว่าจากระยะสายตาที่เธอก้มมองเขาอยู่ในความทรงจำทำให้เดาได้ว่ายามนั้นเธออยู่ในร่างมังกร และไม่ใช่ร่างมังกรที่โตเต็มวัยเช่นตอนนี้ด้วย เพราะความห่างนั้นไม่ไกลอย่างที่คุ้นเคย


นั่นคือราชาเลจินอฟในร่างมนุษย์เมื่อร้อยปีที่แล้ว... สินะ... มังลูกครึ่งบลูไฟเออร์ตั้งคำถามในใจตนหลังภาพความทรงจำหนึ่งผุดแทรกขึ้นมา และถ้ามันไม่ใช่ความทรงจำปกติที่เธอเคยจำได้มาก่อน มันก็น่าจะเป็นความทรงจำในช่วงร้อยปีที่แล้ว ซึ่งราชาเลจินอฟเคยสารภาพว่าพระองค์คือชายหนุ่มที่เธอเคยช่วยเหลือจากฝูงก็อปลิน


เช่นนั้นแล้วพระองค์ก็คือคนคนเดียวกันกับชายหนุ่มใต้ฮู้ดหนังคนนั้นนั่นแหละ


แต่ว่าหากเธอรู้สึกว่าเคยเห็นท่าทางที่ดูอ่อนโยนผิดวิสัยของจอมมารแบบนี้มาก่อน และนึกถึงความทรงจำเก่าที่ได้พบพระองค์ครั้งแรกแบบนี้ มันก็หมายความว่า สิ่งที่ราชาเลจินอฟปฏิบัติกับเจ้าหญิงคลอเล็ตต้านั้น มันก็คือการเล่นละครไม่ต่างจากตอนที่พระองค์เคยกระทำกับเธอเมื่อร้อยปีที่แล้วน่ะสิ


“ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันจะกลับไปรอที่ตำหนักรับรองเพคะ”


เนียร์หลุดจากความสงสัยในหัวตน เมื่อได้ยินคำลาจากร่างระหงชวนมองของเจ้าหญิงผิวสีน้ำผึ้ง ก่อนจะเห็นนางถวายความเคารพต่อราชาปีศาจเพื่อขอตัว มังกรสาวเผลอมองตามนางเมื่อร่างบางนั้นถอยเท้าและหมุนตัวเตรียมออกจากห้องทรงงาน ทว่าวินาทีก่อนเจ้าหญิงคนงามจะพ้นประตูห้องที่มีมหาดเล็กเวรประจำเปิดไว้ให้ นัยน์ตาสีดำขลับคู่โตเฉี่ยวกลับตวัดปลายมามองเธอด้วยแววคาดโทษและหมายหัว จนคนถูกมองต้องก้มหน้าหลบพร้อมขนอ่อนที่หลังคอก็พากันลุกชัน ก่อนจะได้ยินเสียงประตูปิด เป็นการบอกว่าเจ้าหญิงออกไปแล้ว เธอจึงผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกได้เปราะหนึ่ง


“คิดว่าข้าเสแสร้งสินะ”


เนียร์ตวัดหน้าขึ้นสูงกับประโยคราวเกริ่นลอยๆ จากสุรเสียงทุ้มลึกเมื่อเวลานี้ในห้องเหลือเพียงพระองค์และทหารใต้บัญชาสองตน ก่อนเธอจะเห็นว่าราชาเลจินอฟปรายดวงเนตรคู่คมมายังตน


มังกรสาวยืดหลังตรงอย่างใจหายเล็กๆ กับสิ่งที่พระองค์กล่าว เพราะแน่ชัดว่าราชาปีศาจสังเกตเห็นท่าทางของเธออยู่ตลอดเวลา และแน่นอนว่าไอ้ปฏิกิริยาที่เธอแสดงออกในระหว่างที่พระองค์พูดคุยกับเจ้าหญิงคลอเล็ตต้านั้นคงสะดุดสายพระเนตรของพระองค์เข้าอย่างจัง


“หม่อมฉันไม่มีสิทธิ์ตัดสินสิ่งที่พระองค์ทำเพคะ” มังกรสาวก้มศีรษะแล้วเอ่ยเลี่ยงเพื่อไม่ให้เกิดประเด็น


“แต่ก็ไม่ชอบใจ” พระองค์ต่อถ้อยคำเธออย่างรู้ทันแทบจะทันที


คนถูกดักความคิดพลันลอบกลืนน้ำลายหมดคำแย้ง ก่อนจะถอยหายใจแผ่วอย่างยอมรับข้อหา เพราะการแก้ตัวไม่ได้ช่วยอะไรเมื่อจอมมารตรงหน้าอ่านความคิดเธอออกเสมอ


สุดท้ายหลังยืนเงียบงันอยู่หลายวินาทีเพื่อคิดทบทวน มังกรสาวจึงก้มศีรษะราวเป็นการขอโทษและขออนุญาตไปพร้อมกันเพื่อเอ่ยสิ่งที่คิดไว้ออกมา “หม่อมฉันแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมฝ่าบาท... ถึงปฏิบัติแบบนั้นกับเจ้าหญิงคลอเล็ตต้า”


“ข้าแค่ชอบเห็นปฏิกิริยาของคนแต่ละคนแตกต่างกัน เวลาข้าปฏิบัติกับพวกเขาแตกต่างกัน เหมือนการทดสอบคนรอบข้างตลอดเวลา... แก้เบื่อได้ดี” ราชาปีศาจตอบราวมันเป็นเรื่องปกติธรรมดาของพระองค์ ไม่ได้ดูยินดียินร้ายหรือแฝงนัยยะอะไรในคำพูดประหนึ่งว่าพระองค์หมายความตามนั้นทุกตัวอักษร ก่อนจะเป็นฝ่ายย้อนถามบ้างว่า “และมันก็ช่วยแก้ไขสถานการณ์น่าอึดอัดใจของเจ้าได้เร็วดีไม่ใช่รึ”


