The Legend of Blue Fire (มังกรผู้เฝ้าหอคอย)

ตอนที่ 59 : ตอนที่ 57 เวทมนต์ที่ตกค้าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,182
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 528 ครั้ง
    30 ก.ย. 63




ภาพของเด็กสาววัยสิบสี่ปีแสนงดงามพร้อมเรือนผมสีทองสว่างเป็นร่อนคลื่นฉายชัดในความทรงจำ ขณะเรื่องราวของนางนับตั้งแต่วันแรกที่ได้พบบนหอคอยจนกระทั่งเติบใหญ่ขึ้นราวดอกไม้แรกแย้มหมุนวนในหัว ซึ่งมันไม่ต่างจากบันทึกที่มีค่าเล่มหนึ่งสำหรับมังกรที่ทำหน้าที่เฝ้าหอคอยให้นาง


เนียร์ยืนนิ่งอึ้งไปหลังทบทวนเรื่องราวของเจ้าหญิงน้อยในอดีต แล้วไม่นานภาพที่คุ้นชินของนางในความทรงจำก็ดูผิดแปลกไปตั้งแต่เข้ามาในปราสาทเทเนบริส... รอยยิ้มที่ราวซ่อนเร้นบางอย่างไว้ อารมณ์ขึ้นลงที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ พร้อมด้วยการกระทำบางอย่างที่ส่งผลให้สัญชาตญาณของเธอคำรามกู่ร้องเพื่อเตือนภัย และความผิดแปลกที่หลายครั้งมังกรสาวไม่อาจจับสัมผัสได้เมื่อเจ้าหญิงมนุษย์คนนี้เข้าใกล้


“นางคิดว่า... อาณาจักรของตนล่มสลายไปแล้ว... นางแค่แตกสลาย เกินกวาจะรู้ว่าตนควรเริ่มต้น... ยังไง...”


“ถ้าเจ้าจะหลอกตัวเองแบบนั้น”


มังกรสาวตวัดใบหน้าที่เต็มไปด้วยความความสับสนไปมองพระพักตร์คมคายโดยไม่สามารถโต้ตอบอะไรได้ นอกจากกลืนความขมขื่นที่จุกแน่นในคอลงไป เพราะเธอรู้ดีว่าตนกำลังพยายามหนีความจริงด้วยการซ่อนอยู่หลังประโยคคาดเดาแสนเลื่อนลอยนั่น


เนียร์จำต้องก้มหน้าลงพร้อมเริ่มคลายปมบนหว่างคิ้ว หากก็ยังคงเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้มและใคร่ครวญหาทางแก้ไขปัญหาอย่างหนักเฉกเช่นที่เธอถนัด หากไม่นานก็ต้องหยุดเมื่อสุรเสียงทุ้มลึกจากราชาเลจินอฟเอ่ยขัดขึ้นว่า


“ถ้าเจ้ายังไม่อยากให้ข้าควักหัวใจนางออกมาตรวจสอบ งั้นทำไมเจ้าไม่ให้ข้าตรวจสอบสิ่งที่อยู่ในหัวของเจ้าแทนล่ะ”


“ในหัวหม่อมฉัน?” เนียร์ตวัดหน้าขึ้นสบดวงเนตรคู่สีน้ำตาลทองด้วยความงุนงงและสนใจไปพร้อมกันทันใด


“ฝันเกี่ยวกับอาเกลของเจ้า” วรองค์สูงสงสง่าก้าวเข้ามาก้าวหนึ่งพร้อมชี้นิ้วเรียวยาวที่กลางหน้าผากของร่างเล็กกว่า แล้วอธิบาย “หากอาเกลจงใจทิ้งเวทมนต์เกี่ยวกับนิมิตนั้นไว้ให้เจ้า เขาก็อาจอยากบอกอะไรเจ้าเพิ่มเติม ซึ่งมันอาจเกี่ยวกับหัวใจของเขา... ที่ตอนนี้อาจกำลังเต้นอยู่ในอกของวอร์เรนก็ได้”


เนียร์มองสูงขึ้นตามนิ้วของราชาเลจินอฟบนหน้าผากตน พลางทบทวนสิ่งที่ได้ฟังเพียงเสี้ยววินาที ก่อนเธอจะตัดสินใจเอ่ยถามด้วยดวงตาคู่โตที่มองตรงอย่างมุ่งมั่น “ต้องทำยังไงเพคะ”



                                            ***************************



 

มังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ก้มมองพื้นเตียงสีขาวหนานุ่มที่จำได้ดีว่าตนเคยนอนบนนั้นมาแล้วครั้งหนึ่ง ก่อนจะกลิ้งตกลงมาเมื่อได้รู้ว่ามันเป็นเตียงของผู้ใด ซ้ำตนยังแสดงท่าทางตกใจจนน่าสมเพสขนาดไหนออกมา ทว่าเวลานี้เธอกลับต้องมายืนเผชิญหน้ามันอีกหน เพราะหลังจากที่เธอตั้งคำถามกับจอมมารว่าตนควรทำเช่นไรต่อเพื่อตรวจสอบรื่องราวของกษัตริย์อาเกลที่ตกค้างในหัว พระองค์ก็ให้คำตอบสั้นๆ มาแค่ว่า


นอน


“พร้อมจะพักผ่อนรึยัง”


คำถามที่ฟังสบายๆ ราวหยอกเอินทำให้เนียร์ผละสายตาออกจากเตียงบรรทมหลังใหญ่ แล้วหันไปมองร่างสูงของชายชราเจ้าของหนวดเคราสีดอกเล้าที่ถักเป็นเปียใหญ่ยาวเฟิ้ม และเป็นผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบความฝันให้เธอครั้งนี้ด้วย


“ค่ะ” เนียร์พยักหน้าให้เมอร์เชสทีหนึ่ง และเอ่ยอย่างกังวลเล็กน้อยไปใหม่ “ข้าแค่ไม่แน่ใจว่าจะหลับลงไหม”


“ไม่เป็นไร ข้ามีเพลงกล่องเด็กดีๆ อยู่แล้วเจ้าลูกมังกร” พ่อมดเฒ่ากล่าวทีเล่นทีจริงด้วยความเอ็นดู


        และนั่นทำให้เนียร์ต้องยิ้มบางตอบรับคำพูดและสายตาอ่อนโยนจากอีกฝ่าย ก่อนจะหมุนตัวนั่งลงบนพื้นเตียงนุ่มๆ ที่ยังคงรู้สึกไม่คุ้นชิน ซ้ำเผลอเกร็งนิดๆ เมื่อเจ้าของเตียงยืนจับจ้องเธอด้วยสายพระเนตรเฉียบลึกอยู่ไม่ไกล


“นอนลง และทำหัวให้ว่าง ไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น” เมอร์เชสบอกอยู่เหนือศีรษะ


เนียร์เอนกายลง พร้อมยกขาขึ้นมาบนเตียง นอนราบยาวตามที่พ่อมดเฒ่าบอก ก่อนจะปิดเปลือกตาลง ก่อนไม่นานจะรับรู้ถึงปลายนิ้วอุ่นๆ ที่หน้าผาก และเสียงงึมงำท่องอาคมบางอย่างที่จับความไม่ได้จากเมอร์เชส


และเพียงเสี้ยววินาทีที่เธอสูดหายใจลึกเข้าไป สัมผัสรอบกายที่รับรู้ได้ในขณะนั้นก็ดับหายไปในทันที...



                                              ******************************




วูบ!


มังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์รู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อรับรู้ถึงการร่วงหล่นในฉับพลันจนเสี้ยววาบไปทั่วท้องน้อย และวินาทีต่อมาเข่าของเธอก็ทรุดฮวบลงบนพื้นหินสีเทาเข้ม หากก่อนที่แรงกระแทกจะส่งมาถึงมังกรสาวก็ใช้มือข้างหนึ่งยันพื้นตรงหน้าได้ทันและสามารถยันกายมานั่งขุกเข่าข้างหนึ่งอย่างมั่นคงคล่องแคล้วไม่ต่างจากแมวที่สามารถยืนสี่ขาได้ทันทีที่ตกลงมาจากที่สูง


ครั้งนี้เนียร์รู้สึกว่าตนมีสติและควบคุมความคิดของตัวเองได้ดีกว่าตอนแรก ซ้ำตระหนักได้รวดเร็วว่าตนเข้ามาในความฝันแล้ว มันคงเกิดจากการที่เธอเตรียมพร้อมว่าจะเจอกับอะไรหลังเปลือกตาที่ปิดสนิท บวกกับอาคมบางอย่างที่เมอร์เชสร่ายไว้ก่อนที่เธอจะหลุดการควบคุม เพราะมันคงไม่ดีที่เธอจะสติแตกระหว่างหลับจนเผลอกางเขี้ยวเล็บทำลายสิ่งของหรือแม้แต่ใครสักคนที่อยู่รอบตัวตัวเองอีก


เนียร์ค่อยๆ ยืดกายลุกขึ้นเพื่อมองสภาพแวดล้อมรอบตัว ก่อนเห็นว่าตนอยู่ในห้องชั้นบนสุดของยอดปราสาทในเมืองต้องสาปอีกครั้ง ทว่าสภาพของมันเวลานี้ดูสมบรูณ์ เป็นห้องใหญ่โตโออ่าสะอาดสะอ้าง โล่งว่าง ไม่มีกำแพงกั้นแบ่งแยกพื้นที่ เป็นเพียงโถงใหญ่ทรงกลมเพียงห้องเดียว และมีราวระเบียงเชื่อมกับบันไดทางลงที่กลางห้อง พร้อมโคมระย้าดวงมโหฬารที่ดูเก่าแก่โบราณแขวนโชว์ความงดงามและฉายแสงสว่างจากเพดานชั้นบนสุดจากหลังคาโดมที่อยู่สูงเหนือหัวขึ้นไปหลายสิบเมตรจนยาวเลยไปถึงชั้นที่อยู่ใต้ล่างลงไปอีกหนึ่งชั้น


ซึ่งครู่ต่อมามังกรสาวก็เริ่มระลึกได้ว่าตอนนี้ตนกำลังอยู่ในช่วงเวลาใดของนิมิตของกษัตริย์อาเกล...


