The Legend of Blue Fire (มังกรผู้เฝ้าหอคอย)

ตอนที่ 53 : ตอนที่ 51 ภายนอกนั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,792
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 585 ครั้ง
    26 พ.ค. 62



              “กลับเข้าไปในประตู และถอยให้ห่างจากปากทาง”


               รับสั่งเฉียบเร็วดึงความสนใจของมังกรสาวให้ผละจากท้องนภาที่ปลายสุดของยอดปราสาท แล้วทำให้เธอตวัดหน้าไปมองยังวรองค์สูงสง่าในอาภรณ์สีดำทะมึนที่กำลังก้าวเดินไปตรงใจกลางวงเวทเวียร์เรทาร์


               ราชาเลจินอฟไม่รับสั่งซ้ำ แต่เนียร์รู้หน้าที่ของตนได้กระจ่างแจ้ง เธอสะบัดปีกพังผืดบนหลังแล้วพาตัวเองบินไปคว้าที่ข้อมือชายหนุ่มอีกคนในห้องสมบัติทันใด


               “เจ้าชายเซฟฟิล เราต้องรีบออกไปจากที่นี่แล้ว” เธอร้องบอกพร้อมรั้งข้อมือเขาให้ตามไปยังประตูทางออกเดียวที่มี


               เซฟฟิลตวัดตามองโคร์วที่กำลังก้าวไปยังกลางโถงกว้างนี้วูบหนึ่ง รับรู้ความหมาย แล้วหมุนกายวิ่งตามเนียร์ที่บินนำอยู่ข้างหน้า ทว่าไม่ทันก้าวถึงประตูร่างของเขากลับต้องทรุดฮวบจนเข่าแทบกระแทกพื้นทองคำ รู้สึกเหมือนว่าตัวของตนร่วงหล่นลงไปวูบหนึ่ง


               สัญชาตญาณสั่งให้เซฟฟิลตวัดหน้าไปหาต้นต่อของแรงสะเทือนที่ส่งมาถึงตัว ก่อนเห็นว่าภายในโถงกว้างมีแสงสว่างวาบออกมาจากลวดลายของตราเวทจนทั้งห้องกลายเป็นสีขาวโพรนแสบตา และเป็นสัญญาณว่าวงเวทเวียร์เรทาร์สามารถใช้งานได้จริงอย่างที่โคร์วกล่าวอ้าง


หากนัยน์ตาสีน้ำเงินที่จับทุกการเคลื่อนไหวได้ดุจเหยี่ยวกลับมองทะลุผ่านม่านแสงไปพบจุดสีดำส่วนเดียวที่มีอยู่ในหมู่มวลสีขาวแสบตาได้พอดี... ซึ่งนั่นคือเพื่อนร่วมทางปริศนาที่ใจกลางห้อง


               และชั่วขณะนั้นเซฟฟิลรู้สึกว่าชายหนุ่มปริศนาในชุดคลุมดำนั่นมีบางอย่างเปลี่ยนไป ร่างกายที่ดูสูงขึ้น ชุดที่คล้ายจะหรูหรามีฐานะต่างจากเดิม กับเส้นผมสีดำที่ยาวสยายออกมา... และเขายาวโค้งคู่หนึ่ง...


               “เจ้าชาย!


               เสียงเรียกของเนียร์พร้อมแรงฉุดที่ต้นแขนดึงสายตาของเซฟฟิลให้ล่ะออกไปจากโคร์วในฉับพลัน ก่อนเขาจะถีบตัวเข้าไปในช่องประตูหินแคบๆ แทบจะทันทีเมื่อคิดได้ว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งทันทีที่ทั้งเจ้าชายหนุ่มและมังกรสาวหลุดเข้ามาในทางเดินหินแคบๆ ได้สำเร็จแสงสีขาวจากวงเวทก็พลันส่องวาบไล่เข้ามาจนต้องเบือนหน้าหลบ เมื่อความเข้มข้นของแสงนั้นรุนแรงจนดวงตาไม่อาจสู้ได้อีก


               เนียร์พยายามจะกลับไปทำหน้าที่นำทางเซฟฟิลให้พ้นห้องสมบัติตามคำสั่งของราชาเลจินอฟอีกครั้ง ทว่าเมื่อเข้ามาในทางเดินแคบๆ ปีกที่เคยขยายออกกว้างได้กลับติดขัดจนต้องหุบมันกลับมา และนั่นส่งผลให้เธอร่วงลงไปนั่งกองกับพื้นแทบจะทันทีเมื่อขาข้างหนึ่งหมดความรู้สึกไปสิ้นเชิงแล้ว


               ซึ่งยังไม่ทันที่เธอจะได้ยันกายขึ้นมาเพื่อหนีต่อ มังกรสาวก็ต้องสะดุ้งเฮือกพร้อมคำรามในลำคอออกมาด้วยความเจ็บปนตกใจเมื่อขาขวาที่เป็นปัญหาและเคยแค่ไม่มีความรู้สึก บัดนี้กลับมีแรงบีบรัดและกดจิกกล้ามเนื้อของเธอทั้งท่อนราวกับมีกรงเล็บแหลมคมนับสิบกำลังตะกุยตะกายขาของเธออยู่อย่างบ้าคลั้ง


ซ้ำสิ่งที่ทำให้เนียร์ต้องขนลุกวาบและใบหน้าถอดสี คือแรงดึงบางอย่างบนขาข้างนั้นจนทำให้เธอไม่อาจจะขยับหนีไปข้างหน้าได้ ราวกับว่ามีมือล่องหลมารั้งตัวเธอไว้ และกำลังฉุดเธอกลับเข้าไปในห้องสมบัติที่อยู่เบื้องหลังนั่น


               “เนียร์!” แรงตะโกนจากเสียงนุ่มลึกเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าชายแห่งเมรอสมาพร้อมแขนแกร่งสองข้างที่ช้อนใต้ราวแขนของมังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์เพื่อจะพยุงให้เธอลุกขึ้น ทว่ายังไม่ทันยกตัวมังกรสาวที่นอนคว้ำหน้าขึ้นมาได้ ร่างของเนียร์กลับหลุดมือของเขาไปเหมือนถูกใครสักคนกระชากออกไปอย่างฉับพลัน


               “อ๊ากกก!


ครั้งนี้เสียงร้องของเนียร์ดังสะท้อนไปทั่วทางเดินหิน เมื่อการถูกดึงเมื่อครู่มาพร้อมแรงบีบรัดในขาที่ทวีรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เร็วเท่าความคิดเธอตวัดหน้าไปถกกระโปรงขึ้นด้วยความตระหนกพร้อมกระชากผ้าสีดำที่พันขาขวาของตนออกมาเพื่อดูสาเหตุของความเจ็บปวดนั่นทันที


               รอยปานดำเหมือนน้ำมันดิบบนขาขวากำลังดิ้นพล่านอยู่ใต้ผิวหนังราวกับมีงูตัวใหญ่กำลังชอนไชขาของเธออยู่... ไม่สิ! ไม่ใช่การชอนไชแต่กำลังดิ้นรนเพื่อพยายามยึดเหนี่ยวขาของเธอไว้ไม่ให้ถูกดูดเข้าไปในห้องสมบัติที่มีตราเวทเวียร์เรทาร์อยู่อย่างสุดกำลัง ส่งผลให้เวลานี้มันจึงบีบรัด จิกทึ้งพร้อมลากร่างของเนียร์ที่เกาะติดอยู่ให้ตามมันไปด้วย


               มังกรสาวพยายามตะเกียดตะกายเพื่อหาที่ยึดก่อนโดนดึงกลับไปในประตูแคบๆ แต่มันไร้ผล มือที่ไร้เขี้ยวเล็บไม่สามารถคว้าจับพื้นหินลื่นๆ ได้เลย ทว่าก่อนที่จะไถลไปไกลจนหลุดเข้าไปในประตู มือใหญ่ของเซฟฟิลกลับคว้าแขนเธอได้ก่อน หากเพียงเสี้ยววินาที่ดึงคนตัวร่างเล็กกว่าได้เขากลับต้องชะงักกายด้วยความประหลาดใจเพราะแรงดึงจากขาของมังกรสาวมันรุนแรงกว่าที่คาดไว้


เซฟฟิลกัดฟันแน่น ใช้กำลังแขนทั้งหมดรั้งเนียร์กลับมา ไม่คิดปล่อยจนราวกับเขากำลังชักเย่อตัวเนียร์อยู่กับบางสิ่งที่มองไม่เห็น ทว่าสุดท้ายเขาก็ต้องเสียหลักล้มลง ไม่อาจสู้แรงดึงที่ขาเธอได้


ทว่าในเสี้ยววินาทีก่อนเนียร์จะหลุดมือไปจริงๆ เจ้าชายหนุ่มก็ตัดสินใจรวบกอดตัวเธอเข้าอกกว้าง และยอมถูกลากตามไปด้วยพร้อมกัน แต่ก่อนที่จะหลุดเข้าไปในห้องสมบัติทั้งคู่ เขากลับใช้เท้าของตนยันที่กรอบประตูได้อย่างแม่นยำราวกะระยะไว้ในหัวก่อนแล้ว พร้อมใช้ขอบหินนั้นเป็นตัวช่วยงัดค้านแรงดึงที่ขาของเนียร์แทนกำลังของเขาที่มีไม่มากพอ


               “บ้าเอ๊ย นี่มันเกิดอะไรขึ้น!” เจ้าชายหนุ่มสบถออกมาอย่างเสียไม่ได้ขณะกอดตัวมังกรสาวไว้ให้มั่นกว่าเดิม ขณะต้องปิดตาแน่นหนีแสงสว่างจ้าจากในห้องสมบัติเบื้องหน้า