นั่นก็จริง... เนียร์ได้แต่ก้มหน้ายอมรับ เพราะการที่ราชาเลจินอฟยอมโอนอ่อนตามเจ้าหญิงคลอเล็ตต้าทุกอย่าง นางจึงยุติความขุ่นมัวทั้งหมดลงได้อย่างรวเร็ว กระนั้นก็เถอะ ครึ่งหนึ่งในใจของเนียร์ก็ยังคงรู้สึกค้านในสิ่งที่พระองค์ทำอยู่ไม่น้อย และเธอก็อดที่จะหยั่งเชิงออกไปไม่ได้ว่า


“แล้ว... ความรู้สึกของเจ้าหญิง”


“ข้าไม่ได้รักนาง จำเป็นคำนึงด้วยเหรอ”


คนฟังนิ่งงันไปทันทีในคำตอบเย็นชาครั้งนี้... นี่สินะความโหดร้ายอย่างหนึ่งของจอมมาร เมื่อร้อยปีที่แล้วเธอก็คงถูกพระองค์ทดสอบเพื่อแก้เบื่อไม่ต่างจากเจ้าหญิงคลอเล็ตต้าหรือคนอื่น และทั้งทีเธอก็พอจะเข้าใจความเป็น จอมมารและรู้ว่ามันคืออดีต แต่ก็อดจะรู้สึกหวิวว่างในอกอย่างเสียไม่ได้... เธอไม่ชอบการหลอกลวงใคร ดังนั้นทัศนคตินี้ของราชาเลจินอฟคงไม่ใช่สิ่งที่เธอจะก้มหัวยอมรับมันได้ง่ายๆ นัก


“เกลียดคำตอบข้ายิ่งกว่าเดิมสินะ” ราชาเลจินอฟเอ่ยแทรกหลังได้รับปฏิกิริยาโต้ตอบเป็นความเงียบงันของมังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ ซ้ำการก้มหน้ามองทางหนึ่งไม่สบสายพระเนตรพระองค์ยิ่งชัดเจนว่านางกำลังคิดอะไรอยู่


พ่อลูกเหมือนกันยังกับแกะ... จอมมารคิด เพราะไม่ว่าจะเนลโล่หรือเนียร์เมื่อพวกเขาไม่เห็นด้วยกับมุมมองหรือแนวคิดใดของพระองค์ พวกเขาแสดงออกมาอย่างไม่ปิดบัง เดาว่ามันคงเป็นความดื้อดึงแบบหนึ่งของบลูไฟเออร์   


และเป็นอีกครั้งที่เนียร์ไม่ตอบ ซึ่งนั่นทำให้ราชาปีศาจหัวเราะฮึต่ำในลำคอกับการประท้วงที่เงียบงันนั่น พลางกล่าวขึ้นใหม่ “เอาเถอะ ยังไงเวลานี้ข้าก็พอเข้าใจความรู้สึกของเจ้าหญิงคลอเล็ตต้าขึ้นมาบ้างแล้ว”


เนียร์เงยหน้าขึ้นมองราชาของตนด้วยความไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ฟังนัก แต่ไม่นานเธอกลับต้องค้างนิ่งเหมือนถูกแช่แข็ง เมื่อพระองค์หันมาสบประสานสานนัยน์ตากับเธอ พร้อมเอ่ยเรียบลึกต่อว่า


“เพราะเวลานี้สถานะข้าก็ไม่ได้ต่างจากนางสักเท่าไหร่”


        มังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ไม่อาจพูดอะไรออกมาได้ เมื่อครั้งนี้สิ่งที่ติดแน่นอยู่ในลำคอไม่ใช่การประท้วงที่เงียบงันเหมือนที่ผ่านมา ทว่ามันคือความรู้สึกผิดที่ค่อยๆ ซึมแทรกขึ้นมาในใจ และความเจ็บแปลกประหลาดที่บีบรัดก้อนเนื้อในอกเธอจนมันเต้นไม่ปกติ เพราะมันชัดเจนในความหมายและสายพระเนตรที่ส่งมาด้วยแววตัดพ้อและเงียบเหงานั่นแล้ว... การที่เธอเป็นผู้ปฏิเสธความรู้สึกของพระองค์นั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่พระองค์ไม่สนใจความรู้สึกของเจ้าหญิงคลอเล็ตต้า


        และในเมื่อเธอคือ ผู้กระทำไม่ต่างกัน เธอก็ไม่มีสิทธิ์ตัดสินว่าพระองค์นั้นโหดร้าย...


“ฝ่าบาท กระหม่อมคิดว่าเรายังมีเรื่องราชาคาเคซัสที่ยังคุยค้างคาไว้อยู่”


เสียงห้าวเข้มจากมังกรไอร่อนเรดจำต้องแทรกขึ้นทำร้ายบรรยากาศน่าอึดอัดที่แฝงความนัยบางอย่างระหว่างราชาปีศาจและมังกรเฝ้าหอคอย ซึ่งเขายอมรับว่าตนจงใจขัดขึ้นเพื่อไม่ให้บทสนทนาของทั้งสองถล่ำลึกไปมากกว่านี้ แม้จากที่ได้ฟังจะค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าเนียร์ยังคงซื่อสัตร์ต่อหน้าที่ตนและคำตามคำสั่งเขาด้วยการไม่ตอบรับความรู้สึกของจอมมาร ทว่าในทางเดียวกันมันก็แน่นอนเช่นกันว่าจอมมารนั้นไม่ได้คิดยอมแพ้ และยังคงพยายามเจาะทะลุหัวใจของเจ้ามังกรเฝ้าหอคอยข้างกายเขาอยู่


และแม่ทัพคนสำคัญคงปล่อยให้มันเกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้นก่อนอะไรจะเกินควบคุมเขาจำเป็นต้องกำจัดตัวแปรสำคัญที่ยืนอยู่ข้างตัวให้เร็วที่สุด


“ออกไปได้แล้วอาร์เทนโน่” เคออสเอ่ยสั่งเนียร์โดยไม่รอให้ผู้เป็นเจ้าของห้องเป็นผู้ตัดสิน


