The Legend of Blue Fire (มังกรผู้เฝ้าหอคอย)

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 มังกรผู้เฝ้าหอคอย(รีไรท์ ครั้งที่ 1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44,929
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 444 ครั้ง
    8 พ.ค. 60



 





              เสียงฝีเท้านับสิบในสายลมทำให้ข้าต้องผงกหัวขึ้นจากหญ้านุ่มๆ ที่มีน้ำค้างยามเช้าเกาะ ดินที่โดนหยดน้ำเย็นรินรดกำลังหอม และทำให้อยากกางปีกพังผืดสีดำสนิทบนหลัง ทิ้งตัวเอนร่างกายถูกับผืนหญ้า แล้วเคลิ้มหลับอีกสักรอบ


               แต่อย่างที่บอกในตอนแรก ข้าได้ยินเสียงฝีเท้าหลายสิบคู่ในสายลม โพรงจมูกกว้างที่รับกลิ่นได้ไกลหลายไมล์ กำลังบอกว่ามีพวกชาวบ้านอีกกลุ่มใหญ่กำลังเดินเท้า พร้อมอาวุธบ้านๆ ที่พวกเขาพอจะหยิบฉวยได้ตรงมาที่นี่


               คงมีพวก จอบ เสียม คราด ดีหน่อยก็แค่ดาบเก่าๆ สมัยบรรพบุรุษของครอบครัวใครสักคนที่เคยเป็นนักรบหรือทหาร ซึ่งนับย้อนหลังไปสักสิบรุ่น ที่จะเอามาสังหารข้าที่นี่


               ใช่... สังหาร ฟังไม่ผิด อย่างที่บอกในตอนแรก ข้ามีปีกพังผืดสีดำขนาดใหญ่ มีโพรงจมูกกว้างที่รับกลิ่นได้ไกลหลายๆไมล์ มีใบหูกว้างยาวที่แยกแยะเสียงฝีเท้า พร้อมจำนวนคนได้ชัดเจน และสิ่งที่ภูมิใจที่สุดบนร่างกายคือเกล็ดสีดำเงาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายหางยาวเหยียดของตน


ไม่ต้องสงสัยว่าข้าคืออะไรนอกจากสัตว์ในตำนานที่ผู้คนต่างหวาดกลัว และอยู่ในหนังสือเทพนิยายแทบทุกเล่ม หากไม่โดนเหล่าภูตแคระ กับแฟรี่แย่งบทเด่นไปซะก่อน


               มังกร


               เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายที่รับใช้จอมมาร... นั่นคือสิ่งที่ข้าได้ฟังมาจากนิทานของพวกเด็กมนุษย์ตอนที่เคยแฝงตัวไปเที่ยวเล่นน่ะนะ


               และอย่างที่เห็น ข้าอยู่ที่นี่เพื่อเฝ้าหอคอยหินอ่อน ที่บนยอดนั้นมีเจ้าหญิงผู้เลอโฉมอาศัยอยู่ ข้าไม่รู้เรื่องของนางมากนักหรอก รู้แค่เพียงหน้าที่เฝ้าหอคอยนั้น มักถูกโยนให้มังกรปลายแถวที่สามารถถูกฆ่าได้โดยจอมมารไม่ต้องเสียดายทีหลัง เพราะที่นี่จะมีคนเข้ามาไม่ขาดสาย ทั้งชาวบ้าน เจ้าชาย อัศวิน นักรบ ผู้กล้า คนอยากลองดี แม้กระทั่งพวกพ่อค้า มาเพื่อช่วยเจ้าหญิง หรือแค่อยากล่าหัวมังกรเพื่อจะได้รับเหรียญมาประดับยศเพิ่ม


               ในบรรดาคนพวกนี้ พ่อค้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ข้าขยาดที่สุด พวกมันฉลาด เจ้าเล่ห์ และจุดประสงค์น่าขยะแขยง เพราะไม่ใช่แค่จะเอาเขาของข้า หรือคิดแยกส่วนร่างกายข้าไปขาย แต่มันจะรวมไปถึงการครอบครองเจ้าหญิงบนหอคอยนั่นด้วย ถ้าพวกมันได้ตัวเจ้าหญิงไป ก็อย่าหวังว่านางจะถึงมือกษัตริย์ พวกมันจะเอานางไปขาย ไม่ก็หาทางต่อรองเอาทองจากเมืองบ้านเกิดของนาง หรือที่แย่กว่านั้น คือพวกมันจะใช้นางสนองตัณหาน่ารังเกียจของมนุษย์


และข้าคิดว่าอย่างหลังมีโอกาสสูงที่สุด เพราะพวกมันคงไม่จำเป็นต้องได้เงินทองเพิ่ม เมื่อหัวใจของมังกรดวงเดียวก็สามารถซื้อเมืองได้ทั้งเมือง โดยเฉพาะหัวใจของมังกรที่อยู่ใต้อาณัติของจอมมาร   


ว่ากันว่าหัวใจมังกรแม้ออกจากกายก็ยังเต้นอยู่ และมันยังสามารถแบ่งแยกให้ชีวิตอื่นได้ สามารถให้คนตายฟื้นคืนชีพ สามารถให้คนป่วยหายป่วย ซ้ำแข็งแรงตลอดชีวิต หรือแม้แต่เป็นอมตะ เหมือนยาอายุวัฒนะ


จริงเท็จแค่ไหนข้าก็ไม่รู้ เพราะเรื่องเล่านี้ได้ยินแต่พวกมนุษย์พูดกันเองทั้งนั้น


ไม่รู้ว่าพวกเขาจะขวนขวายหาความอมตะไปเพื่ออะไร เมื่อพ่อข้าบอกเสมอว่า เพราะมีความตาย ชีวิตจึงมีค่า ดังนั้นจงรู้จักใช้เวลาที่จำกัดนั้นให้คุ้มราคาที่สุด 


หากเป็นอมตะไปแล้ว ชีวิตก็ไม่ใช่ชีวิตอีกต่อไป แล้วมันจะมีค่าอะไร


ไหนว่ามนุษย์นั้นเกิดมาพร้อมรอยรั่วในหัวใจที่ไม่มีวันเติมเต็ม ความรู้ เงินทอง และทรัพย์สมบัติมากเท่าไหร่ก็ไม่สามารถอุดช่องว่างนั่นได้... แต่ใย ถึงต้องการสิ่งไร้ค่าที่เรียกว่า อมตะกันนัก


ถ้าพวกเขาได้มันไปแล้ว จะอุดรอยรั่วในหัวใจได้อย่างงั้นหรือ


               แต่ก็เพราะเหตุทั้งหมด ข้าจึงต้องทำมากกว่าเป็นผู้เฝ้าหอคอย แต่ต้องเป็นองครักษ์ประจำตัวนางด้วย


               ซึ่งตอนนี้ข้าเริ่มเห็นกลุ่มชาวบ้านบางคนในป่าดำ กำลังตั้งขบวนล้อมรอบหอคอยกันเข้ามาแล้ว