เมื่อฝ่าบาทเป็นผู้แลกเปลี่ยนแล้ว ฝ่าบาทจะมีอำนาจที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าข้า


เนียร์ตวัดใบหน้าไปด้านหลัง ก่อนจะพบกับพ่อมดเฒ่าในผ้าคลุมมอซอ พร้อมวรองค์สูงโปร่งและเสนาธิการสูงวัยในชุดเกราะเงิน และนั่นทำให้มังกรสาวมั่นใจแล้วว่าตนกำลังอยู่ในส่วนของการสนทนาเรื่องการกลายเป็นผู้แลกเปลี่ยนของกษัตริษ์อาเกล


พระองค์เป็นนักเวทย์ที่มีเชื้อสายของจอมมาร และแข็งแกร่งมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ดังนั้นจะยิ่งมีอำนาจเพิ่มพูนขึ้นอยากมหาศาลจนแทบไม่ต่างจากการเป็นจอมมารอีกตน... ไม่ก็อาจจะยิ่งกว่านั้น เมอร์เชสอธิบายทุกอย่างด้วยสีหน้าที่จริงจังเคร่งเครียด แต่ข้าอยากเตือนไว้ก่อนว่าเมื่อฝ่าบาทเป็นผู้แลกเปลี่ยน และมีอำนาจมหาศาลพร้อมช่วงชีวิตที่ไร้ขีดจำกัดแล้ว ฝ่าบาทจะถูกตัดขาดจากวัฐสงสารทุกสิ่ง ไม่เชื่อมโยงกับกงล้อของโลกนี่อีกต่อไป ซึ่งหมายถึงท่านจะไม่สามารถกลับออกไปสู้รบกับกองทัพของเจ้าชายอามันต์ได้อีก’ 


กลายเป็นเสนาธิการบาสเตี้ยนที่ชักหัวคิ้วชนกันพร้อมอ้าปากน้อยๆ คล้ายจะมีคำถามและต่อต้านกับสิ่งที่ได้ฟังครั้งนี้ ทว่าพ่อมดเฒ่าก็กล่าวขึ้นต่อโดยไม่เปิดช่องว่าง


เรื่องของเขาจะไม่ใช่เรื่องของฝ่าบาทอีกนับจากนี้ อำนาจที่ฝ่าบาทมีจะใช้ได้แค่เพื่อปกป้องตนเอง ปกป้องผู้อื่น แต่ไม่ใช่การทำร้ายหรือทำลาย ท่านจะจู่โจมใครโดยตรงไม่ได้ และแทรกแซงชะตาชีวิตใครไม่ได้อีก โดยเฉพาะราชินีเทริซ่าและพระโอรสที่อยู่ในท้องของพระนางตอนนี้... ฝ่าบาทอาจไปพบพระนางได้ แต่ไม่อาจเอ่ยบอกพระโอรสของพระองค์ได้ว่าเป็นพ่อ ความจริงที่จะไปกำหนดซะตาชีวิตใครฝ่าบาทจะไม่มีสิทธิ์เอ่ยออกมาได้โดยตรงจากโอษฐ์ของฝ่าบาท


นอกเหนือจากนั้น ถ้าวันหนึ่งฝ่าบาทถูกฆ่าตาย หรือมีเหตุที่ต้องตาย ทุกอย่างของฝ่าบาทจะสูญสลายไปจากโลกนี้ วิญญาณของพระองค์จะไม่เหลืออยู่แม้แต่เศษธุลี... ดังนั้นโดยสรุปที่ข้าจะบอกคือ ถ้าฝ่าบาทคิดว่าการเป็นผู้แลกเปลี่ยนแล้วฝ่าบาทจะมีอำนาจไปสู้รบกับกองทัพของเจ้าชายอามันต์ได้ ฝ่าบาทก็คิดผิด เพราะฝ่าบาทจะไม่มีสิทธิ์กลับไปสู้ได้อีกแล้ว มันไม่ใช่หน้าที่ของพระองค์อีกต่อไปเมื่อกลายเป็นผู้แลกเปลี่ยน


เช่นนั้นการเป็นผู้แลกเปลี่ยนจะมีดีอะไร คำคาดคั้นที่ฟังสิ้นหวังถูกส่งมาจากเสนาธิการบาสเตี้ยน เขาหวั่นเกรงซะตากรรมนี้แทนราชาของตน... มีอำนาจมหาศาลแต่ไม่อาจใช้อย่างใจได้ มีอายุขัยไร้จำกัดแต่แลกมาด้วยการแตกสลายไม่เหลือแม้เศษวิญญาณ ซ้ำยังถูกปิดปากไม่อาจเอ่ยความจริงใดๆ... เช่นนั้นมันจะต่างอะไรกับการถูกมัดมือมัดเท้าแล้วรอวันตายเล่า


มันไม่มีอะไรดี ถึงไม่มีใครคิดที่จะเป็นไงเสนาธิการบาสเตี้ยน ผู้แลกเปลี่ยนตรงหน้าเอ่ยสวนขึ้นหนักแน่น


แล้วทำไมเจ้าถึงเป็น


เพราะมันมีบางอย่างสำหรับข้า ที่มันคุ้มกับการแลกพ่อมดเฒ่าตอบชัด และคำตอบนั้นก็ยังคงทำให้มังกรสาวที่ฟังอยู่ต้องมีคำถามเดิมเหมือนครั้งแรกที่เคยได้ฟังมาก่อน... อะไรที่คุ้มสำหรับการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ของเขา


ซึ่งเนียร์ก็ต้องหยุดความสงสัยเมื่อเห็นว่าเมอร์เชสหันไปยังวรองค์สูงโดดเด่นของกษัตริย์อาเกลที่ยืนอยู่อย่างเงียบงัน ไม่แสดงอารมณ์ใด ก่อนเขาจะสำทับด้วยนัยน์ตาสีเทาที่มองตรงเข้าไปในดวงเนตรคู่งดงามของอีกฝ่าย


และเพราะเช่นนั้นกระหม่อมถึงต้องถามย้ำให้แน่ใจ ว่าฝ่าบาทรู้สึกว่าคุ้มไหมกับสิ่งที่จะต้องแลกอยู่ตอนนี้


กษัตริย์พ่อมดไม่ได้ตอบในทันที แต่กลับก้าวไปยืนชิดขอบระเบียงหินอ่อน ปรายดวงเนตรลงมองผ่านลงไปด้านล่าง ที่เนียร์เข้าใจแล้วว่าสิ่งที่พระองค์มองคือห้องสมบัติใต้ดินที่มีตราเวทเวียร์เรทาร์อยู่  


มันคุ้มที่สุดแล้วสุรเสียงทุ้มนุ่มที่ฟังสุขุมมั่นคงเอ่ยแผ่ว


ฝ่าบามทรงพิจาณาใหม่...


แล้วรู้ใช่ไหมว่าฝ่าบาทจะออกไปสู้ไม่ได้แล้ว เมอร์เชสย้ำถึงข้อสำคัญหนึ่งก่อนผู้มียศในชุดเกราะเงินจะทักท้วงจบ


ซึ่งกษัตริย์ผู้งดงามไม่ต่างจากภูตพรายก็หันมาตอบรับเคร่งขรึมไมเปลี่ยน


ใช่ จบคำสีพระพักตร์ที่มักเศร้าและอ่อนโยนนั้นปรากฏรอยความเด็ดขาดและเหี้ยมเกรียมขึ้น เพราะแบบนั้นข้าถึงได้เตรียม ตราเวทเวียร์เรทาร์ไว้แทน


ตราเวทย์ต้องห้าม!? เมอร์เชสมีอาการตกใจอยู่ไม่น้อย แต่วินาทีต่อมาก็คล้ายจะเข้าใจและปล่อยปลงยามเอ่ยถามแทนว่า ตราเวทเวียร์เรทาร์นั่นต้องใหญ่มากถึงจะอัญเชิญฮาร์เฟเน่ออกมาได้ ใหญ่พอๆ กับตัวมัน... ฝ่าบาทสร้างมันไว้ในวาร์เทเรียงั้นเหรอ


กษัตริย์พ่อมดเพียงพยักพักตร์ทีหนึ่ง เราใช้เวลาร่วมเดือนในการสร้างมัน      

  

ถ้างั้นพระองค์ก็เตรียมพระทัยมานานแล้ว หลังฟังทุกอย่างจากกษัตริย์อาเกล เมอร์เชสก็ได้คำตอบแน่นอน เขาจึงไม่กล่าวอะไรอีกนอกจากยื่นมือไปยังนกนางแอ่นที่ไหล่ขวาของตน เจ้านกน้อยกระโดดเกาะที่ข้อนิ้วเขาอย่างรู้งาน ก่อนพ่อมดเฒ่าจะสะบัดมือขึ้น ส่งร่างเล็กๆ ติดปีกทลาบินขึ้นด้านบน


ฉับพลันนั้นเจ้านกน้อยก็ส่องแสงสว่างกระจายเป็นวงกว้าง และชั่วขณะหนึ่งในกลุ่มแสงนั่นปรากฏเงาปีกใหญ่โตคู่หนึ่งสยายออก และครั้งนี้มังกรสาวที่เฝ้าดูเหตุการณ์เดิมเป็นรอบที่สอบนั้นสามารถจับจ้องเงาปีกที่ว่าได้อย่างเต็มตา แล้วสังเกตว่ามันไม่ใช่ปีกนกอย่างที่เคยจำได้ เพราะมันไม่มีขนปีกซ้ำรูปทรงคล้ายผืนผ้าที่สะบักคลี่ พร้อมสยายออกอย่างทรงพลังมากกว่าพลิ้วไหวเช่นปีกปักษาควรเป็น


