The Legend of Blue Fire (มังกรผู้เฝ้าหอคอย)

ตอนที่ 58 : ตอนที่ 56 เจ้าหญิงคลอเลตต้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,382
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 824 ครั้ง
    30 ก.ย. 63


คุยกับผู้เขียนก่อนอ่าน****

สำหรับคนที่เขามาอ่านบทที่ 56 แล้วรู้สึกว่างงๆ สงสัยมันต่อกับเรื่องอะไร ขอให้กลับไปอ่านบทที่ 55 ก่อนนะครับ เพราะว่าผู้เขียนอัพ 2 บทพร้อมกัน คือบทที่ 55-56 เลยอาจทำให้นักอ่านบางท่านงงได้ เพราะผู้เขียนเองก็นานๆ ที่มาอัพ(ความผิดผมเต็มๆ) เลยทำให้คนที่เข้ามาอ่านสับสนบทได้ ยังไงก็ขออภัยที่ทำให้สับสนนะครับ


****************************** 



              “พระองค์มาถึงตั้งแต่เมื่อไหรหรือเพคะ” จากน้ำเสียงที่ฟังแปลกใจและเกรงอกเกรงใจจนดูเกร็งๆ จากเหล่านางกำนัลเหมือนจะเป็นการบอกว่าไม่มีใครคาดคิดถึงการปรากฏตัวของ เจ้าหญิงคลอเลตต้าผู้นี้ และหวั่งเกรงนางไม่มากก็น้อย


        และดูเหมือนพวกเธอจะคิดถูกที่หวั่งเกรง เพราะเจ้าหญิงคนงานตวัดเสียงห้วนประชดคืนรวดเร็วมาว่า


        “ข้ามาเมื่อไหร่มันทำให้พวกเจ้ารำคาญใจมากงั้นรึ”


ความประทับใจแรกในความงามที่โดดเด่นแปลกตาพลันลดฮวบลงหลายส่วนกับกิริยาและน้ำเสียงที่แดกดันนั่น เนียร์ต้องมุ่นหัวคิ้วและเอียงศีรษะนิดกับท่าทางของเจ้าหญิงมังกรที่แสดงออกมาราวเป็นเจ้าของปราสาทและไม่ให้เกียรติใครทั้งสิ้น ซึ่งการกระทำของคนเป็นเจ้าหญิงก็ทำให้เหล่านางกำนัลปั้นหน้ารับมือเธอยากขึ้นไปอีก กระนั้นหนึ่งในนั้นก็ยังคงหาทางแก้ไขสถานการณ์ด้วยการเอ่ยถามเธออย่างนอบน้อมขึ้นใหม่เพื่อเปลี่ยนเรื่องว่า


        “แล้วกษัตริย์ทาดิโอ้กับราชินีเคนโนซ่าล่ะเพคะ”


        “เสด็จพ่อกับเสด็จแม่จะมาถึงวันพรุ่งนี้... การที่ข้ามาก่อนไม่ทำให้พวกเจ้ามีปัญหาหรอกใช่ไหม”  


        “มะ... ไม่แน่นอนเพคะ” ผู้ที่ถามต้องรีบล่ะล่ำล่ะลักปฏิเสธ แล้วก้มหน้าหลบดวงตาสีดำสนิทคู่สวยในทันที


        ซึ่งเจ้าหญิงคลอเลตต้าก็ใช้โอกาสที่เหล่านางกำนัลกำลังทำอะไรไม่ถูกซ้ำเติมไปว่า “ข้าอาจไม่ได้มาที่นี่เป็นร้อยปี แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเจ้าจะทำเหมือนข้าไม่มีตัวตนได้หรอกนะ”


        ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาอีก แต่มันชัดเจนสำหรับมังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์แล้วว่าเจ้าหญิงมังกรพระองค์นี้ต้องมีความสำคัญกับปราสาทเทเนบริส และรู้จักเหล่าข้าทาสบริวารที่นี่เป็นอย่างดี รวมถึงการที่เธอบอกว่าไม่ได้มาที่นี่เป็นร้อยปีก็แสดงว่าเธอเคยอาศัยในปราสาทเทเนบริสมาก่อน ซึ่งด้วยฐานะเจ้าหญิงนั้นก็น่าจะหมายถึงพระราชอาคันตุกะชั้นพิเศษ... และนั้นอาจหมายถึงเกี่ยวข้องกับราชาเลจินอฟ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง...


        “ทำไมพวกเจ้าเดินมาจากตำหนักส่วนพระองค์ของราชาเลจินอฟ”


        คำถามเดิมของเจ้าหญิงคลอเลตต้าที่ถูกถามซ้ำอีกครั้งด้วยเสียงที่ฟังหงุดหงิดมากขึ้น ทำให้เนียร์ต้องหยุดสิ่งที่คาดเดาและตัวเกร็งขึ้นมาเสียเอง ก่อนเธอจะได้ยินนางกำนัลที่อยู่หน้าสุดและถือชุดตัวใหม่ของเธออยู่เอ่ยตอบไปว่า


        “มีรับสั่งจากราชาเลจินอฟให้พวกหม่อมฉันไปรับเนียร์ อาเทนโน่ไปสระน้ำอุ่นเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพคะ”


        “ใครคือเนียร์ อาเทน...” เจ้าหญิงคลอเลตต้าหยุดคำถามไว้แค่นั้น ยามนัยน์ตาคู่โตเฉี่ยวตวัดออกจากเหล่านางกำนัลที่ตนกำลังคาดคั้นไปเห็นผู้ที่อยู่ด้านหลังสุดของร่างบอบบางในชุดพริ้วบางเข้าพอดี


        “เจ้า?!” ใบหน้าสวยคมขมวดคิ้วขึ้นยามอุทานด้วยความแปลกใจผสมตกใจในสภาพของเนียร์


แต่ความตระหนกเล็กๆ นั่นกลับค่อยๆ เปลี่ยนไปเมื่อเธอได้สำรวจร่างที่อยู่ในสภาพครึ่งๆ กลางๆ เหมือนสัตว์ประหลาดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนสายตาที่ส่งมาจะกลายเป็นหรี่แคบพร้อมความคุกรุ่นและรังเกียจที่ฉายออกมาอย่างไม่ปิดบัง และไม่นานจึงตามด้วยถ้อยประโยคเนิบนาบจากน้ำเสียงกรีดเหยียดชัดเจน


“ตาสีฟ้าประหลาด กับผิวซีดไม่ต่างจากซากศพ และผมสีถ่านสกปรกแบบนั้น... บลูไฟเออร์สินะ”


        เนียร์ได้แต่ยืนนิ่งไม่เข้าใจกับทุกคำดูถูกของเจ้าหญิงคลอเลตต้าที่เหมือนต้องการสลักมันไว้บนผิวของเธอ กระนั้นสัญชาตญาณก็เหมือนจะช่วยบอกมังกรสาวว่าเจาหญิงตรงหน้าเกลียดตนด้วยสาเหตุบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าการไม่ถูกชะตา... มันมีประกายความคับแค้น คาดโทษในดวงตาสีดำคู่เฉี่ยวโตนั่นอยู่ ราวกับว่าเนียร์เคยทำอะไรผิดร้ายแรงให้แก่เจ้าหญิงพระองค์นี้เมื่อในอดีตที่ห่างไกลมากๆ ทั้งที่พวกเธอไม่เคยเห็นหน้าหรือรู้จักกันมาก่อน


        นั่นทำให้เนียร์นึกถึงการพบกันครั้งแรกของตนกับราชาเคซัส เพราะเขาก็แสดงท่าทางรังเกียจ เหยียดหยามและโกรธแค้นเธอเช่นเดียวกัน แต่นั้นมันก็เป็นเพราะเรื่องของพ่อเธอ ซึ่งเจ้าหญิงตรงหน้าไม่น่าจะรู้เรื่องความลับเกี่ยวกับความล้มเหลวของบลูไฟเออร์ในตำนานตอนเกิดสงครามเฮลล์ลอร์ดได้แน่ เพราะราชาเลจินอฟไม่เคยบอกใคร


        และเหนืออื่นใดนั้นหากเป็นเรื่องของพ่อจริง เจ้าหญิงมังกรคงตอกหน้าเธอด้วยความโกรธแค้น เดือดดาลไม่ใช่ด้วยความชิงชังรังเกียจที่เจือความริษยาอย่างที่เป็นอยู่นี้ เหมือนสิ่งที่นางเกลียดนั้นไม่ใช่เพราะเธอเป็นลูกของเนลโล่ อาเทนโน่ แต่เพราะเธอเป็นบลูไฟเออร์ต่างหาก


        กระนั้นเนียร์ก็ไม่ได้โต้แย้งสิ่งใด และก้มหัวเคารพเธอตามฐานะที่สูงส่งกว่า ทว่าท่าทางการเคารพแบบทหารนั้นกลับไปสะกิจใจเจ้าหญิงมังกรเข้าอีกครั้งจนเธอขมวดคิ้วด้วยความสงสัยใหม่พร้อมคิดทบทวนบางอย่าง ก่อนจะหยั่งเชิง


        “เจ้า... เป็นทหาร?” เธอหยุดคำไปอีก ก่อนจะครางแผ่ว “อา... นั่นสิ เมื่อกี้บอกว่าอาเทนโน่สินะ ข้าไม่น่าลืมได้”


ครั้งนี้ใบหน้าสวยคมมีรอยเหยียดยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากยามนึกบางสิ่งออก แล้วว่าต่อพร้อมก้าวผ่านเหล่านางกำนัลช้าๆ เข้าไปหาเนียร์ที่ยืนตรงนิ่งอยูด้านหลังสุด “อาเทนโน่... เจ้าเป็นลูกสาวของเนลโล่สินะ”


        ร่างสูงอรชรในชุดประโปรงเข้ารูปมาหยุดยืนและเงยมองหน้าอีกฝ่ายเล็กน้อยเมื่อเนียร์สูงกว่าเธอเกือบครึ่งศีรษะ ซึ่งใบหน้าสวยๆ ยิ่งเชิดลำคอระหงขึ้นอีกเหมือนต้องการสู้กับความสูงกว่าของอีกฝ่ายและท้าทายยามกล่าวขึ้นใหม่ใส่หน้าเนียร์ว่า


“เนลโล่เป็นบลูไฟเออร์พันธุ์แท้ตัวเดียวที่เหลืออยู่ ฉะนั้นก็แปลว่าเจ้าเป็นแค่ลูกผสม...” เธอหยุดพูดราวจงใจให้เจ้าลูกผสมตรงหน้าตระหนักถึงสถานะต่ำต้อยของตน และตามด้วยสายตาสีดำขลับที่เคลื่อนลงมองเนียร์ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าช้าๆ เพ็งพินิจเป็นพิเศษที่มือขวาซึ่งกลายเป็นกรงเล็บมังกร กับใบหน้าซีกหนึ่งที่มีเกล็ดสีดำปกคลุม ก่อยยิ้มหยันอีกครั้งพร้อมกระซิบต่ำ “ดูเป็นลูกผสมจริงๆ ซะด้วย”


นั่นนางจงใจพูดให้ข้าเจ็บใช่ไหม... เนียร์เอียงศีรษะด้วยความสงสัย ก่อนจะเห็นว่าเจ้าหญิงคลอเลตต้าเดินหันหลังผละออกไปอย่างไม่ใยดี กระนั้นก็ยังคงตั้งคำถามที่เคยถามอย่างไม่พอใจขณะก้าวห่างมาว่า


“แล้วทำไมเจ้าถึงออกมาจากทางไปห้องบรรทมของราชาเลจินอฟได้ แล้วทำไมพระองค์ต้องสั่งให้นางกำนัลตั้งสี่คนพาเจ้าไปอาบน้ำ”


เนียร์ที่ยืนเอียงศีรษะอยู่ต้องไหวกายกับสิ่งที่ถูกถาม และเธอไม่รู้จะตอบอะไรออกไป โดยเฉพาะต้องตอบให้ส่งผลดีกับทุกฝ่ายด้วยแล้ว เพราะบางอย่างบอกเธอว่าหากพูดความจริงออกไป ปัญหายุ่งเหยิงในแบบที่เธอรับมือได้ยากที่สุดจะเกิดขึ้นแน่นอน และเจ้าหญิงมังกรคนงามอาจแหกอกเธอได้ด้วยมือเล็กๆ สองข้างทันทีโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมันเป็นกรงเล็บด้วยซ้ำ ซึ่งเมื่อเนียร์ไม่รู้ว่าตนควรจะอธิบายอะไร เธอจึงทำได้แค่ครางออกมาว่า


“เอ่อ... หม่อมฉัน...”