               “อาคมของวงเวทเวียร์เรทาร์... ที่ดึงฮาร์เฟเน่กลับโลกของมัน... มันกำลังดึงทุกอย่างของเจ้านั่น... กลับไป... ทุกอย่าง... แม้แต่สิ่งที่อยู่ในขาขวาของข้า” เนียร์อดทนต่อความเจ็บที่บีบรัดจนแทบบดทั้งขาทั้งกระดูกตนเพื่อกัดฟันตอบออกมา


               ทว่าการต่อสู้ระหว่างความเจ็บ และแรงดึงที่ขาพลันชะงักไปนิดเมื่อปรากฏเสียงกรีดร้องระงมทั่วปราสาท และแรงสั่นสะเทือนชนิทที่ทำให้ทุกอย่างรอบตัวโยงไหวจนน่ากลัว ซึ่งอะไรสักอย่างบอกเนียร์ทันทีว่าทั้งเสียงร้องโหยหวนน่าขนลุกและแรงสั่นทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นมาจากเจ้าฮาร์เฟเน่อย่างแน่นอน


ราชาเลจินอฟกำลังร่ายเวทเพื่อจับมันกลับไปยังอีกภพ แต่มันคงพยายามต่อต้านอย่างสุดกำลังไม่ต่างจากสิ่งที่อยู่ในขาของเธอตอนนี้


อ๊ากกก!” เนียร์ต้องกรีดร้องออกมาอีกครั้งอย่างสุดกลั้น มันเป็นความเจ็บที่เจ็บและทรมานที่สุดในชีวิตเธอ ขณะที่ขาขวานั้นเริ่มมีขี้เถ้าสีดำกระจายคละคลุ้งออกมาพร้อมละอองเลือดสดๆ ที่สาดกระเซ็นตามออกมาด้วยพร้อมกัน


เศษเสี้ยวของเจ้าฮาร์ดฟเน่ถูกดึงผ่านผิวหนังและรูขุมขนของเธอ โดยพวกมันพยายามฉีกเนื้อเทือหนังเธอเพื่อเหนี่ยวรั้งตัวเองไว้ไม่ให้หลุดออกไป ซึ่งมันสร้างความทรมานแสนสาหัสให้มังกรสาว จนเธอกลัวว่าขาของตนอาจไม่เหลือเนื้อหนังใดๆ เลยหลังสิ้นการร่ายเวทนี้


 “มันเจ็บ เจ็บ เจ็บ...” เป็นครั้งแรกที่เนียร์ครางออกมาด้วยร่างกายที่สั่นระริกอย่างหมดท่า พร้อมกำหมัดเน้นจนเล็บจิกเข้าฝ่ามือให้ได้เลือด เธอเคยต่อสู้และบาดเจ็บมามากแต่มันไม่ใช่ความทรมานที่ยาวนานเช่นนี้... ทรมานจนเธออยากจะตัดขาของตนทิ้งให้จบเรื่องไปซะ


“พยายามอดทนอีกหน่อย มันจะจบแล้ว” เสียงทุ้มนุ่มร้องบอกที่เหนือศีรษะเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้มังกรสาวขณะใช้กำลังทั้งหมดยื้อตัวเธอให้แน่นที่สุดอยู่ที่กรอบประตู แต่เขาเองก็ไม่อาจรู้ได้ว่ามันจะอีกยาวนานแค่ไหนเรื่องนี้ถึงจะจบ และไม่อาจจินตนาการความเจ็บปวดในเวลานี้ของเนียร์ออก เมื่อตลอดมาเขาไม่เคยเห็นเนียร์โอญครวญต่ออะไรแม้จะบาดเจ็บจากการต่อสู้มากแค่ไหน


แม้แต่ตอนที่เขาฟันหน้าเธอเมื่อสามปีก่อนเธอก็ยังมาช่วยเขาต่อได้ทั้งที่มีเลือดอาบอยู่ครึ่งหน้า แต่ ณ ตอนนี้มังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ที่เคยอดกลั้นและทานทนต่อบาดแผลมากมายนั้นกลับตัวสั่นเทาและครางครือในลำคอไม่ต่างจากเด็กเล็กๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเวลานี้เจ้าเศษชิ้นส่วนของฮาร์เฟเน่ในขาของเธอต้องกำลังฉีกทึ้งกล้ามเนื้อทุกเส้นของเธออยู่


ตึ้ง!


เจ้าชายหนุ่มตวัดหน้าขึ้นมองเหนือศีรษะฉับไวเมื่ออยู่ๆ มีเสียงพร้อมแรงกระแทกของบางสิ่งที่หนักหน่วงดังขึ้นอยู่ไม่ไกล และเมื่อลืมตาขึ้นมองอีกครั้งก้อนเนื้อในอกเขาก็ต้องกระตุกวาบยามเห็นว่าสิ่งที่ตกลงมาเฉียดศีรษะตนคือเศษซากของผนังหินของทางเดินแคบๆ นี้


ปราสาทกำลังถล่ม!


คำตอบในหัวทำให้ร่างสูงโปร่งใจร่วงวูบ ผลกระทบในการกระชากร่างใหญ่ยักษ์ของเจ้าฮาร์เฟเน่ให้กลับเข้าไปในวงเวทร้ายแรงกว่าที่คาด เสียงกรีดร้องของมันที่ระงมไปทั่วไม่หยุดก็ว่าปวดประสาทมากพออยู่แล้ว แต่นี่ร่างกายของมันก็กำลังจะทำให้ปราสาทถล่มมาทับพวกเขาอีกงั้นเหรอ!


เจ้าชายหนุ่มกัดกรามแน่น เวลานี้ทั้งเขาและเนียร์ยังติดแหง็กกันอยู่ที่กรอบประตู ไปไหนไม่ได้ เมื่อร่างของเนียร์ยังคงถูกดึงไว้ และเธอคงแทบไม่เหลือสติอะไรแล้วกับการถูกกรีดเนื้อหนังอยู่ตอนนี้ กระนั้นเขาก็ตระหนักดีว่าพวกตนจะแค่นอนกอดกันอยู่ตรงนี้ไม่ได้อีกต่อไป


เซฟฟิลเปลี่ยนมากระชับมังกรสาวในอ้อมแขนให้มั่นคงขึ้นด้วยมือเพียงข้างเดียว แล้วตวัดมืออีกข้างควานหาร่องหินหรือรอยแตกบนพื้นเพื่อจะสอดนิ้วเกาะมันไว้ พร้อมออกแรงยันเท้า ใช้พลังกายทั้งหมดถีบตัวเองและเนียร์ออกมาให้ห่างจากกรอบประตู


และคล้ายว่าโชคจะเข้าข้างเขาเมื่อรู้สึกได้ว่าแรงต้านเริ่มน้อยลงแล้ว ดูเหมือนว่าการที่ส่วนหนึ่งของเจ้าฮาร์เฟเน่บนขาของเนียร์ถูกดูดออกไปทำให้แรงยื้อยุดของมันน้อยลงตามไปด้วย และนั่นเป็นโอกาสให้เซฟฟิลสามารถรวบรวมกำลังทั้งหมดเพื่อดึงตัวเนียร์ขึ้นจากพื้นพร้อมตวัดเธอขึ้นอุ้มได้อย่างรวดเร็ว พร้อมวิ่งออกไปสุดฝีเท้าท่ามกลางแรงสั่นสะเทือนและเสียงโหยหวนที่สะท้อนก้องจากทั่วทุกทิศทาง


ไม่นานเจ้าชายและมังกรก็ออกมาพ้นชั้นใต้ดินได้สำเร็จ และเข้าสู่ท้องพระโรงที่เวลานี้กลับมามีแสงสว่างอีกครั้ง ทว่าก็ไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังเลวร้ายลงเมื่อทุกช่องโหว่ของปราสาทเต็มไปด้วยของเหลวสีดำเหนียวเหนอะที่เกิดจากเครื่องในเน่าเละพร้อมเศษซากโครงกระดูกและกลิ่นเหม็นเกินรับที่กำลังตะเกียดตะกาย กรีดร้องอย่างบ้าคลั้ง ไม่ให้ตัวของมันถูกดูดเข้าไปในหลุมกลางพื้นห้องจนทำให้ภายในปราสาทถูกเจ้าฮาร์เฟเน่ครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมด


มันเหมือนมีน้ำตกสีดำกำลังไหลทะลักท้วมสถานที่นี้ และเขาต้องหาทางออกไปให้ได้ก่อนจะถูกมันซัดให้จมหายไป


มันคงดีกว่าถ้าเขาหามุมที่ปลอดภัยเพื่อหลบและรอให้ทุกอย่างสงบหลังโคร์วร่ายอาคมดึงฮาร์เฟเน่กลับลงไปหมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องเหนื่อยและไม่ต้องไปสู้หรือเสี่ยงถูกเจ้าเมือกสัตว์ประหลาดเหล่านี้สัมผัสและกลืนกิน แต่ปัญหาก็คือก่อนที่ทุกอย่างจะสงบ ตัวปราสาทโทรมๆ หลังนี้อาจถล่มลงมาทับเขากับเนียร์ก่อน ดังนั้นวิธีการรอให้ทุกอย่างจบจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้องนัก


เซฟฟิลรีบตวัดศีรษะขึ้นมองด้านบนและรอบตัวหาทางออกที่อาจมีเหลือ เขายังพอจำได้ว่าปราสาทหลังนี้ถูกดินทับถมส่วนฐานไปเกือบมิด นั่นหมายความว่าไม่มีทางออกในชั้นของท้องพระโรงที่เป็นชั้นแรกของปราสาท ทางออกจะมีแค่ชั้นบน ประมาณชั้นที่สามขึ้นไป ซึ่งมันน่าจะมีช่องโหว่ รอยแตกหรือระเบียงอยู่ เขาต้องขึ้นไปชั้นนั้น หาทางออกแล้วจากนั้นเขาจะปีนลงไปด้านล่างด้วยต้นไม้ใหญ่ที่เกาะเกี่ยวปราสาทหลังนี้ไว้