หากก่อนจะได้เห็นทุกรายละเอียดกลุ่มแสงของปีกกลับแตกเหมือนพลุไฟในเสี้ยววินาทีต่อมา และกลายเป็นวงเวทย์ทรงแปดเหลี่ยมที่มีลวดลายภายในเป็นเถาไอวี่สวยแปลกตาลอยอยู่กลางอากาศแทน ขณะเจ้านกนางแอ่นตัวสีขาวก็บินลงมาเกาะที่ไหล่ขวาของพ่อมดเฒ่าเช่นเดิม พลางโค้งหัวไซ้ปีกเล็กๆ ของมันเล่นหลังทำหน้าที่ของ คทาเวทเสร็จสิ้น


หม่อมฉันต้องให้ฝ่าบาทมายืนอยู่ใต้ วงเวทย์เททัวอินนี้ เมอร์เชสเอ่ยเชิญวรองค์สูงสง่าอย่างสุภาพ และหันไปยังเสนาธิการบาสเตี้ยนที่ยังยืนมองทุกอย่างด้วยสีหน้ากังวลไม่เปลี่ยน และคงต้องขอยืมมีดสั้นของท่าน


เอาไปทำไม เจ้าของอาวุธถามกลับด้วยความไม่ไว้ใจทันที


ทว่ากษัตริย์อาเกลกลับหันไปสั่งแทนว่า ให้เขาไป


เสนาธิการบาสเตี้ยนถอนหายใจพร้อมเสียงคำรามต่ำอย่างไม่พอใจนักในลำคอ ก่อนจะยอมดึงมีดสั้นออกจากข้างเอว แล้วตวัดด้ามจับสีเงินวาวให้คนเป็นพ่อมด


เมอร์เชสรับอาวุธมีคมมาถือไว้ พร้อมค่อมศีรษะขอบคุณร่างในชุดเกราะเล็กน้อย ก่อนเนียร์จะเห็นเขาสะบัดมืออีกข้างขึ้นมาพร้อมแก้วทองเหลืองที่มาจากไหนไม่รู้ราวกับเล่นกล และร่างสูงในชุดคลุมสีมอซอนั่นก็วางแก้วทรงสูงนั่นลงบนพื้นตรงหน้าตนเอง ตามด้วยการถกแขนเสื้อลุ่มล่ามข้างขวาขึ้น และใช้มีดกรีดลงกลางฝ่ามือขวาลากยาวจนมาถึงข้อพับแขน


เนียร์เผลอเบ้หน้าตามยามรู้สึกเจ็บแทนพ่อมดเฒ่าแม้จะเคยเห็นเขาทำมาแล้วครั้งหนึ่ง ทว่าเธอก็ยังคงรู้สึกอัศจรรย์กับโลหิตของชายแก่ที่ไหลออกมาจากบาดแผลซึ่งเป็นสีใสเหมือนน้ำเปล่า แล้วดูบริสุทธิ์ราวกับเนื้อแก้ว


ฝ่าบาทต้องดื่มเลือดของผู้แลกเปลี่ยน เมอร์เชสบอกขณะปล่อยเลือดที่ไม่ต่างจากวารีในลำธารลงสู่แก้วทองเหลือง ซึ่งเมื่อได้ในปริมาณที่เกือบเต็ม เขาก็ขมุบขมิบปากใต้หนวดเคราเพื่อร่ายอาคม และใช้มือลูบที่บาดแผลตน ปิดเนื้อที่แยกออกให้กลับมาสนามตัวจนไม่เหลือร่องรอยของบาดแผลใดเสมือนมันไม่เคยสัมผัสของมีคมมาก่อน


เมอร์เชสส่งมีดคืนให้เสนาธิการสูงวัยในชุดเกราะที่ยังดูอึ้งตะลึงกับสิ่งที่เขาทำ ก่อนจะย่อกายหยิบแก้วที่บรรจุเลือดของตนจนเกือบเต็มขึ้นมา และเดินไปส่งมอบมันให้วรองค์สูงโดดเด่น


พระองค์ต้องดื่มมันเพื่อทำให้เลือดของพระองค์บริสุทธิ์เช่นนี้เหมือนกัน แต่มันจะไม่ได้เปลี่ยนในทันที ต้องใช้เวลาพักใหญ่ อาจหลายเดือนกว่าเลือดของพระองค์จะกลายเป็นน้ำบริสุทธิ์ทั้งหมด... ดังนั้นฝ่าบาทต้องดื่มมัน และเข้ามาอยู่ใต้วงเวทย์เททัวอิน เขาอธิบายขั้นตอนเรียบเรื่อย จากนั้นกระหม่อมจะร่ายอาคม และดึงหัวใจของพระองค์ออกมา... และพระองค์จะกลายเป็นผู้แลกเปลี่ยนเมื่อสิ้นพิธีนี้’  


คำว่า ดึงหัวใจของพระองค์ออกมา ยังคงทำให้เนียร์หายใจได้ไม่ทั่วท้อง และต้องตั้งใจดูเรื่องราวของนิมิตมากขึ้นแม้จะตั้งใจอยู่แล้วก็ตาม เพื่อหาคำตอบเรื่องของหัวใจของพระองค์ให้ได้ว่ามันจะไปสิ้นสุดอยู่ที่ใดหรือใคร...


ฟังดูเรียบง่าย


พ่ะย่ะค่ะ... ที่ยากที่สุดในพิธีนี้คือการหาผู้แลกเปลี่ยน พ่อมดเฒ่ายิ้มเร็วๆ ตอบ พลางเล่าว่า เพราะการหาตัวผู้แลกเปลี่ยนเพื่อใช้เลือด และใช้ทำพิธีนั้นมันมันแทบเป็นไปไม่ได้เลย


แล้วเจ้าหาผู้แลกเปลี่ยนเจอได้ยังไง


ถ้าดูจากรูปร่างหน้าตากระหม่อม ฝ่าบาทคงทราบ เมอร์เชสหัวเราะแผ่วอย่างอารมณ์ดี ขณะสำทับให้ชัดเจน เนินนานจนเกือบสิ้นอายุไข


แล้วเรื่องหัวใจ


พ่อมดเฒ่าไม่ตอบในทันทีเช่นทุกครั้งกับคำถามนี้ พลางหุบยิ้มลงมาเล็กน้อย


ฝ่าบาทจะเก็บมันไว้ในฐานะใดก็ได้เขากล่าวอย่างเมตตาและอาทรมันถูกดึงออกมาด้วยเวทมนต์ มันจะอยู่ได้ด้วยเวทมนต์ มันอาจมีประโยชน์ในภายภาคหน้า หรือเป็นแค่ที่ระลึก หรือท่านจะแปลงมันเป็นสิ่งอื่นก็ได้... แต่มันจะไม่มีวันกลับเข้าไปอยู่ในกายพระองค์ได้อีกเลยตลอดกาล... กระหม่อมคงบอกได้แค่นี้


ทั่วบริเวณตกสู่ความสงัดไปชั่วอึดใจหลังสิ่งที่เมอร์เชสบอก ซึ่งเนียร์ใช่ช่วงเวลานั้นสังเกตหาสัญญาณหรือสัญลักษณ์ที่ตนอาจมองข้ามไปในตอนแรกที่เข้ามาในนิมิตเวท เผื่อเธอจะเจอคำใบ้เกี่ยวกับหัวใจของกษัตริย์อาเกลมากกว่าที่เห็นด้วยตาตอนนี้


ทว่ามังกรสาวก็ไม่พบอะไรที่เป็นจุดสังเกต ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามเดิม กษตริย์อาเกลยื่นมารับแก้วทองเหลืองในมือพ่อมดเฒ่า พร้อมเอ่ยประโยคสั้นๆ ที่ราบเรียบแต่เด็ดขาดในที


งั้นก็มาเริ่มกัน สิ้นคำนั้นกษัตริย์อาเกลก็ยกแก้วในมือขึ้นดื่ม แต่ไม่ทันที่พระองค์จะกลืนเลือดสีใสนั่นภาพของพระองค์กลับถูกแทรกด้วยเงาดำจนจังหวะขาดช่วง ไม่ประติดประต่อ และอยู่ๆ ก็ถูกตัดไปยังอีกฉากอย่างฉับไว


ซึ่งเนียร์เองก็เตรียมรับมือกับการถูกเปลี่ยนเหตุการณ์อย่างกะทันหันไว้แล้ว และมันก็เป็นอย่างที่เธอจำได้คือภาพที่มาแทนที่นั้นไม่ชัดเจน มีสีดำราวเป็นรอยพู่กันเปื้อนเปรอะไปทั่วจนไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเธออยู่ในสถานที่ไหนของปราสาท แต่ถ้าให้เนียร์เดาจากพื้นหิน เธอคาดว่าอาจเป็นโถงบนยอดของปราสาทที่เดิม


และไม่นานเธอก็หมุนกายไปเจอกษัตริย์อาเกลในอาภรณ์และเกราะชุดเดิมเหมือนที่จำได้ ทว่ามีบางอย่างที่เนียร์กลับรู้สึกแปลกไปกว่าปกติ เพราะเท่าที่จำได้ในนิมิตนั้น เธอจะต้องหันกลับไปเจอแผ่นหลังกว้างของกษัตริย์พ่อมดที่กำลังพูดคุยกับเสนาธิการบาสเตียนเรื่องหัวใจในหีบไม้ ทว่าเวลานี้เธอกลับหันมาเผชิญอยู่เบื้องหน้าพระพักตร์ที่งดงามราวภูตพรายของพระองค์แทน... ตำแหน่งยืนของเธอมันเปลี่ยนไป


มันมีบางอย่างไม่ถูกต้อง...