               อดชื่นชมไม่ได้ที่พวกเขาไม่หลงป่าเลย ทั้งที่ในป่ามืดมิด ต้นไม้ทุกต้นและใบไม้ทุกใบเป็นสีดำ สงสัยว่าจะอาศัยอยู่พื้นที่แถบนี้ล่ะมั้ง แต่อาวุธในมือก็ยังไม่เหนือคาดเหมือนเดิม หรือไม่เชิงไม่เหนือคาดซะทีเดียว ข้าเห็นคนถือท่อนไม้ด้วย... ดูเป็นการพัฒนาลงที่ไม่ดีนัก 


               แต่เอาเถอะ ขอข้าสะบัดปีกและร่างกาย เอาความเมื่อยขบออกไป ก่อนยืดเส้นยืดสายตอนเช้าก่อน พวกชาวบ้านกลุ่มใหญ่แค่ไหนไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วง เพราะแค่ข้าหาวจนเห็นฟันแหลมคมเต็มขากรรไกร พวกเขาก็เริ่มขาสั่นก้าวกันไม่ตรงทางแล้ว แต่ที่กล้ารวมกลุ่มลุยเข้ามา คงหวังช่วยเจ้าหญิงเพื่อไปเอาเงินรางวัลกับพระราชา


               เดือนที่แล้วข้าได้ข่าวว่าผลผลิตของพวกเขาในปีนี้ไม่ค่อยดีนัก จนมีหลายคนต้องออกไปจากหมู่บ้าน ไปหางานในกำแพงเมืองหลวงไกลๆ ทำ... ข้าไม่โทษพวกเขาหรอก มันคงเป็นปีที่ทรมานน่าดูสำหรับชาวไร้ชาวนาตัวเล็กๆ โดยเฉพาะช่วงเหมันต์ฤดูที่จะมาถึงในอีกสองเดือนข้างหน้า


               แต่หน้าที่ก็คือหน้าที่ ข้าต้องไล่พวกเขาไปให้ห่างหอคอย ซึ่งดูท่า แค่บินไปโชว์ตัวบนยอดแหลมของหลังคา พร้อมกางปีก วางท่า และคำรามเล็กน้อยก็ได้ผล


อ๋อ แล้วข้าจะแถมโชว์พ่นไฟสีน้ำเงินที่มีเพียงมังกรสายพันธุ์เดียวที่ทำได้ให้ดูด้วย แต่ถ้ายังตื้อนัก โฉบใครสักสองสามคนไปทิ้งไกลๆ พวกเขาก็เผ่นไม่หันหลังกลับมาดูแล้ว


                และแน่นอนว่าทันทีที่ข้าเริ่ม มันก็ได้ผล พวกเขาวิ่งป่าราบ ไม่หันกลับมามองอีก... แต่นั่นจะไม่ไวไปรึ ข้าเพิ่งสยายปีกเองนะ!


               ลูกไฟยังค้างอยู่ที่คอหอยอย่างเสียเที่ยว เล่นเอาต้องแอบเหม็นกลิ่นกำมะถันในคอตัวเองตอนกลืนความร้อนนั่นกลับลงไป หากยังไม่ทันจะปีนลงจากยอดแหลม เสียงหวานทว่าฟังถือตัวไม่น้อยจากหน้าต่างบานเล็กใกล้ตัวข้า กลับลอดถามออกมา


               “พวกเขาไปหมดแล้วสินะเนียร์


               ข้าต้องบินลงมายังพื้นเบื้องล่างอีกครั้ง ก่อนก้มศีรษะทูลเจ้าของเสียงนั่น


ค่ะ พวกชาวบ้านหนีกลับไปหมดแล้ว


               ไม่ต้องแปลกใจที่ข้าใช้ ค่ะที่หางเสียง เพราะข้าเป็นผู้หญิง และเทียบอายุแล้วข้ายังจัดว่าเป็นเด็กผู้หญิงด้วยซ้ำ หรือเอาให้ตรงตัวคือ ข้าเป็นมังกรเพศเมีย ชื่อเนียร์  เนียร์ อาเทนโน่อายุร้อยเจ็ดสิบหกปี  เทียบกับวัยของมนุษย์คือช่วงสิบเจ็ดถึงสิบแปดปี


                และเมื่อเจ้าของเสียงหวานได้รับคำตอบ นางก็ชะโงกใบหน้าออกมามองข้าเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มน่ารักสดใส เหมือนดอกไม้ที่บานยามเช้า พร้อมเอ่ยว่า 


ดีแล้ว ถึงเข้ามาได้ ข้าก็ไม่ออกไปด้วยหรอก


               เสียงนั้นฟังร่าเริงซุกซน และแอบเอาแต่ใจเล็กน้อยสมเป็น พระราชธิดาองค์สุดท้องในกษัตริย์แห่งวอร์เรน แต่ข้าไม่แปลกใจที่นางจะเอาแต่ใจ และถือตัวนัก เพราะคงไม่มีใครกล้าปฏิเสธความเอาแต่ใจของนางได้ เมื่อเจ้าหญิงองค์น้อยที่ยามนี้มีอายุเพียงสิบหกชันษานั้น เป็นทีเลื่องลือในเรื่องสิริโฉมไปทั่วแผ่นดิน


               และข้าเถียงไม่ออกสักนิดว่าเป็นจริงดั่งว่า เพราะเจ้าหญิงวอร์เรน ที่มีพระนามเดียวกับชื่อเมืองของตน เป็นเด็กสาวที่งดงามจนแม้แต่เหล่าเทพธิดาจริงๆ ยังต้องอับอาย   


เจ้าหญิงวอร์เรนเป็นเจ้าของเส้นเกศาเป็นลอนคลื่นสีทองสว่างราวแสงอาทิตย์  มันนุ่มลื่นราวแพรไหม และยาวจรดบั้นเอวอย่างพอเหมาะ ผิวกายนางขาวเนียนเปล่งปลั่งราวเนื้อหินอ่อน ร่างบางเล็กดูน่าทะนุถนอมเหมือนตุ๊กตากระเบื้องชั้นดี ทว่าก็เห็นสัดส่วนเย้ายวนอย่างหญิงสาวแรกแย้มชัดเจน ไม่ว่าจะหน้าอกหรือสะโพกกลมมนนั่น


ยิ่งใบหน้าขององค์หญิงน้อยนั้น งดงามหมดจดจนไม่อาจหาผู้ใดเทียบได้ ดวงตากลมโตหวานซึ้งสีฟ้าดุจท้องนภาไร้เมฆ อยู่ใต้แพรขนตางอนยาวสีเดียวกับเกศา จมูกเล็กโด่งรั้นขึ้นอย่างพอเหมาะ รับกับริมฝีปากสีชมพูอวบอิ่มจิ้มลิ้ม พร้อมแก้มนวลใส่สีกุหลาบ เครื่องหน้างดงามไร้ที่ติอยู่ในกรอบหน้าเรียวเล็ก สวยเสียจนแทบผละสายตาหนีไม่ได้