“เจ้าหญิงคลอเลตต้า”


เหมือนสวรรค์มาโปรดเมื่อมีใครมาช่วยชีวิตเธอได้ทันเวลา และทำให้ทุกร่างหันหลังกลับไปมองยังผู้ที่เข้ามาแทรกการสนทนานี้ ก่อนจะพบกับพรายสูงไว้ในเครื่องแบบมหาดเล็กที่ยืนตรงนิ่งไขว้มือสองข้างที่ด้านหลังอย่างสุขุม ใบหน้าที่มีริ้วรอยบางๆ ดูสุภาพและนิ่งสงบจริงจังจนทำให้รู้สึกว่าต้องเกรงใจโดยธรรมชาติ


“ท่านดิเรก” เป็นเสียงทักของเจ้าหญิงมังกรที่เคยแสดงท่าทางเย่อหยิ่งวางอำนาจใส่ทุกคน ทว่าเวลานี้เธอกลับดูอ่อนลงยามเห็นว่าใครที่เป็นคนเรียกชื่อตน ซ้ำยังโต้ตอบอีกฝ่ายด้วยสรรพนามที่สุภาพคล้ายว่าหัวหน้ามหาดเล็กผู้นี้เป็นญาติผู้ใหญ่ที่เธอเคารพ


ซึ่งหัวหน้ามหาดเล็กดิเรกก็ยิ้มเล็กน้อยให้กับพระราชอาคันตุกะผู้มาใหม่อย่างมีมารยาท พลางกล่าวขึ้นอีกครั้ง


“มาถึงนานแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ”


“... สักพักใหญ่แล้วค่ะ”


เป็นคำตอบสุภาพอีกประโยคจากเจ้าหญิงคลอเลตต้าที่ทำให้เนียร์แปลกหู และแปลกใจไปพร้อมกัน ก่อนต้องถอยเท้าเมื่อหัวหน้ามหาดเล็กสูงวัยก้าวตรงเข้ามา พร้อมผ่านหน้าเธอไปหาร่างอรชนสูงโปร่งในชุดกระโปรงหรูหรา ก่อนที่เขาจะก้มศีรษะเล็กน้อยให้กับเจ้าหญิงผิวสีน้ำผึ้งแสนสวย แล้วผายมือไปทางหนึ่ง พลางกล่าวเชิญอย่างสุภาพ


“ถ้าเช่นนั้น หากอยากเข้าเฝ้าราชาเลจินอฟ ก็กรุณาตามกระหม่อมมาทางนี้พ่ะย่ะค่ะ”


เนียร์พลันสะดุดหูกับคำเชิญของหัวหน้ามหาดเล็กจนต้องลอบมองแผ่นหลังเขา ก่อนเลิกคิ้วสูงเมื่อได้เห็นว่าเจ้าหญิงคลอเลตต้าผู้ถูกเชิญนั้นยืดหลังตรงฉับไวราวกับเป็นทหารที่ถูกสั่งจัดแถว ซ้ำใบหน้าสวยๆ ที่เชิดสูงและเคร่งเครียดนิดๆ กลับคลายปมบนหว่างคิ้วรวดเร็ว ดวงตาสีดำราวลูกปัดฉายประกายวิบวับจนดูเจิดจ้า เปลี่ยนสีหน้าที่ตึงเฉียบอย่างผู้มีฐานะสูงส่งเป็นอ่อนหวานแบบหญิงสาวสามัญ และทำให้เธอดูอ่อนเยาว์กว่าที่เห็นยามแรกอย่างชัดเจน


ราวจากเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์กลายเป็นเพียงเด็กสาวแรกรุ่นที่มีความรักครั้งแรก...


เนียร์พลันหยุดความคิดเมื่อนึกมาถึงตรงนี้... นั่นสิ ความรัก... มันมีงานเลี้ยงฉลองแต่งตั้งยศของเธอก็จริง แต่เหตุผลสำคัญของเจ้าหญิงมังกรคงไม่ใช่งานเลี้ยงนั่น แต่เป็นเหตุผลอื่น และเป้าหมายอื่น... เช่นจอมปีศาจเจ้าของอาณาจักรเทเนบริส  


และมังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์คิดว่าตนคาดไม่ผิด เมื่อเห็นว่าเจ้าหญิงคลอเลตต้านั้นไม่แม้แต่จะลังเลหรือตั้งคำถามซ้ำในเรื่องการเข้าเฝ้าจอมมารที่หัวหน้ามหาดเล็กบอก พร้อมยังหมุนกายไปตามมือที่ผายของอีกฝ่ายด้วยการก้าวเดินอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ เลิกสนใจคนที่ตนกำลังเค้นคำตอบเพื่อจับพิรุจอย่างเนียร์โดยสิ้นเชิง


“ไปจัดการธุระของเจ้าให้เสร็จ แล้วทำตามรับสั่งซะอาเทนโน่” พรายสูงวัยหันมาบอกกับเหล่านางกำลังและมังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ ทว่าเจ้าหญิงที่คิดว่าเดินนำไปไกลแล้วกลับหูไวมากพอกับคำสั่งครั้งนี้ของหัวหน้ามหาเล็กจนต้องตวัดกายมาถามด้วยความสงสัยทันใด


“รับสั่งอะ...”


“ทางนี้พ่ะย่ะค่ะ เจ้าหญิง” ดิเรกหันมาตัดบทในจังหวะเดียวกับที่คนเป็นเจ้าหญิงถาม ก่อนเขาจะก้าวนำเจ้าหญิงคลอเลตต้ากับผู้ติดตามของเธอไปแทนโดยไม่ตอบสิ่งใด และไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้คาดคั้น ซึ่งคนเป็นเจ้าหญิงก็ไม่อาจแทรกอะไรได้อีก เมื่อร่างสูงกว่าเดินห่างออกไปแล้ว  


เนียร์มองตามหลังหัวหน้ามหาดเล็กดิเรนกับเจ้าหญิงมังกรพร้อมคนติดตามสองคนของเธอ พลางเข้าใจแล้วว่าพรายสูงวัยจงใจเข้ามาช่วยตนเองตั้งแต่ต้นไม่ให้ถูกสอบสวน ไม่ก็พยายามปิดบังว่าตอนนี้เธอใช้ห้องนอนของใครนอนมาตลอดหลายคืน เพื่อป้องกันไม่ให้อาคันตุกะทรงเกียรติผู้นี้รู้เรื่องนี้เข้า... เนียร์ไม่อยากนึกถึงพายุร้ายที่ตนจะต้องเผชิญเร็วๆ นี้เมื่อราชาปีศาจมากเล่ห์ผู้นั้นชอบทำอะไรตามพระทัยโดยไม่สนใจใครหน้าไหน เช่นที่พระองค์จับเธอเลื่อนยศเป็นอัศวินชั้นพิเศษเอาดื้อๆ และจัดงานเลี้ยงฉลองใหญ่โตขึ้นมาอย่างกะทันหัน หรือการที่พระองค์แสดงออกอย่างไม่ปิดบังอีกต่อไปว่ารู้สึกเช่นไรกับเธอ...



                                                   *****************************



 

หลังหลุดออกมาจากเจ้าหญิงคลอเลตต้าที่ไม่คาดฝันว่าจะเจอได้ เหล่านางกำนัลสี่ชีวิตก็พามังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์มายังปีกตึกฝั่งตะวันออก หน้าห้องที่มีประตูไม้สีขาวบานคู่ใหญ่โตที่เจาะและฉะลุเป็นลวดลายของใบไม้กับกิ่งก้านสาขามากมายจนดูชดช้อยงดงาม ก่อนพวกนางจะผลักมันเปิดออก นำเธอเข้าไปสู่ด้านในที่ด่านแรกคือพื้นหินอ่อนสีชมพูครีมกับช่องประตูโค้งสูงสี่ช่องเรียงติดกัน


และสิ่งที่อยู่หลังแถวช่องประตูโค้งคือไอขาวลอยอ่อยอิ่ง และอุณหภูมิที่อุ่นขึ้นจากบ่อน้ำใหญ่ที่ทำให้เนียร์ยืนชะงักค้างไปชั่วขณะ


 เพราะสิ่งที่ปรากฏมันไม่ใช่แค่บ่อแช่ตัวหรูหรากว้างขวาง แต่มันคือสระน้ำอุ่นทั้งสระที่ใหญ่โตชนิทที่ถ้าเธออยู่ในร่างมังกรก็ยังสามารถลงไปนอนแช่ในนั้นได้ทั้งตัวและมีพื้นที่เหลืออีกมาก ขณะรอบๆ ขอบสระนั้นถูกรายล้อมด้วยไม้ระดับใบเขียวหลากหลายพันธุ์ที่แผ่ใบกว้างขยายออกมาทับซ้อนกันอย่างหนาแน่นสวยงาม และยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเจ้าของปราสาทด้วยต้นกุหลาบสีน้ำเงินที่แทรกประปรายอยู่กับไม้ใบสีเขียวจนเหมือนเธอยืนอยู่ในเรือนกระจกมากกว่าสระน้ำอุ่น


ซ้ำเมื่อก้าวเข้ามาแล้วเงยมองที่ด้านบนก็ยังเห็นว่าหลังคาที่อยู่สูงขึ้นไปเหนือสระน้ำใหญ่เป็นกระจกใสทรงโค้งค้ำด้วยโครงโลหะแบบเดียวกับเรือนกระจกทำให้เห็นท้องฟ้าโปร่งของยามเช้าและมีแสงธรรมชาติที่ส่องลอดลงมาประทบผิวน้ำจนเกิดประกายระยับสวยงาม


เนียร์ยอมรับว่าตนยืนอึ้งในความอลังกาลนั่นพักใหญ่กว่าจะรู้สึกตัวเมื่อมีนางกำนัลตนหนึ่งก้าวมาบอกให้เธอถอดชุดกระโปรงขาดๆ ที่สวมอยู่ และให้ลงไปที่สระน้ำอุ่น ส่วนพวกนางจะเตรียมเครื่องใช้อื่นๆ ให้เอง


และเมื่อเนียร์ค่อยๆ ทิ้งร่างที่เปลือยเปล่าของตนลงไปนั่งในน้ำอุ่นใกล้ขอบสระ ความรู้สึกหนักๆ ในกายและในหัวเกี่ยวกับความฝันที่ค้างคาก็คล้ายจะสลายหายไปเกือบทั้งหมดราวร่ายมนต์ อาจเป็นเพราะน้ำอุ่นที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย หรือไม่ก็อาจเพราะสระน้ำนี้มีเวทมนต์จริงๆ เธอจึงรู้สึกเช่นนี้


ซึ่งไม่กี่วินาทีหลังเธอรู้สึกเบาตัวขึ้น เธอก็ลองตั้งใจบังคับให้มือขวาที่กลายเป็นกรงเล็บกลับมาเป็นมือของมนุษย์อีกครั้ง ซึ่งเกล็ดสีดำก็ค่อยๆ กลืนเป็นเนื้อเดียวกัน พร้อมเรียบเนียนเป็นผิวเนื้อก่อนสีจางลงจนกลายเป็นขาวซีดและขนาดมือค่อยๆ หดเล็ก กรงเล็บแหลมยาวก็กลับมาหดสั้นช้าๆ จนกระทั่งกลายเป็นมือมนุษย์ปกติ


มังกรสาวต้องรีบก้มมองใบหน้าตนที่สะท้อนในน้ำ ก่อนจะพบว่าเกล็ดสีดำบนหน้าหายไปแล้วเช่นกัน เหลือเพียงแผลเป็นใหญ่ที่ตาข้างขวานั่น...