ข้าอยากให้เจ้าเป็นผู้เก็บมันไว้... มันอาจมีประโยคไม่วันใดก็วันหนึ่งสุรเสียงทุ้มนุ่มของกษัตริย์อาเกลรับสั่งขึ้นมา


พ่ะย่ะค่ะ


เนียร์สะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงตอบรับของเสนาธิการบาสเตียนออกมาจากตัวเธอเอง ซ้ำยังเห็นว่าตนยืนมือสองข้างไปรับกล่องไม้ที่ใหญ่ประมาณสองฝ่ามือ และความสูงประมาณคืบกว่าๆ มาแทนเสนาธิการบาสเตียนที่ควรยืนในตำแหน่งที่เธออยู่ตอนนี้


นี่มันอะไร นี่ข้ากำลังยืนอยู่แทนที่เสนาธิการบาสเตียนงั้นเหรอ ทำไมล่ะ ก่อนหน้านี้มันไม่ใช่แบบนี้นี่... เดี๋ยว จะบอกว่าตอนนี้ในนิมิตนี้ ข้าคือเสนาธิการบาสเตียนงั้นเหรอ!


เนียร์ตั้งคำถามมากมายในหัวตนด้วยความสับสนงุนงง... ปกติในนิมิตเวทเธอคือผู้สังเกตการณ์เรื่องราว ไม่ใช่หนึ่งในบุคคลของเหตุการณ์ เธอไม่เคยมองนิมิตนี้ผ่านสายตาของใคร ราชาเลจินอฟก็บอกเองว่ามันไม่ใช่ความทรงจำของผู้ใด ดังนั้นเธอไม่มีทางเห็นทุกอย่างผ่านสายตาของคนอื่น แต่ทำไมตอนนี้เธอกลับมายืนอยู่แทนที่เสนาธิการบาสเตียนที่กำลังรับกล่องไม้ใส่หัวใจของราชาพ่อมดเช่นนี้ได้


เธอเหมือนเป็นผีที่สิงร่างของเขาอยู่ แต่ไม่อาจทำอะไรได้ นอกจากยืนถือกล่องไม้ใบพอเหมาะอยู่เบื้องพระพักตร์ของกษัตริย์อาเกล และได้ยินเสียงของเสนาธิการบาสเตียนพูดออกมาจากตัวเธอ


ทว่าเหนืออื่นใดนั้นเนียร์สามารถรับรู้ได้ถึงน้ำหนักและผิวสัมผัสของกล่องไม้ในมือตนได้ราวเธอถือมันอยู่จริงๆ... ซ้ำยังสัมผัสได้ถึงแรงเคลื่อนไหวเบาๆ ที่ขยับขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ... ของหัวใจที่ยังเต้นอยู่ในหีบใบนี้...


ฟ้าว!


อยู่ๆ แรงลมมหาศาลก็พัดปะทะหลังของคนเป็นมังกรที่กำลังยืนอึ้งตะลึงกับสิ่งที่ตนถืออยู่ในมืออย่างรุนแรงจนเธอผวาเฮือกใหญ่ เนียร์ต้องรีบตวัดกายไปยังด้านหลังฉับพลันด้วยความตกใจและงุนงงถึงที่สุด


และในวินาทีนั้นมังกรสาวต้องหลับตาแน่นแล้วยกแขนขึ้นป้องกันใบหน้าตนเมื่อแรงลมมหาศาลโหมซัดเข้าใส่อย่างจังจนเธอแทบยืนไม่อยู่ ผมยาวสีดำสาดกระจายขึ้นสูงตามพายุที่สาดกระหน่ำจากเบื้องล่าง และไม่เพียงที่ทิศทางลมจะผลักร่างกายเธอออกไป บางจังหวะมันก็ดึงตัวเธอเข้าหา ซ้ำเปลี่ยนกระแสไปมาจนจับทิศทางไม่ได้


กระนั้นคนเป็นมังกรก็พยายามยึดกายตนให้มั่น เรียนรู้กระแสวายุที่บ้าคลั้งนี้เพื่อหาทางไม่ให้ตนถูกพัดปลิวไป และเป็นอีกครั้งที่สัญชาตญาตของบลูไฟเออร์ช่วยให้เนียร์เริ่มเข้าใจเส้นสายที่หมุนวนรอบกายจนเริ่มปรับตัวรับแรงลมวุ่นวายรอบกายได้พอควร และสามารถคลายแขนที่ยกบังหน้าตนออกได้แม้ยังคงถูกลมร้ายตีใส่ไม่หยุด


มังกรสาวค่อยๆ ปรือตาเปิดเพื่อมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าว่ามันคืออะไรกันแน่ และวายุที่พัดวนไร้ทิศทางนี้มาจากไหน


“นี่มัน ... เรื่องอะไรกัน...”


เนียร์ครางด้วยความตกตะลึก พร้อมกอดกล่องไม้ในมือชิดอกแน่นขึ้นตามอาการเกร็งแน่นของร่างกายที่เกิดจากการอึ้งช็อกยามเห็นภาพที่ไม่คาดฝันตรงหน้า


เพราะเวลานี้แทนที่เธอจะยังคงอยู่ในโถงกว้างบนยอดปราสาท หรืออยู่ในเหตุการณ์ต่อไปในนิมิตของกษัตริย์อาเกล เธอกลับยืนอยู่ที่ขอบของหุบเหวสูงที่เธอไม่อาจหาจุดสิ้นสุดหรือจุดบรรจบของปากเหวได้เลย ซ้ำไม่อาจเห็นอะไรรอบกายได้นอกจากฝุ่นผงสีน้ำตาลที่ตีพัดขึ้นมาตามสายลมบ้าคลั้งที่ก้นเหวเบื้องล่าง


แต่เมื่อเธอหรี่ดวงตามองฝุ่นผงที่กลบทัศนีย์ภาพจากเบื้องล่างดีๆ พร้อมยื่นมือไปสัมผัสบางส่วนที่ลอยคลุ้มอยู่เบื้องบน มังกรสาวก็พบว่ามันไม่ได้เศษฝุ่น... แต่มันคือทราย


ที่ข้างล่างนั่นคือพายุทะเลทราย!


ข้อสรุปนั่นทำให้มังกรสาวยืนนิ่งงันด้วยความอึ้งตะลึงไปหลายวินาที ก่อนเธอจะลอบกลืนน้ำลายเพื่อเรียกสติ แล้วลองก้าวเข้าใกล้ปากหลุมมากขึ้นเพื่อชะโงกหน้าลงไปสำรวจให้แน่ใจว่าตนคิดไม่ผิด ทว่าเนียร์ก็ต้องหรี่นัยน์ตาและยกมือข้างหนึ่งขึ้นกันเพราะสายลมรุนแรงสีน้ำตาลยังคงพุ่งโหมขึ้นมาจากก้นหลุมไม่หยุด และไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนแรงลง


ทว่ามันก็ยากที่จะแยกรายละเอียดอะไรออกเมื่อเม็ดทรายที่ลอยคว้างไปทั่วปิดบังภาพทุกอย่างเบื้องล่างจนมิด กระนั้นเธอก็พอจะบอกได้ว่าแรงพายุบ้าคลั้งนี้มันดูไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย กระแสลมไม่วิ่งไปในทางเดียวกัน มันเหมือนมีเส้นสายของวายุหลายร้อยสายที่ต่างพากันสะบัดเคลื่อนไหวอย่างเอาแต่ใจ ไร้ทิศไร้ทาง ซ้ำพัดสวนไปมาพร้อมกัน และเปลี่ยนหมุนไปมาได้เองเหมือนมีความนึกคิดของตน


ไมมีทางที่ตัวอะไรที่มีปีกจะบินได้ในพายุทะเลทรายรุนแรงเหมือนใบมีด และโจมตีเราทุกทางตลอดเวลาโดยไม่มีวิธีหลีกหนีเพราะไร้ทิศทางลมให้จับ ปีกคงเสียหายหนักแน่ถ้าทะเลอทะล่าเข้าไปในก้นเหวที่เหมือนเครื่องทรมานเบื้องล่าง ซ้ำด้วยทัศนียภาพที่เลวร้ายถึงขีดสุดแบบนี้... แม้แต่มังกรอย่างเธอก็อาจตายในสถานที่แบบนี้ได้ง่ายๆ


นี่มันที่ไหนกันแน่... เธอยังอยู่ในนิมิตของกษัตริย์อาเกลรึเปล่า ทำไมเธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน นี่มันส่วนไหนของความทรงจำพระองค์งั้นหรือ หรือเป็นส่วนที่ขาดหายไปซึ่งเธอไม่เคยดูมาก่อน แล้วทำไมเธอถึงรู้สึกว่าตนไม่ได้อยู่ในเมืองต้องสาปอย่างก่อนหน้านั้น ที่สำคัญทำไมเธอถึงรู้สึกว่าตนแทบไม่ได้อยู่ในเรื่องราวของกษัตริย์อาเกลอีกแล้ว...


เนียร์!


ในหัวที่กำลังคิดหาคำตอบมากมายของมังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์พลันชะงักพร้อมลมหายใจและก้อนเนื้อในอกก็สะดุดกึกราวถูกหยุดเวลาไว้... กับเสียงตะโกนเสียงหนึ่งที่แหวกผ่านลมพายุหนาหนักจากก้มเหวมรณะเบื้องล่าง


ร่างกายของเนียร์แข็งทื่อราวถูกสาป หูสองข้างอื้ออึงราวดับสนิท พร้อมมือเท้าเย็นเฉียบชาดิกจนไม่อาจขยับ ทว่าหัวใจที่เคยหยุดนิ่งไปเสี้ยววินาทีนั้นกลับเริ่มมาบีบรัดด้วยความเร็วถี่ ก่อนจะเต้นกระหน่ำจนดังเต็มกกหู และแทบระเบิดออกมาจากในอก เพราะเสียงนั่น เสียงที่เรียกชื่อเธอจากก้นหลุ่ม เสียงที่ตะโกนผ่านแรงพายุที่โหมซัดขึ้นมา คือเสียงของ...