               รวมทั้งท่าทางที่ซุกซน และเจ้าอารมณ์บางครั้งยิ่งทำให้นางดูน่าสนใจ และน่าค้นหา


ตลอดชีวิตข้าก็เพิ่งเคยเห็นเด็กสาวที่สวยขนาดนี้เป็นครั้งแรก ไม่แปลกใจเลยที่มีเจ้าชายและอัศวินมากมายคอยเทียวมาปราบข้า เพื่อจะได้ครอบครองตัวเจ้าหญิงน้อยพระองค์นี้


               แน่นอนว่าแม้แต่จอมมาร ราชาของข้าที่ลักพาตัวนางมาตั้งแต่ยังสิบสี่ชันษาก็ไม่อาจต้านทานเสน่ห์ และความงดงามเกินบรรยายของเจ้าหญิงน้อยได้


               หญิงงาม ต่อให้เอาแต่ใจเพียงใดก็ชนะใจชายทั่วหล้าได้อยู่ดี


               ที่สำคัญเสียงเพลงของนางนั้นเพราะจับใจ มันหวานล้ำราวนกไนติงเกล... ข้าเคยได้ยินนางร้องเพลงบ่อยๆ


               “ถ้าไม่ใช่คนที่ข้าเลือก ก็อย่าหวังว่าจะได้เห็นแม้แต่เงาของข้าเลยเสียงหวานส่งมาอีก


และอย่างที่นางว่านั่นแหละ นางกำลังรอคอยเจ้าชายที่เห็นว่าคู่ควรมาช่วยตนออกไปจากหอคอย และจากน้ำมือจอมมาร แต่หากดูแล้วว่าไม่เหมาะสม นางจะไม่ใยดี หรือชายตาแลแม้แต่น้อย และเท่าที่เห็น ก็ยังไม่มีใครเข้าตามังกรเฝ้าหอคอยอย่างข้าสักคน


               เพราะไม่ว่าจะเจ้าชายพระองค์ใด ก็ไม่สามารถผ่านด้านแรกมาได้เลย ถ้าไม่หลงป่าซะก่อน ข้าก็จัดการได้ก่อน ไม่ถึงกับเอาตายหรอก แต่ก็หนักอยู่ ถ้าพวกเขาตื้อมากๆ เข้า... แต่ก็มีคนหนึ่งที่เกือบได้ฆ่ากันจริงๆ


ข้าต้องหยุดคิดถึงเรื่องอดีตแค่นั้น เมื่อใบหน้าสวยล้ำแม้ยังเยาว์ส่งรอยยิ้มสดใสที่ดูมีเลศนัยเอาแต่ใจมาให้ข้า พลางสั่งมาใหม่ว่า


นี่เนียร์ มาแปรงผมให้ข้าหน่อยสิ วันนี้ข้าอยากเล่นหมากรุกกับเจ้าด้วย ข้าฝึกฝีมือมาแล้ว รับรองว่าครั้งนี้

ชนะแน่


ใช่... และอีกหน้าที่หนึ่งของข้าที่อยู่ที่นี่ คือการเป็นเพื่อนเล่นของเจ้าหญิงวอร์เรน ดังนั้นไม่ต้องสงสัยว่ามังกรเดนตาย ที่แค่อยู่เพื่อรอให้ใครสักคนปราบได้อย่างข้ามีประโยชน์อะไรกับที่นี่ เพราะถึงจะมีใครผ่านด่านมังกรแบบข้าไปได้ จอมมารก็มีเวทป้องกันอีกชั้นอยู่ เห็นว่าองค์ราชาร่ายเวทใส่ตัวเจ้าหญิงน้อยไว้ ให้ผู้ใดที่ไม่ได้รับอนุญาตพาตัวองค์หญิงออกจากหอคอย จะต้องถูกทำให้หลงอยู่ในป่าดำชั่วกัลปาวสานจนกว่าจะนำองค์หญิงมาคืน


ดังนั้นหน้าที่จริงๆ ของข้าคือการเป็นองค์รักษ์และเพื่อนเล่นแก้เหงาของเจ้าหญิงวอร์เรนมากกว่าจัดการกับคนที่บุกรุกเข้ามา


และเมื่อเจอคำสั่งแบบนั้น ข้าก็จำต้องขดตัวเข้าหากัน เก็บหางยาวมาม้วนรอบกายก่อนสะบัดปีกใหญ่ของตนคลุมร่างทั้งหมด และยามข้าสยายปีกพังผืดของตนอีกครั้ง สิ่งที่ยืนอยู่แทนมังกรร่างยักษ์ตัวสีดำเงา คือตัวข้าในร่างมนุษย์


แต่จะว่าอยู่ในร่างมนุษย์ก็คงไม่เต็มปากนัก ที่ศีรษะข้ายังคงมีเขาของมังกรถึงหกเขา และกลางหลังยังคงมีปีกพังผืดขนาดใหญ่ แม้ไม่ใหญ่เท่าตอนอยู่ในร่างมังกรก็ตาม ที่สำคัญข้ายังอยู่ในชุดเกราะเยี่ยงทหารคนหนึ่ง


ข้าต้องสยายปีกขึ้นอีกครั้ง และพาร่างกายที่เบาโหวงไปมากขึ้นไปยังหน้าต่างชั้นบนสุดของหอคอย ขณะปีนผ่านมันไป และเห็นชัดว่าร่างบอบบางในชุดฟูฟ่องสีหวานที่ตัดเย็บอย่างประณีตเข้ากับคนใส่ นั่งบนเก้าอี้หน้ากระจก หันหลังสยายเส้นผมสีทองสว่างรอข้าอยู่ก่อนแล้ว


ข้าเดินไปหยิบแปรงทองเหลืองที่โต๊ะเครื่องแป้ง บอกตรงๆ ว่าข้าไม่ถนัดการแปรงผมให้ใคร หรือการเล่นแต่งตัวตุ๊กตาแบบเด็กผู้หญิง แต่พออยู่กับวอร์เรน ข้าก็ต้องทำเป็นให้หมด ความเอาแต่ใจของนางส่งผลให้จอมมารสั่งลงโทษข้าได้ง่ายๆ


ข้าเคยโดนครั้งหนึ่ง ตอนมารับหน้าที่เฝ้าหอคอยวันแรก นางพยายามตื้อให้ข้าเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์เพื่อเป็นเพื่อนเล่นกับนาง แต่เวลานั้นข้ายังใหม่ ทุกอย่างที่คิดคือการทำหน้าที่เฝ้าให้ดีที่สุด เลยปฏิเสธนางไป เช้าวันรุ่งขึ้น มีรับสั่งของราชาให้ล่ามคอข้าไว้กับฐานหอคอย และอดข้าวอดน้ำจนกว่าข้าจะยอมกลายร่างเป็นคน


               ตอนแรกข้าดื้อแพ่ง คิดว่ามาที่นี่เพียงต้องทำหน้าที่ ไม่ใช่เล่น และข้าไม่ได้ชอบอยู่ในร่างมนุษย์นัก การถูกมนุษย์สั่งให้มาเป็นเพื่อนเล่นเหมือนการโดนเหยียบย้ำศักดิ์ศรี ข้าจึงรับโทษทัณฑ์แทนจะอ่อนข้อให้เจ้าหญิงน้อย