และเนียร์ก็เหมือนจะเข้าใจและรับรู้ เธอรีบก้มหัวให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของตนแทบจะทันทีแม้ในอกจะยังสั่นไหว


“ค่ะ” จบคำเธอก็รีบถอยกายออกไปจากห้องทรงงานหรูหรา ก่อนราชาปีศาจจะมีโอกาสถอนรับสั่ง กระนั้นทุกย่างก้าวที่ห่างออกมาเนียร์ก็ยังคงรับรู้ได้ถึงสายพระเนตรทรงอำนาจที่มองตามหลังของตนไม่วางตาจนกระทั่งถึงประตูบานสุดท้ายของห้องทรงงานปิดลงตามหลังของตน


และเมื่อกลับมายืนอยู่หน้าระเบียงทางเดินยาวได้อีกครั้ง มังกรสาวจึงปลดปล่อยลมหายใจที่เหมือนกลั้นอยู่ในปอดมาเนินนานออกมาเฮือกใหญ่ พลางยกมือขึ้นกุมหน้าอกตนเพื่อควบคุมการเต้นของหัวใจ แล้วยกมืออีกข้างลูบที่มีดสั้นลายเถากุหลาบที่ยังมีคงมีพลังพิเศษที่ทำให้เธอสบายใจขึ้นได้ไม่ต่างจากเดิม แม้ยามนี้จะทำให้นึกถึงพระพักตร์ของผู้เป็นเจ้าของของมันด้วยก็ตาม


ซึ่งเมื่อปล่อยให้เวลาเดินไปครู่ใหญ่จนสมองปลอดโปร่งขึ้น มังกรสาวก็เริ่มนึกอยากผ่อนคลายอารมณ์ของตนให้มากกว่านี้ด้วยการออกไปข้างนอกปราสาท เพราะนานมากแล้วที่เธอไม่ได้เห็นท้องฟ้าและหญ้าสีเขียวนุ่มๆ รวมถึงคนที่คุ้นเคยเช่นเจ้าหญิงน้อย


และเวลานี้ที่ขาของเธอดีจนเกือบเป็นปกติ ซ้ำไม่มีรับสั่งจากราชาเลจินอฟให้เธอต้องกลับห้องบรรทม มันก็น่าจะแปลว่าเธอจะไปไหนก็ได้ ดังนั้นนี่คือโอกาสแล้ว เธอควรต้องไปพบวอร์เรน วอร์เรนก็คงอยากเจอเธอไม่ต่างกัน


คิดจบเนียร์ก็หมุนกายก้าวออกจากหน้าห้องทรงงาน ตรงดิ่งไปตามระเบียงยาวที่ทอดไปยังทางออกจากตัวปราสาทใหญ่


หากไม่ทันพ้นมุมอาคารที่จะเลี้ยวไปสู่ทางเชื่อมต่อไป เสียงหนึ่งก็เอ่ยดังอยู่เบื้องหน้าของเธอ


        “แค่เปลี่ยนเครื่องแบบใหม่ คิดว่าเจ้าจะเป็นเหมือนไออีชาได้งั้นเหรอ”


        เนียร์หยุดเท้าด้วยความประหลาดใจและตกใจเล็กๆ ต่อเสียงปริศนา ก่อนจะเห็นใครคนหนึ่งก้าวออกมาจากมุมอาคารราวยืนอยู่ตรงนี้นานแล้วเพื่อรอโอกาสจะเจอกับเธอตามลำพัง


        “เจ้าหญิงคลอเล็ตต้า” เนียร์อุทานยามเห็นร่างระหงในชุดกระโปรงตัวสวยที่ยังขับรูปร่างอรชนของนางให้น่ามอง ก่อนร่างอรชรนั้นจะก้าวออกมาทั้งกาย เพื่อเผชิญหน้ากับผู้ที่อยู่ในเครื่องแบบทหาร


        ซึ่งเจ้าหญิงมังกรที่คล้ายจงใจรอดักเจอมังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ก็ไม่ได้กล่าวทักทายอะไร นอกจากยังคงถามกลับมาด้วยสายตาและน้ำเสียงที่ฟังดูแคลนและกดดัน


        “เจ้าคิดว่าการที่ตนได้เป็นอัศวินชั้นพิเศษ และมีเชื้อสายของบลูไฟเออร์ จะทำให้ตนกลายเป็นคนพิเศษของราชาเลจินอฟ เหมือนที่ไออีชาพิเศษกับจอมมารลำดับที่หนึ่งงั้นสินะ”


        “หม่อมฉันไม่...”


        “ราชาเลจินอฟอาจถูกใจเจ้า เพราะเป็นบลูไฟเออร์ตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่ถึงจะไม่ใช่ของแท้ก็ตาม แต่จำไว้ให้ดีว่าอีกไม่นานหรอก” คลอเล็ตต้าไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายแก้ตัว ซ้ำตวัดดวงตาคู่เฉี่ยวโตสีดำมองมังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างปรามาส พร้อมด้วยการหยันเหยียดต่อว่า “ราชาเลจินอฟน่ะทรงเบื่อง่าย พอหมดความสนใจในตัวเจ้า และเจอของหายากชิ้นใหม่ พระองค์ก็จะไม่ใยดีเจ้าอีก และไปหาของใหม่มาแทนที ดังนั้นอย่าคิดว่าเจ้าจะพิเศษอะไร เนียร์ อาร์เทนโน่”