“... พ่อ” 


สิ่งที่หลุดออกมาจากริมฝีปากซึ่งอ้าค้างน้อยๆ ของมังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์เป็นสิ่งที่ดึงสติของเธอได้ในฉับพลันนั้น และสั่งให้ขาสองข้างก้าวพรวดไปที่ปากหลุมอย่างลืมอันตรายจากแรงลมที่ตีปะทะขึ้นมาอย่างดุดัน และความจริงที่ว่าเธอยังคงอยู่ในความฝัน


พ่อ!” เนียร์ตะโกนกลับลงไปยังเบื้องล่างสุดลมปอดด้วยความรู้สึกที่ทั้งหวาดกลัวและคาดหวังจนทุกอารมณ์มันเอ่อท้นที่ขอบตาทั้งสองข้างจนร้อนผ่าว


และ ณ เบื้องล่างที่มีแต่พายุทรายสีน้ำตาลโบกพัดจนนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลลึกแทบไม่เห็นสิ่งใด ทว่าเมื่อหรี่นัยน์ตาแคบเพ็งมองลึกลงไปดีๆ ทะลุผ่านม่านสีน้ำตาลที่หมุนวนวุ่นวายนั้นกลับปรากฏร่างสีดำร่างหนึ่งที่อยู่ห่างไกลลงไปในเบื้องล่าง ซึ่งร่างสีดำนั้นกำลังเกาะแน่นอยู่บนชะโงกหินแหลมที่โผล่พ้นพื้นทรายที่เหมือนระลอกคลื่นออกมาไม่เท่าไหร่ พร้อมกางปีกพังผืดสีดำต่อสู้กับกระแสพายุรอบกายที่ปะทะเข้ามาทุกทางจนต้องจิกกรงเล็บฝั่งแน่นอยู่ในเนื้อหินที่ทำท่าจะแตกออก


และแม้ร่างสีดำนั้นจะอยู่ลึกลงไปที่ก้นเหวในระยะที่ไกลมาก ซ้ำมีสายลมที่หอบเม็ดทรายขึ้นมากั้นกลางสายตาเธอไม่ให้เห็นเขาได้ชัดเจน ทว่าเพียงแค่นั้น เพียงแค่บางส่วนของเกล็ดสีดำ และดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลึกที่เหมือนเธอราวส่องกระจกก็มากพอจะยืนยันทุกสิ่ง


เนียร!


“พ่อ พ่อ พ่อคะ!


เนลโล่ในร่างมังกรที่ก้นเหวตะโกนเรียกชื่อสูกสาวตนผ่านเสียงตีกันของพายุร้ายรอบตัวอีกครั้ง และนั่นไม่ต่างจากการทุบทำลายความอดทนและความนึกคิดที่มีเหตุผลทั้งหมดของเนียร์จนหมดสิ้น เธอร้องตะโกนกลับลงไปหาเขาเหมือนเด็กเล็กๆ ที่หลงทาง และไม่อายต่อสิ่งที่ตนแสดงออกไป เธอไม่สนแล้วว่าตอนนี้ตนคือทหารของจอมมารไม่ใช่ลูกมังกรแรกเกิดหรือกำลังปฏิบัติหน้าที่อะไรอยู่... พ่อของเธออยู่ตรงนั้น ข้างล่างนั่น เป็นเขาตัวจริง ในร่างของมังกรสีดำ เป็นเขาแน่นอน!


เนียร์ทิ้งเข่าลงชิดขอบผาแม้จะถูกสายลมแรกกรรโชคใส่หน้าและร่างกายจนแทบยึดร่างไม่อยู่ ขณะต้องกัดกรามแน่นสู้กับเม็ดทรายมากมายที่พัดเข้าตาจนแทบลืมไม่ขึ้น หากเธอก็พร้อมกลับร่างเป็นมังกรเพื่อโดดลงไปช่วยพ่อของตนที่ติดอยู่กลางพายุเบื้องล่าง


อย่าลงมา!


เนียร์สะดุ้งกับคำปรามกร้าวสุดเสียงของพ่อ แล้วยิ่งตัวแข็งทื่อเมื่อเขาสำทับมาอย่างเด็ดขาด “ห้ามเข้ามาในนี้!


“ทำไม ข้าลงไปช่วยได้ ข้าผ่านพายุนี้ได้!” เธอไม่ใช่ลูกมังกรตัวเล็กๆ เหมือนเมื่อร้อยปีก่อนแล้ว เธอเคยผ่านฝูงค้างคาวดินถึงสองครั้ง สู้กับฝูงโทรลล์นับร้อยตน และเธอรู้ว่าตนบินได้เร็วยิ่งกว่ามังกรตนใด ที่สำคัญเธอไม่อาจรอได้อีกแล้ว สภาพของพ่อที่เห็นแม้จะอยู่ไกลและมีม่านเม็ดทรายที่พัดผ่านบดบังสายตา แต่เนียร์ก็รับรู้ได้พ่ออ่อนแรงมาก ร่างกายบอบช้ำ เกล็ดหลายส่วนบนกายหลุดหายไปจนเห็นเนื้อและบาดแผลสดๆ มากมาย ขณะชะโงกหินที่เขาใส่กรงเล็บเกาะยึดไว้ก็ใกล้แตกเต็มที ซึ่งสิ่งที่แย่ที่สุดคือปีกผังพืดของเขาทั้งสองข้างที่มีแต่รูขาดพรุนหลายส่วนจนน่ากลัวว่าเขาอาจไม่สามารถจะบินได้อีก ดังนั้นหากชะโงกหินที่พ่อใช้เกาะเพื่อยึดกายไม่ให้ถูกสายลมพัดปลิวไปพังลง เขาคงจะถูกพายุร้ายนี้กลืนหายไปแน่นอน


ฉะนั้นเธอต้องผ่านได้ เธอต้องช่วยเขาให้ได้ เธอต้องทำได้!


“ถ้าเจ้าลงมาสิ่งที่ข้าทำไปจะไร้ความหมาย!


อะไรนะ!


ความตั้งใจที่เปี่ยมล้นถูกหยุดด้วยเสียงร้องบอกอย่างสุดกำลังของเนลโล่อีกหน มังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ได้แต่งุนงง ไม่เข้าใจ... อะไรไร้ความหมาย แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการที่เธอจะลงไปช่วยเขา


“จบมันซะ!


จบอะไร!?


เป็นอีกคำสั่งจากพ่อ และเป็นอีกหนึ่งคำถามในหัวที่ยังสับสนไม่เข้าใจ ทว่ายังไม่ทันจะอ้าปากเพื่อเอ่ยถามให้กระจ่าง ความอุ่นวาบและเต้นไหวในมือข้างที่ถือกล่องไม้กลับหยุดความคิดทั้งหมด แล้วดึงดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลึกให้ตวัดลงไปมองที่มาของสิ่งแปลกปลอมนี้


และมังกรสาวพลันประหลาดใจเมื่อมือที่ควรกอดกล่องไม้ใส่หัวใจของกษัตริย์อาเกลกลับกำลังกอบกุมบางอย่างอยู่แทนที่ และทั้งที่เธอควรตกใจหรือตระหนกที่กล่องไม้ใบสำคัญหายไปอย่างไร้ล่องลอย เธอกลับสงบได้อย่างน่าแปลกซ้ำผละความสนใจออกจากขอบเหวออกมาราวถูกสะกด ก่อนจะยกสัมผัสอบอุ่นที่กลางฝ่ามือข้างนั้นขึ้นมาดูช้าๆ


หัวใจ... ของกษัตริย์อาเกล?...


สิ่งที่อยู่ในมือเวลานี้คือหัวใจคนสดๆ ทั้งดวง หัวใจที่ยังคงเต้นไหวเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หากแทนที่เนียร์จะรู้สึกตกใจ ขยะแขยงหรือรังเกียจก้อนเนื้อสดๆ ที่อยู่ในมือแถมยังคงขยับขึ้นลงราวมีชีวิต เธอกลับคิดว่าตนควรโอบอุ้มมันไว้ เพราะสัมผัสที่อบอุ่นและแรงเต้นของหัวใจในมือนั้นให้ความรู้สึกไม่ต่างจากลูกนกตัวน้อยๆ ที่กำลังสั่นไหวด้วยความหนาวเหน็บ


มันกำลังกลัว... อ่อนแอ และเปราะบาง...


เนียร์รับรู้ถึงความรู้สึกของมันได้ด้วยสัญชาตญาณ โดยเธอไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไม เธอเพียงแค่รู้ และในชั่วขณะนั้นความคิดเดียวที่เธอมี คือปกป้องมัน...


เนียร์!


ชื่อของตนที่ถูกเรียกฝ่าสายลมรุนแรงตรงมาทำให้มังกรสาวผละสายตาออกจากหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ในมือตนได้ ก่อนกลับไปมองที่เนลโล่อีกครั้ง แต่ในจังหวะเดียวกันนั้นวงพายุทะเลทรายกลับพัดโหมหนักขึ้นกว่าเดิม ไม่ก็เพราะทิศทางลมที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ดันเปลี่ยนทิศมาปะทะใส่ตัวเธอพอดี และนั่นทำให้ภาพของมังกรสีดำของเนลโล่ที่เธอยังพอมองเห็นได้บ้างถูกม่านทรายกลบจนมิด ซ้ำด้วยเสียงหวีดแหลมของพวกมันที่ดังบาดหูจนไม่สามารถได้ยินอะไรจากพ่อของเธอได้อีก


“ไม่ ไม่ ไม่ พ่อ!เนียร์ร้องลั่นสู้กับแรงลมรอบกายเมื่อเนลโล่หายไปจากสายตา หัวใจเธอล่วงวูบลงตาตุ่มยามรู้ว่าตนกำลังจะเสียเขาไปอีกครั้ง และเวลานี้เธอไม่ลังเลอะไรอีกแล้ว เนียร์ลุกพรวดขึ้น เตรียมสยายปีกบนหลัง...