“เจ้ากลับมาเป็นปกติแล้วนิ”


เนียร์ตวัดหน้าสูงไปด้านหลังเมื่อมีนางกำนัลตนหนึ่งย่อกายลงมานั่งอยู่ขอบสระชิดไหล่ซ้ายเธอพร้อยเอ่ยทัก ก่อนเนียร์จะรับรู้ถึงผ้าชุบน้ำและกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่โป๊ะลงบนหัวไหล่ตนข้างเดียวกัน ตามด้วยแรงถูแผ่วเบาแต่ก็ลงน้ำหนักอย่างพอเหมาะเพื่อขัดผิวบนหลังกับแขนซ้ายให้เธออย่างชำนาญสมตำแหน่งนางกำนัลที่ถูกฝึกมาอย่างดี


ซึ่งไม่นานที่ด้านขวาก็มีนางกำนัลอีกคนมาทำหน้าที่ช่วยเธออาบน้ำด้วย ก่อนจะทันเห็นว่านางกำนัลคนที่สามน้ำขวดแก้วรูปทรงสวยงามที่เป็นทั้งขวดแก้วใสและเซรามิคเนื้อดีซึ่งบรรจุของเหลวหลายสีหลายขวดมาวางไว้ใกล้ๆ ซึ่งพวกมันมีกลิ่นหอมของพวกน้ำยาอาบน้ำ และพวกน้ำหอมหลายชนิท


และเนียร์ยังไม่ได้เอ่ยปากถามว่าพวกมันเป็นอะไรบ้างร่างบางคนที่สี่ก็ตามมาแกะเปียบนศีรษะเธอพร้อมจัดการราดน้ำอุ่นลงบนกลางกระหม่อม แล้วลงน้ำยาพร้อมขยี้และนวดผมเธออย่างคล่องแคล้ว


ดูท่านอกจากการมาสระน้ำอุ่นเพื่อให้เธอสงบสติอารมณ์ของตนแล้ว เธอยังต้องถูกจับขัดสีฉวีวรรณอย่างหนักด้วย


ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยอาบน้ำหรอกนะ แม้จะอยู่ในร่างมังกรเป็นหลักและไม่ได้อาบถี่แบบพวกมนุษย์ แต่เมื่ออยู่ในร่างมนุษย์เธอก็อาบเท่าที่จำเป็น แถมตอนอยู่ในห้องบรรทมเธอก็อาบทุกวันหลังตื่นขึ้นมา แต่ก็ไม่เคยต้องถูกคนรุมอาบให้และลงน้ำยาหนักขนาดนี้


ซึ่งหลังเหล่านางกำนัลสี่ชีวิตช่วยกันทำความสะอาดร่างกายและผมเผ้าให้เธอครู่หนึ่ง นางกำนัลตนหนึ่งที่ทำหน้าที่ดูแลร่างกายด้านซ้ายของเธอก็เปิดบทสนทนาขึ้นราวกล่าวลอยๆ ออกมาว่า


“ดีนะที่ท่านดิเรกมาช่วยพวกเราไว้ได้พอดี”


“นั่นสิ ข้าไม่คิดนะว่านางจะดูร้ายขึ้นขนาดนี้” อีกเสียงที่อยู่ด้านขวาเอ่ยต่อทันใด ขณะผู้ที่กำลังสระผมให้มังกรสาวก็เสริมราวรอโอกาสให้ใครสักคนเปิดบทสนทนาเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้วว่า


“เมื่อร้อยปีก่อนเจ้าหญิงคลอเลตต้ายังดูน่ารักอยู่เลย”


“เจ้าไม่รู้อะไร เมื่อก่อนนางก็ร้ายแบบนี้นั่นแหละ แค่ไม่ชัดเจนขนาดนี้ เพราะอยู่กับราชาเลจินอฟบ่อยๆ”


การพูดคุยแบบสาวๆ ทำให้มังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ที่ไม่ค่อยชอบเข้าไปแทรกแซงหรือยุ่งเกี่ยวนั้นต้องตั้งใจฟังอย่างเผลอเรอ อาจเพราะมันคือเรื่องของราชาปีศาจและเรื่องของเจ้าหญิงคลอเลตต้าซึ่งมีบางอย่างเกี่ยวพันกัน


และเนียร์จำต้องหันหน้าไปมองทางขวาทั้งที่ใบหน้าเกือบทั้งหมดถูกปิดด้วยเส้นผมสีดำเปียกลู่และเต็มไปด้วยฟองน้ำยาสีขาวเมื่อมีเสียงจากทางฝั่งนั้นเอ่ยขึ้นอีกว่า


“งั้นจะบอกว่าเจ้าหญิงคลอเลตต้าเกี่ยวข้องกับราชาเลจินอฟในแบบนั้นจริงๆ งั้นเหรอ แล้วเจ้าหญิงมนุษย์ที่ตำหนักจันทราล่ะ”


“ใครจะไปรู้ความคิดขององค์ราชาได้ล่ะ แต่เมื่อร้อยปีที่แล้วยังไงก็ต้องเจ้าหญิงคลอเลตต้า เพราะถ้าไม่มีเรื่องสงครามเฮลล์ลอร์ดบางทีก็อาจได้ข้อสรุปไปแล้ว...”


“เจ้าหญิงคลอเลตต้าเป็นใครงั้นเหรอ”


เหล่านางกำนัลสี่ชีวิตที่กำลังพูดคุยกันออกรสพลันชะงักไปทั้งปากและมือเมื่ออยู่ๆ เจ้ามังกรครึ่งๆ กลางๆ ที่พวกเธอกำลังอาบน้ำให้ถามแทรกขึ้นมา พร้อมเงยหน้าที่มีเส้นผมสีดำเปียกๆ ปิดไปเกือบมิดขึ้นมองและเอียงศีรษะสงสัยเหมือนลูกสุนัข


ซึ่งหลังความเงียบถูกโปรยปรายทั่วสระกว้างอยู่สองสามวินาที เสียงหนึ่งที่ด้านซ้ายมือเธอก็เอ่ยตอบในที่สุดว่า


“วาที่ราชินีของราชาเลจินอฟไง”


“ไม่ใช่ซะหน่อย”


เนียร์พลันเลิกคิ้วแปลกใจกับเสียงปฏิเสธรวดเร็วทันใจจากนางกำนัลอีกคนที่ทำหน้าที่สระผมให้ตน ทว่านางกำนัลที่ซ้ายมือกลับแย้งต่อฉับไวเช่นกัน


“ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงนั่นแหละ” น้ำเสียงเธอมั่นใจในความคิดตน “ยังไงซะราชาเลจินอฟก็ทรงถูกพระทัยนางมากที่สุด”


เนียร์นิ่งงันไปนิดกับสิ่งที่ได้ฟังครั้งนี้เมื่อวูบหนึ่งเธอรู้สึกเจ็บเสียดขึ้นมากลางหน้าอกจนต้องสะดุ้งกายนิดๆ พลางต้องยกมือขึ้นถูที่บริเวณลำคอและช่วงอกด้านบนเพื่อคลายอาการประหลาดนั่นอย่างเสียไม่ได้ และไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร... รู้แค่ว่าเธอไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย...


“ตอนนั้นนางยังดูไม่ต่างจากเด็กอายุ 12 ยังไงราชาเลจินอฟคงไม่ได้คิดเกินเลยกับนางหรอก”


เนียร์ที่กำลังคลายความเจ็บแปลกๆ ที่อกต้องชะงักมือเมื่อนางกำนัลที่ด้านขวายังคงเถียงความคิดของเพื่อน ซึ่งเธอก็ได้แต่ลอบกลืนน้ำลายกับประโยคนั้น เพราะยังจำได้ดีว่าจอมมารที่พวกนางกำลังพูดถึงเคยประกาศไว้ชัดที่ห้องสมบัติชั้นใต้ดินว่าพระองค์ พลาดรักมังกรครึ่งๆ กลางๆ อย่างเธอตั้งแต่เมื่อร้อยปีก่อน ซึ่งเวลานั้นเธอก็ไม่ต่างจากเด็กอายุ 7 ขวบเช่นกัน...


“ก็ใช่ แต่เมื่อร้อยปีก่อน ก่อนจะมีสงครามเฮลลอร์ดเกิดขึ้น พระองค์ทรงเอ็นดูเจ้าหญิงคลอเลตต้ามากกว่าใครคนไหน... และนางกำนัลที่นี่ก็รู้ดี รวมทั้งเจ้าด้วย” อีกฝ่ายย้อนด้วยความเหนือกว่า ซ้ำยังเล่าต่อยืดยาว 


“ถึงตอนนั้นพระองค์จะไม่ได้แสดงออกชัดว่ารักหรือไม่ แต่ก็ทรงปฏิบัติกับนางเป็นพิเศษ ยามมีงานฉลองครบรอบวันคล้ายวันประสูติของเจ้าหญิง ราชาเลจินอฟก็เดินทางไปร่วมงานด้วยเกือบทุกปี ส่วนของขวัญก็มอบให้ไม่เคยขาดสักปี นางขออะไรก็มักได้เสมอ ซ้ำตอนนั้นเจ้าหญิงคลอเลตต้าก็มาเที่ยวเล่นและพักในปราสาทเทเนบริสบ่อยๆ มีตำหนักส่วนตัวที่ราชาเลจินอฟมอบให้เป็นของนางคนเดียว ราชอาคันตุกะคนใดก็ใช้ไม่ได้ ถึงเมื่อร้อยปีที่แล้วจะดูเยาว์ไม่ต่างจากเด็กอายุ 12 ขวบของมนุษย์ แต่ก็โตมากพอจะเห็นถึงความงามโดดเด่นชัดเจนแล้ว... ที่สำคัญนางก็ไม่ใช่เด็กอายุ 12 จริงๆ ซะหน่อย”


“แต่ถ้ามองในอีกแง่ มันก็ไม่ค่อยต่างจากญาติผู้ใหญ่ที่ดูแลลูกหลานของตัวเองอย่างดีไม่ใช่รึไง” เสียงเบื่อหน่ายจากคู่สนทนาทำให้เนียร์ต้องหมุนไปสนใจเจ้าหล่อนบ้าง ขณะเริ่มมีข้อสงสัยถึงความคิดที่ตรงกันข้ามของพวกนาง และเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างราชาเลจินอฟกับเจ้าหญิงคลอเลตต้ามากขึ้นเรื่อยๆ