แต่เนื่องจากรูปแบบของมังกรนั้น ทั้งร่างมังกรและร่างมนุษย์คือร่างแท้จริงทั้งคู่ มันจึงมีพวกที่ต่อให้หมดแรงก็คงสภาพในร่างมังกรได้ตลอด และยังสามารถบังคับให้ตนอยู่ในร่างไหนก็ได้แม้ไร้เรี่ยวแรงจนเจียนตาย


ทว่าขณะเดียวกันก็มีพวกที่พอหมดแรงและร่างกายขาดการล่อเลี้ยงด้วยอาหารถึงขีดสุด แล้วจะกลายเป็นร่างมนุษย์แทนตามระบบการป้องกันของร่างกาย เพราะร่างกายใหญ่โตของมังกรเผาผลาญพลังงานมาก เพื่อไม่ให้ร่างกายตายจากการขาดอาหารซะก่อน กระบวนการในร่างจะบังคับให้มาอยู่ในร่างมนุษย์แทนเพื่อเก็บรักษาพลังงานที่เหลือให้อยู่นานที่สุด


ซึ่งโชคร้ายที่ข้าดันเป็นอย่างหลัง


               มังกรมักทนไม่ดื่มไม่กินได้เป็นอาทิตย์ หรือบางตัวแข็งแกร่งมากก็เป็นเดือน ตอนนั้นข้าไม่เข้าใจบทลงโทษ ไม่ยอมรับความผิดที่ไม่ได้ก่อ เลยต้องทนในสภาพถูกล่ามอดข้าวอดน้ำไปเกือบสองอาทิตย์ บอกตามตรงว่าจิตใจข้ายังไม่ยอมแพ้ แต่ร่างกายข้ากลับหมดสภาพ มันกลับมาเป็นมนุษย์ ปลอกคอเลยหลุดออก และเจ้าหญิงถึงขอให้คนมาช่วยพยาบาลข้า


ตอนนั้นนางร้องไห้ ขอโทษข้ายกใหญ่ ทำให้ข้าเพิ่งรู้ว่าต้วเองคงทิฐิเกินไป ความจริงสิ่งที่นางขอไม่ได้ยากเย็นอะไร และการที่ข้าดื้อแพ่งมันทำใครเดือดร้อนอีกมากมาย หลังจากนั้นข้าเลยยอมเป็นเพื่อนกับนาง แล้วรับรู้หน้าที่จริงๆ ของตัวเอง


มือหยาบกร้านต้องหยิบแปรงที่เหมือนจับนิดเดียวก็จะหักคามือแปรงผมให้วอร์เรน นางหัวเราะคิกชอบใจเล็กน้อย ในขณะที่ข้าก็สางเส้นผมสีทองดุจแพรไหมนั้นเบามือที่สุดเท่าที่มังกรตัวหนึ่งจะทำได้


มันต้องใช้สมาธิมากกว่าการจับดาบนัก เมื่อเราไม่ถนัดเรื่องความอ่อนโยน อย่างเช่นการแปรงผม


เจ้าไม่รู้สึกเสียใจกับแผลบนหน้าเหรอเสียงไพเราะคุ้นหูของร่างบางบนเก้าอี้ทักขึ้นมา จนข้าต้องเงยมองนัยน์ตาหวานสีฟ้านภานั่นผ่านกระจกบานสูงตรงหน้า


และนั่นทำให้ข้าเห็นภาพสะท้อนของตนเองในนั้นเช่นกัน... และมันเป็นอะไรที่ตรงกันข้ามกับร่างเล็กบางอีกคนเกือบจะสิ้นเชิง


ข้ายังดูเป็นเด็กสาวอยู่บ้าง หากไม่คิดเข้าข้างตัวเองเกินไปนัก ในร่างมนุษย์รูปร่างข้าค่อนข้างสูงและดูแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อยตามเชื้อพันธุ์แห่งเผ่ามังกร ผมข้ามีสีดำยาวที่ถูกรวบตึงเป็นหางม้าเพื่อความคล่องตัว แต่มันไม่ได้นิ่มลื่นนักหรอก ขณะผิวข้าค่อนข้างขาวจนซีด


ใบหน้าไม่จัดว่าดีหรือแย่นัก แต่อาจเรียกว่าแย่สำหรับผู้หญิง เพราะเสี้ยวใบหน้าด้านขวามือของข้ามีรอยแผลบาดขนาดใหญ่สองรอยพาดอยู่ที่ผิวแก้ม และรอยหนึ่งยาวพาดผ่านไปถึงดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลึกของข้าด้วย


จำได้ไหมตอนแรกที่ข้าเล่าว่ามีเจ้าชายและผู้กล้าหลายคนมาที่นี่ ไม่มีใครผ่านด้านแรกมาได้ เว้นคนหนึ่งที่เกือบฆ่ากันตาย


นั่นแหละเจ้าของรอยแผลบนหน้าข้า แผลที่ฝากไว้เกิดจากดาบที่ตีจากแร่ศักดิ์สิทธิ์ แน่นอนว่าเผ่าพันธุ์อย่างเราสามารถรับมือและรักษาแผลของตนให้หายสนิทได้ แม้จะเจออาวุธร้ายเพียงใด แต่ไม่ใช่กับพวกอาวุธธาตุศักดิ์สิทธิ์


ตอนที่เขาชักดาบขึ้นมา เกล็ดหลังคอข้าตั้งชันรับรู้ได้ทันที เราสู้กันไม่กินไม่นอนสามวันติด ในฐานะมังกร ข้าทนได้เป็นอาทิตย์ แต่ไม่ใช่กับเจ้าอัศวินในชุดเกราะนั่นแน่


หมอนั้นเก่งใช้ได้ แต่เหมือนยังเยาว์นัก ดูเหมือนมาถึงที่นี่ด้วยแรงขับจากความเยาว์วัยนั่นล้วนๆ


ฝีมือยังพัฒนาได้มากกว่านี้ หากใช้เวลาและสติเพิ่มขึ้น อีกสักปีสองปีคงเก่งขึ้นจนแทบเป็นคนละคน... แต่ก็นั่นแหละ มันไม่ใช่วันนี้


วันนั้นเขาแพ้ แต่ข้าประมาท เลยได้แผลมาอย่างที่เห็น และเกือบเสียตาขวาหากหลบดาบศักดิ์สิทธิ์นั่นไม่ทัน แต่ถึงอย่างไรข้าก็ชนะ เขานอนหมดแรงในช่วงฟ้าสางของเช้าวันที่สี่ ข้ายังจำความแสบร้อนตอนแสงอาทิตย์ส่องกระทบแผลสดใหม่ของข้าได้ดี