หมับ!


พรึบ!


เพียงไม่ถึงเสี้ยววินาทีที่มังกรสาวตัดสินใจกระโดดลงไปจากขอบผา เธอก็ถูกแรงดึงมหาศาลจากเบื้องหลัง กระชากร่างเธออกมาจากจุดนั้น ถอยห่างจากขอบหลุม และดึงล่งสู้ความมืดมิด ก่อนอึดใจต่อมาดวงตาเธอจะเปิดโพล่งขึ้น และสิ่งที่เห็นแทนพายุทะเลทรายในหลุมกว้างและพ่อที่บาดเจ็บของตน คือเพดานของเตียงสี่เสาในห้องบรรทมของราชาเลจินอฟ


นี่ข้าตื่นแล้วงั้นเหรอ!?


ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลึกยังคงเบิกกว้างพร้อมคำถามในหัวของตน และเร็วเท่าความคิดเธอตวัดดวงตามองมือซ้ายที่เคยถือหัวใจไว้ทันใด และพบว่ามือตนว่างเปล่า ไม่มีหัวใจ กล่องไม้หรืออะไรอยู่ในนั้นนอกจากแรงสั่นและเหงื่อบางๆ ที่ซึมบนฝ่ามือตน


กระนั้นสัมผัสอุ่นๆ ของหัวใจที่เคยเต้นอยู่บนนั้นก็ยังคงค้างคา...


“เป็นยังไงบ้าง”


คำถามที่แทรกความคิดที่กำลังล่องลอยถึงเรื่องราวในฝันที่ผ่านมาทำให้เนียร์ตวัดหน้าฉับไปมองที่ต้นเสียงแทบจะทันที ก่อนจะเห็นชายแก่ในชุดคลุมสีมอซอกับนกนางแอ่นสีขาวบนไหล่ขวาของเขาที่นั่งมองเธออยู่ข้างเตียงด้วยสายตาที่กำลังประเมินและดูห่วงกังวลผสมมา


ทว่าเนียร์กลับนิ่งงันไม่ได้ตอบอะไรออกไปทันที เธอเหมือนยังเอาตัวเองออกมาจากความฝันได้ไม่หมดและยังจัดวางเหตุการณ์ก่อนหลังไม่ได้ ซึ่งใช้เวลาอีกครู่ใหญ่กว่ามังกรสาวจะสามารถอ้าปากขึ้นช้าๆ และค่อยๆ งึมงำตอบเมอร์เชสออกมาทั้งที่ยังดูไม่เป็นตัวเองนักว่า


“ข้าเห็น... พ่อ...” 



                                                    ************************



 

คนจรแห่งเทเนบริสกลับเข้ามาอยู่ในห้องทรงงานหรูหราและใหญ่โตของจอมมารอีกครั้งหลังเขาจบภารกิจการตรวจสอบเรื่องฝันของเนียร์ในห้องบรรทมของพระองค์แล้ว


หากบรรยากาศภายในห้องทรงงานรอบนี้คล้ายจะตึงเครียดกว่าเมื่อเช้าที่เขาเข้ามา เมื่อราชาปีศาจเพียงนั่งหันข้างเงียบงันให้เขาหลังโต๊ะทรงงาน ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดหรือปรายตากลับมาตอบรับการมาถึงของเขาแม้แต่น้อย ประหนึ่งว่าพระองค์ไม่ได้ยินดีจะฟังผลสรุปของการตรวจสอบนิมิตของกษัตริย์อาเกลนัก


ซึ่งพ่อมดเฒ่าเข้าใจได้ เพราะไม่ว่าคำตอบจะเป็นเช่นไร ก็ไม่มีอะไรส่งผลดี ไม่ว่าจะเป็นคำสาปหรือแค่ความรู้สึกผิด มันก็ไม่ได้ทำให้ปัญหาของเจ้ามังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์นั่นลดน้อยลง ซ้ำเวลานี้ที่ชายแก่ได้รู้ผลที่แท้จริงจากการตรวจสอบครั้งนี้ด้วยแล้ว มันอาจย่ำแย่ยิ่งกว่าคำสาปหรือความรู้สึกผิดเสียด้วยซ้ำ...


“ข่าวดีก็คือมันไม่ใช่ทั้งคำสาป และไม่ใช่ทั้งความรู้สึกผิดในจิตใต้สำนึกอย่างที่เราคาดกัน” เมอร์เชสค่อมกายเคารพจอมมารแห่งเทเนบริสพร้อมเริ่มรายงายทันทีโดยไม่รอคำอณุญาต เพราะคาดว่าอีกฝ่ายคงไม่คิดเอ่ยให้เสียเวลา ก่อนเขาจะเงยกายกลับมาอธิบายต่อ “เป็นแค่เวทมนต์ที่ตกค้างจากนิมิตของกษัตริย์อาเกลที่เนียร์ไปสัมผัสเข้า”


“แล้วข่าวร้าย”


สุรเสียงเรียบเย็นที่มาพร้อมไอหนาวทำให้ผู้แลกเปลี่ยนในชุดเก่าๆ นิ่งงันไปนิด ทว่าที่เขาชะงักไปไม่ใช่เพราะความผิดปกติของอุณหภูมิในห้องทรงงานที่เกิดจากอำนาจของจอมมมาร หากแต่เป็นคำเปรยของพระองค์ต่างหาก


เพราะดูเหมือนราชาเลจินอฟจะดูออกว่าเขาจงใจสรุปผลของเรื่องนี้ให้อ้อมค้อม และพระองค์ไม่ได้ต้องการความเห็นอกเห็นใจด้วยวิธีน่ารำคาญเช่นนี้


ซึ่งเมื่อคนเป็นพ่อมดได้ทบทวนเรื่องความฝันทั้งหมดของเนียร์ที่เล่าให้เขาฟัง เขาจึงเอ่ยขึ้นใหม่


 “ฝ่าบาทรู้ใช่ไหมว่ากษัตริย์อาเกลเป็นพ่อมดที่แข็งแกร่ง ซ้ำเป็นผู้แลกเปลี่ยน และที่สำคัญเป็นทายาทของพระอนุชาของพระองค์ ซึ่งพลังเวทของเจ้าชายดิมาร์คัสและทายาทของเขาล้วนสามารถหักล้างพลังของฝ่าบาทได้”


ครั้งนี้ดวงเนตรคู่คมสีอ่อนปรายหางตากลับไปมองที่ร่างสูงในชุดคลุมสีตุนๆ แม้จะไม่ได้หมุนกายไปเผชิญก็ตาม ทว่าก็ชัดเจนว่าจอมมารทรงสนใจที่จะฟังทุกคำพูดของคู่สนทนา และผู้ที่ยืนรายงานผลอยู่นั่นก็ตัดสนใจเข้าเรื่องสำคัญทันทีว่า


“ดังนั้นข่าวร้ายก็คือ แม้พลังเวทที่ตกค้างของกษัตริย์อาเกลในตัวเนียร์จะไม่ใช่คำสาป แต่มันก็กำลังทำการหักล้างพลังเวทของพระองค์ที่เคยร่ายไว้ในตัวเนียร์ออกทีละน้อย... ซึ่งนั่นแปลว่าอะไรเมื่อร้อยปีก่อนที่ฝ่าบาทเคยร่ายไว้เพื่อกันความทรงจำของนาง กำลังถูกพลังเวทของกษัตริย์อาเกลที่ติดค้างอยู่นี้ชะออกทีละส่วน” ชายแก่หยุดถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง “มันอาจไม่ได้ล้างอำนาจของฝ่าบาททั้งหมด แต่คงมากพอจะทำให้มังกรของเรารู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้เข้าสักวัน”


ราชาปีศาจที่ได้ฟังทุกสิ่งยังคงเงียบงันไม่ได้ตอบรับสิ่งใดต่อทุกคำพูดของเมอร์เชส พระองค์เพียงนั่งนิ่งเหมือนรูปล่อปูน สีหน้านิ่งเฉยเหมือนหน้ากากไร้ชีวิต ไม่มีอารมณ์ใดจนไม่อาจคาดเดาความนึกคิดอะไรจากพระองค์ได้ ขณะที่คนเป็นพ่อมดก็ก้มศีรษะให้วรองค์สูงสงสง่าหลังโต๊ะทรงงานอีกครั้งราวเป็นการขออภัยจากพระองค์ที่เขาไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้มากกว่านี้ นอกจากเสนออย่างเมตตาว่า


“กระหม่อมขอแนะนำว่า ฝ่าบาทควรหาทางบอกความจริงกับนาง ก่อนนางรู้ความจริงทั้งหมดด้วยตัวเองพ่ะย่ะค่ะ” จบคำนั้น ชายชราก็เงยตัวขึ้นใหม่ แล้วมองจอมมารแห่งเทเนบริสที่ยังคงนั่งนิ่งหันข้างให้เขา และไม่โต้ตอบอะไรกลับมาราวกับเขาไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น ซึ่งปฏิกิริยาทั้งหมดก็ทำให้เมอร์เชสต้องผ่อนลมหายใจแผ่วหวิวออกมาอย่างอ่อนใจ พรางเอ่ยอีกประโยคอย่างเรียบเบาและระมัดระวังว่า “เสียใจด้วยพ่ะย่ะค่ะ”


“ไม่เท่าที่ข้ารู้สึกตอนนี้หรอก”


เมอร์เชสต้องจับจ้องวรองค์สูงสงสง่ากับคำพูดเฉียบเย็นที่จับอารมณ์ไม่ได้ของราชาเลจินอฟครั้งนี้ และเขาทำได้เพียงยืนนิ่งรับฟังอย่างจนหนทาง เมื่อพระองค์กระซิบแผ่วแทรกความหนาวเย็นภายในห้องทรงงานมาต่อว่า


“ข้ากำลังถูกฆ่าให้ตายทั้งเป็น... อีกครั้ง”



                                                     ************************



 

 ‘ข้า... เห็นพ่อได้ยังไง เนียร์จำคำถามที่เกิดขึ้นหลังเล่าเรื่องความฝันทั้งหมดของตนให้ชายแก่กับนกนางแอ่นของเขาฟังจบ พร้อมสำทับด้วยความไม่เข้าใจอีกครั้ง นั่นมันไม่ใช่นิมิตของกษัตริย์อาเกล ข้าแน่ใจว่าไม่ใช่ และ...