        เนียร์ที่ยืนนิ่งรับทั้งวาจาและสายตาเหยียดหยันของเจ้าหญิงมังกรเงียบงันไม่ได้โต้เถียง และแม้ยามแรกเธอจะประหลาดใจปนตกใจที่เดินมาเจอคนเป็นเจ้าหญิงรอดักตนอยู่ที่หัวมุมอาคาร โดยเห็นชัดเจนว่านางจงใจรออยู่ตรงนี้เพื่อก่อสงครามเพราะเหตุการณ์ในห้องทรงงาน และราชาเลจินอฟไม่ได้กำจัดปัญหาเรื่องเจ้าหญิงมังกรไปได้สิ้นเชิงอย่างที่พระองค์คิด ทว่าพอมาทบทวนว่ามันเป็นแค่อารมณ์หึงหวงของหญิงสาวที่กำลังมีความรักคนหนึ่ง ซ้ำด้วยฐานะของนางที่สูงส่งกว่าตนแล้ว มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องโต้เถียง หรือถือสานาง


        “ก็สมควรต้องเป็นเช่นนั้นเพคะ” เนียร์โค้งยอมรับสิ่งที่ถูกปรามาสอย่างนิ่งสงบเพื่อจบเรื่องนี้ให้เร็วและเรียบร้อยที่สุด


        ทว่าดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่คิดเช่นนั้น เพราะทันทีที่เนียร์ก้มหัวยอมรับคำต่อว่าทั้งหมดอย่างง่ายดาย คนที่ยืนเชิดหน้าด้วยความมาดมั่นกลับชักหัวคิ้วชนกันด้วยความเดือดดาลขึ้นมาแทน พร้อมกับร้องถามเสียงสูงกว่าเดิม


“เจ้ากำลังท้าทายข้าสินะ”


        เนียร์ชะงักไปนิดทันทีที่การกระทำของตนถูกตีความไปแบบนั้น แล้วต้องปฏิเสธกลับไป “หม่อมฉันไม่ได้ท้าทายเพคะ เพียงแค่เห็นด้วยกับสิ่งที่พระองค์ว่ามา”


        “นี่เจ้าประชด!


        เธอเคยคิดว่าตนรับมือกับอารมณ์ของเด็กสาวเอาแต่ใจได้ดีแล้วหลังจากฝึกฝนกับเจ้าหญิงวอร์เรนมาตลอดสี่ปีเต็ม ไม่ว่าจะความเอาแต่ใจรูปแบบไหน ความดื้อดึง ความอยากเอาชนะ การประชดแดกดัน การไม่ฟังเหตุผลใดๆ ทุกอย่างนั้นเธอล้วนผ่านมาหมดแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเธอจะลืมรายละเอียดปลีกย่อยไปอย่างหนึ่งว่าการกระทำเหล่านั้นจากวอร์เรนล้วนเกิดขึ้นจากความต้องการเรียกร้องความสนใจจากมังกรผู้เฝ้าหอคอยอย่างเธอ


        หรือพูดให้ถูกก็คือ วอร์เรนรักเธอ... และเพราะรักนางจึงเอาแต่ใจ และดื้อดึง รวมถึงประชดประชันเมื่อมังกรเช่นเธอเอาใจนางไม่มากพอ หรือเข้าข้างนางไม่มากพอ ทว่ากับเจ้าหญิงคลอเล็ตต้านั้นมันเป็นคนละเรื่องโดยสิ้นเชิง เพราะเจ้าหญิงพระองค์นี้ไม่ได้รักเธอ หากมีแต่ความเกลียดชังและอคติที่มากล้น


        ฉะนั้นวิธีใดๆ ที่เธอเคยใช้ได้ผลกับวอร์เรนนั้น ไม่มีทางได้ผลกับเจ้าหญิงมังกรตรงหน้าแน่นอน เพราะไม่ว่าเธอจะตอบสนองอะไรนางกลับไป หรือเอาใจนางแค่ไหน ผลที่ได้ก็มีแต่จะแย่ลง เพราะทุกอย่างที่เธอทำจะถูกตีความหมายไปในทางลบทั้งหมด


และเมื่อตระหนักได้ว่าเป็นแบบนั้น สุดท้ายเนียร์จึงเลือกจะยืนเงียบไม่โต้ตอบแทน และคิดว่าจะปล่อยให้นางด่าทอระบายอารมณ์ไปเท่าที่นางพอใจหรือเบื่อหน่ายไปเอง


        “ข้าบอกให้เจ้าตอบมาไงล่ะ!” ครั้งนี้เจ้าหญิงจอมเอาแต่ใจก้าวมาตวาดใส่หน้าเนียร์เมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบโต้อะไร


        ซึ่งก็เป็นอีกครั้งที่มังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์เงียบงัน ไม่พูด และเพียงก้มหน้าลงเล็กน้อยราวรอให้เธอทำอะไรก็ได้ตามใจ


        “นี่เจ้า!” เจ้าหญิงมังกรยิ่งรู้สึกถึงการท้าทายอำนาจ เพราะหากเจ้ามังกรครึ่งๆ กลางๆ ตนนี้มีปฏิกิริยาโต้ตอบกลับมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นโกรธ กลัว หรือเศร้าเสียใจ มันหมายความว่าคำพูดของเธอนั้นมีผลกับมัน และสามารถตอบสนองอารมณ์ที่กำลังครุกรุ่นของเธอยามนี้ได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งยิ่งถ้าโกรธและลงมือกลับมารับรองเลยว่าเธอจะมีเรื่องไปฟ้องราชาปีศาจอย่างแน่นอน


แต่ไอ้การนิ่งเฉย ซ้ำยังยอมรับคำต่อว่าอย่างสงบแบบนี้มันเหมือนเป็นการฟ้องว่าเจ้ามังกรตนนี้ไม่ได้สนใจคำพูดอะไรของเธอเลย เธอเหมือนเป็นแค่ลม เป็นแค่อากาศสำหรับมัน ซ้ำอาจกำลังดูถูกเธออยู่ในใจ... และนั่นยิ่งน่าโมโหมากกว่าสิ่งใด!


        และเมื่ออารมณ์ที่ร้อนเป็นทุนเดิม บวกเพลิงที่ถูกซุมทับมากขึ้นเรื่อยๆ จากท่าทางของอีกฝ่าย ร่างระหงในชุดหรูหราก็ก้าวพรวดตรงไปยังมังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ทันใด พร้อมง้างฝ่ามือสูงเพื่อจะหวดเข้าข้างใบหน้าที่ก้มต่ำของอีกฝ่าย เตรียมลงโทษในความถือดีของคนมีศักดิ์ต่ำกว่าเหมือนกับที่เธอทำเสมอกับเหล่าข้าทาสบริวารเมื่อไม่ได้ดั่งใจ


        หวืด!