แต่การจะไปถึงชั้นสามเพื่อหาทางออกและปีนลงต้นไม้ออกไปได้ เขาต้องหาบันไดให้เจอ และก่อนที่จะหาบันไดให้เจอ เขาก็ต้องฝ่าด่านเจ้าฮาร์เฟเน่ที่กำลังไหล่ท้วมปราสาทเข้ามาให้ได้ ซึ่งการหลบหนีจากของเหลวที่ไร้รูปร่างและไม่มีขอบเขตช่างฟังเป็นเรื่องหนักมือไม่น้อย... วิบากกรรมในเมืองต้องสาปนี้เหมือนจะไม่หมดไปง่ายๆ สมกับที่มันเป็นเมืองต้องสาปสมชื่อ


หลังการคิดวิเคราะห์ทุกอย่างจบเจ้าชายหนุ่มต้องสูดหายใจลึก ตั้งสมาธิกับเป้าหมายพร้อมกระชับอ้อมแขนแข็งแรงเพื่อยึดมังกรสาวให้แน่นขึ้นแม้ว่าเวลานี้เธอจะเงียบและนิ่งงันไปแล้วคล้ายหมดสติ เซฟฟิลจับจ้องไปยังเมือกเครื่องในน่าขยะแขยงที่เคลื่อนไหวอยู่ทั้วท้องพระโรง ก่อนนัยน์ตาสีน้ำเงินจะส่องประกายวาววูบราวเหยี่ยวที่มองหาเส้นทางบินเบื้องหน้า


และช่วงจังหวะหนึ่งร่างสูงโปร่งก็พบบันไดอยู่ที่หางตาขวา จากระยะที่คาดในเสี้ยววินาทีทำให้รู้ว่ามันไม่ไกลนัก แต่โชคร้ายที่มีส่วนหนึ่งของเจ้าฮาร์เฟเน่ปิดทางไว้อยู่ และมันเป็นส่วนลำตัวที่ใหญ่หนาเหมือนกำแพงที่สูงเกือบท้วมหัว


กระนั้นเจ้าชายหนุ่มก็ไม่รีรอจะคิดคำนวณทุกอย่างอย่างรวดเร็ว ก่อนตัดสินใจวิ่งตรงไปยังเป้าหมายในฉับพลัน ตั้งมั่น พร้อมตวัดเนียร์ขึ้นพาดไหล่กว้างของตนข้างหนึ่งแทน ขณะมืออีกข้างปลดผ้าคลุมหนังที่ใส่มาตลอดออกจากคอ และก่อนที่จะถึงกองเมือกเน่าและกลุ่มก้อนกระดูกมนุษย์ที่พยายามยื่นมือมาคว้าตัวเขา เซฟฟิลก็โยนผ้าคลุมของตนใส่พวกมัน พร้อมถีบกาย กระโดดเหยียบเหนือผ้าคลุมนั่น ใช้มันป้องกันไม่ให้ตนสัมผัสถูกเจ้าฮาร์เฟเน่นั่นโดยตรง แล้วลอยตัวข้ามผ่านกองเลือดเนื้อที่สูงเกือบมิดศีรษะไปอีกฝั่ง ก่อนทิ้งกายลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งอย่างมั่งคงและแม่นยำบนพื้น ซ้ำตวัดตัวเนียร์กลับมาอุ้มไว้ท่าเดิมโดยไม่เสียจังหวะใด


เสียงจากโครงกระดูกหลายสิบตนในเมือกสีดำข้นกรีดร้องตามเหยื่อรูปงามที่หลุดมือพวกมันไป พร้อมพยายามตะกายมือคว้าอากาศหาร่างสูงโปร่งตรงหน้าทั้งที่พวกมันก็กำลังถูกลากลงไปยังใต้ปราสาท สภาพมันแทบไม่ต่างจากสัตว์เดียรัจฉานจอมตะกละตะกลามที่พยายามกลืนเหยื่อลงคอแม้ว่าตนกำลังจะถูกกินอยู่ก็ตาม


เซฟฟิลมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกสมเพชปนขยะแขยงครู่เดียวก่อนหมุนกายขึ้นไปบนขั้นบันได รีบพาตัวเองและคนในอ้อมแขนขึ้นไปยังชั้นบน ขณะเบี่ยงตัวหลบร่างบางส่วนของเจ้าฮาร์เฟเน่ที่ไหลลงมาอยู่หลายครั้ง


แต่แม้จะทุลักทุเลไม่น้อยในการบีนบันไดครั้งนี้ ทว่าสุดท้ายเขาก็พาตัวเองและเนียร์มาถึงชั้นสามได้สำเร็จ กระนั้นดูเหมือนชั้นสามจะไม่มีช่องโหว่ของผนังอย่างที่คาด แต่เหมือนจะมีระเบียงด้านนอกอยู่เมื่อเขาเห็นประตูบานคู่ที่ปิดอยู่บนผนังฝั่นหนึ่ง


ร่างสูงโปร่งก้าวเร็วไปหาประตู ถีบมันออกอย่างไม่ปราณี และอย่างแรกที่ปะทะเข้าใบหน้าคือสายลมและละอองฝนพร้อมแสงสว่างจากภายนอกที่ทำให้ปอดเขาโล่งสะอาดได้อย่างแปลกประหลาด ซึ่งมันเป็นระเบียงจริงอย่างที่เขาคาด แต่ราวระเบียงทั้งหมดพังหมดแล้ว พื้นระเบียงแทบไม่มีเหลือ แต่นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการที่สุด... ข้างนอกที่ไม่มีอะไรกีดขวาง


เซฟฟิลต้องอุ้มเนียร์ขึ้นพาดบ่าตนอีกครั้ง แล้วตวัดมองไปยังขวามือหากิ่งของต้นไม้ใหญ่ที่ยืดยาวมาถึง มันไกลกว่าที่คิดไว้นิดหน่อยแต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เจ้าชายหนุ่มก้าวขายาวๆ ถอยหลังกลับไปหลายก้าวเพื่อตั้งหลักอย่างไม่ลังเล ก่อนออกตัววิ่งสุดฝีเท้าเข้าหาทางออกตรงหน้า และจังหวะก่อนที่ร่างของเขาพุ่งผ่านไปด้านนอก เจ้าชายหนุ่มก็คว้ากรอบประตูไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง แล้วใช้แรงส่งนั่นเหวี่ยงร่างของตนไปด้านขวามือหากิ่งไม้ใหญ่ที่ใกล้ที่สุด


เท้าสองข้างเหยียบลงบนก้านไม้หนาที่เล็งไว้ได้พอดี ทว่าแรงสั่นสะเทือนของตัวปราสาทที่ส่งมาถึงต้นไม่ทั้งต้นกลับทำเขาเกือบเสียหลัก หากมือเรียวแข็งแรงก็คว้ากิ่งไม้ใกล้ๆ ได้ก่อน เขาชะงักอยู่แบบนั้นแค่ชั่วครู่ และยังไม่ทันที่ทุกอย่างจะสงบลงดีเขาก็เลือกปีนลงไปด้านล่างด้วยความฉับไว ไม่คิดปล่อยเวลาให้นานกว่านี้


ซึ่งทันทีที่เท้าถึงพื้น เจ้าชายหนุ่มก็รีบพุ่งตรงเข้าไปในป่า เพื่อออกห่างจากปราสาทของกษัตริย์อาเกล เขาไม่สนใจว่าตนจะวิ่งไปทางไหนหรือนานเท่าไหร่ รู้แค่ว่าต้องออกไปให้ห่างจากปราสาทร้างที่ด้านหลังมากที่สุด


พักใหญ่กว่าร่างสูงโปร่งจะเริ่มชะลอฝีเท้าเมื่อเพิ่งตระหนักได้ว่าตนควรหยุดดูอาการของเนียร์บ้างหลังเธอเงียบไปจนผิดปกติ เซฟฟิลเลี้ยวไปหลบยังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่มั่นใจได้ว่าจะช่วยกันอะไรก็แล้วแต่ที่อาจทำอันตรายพวกเขาจากด้านหลังได้ ก่อนทิ้งกายลงนั่งคุกเข่า วางร่างเนียร์ลงพื้นพร้อมประคองแผ่นหลังเธอไว้เพื่อดูอาการ


มังกรสาวสลบไปแล้วอย่างที่คาด ใบหน้าเธอขาวซีดแทบไร้สีเลือดและมีเม็ดเหงื่อชื้นเต็มขมับ ดูหมดเรี่ยวแรงอย่างที่เซฟฟิลไม่เคยเห็นมาก่อน


ความเจ็บที่เนียร์เผชิญมาคงหนักหนามากถึงสามารถพลากสติสัมปชัญญะมังกรอย่างเธอได้ และสภาพโดยรวมที่เห็นทั้งหมดทำให้เซฟฟิลต้องตวัดสายตาไปสำรวจที่ขาขวาของเธอแทน ก่อนเห็นเลือดสีแดงฉานซึมอาบไปทั่วกระโปรงสีฟ้าอ่อน จนผ้าเนื้อดีเกือบครึ่งหนึ่งชุ่มไปด้วยเลือดสดๆ