น่ายกย่องในความอึด


และในวันที่ห้าก็มีคนมาพาตัวเขาออกไป นั่นทำให้ข้าพอจะรู้ว่าเขาคงมีฐานะสูงส่งไม่น้อย เพราะพวกที่มาช่วยเขาเป็นกองอัศวินแทบทั้งกอง ทุกคนคุกเข่าเคารพ ก่อนยกร่างปวกเปียกใต้ชุดเกราะไปบนรถม้าหรูหรา ที่มีตราสัญลักษณ์ด้านหลังเป็นภาพดาบเคลย์มอร์ปักกลางอกมังกรออกไปจากป่า


ข้าเกลียดตรานั่น


และแม้สู้กันมาสามวันสามคืนติด แต่ข้าก็ไม่เคยเห็นหน้าเขา มนุษย์นั่นใส่หมวกเหล็กปิดหน้าตลอดเวลา อีกอย่างนั่นไม่ใช่เรื่องสาระสำคัญอะไรที่ข้าต้องสนใจ และมันก็เป็นเรื่องที่นานเกือบปีแล้ว


รอยแผลสำหรับข้าเป็นเหมือนเหรียญเกียรติยศข้าตอบนางไปเหมือนเช่นทุกที ไม่รู้ว่ามันเป็นเกียรติยศจริงรึเปล่าด้วยซ้ำ ข้าแค่ไม่สนใจมัน


เกียรติยศอะไรกัน เด็กผู้หญิงไม่ควรมีรอยแผลใหญ่พาดอยู่บนหน้านะ


แต่ข้าเป็นมังกรเฝ้าหอคอย ไม่ใช่เจ้าหญิงบนหอคอย... ข้าเงียบพยายามไม่ต่อเรื่อง ปล่อยให้วอร์เรนเทศนาเรื่องความงามของผู้หญิงไปเช่นทุกครั้งหลังข้าได้แผลมา


ความจริงเผ่าพันธุ์มังกรนั้นส่วนใหญ่จะดูแข็งแกร่งและสง่างามเมื่ออยู่ในร่างมนุษย์ แต่อาจไม่นับข้า... ข้าไม่ใช่สายพันธุ์แท้


ไม่ได้หมายถึงเป็นลูกครึ่งมนุษย์หรืออะไร ข้าก็ยังเป็นมังกรเต็มตัว เพียงแต่แม่ข้าเป็นมังกรไร้สายพันธุ์ เป็นเหมือนพันธุ์ที่ตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษผสมข้ามสายพันธุ์กันมาตั้งแต่แรก จนปัจจุบันป็นสายพันธุ์ที่ระบุแน่ไม่ได้ 


พวกมังกรไร้สายพันธุ์มักมีพลังไม่เสถียร ดังนั้นพวกนี้ทั้งหมดจึงประจำอยู่ในป่า ไม่ได้ทำงานรับใช้จอมมาร

ส่วนข้าที่ได้เข้ากองทหารปลายแถวมา นั่นก็เพราะเชื้อสายครึ่งหนึ่งของพ่อล้วนๆ


มังกรพันธุ์บลูไฟเออร์ สายพันธุ์มังกรที่มีน้อยจนแทบสูญพันธุ์ หรือความจริงอาจสูญพันธุ์ไปแล้วข้าก็ไม่แน่ใจ ว่ากันว่าพ่อข้าเป็นพันธุ์แท้ที่เพิ่งถูกพบเจอในรอบพันปี มังกรสายพันธุ์นี้รักอิสระมาก และในขณะเดียวกันก็แข็งแกร่งมาก


แต่ที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่เพราะมีพละกำลัง และความอึดมากกว่ามังกรสายพันธุ์ไหน พวกเราค่อนข้างจะตัวเล็กกว่ามังกรทั่วไปด้วยซ้ำ แต่เรามีความไว เร็ว แม่นยำ ไฟสีน้ำเงินของพวกเราทรงอานุภาพที่สุดในบรรดาสายพันธุ์มังกรทั้งหมด และเหนืออื่นใด สายพันธุ์นี้ชาญฉลาดนัก


แต่ก็อย่างที่บอกว่าสายพันธุ์บลูไฟเออร์รักอิสระมาก  และพ่อข้าก็ซื่อสัตย์กับสายเลือดของตัวเองอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เลยเลือกแต่งงานกับแม่ข้า แทนจะหามังกรสายพันธุ์เดียวกันตามธรรมเนียม เพื่อสืบเชื้อสายที่แข็งแกร่งต่อไป


ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมพันธุ์บลูไฟเออร์ถึงใกล้สูญพันธุ์ หรือสูญพันธุ์ไปแล้ว เพราะอย่างที่บอก มังกรสายพันธุ์นี้รักอิสระ ไร้กฏเกนฑ์และธรรมเนียม มักไม่อยู่ใต้อานัติใคร ชอบร่อนบินบนฟ้าพร้อมนกนางนวล มากกว่าให้ใครขี่หลังออกสนามรบ พวกเรารักความอ่อนนุ่มของผืนหญ้ามากกว่าตราสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศบนบ่า


แต่กระนั้นพ่อข้าก็ทำหน้าที่เป็นอัศวินให้จอมมาร ก่อนถูกเลื่อนเป็นแม่ทัพนำทัพ เขาชนะทุกศึก จนเมื่อร้อยปีก่อน ตำนานบลูไฟเออร์ก็ต้องจบลงในสงครามเฮลลอร์ด สงครามที่ใหญ่ที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์มวลมนุษย์ชาติ


มันเป็นสงครามที่มนุษย์ ปีศาจ ภูตและสายพันธุ์ต่างๆ ในโลกรวมมือกันต่อสู้กับบางอย่างที่มาจากใต้โลก


อยู่ดีๆ มันก็โผล่ขึ้นมา สูบพลังแห่งชีวิตและธรรมชาติไปเกือบสิ้น มนุษย์เริ่มล้มตายก่อน ตามด้วยเหล่าภูต และไม่นานก็มาถึงเหล่าปีศาจ มันทำสมดุลทุกอย่างในโลกพังทลาย เติมสีดำบนตราชั่งมากกว่าสีขาวจนธรรมชาติเสียสูญ


บ้างว่ามันคือบทลงโทษของผู้สร้างโลก หรือพระเจ้า


แม้โดยพื้นฐาน มนุษย์ ปีศาจ และเหล่าภูตต่างๆ จะทำสงครามกันอยู่เสมอ แต่พวกเราต่างก็ถ่วงสมดุลในโลกมาตลอด ไม่ให้สีขาวมากเกินไปหรือสีดำมากเกินไป แต่สิ่งที่มาจากใต้โลกนั้นไม่ใช่


ในสงครามนั้น ทุกเผ่าพันธุ์ทุ่มสุดตัวเพื่อรักษาโลกทั้งใบของตนไว้ และนั่นทำให้ข้าสูญเสียพ่อไป แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ทุกเผ่าพันธุ์ตระหนักถึงความแข็งแกร่งของจอมมารที่นำทัพครั้งนั้น


หลังสงครามจบ เราก็กลับมาเป็นเช่นเดิม อาจพักรบเพื่อกลับไปฟื้นฟูบ้านเกิดของเผ่าพันธุ์ตน แต่ห้าสิบปีให้หลัง สงครามเล็กๆ ระหว่างเผ่าพันธุ์ก็เกิดขึ้นอีกอีกเนื่องๆ เป็นวัฐจักร