ซึ่งนางกำนัลที่เห็นแย้งเพื่อนตนก็ยังเอ่ยต่ออย่างมั่นใจเช่นกัน “ใครๆ ก็รู้ว่าแม้ราชาเลจินอฟจะทรงเข้าถึงยาก เอาแน่เอานอนไม่ได้และน่ากลัว แต่ถ้าเป็นเรื่องของสายเลือดเดียวกันหรือลูกหลานของพระองค์ล่ะก็ พระองค์จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะพระองค์เกิดมาพร้อมพระอนุชาถึงสองพระองค์ แล้วใครต่างก็ว่ากันว่าราชาลิโอเนลนั้นเลี้ยงราชาเลจินอฟมาให้รู้จักความสำคัญของพี่น้อง เพราะพระองค์เป็นจอมมารพระองค์แรกที่มีพี่น้อง ดังนั้นพระองค์เลยให้ความสำคัญกับผู้ที่มีสายเลือดเดียวกันหรือเกี่ยวพันเป็นเครือญาติมาตั้งแต่ต้น”


ญาติเหรอ!?... เนียร์ถึงกับยืดกายตรงกับข่าวใหม่ที่ได้รับรู้ แล้วต้องตั้งใจฟังต่อทันทีเมื่อร่างบอบบางที่ขวามือยังไม่ยอมแพ้เพื่อนของตนด้วยคำโต้ว่า


“งั้นเจ้าก็อย่าลืมประเด็นสำคัญว่าถ้านับกันตามจริง ระหว่างราชาเลจินอฟกับเจ้าหญิงคลอเลตต้านั้นมีสายเลือดที่ห่างไกลกันเกินกว่าจะเรียกว่าญาติได้แล้ว เรียกว่าญาติห่างๆ ยังพูดไม่ได้เต็มปากเลย ฉะนั้นพระองค์สามารถจะอภิเษกกับเจ้าหญิงคลอเลตต้าได้ และเจ้าหญิงคลอเลตต้าก็รู้เรื่องนั้นดีด้วย...”


“เดี๋ยวก่อน เจ้าหญิงคลอเลคต้าเป็นพระญาติของราชาเลจินอฟรึเปล่า” เป็นอีกครั้งที่เนียร์ต้องเอ่ยแทรกการโต้เถียงระหว่างนางกำลังทั้งสองที่อยู่คนละฝั่งของตน เมื่อเริ่มสับสนกับเรื่องราวนี้


ซึ่งเหล่านางกำนัลมองหน้ากันเล็กน้อยเมื่อถูกเจ้ามังกรที่เงียบมานานเอ่ยปากถามออกมาอีก ทว่าไม่กี่อึดใจนางกำนัลที่ทำหน้าที่สระผมให้เธอกลับเป็นฝ่ายตอบให้แทน


“ใช่ ถึงแม้ตอนนี้จะนับว่าเป็นแบบนั้นไม่ได้มากนักก็เถอะ”


“ยังไง” เนียร์หันหลังไปเงยมองแม้จะมีผมปิดลู่เกือบทั้งหน้า


“เจ้าหญิงคลอเลตต้าเป็นพระธิดาของกษัตริย์ทาดิโอ้ ผู้ครองอาณาจักรอาเดลีน หรือหุบเขาอาเดลีน อาณาจักรของมังกร... นางเป็นมังกรพันธุ์จักรพรรดิ”


เนียร์แทบอุทานอาออกมาด้วยความเข้าใจ เมื่อรู้แล้วว่าเจ้าหญิงคนงามเจ้าของผิวสีน้ำผึ้งคือมังกรสายพันธุ์ไหน เธอเพิ่งเคยเห็นมังกรพันธุ์จักรพรรดิ์จริงๆ เป็นครั้งแรก


“และทุกคนก็รู้นิว่าราชาลูเธอร์จอมมารลำดับที่ 1 มีพระมเหสีเป็นเจ้าหญิงมังกรพันธุ์จักรพรรดิ ดังนั้นเจ้าหญิงคลอเลตต้าจึงนับได้ว่าเป็นพระญาติของราชาเลจินอฟ แต่ที่บอกว่าแทบ หรืออาจไม่มีสายเลือดอะไรเกี่ยวพันกันเลย ก็เพราะการมอบบัลลังก์กษัตริย์ในอาเดลีนนั้นมันไม่ได้สืบทอดกันเป็นสายตรงให้ลูกหลานของตนเรื่อยๆ” เสียงจากด้านหลังหยุดไปนิด แล้วย้อนถามแทนว่า “มังกรอย่างพวกเจ้ามีลูกยากใช่ไหมล่ะ มีโอกาสน้อยถึงน้อยที่สุดที่พวกเจ้าจะมีลูกได้มากกว่าสองตน เว้นท้องแรกเจ้าจะได้ลูกแฝด มังกรพันธ์จักรพรรดิ์ในราชวงศ์ก็เหมือนกัน ถ้าโชคดีก็ได้ทั้งหญิงหรือชาย หรือชายทั้งคู่ หรือชายแค่หนึ่ง แต่ถ้าไม่ ก็ได้แค่หญิงคนเดียว หรือหญิงทั้งคู่ ฉะนั้นบัลลังก์ในอาเดลีนจึงมักส่งมอบให้แก่พระญาติที่มีบุตรชายรอรับสืบทอดต่อเท่านั้น”


“เช่นถ้ากษัตริย์อาเดลีนสมัยนั้นมีพระธิดาแค่พระองค์เดียว พระองค์ก็ต้องส่งมอบบัลลังก์ให้แก่พระญาติที่มีบุตรชายมาแทนที่ สายเลือดพระองค์ก็จะถูกตัดเว้นไว้แค่นั้น เว้นแต่เจ้าหญิงจะอภิเษกกับคู่หมั่นหมายที่ถูกจัดไว้ให้แล้ว และบัลลังก์ก็จะตกไปสู่คู่หมั่นของเจ้าหญิงแทน ด้วยเหตุนั้นบัลลังก์ในอาเดลีนจึงมีการโยกย้ายให้แก่พระญาติที่มีบุตรชายไปมา เมื่อไหร่ที่สิ้นสายเลือดที่เป็นบุตรชาย บัลลัค์ก็จะถูกย้ายไปให้พระญาติคนอื่นต่ออีก จนทำให้สายเลือดของกษัตริย์ต้นตระกูลแทบไม่เกี่ยวข้องกับองค์ปัจจุบัน ซึ่งพอมาถึงกษัตริย์ทาดิโอ้ ก็ไม่รู้ว่าผ่านพระญาติมากี่คนแล้ว ดังนั้นเจ้าหญิงคลอเลตต้าจึงอาจไม่ได้นับว่าเป็นพระญาติของราชาเลจินอฟด้วยซ้ำ... เจ้าเป็นมังกร ก็น่าจะรู้นิ”


เนียร์ได้แต่พะงาบปากขึ้นเมื่อเจอข้อสงสัยนี้ แต่นางกำนัลคนที่สี่ที่เตรียมผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าให้เธออยู่ก็ก้มมาเตือนความทรงจำเพื่อนนางแทนว่า


“นางไม่ได้มาจากหุบเขาอาเดลีน”


“อา” นางกำนัลทั้งสามที่เหลืออุทานขึ้นพร้อมกันยามเพิ่งตระหนักได้ว่าเจ้ามังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ตนนี้ไม่เคยอยู่ในอาณาจักรมังกรมาก่อน ซึ่งท่าทางเช่นนั้นของพวกนางก็ทำให้เนียร์รู้สึกโง่เขล่าและแปลกแยกขึ้นมาเล็กๆ เพราะทั้งที่ตนก็เป็นมังกร ทว่ากลับไม่เคยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับอาณาจักรของเผ่าพันธุ์ตนเลย


กระนั้นครู่เดียวผู้ที่ยังพูดค้างอยู่ก็เอ่ยขึ้นใหม่ราวไม่อยากให้บทสนทนาขาดตอน


“ยังไงก็แล้วแต่ หลังจบสงคราม ราชาเลจินอฟก็ไม่ได้เจอนางเลย ทางเจ้าหญิงเองก็ไม่ได้มาที่ปราสาทเทเนบริสอีก ซึ่งก็คงไม่แปลก สงครามเฮลล์ลอร์ดทำลายหลายอย่างไปเยอะมาก แต่ละอาณาจักรไม่ว่าจะมนุษย์หรือชาวเทเนบริสต่างก็สูญเสียเกินกว่าจะสนใจเรื่องอื่น ทุกคนต้องกลับไปฟืนฟูบ้านเมืองตัวเอง หลายสิบปีกว่าที่ทุกอย่างจะกลับมาดีเหมือนเดิมได้ ไม่มีใครมาคิดถึงเรื่องจิปาถะด้านอื่นได้หรอก”


“ใช่ และนี่ก็เป็นครั้งแรกในรอบร้อยปีที่มีการจัดงานเลี้ยงฉลองรื่นเริงโดยราชาเลจินอฟโดยตรง” เสียงของนางกำนัลด้านขวาส่งมาเสริมทันใด และเธอดูกระตือรือร้นขึ้นมาราวเรื่องนี้ช่างน่าตื่นเต้นสำหรับตน “ซึ่งมันก็เป็นเหมือนสัญญาณว่าทุกอย่างกำลังกลับมาเป็นเหมือนเดิมแบบเมื่อหนึ่งร้อยปีที่แล้ว เพราะแบบนั้นเจ้าหญิงคลอเลตต้าถึงได้ปรากฏกตัว เหมือนมาทวงฐานะวาที่ราชินีตัวเองคืนไง”


การพูดคุยและถถเถียงระหว่างนางกำนัลทั้งสี่ยังดำเนินต่อไป ทว่าเนียร์ไม่ได้ตั้งใจฟังมันอีกแล้ว เพราะเท่าที่รู้มาถึงตรงนี้มันก็ทำให้เธอพอจะรู้ชะตากรรมตนกลายๆ แล้วว่ากำลังจะต้องเจอกับปัญหาอะไรในงานแต่งตั้งยศของตนที่กำลังมาถึงนี้... หรือไม่ก็ปัญหานี้อาจมาถึงตัวไว้กว่างานเลี้ยงที่ว่า หากความสัมพันธ์ระหว่างจอมมารแห่งเทเนบริสและเจ้าหญิงแห่งอาณาจักรมังกรเป็นอย่างที่นางกำนัลฝั่งขวามือเธอคาดเดาเอาไว้ล่ะก็...



                                                     ************************

 

        เนียร์กลับมาอยู่ในชุดกระโปรงตัวใหม่กับเปียเล็กๆ สองข้างบนผมสีดำที่ปล่อยยาวเช่นเดิม แต่สิ่งที่เพิ่มเติมคือกลิ่นร่างกายที่หอมฟุ้งมากกว่าเก่าหลายเท่าจากฝีมือของเหล่านางกำนัลที่ลงเครื่องหอมใส่เธอไม่ยั้ง


ซึ่งมังกรสาวก็อดจะก้มดูตัวเองไม่ได้ เพราะเธอไม่รู้ว่าทำไมราชาเลจินอฟถึงมุ่งมั่นให้เธอแต่งตัวแบบนี้นัก ทั้งที่ความจริงเวลานี้มันควรจะต้องเป็นชุดเครื่องแบบทหารฝึกหัดตัวเดิมพร้อมเข็มขัดหนังที่มีหัวศรกับมีดลายเถากุหลาบแล้ว


เธอรู้ว่าเข็มขัดทั้งเส้นที่เก็บของสำคัญสองอย่างนั้นไว้อยู่ในที่ปลอดภัย ราชาเลจินอฟทรงเก็บไว้ให้และบอกว่าจะมอบมันคืนให้เมื่อเธอได้เครื่องแบบใหม่ กระนั้นเธอก็รู้สึกโหวงๆ เมื่อยกมือขึ้นไปบนเอวและไม่พบพวกมันอยู่ที่เดิม โดยเฉพาะเวลานี้ที่เธอมีหลายอย่างกวนใจอยู่


มังกรสาวต้องสูดหายใจลึก พยายามไม่หาเรื่องให้ตนกังวลทั้งที่ไม่มีเครื่องยึดเหนี่ยวอะไรอยู่กับตัว พร้อมเลิกสนใจชุดกระโปรงของตน แล้วตัดสินใจก้าวออกไปจากห้องสระน้ำอุ่นโดยมีนางกำนัลสี่ตนตามหลังออกมาด้วย


ทว่าทันทีที่เปิดประตูไม้ฉะลุบานสูงออกไปเธอก็ต้องหยุดเท้ากึก ส่งผลให้กลุ่มคนที่ตามมาต้องชะงักไปด้วย เพราะที่หน้าประตูห้องของสระน้ำใหญ่นั้นมีร่างสูงสง่าของใครบางคนที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว และเป็นใครบางคนที่เนียร์ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอในเวลานี้ได้เพราะคิดว่าพระองค์ยังคงทำหน้าที่ต้อนรับพระราชอาคันตุกะคนสำคัญอยู่


“ราชาเลจินอฟ!?”