มือเรียวแข็งแรงจำต้องเลื่อนกระโปรงของเนียร์ขึ้น ก่อนเห็นว่าขาขวาของเธอมีแต่เลือดสีเข้มน่ากลัวซ้ำยังคงไหลออกมาไม่หยุดจนหยดลงไปรวมเป็นแอ่งเล็กๆ อยู่บนกองใบไม้แห้ง เขาไม่เห็นว่ามีแผลหรืออะไร แต่เหมือนเลือดพวกนั้นจะซึมผ่านผิวหนังออมมาเอง ซึ่งสิ่งที่น่ากังวลกว่านั้นคือขาช่วงล่างเกือบทั้งหมดของเธอนั้นลีบเล็กจนผิดรูปไป


ถึงตอนนี้จะไม่มีเศษเสี้ยวของเจ้าฮาร์เฟเน่อยู่แล้ว แต่ส่วนที่มันกัดกินไปก็ไม่ได้กลับมา


“บ้าเอ๊ย เนียร์!” เจ้าชายหนุ่มสบถด้วยใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ มันเป็นทั้งความกลัวและความกังวลที่มากล้นจนทำให้หัวเขาปั่นป่วนไปชั่วขณะ แต่ไม่นานก็นึกได้ว่าตนต้องรีบห้ามเลือดก่อน เซฟฟิลรีบฉีกปลายกระโปรงเนียร์ออกมาแล้วใช้เศษผ้าพันขาข้างนั้นไว้ ขณะหวังเพียงว่ามันจะมีทางรักษา หรือไม่ความเป็นมังกรของเธอก็อาจช่วยให้มันกลับมาดีเหมือนเดิม หรืออย่างน้อยก็ดีขึ้นกว่านี้  


แต่เรื่องรักษาต้องไว้ก่อน เพราะสิ่งที่ต้องทำอย่างแรกคือออกไปจากที่นี่


คิดได้แบบนั้น ใบหน้าคมก็เงยขึ้นกลับไปมองยังปราสาทใหญ่ พลันรู้สึกหนาววูบไปทั้งสันหลังกับภาพที่เหมือนฝันร้ายของเมือกสีดำที่เกาะแน่นตามตัวปราสาท เคลื่อนไหวด้วยท่วงท่าน่าสะอิดสะเอียนราวปรสิทชั้นต่ำไม่ก็พวกสัตวเลื้อยคลานสกปรกตามพื้นดิน โดยที่มันพยายามยื้อร่างกายของตนไม่ให้ถูกดูดกลับลงไปใต้ดินจนทำให้ตัวอาคารทั้งหลังถูกบีบอัด แตกร้าวราวเป็นแค่ขนมปังกรอบก้อนหนึ่ง


และไม่ถึงชั่วอึดใจ สิ่งยึดเหนี่ยวสุดท้ายที่พวกมันเพียรจะเกาะเกี่ยวไว้ก็พลันแตกกระจายออก ปราสาทหลังใหญ่ทรุดพังลงราวกับปราสาททราย เศษซากทุกอย่างร่วงหล่นเหมือนห่าฝนและกระแทกลงสู่พื้นพร้อมกันจนสร้างแรงสะท้อนเป็นสายลมและฝุ่นฝงให้ตลบอบอวลเป็นวงกว้างพร้อมความสะเทือนไหวทั่วทั้งเมือง


เจ้าฮาร์เฟเน่กรีดร้องสุดเสียงราวจะขาดใจ และแทบทำให้เจ้าชายแห่งเมรอสแก้วหูลั่น รู้สึกสะท้อนวาบในอกกับเสียงที่ทั้งน่ากลัว น่าเวทนาและน่าขยะแขยงของมันจนต้องสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ขณะดึงศีรษะของเนียร์มากอดแนบอกเพื่อป้องกันเสียงนั่นให้เธอ ก่อนเสียงโหยหวนช่วงสุดท้ายจะแว่วหายไปจนเงียบสนิทพร้อมร่างกายของสัตว์ประหลาดจากต่างภพจะถูกกลืนลงไปที่ใต้ซากปราสาทกระทั่งไม่เหลืออยู่แม้แต่เศษเสี้ยวใดอีกต่อไป


เซฟฟิลค่อยๆ เงยหน้ากลับไปมองยังที่เดิม แม้บัดนี้จะไม่มียอดแหลมของปราสาทใดๆ ให้มองอีกแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังคงจำได้ดีว่าสิ่งก่อสร้างเก่าโทรมนั่นเคยตั้งอยู่ตรงไหน ก่อนความคิดหนึ่งจะผุดแทรกขึ้นมาได้


โคร์วยังอยู่ใต้ดินนั่นไม่ใช่เหรอ...


เจ้าชายแห่งเมรอสขมวดคิ้วเรียวเข้มขึ้นทันใดกับคำถามในหัว เมื่อจำได้ว่าโคร์วเป็นคนร่ายอาคมอยู่ในห้องสมบัติชั้นใต้ดิน ทว่าเวลานี้ปราสาทถล่มลงมาหมดแล้ว และแน่นอนว่ามันต้องกลบฝังชั้นที่อยู่ล่างสุดก่อนอันดับแรก... นั่นหมายความว่าโคร์วก็อาจถูกฝังอยู่ใต้นั้นไปพร้อมกัน...


แต่กระนั้นก็เถอะ ถ้ามองตามหลักโคร์วไม่ใช่มนุษย์ เรื่องพวกนี้อาจฆ่าเขาไม่ได้ และความจริงเวลานี้อาจเป็นโอกาสที่เขาจะพาเนียร์และตัวเองหนีให้ห่างจากคนปริศนาลึกลับและไม่น่าไว้ใจนั่นซะ


รู้ว่านั่นไม่ใช่ความคิดและการกระทำที่ดีหรือน่ายกย่องนักสำหรับเจ้าชาย ที่ทิ้งใครสักคนไว้เบื้องหลัง โดยเฉพาะคนที่ช่วยชีวิตพวกเขา แต่ความปลอดภัยและการระวังตัวไว้ย่อมสำคัญกว่าเมื่อไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นมิตรหรือศัตรูกันแน่


เซฟฟิลช้อนขาของเนียร์ขึ้นอุ้มใหม่อีกครั้ง พร้อมลุกขึ้นยืน จ้องมองไปตามเส้นทางที่ตรงไปยังกองซากปราสาทพรางหรี่ตาแคบลงนิด เพ็งพินิจให้แน่ใจว่าไม่มีใครเดินมาจากเส้นทางนั้น และเมื่อไม่เห็นการขยับเคลื่อนไหวใด ร่างสูงโปร่งก็หมุนกายเตรียมก้าวออกไป...


“ข้านึกว่าคนเป็นเจ้าชายจะมีเกียรติ ไม่ทิ้งคนที่เพิ่งช่วยชีวิตตัวเองไว้ข้างหลัง ขณะเอาของของคนอื่นไปด้วยหน้าตาเฉย”


               ขายาวๆ ที่กำลังก้าวออกไปพลันชะงักกึกกับถ้อยคำจากเสียงเรียบลึกคุ้นหูที่ดังขึ้นเบื้องหลังไม่ไกล เซฟฟิลลอบถอนหายใจหนักกับใครบางคนที่ปรากฏตัวอย่างไร้สุ้มเสียง และถูกจังหวะได้อย่างน่าหงุดหงิด ราวกับว่าเจ้าตัวจงใจรอให้เขาทำเรื่องพลาดแบบนี้อยู่ก่อนแล้วอย่างไรอย่างงั้น  


แล้วก็ไม่รู้ว่าควรแปลกใจที่ชายหนุ่มคนนี้กลับออกมาได้อย่างปลอดภัย หรือจะว่าขัดเคืองต่อประโยคหยั่งเชิงร้ายกาจนั่นดี เพราะความจริงมันออกจะเป็นความรู้สึกที่ปลงอนิจจังผสมเหนื่อยหน่ายมากกว่า


               เจ้าชายลูกครึ่งเอลฟ์จำต้องหันกลับไปมองยังด้านหลัง และเห็นโคร์วในชุดคลุมดำอย่างที่เห็นมาตลอดการเดินทาง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแม้แต่นิดเดียว... และที่ว่าไม่เปลี่ยนแปลงนั่นหมายถึงบนตัวเขาไม่มีแม้แต่รอยแผลฟกช้ำ คราบฝุ่นผง หรือแม้แต่รอดขาดสักเล็กน้อยบนเสื้อผ้าเว้นปลายผ้าคลุมที่ขาดไปจากการฉีกออกมาพันแผลให้เนียร์ กับมีแผลบนมือซ้ายที่เขาใช้ดาบของตนปาดเองกับมือ และความจริงแม้แต่เส้นผมสีอีกานั่นก็ยังดูเหมือนไม่กระดิกเปลี่ยนไปจากทรงเดิมแม้ตาน้อย


               นั่นไม่ใช่สภาพของคนที่เพิ่งออกมาจากชั้นใต้ดินที่ถูกปราสาททั้งหลังถล่มทับแน่ๆ


               กระนั้นเซฟฟิลก็ไม่คิดจะหาคำตอบในความแปลกประหลาดและผิดตรรกะปกติในตัวชายหนุ่มตรงหน้าอีกแล้ว และเพียงตอบไปว่า


               “ข้าต้องรีบออกไปจากที่นี่”


               “ได้ ออกไปได้เลย แต่ส่งมังกรนั่นมาให้ข้าก่อน” วรองค์สูงสง่าก้าวเข้ามาพร้อมยื่นพระหัตร์ข้างหนึ่งไปด้านหน้า ดวงเนตรจ้องนิ่งที่ร่างในอ้อมแขนของเจ้าชายหนุ่ม เป็นการย้ำชัดในเป้าหมายที่พระองค์ปรารถนา