       มือเรียวบางที่คิดว่าจะกระทบลงบนแก้มสีซีดๆ เหมือนซากศพของคนที่เล็งไว้กลับฟาดได้เพียงอากาศ เมื่อเจ้ามังกรที่ยืนนิ่งไม่ขยับอยู่กลับเอนศีรษะไปด้านหลังหลบฝ่ามือของเจ้าหญิงมังกรอย่างฉับไวราวอ่านทันการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย และนั่นทำให้เจ้าหญิงที่ลงน้ำหนักทั้งตัวเสียหลัก ซึ่งนางก็ทำได้แค่ตกใจอยู่ชั่ววินาทีในความผิดพลาดของตนก่อนจะปล่อยให้ร่างบางๆ ถลาเอาไหล่ไปชนกับผนังเข้าอย่างจัง


        เนียร์สะดุ้งเล็กน้อยทันทีที่เห็นเจ้าหญิงคลอเล็ตต้าเซไปชนกับผนังอาคาร เธอแค่หลบมือเล็กๆ นั่นตามสัญชาตญาณการป้องกันตัวของตน ไม่ได้คิดว่าอีกฝ่ายจะเสียหลัก ซึ่งมังกรสาวก็ต้องรีบก้าวไปเพื่อจะประคองร่างบางนั่นทันทีที่ตั้งสติได้ หากยังไม่ถึงตัวเป้าหมาย ใบหน้าสวยๆ กราดเกรี้ยวและก่ำด้วยสีแดงจากความอับอายก็ตวัดกลับมาก่อนพร้อมคำรามกร้าว


        “เจ้า!” เธอกัดกรามแน่น “เจ้ากล้าหลบงั้นเหรอ!


        เนียร์หยุดนิ่งไปนิด ก่อนจะระบายลมหายใจแผ่วด้วยความอ่อนใจ แล้วก้มหัวให้เจ้าหญิงตรงหน้าแทน


        “ขออภัยเพคะ” กล่าวจบเธอก็เงยกายขึ้นมาเอ่ยอย่างจริงจังมากกว่าเดิม “เจ้าหญิงจะด่าทออะไรหม่อมฉันก็ได้ แต่ไม่ใช่การลงไม่ลงมือเพื่อการลงโทษเช่นนี้เพคะ”


        “ทำไมข้าจะลงโทษเจ้าไม่ได้ ในเมื่อเจ้าจงใจยั่วโมโหข้าที่เป็นเจ้าหญิง!” คนที่มีศักดิ์สูงกว่าตวาดด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านไม่เปลี่ยน หากคนที่ถูกตวาดใส่กลับตอบออกไปอย่างใจเย็น


        “หม่อมฉันเป็นทหารที่อยู่ใต้อำนาจของจอมมาร ซึ่งนั้นหมายความว่ามีเพียงแค่สองคนที่สามารถสั่งลงโทษหม่อมฉันได้ นั่นคือท่านเคออสที่เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของหม่อมฉัน กับราชาเลจินอฟที่เป็นองค์เหนือหัวของหม่อมฉัน ฉะนั้นหากเจ้าหญิงคิดว่าเรื่องที่หม่อมฉันทำให้พระองค์ขุ่นเคืองครั้งนี้สมควรถูกลงโทษ เจ้าหญิงก็สามารถนำความไปฟ้องกับราชาเลจินอฟ ไม่ก็ท่านเคออสได้ และหากหนึ่งในสองท่านลงความเห็นว่าหม่อมฉันผิดจริง และสั่งบทลงโทษลงมา เมื่อนั้นหม่อมฉันจะก้มหัวรับบทลงโทษทั้งหมดเพคะ”


        “อวดเก่ง!


        มังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ทำได้แค่ลอบระบายลมหายใจอีกครั้ง รู้แล้วว่าตนไม่มีทางชนะอคติของอีกฝ่ายได้ ต่อให้ยกเหตุผลมากมาย หรือแม้แต่ยอมคล้อยตามอีกฝ่ายเพื่อเอาใจ ถ้ามีอคติและความเกลียดชังแล้วการกระทำใดก็ไร้ความหมาย


        และเมื่อกระจ่างแจ้งในความจริงนี้แล้ว เนียร์ก็เลือกจะทำแค่ไม่โต้เถียง และก้มหัวให้เจ้าหญิงคลอเล็ตต้าอย่างเคารพที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมเอ่ยสั้นๆ  


        “ขอตัวเพคะ” เลี่ยงหนีไปเลยถือว่าดีสุดในสถานการณ์นี้


        แต่ขณะที่เนียร์จะก้าวผ่านร่างบางไป เสียงจากเจ้าของเส้นเกศาสีทองคำก็ยังคงเอ่ยตามหลังมาว่า


“เพราะว่าตัวเองกำลังได้เลื่อยยศเป็นถึงอัศวินชั้นพิเศษสินะ” นางงึมงำด้วยเสียงรอดไรฟัน ก่อนจะเน้นน้ำคำหนักมากขึ้น “เพราะตัวเองมีเลือดของบลูไฟเออร์ครึ่งหนึ่ง และคิดว่าตัวเองเป็นบลูไฟเออร์ตัวสุดท้าย เลยคิดว่าตนเองวิเศษกว่าทุกคน... พวกบลูไฟเออร์แบบเจ้าคงคิดว่าตนเหนือกว่ามังกรจักรพรรดิ์อย่างพวกข้ามาตลอดล่ะสิ”


มังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ต้องหยุดเท้าลงอีกครั้งอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะมองข้ามไหล่ไปกล่าวด้วยความอ่อนระอาในทัศนคติไร้เหตุผลเช่นนั้นของอีกฝ่าย “หม่อมฉันอาจเกิดไม่ทัน แต่ก็ไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมบลูไฟเออร์จะต้องคิดเปรียบเทียบตัวเองกับมังกรพันธุ์จักรพรรดิ์ที่เป็นราชาของเผ่ามังกรทั้งปวงอย่างพวก...”