ข้ารู้ น้ำเสียงที่ฟังเมตตาเสมอเอ่ยรับ ข้าตรวจสอบมันตลอดระหว่างที่เจ้าหลับ


ท่านเห็นว่าข้าฝันอะไรงั้นเหรอเนียร์เอียงคอสงสัย


ใช่


งั้นท่านก็เป็นคนดึงข้าออกมา... จากความฝันเมื่อกี้เธอมุ่นหัวคิ้วขึ้นมากกว่าเดิม พร้อมคำถามที่ฟังคาดคั้นขึ้น


ใช่ และอีกฝ่ายยังคงพยักหน้าอย่างสงบ


ทำไม


เพราะเรากำลังตรวจสอบเรื่องนิมิตของกษัตริย์อาเกล ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าฝันถึงพ่อ... ที่มันแทรกเข้ามาที่หลัง


แต่มันอาจไม่ใช่ฝัน มันอาจเป็นความทรงจำเหมือนก่อนหน้านี้ และข้ากำลังจะได้รู้...


แล้วถ้ามันเป็นแค่ฝันเพราะเจ้าหมกมุ่นเรื่องของพ่อเจ้าเท่านั้นล่ะ พ่อมดเฒ่าย้อนถามอย่างใจเย็นก่อนเนียร์จะระล่ำระลักจบ แล้วกล่าวต่ออย่างเรียบง่ายเหมือนมันไม่ใช่ปัญหาที่ยุ่งยากอะไร เจ้ากลับมาจากวาร์เทเรียและได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับเนลโล่มากขึ้น รวมถึงเรื่องของพระเจ้าใต้โลก เจ้าอาจเอาทุกอย่างมาประติดประต่อกัน และสร้างฝันนั้นขึ้นมาเอง


งั้นทำไมความฝันที่ข้าจินตนาการขึ้นมาเองเกี่ยวกับพ่อ ถึงไปเชื่อมต่อกับนิมิตของกษัตริย์อาเกลมังกรสาวไม่อาจมองมันเป็นแค่เรื่องของสมองเธอที่สร้างขึ้นเองอย่างที่อีกฝ่ายบอก เธอจำได้ว่ามันเหมือนจริงเกินกว่าจะเป็นแค่ฝัน และไม่ใช่แค่ภาพที่เท่านั้นที่ราวกับเกิดขึ้นตรงหน้า แต่ยังรวมถึงสัมผัสบนมือเธอก็ยังมีความอุ่นติดค้างนี้ด้วย


เพราะนิมิตของกษัตริย์อาเกลก็เป็นแค่ฝันเหมือนกันไงล่ะ


เนียร์นิ่งงันไปนิดกับคำตอบรอบนี้ของเมอร์เชส ก่อนจะหยั่งเชิงไปด้วยความเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง นั่นจะบอกว่า นิมิตของพระองค์ที่ข้าเห็นมานี้ไม่ได้มีความหมายอะไร นอกจากเป็นแค่ฝันงั้นเหรอ


ใช่ สมองมังกรที่จำทุกรายละเอียดได้ดีของเจ้าบวกกับความรู้สึกที่ยังค้างคาในเรื่องของพระองค์ ทำให้มันเกิดการเห็นภาพซ้ำตอนที่เจ้าหลับ หรือไม่มีสติมาป้องกันตัว ก็แค่นั้น... เจ้าก็แค่ฝัน


งั้นมันก็ไม่ใช่คำสาป หรือเวทมนต์


ใบหน้าใต้หนวดเคราสีดอกเลาพยักรับทีหนึ่ง ถ้ามันเป็นเวทมนต์หรือคำสาป นิมิตต้องดำเนินวนซ้ำเหมือนเดิมทุกอย่าง ไม่มีการบิดเบื้อนหรือถูกฝันอื่นมาแทรกแซงจนเรื่องราวทับซ้อนกันแบบนี้ได้


ความเงียบเข้าครอบคลุมห้องบรรทมกว้างอยู่หลายวินาทีหลังสิ้นคำอธิบายของชายแก่ เนียร์ไร้คำแย้งเมื่อไม่มีเหตุผลมางั้นค้านการยืนยันหนักแน่นของผู้แลกเปลี่ยนตรงหน้า เธอไม่ใช่ผู้วิเศษตัวจริงแบบเขาที่รู้เรื่องคำสาปและเวทมนต์ดีกว่า เธอมีแค่สัญชาตญาณดิบอย่างสัตว์ป่า และเวลานี้เจ้าสัญชาตญาณนั่นก็ยังคงขวนตะกุยกรงเล็บแหลมคมในอกเธอไม่ยอมหยุด


และเสียงกรงเล็บในหัวที่ยังรบกวนความคิดก็สั่งให้เธอยังไม่หมดคำถาม แต่ในฝันนั่น... มันดูจริงมาก


นั่นล่ะเรื่องตลกของความฝันล่ะ พ่อมดเฒ่ายิ้มติดมุมปากยามกล่าว พลางลุกขึ้นช้าๆ จากเก้าอี้ข้างเตียง เอาล่ะ ถือว่าเมื่อได้ตรวจสอบแล้วข้าก็สบายใจขึ้น เขาสูดหายใจลึกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่กว้างขึ้นขณะกล่าวกับเนียร์ใหม่ว่า ส่วนเจ้า ถ้าอยากจะพักผ่อนต่อ...


ไม่ค่ะ ข้าไม่ง่วงเนียร์สายศีรษะทันที เธอนอนมามากพอแล้วสำหรับวันนี้


หากศีรษะที่กำลังสายปฏิเสธกลับต้องเงยสูงเมื่อเมอร์เชสส่งคำพูดทีเล่นทีจริงมาอีกครั้ง


งั้นก็ควรสนใจภารกิจต่อไปนะ


เนียร์เอียงศีรษะ ย่นหัวคิ้วอย่างไม่เข้าใจทันใด เธอไม่รู้ว่าตนมีภารกิจอะไรอีกที่ต้องปฏิบัติ เธอจำได้ว่าราชาเลจินอฟไม่ได้รับสังงานอะไรไว้ ทว่าวินาทีต่อมามังกรสาวกลับต้องชะงักงันกับคำตอบชัดเจนที่ฟังอารมณ์ดีของเมอร์เชสว่า


พิถีแต่งตั้งยศไง


และเพราะคำตอบนั้นความรู้สึกค้างคาใจที่มีจึงเหมือนถูกหยุดกลางอากาศ และที่เธอทบทวนความทรงจำนี้ขึ้นมาอีกครั้งนั่นก็เพราะว่าหลังจากเธอตื่นจากความฝันที่วุ่นวายเหล่านั้นและเมอร์เชสออกไป เธอก็ไม่ได้พบกับราชาเลจินอฟอีกเลย


พระองค์ไม่ได้กลับมาที่ห้องบรรทมจนเวลานี้ค่อนคืนไปแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านั้นวรองค์สูงสง่ามักจะปรากฏตัวก่อนพระอาทิตย์ตกดินเสมอ และไม่เคยปล่อยให้เธออยู่คนเดียวในยามวิกาล หากเมื่อวานกลับเป็นครั้งแรกที่จอมมารปล่อยให้มังกรเฝ้าหอคอยของพระองค์เฝ้าห้องบรรทมหรูหราที่ว่างเปล่าเพียงคนเดียว


 เนียร์ไม่ได้มีปัญหากับการอยู่ลำพังในห้องกว้างใหญ่ แต่เธอมีปัญหากับความผิดปกติที่เกิดขึ้น เธอไม่เข้าใจว่าหลังเมอร์เชสไปรายงานผลเรื่องนิมิตของกษัตริย์อาเกลในความฝันเธอแล้วทำไมราชาปีศาจถึงหายเงียบไป.. เธอเคยคิดว่าหากไม่มีราชาเลจินอฟมาคอยจ้องมองตลอดทั้งคืนแบบที่ผ่านมาเธอคงสบายใจกว่า แต่ยามนี้เมื่อพระองค์ไม่อยู่จริงๆ บรรยากาศในห้องกลับน่าอึดอัดยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า


เธอไม่เข้าใจเหตุผล รู้แค่มีบางอย่างไม่ถูกต้อง... และมีบางอย่างที่รบกวนใจเธอ


และแล้วคืนนั้นเธอก็ไม่ได้นอนเลยจนฟ้าเริ่มสาง นั่งเฝ้ามองประตูคู่บานใหญ่อยู่บนพื้นกลางห้องไม่ต่างกับสุนัขที่กำลังรอคอยให้เจ้านายตนกลับบ้าน


ซึ่งในทางเทคนิคแล้ว ราชาเลจินอฟก็เป็นเสมือนเจ้านายของเธอจริงๆ ไม่ใช่หรือยังไง?... สิ่งที่เธอทำก็ไม่น่าจะใช่เรื่องแปลกอะไร... ใช่ไหม?


แกร็ง!