นางกำนัลตนหนึ่งอุทานขึ้นอย่างทั้งตกใจและประหลาดใจ พร้อมรีบถอนสายบัวทำความเคารพแก่ประมุขของอาณาจักรซึ่งปรากฏตัวขึ้นราวภูตผีอย่างลนลาน ทำให้สามตนที่เหลือต้องรีบทำตามฉับไว ก่อนเนียร์จะเป็นคนสุดท้ายที่ก้มศีรษะให้พระองค์หลังยืนอึงไปพักใหญ่


“ข้าจัดการต่อเอง”


ไม่ทันที่นางกำนัลทั้งสี่จะได้เงยกายขึ้น พวกเธอก็ต้องแหงนหน้าสูงมองพระพักตร์เรียบเฉยงดงามที่จับอารมณ์ได้ยากอย่างพร้อมเพียง ก่อนจะพากันตวัดสายตาไปยังเนียร์ครู่หนึ่ง และใช้เวลาไม่นานในการเข้าใจตรงกันว่านั้นคือคำสั่งให้พวกตนไปซะ เพราะจอมมารจะจัดการเรื่องเจ้ามังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ต่อด้วยพระองค์เอง


พวกนางก้มศีรษะรับคำสั่งอีกครั้งแม้จะยังสับสนและแปลกใจไม่หายกับการปรากฏตัวของราชาปีศาจ ก่อนจะค่อยๆ ถอยกายก้าวเดินออกไปทางหนึ่งอย่างสงบเสงียม ปล่อยให้เนียร์มองตามแผ่นหลังบอบบางทั้งสี่ที่ห่างออกไปเรื่อยๆ ทว่าจากการที่ได้ฟังเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างราชาเลจินอฟกับเจ้าหญิงคลอเลตต้าจากปากพวกนางแล้ว เนียร์มั่นใจได้ว่าอีกไม่นานเรื่องของตนในเวลานี้คงกระจ่ายออกไปทั่วปราสาทไม่ช้าก็เร็วแน่นอน...


“น้ำหอมมากไป”


เนียร์ที่กำลังมองตามกลุ่มนางกำนัลสะดุ้งจนแทบกระโดดถอยไปชนประตูด้านหลังเมื่อเสียงทุ้มลึกพร้อมกลิ่นกุหลาบอ่อนเข้ามาชิดอยู่ที่ข้างลำคอตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ซ้ำเธอต้องกลั้นหายใจไปชั่วขณะยามเจ้าของสุรเสียงทุ้มลึกทรงเสน่ห์กับกลิ่นกุหลาบน่าพิศวงนั่นเอื้อมพระหัตร์เข้าหา แล้วก้มลงช้อนปอยผมของเธอขึ้นมาจรดปลายจมูกคมสันของพระองค์ด้วยกิริยาที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ได้สนว่าคนเป็นมังกรจะยืนตัวแข็ง มองการกระทำของพระองค์ด้วยใจที่เต้นถี่แค่ไหน


“พวกนางควรยั้งมือเรื่องเครื่องหอม” ราชาปีศาจเอ่ยด้วยรอยตำหนิเล็กน้อย พลางว่าแผ่วต่ำกว่าเดิม “กลิ่นเจ้าเกือบหายไป... ฤดูใบไม้ผลิ” ถ้อยคำสุดท้ายนั้นกระซิบเบาจนแทบจับความไม่ได้ ก่อนวรองค์สูงใหญ่จะเงยขึ้นเต็มความสูงอีกครั้ง พร้อมปล่อยปอยผมของเนียร์ลงช้าๆ  


วินาทีแรกเนียร์หายใจได้โล่งขึ้น ทว่าไม่ทันถอนหายใจได้สุดเนียร์ก็ต้องกลั้นไว้อีกครั้งเมื่อวรกายแข็งแกร่งนั่นเคลื่อนเข้าใกล้เธอมากกว่าเดิม ซ้ำพระพักตร์คมงดงามยังก้มเข้าหาพร้อมสูดหายใจลึกบนหน้าผากของร่างที่เล็กกว่าอย่างแนบชิดในระยะห่างที่แทบไม่มี เป็นการยืนยันว่าพระองค์ต้องเข้าใกล้ขนาดไหนถึงจะได้กลิ่นเดิมของเธอ


ทว่าก่อนทั้งปากหรือจมูกของจอมมารจะฝังลงส่วนไหนบนใบหน้าเธอเพื่อหากลิ่นที่ว่าให้ชัดเจนกว่านี้ เนียร์ก็ต้องรีบตวัดศีรษะก้มลงด้วยท่าทางการเคารพแบบทหารเพื่อเบี่ยงหนี และระล่ำระลักคำถามหนึ่งที่คิดว่าจะหยุดการกระทำของพระองค์ได้ว่า


“พะ... พบเจ้าหญิงคลอเลตต้ารึยังเพคะ”


“อา...” ราชาเลจินอฟเพียงครางต่ำตอบรับ ไม่แม้แต่จะมีอาการชะงักหรือสะดุดกับการถูกถามเรื่องเจ้าหญิงมังกรคนสำคัญอย่างที่คาด และนอกจากพระองค์จะไม่หยุดแล้ว พระพักตร์คมหล่อเหลายังซุกไซ้เข้ามาในกลุ่มผมสีดำจริงๆ จนเธอต้องย่นคอหนี แล้วต้องรีบถามต่อ


“เป็นเช่นไรบ้าง”


“โตขึ้น”


นั่นฟังห้วน แห้งแล้ง และห่างเหินกว่าที่เธอคิดไว้ โดยเฉพาะเมื่อได้รู้ความสัมพันธ์ระหว่างราชาปีศาจและเจ้าหญิงมังกรที่พวกนางกำนัลเล่าให้ฟังด้วยแล้ว และพระองค์ไม่ปล่อยให้เธอหาคำถามใหม่มาแทรกได้อีกด้วยการย้อนถามแทนว่า


“เป็นยังไงบ้าง”


มังกรสาวงุนงงอยู่ชั่ววินาทีในสิ่งที่ถูกถาม ไม่เข้าใจว่า เป็นยังไงบ้างของพระองค์หมายถึงสิ่งใด แต่เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ตอนนี้ที่เธอเพิ่งออกมาจากห้องของสระน้ำอุ่นแล้ว เธอจึงตระหนักได้ว่าราชาเลจินอฟถามตนเรื่องอะไร


“ดีขึ้นเพคะ สระน้ำอุ่นช่วยได้มาก ทำให้หม่อมฉันควบคุมการกลายร่างตัวเองได้... เหมือนเดิม” เนียร์สะดุดคำตัวเองที่ช่วงท้ายเมื่อในจังหวะนั้นราชาเลจินอฟกดจมูกลงแนบที่ข้างขมับเธออย่างชัดเจน


“ข้าไม่ได้สน... ว่าเจ้าจะคืนร่างได้รึเปล่า” ราชาเลจินอฟเอ่ยสุรเสียงต่ำเบาเช่นเดิม ก่อนจะยกหลังพระหัตร์แตะบนข้างแก้มขวาของเนียร์ซึ่งเคยมีเกล็ดสีดำอยู่ พลางลูบผ่านผิวสีซีดกับแผลเป็นบนนั้น ย้ำความหมายที่ว่าพระองค์ไม่ได้สนใจว่าเธอจะอยู่ในรูปลักษณ์ไหน ไม่ว่าจะเป็นอมนุษย์ครึ่งๆ กลางๆ อย่างก่อนหน้านี้ หรือเป็นมนุษย์ปกติเช่นตอนนี้ ขณะกล่าวต่อ “ข้าไม่ได้มีปัญหากับ เกล็ด เขา ปีก หรือหางของเจ้า...แต่มีปัญหา กับฝันของเจ้า”


ประโยคที่ได้ฟังครั้งนี้ทำให้เนียร์ที่กำลังยืนตัวกร็งกับสัมผัสและความใกล้ชิดของจอมมารระลึกถึงเรื่องราวในความฝันขึ้นมา และความรู้สึกที่อยากพบเจ้าหญิงน้อยนั้นก็หวนกลับมาอีก ซึ่งนอกจากความรู้สึกนั้นจะหวนกลับมาแล้ว เรื่องราวสำคัญของวอร์เรนเรื่องหนึ่งก็เด่นชัดตามมาด้วยจนเธอเผลอครางออกมาว่า


“... หัวใจ”


“ว่าไงนะ” ราชาเลจินอฟจำต้องหยุดพระหัตร์ลงกับเสียงเบาของเนียร์ที่ลอดผ่านริมฝีปากออกมา ก่อนต้องผละจากตัวเธอเล็กน้อย แม้ไม่ได้ถอนพระหัตร์ออกจากใบหน้า


“หัวใจของเจ้าหญิงวอร์เรน” ครั้งนี้มังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ตวัดดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลึกขึ้นไปสบประสานกับดวงเนตรสีอ่อนคมกล้า แล้วย้ำ “เรื่องหัวใจของเจ้าหญิงวอร์เรน ที่มีคนนำหัวใจไปมอบให้นางเมื่อสิบปีก่อน... ฝ่าบาทคิดว่านั่นคือหัวใจของกษัตริย์อาเกลไหมเพคะ”


จอมมารเป็นฝ่ายระบายลมหายใจหนักด้วยแววหงุดหงิดพระทัยเบาบาง และเริ่มรู้สึกว่าคิดผิดที่เอ่ยถึงเรื่องฝันของเธอออกไป


“ข้าคิดว่าการให้เจ้ามาอาบน้ำที่สระน้ำอุ่นจะช่วยเจ้าสงบใจ เลิกคิดเรื่องเกี่ยวกับอาเกลไปแล้ว” ราชาปีศาจกล่าวขึ้นด้วยสุรเสียงดุๆ ที่เหมือนเป็นการเตือนว่าพระองค์ไม่ต้องการคุยเรื่องนี้


“หม่อมฉันสงบใจขึ้นมากแล้ว แต่ไม่ได้แปลว่าเรื่องของกษัตริย์อาเกล หรือเจ้าหญิงวอร์เรนจะหายไป” เนียร์แย้งอย่างเสียไม่ได้ แม้จะรู้สึกผิดที่ทำให้ราชาเลจินอฟขุ่นเคืองเพราะความไม่ปล่อยว่างนี้ ทว่าเธอไม่อาจหยุดข้อสงสัยที่เริ่มแล้วนี้ได้จริงๆ “ตอนที่หม่อมฉันถามฝ่าบาทว่า ฝ่าบาทเป็นผู้ที่สั่งให้คนนำหัวใจไปให้เจ้าหญิงจริงรึเปล่า แล้วฝ่าบาทตอบว่าใช่... นั่นฝ่าบาทจงใจโกหก”