               ทว่าปฏิกิริยาที่ตอบสนองฉับพลันของผู้ที่ถูกสั่งกลับเป็นการก้าวถอยและเบี่ยงตัวมังกรในอ้อมแขนออกห่างไปอีกทางพร้อมย้อนถามเสียงแข็ง


“ทำไมข้าต้องทำแบบนั้น”


“เพราะเจ้ามีทางเลือกอยู่แค่นั้นก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน” จอมมารเอ่ยชัด ด้วยพระพักตร์นิ่งเย็นกับดวงเนตรสีน้ำตาลอ่อนก็เปลี่ยนสีเป็นทองสว่างราวกองเพลิงที่ลุกวูบขึ้น ประหนึ่งการเตือนครั้งสุดท้ายว่าพระองค์จะไม่ใจเย็นอย่างที่ผ่านมาอีกหากพระองค์ไม่ได้มังกรของพระองค์คืนเดี๋ยวนี้


ถึงพระองค์จะฆ่าเจ้าชายลูกครึ่งเอลฟ์ไม่ได้เพราะชายหนุ่มคือหลักประกันสันติภาพระหว่างเมรอสและเทเนบริส ซ้ำเป็นสายเลือดจอมมารจากพระอนุชาองค์เล็กของพระองค์ แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าพระองค์จะทำให้เขาเจ็บตัวเล็กๆ น้อยๆ บ้างไม่ได้


ทว่าความคิดที่จะสั่งสอนหลานชายตัวปัญหาในฐานะญาติผู้ใหญ่กลับต้องชะงักไปเมื่อเซฟฟิลเอ่ยจริงจังกลับมาว่า


“ข้าไม่มีเวลาสู้กับเจ้า ขาของเนียร์แย่ลงกว่าเดิม นางต้องได้รับการรักษาเดี๋ยวนี้”


ราชาปีศาจตวัดมองไปยังมังกรสาวทันใด ก่อนดวงเนตรคู่คมจะกลับมาเป็นสีน้ำตาลอ่อนเกือบจะทันทีเมื่อเห็นว่ามังกรของพระองค์นอนหลับไม่ได้สติ บนขมับชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อ ผิวที่ขาวราวกระดาษอยู่แล้วยิ่งซีดจางกว่าเดิม และขาข้างขวามีบางอย่างผิดปกติชัดเจน


ช่วงขาของเนียร์ที่พ้นกระโปรงออกมามีเศษผ้าชุ่มเลือดพันอยู่ ทว่ามันคงไม่ได้ช่วยห้ามเลือดอะไรได้มากนักเพราะของเหลวสีแดงสดยังหยาดไหลลงพื้นจนเป็นแอ่งเล็กๆ ซ้ำความน่ากลัวที่แท้จริงของบาดแผลคือขนาดของช่วงขาท่อนล่างที่ดูลีบเล็กจนผิดรูป ราวกับว่ากล้ามเนื้อส่วนนั้นของเธอหายไปจนเหลือแค่หนังที่เกือบหุ้มกระดูก... อาการเธอดูแย่กว่าตอนที่ยังมีส่วนเสี้ยวของเจ้าฮาร์เฟเน่ฝังอยู่ด้วยซ้ำ


“มันเกิดตอนที่เจ้าเปิดตราเวทเวียร์เรทาร์” เซฟฟิลบอกยามเห็นอาการนิ่งเงียบไปของโคร์ว


ราชาเลจินอฟรับฟังขณะยังคงจับจ้องที่ขาของเนียร์ราวถูกตรึงไว้ พรางงึมงำแผ่วเบา “ทุกส่วนของสัตว์ประหลาดฮาร์เฟเน่จะถูกดึงกลับไป...”


“ใช่ และตัวมันที่อยู่ในขาเนียร์ก็ถูกดึงออกไปพร้อมกับบางส่วนของนางที่มันกินเข้าไปด้วยเช่นกัน” เจ้าชายหนุ่มกล่าวต่อถ้อยคำของโคร์ว ขณะก้มมองไปยังใบหน้าของเนียร์ที่ดูอ่อนล้า... ผลข้างเคียงของมังกรสาวมีมากกว่าที่พวกเขาคาดเดาไว้มาก


ความเงียบเข้าครอบคลุมระหว่างชายหนุ่มทั้งสองหลังทุกคนรับรู้ถึงอาการของมังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ หากไม่นานราชาปีศาจกลับเป็นฝ่ายไหวตัวก่อนด้วยการเดินตรงดิ่งเข้าไปคว้าตัวเนียร์ทั้งที่ยังอยู่บนแขนของเจ้าชายแห่งเมรอส


ทว่าเซฟฟิลก็ไวพอจะถอยหลบและดึงตัวมังกรสาวกลับมาอุ้มไว้เหมือนเดิม ไม่ปล่อยให้จอมมารได้ตัวเธอไปง่ายๆ


หากนั้นอาจเป็นการกระทำที่พลาดมหันต เมื่อร่างในชุดคลุมดำทั้งกายนั่นยังคงค้างมือไว้กลางอากาศและยืนเงียบงันราวเป็นรูปปั้นไปทั้งแบบนั้น และมันเป็นความเงียบงันที่ทั้งวังเวง ชวนอึดอัดน่าขนลุกราวกับเป็นความสงบก่อนพายุร้ายจะโหมกระหน่ำ


ซึ่งไม่ทันที่เจ้าชายแห่งเมรอสจะได้คาดเดาการกระทำต่อไปของเพื่อนร่วมทางปริศนาตรงหน้า พระหัตร์เรียวแข็งแรงในถุงมือหนังที่ยื่นค้างมาพลันกำหมัดแน่น และไม่ถึงเสี้ยววินาทีกระแสลมแรงไร้ซึ่งที่มาก็โหมพัดเข้าปะทะร่างของเจ้าชายแห่งเมรอส จนร่างสูงโปร่งแทบเสียหลักล้มถ้าไม่ยึดเท้าของตนได้ทันก่อน และเมื่อเงยใบหน้าขึ้นใหม่อีกครั้งเขาถึงเห็นว่าร่างสูงแข็งแกร่งของโคร์วยืนนิ่งเหมือนหินผาทั้งที่วายุร้ายจากด้านหลังโปกสะบัดจนป่าทั่วบริเวณเอนไหวและผ้าคลุมดำของเขาสะบัดลู่ เสียงลั่นเอี๊ยดของต้นไม้สะท้อนเบียดเสียดกันจนหูอื้ออึง และทำให้ทุกอย่างเหมือนจะพังพินาศลงมาได้ทุกขณะ


แสงสว่างซึ่งยังพอหลงเหลือบนท้องฟ้าที่มีเมฆฝนกลับมืดลงยิ่งกว่าเดิม ราวกับถูกสัตว์ประหลาดอีกตัวกลืนกินเข้าไป แทนเจ้าฮาร์เฟเน่ที่เคยมีอยู่ และสัตว์ประหลาดในอาภรณ์ดำทั้งกายที่ว่าก็กำลังย่างสามขุมตรงมาด้วยนัยน์ตาที่เปลี่ยนเป็นสีทองเพลิงวาววูบไม่ต่างจากนัยน์ตาของสัตว์ร้ายกระหายเลือด ซ้ำยิ่งส่องสว่างเมื่ออยู่ใต้เงาทะมึนของท้องนภาที่ปิดสนิท


และสิ่งที่ทำให้เจ้าชายหนุ่มต้องแข็งทื่อไปชั่วขณะ คือการเห็นว่าโคร์วเริ่มกลับกลายเป็นเงาร่างสีดำที่แผ่ขยายหมอกควันมืดมิดออกมาจากกายจนคล้ายจะเปลี่ยนเป็นอสูรกายที่ร้ายกาจไม่ต่างจากเจ้าฮาร์เฟเน่ ซ่ำอายความมืดที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พวกนั้นยังเคลื่อนไหวคุกคามเข้าใกล้อย่างมุ่งร้าย กราดเกี้ยว พร้อมเสียงต่ำลึกเย็นยะเยือกที่กังวาลมาจากทุกทิศทางราวสะท้อนออกมาจากภูตผีที่ไร้ตัวตน


“เอามังกรของข้ามา”


เคร้ง!


เซฟฟิลเปลี่ยนเป็นตวัดตัวเนียร์ขึ้นอุ้มด้วยแขนข้างเดียว รู้ว่าทุลักทุเลไม่น้อยที่เขาต้องแบกเนียร์ไปด้วย แต่มันก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้เพราะเขารู้ดีว่าหากเผลอปล่อยเนียร์ห่างตัว เจ้าปีศาจตรงหน้าต้องรีบพุ่งมาขโมยตัวเธอไปแน่นอน


เซฟฟิลชักดาบออกจากข้างเอวตนต่ออย่างรวดเร็ว แสงสีฟ้าอ่อนจากใบดาบส่องสว่างในความมืดทันใดเมื่อหลุดพ้นจากฝักดาบ ไล่เงาดำรอบกายให้ถอยห่าง และถึงจะแค่ป้องกันได้เพียงรอบกายแต่ก็มากพอให้รู้ว่ามันได้ผล


“สรุปว่าปีศาจไม่ได้มีแค่ในตู้เสื้อผ้ากับใต้เตียงแล้วสินะ” เซฟฟิลประชดเหยียดเมื่อเห็นแล้วว่าโคร์วดูไม่คิดแฝงตัวอยู่ในร่างของมนุษย์อีกต่อไป ซ้ำยังคุกคามเข้ามาด้วยพลังบางอย่างที่มุ่งร้ายชัดเจน


ทว่าราชาเลจินอฟกลับเอ่ยสวนด้วยสุรเสียงหนาวเย็นที่ยังเหมือนสะท้อนมาจากทุกทางว่า “โอ้ บอกได้เลยว่าข้าเป็นอะไรที่มากกว่าคำว่าปีศาจเยอะไอ้หนู”