ความสงสัยและตะขิดตะขวงใจในการกระทำของตนพลันสะดุดลง พร้อมความรู้สึกตื่นตัวจนต้องไหวกายหลังตรงยามได้ยินเสียงเปิดประตูที่เฝ้ามองมาตลอดคืนดังลอดเข้ามา หัวใจของมังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์เต้นเร็วขึ้นในวินาทีนั้น ทว่าเพียงครู่เดียวก้อนเนื้อในอกก็กลับมาขยับช้าลงเป็นจังหวะปกติยามเห็นว่าคนที่ก้าวเข้ามาคือหัวหน้ามหาดเล็กดิเรก... ไม่ใช่เจ้าของห้อง...


“เจ้าได้นอนบ้างรึเปล่า” ดิเรกเอ่ยถามมังกรสาวทันทีหลังหยุดแปลกใจไปชั่วขณะยามเห็นเธอนั่งชั่นเข่าตัวตรงอยู่ตรงหน้าประตูห้องราวกำลังรอใครอยู่ และคล้ายจะนั่งอยู่ในท่านี้มานานแล้ว


“ข้าเป็นมังกร ไม่จำเป็นต้องนอนทุกคืนค่ะ” เนียร์ตอบ


“นั่นสินะ” ดิเรกงึมงำอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะก้มไปสั่งกับคนที่นั่งอยู่บนพื้นแทนด้วยท่าทางที่เป็นทางการกว่าเดิม “เอาล่ะ ถ้าเจ้าไม่ได้เพลียเพราะไม่ได้นอน ก็ตามข้ามา”


เนียร์เอียงศรษะสงสัยนิดหน่อย ก่อนจะลุกขึ้น แล้วเดินตามร่างสูงของหัวหน้ามหาดเล็กสูงวัยที่เธอเริ่มคุ้นเคยมากขึ้นหลังพบหน้ากันเกือบทุกวันเวลาเข้านำอาหารเช้ามาส่ง ซึ่งดิเรกก็นำทางเธอไปยังห้องห้องหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากห้องบรรทมของราชาเลจินอฟนัก ก่อนเขาจะเปิดประตูเข้าไปสู่ห้องปริศนานั่นเพื่อให้เธอก้าวตามเข้าไป


และเมื่อเข้ามาในห้องโล่งๆ ที่มีขนาดไม่ใหญ่แต่ก็ยังคงดูหรูหราไม่ต่างจากห้องอื่นๆ ในปราสาทหลังนี้ เนียร์ก็เจอกับนางกำนัลสี่ชีวิตกลุ่มเดิมที่เคยช่วยเธออาบน้ำเมื่อวานนี้ซึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว และเธออดสงสัยไม่ได้ว่าพวกนางมาทำอะไรที่นี่ หากวินาทีต่อมาดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลึกที่กวาดสำรวจทุกอย่างรอบตัวอย่างเคยชินก็ไปสะดุดกับบางสิ่งที่อยู่ตรงกลางห้องแทนเหล่านางงามในชุดกระโปรงพลิ้วบาง


เครื่องแบบทหารใหม่เอี่ยมที่ไม่คุ้นตาบนหุ่นไม้ลองเสื้อ... 








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 528 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,396 ความคิดเห็น

  1. #13900 Casper (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 00:19

    หืออออออ อยากรู้เรื่องในอดีตแล้ววววว //ต่อมอยากรู้ตะกุยผนังอย่างบ้าคลั่ง

    .

    เลจินอฟ การพยายามเต๊าะของนายไม่สูญเปล่าน๊าาา ยัยน้องหนูเนียร์เขารอเจ้าของกลับมาหาที่ห้องอยู่นาาา

    คิดถึงเขาแล้วล่ะสิยัยหนูเนียร์อะ ฮือออ ชอบความซึนของยัยหนูมากเลยยยย โอ๊ยยย น่ารักกกก

    #13,900
    0
  2. #13850 Sunn_y (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 23:35
    สับสน และบีบหัวใจมากค่ะ 😭
    #13,850
    0
  3. #13823 เจ้าหญิงแห่งรัตติกาล (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 23:15
    ตามอยู่นะเคิ้บ ให้กลจไรท์งับ
    #13,823
    0
  4. #13822 Jeon Litta (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 17:10
    แทบจะกริ๊ด ในวันแย่ๆก็ยังมีเลจี้กับน้องเนียร์ช่วยเยียวยา ยังไงก็เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ
    #13,822
    0
  5. #13821 นิคกิล (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 16:25
    จะทำอะไรอีกน้า
    #13,821
    0
  6. #13820 Cleo_167 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 03:15

    รอเฉลยปมที่เลจี้ปกปิดไว้เลยค่าา ไรท์สู้ๆนะคะ รออ่านอยู่ค่าาา
    #13,820
    0
  7. #13819 Cleo_167 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 03:15

    รอเฉลยปมที่เลจี้ปกปิดไว้เลยค่าา ไรท์สู้ๆนะคะ รออ่านอยู่ค่าาา
    #13,819
    0
  8. #13818 ployly16 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 20:42
    เลจี้

    ต้องเปนสาเหตุนึงที่ทำให้พ่อเนียร์ตายแน่เลย

    ไรท์หายไปนานจัง

    รออยุ่น้า
    #13,818
    0
  9. #13817 orange-candy (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 20:02
    เลจี้ปิดบังอะไรไว้กันนะ
    #13,817
    0
  10. #13816 ตะหนึ่ง (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 08:23
    รอวันงานพิธีแต่งตั้งยศนานมากกกกก
    #13,816
    0
  11. #13815 Memvyne (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 05:15
    น่าติดตามทุกตอนนนน
    #13,815
    0
  12. #13814 natt_awa_dee (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 22:06
    แต่ละตอนมันห่างกันนานมาก แล้วมันต้องกลับไปอ่านใหม่อ่ะค่ะ
    #13,814
    0
  13. #13813 ~LufaH~ (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 16:50
    ขอสงสารตัวเองที่ที่ค้างคาาาาา แบบนี้
    #13,813
    0
  14. #13811 เมษา (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 10:22

    ลึกลับจริงๆ ปมในปมในปม

    ลงแดง ชักแด่วๆๆ

    #13,811
    0
  15. #13810 nass_san (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 07:53
    เลจจี้ บอกสิบอกกกกกก
    #13,810
    0
  16. #13809 ' kazs ? (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 07:09

    แง รออออ

    ไม่รู้ว่าต้องสงสารเลจี้ที่กำลังเสียใจ สงสารเนียร์ที่ซึมเรื่องพ่อหรือยังไงดี

    สงสารตัวเองก็แล้วกันค่ะ Y - Y

    #13,809
    0
  17. #13808 lakkee (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 00:50
    จอมมารต้องมีส่วนทำให้-แน่เลย
    #13,808
    0
  18. #13807 ชะราว-AR (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 20:12
    งานเข้าเลจี้แล้ววว
    #13,807
    0
  19. #13806 Y.brilliant (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 19:55
    โอ้ยคิดถึง อยากรู้ต่อเเล้ว เกิดอะไรขึ้นกับความจำของเนียร์
    #13,806
    0
  20. #13805 keawza_zaa (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 19:55
    รู้สึกโหว่งตามเนียร์เลย เลจี้อย่าหายไปแบบนี้ TT
    #13,805
    0
  21. #13804 INERZIA (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 16:50

    พายุทรายนั่น คงไม่ใช่พื้นที่ที่เนลโล่ไปทำภารกิจก่อนตายหรอกใช่ไหม ที่บอกว่าเป็นพื้นที่ที่มีแต่บลูไฟร์เออร์เท่านั้นที่ลงไปได้

    แล้วเนลโล่ก็อาจจะตายอยู่ที่นั่น. เนียร์อาจตามพ่อไปสักทางแล้วรู้บางอย่าง ทำให้จอมมารผนึกความทรงจำไว้ จนเนียร์จำอะไรเกี่ยวกับจอมมารไม่ได้

    #13,804
    0
  22. #13802 iamrobot (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 00:30

    อยากรู้จังว่าเรื่องอะไรที่ทำให้จอมมารอยากลบความทรงจำของเนียร์ถึงขนาดที่ว่าถ้าเนียร์จำได้ตัวเองจะเหมือนกับตกนรกทั้งเป็น เดาว่าเกี่ยวกับเนลโลแน่ๆ แต่อะไรล่ะ ที่รู้ตอนนี้คือภารกิจที่จอมมารให้เนลโลไปทำคือการไปสละชีวิตตัวเองดีๆ นี่เอง ซึ่งอันนี้เนียร์น่าจะรู้อยู่แล้ว เดาไม่ถูกเลยแฮะ ถ้าไม่ใช่ลบความทรงจำเพราะเนียร์เสียใจมากๆ ในเรื่องของพ่อจนไม่เป็นผู้เป็นคน (รึมังกร?) ก็อาจจะเป็นเพราะเนียร์ได้รู้ความอำมหิตอะไรบางอย่างของจอมมารที่ทำกับพ่อตัวเองก็เป็นได้ /เดามั่วมากกก 5555 ความนิยายแฟนตาซีอ่ะเนอะ อะไรก็เกิดขึ้นได้


    ปล. ตามคุณไรท์มานานมากกก ตั้งแต่โซเคนโยเลย ดีใจทีกลับมาอัพนิยายต่อนะคะ อยากให้มีช่องทางติดตามอื่นนอกจาก facebook จัง twitter ไรงี้ จะได้มีแท็คให้เล่นแก้คิดถึง

    #13,802
    0
  23. #13801 apaer (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 23:47
    งานเข้าเลจจี้อีกแล้ว
    #13,801
    0
  24. #13800 pnrlj (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 20:26

    น้ำจะไหล ไรท์เขียนฉากเจอพ่อได้บีบหัวใจมากฮืออ

    #13,800
    0
  25. #13799 Capucinno (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 18:57
    รอติดตามค่ะ ตื่นเต้น เหมือนความลับที่ซ่อนไว้จะปรากฏ
    #13,799
    0