ส่วนตัวข้าในร่างมังกรนั้น ถ้าดูผิวเผินจะเหมือนพันธุ์บลูไฟเออร์ไม่ผิดเพี้ยน เพียงแต่เกล็ดสีดำข้าหนาไม่เท่าพ่อ ไฟสีน้ำเงินก็สีจางกว่า และที่ปลายหางไม่มีใบมีดแบบเดียวกับเขา ที่ได้บรรจุทหารมาก็เพราะความเป็นลูกของบลูไฟเออร์ในตำนานล้วนๆ


แต่ความจริงข้าก็ไม่ได้อยากเป็นทหารนัก ถ้าไม่คิดว่าแม่ข้าที่เพิ่งเสียไปหลังพ่อตายเมื่อสามสิบปีที่แล้วอยากเห็นข้าในชุดเกราะแบบพ่อ ข้าคงเที่ยวเล่นไปเรื่อย


สัญชาตญาณของข้าก็ยังเหมือนบลูไฟเออร์ทุกตัว ข้าอยากนอนเล่น กลิ้งตัวบนผืนหญ้าอ่อนๆ หรือบินไปทั่วท้องฟ้ากว้าง อาบโคลนเย็นๆ ในหน้าร้อน ใช้ชีวิตอิสระตามใจชอบ


แต่ถึงอย่างไร้ความเป็นมังกรในตัวก็สั่งให้ข้าซื่อสัตย์ และทำหน้าที่ของตนอย่างสุดความสามารถมากกว่ามานอนฝันกลางวัน... แม้หลายครั้งข้าจะแอบนอนหลับตอนกลางวันก็เถอะ


มือขาต้องหยุดแปรงผมนิ่มลื่นของวอร์เรน เมื่อได้ยินเสียงรถม้าโขยกเขยกมาแต่ไกล เสียงนั้นคุ้นหู บ่งบอกดีว่าเป็นขบวนรถบรรณาการของจอมมาร ที่จะส่งของขวัญต่างๆ มาให้เจ้าหญิงสองอาทิตย์ต่อครั้งเช่นทุกที


ข้าต้องขอตัวกับวอร์เรน บินออกไปที่นอกหน้าต่าง เพื่อต้อนรับผู้มาเยือน


ข้าคุกเข่าข้างหนึ่งนิ่งที่พื้น ศีรษะก้มลงนิด รอผู้ที่จะลงมาจากรถม้างามสง่า ซึ่งมียูนิคอร์นสองตัวเป็นผู้ลากพามาอย่างสงบเสงี่ยม


และเมื่อรถม้าจอดสนิท ร่างอรชรในเสื้อผ้าพลิ้วไหวเหมือนสายลม และงดงามเหนือคำบรรยายของเอลฟ์สาวตนหนึ่งที่ทำหน้าที่เสมือนนางกำนัลก็ก้าวลงมาจากรถ ก่อนมอบหีบไม้ที่สลักลวดลายอย่างวิจิตรมาให้ข้า พร้อมดอกลิลลี่สีขาวสะอาดอีกหนึ่งช่อ


นางไม่ได้เอ่ยสิ่งใด นอกจากส่งยิ้มน้อยๆ และเดินกลับขึ้นรถม้าไป ก่อนรถม้าที่เหมือนภาพฝันนั่นจะค่อยๆ โขยกเขยกไปตามทางดินแคบๆ และเหมือนค่อยๆ เลือนหายไปกับสายหมอก เมื่อห่างออกไปเรื่อยๆ


ข้าจำต้องบินกลับขึ้นมายังชั้นบนของหอคอยที่มีเจ้าหญิงองค์น้อยรออยู่ ก่อนจะย่อกาย ส่งของในมือให้นาง


ของขวัญของจอมมารที่นำมาถวายองค์หญิงวอร์เรนค่ะ


ข้าไม่รับหรอก ข้าไม่ได้อยากได้ของขวัญซะหน่อย อยากออกไปจากที่นี่ต่างหากเล่าวอร์เรนสะบัดหน้าสวยๆ หนีของในมือข้าทันที สีหน้านางแสดงชัดว่าไม่ชอบจนเข้าขั้นรังเกียจกล่องไม้เนื้อดี และช่อดอกลิลลี่ที่ส่งยื่นให้


แต่จอมมารทรงรัก และอยากอภิเษกกับท่านมากนะคะ น่าจะทรงรับไว้ข้าพยายามหาทางกล่อมนาง


ข้าไม่แต่งงานกับจอมมารของเจ้าหรอก ได้ยินว่าทั้งโฉดชั่ว โหดร้าย เจ้าเล่ห์ ชั่วช้า และอัปลักษณ์ที่สุดร่างบางยังดื้อดึง พร้อมกระแทกเสียงขู่ฟ่อเหมือนแมวใส่ ขณะต่อว่าเจ้าของบรรณาการไม่ขาดปาก จับข้ามา และคิดจะบังคับแต่งงาน น่ารังเกียจที่สุด!


               ข้าเหนื่อยใจกับความดื้อดึงของนาง แต่ก็ไม่อยากขัดใจนัก เพราะนางจะประชดด้วยการไม่กินข้าวกินน้ำ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น จะเป็นข้านี่แหละที่โดนลงโทษอีก


แต่อย่างไรข้าก็ต้องพยายามต่อ ถ้าเช่นไรก็รับ...


ไม่เอา! หน้าก็ไม่เคยเห็น ส่งแต่ของมา คิดว่าข้าจะดีใจรึไง คงจะอัปลักษณ์จนไม่กล้าให้ข้าเห็นเลยสิท่า


คำว่าครั้งนี้ทำให้ข้าต้องนิ่งไปครู่ อย่าว่าแต่องค์หญิงวอร์เรนไม่เคยเห็นหน้าจอมมารเลย แม้แต่ข้าที่รับใช้พระองค์มาหลายปีก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อนเช่นกัน


เรื่องอัปลักษณ์หรือเปล่า ข้าไม่ได้สนใจ หรือรู้ได้ แต่ข้าไม่คิดว่าผู้ที่อดทนส่งของบรรณาการ ทั้งดอกไม้ เสื้อผ้า และทุกสิ่งให้หญิงสาวผู้เป็นที่รักปรารถนา แต่โดนทำเย็นชา หรือต่อว่ากลับไปเสมอจะโหดเหี้ยมชั่วร้าย


ถึงพระองค์จะลักพาเจ้าหญิงมา แต่ก็ไม่เคยล้วงล้ำ หรือทำสิ่งใดที่น่ารังเกียจเลย ทั้งที่สามารถทำได้ง่ายดายเพียงพลิกฝ่ามือ แถมยังส่งคนมาเป็นเพื่อนเล่นเพื่อคลายเหงา พร้อมๆ กับเป็นองค์รักษ์ที่ปกป้องเช่นข้ามาด้วย แล้วพระองค์จะเลวร้ายได้อย่างไร