“... ใช่” ราชาเลจินอฟที่หลุดคำตอบออกมาในที่สุดหลังเงียบงันไปพักใหญ่


“ทำไมเพคะ” เนียร์ถามต่อรวดเร็ว “ทำไมฝ่าบาทนำนางไปไว้บนหอคอย โกหกเรื่องเมืองของนาง และยังพานางมาอยู่ที่ปราสาทนี้ต่อ”


เรื่องราวที่ได้รับรู้มาจากเมืองต้องสาปที่เคยรุ่งโรจน์นั้นมีมากมายจนเธอไม่อาจห้ามคำถามเหล่านี้ได้อีกต่อไป เพราะหากเป็นก่อนหน้าที่เธอจะเข้าไปในเมืองร้างนั่น สิ่งที่เธอเข้าใจมาตลอดคือเพราะราชาเลจินอฟนั้นปรารถนาในตัวเจ้าหญิงน้อย แต่เมื่อความจริงปรากฏว่าเจ้าหญิงวอร์เรนคือทายาทที่แท้จริงของกษัตริย์อาเกลผู้สืบเชื้อสายมาจากจอมมาร และจอมมารนั้นก็รู้ดีอยู่แต่ต้น ฉะนั้นความเข้าใจที่เคยมีจึงถูกหักล้างทิ้งไป และนั่นทำให้เธอต้องหาคำตอบที่แท้จริงใหม่ว่าทำไม


และผู้ที่ถูกตั้งคำถามนั้นก็ยังคงยืนเงียบงัน เงียบงันอย่างเช่นที่พระองค์เลี่ยงจะไม่ตอบจนเนียร์เริ่มหวั่นใจ ทว่าอาจเพราะมันมาถึงจุดที่เรื่องนี้ปิดไว้ไม่ได้อีก หรืออาจเพราะสีหน้าหวั่นใจของเธอที่แสดงออกไปอย่างชัดเจน พระองค์จึงยอมเอ่ยขึ้นราบเรียบขึ้นใหม่ว่า


“วอร์เรนมีบางอย่างผิดปกติตั้งแต่เกิด”


“เพคะ หม่อมฉันทราบเรื่องโรคหัวใจของ...”


“เปล่า” สุรเสียงทุ้มลึกปฏิเสธแทรกมังกรสาวก่อนเธอจะพูดจบ แล้วว่าเข้มชัดกว่าเดิมว่า “นางเป็นผู้หญิง”


เนียร์พลันเอียงศีรษะแล้วชักหัวคิ้วชนกันไม่เข้าใจในทันที ก่อนสุรเสียงทุ้มลึกจะสำทับขึ้นใหม่อีกครั้ง


“นางไม่ควรเกิดมาเป็นผู้หญิง” ราชาเลจินอฟเน้นหนักอีกครั้ง “มันไม่เคยเกิดขึ้นกับทายาทของชาเลสหรือดิมาร์คัสมาก่อน”


“ไม่เคย?...” มังกรสาวครางออกไปเมื่อยังไม่อาจแปลความหมายที่แท้จริงได้


“ชาเลสและดิมาร์คัสต่างก็คือสายเลือดของจอมมาร แม้จะเป็นมนุษย์ แต่พวกเขาก็ยังได้รับสืบทอดคำสาปหนึ่งติดตัวไปด้วย... หรืออยางน้อยก็จนกระทั่งวอร์เรนเกิด”


“คำสาป?... อะไรหรือเพคะ” เนียร์ถาม


“การให้กำเนิดได้แค่บุตรชาย”


มังกรสาวคลายสีหน้าด้วยความเข้าใจแทบจะทันใด


“ไม่ว่าจะดิมาร์คัสหรือชาเลส ต่างก็มีรัชทายาททุกคนเป็นผู้ชายมาตลอด เพราะฉะนั้นสายเลือดของสองเจ้าชายมนุษย์ที่สืบทอดต่อกันหลายร้อยปีจึงเป็นสายตรงบริสุทธิ์ จึงทำให้มีทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและความสามารถภายในเหมือนบรรพบุรษของตน”


คำบอกเล่านั้นทำให้มังกรสาวคิดถึงรูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของกษัตริย์อาเกล และกษัตริย์ฮาร์เดเลียรวมถึงเจ้าหญิงวอร์เรนที่มีเส้นเกศาสีทองสว่างกับดวงเนตรสีฟ้านภาพร้อมความงามล้ำที่เหมือนภูตพรายไม่ต่างกัน รวมถึงกษัตริย์เจมีสและเจ้าชายเซฟฟิลที่มีดวงเนตรสีน้ำเงินเข้ม แม้เส้นผมของเจ้าชายหนุ่มจะไม่ใช่สีบลูเน็ตเช่นพระบิดาหรือต้นตระกูลเพราะสายเลือดจากฝั่งเอลล์ที่ค่อนข้างเข้มข้น ทว่าบรรยากาศและภาพรวมของเขาก็ยังคงไม่ต่างอะไรจากกษัตริย์เจมีส


“กระทั่งมีเจ้าหญิงองค์แรกเกิดขึ้นมาในสายเลือดของจอมมาร”


เนียร์ที่กำลังทบทวนความทรงจำเกี่ยวกับทายาทของเจ้าชายมนุษย์ทั้งสองต้องเงยมองพระพักตร์คมอีกครั้งกับประโยคที่เข้มหนักของจอมมาร ขณะราชาเลจินอฟยังคงเล่าเรื่องราวของเจ้าหญิงน้อยเรียบเรื่อย


“ครั้งแรกที่ข้าได้รู้ว่าฮาเดเรียได้ลูกคนแรกเป็นผู้หญิง มันทำให้ข้าแปลกใจ แต่ก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องพวกนี้จะเป็นไปไม่ได้ และยิ่งได้รู้ว่านางเกิดมาพร้อมโรคร้ายที่สามารถคร่าที่ชีวิตนางได้ตั้งแต่เด็ก ข้าก็รู้ว่าตัวเองคิดไม่ผิด... มันเป็นแค่ความผิดปกติของสายเลือดที่เกิดขึ้น และคิดว่าถ้าเขาเสียพระธิดาไป เดี๋ยวก็คงมีพระโอรสองค์ใหม่มาแทนไม่ช้าก็เร็ว แต่ฮาเดเลียเหมือนจะไม่คิดเช่นนั้น”


“การมีเจ้าหญิงองค์แรกในรอบหลายร้อยปี เป็นเหมือนปาฏิหาริย์สำหรับอาณาจักรวอร์เรน ฮารเดเลียจึงให้ความสำคัญกับนางเป็นพิเศษ และยิ่งนางเกิดมาอ่อนแอ เขาจึงทุ่มทุกอย่างไปที่นางเพียงผู้เดียว ใช้เวลาที่ควรจะสามารถมีบุตรเพิ่มได้ไปกับการหาทางรักษาพระธิดาของตน ทำทุกวิถีทางเพื่อให้นางอยู่รอด แม้จะเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปแบบวันต่อวันก็ตามที” ผู้เป็นจอมมารลอบถอนหายใจเล็กน้อยราวยังคงรู้สึกเหนื่อยพระทัยกับการกระทำในอดีตของราชาฮาเดเลีย 


“ซึ่งมันไม่ใช่ปัญหาของข้า พวกเขาจะหมกมุ่นกับการรักษาชีวิตพระธิดาเพียงองค์เดียวหรือจะมีพระโอรสองค์ใหม่เพิ่ม ไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว... ซึ่งข้าก็ไม่ได้ติดตามข่าวจากวอร์เรนอีก จนหลายปีต่อมามีเสียงเล่าลือถึงความงามล้ำของเจ้าหญิงจากอาณาจักรเล็กๆ ด้วยวัยเพียงสิบกว่าชันษากระจายไปทั่วทุกหย่อมหญ้าไม่เว้นแม้แต่ในเทเนบริส... เจ้าหญิงที่ข้าคิดว่าควรตายไปแล้วตั้งแต่นางอายุไม่ถึงสิบขวบ”


“ฝ่าบาทเริ่มตามเรื่องของนางตั้งแต่นั้น...” เนียร์งึมงำสัญนิษฐานตามสิ่งที่ได้ฟัง


“ไม่ยากที่จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ในวอร์เรนความลับเป็นเหมือนนิทานกล่อมนอน” พระองค์กล่าว “ทุกคนในอาณาจักรล้วนเล่าถึงเจ้าหญิงของตนอย่างภาคภูมิใจ โดยเฉพาะเรื่องราวแสนเพ้อฝันที่กล่าวกันว่ามีเทวทูติผู้ตกหลุมรักเจ้าหญิงน้อยแสนงามแต่อาภัพโชคชะตา เพราะเธอทำได้แค่มีชีวิตอยู่บนเตียงบรรทม เทวทูติจึงมอบหัวใจดวงใหม่และคำอวยพรให้แก่นาง”


“นั่นฟังคล้ายนิทานเรื่องกษัตริย์เฒ่ากับเจ้าหญิง” เรื่องจริงที่ถูกเสริมเติมแต่งจนเหมือนไม่ใช่เรื่องจริง


“ใช่ ความจริงที่ถูกบิดเบือน นิทานเพ้อฝันที่ซ่อนเรื่องราวที่แท้จริงไว้... เป็นวิธีเก็บความลับแบบที่ไม่จำเป็นต้องซ่อน เพราะคนที่ได้ฟังจะไม่เชื่อและไปหาเหตุผลอื่นมารองรับแทน... แต่สำหรับข้ามันทำให้รู้ได้ทันทีว่ามีใครบางคนเอาหัวใจใหม่มาให้นางจริงๆ” ดวงเนตรสีอ่อนของราชาปีศาจราวเรืองวาวขึ้นเหมือนไฟที่ลุกโชติช่วงชั่วขณะยามกล่าวถึงตรงนี้ “และอย่างที่ข้าย้ำแล้วย้ำอีก วอร์เรนไม่ควรเกิดมาเป็นผู้หญิง และอาจเพราะนางไม่ควรจะเกิดมาเป็นผู้หญิง นางจึงเกิดมาพร้อมกับโรคร้ายที่สามารถฆ่านางได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่ยังเด็ก”


“แต่กลับมีใครบางคนมอบหัวใจ และช่วยชีวิตนางไว้” มังกรสาวพลันต่อถ้อยคำของราชาปีศาจและเป็นการตั้งคำถามให้ตัวเองไปพร้อมกันในความบังเอิญที่น่าสงสัยของเรื่องราวนี้


“ใช่” จอมมารเอ่ยรับเฉียบเย็นกว่าที่ผ่าน “เหมือนรอโอกาสอยู่แล้ว”


“เพื่ออะไรเพคะ”


“เพื่อหาโอกาสใส่หัวใจของใครสักคนลงไปในตัวนาง”


“แต่ถ้านั่นเป็นหัวใจของกษัตริย์อาเกล...”