“ไออีชาก็เหมือนกัน”


ถ้อยคำที่ยังฟังกดลึกราวใบมีดเอ่ยแทรกก่อนเนียร์จะพูด และครั้งนี้มันเริ่มทำให้มังกรสาวมุ่นหัวคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆ เจ้าหญิงมังกรถึงเอ่ยถึงอัศวินชั้นพิเศษคนแรกขึ้นมา... ไออีชามาเกี่ยวอะไรกับประเด็นนี้ด้วย แล้วทำไมต้องเน้นไปที่ไออีชาเป็นพิเศษเช่นนั้น


ซึ่งเจ้าหญิงคลอเล็ตต้าก็ยังคงกล่าวเน้นย้ำเนิบนาบด้วยมือสองข้างที่กำแน่นอย่างคนที่กำลังโกรธแค้น


“คิดว่าตนสำคัญมากนัก... สมควรแล้วที่พวกเจ้าจะสูญพันธุ์...” นางหยุดคำไปนิด และรอบนี้หมุนกายมาเผชิญหน้ากับคู่สนทนา ก่อนจะกล่าวต่อด้วยรอยเหยียดยิ้มบนใบหน้าสวยๆ ที่ดูน่ากลัวกว่าที่ผ่านมา “สมควรแล้วที่จอมมารลำดับที่สองทรงสั่งให้มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์บลูไฟเออร์อย่างพวกเจ้าทั้งหมด!


ครั้งนี้ความคิดที่วาจะสงบใจได้กลับกลายเป็นเสียงอื้ออึงที่ดังขึ้นในกกหูเฉียบพลัน วินาทีนั้นเนียร์รู้สึกราวร่างกายเย็นเฉียบเหมือนจนดิ่งสู่ใต้มหาสมุทรที่เยือกแข็ง ขณะสมองที่มักหาเหตุและผลได้เสมอก็พลันมืดดับ และหลายอึดใจกว่าเธอจะสามารถตะเกียดตะกายขึ้นมาจากความมืดบอดในหัวตนได้ ทว่าช่องปากที่แข็งทื่อที่ทำได้เพียงหลุดคำถามที่ฟังเบาหวิวจนน่าสมเพชว่า


“ท่าน... ว่าอย่างไรนะ”


เจ้าหญิงคลอเล็ตต้าไม่ได้ตอบในทันทีแต่ยิ่งยิ้มหยันมากขึ้นอย่างสาแก่ใจ แม้มันจะแฝงไปด้วยทั้งความโกรธ อดกลั้นและคล้ายเกือบจะร้องไห้ออกมา ราวกับว่าความสะใจที่ได้เย้ยหยันมังกรตรงหน้านี้มันต้องแลกมาด้วยความคับแค้นและความเศร้าสลดของเธอเพื่อเอ่ยย้ำออกไปว่า “พวกเจ้าทั้งหมด บลูไฟเออร์ทุกตัว ถูกจอมมารลำดับที่สองฆ่าตายหมดแล้ว และพ่อเจ้าที่เป็นบลูไฟเออร์ตัวสุดท้ายที่แท้จริง ก็ไม่ควรจะรอดออกมา ในโลกนี้ไม่ควรมีบลูไฟเออร์เหลืออยู่เลยสักตัวเดียว... หรือแค่ครึ่งเดียวก็ตาม”


สิ้นประโยคนั้นร่างระหงก็เชิดหน้าราวเป็นผู้ชนะเพราะเวลานี้เธอสามารถทิ้งสิ่งที่ทำร้ายขวัญกำลังใจและสร้างผลกระทบมหาศาลให้มังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ได้แล้ว และเจ้าหญิงคลอเล็ตต้าก็ใช้โอกาสที่อีกฝ่ายยังยืนตะลึงงันก้าวผ่านออกไป ราวจงใจทิ้งให้คู่สนทนายืนหูหนวกตาบอด จมอยู่ในปริศนาน่าหวาดหวั่นที่ไม่มีใครจะตอบคำถามของเธอได้


ซึ่งหลังเจ้าหญิงมังกรนั้นเดินเลี้ยวหัวมุมหายไป เนียร์ก็ได้แต่ทบทวนทุกสิ่งในหัวที่ยังมืดดำของตน

 

นี่มันคืออะไร... บลูไฟเออร์ทั้งหมดถูกจอมมารลำดับที่ 2 สั่งฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไดยังไง เมื่อไหร่ ทำไม... สิ่งที่เธอเข้าใจมาตลอดชีวิตนั้นผิดหมดงั้นเหรอ บลูไฟเออร์ทุกตัวไม่ได้เลือกมีชีวิตอิสระตามใจจนค่อยๆ ลดน้อยลงไป แต่พวกเขาแค่ถูกฆ่า และสูญพันธุ์... แล้วเจ้าหญิงคลอเล็ตต้ารู้ได้ยังไง พ่อเธอรู้เรื่องพวกนี้รึเปล่า แล้วทำไมพ่อเธอถึงไม่เคยพูดถึง และที่สำคัญทำไมเขาถึงไม่ควรรอดออกมา!