หรือเป็นเพราะข้าเข้าข้างราชาของตัวเองมากเกินไปจริงๆ


ทว่าเมื่อวัยเยาว์ที่พ่อเคยพาข้าเข้าเฝ้าพระองค์ แม้จะอยู่หลังม่านสีดำจนดูมืดมนและน่ากลัว ทว่ามีดสั้นที่ประทานให้เป็นการรับขวัญในฐานะที่เป็นบุตรสาวของแม่ทัพคนสำคัญนั่นไม่ใช่สิ่งที่ให้แค่ขอไปที


อาจเพราะข้าไม่ใช่เด็กที่มีคนเอ็นดูและเอาใจใส่นัก สิ่งของที่นานๆ ที่ได้รับจากผู้อื่น โดยที่ไม่ใช่ของที่ถูกให้ส่งๆ มาจึงมีค่ามากมายนัก ที่สำคัญสุรเสียงในความทรงจำของพระองค์ ก็ไม่ได้โหดร้ายเลย... อาจเย็นชา แต่ไม่ได้โหดร้าย


แม้กลุ้มใจกับความเอาแต่ใจขององค์หญิงน้อยตรงหน้า ข้าก็ยังต้องเกลี้ยกล่อมนางเพื่อราชาข้าต่อ


แต่จอมมารก็ให้ทุกสิ่งที่ท่านปรารถนา แม้แต่สร้องไข่มุกน้ำตาเงือกบนคอท่าน ที่ท่านเคยร้องอยากได้ตอนอ่านนิทาน องค์ราชาก็หามาให้ แล้วก็...


ไม่ต้องพูดแล้ว เจ้าก็เข้าข้างเจ้านายตัวเองนั่นแหละ ต่อให้เขาข่มเหงข้า เจ้าก็จะเห็นดีเห็นงามด้วยงั้นสิ!วอร์เรนตวัดเสียงสูงเข้าใส่ และครั้งนี้ข้าเห็นนางเริ่มมีน้ำตาคลอหน่วง ไม่ได้เกิดจากความเสียใจข้ารู้ แต่เกิดจากความไม่ได้ดั่งใจต่างหาก


ซึ่งเมื่อระเบิดอารมณ์ใส่ข้าเสร็จ นางก็เดินไปยังกรอบหน้าต่างบานใหญ่ พร้อมตะโกนขึ้นท้องฟ้าราวหวังให้มันส่งถึงเจ้าของบรรณาการ


ถึงยังไงถ้าไม่ยอมให้เห็นหน้า ก็อย่าหวังว่าข้าจะรับอะไรจากเจ้าอีกเลย ข้าจะเอามันไปทิ้งให้หมด!” 


จบคำนางก็เดินกระแทกเท้าไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง จับแปรงมาหวีๆ ผมอย่างมีโทสะ แต่ก็ไม่ได้ทำแรงมาก เพราะคงกลัวเจ็บอยู่บ้าง ขณะใบหน้าหวานหยดเง้างอน และไม่ยอมสบตาข้าที่นั่งคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้นอยู่แบบนั้นอีก


ข้าต้องถอนหายใจ ก้มศีรษะลานางอย่างเสียไม่ได้ ก่อนบินออกไปจากหอคอย พร้อมหอบหีบไม้และช่อดอกลิลลี่สีขาวไปด้วย เพื่อนำไปยังที่ที่หนึ่ง


กระท่อมไม้ที่อยู่ด้านหลังหอคอยเป็นสิ่งที่ข้าสร้างเองหลังมาอยู่ที่นี่ไม่นาน ข้าต้องเดินเข้าไปในกระท่อม เปิดประตูออก และภายในนั้น มีแต่ข้าวของมากมาย และดอกไม้นานาพันธุ์ในแจกันหน้าตาแปลกๆ อยู่ทั่วทุกมุมห้อง


โชคดีที่ดอกไม้ที่ถูกส่งมาถูกร่ายเวทไม่ให้เหี่ยวเฉา มันเลยยังคงสดใหม่ และเบ่งบานในที่ใส่เก่าๆ ที่ข้าพอจะหามาใส่ได้เสมอ และทั้งหมดคือของบรรณาการจากราชาของข้าที่ส่งมาให้เจ้าหญิงวอร์เรน แต่วอร์เรนสั่งให้เอาไปทิ้ง ยิ่งโตนางก็ยิ่งสั่งให้ทิ้งมากขึ้น... แต่ข้าเองกลับทิ้งไม่ลง


ไม่ใช่เพราะเป็นของมีมูลค่ามากจึงไม่กล้าทิ้ง ทว่าข้าไม่กล้าทิ้งความตั้งใจ และหวังดีที่อยู่ในสิ่งของพวกนี้ต่าง

หาก


และเจ้ากล่องไม้ที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้างในเป็นอะไรกับช่อดอกลิลลี่นี้ ก็คงได้เป็นเพื่อนใหม่กับสิ่งของที่อยู่ที่นี่อีกเช่นกัน


ข้าไม่เข้าใจวอร์เรนนัก ทำไมนางถึงยังเฝ้ารอเจ้าชายที่จะมาช่วยนางบนหอคอยแห่งนี้ ในเมื่อบางทีคนพวกนั้นอาจมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงมากกว่าการช่วยเหลือ หรือเชื่อในรักนิรันดร์เช่นนางในขณะที่จอมราชาแห่งปีศาจ คอยปรนเปรอนางด้วยของมีค่า เสื้อผ้า ดอกไม้ และข้าวของมากมาย พร้อมความสุขสบายทุกอย่าง ทำไมถึงไม่เปิดใจจะรับดู


แม้ไม่เคยเห็นหน้ากัน แต่ยอมต้องดีกว่าคนที่ไม่รู้ว่ามาด้วยจุดประสงค์อะไรที่อยู่ด้านล่างหอคอยสูงแห่งนี้แน่


หรือนี่คือหนึ่งในรอยรั่วของหัวใจมนุษย์งั้นเหรอ


หรือเป็นเพราะข้าเป็นเพียงมังกรปลายแถว ไม่เคยถูกให้ความสำคัญเช่นนาง เลยไม่อาจเข้าใจได้ว่าผู้ที่ถูกรักมากๆ นั้นต้องปฏิบัติอย่างไร


สำหรับข้าแค่ของชิ้นหนึ่งที่ถูกใครสักคนให้มาด้วยความตั้งใจ มันก็มีค่ามากพอแล้ว


แต่ไม่ว่าอย่างไร ถ้าจอมมารต้องการแต่งงานกับเจ้าหญิงวอร์เรนจริงๆ...  สักวันพระองค์ต้องมาพบนาง


               หวังเพียงว่าวอร์เรนจะรับรักจากพระองค์ และข้าอาจได้ปลดระวาง ไปนอนกลิ้งในทุ่งหญ้า และสูดกลิ่นดินชื้นๆ ตามใจปรารถนา  


               หวังว่าเพียงให้จอมมารมาพบนางในเร็ววัน... มา และได้ครองคู่กับเจ้าหญิงที่พระองค์ปรารถนาไปชั่วกาล เหมือนรักนิรันดร์ที่องค์หญิงน้อยของพระองค์เชื่อ 



