“ก็ไม่ได้แปลว่าผลลัพท์ที่ได้จะออกมาดี” จอมมารแย้ง “หัวใจของพ่อมดที่แข็งแกร่งแห่งยุคในร่างของเด็กหญิงบอบบางขี้โรคที่ไม่ควรเกิดขึ้นมา... ข้าไม่เห็นอะไรที่สัมพัทธ์กันของสองสิ่งนี้ และไม่รู้ด้วยว่าผลที่เกิดจะไปในทางไหนเมื่อมันมาอยู่ด้วยกัน”


“งั้นตอนที่นางอายุ 14 และอาการทรุดอีกครั้ง นั่นคือผลที่เกิดขึ้นงั้นหรือเพคะ”


“มันไม่ใช่อาการทรุด” จอมมารปฏิเสธฉับไว สร้างความแปลกใจและงุนงงให้มังกรสาวอยู่ชั่วขณะ ก่อนพระองค์จะขยายความคำพูดของพระองค์เองว่า “มันเป็นความไม่เสถียรของหัวใจกับร่างกายของนาง”


เนียร์ยังยืนเอียงศีรษะและหน้าเริ่มยุ่งอย่างไม่เข้าใจนัก ทว่าก็ยังคงพยายามคาดเดาว่า “งั้นฝ่าบาทก็เป็นผู้ที่ช่วยหยุดอาการของนาง”


“ข้าไม่ได้ทำอะไร... อาการนั้นหยุดลงไปเองเมื่อถึงจุดหนึ่ง” จอมมารตอบ “ที่อยู่ๆ หัวใจนั่นเกิดการไม่เสถียรขึ้นมาจนเหมือนโรคหัวใจกำเริบเพราะวอร์เรนกำลังข้ามผ่านช่วงวัยเด็กไปสู้วัยเจริญพันธุ์ ร่างกายที่เติบโตและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงวัย 13-14 ปีนั่นส่งผลต่อหัวใจใหม่ของนาง ซึ่งผ่านไปไม่นานมันก็กลับมาเป็นปกติ เหมือนปรับตัวเข้ากันได้เอง”


“แล้วทำไมฝ่าบาทต้องนำนางไปไว้บนหอคอย หากนางไม่เป็นอะไรแล้ว”


“เพราะนอกจากอาการไม่เสถียรที่เกิด ข้ายังสัมผัสได้ถึงอายพลังบางอย่างจากนาง” สุรเสียงทุ้มลึกหยุดไปนิด “มันอาจเป็นพลังเวทที่หลงเหลืออยู่ในสายเลือดของดิมาร์คัส หรืออาจเป็นอย่างอื่น... ซึ่งข้าไม่ไว้ใจมัน จึงนำนางไปไว้บนหอคอยที่ไม่มีสิ่งเร้าภายนอกอื้นๆ เพื่อควบคุม สังเกตการณ์... และล่อเหยื่อ”


“ล่อเหยื่อ?” เนียร์อุทานตามด้วยความอึ้งตะลึงเล็กน้อย


“หากมีคนที่หวังดีกับนางขนาดที่หาหัวใจสุดอัศจรรย์มาให้นางได้แล้ว มันก็แปลว่าคนคนนั้นต้องมีความห่วงใยนางมากพอจะช่วยนางออกจากหอคอย และเงื้อมมือของจอมมาร” คนเป็นจอมมารเล่าเหมือนมันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร


ทว่าสำหรับเนียร์กลับเกิดข้อสงสัยบางอย่างขึ้นกับวิธีล่อเหยื่อของราชาเลจินอฟ เพราะหากพระองค์ต้องถึงขนาดใช้เจ้าหญิงน้อยมาล่อคนที่เคยมอบหัวใจให้นางออกมา ก็หมายความว่าพระองค์กำลังตามหาคนที่ไม่เคยรู้จักหรือเคยเห็นหน้ากันมาก่อน ฉะนั้นพระองค์จะใช้วิธีไหนแยกคนที่ตนต้องการตัวกับพวกอัศวิน ผู้กล้า และเจ้าชายคนอื่นที่มาช่วยเจ้าหญิงได้ล่ะ


และข้อสังเกตนั้นก็สั่งให้มังกรสาวต้องถามออกไปใหม่ว่า “แล้ว... ฝ่าบาทคิดว่าต้องเป็นคนเช่นไรถึงจะใช่คนที่พระองค์ตามหา”


ผู้เป็นจอมมารเงียบงันไปในสิ่งที่ถูกถามครั้งนี้ ขณะจับจ้องนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลลึกคู่โตที่เต็มไปด้วยความสงสัย และไม่กี่อึดใจต่อมาพระองค์จึงตอบราบเรียบแต่แฝงแววความเหยียบเย็นว่า


“คนที่เปิดประตูหอคอยได้... และฆ่ามังกรสำเร็จ”


ความเย็นแผ่ซ่านไปทั่วสันหลังและหลังคอของคนเป็นมังกรเฝ้าหอคอย... แม้จะพอคาดเดาได้ว่ามันต้องเป็นเช่นนี้ตั้งแต่แรก มังกรเฝ้าหอคอยมีหน้าที่เฝ้าเจ้าหญิงจนกว่าจะมีใครสักคนมาปราบได้ และจอมมารพร้อมแลกหนึ่งชีวิตเพื่อจับเป้าหมายของพระองค์ แต่พอฟังจากปากของราชาเลจินอฟเองแล้วมันกลับทำให้ใจเธอร่วงวูบได้อย่างประหลาด เหมือนตนถูกสั่งประหารชีวิตจากพระองค์ไปแล้วครั้งหนึ่ง


ซึ่งราชาเลจินอฟก็ยังคงกล่าวขึ้นต่อ ทว่าครั้งนี้กลับเป็นสุรเสียงที่อ่อนเบาลงว่า “ข้าจะไม่แก้ตัวว่าตั้งใจส่งมังกรเฝ้าหอคอยไปตายเพื่อเป้าหมายของตน... แต่อย่างน้อยขอให้ข้าได้ยืนยันอีกครั้งว่า มังกรตนนั้นที่ข้าตั้งใจส่งไป ไม่ใช่เจ้า” พระหัตร์ที่ยังค้างที่ข้างแก้ม เคลื่อนนิ้วลูบวนเชื้องช้าบนผิวสีซีดของมังกรสาวราวขอการเธอให้อภัยจากเธอในสิ่งที่พระองค์ทำลงไป และทำให้คนถูกสัมผัสต้องกระพริบตาถี่ หยุดอาการนิ่งค้างและกลืนความรู้สึกหวิวว่างนั้นลงคอแทน


เนียร์คิดว่ามันไม่มีเหตุผลที่เธอจะต้องกลัวกับสิ่งที่ผ่านไปแล้วหรือหน้าที่ที่เธอรู้อยู่แล้วว่าจุดประสงค์คืออะไร ก่อนเธอจะกลับมาตั้งหลักเพื่อเข้าเรื่องที่สำคัญต่อด้วยการกล่าวขึ้นใหม่


“เช่นนั้น ฝ่าบาทก็ยังไม่ได้สืบเรื่องที่มีคนเปลี่ยนชื่อหม่อมฉันเข้าไปแทนมังกรที่ถูกเลือกไปเฝ้าหอคอยตัวจริงต่อ” เธอยังจำได้ว่าช่วงมาอยู่ปราสาทเทเนบริสแรกๆ ราชาเลจินอฟเรียกท่านเอดริกที่อยู่ในกลุ่มหัวหน้าหน่วย และเป็นหนึ่งในผู้คัดเลือกทหารที่จะทำหน้าที่เฝ้าหอคอยมาสืบสวน


ซึ่งหลังจากนั้นก็น่าจะมีหัวหน้าหน่วยท่านอื่นที่ทำหน้าที่เดียวกันถูกสอบสวนด้วย ทว่าก็ยังไม่ได้ความคืบหน้าอะไร เพราะพระองค์เคยบอกแล้วว่าทุกคนไม่มีใครที่ผิดสังเกตเลย


“มันมีเรื่องอื่นมาแทรกอยู่ตลอดจนทำไม่ได้” ครั้งนี้ราชาเลจินอฟยอมผละพระหัตร์ออกจากใบหน้าเนียร์ “ทั้งกองทัพโทรลล์ ต่อด้วยพวกโทลล์ที่บุกเมืองเมรอส การสอบสวนมาร์โตเรื่องของคาเคซัส ผู้ส่งสาร์ทชุดแรกที่ถูกลอบโจมตี และยังตามมาด้วยเรื่องมังกรส่งสาร์ทที่ไม่ยอมกลับอาณาจักรตนตามหน้าที่ทั้งทีทำภารกิจเสร็จแล้ว”


เนียร์ต้องกลืนน้ำลายลงคอฟืดๆ กับการคาดโทษที่ประโยคท้าย และหลุบสายตาต่ำหลบสายพระเนตรครกริบอย่างเสียไม่ได้กับความผิดนี้ของตน ก่อนจะเลือกตั้งข้อสังเกตใหม่แทน “งั้นการให้วอร์เรนอยู่บนหอคอยก็ไม่ใช่การให้โอกาสสี่ปีเพื่อคัดสรรค์ผู้ที่จะเป็นคู่ครองของเจ้าหญิง”


“ข้าเป็นจอมมาร ไม่ใช่นักบุญ” เป็นอีกประโยคที่ยืนยันสิ่งที่พระองค์เป็น ซ้ำด้วยการย้ำจุดประสงค์ “เจ้าหญิงน้อยของเจ้าเป็นเพียงเหยื่อล่อคนที่เกี่ยวข้องกับหัวใจของนาง”


“ฝ่าบาทไม่รู้หรือเพคะว่าเป็นหัวใจของใคร” เนียร์อดสงสัยไม่ได้เมื่อจอมมารนั้นมีพลังอำนาจหลายด้าน และมีสัมผัสการรับรู้ที่เหนือกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นใด ซึ่งนั่นน่าจะทำให้พระองค์รับรู้ถึงความผิดปกติในตัววอร์เรนได้ง่ายดาย


“ข้าเคยลองพยายามตรวจสอบอย่างผิวเผินมาแล้วครั้งหนึ่งตอนที่นางอาการกำเริบ... ไม่ได้อะไรนอกจากรู้ว่าเป็นหัวใจที่สมบรูณ์ดี ดูไม่มีอะไรผิดปกติ เป็นหัวใจของมนุษย์ทั่วไป”


เนียร์เอียงศีรษะแล้วคิดทวนตาม พลางเสนอขึ้นช้าๆ ด้วยความสงสัย “แล้วถ้า... จะตรวจให้ลึกกว่านั้น”


        ราชาเลจินอฟจับจ้องนิ่งยังมังกรลูกครึ่งไฟเออร์อยู่อึดใจกับข้อเสนอนั้น ก่อนจะก้มวรกายลงไปหาเธอเล็กน้อย พรางตอบเรียบเย็นจนน่าขนลุกว่า “งั้นข้าคงต้องควักหัวใจนางออกมาจากอก”


มังกรสาวขนลุกวาบพร้อมร่างกายที่ราวกับถูกฉุกลงหุบเหวขณะเลือดในกายเย็นเฉียบฉับพลัน และยังไม่ทันที่เธอจะได้ตั้งสติหรือเข้าใจในสิ่งที่ราชาเลจินอฟบอกได้ครบถ้วน พระองค์ก็ก้มพระพักตร์ลงเข้าใกล้อีกจนหน้าผากแทบชิดศีรษะเธอ พร้อมสุรเสียงที่กระซิบต่ำลึกอย่างจริงจังว่า


“เจ้าจะยอมให้ข้าทำไหม”


เนียร์สันศีรษะทันใด เป็นปฏิกิริยาที่เร็วกว่าความคิดเสียด้วยซ้ำ และเธอรู้ว่าปฏิกิริยาโต้ตอบฉับพลันนั้นช่างดูน่าขันนักเมื่อมันคือการยืนแข็งทื่อและสายหัวไปมาราวกับเด็กเล็กๆ ที่ไม่ได้อะไรดั่งใจตน ทว่าวินาทีนั้นเธอไม่อาจเอ่ยสิ่งใดออกมาได้จริงๆ นอกจากปฏิเสธสิ่งที่ถูกถามด้วยร่างกายอย่างสุดกำลัง