ถ้าเธอย้อนกลับเข้าไปในห้องทรงงานเพื่อถามเรื่องนี้กับราชาเลจินอฟให้กระจ่างล่ะ... ไม่สิ ไม่ได้ ราชาเลจินอฟกำลังคุยกับท่านเคออส เธอไม่มีสิทธิ์พรวดพราดเข้าไปถามเรื่องส่วนตัวนี้ แม้มันจะเป็นเรื่องที่เร่งด่วนจนเธอไม่อาจอยูสุขได้แล้วก็ตาม


แต่เธออยากรู้เดี๋ยวนี้เลย อยากถามใครก็ได้ที่พอจะรู้ว่าถึงสิ่งที่เจ้าหญิงมังกรพูดมาจริงหรือเท็จแค่ไหน ใครล่ะที่จะช่วยเธอไขปริศนานี้ได้ตอนนี้ ใครที่จะรู้เรื่องเกี่ยวกับเรื่องในอาณาจักรมังกร และใกล้ชิดกับคนระดับเจ้าหญิง หรืออย่างน้อยก็ใกล้ชิดกับราชวงศ์ของนาง เป็นข้าทาสบริวารที่รับใช้ใกล้ชิด พระญาติ หรือขุนนาง แม่ทัพ ที่ปรึกษา


“ที่ปรึกษา...” เนียร์พึมพำเมื่อใคร่ครวญมาถึงตรงนี้ ก่อนจะนึกถึงชื่อหนึ่งขึ้นมาได้ในวินาทีต่อมา “โคเล็ต”


นางเป็นลูกของขุนนางชั้นสูงในอาณาจักรมังกร แถมมีกำไลเงินที่มีตราประจำตระกูลบ่งฐานะว่าเป็นถึงที่ปรึกษาประจำพระองค์ ซ้ำเป็นหนึ่งในตระกูลเก่าแก่และเป็นหนึ่งในสายพันธุ์มังกรดั่งเดิมของอาณาจักร


ดังนั้นหากจะมีใครสักคนที่ใกล้ชิดราชวงศ์ของมังกรพันธุ์จักรพรรดิได้มากที่สุด มันก็คือตระกูลขุนนางเก่าอย่างโคเล็ต และมังกรสาวพันธุ์มาเบิลวิงค์ตนนั่นอาจหาคำตอบของเรื่องราวทั้งหมดนี้ให้เธอได้










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 556 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,393 ความคิดเห็น

  1. #13910 Aemie (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 15:24
    เนียร์ตอนนี้ทำให้นึกถึง แฮร์รี่ภาคเจ้าชายเลือดผสม มีความคิดว่าโลกหมุนรอบตัวเอง ตัวเองต้องรู้ให้ได้ทุกเรื่องที่ต้องการ แฮร์รี่โดนงูสิง พอเข้าใจได้

    แต่เนียร์ ดูวุ่นวายเกินไปเหมือนไม่ใช่เนียร์ ก็เข้าใจว่าสับสนแต่การได้รับรู้นิมิตรเรื่องชาวบานที่ไม่มีเรื่องของพ่อโผ่ลมาเลยสักนิดจะทำให้เสียตัวตนขนาดนั้นเลยหรือ

    เนียร์ที่สุขุม รอบครอบและไม่สนใจใยดีโลกหายไป

    กลายเป็นเนียร์ที่หมกมุ่น เอาแต่ใจ ว่าแต่มันเปลี่ยนเร็วไปหน่อยหรือเปล่าคะ

    เป็นเพียงคอมเม้นเท่านั้นค่ะ ยังไงก็ตามอ่านอยู่เพราะอยากรู้ว่าพ่อเนียร์ตายจะใด
    #13,910
    2
    • #13910-1 Minny (จากตอนที่ 60)
      22 พฤษภาคม 2563 / 10:31
      มีฉากพ่อโผล่มาตอนท้าย หลังจากนิมิตนะ ที่บอกว่าไม่ต้องลงมา แล้วนางก็ตื่น ลองกลับไปอ่านดู แล้วไหนจะเจ้าหญิงนี่พูดเรื่องบลูไฟเออร์ ถามพระเอกก็ไม่ยอมเล่าว่าพ่อนางตายยังไง ไม่มีใครให้ความร่วมมือเลย เนียร์จึงต้องหาข้อมูลเองไงคะ
      #13910-1
    • #13910-2 The LightHouse(จากตอนที่ 60)
      25 พฤศจิกายน 2563 / 07:56
      เห็นด้วยเลยค่ะที่เนียร์ดูไม่นิ่งเหมือนในเล่มสองเล่มแรกเลย แต่ก็ดูเหมือนตัวละครหลายตัวก็ไม่นิ่งเหมือนเดิม จอมมารก็ด้วย แง่งๆ กับเซฟฟริลตลอดเวลา

      ถ้าเป็นก่อนหน้าต่อให้เนียร์ร้อนรนนางก็จะนิ่งกว่านี้ คิดๆอยู่แต่ในหัวแล้วก็ทำเลยประมาณนั้นค่ะ หลังๆเนียร์ดูร้องถามมากกว่าเดิม
      #13910-2
  2. #13902 Casper (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 01:26

    เอาแล้วววว ปริศนามาเพิ่มอีกแล้วววว

    แต่แบบ โอ้โหววววว คือลืมชื่อเพื่อนน้องเนียร์ตอนไปทำภารกิจไปหมดแล้วอะเอาตรงๆ ในที่สุดเพื่อนๆ ก็เริ่มมีบทบาทแล้ว เย่ะ

    .

    ขอขำท่าเคออสหน่อยเถอะ ฮ่าๆๆๆๆๆ ท่านเคออสนี่คือ ผู้ดึงราชาฯ ให้กลับมาคุยเรื่องงานจริงๆ สงสารก็สงสารนะ แกมักได้มาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เรื่อยๆ อะ ฮ่าๆๆๆ

    #13,902
    0
  3. #13867 คิตตี้ (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 05:27

    ไม่ได้อ่านมาสามปีรอให้จบก่อน ผ่านมาสามปีแล้วกลับมาอ่านอีกรอบยังคงไม่จบแล้วความสัมพันธ์ของพระเอกกะนางเอกก็กระเตื้องมาประมาณ10มิลลิเมตร😂 แต่เข้าใจได้แฟนตาซีมันเขียนยาก55555 รอซื้อจบแบบครบชุดอยู่นะคะ5555

    #13,867
    0
  4. #13866 Cleo_167 (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 01:57

    ทิ้งปมแล้วก็จากไปนะคลอเล็ตต้า ปล.ไรท์สู้ๆนะคะ
    #13,866
    0
  5. #13865 Beaubeautiie (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 19:32
    ออหออออ กลับมาทีพาปมมาด้วย ยังคงติดตามเรื่องนี่ต่อไปค่าาา เป็นกำลังใจให้ค่าา
    #13,865
    0
  6. #13864 Back_024 (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 10:04

    โอ๊ยยยยย!คลอเล็ตต้าแกมันร้ายคิดว่ามีอำนาจจะรังแกเนียร์ได้หรอ//กำหมัดดดด:(



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 เมษายน 2563 / 10:16
    #13,864
    0
  7. #13863 หิมะสีเลือด (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 21:13

    อ๊ากกกอยากฆ่ายัยกิ้งก่าหลากสีนี่เว๊ยคิดว่าเป็นเจ้าหญิงแล้วพิเศษมากเหรอ!