สิ้นคำนั้นเงามืดที่อยู่ได้แค่รอบกายของเจ้าชายแห่งเมรอสเพราะไม่อาจย่างกรายผ่านแสงสีฟ้าอ่อนของดาบศักดิ์สิทธิ์กลับพุ่งทะยานขึ้นสูงราวกำแพงหนา โอบล้อมตัวเขาและเนียร์จนกลบทัศนียภาพรอบกายอย่างรวดเร็ว หากเพียงเสี้ยววินาทีเขาก็สะบัดดาบฟันเงาดำออกไป ใช้แสงสว่างทำลายความมืดมิดตรงหน้าให้สลายหายไปในฉับพลัน


แต่แค่วูบเดียวความมืดก็พุ่งเข้ามาปิดทางข้างหน้าอีกครั้ง รวดเร็วจนเหมือนการฟันเปิดทางเมื่อครู่ไม่เกิดผล ซ้ำกองใบไม้ที่ใต้เท้ายังพัดวนขึ้นมาล้อมรอบกายเขาพร้อมกัน เซฟฟิลพลันชะงักไปนิดกับการโจมตีรูปแบบใหม่ ก่อนรู้สึกเจ็บแปล็บขึ้นมาบนหลังมือจนต้องยกมันขึ้นมาดู แล้วพบว่ามีรอยบาดเล็กๆ กับเลือดบางๆ ซึมผ่านแผล ซึ่งยังไม่ทันที่เขาจะได้หรี่ตามองว่าบาดแผลมาจากไหน เขาก็ต้องสะดุ้งปิดตาด้านขวากับใบไม้ใบหนึ่งที่ปลิวเฉือนโหนกแก้มตนไปพร้อมความเจ็บและกลิ่นเลือดที่ตามมาติดๆ


เขาถูกใบไม้ที่พัดอยู่รอบตัวบาด!... เจ้าชายหนุ่มได้คำตอบแทบจะทันใด รู้แล้วว่าปีศาจจอมเจ้าเล่ห์นั้นเปลี่ยนมาเล่นงานเขาแบบไหนแทนเมื่อความมืดของมันไม่อาจโจมตีได้เพราะดาบศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งแม้ดาบเล่มนี้จะมีผลไม่ให้ความมืดกล้ำกรายเข้าใกล้ แต่ก็ไม่ได้ป้องกันวัตถุอย่างอื่นตามไปด้วย


ทว่าก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะยอมให้ใบไม้ที่กำลังหมุนวนรอบกายเล่นงานได้มากกว่านั้น เขาก็ชี้ปลายดาบยาวลงพื้นและสะบัดกายหมุนเป็นวงกลมอย่างรวดเร็วจนสร้างแรงลมหมุนที่ผลักกลุ่มใบไม้ให้กระจายออก พร้อมใช้ปลายดาบนั้นตัดความมืดรอบกายให้สลายไปพร้อมกัน และก่อนจะปล่อยให้มันสร้างรูปร่างมากักขังเขาไว้ได้อีกครั้ง เจ้าชายหนุ่มก็กระโจนพุ่งกายออกไป พร้อมกลิ้งตัวออกมาโดยยังกอดตัวมังกรสาวไว้ไม่ปล่อย ก่อนแสงสว่างพร้อมภาพป่าของเมืองร้างจะกลับมาสู่สายตาอีกครั้ง...


เคร้ง!


ไม่ได้แม้แต่จะตั้งหลักลุกขึ้นยืน ใบดาบสีดำเงาก็ฟาดวูบลงมาอย่างไร้สุ่มเสียงใส่ศีรษะของเซฟฟิลที่เพิ่งหลุดออกมาจากกรงขัง หากสัญชาตญาณที่ฉับไวก็สั่งเขาให้ยกอาวุธในมือตนขึ้นรับดาบของศัตรูได้ทันทวงทีโดยไม่ต้องตวัดดวงตาไปมอง พร้อมกับปัดคมอาวุธของศัตรูออกไปอย่างไม่ให้เสียจังหวะ และตวัดขายาวๆ ถีบวูบเข้าปลายคางของร่างสูงแข็งแกร่งในผ้าคลุมดำที่ด้านหลังอย่างต่อเนื่องรวดเร็ว


ราชาเลจินอฟโยกศีรษะของพระองค์หลบทันทีราวอ่านการเคลื่อนไหวของเจ้าชายลูกครึ่งเอลฟ์ได้ก่อน ปล่อยให้ปลายร้องเท้าบูทเฉียดปลายคางของพระองค์ไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปดอย่างไม่เดือดร้อน และโต้ตอบร่างสูงโปร่งบนพื้นด้วยการเตะกลับไปยังใบหน้าคมเจือหวานเข้าเต็มแรง ส่งผลให้เจ้าของเส้นผมสีทองขาวต้องยกแขนข้างเดียวที่มีขึ้นกันแรงปะทะจนร่างของเขาคลูดไถลไปด้านหลังหลายเมตร


และเซฟฟิลยังไม่ทันหยุดกายที่ลื่นถอยไปด้านหลังตามพื้นดินชื้นแฉะดี ราชาปีศาจก็พุ่งตัวตามมา พร้อมฉกพระหัตร์เรียวแข็งแรงข้างหนึ่งจับหมับเข้าที่ลำคอเขาพร้อมบีบมันแน่นจนเจ้าชายหนุ่มไม่อาจดิ้นหนีได้และแทบสำลักอากาศ ซ้ำใต้พระหัตร์ของจอมมารนั้นยังร้อนผ่าวราวเหล็กย่างไฟ ทว่าเจ้าชายหนุ่มก็ไม่คิดยอมแพ้ หากแต่พุ่งดาบในมือแทงเข้ากลางลำตัวของวรองค์สูงสง่าในอาภรณ์ดำเพื่อโจมตีกลับเช่นเดียวกัน...  


“อึก!...”


กึก!


ทั้งพระหัตร์เรียวแข็งแรงที่กำลังกำรอบคอแกร่งขณะออกแรงบีบ และดาบเงินที่ส่องแสงสีฟ้าอ่อนซึ่งกำลังพุ่งแทงออกไปพลันชะงักกึกในทันใดกับเสียงเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นมาจากร่างของเด็กสาวบนลำแขนแกร่งของเจ้าชายแห่งเมรอส


จอมมารและเจ้าชายลูกครึ่งเอลฟ์ต่างพากันชะงักนิ่งราวถูกตรึงไว้ โดยฝ่ายเจ้าชายหยุดค้างอยู่ในท่านั่งคุกเข่าข้างหนึ่งขณะแทงดาบไปข้างหน้าได้แค่ครึ่งแขน ขณะฝ่ายจอมมารยืนก้มวรกายกำรอบคอแกร่งของเจ้าหนุ่มไว้ในพระหัตร์เพียงข้างเดียว หากสายตาของคนทั้งคู่กลับมองไปยังเป้าหมายเดียวกัน... ร่างของมังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ที่ยังหลับไม่ได้สติ


เสียงที่ครางเครือผ่านลำคอของเนียร์เมื่อครู่นั้นฟังทั้งอดกลั้นและทรมานจนสัมผัสได้ ขณะบนใบหน้าที่ซีดเซียวอยู่แล้วยิ่งดูย้ำแย่ลงกว่าเดิมด้วยรอยยับย่นบนหว่างคิ้วและเหงื่อที่ไหลโทรมจนอาบข้างแก้มทั้งสอง คล้านกับว่ามังกรสาวจะเจ็บแผลของตนจนเผลอละเมอออกมา


เซฟฟิลจำต้องลดดาบในมือตนลงต่ำเมื่อเห็นเช่นนั้น พร้อมพ่นลมหายใจแรง


“เราควรเลิกงี่เง่าแย่งกัน และหาทางช่วยนางจริงๆ จังๆ สักที” เขาต้องเป็นฝ่ายเอ่ยยุติการต่อสู้นี้ก่อนอย่างเสียไม่ได้


ราชาปีศาจยืนนิ่งเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง หากไม่นานก็ยอมคลายพระหัตร์ออกจากคอของคนอ่อนวัยกว่า กระนั้นก็ยังสั่งอย่างจริงจังออกมาว่า


“งั้นก็ส่งนางมาให้ข้า”


เซฟฟิลเงยหน้าฉับไปมองคนออกคำสั่งนั่นด้วยหัวคิ้วที่ถูกชักมาชนกันอีก พร้อมลุกขึ้นก้าวถอย ไม่คิดทำตาม


“มนุษย์อย่างพวกเจ้าไม่รู้วิธีรักษามังกรหรอก” พระองค์เอ่ยดักการกระทำของเจ้าชายตรงหน้ายามเห็นว่าเขาไม่ให้ความร่วมมือในการส่งมังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์คืนให้พระองค์


กระนั้นเจ้าชายหนุ่มก็ยังคงย้อนถาม “แล้วเจ้าล่ะเป็นใครถึงรู้” 


               “ก็ปีศาจที่ไม่ได้อยู่ใต้เตียงหรือในตู้เสื้อผ้าไง”


               เซฟฟิลต้องขมวดคิ้วยุ่งเหยิงหนักขึ้นกับคำตอบยอกย้อนของโคร์ว ทว่าพอปรายตามองต่ำไปที่เนียร์อีกครั้ง ความแข็งขืนในใจก็พลันอ่อนยวบลง... ในเมื่อเขาเป็นผู้ที่เอ่ยออกมาเองว่าควรเลิกทำตัวงี่เง่าแย่งชิงมังกรสาว เขาก็ควรมีเหตุผลให้สมกับเป็นคนที่ลั่นวาจาไว้ก่อน ไม่ใช่มัวมาหวงเธอเหมือนเดิม เพราะถ้ามองตามความเป็นจริงแล้วเขาไม่รู้วิธีรักษาเธอ และยังไม่แน่ใจว่าจะมีหมอหลวงคนไหนในเมรอสรักษาได้ด้วยไหม ดังนั้นการส่งเธอให้คนที่รู้วิธีแก้ไขอาการนี้ย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด


               ที่สำคัญแม้เขาจะรู้แล้วว่าโคร์วเป็นตัวอันตรายและไว้ใจไม่ได้ ทว่าในทางเดียวกันนั้นสัญชาตญาณบางอย่างก็บอกเขาเช่นกันว่าโคร์วจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาเนียร์ และจะไม่มีวันทำร้ายหรือทำอันตรายอะไรมังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์ตนนี้อย่างแน่นอน... และใช่ เพราะเจ้าชายแห่งเมรอสพอคาดเดาได้ว่าโคร์วคิดเช่นไรกันเนียร์นั่นแหละ มันจึงเป็นปัญหาที่ยังกวนใจเขาไม่หาย และส่งผลให้ไม่อยากส่งเนียร์ให้กับโคร์วไปเช่นกัน


               สุดท้ายหลังยืนต่อสู้กับเหตุผลและอารมณ์ในใจตนครู่หนึ่ง เจ้าชายแห่งเมรอสก็พ่ายแพ้ให้กับใบหน้าที่เหนื่อยล้าของมังกรสาว และยอมอุ้มเธอส่งให้เพื่อนร่วมทางปริศนาแม้ไม่เต็มใจ พรางหยั่งเชิงไปว่า


               “เจ้ารักษาได้?”


               “ไม่ แต่รู้จักคนที่น่าจะรักษาได้” แม้จะว่าเช่นนั้น แต่นัยน์ตาคู่คมสวยสีอ่อนกลับเริ่มสำรวจมังกรสาวทันทีที่ได้เธอมาอยู่ในมือ คล้ายจะหาวิธีที่ตนจะรักษาได้เองมากกว่าจะหวังพึ่งคนที่ถูกกล่าวอ้างถึง


ซึ่งท่าทางของร่างสูงสง่าที่แสดงความเคร่งเครียดและห่วงใยต่ออาการของเนียร์จนความน่ากลัวตอนที่สู้กับเขาก่อนหน้านี้เลือนหายไปหมดสิ้นก็ทำให้เจ้าชายแห่งเมรอสต้องหรี่นัยน์ตาสีน้ำเงินคมกล้าลงมองด้วยความรู้สึกแปลกใจปนเคลื่อบแคลงสงสัย และอดที่จะตั้งคำถามหนึ่งออกไปไม่ได้ว่า


“เจ้าเป็นอะไรกับเนียร์กันแน่”


ราชาปีศาจเงยมองหน้าเจ้าของคำถามวูบหนึ่ง ก่อนจะเคลื่อนดวงเนตรลงจับจ้องมังกรในอ้อมแขนด้วยสายพระเนตรที่อ่านยาก และตอบเพียงว่า


               “ก็แค่... คนที่ถูกนางหักอก” 


               เซฟฟิลยืดกายตรงพร้อมนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่คาดคิดกับคำตอบนี้ และมันทำให้ในท้องของเขาปั่นป่วนอย่างประหลาด ขณะไม่แน่ใจว่าตนแค่แปลกใจในสิ่งที่โคร์วบอกมากเกินไป หรือเป็นเพราะคำตอบนั้นมันแสดงชัดเจนว่ามังกรสาวและชายหนุ่มปริศนาคนนี้มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งมากกว่าที่คาดไว้


               เพราะหากสามารถพูดออกมาเต็มปากเต็มคำว่าถูกหญิงสาวคนหนึ่งหักอกได้ มันก็แน่นอนว่าพวกเขาคงไม่ได้แค่รู้จักกัน


               ทว่าก่อนเขาจะยืนนิ่งอึ้งผิดวิสัยเกินไป เซฟฟิลก็ต้องรีบย้อนถามด้วยความรู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งมาแทน


               “นั่นล้อเล่น?”


               พระพักตร์คมหันไปสบนัยน์ตาสีน้ำเงินที่ส่งมาด้วยแววหยั่งเชิงและคล้ายจะตำหนิอยู่เล็กๆ แล้วเหยียดยิ้มมุมปากที่ยังดูอันตรายและเย้ยหยันคนทั้งโลกเช่นเคย พรางตอบเสียงกลั้วหัวเราะ “ไม่ต้องห่วง... เดี๋ยวเจ้าก็เป็นรายต่อไป”


               เจ้าชายหนุ่มยิ่งชักหัวคิ้วเรียวเข้มมาชนกันกับความหมายของประโยคที่ว่า เดี๋ยวเจ้าก็เป็นรายต่อไป นั่น... เพราะมันแปลชัดว่าเขาจะเป็นรายต่อไปที่จะถูกมังกรลูกครึ่งบลูไฟเออร์หักอกไม่ต่างกัน


               คนมีศักดิ์เป็นเจ้าชายรัชทายาทถึงกับยืนปั้นหน้าไม่ถูกกับความหมายในสิ่งที่คู่สนทนาทิ้งไว้ ไม่รู้ว่าตนควรตอบสนองต่อคำพูดนั้นอย่างไร เมื่อไม่แน่ใจว่านั่นเป็นแค่มุขตลกไว้ปั่นหัวเขาหรือโคร์วเชื่อเช่นนั้นจริงๆ  


แล้วถ้ามันไม่ใช่การล้อเล่น เขาก็ไม่รู้ว่าควรจะตอบรับเช่นไร ระหว่างปฏิเสธไปว่าไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับเนียร์นอกจากผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตและเพื่อนที่ดีที่หาได้ยากคนหนึ่ง กับการไม่ตอบรับอะไรเลยและนิ่งเฉยเสีย ไม่เต้นตามการถูกยั่วยุ ซึ่งไม่ว่าจะเลือกทางไหนเจ้าชายหนุ่มก็รู้สึกว่ามันไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก ในเมื่ออะไรสักอย่างในส่วนลึกของเขามันดันเผลอสั่นไหวตามคำพูดนั้นของโคร์วแล้ว...


               เซฟฟิลจำต้องเลือกทางเงียบ ไม่โต้ตอบและสลัดความรู้สึกตนที่ทำให้ในหัวเริ่มยุ่งเหยิงตามสีหน้า ก่อนรีบก้าวตามโคร์วเมื่อเพิ่งเห็นว่าร่างสูงสง่านั้นเดินนำหน้าไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ พร้อมเอ่ยเปลี่ยนเรื่องที่เป็นการเป็นงานขึ้นแทน


               “แล้วราชาโทรลล์นั่น เขาตาย...”


               “ยัง” ราชาเลจินอฟปฏิเสธเร็ว “เจ้านั่นคงคลานหนีออกไปจากปราสาทตั้งแต่เราปลดล็อกตราเวทเวียร์เรทาร์ได้”


               “แน่ใจได้ยังไง” ร่างสูงโปร่งที่กำลังก้าวตามชะงักเท้าจังหวะหนึ่ง เพราะเขาจำได้ว่าโทรลล์ตนนั้นบาดเจ็บสาหัสมาก


               “ตอนข้าออกมาจากปราสาท เห็นรอยเลือดสีโสโครกลากเป็นทางเข้าไปในป่าอีกฝั่งหนึ่ง ที่อยู่ตรงข้ามกับเราตอนนี้... มันคงหนีออกมาก่อนข้าจะร่ายเวท ใช้โอกาสตอนตราเวทถูกปลดจนทำลายเจ้าฮาร์เฟเน่ที่คลุมปราสาทให้สลายไป แล้วหนีออกไปตอนนั้น... เจ้าโทรลล์แก่นั่นคงรู้สึกตัวตั้งแต่เนียร์พามันไปหลบที่ชั้นบนสุดของหอคอยแล้ว”


               “แล้วเจ้าจะปล่อยเขาไปงั้นเหรอ” เซฟฟิลยังคงไม่คลายความสงสัยเมื่อเห็นว่าโคร์วดูใจเย็นกับศัตรูกว่าที่คิด


               “ไม่” ครั้งนี้วรองค์สูงสง่าหยุดเดิน และมองข้ามไหล่ไปยังเจ้าชายหนุ่ม “แต่คนของข้าจะจัดการเอง”


               “คนของเจ้า... !?”


               ตึง!