และเนียร์เข้าใจแล้วว่าทำไมพระองค์ถึงต้องปิดบังเธอ... เพราะหากพระองค์บอกว่า ไม่ได้เป็นผู้ให้หัวใจกับนาง และจะควักหัวใจเจ้าหญิงเพื่อพิสูจน์ความจริง ซ้ำมีเป้าหมายนี้ตั้งแต่แรก เธอคงต้องเผลอลงมือทำเรื่องที่แย่พอๆ กับการทรยศพระองค์อย่างแน่นอนเพื่อช่วยเจ้าหญิงของตน 


“และเพราะข้ารู้ว่าเมื่อนางอายุ 18 ปี นางจะเข้าสู่การเปลี่ยนช่วงวัยจากเด็กสาวไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ และจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับหัวใจของนางอีกครั้ง แต่การอยู่บนหอคอยมันไกลมือข้าเกินกว่าจะจัดการอะไรได้ทันหากมีอะไรเกิดขึ้น ข้าจึงใช้เวลาแค่สี่ปีในการขังนางไว้ที่นั่น”


คำตอบอีกข้อสงสัยจากจอมมารแห่งเทเนบริสทำให้มังกรสาวรู้สึกราวมีก้อนแข็งจุกแน่นในคอเพิ่ม และใช้เวลาอยู่หลายวินาทีในการกลืนมันกลับลงไป เพื่อเอ่ยขึ้นใหม่ด้วยน้ำคำที่ติดขัดไม่เต็มน้ำเสียงว่า


“แล้ว... ฝ่าบาทเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไร... จากเจ้าหญิง... บ้างไหมเพคะ”


“แล้วเจ้าที่อยู่กับนางมาตลอดสี่ปี เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างล่ะ”


การตอบคำถามด้วยคำถามทำให้ผู้เป็นมังกรได้แค่นิ่งงันเหมือนถูกสาปอีกหน พลางย้อนนึกถึงท่าทาง สายตา การกระทำและวิธีแสดงออกต่างๆ ของเจ้าหญิงน้อยที่เธอพยายามมองข้ามมาตลอด และบอกกับตัวเองว่ามันไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร มันคือการเปลี่ยนแปลงตามวัยและสภาพแวดล้อม นางเป็นมนุษย์ มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็ว ดังนั้นไม่แปลกที่นางจะดูไม่เหมือนที่คุ้นเคยเพียงข้ามคืน


ทว่า ณ เวลานี้สิ่งที่ถูกจอมมารตอกย้ำลงมากลับทำให้เธอไร้ข้อแก้ตัวให้แก่วอร์เรนอีกต่อไป มือที่ปิดตาข้างหนึ่งเพื่อมองข้ามความจริงมาตลอดราวถูกกระชากออก


ใช่... แน่นอนที่สุด เจ้าหญิงน้อยของเธอเปลี่ยนไปตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเท้าออกจากหอคอยแล้ว...











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 824 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,398 ความคิดเห็น

  1. #13937 Historia (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 16:01

    เลจี้จอมกินเด็ก

    #13,937
    0
  2. #13890 NSslide39 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 21:44
    แอบคิดว่าที่แม่เนียร์สั่งเสียให้เนียร์มาเป็นทหารเพราะเลจจี้จะได้งาบน้องยากๆ ดูสิเคออสบลัฟเลจจี้ตลอดเลยเวลาจะสวีทกับเนียร์
    #13,890
    0
  3. #13770 Sokenyo chi-el (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 09:16

    ได้โปรด มาอัพเถิดดดดด คร้าาาา

    #13,770
    0
  4. #13769 l-Nona (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 23:25
    ฉันว่าพระเจ้าใต้โลกสิงอยู่ในเจ้าหญิง!!!
    #13,769
    0
  5. #13768 l-Nona (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 23:23
    มาต่อเถอะนะคะ~~~
    #13,768
    0
  6. #13760 Ganikah (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 22:59
    มาอัปสักทีเถอะไรต์

    ปล่อยให้ค้างนานๆเดี๋ยวเทสะนี่
    #13,760
    0
  7. #13757 Juleebb (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 12:11

    มาเถอะค่ะๆ รออ่านบ่ไหวแย้วววว

    #13,757
    0
  8. #13751 PMD-H (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 23:38
    ค้างจ้าค้าง มาต่อไวๆ นะฮ้าป สนุกมาก ซื้อนิยายสองเล่มไปแระ รอตอนจบอ้าาา
    #13,751
    0
  9. #13749 AquaShiptaekook (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:20
    รอ ;-;
    #13,749
    0
  10. #13748 ประเสริท เสี้ยม (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:30

    อยากเห็นวอเร็นตีกับคลอเล็ตต้า 5555555

    #13,748
    0
  11. #13747 ประเสริท (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:00

    ดิเรก นั้นดิเรกใช่ไหม เราประเสริฐไง

    #13,747
    0
  12. #13746 คนอะไรทำไมบวมจัง (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:27
    กรี๊ดดด เพิ่งมาอ่านใหม่ ค้างมากกกก
    #13,746
    0
  13. #13745 AquaShiptaekook (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:04
    จะสอบแล้วว ยังรออยู่วว
    #13,745
    0
  14. #13742 nnnnnaudd (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:33
    ปมรอเฉลยเยอะมากกกก สนุกมากกก เป็นกำลังใจให้ผู้แต่งค้าบบ
    #13,742
    0
  15. #13741 PRINCEZpunch (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 21:59
    เราคิดว่ามันต้องเกี่ยวกับเจ้าใต้โลกแน่เลยย
    #13,741
    0
  16. #13737 kyungsoosan (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 19:57

    จอมมารลำดับหนึ่งคือน่าสงสัยสุด ทั้งเรื่องไออิชา ทั้งเรื่องมังกรจักรพรรดิ ทั้งเรื่องพระเจ้าใต้โลก มันพันกันวุ่นวายหมดแล้ว5555 ที่สำคัญคือมันเกี่ยวกับบลูไฟเออร์อ่ะ ซึ่งเดาว่าตัวละครที่เกี่ยวข้องกับบลูไฟเออร์มากที่สุดถ้าไม่ใช่ตัวละครที่ยังไม่เปิดตัวก็น่าจะเป็นจอมมารลำดับ1มั้ย สงสัยจังเรื่องที่จอมมารลำดับ1แต่งกับมังกรจักรพรรดิ มีลูกเป็นจอมมารลำดับสอง แต่จอมมารลำดับสองคืออยุ่เหมือนเด็กมีปัญหาครอบครัวเลย555 อยากรู้จังว่าเกิดอะไรขึ้น

    #13,737
    1
    • #13737-1 mo2ksrwi3_thawe2.ng(จากตอนที่ 58)
      3 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:28
      ปม 'น้ำตายักษ์' ด้วยค่ะ

      ไหนว่าคนรักตายไง..ทำไมมีราชินีพันธุ์จักรพรรดิ์????
      #13737-1
  17. #13735 Jeon Litta (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 21:09

    กะจะอดใจไว้รออ่านทีเดียวตอนหนังสือตีพิมพ์ แต่อดใจไม่ได้จริงๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ สนุกเหมือนเดิม ไม่เคยผิดหวังเลย

    #13,735
    0
  18. #13734 Casper94 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 17:17

    ค้างมากค่ะพี่แบงค์ และจะรอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อค่ะ

    #13,734
    0
  19. #13732 lifetimes-9 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 10:12
    ขอบคุณค่ะ
    #13,732
    0
  20. #13730 Mo Chan (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 19:26
    กำลังคิดว่า.. วอร์เรนมีร่างชายรึเปล่า แว่วๆว่ามีตอนหนึ่งวอร์เรนบอกว่าบุคคลปริศนาเหมือนเป็นตัวเองที่เป็นผู้ชาย--
    #13,730
    0
  21. #13729 keawza_zaa (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 19:16
    เป็นครั้งแรกที่เนียร์เริ่มมีอาการในเรื่องของเลจี้ ดีใจเจ้ามารเราไม่นกแล้วนะ มีความมือปลาหมึก 5555 ใครจะทนไหวงื้อออ น่ารัก >///<
    #13,729
    1
    • #13729-1 keawza_zaa(จากตอนที่ 58)
      19 ธันวาคม 2562 / 19:17
      *จอมมาร
      #13729-1
  22. #13728 jinglebelle (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 17:40
    ปมเยอะมาก เยอะมากจนลืม แงงง ต้องไปอ่านใหม่อีกรอบแล้วววว

    ปล.เลจี้ก็แต๊ะอั๋งเก่งงง เนียร์ก็ทึ่มไปนิด จะรู้ใจตัวเองเมื่อไหร่หนอ~
    #13,728
    0
  23. #13727 LyRiz (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 20:20

    ตำนานราชาปีศาจโลลิ และบลูไฟเออร์​ >_

    #13,727
    0
  24. #13726 §INERZIA§ (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 23:25

    สารภาพว่าคลอเลตต้าเป็นตัวละครในเรื่องตัวแรกที่ฉันไม่ชอบ น่าหมั่นไส้ไปนะหล่อน วอร์เรนก็เลยกลายเป็นน่ารักงุงิไปเลย55

    ถามนู้นถามนี่มากนัก อยากให้มีใครสักคนตอบนางไปเลยว่า “สะเอ่อะ =^=”

    …ที่คลอเลตต้าไม่ชอบเผ่าพันธุ์บลูไฟเออร์ เพราะจอมมารรุ่นแรก ลูเธอร์ หลงรักไออิชาที่เป็นบลูไฟเออร์รึเปล่า ที่บอกว่าไม่สมหวังจนเกิดภัยพิบัติ จากนั้นก็ไม่รู้เป็นไงเลยจำใจต้องแต่งกับมังกรพันธุ์จักรพรรดิแทน(ทั้งๆที่เขาบอกกันเอาไว้ว่าจอมมารมีรักได้แค่ครั้งเดียว…ซึ่งอันนี้น่าจะเฉลยทีหลัง) นางที่เป็นหนึ่งในคนร่วมเผ่าพันธุ์เลยเกลียดชังบลูไฟเออร์? เพราะรู้สึกเหมือนเผ่าตัวเองที่สูงส่งกว่าเผ่าอื่นกลายเป็นตัวเลือกสำรอง?

    #13,726
    2
    • #13726-1 Al๏n.Evil.NighT(จากตอนที่ 58)
      19 ธันวาคม 2562 / 11:56
      เราก็คิดแบบนี้เหมือนที่บรรยายว่าเค้าเป็นเผ่าพันธ์ุที่หนิ่งทะนงพอสมควร เมื่อโดนให้เป็นตัวเลือกรองก็ค่อนข้างเหมือนถูกหยามหน้า
      #13726-1
    • #13726-2 Historia(จากตอนที่ 58)
      9 มกราคม 2563 / 14:30
      น่าจะเหมือนของราชาอาเกลไหมอ่ะ เราคิดว่าที่แบบแต่งด้วยความจำเป็น ให้เกียรติ
      #13726-2
  25. #13724 หนูนิด (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 20:23

    สนุกมาก...ปมเยอะจนจำไม่หมด

    บางทีก็ขัดใจกับความชือบื้อของเนียร์

    สงสารเลจจี้ได้แค่กินเต้าหู้555

    ผู้อ่อยเก่งแบบนี้เนียร์ไหวไหม

    #13,724
    0