    #13,863
    0
  8. #13861 แต่งเติมแต้มสี (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 15:44
    แงงงง รอต่อไปไม่ไหวแล่วววว ;-;
    #13,861
    0
  9. #13860 PEP (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 08:36

    ไม่รู้จะเม้นอะไรดีเลยค่า

    สงกรานต์ปีนี้ขอให้คุณแบงค์และครอบครัว มีความสุข สุขภาพแข็งแรงมากๆนะคะ ^^

    #13,860
    0
  10. #13859 Juleebb (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 22:15

    อยากจะจับยัยเจ้าหญิงคอลเล็ตต้ามาโขกกำแพงงงงง 555555 ขอบคุณมากๆเลยค่ะ อ่านกี่รอบๆ ก็รักความเป็นเนียร์ และชอบที่สุดของนิยายคิวบิก และเรื่องนี้คือ ความรักที่หลานเซ่อและเลจี้มีให้นาคกับเนียร์ มันซึมเข้าไปในหัวใจมากๆเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ

    #13,859
    0
  11. #13858 lakkee (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 21:02
    ปมเริ่มคลาย ดราม่าบังเกิด
    #13,858
    0
  12. #13857 taksaponnao (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 17:21
    ตื่นเต้นนน
    #13,857
    0
  13. #13856 ployly16 (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 14:50

    เนียร์ยิ่งต้องหาคำตอบให้ได้

    ว่าเกิดไรขึ้น

    ดราม่าแน่เลย
    #13,856
    0
  14. #13855 nnnnnaudd (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 13:07
    อมก ปมเริ่มคลาย ค้างมากกก55555
    #13,855
    0
  15. #13854 ~LufaH~ (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 12:51
    ปมมมมา อีกแล้ว กลัวใจเนียร์มากเลยตอนนี้ ตอนที่ทุกอย่างเฉลยแล้ว
    #13,854
    0
  16. #13853 ศรีจำปา (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 11:48
    ค้างอยู่บนยอดไม้
    #13,853
    0
  17. #13852 Maylody (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 09:50

    นี่กลัวเนียร์ จำทุกอย่างได้แล้ว กลายเป็นเกลียดหรือกลัว แล้วไม่ไว้ใจเลจี้ เพราะเลจี้แต่ก่อนก็ไม่ได้รักเนียร์ ตอนนั้นต้องทำอะไรเกี่ยวกับพ่อเนียร์ไว้แน่ๆ พอปมเสร็จเนียร์กับเลจี้ไม่ได้รักกันง่ายๆแน่ ไหนจะปมทำไมถูกกวาดล้างอีก

    #13,852
    0
  18. #13851 Sunn_y (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 23:58
    ค้างแรงงมากค่ะ ฮือออออ
    #13,851
    0
  19. #13849 whsprnghlr (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 22:34
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ ช่วงนี้กักตัวอยู่บ้าน ดีใจที่ได้อ่านมากค่ะ
    #13,849
    0
  20. #13848 Jeon Litta (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 22:21

    ความหึงของผู้หญิงมันน่ากลัวจริงๆ อยากรู้เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นไม่ใช่แค่เนียร์ที่ร้อนใจ เราก็ร้อนใจ รู้อะไรมั้ยคะ สาเหตุนึงที่เราชอบอ่านนิยายของพี่แบงค์ก็เพราะเนื้อเรื่องที่เดาไม่ได้ มีมุมที่คิดไม่ภึง หักมุมแบบหัวทิ่ม มันทำให้เรายิ่งชอบเลยค่ะ ทั้งคิวบิก ทั้งเรื่องนี้ เป็นกำลังใจให้นะคะ แทบจะกริ๊ดทุกครั้งเวลาเห็นเรื่องนี้อัพ จะรอซื้อเล่มให้ได้เลยค่ะ

    #13,848
    0
  21. #13847 l-Nona (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 21:31
    กลับมาก่อนนนนนน อิเจ้าหญิงงงงง 555 ค้างโว้ยยยยยย
    #13,847
    0
  22. #13846 zee-za (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 19:12
    เจ้าหญิงงงง มาหาเรื่องเนียร์ทำไม นู่นนน ไปเคลียกับเลจี้
    #13,846
    0
  23. #13845 Pinpin Waranu (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 19:07
    ทำไมเจ้าหญิงไม่พูดออกมาให้หมด!! คนมันค้างนะคะ55555555555
    #13,845
    0
  24. #13844 เมราเธียร์ (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 18:38
    ตอนนางเอกถามเลจี้ว่า แล้วความรู้สึกของเจ้าหญิง

    เลจี้ตอบว่า ข้าไม่ได้รักนาง จำเป็นต้องคำนึงด้วยเหรอ

    เลจี้ใจร้าย เย็นชามากกก 🤨🤨
    #13,844
    0
  25. #13843 NRAI (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 18:19

    โอ๊ย~เมื่อไหร่จะรู้สาเหตุที่เนียร์โดนลบความทรงจำสักที ดูร้ายแรงมาก ถึงขั้นที่ทำให้เนียร์เกลียดราชาได้นี่คงไม่ทำดา

    #13,843
    0