               แรงกระแทกพื้นหนักๆ พร้อมเสียงสะบัดจากปีกขนาดใหญ่ทำลายคำถามของเจ้าชายลูกครึ่งเอลฟ์จนหมดสิ้น ก่อนที่เขาจะเงยไปเห็นว่าตนเดินมาถึงหน้าประตูเมืองแล้ว และที่ด้านนอกอีกฝั่งของเมืองต้องสาปนั้นมีร่างมหึมาสีทองแดงราวภูผาใหญ่พร้อมปีดพังพืดกว้างหนาน่าหวั่นเกรงรออยู่ก่อนแล้ว... นั่นเป็นมังกรตัวใหญ่ที่สุดที่เจ้าชายแห่งเมรอสเคยได้เห็นมาในชีวิต ขนาดใหญ่กว่าเนียร์ในร่างมังกรเกือบสามเท่า


               และนอกเหนือจากมังกรตัวมหึมาสีทองแดงกับเขาสีดำที่ตรึงร่างของเซฟฟิลให้ตะลึงงันอยู่กับที่ ด้านนอกนั้นยังมีร่างกำยำในชุดเกราะสีดำขอบทองหรูหรา ที่คะเนด้วยสายตาแล้วมีสักครึ่งกองร้อยกำลังยืนเรียงแถวหน้ากระดานราวกับกำแพงรออยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งอะไรสักอย่างในหัวบอกกับเจ้าชายหนุ่มว่าทหารเหล่านั้นไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอน


               มือเรียวแข็งแรงกระชับดาบที่ข้างเอวตามสัญชาตญาณกับกองทัพขนาดย่อมและมังกรยักษ์ที่เฝ้าอยู่อีกฝากของประตูเมืองเก่าโทรม ทว่าวินาทีต่อมาเจ้าชายหนุ่มกลับต้องล่ะสายตาไปจากเหตุการณ์แปลกประหลาดตรงหน้าเมี่อร่างสูงสง่าในชุดคลุมดำทั้งกายหันมากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังรื่นรมณ์อย่างผิดสถานการณ์ว่า


               “เอาล่ะ ที่นี้ก็ถึงเวลากลับบ้านแล้ว... เจ้าชาย” 






************************************

คุยกับผู้เขียนกันหน่อยนะ

เอาล่ะ เมื่อบทที่ 51 คลอดออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว(ขออภัยที่ใช้เวลาหลายเดือน ติดทั้งทำนิยายเล่ม เขียนการ์ตูน และเขียนเรื่องสั้นให้การ์ตูนรวมเล่มกับอีกสนพ. และการเคี้ยวพล็อตในส่วนหลัง) ก็ชัดเจนว่า มังกรผู้เฝ้าหอคอยนั้น ไม่ได้จบแค่ 2 เล่มนะครับ มันยังมีต่อ ซึ่งผู้เขียนคิดว่าไม่น่าเกิน 4 เล่มก็คงจบบริบรูณ์อย่างแท้จริง 

ซึ่งในตรงนี้ทางผู้เขียนก็ต้องขออภัยสำหรับคนที่ซื้อเล่ม 1-2 ไปแล้วเจอคำว่าจบบริบรูณ์ที่ท้ายเล่ม 2 จนพากันงงตาแตก หรืออยากฆ่าคนเขียนว่ามันจบเชี้ยๆ อะไรแบบนี้ได้ไง! ต้องขออภัยจริงๆ ครับ มันถือว่าเป็นความผิดร่วมของทางผู้เขียนและสนพ. เองครับ เนื่องจากตอนที่ทางสนพ.ส่งต้นฉบับที่แก้ไขกลับมาให้อ่าน ผู้เขียนติดงานแต่งนิยายผีเรื่องสั้นที่จะเอาไปลงรวมเล่มในการ์ตูนกับอีกสนพ.หนึ่งอยู่ และยุ่งกับการทำหน้าปกอยู่ เลยไม่ได้เช็คเมล์ จนมาเปิดเมล์อีกทีก็เห็นว่ามีต้นฉบับส่งกลับมาให้อ่านซ้ำ แต่เวลามันไม่พอจะอ่านทวนแล้ว จึงอ่านไม่ทัน ทางสนพ.จึงนำไปตีพิมพ์ก่อนตามกำหนดเวลา เลยทำไมผู้เขียนไม่ทราบว่าที่หน้าสุดท้ายจะถูกเขียนว่าจบบริบรูณ์ ผลเลยออกมาเป็นอย่างที่เห็น แต่ก็แอบสงสัยเหมือนกันว่าเราคุยกับทางสนพ.ไปหลายรอบแล้วว่าไม่จบ และคนอ่านพิสูจน์อักษรน่าจะอ่านแล้วน่าจะเดาได้ว่าไม่จบ ทำไมเขาถึงติดจบบริบรูณ์มาให้ได้ อันนี้ผู้เขียนก็ไม่อาจทราบสาเหตุได้ แต่ยังไงมันก็คือความผิดพลาดร่วมกัน ยังไงต้องขออภัยนักอ่านทุกท่านนะครับ 

สำหรับมังกรผู้เฝ้าหอคอยในบทต่อไปก็จะกลับมาอัพตามเดิมปกติหลังหายไปนาน ติดตามต่อกันได้เลยครับ ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังเข้ามาตามอ่านนะครับ ขอบคุณมากๆ และกราบงามๆ หลายๆ ที TTwTT

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 585 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,398 ความคิดเห็น

  1. #14302 The LightHouse (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 14:59

    ไปตามอ่านในเล่มมาจนจบเลยเพื่อมาอ่านต่อในเด็กดีตอนนี้ 555

    #14,302
    0
  2. #13663 oostoho (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 15:30
    รอจบค่อยซื้อทีเดียวละกันค่ะ สู้ๆนะน้องแบงค์ ✌✌
    #13,663
    0
  3. #13552 ตุ๊กตาหน้าตาย (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 12:23
    ตอนผมอ่านก็แปลกใจ ดีนะที่ตามมาในเว็บก่อน ฮือออออ 5555555555
    #13,552
    0
  4. #13543 เมมฟิส (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 13:48

    เป็นห่วงจัง
    #13,543
    0
  5. #13437 -เกม- (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 00:28
    จอมมารเกือบยันแตกหักคอเจ้าชายแล้วไหมล่ะ 55555
    #13,437
    0
  6. #13358 Sunaree Singmanee (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 13:26
    รอๆๆๆๆ
    #13,358
    0
  7. #13357 DREAMMY x') (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 22:55
    ค้างอีกแล้ววววว
    #13,357
    0
  8. #13356 nnnnnaudd (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 10:29
    คิดถึงเนียยยยยร์ สู้ๆนะคะไรท์ จะรอซื้อตอนครบแล้วน้า ขอเก็บเงินก่อนค่ะ555555
    #13,356
    0
  9. #13355 -GuiLlOtiNe- (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 19:47
    ฮืออออ ก็ว่าจะจบได้ยังไง มันค้างงงงง ติดตามเสมอ สู้ๆค่ะ เลิฟ
    #13,355
    0
  10. #13354 littleant2208 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 17:13
    คิดถึงมาก แต่ก็ไม่มีเวลาอ่าน พอมีเวลาก็อ่านแล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ ค่ะ รอตอนต่อไปอยู่ค่ะ
    #13,354
    0
  11. #13351 สาวดอกไม้*_* (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 15:32
    งื้อออ ขอบคุณมากค่ะคนเขียน ยังไงก็ฝากดูแลตัวเอง กินข้าวเยอะๆนอนพักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะคะ
    #13,351
    0
  12. #13348 Romia V. (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 12:16
    เป็นกำลังใจให้นะคะ ♥
    #13,348
    0
  13. #13347 เจ้นจ้า! (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 18:00
    แหม...ไม่รืนเริงได้ไง จะส่งเซฟฟิลออกไป แล้วจะเอาเนียร์ไปสวีทต่อเองอ้ะสิ
    #13,347
    0
  14. #13346 sunnight (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 15:44
    กลับมาแล้ววว คิดถึงเรื่องนี้มากเลยค่ะ ตอนอัพนี่ไม่อยากจะเชื่อ 555
    #13,346
    0
  15. #13345 อ้นป้วน (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 14:55
    รอซี้อภาค 2 ค่า ใจจะขาดดดด
    #13,345
    0
  16. #13344 mamiyara (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 02:24
    จะรอซื้อรวมตอนเขียนจบนะคะ
    #13,344
    0
  17. #13343 vy0Cik (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 17:46
    คิดถึงมากเลยค่ะ รออยู่นะคะ
    ตลกตรงเลจี้บอกเซฟฟิลว่าจะเจ้าจะเป็นรายต่อไป55555 อย่าลองดีกับมังกรตัวนี้เลยเซฟฟิล ลุงเขาเตือนแล้วน้าาาา ลุงรู้ลุงเรียนมา555555
    #13,343
    0
  18. #13342 ตะหนึ่ง (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 16:27
    กลับมาแล้วววว ตอนรอนี่แทบจะลงแดงตายไปเลย
    #13,342
    0
  19. #13341 lakkee (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 11:18
    ขอบคุณค่ะ
    #13,341
    0
  20. #13340 Ninan (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 21:59
    รอตอน 52 นะคะพี่
    #13,340
    0
  21. #13339 nass_san (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 17:31
    ไม่เป็นไรค่า จะติตตามต่อเรื่อยๆ นะคะ

    บทนี้ก็มีคำผิดนะคะ อย่าลืมเช็คน้า
    #13,339
    0
  22. #13338 §INERZIA§ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 14:55
    ตลกร้ายของจอมมารคือการทำนายไว้แล้วว่าองค์ชายจะถูกหักอกไม่ต่างกับตัวเองแน่นอน อ่านแล้วได้แต่ยิ้มแห้งๆส่งไปให้องค์ชาย555 ..สรุปคนที่อึดถึกกว่าแมงสาปคือราชาโทรลนะฮะ สภาพขนาดนั้นยังหนีออกไปด้วยความไวว่องได้ นับถือ
    #13,338
    0
  23. #13337 jmnatcarazone (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 14:47
    โดนตัดจบแล้วแบบ.. ห๊ะ.. อึ้งไปหลายนาทีเลยค่ะ
    ดีใจมากกกก ที่กลับมาต่อนึกว่าจะค้างไปอีกนาน TT
    #13,337
    0
  24. #13336 Mizza (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 13:02

    กลับมาแล้ว​ เย้ๆ แต่เนียร์แอบบอกว่าเลิกเล่นกันซักทีเถอะ​ จะตายอยู่แล้ว​ แย่งไปมาอยู่นั่น​
    #13,336
    0
  25. #13335 punpun (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 11:43
    เค้าไม่งง เป็นไก่ตาแตก หรอก

    เค้าช็อก...

    แต่ดีใจที่เนียร์กลับมาก
    #13,335
    0