 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 444 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,398 ความคิดเห็น

  1. #13318 Kapukkapik (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 22:34
    สนุกมากกกกกก คุ้มกับที่รอเลยค่ะ สงสารเนียร์คงเจ็บมากๆ เลจี้รีบหาทางรักษานะ 
    #13,318
    0
  2. #13165 janeicelet (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 20:11
    มาอ่านซ้ำอีกรอบค่ะ ช่วงหลังๆ ดองไว้หลายตอนจนลืมเนื้อเรื่อง...
    #13,165
    0
  3. #13077 เมจิกโคโค (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 18:54
    ปกติอ่านแต่นิยายวาย เห็นเรื่องนี้นานเเล้วล่ะ แต่เพิ่งคิดจะอ่าน บรรยายดีมากคนับ
    #13,077
    0
  4. #12800 ๛RapunZel๛ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 12:09
    ชอบมากกเลยค่ะะะ
    #12,800
    0
  5. #12786 lilhan12 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 09:32
    แฮ่พอเห็นว่าเป็นไรท์เตอร์นี้รีบกดเข้ามาอ่านเลยไม่ผิดหวัง*_*

    รอความละมุนของนางเอกอยู่น้าฮือ
    #12,786
    0
  6. #12724 YukiKiyu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 13:17
    บรรยายดีมากครับ
    #12,724
    0
  7. #12589 Barea (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 21:56
    เพิ่งได้มาอ่าน บรรยายดีมากกกก ชอบมากๆ นางเอกแบบนี้คือแบบที่เราชอบเลย
    #12,589
    0
  8. #12437 กระบี่ไร้คม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 18:59
    ยาวมากอ่านนานมากกว่าจะจบตอน
    #12,437
    0
  9. #12432 taetapp (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 14:54
    แค่ตอนแรกก็น่าติดตามมากเลย ชอบบบ
    #12,432
    0
  10. #12201 sugarmale (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:01
    สนุกอ่าา ชอบๆๆๆๆ
    #12,201
    0
  11. #12200 sugarmale (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:01
    สนุกอ่าา ชอบๆๆๆๆ
    #12,200
    0
  12. #12195 kattareyatu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:45
    สนุกค่ะ..
    #12,195
    0
  13. #11776 ~LufaH~ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 13:01
    เพิ่งเข้ามาอ่านค่ะ สนุกมากเลย ติดตามต่อไปนะคะ
    #11,776
    0
  14. #11495 thongfoo7 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 13:43
    มาอ่านใหม่อีกรอบ จินตนาการตามว่าองค์หญิงคือแอล แฟนนิ่ง
    #11,495
    0
  15. #11382 Sara (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 21:24
    มาอ่านใหม่ หัวใจมังกร คือหัวใจที่ใส่ให้วอเรนหรือเปล่า
    #11,382
    0
  16. #11308 ท้องฟ้าฤดูใบไม้ผลิ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 19:01
    มังกรนี้คล้ายนาคอยู่หน่อยๆจริงๆด้วยค่ะ
    ผู้หญิงหน้าตาธรรมดาแต่เข้มแข็ง รักอิสระ แต่ก็เต็มที่กับหน้าที่
    ขอบๆ >w<
    #11,308
    0
  17. #11301 แก้วพิรุณ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 00:00
    ห่างไปนานเลยต้องมาไล่อ่านใหม่อีกรอบ5555
    #11,301
    0
  18. #11299 Be Yah (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 18:56
    ตามมาอ่านรีไรท์ใหม่ค่ะ
    #11,299
    0
  19. #11282 เหมียวขนฟู (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 09:36
    ตอนที่บรรยายถึงร่างมนุษย์ของเนียร์ ...ตามเผ่าพันธุ์นังกร -> มังกร
    #11,282
    0
  20. #11281 Opor (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 09:27
    พี่แบงค์ยังมีคำผิดอยู่นะแต่เราดูให้แล้ว
    *ช่วงสิบถึงเจ็ดสิบแปดปี (ช่วงสิบเจ็ดถึงสิบแปดปี)อายุมันจะดูเยอะไปหน่อยนะ
    *ฐิทิ>ทิฐิ (ตัวเองคงฐิทิเกินไป)
    *ตามเชื้อพันธุ์แห่งเผ่านังกร(มีแต่มังกรนะคะนังกรไม่มี)
    *ห้างม้า>หางม้า
    *ท่วงสมดุล>ถ่วงสมดุล
    *หลังสมครามจบ >สงคราม
    *ก็เกินขึ้นอีก >ก็เกิดขึ้นอีก
    ช่วยดูคำผิดให้เผื่อมองไม่เห็น ^^
    #11,281
    0
  21. #11276 เต่าหมุน^0^ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 23:39
    รีไรท์ยังแอบเจอคำผิด(รึเปล่า)เบาๆ
    ไฟค้างอยู่ที่...หอคอย...น่าจะเป็นคอหอยรึเปล่า
    #11,276
    0
  22. #11275 fusePb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 23:23
    แง้ นึกว่าตอนใหม่มาแล้ว เสียจุยยยย รอตอนต่อไปอย่างใจจดจ่อออ
    #11,275
    0
  23. #11127 นึกอะไรไม่ออก (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 13:35
    ทำไมรู้สึกไม่ชอบยัยเจ้าหญิงจัง อ๋อ เพราะเราเป็นสายดาร์กเกลียดพวกโลกสวยนี่เอง
    ชอบเนียร์มากค่ะ ชอบนิสัยนาง
    #11,127
    0
  24. #9708 pimchanoksirip (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 15:44
    รวมเล่มเถอะค่ะ จะซื้อ จะเอาๆๆๆๆๆๆ
    #9,708
    0
  25. #9610 Tuna (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 22:27
    เข้ามากะจะหาอะไรเกียวกับมังกรอ่านเล่น...คือแบบ ดีงามมากกกค่ะ ><
    คือส่วนตัวชอบแนวผู้หญิงเท่(แต่ลึกๆแอบอ่อนแอ)อยู่แล้ว
    ยิ่งรู้ว่าเป็นคนแต่งคนเดียวกับคิวบิก(ตกข่าว....)กับผลงานที่ลงhorror hourแล้วยิ่งอึ้ง
    //คือเคยตาม 2 ผลงานนี้แล้วชอบแต่ไม่ยักรู้ว่าคนเดียวกัน5555+ 

    เนื้อเรื่องดีค่ะ บรรยายความรู้สึกนางเอกออกกมาได้ดี ไม่ยืด แอบฮาตอนนางกลืนไฟลงท้องแล้วบ่นร้อน555+
    แต่แอบมีคำผิดอยู่นิดหน่อยนะคะ อย่าง วัฏจักร กับ ปรารถนา
    แต่โดยรวมเนื้อเรื่องดีค่ะ นางเอกน่ารัก พยายามต่อไปนะคะ ^ ^

    #ใครหวังรวมเล่มยกมือขึ้น!
      
    #9,610
    0