บทความผีเข้าของ B 13 s.t

ตอนที่ 5 : โซเคนโย ยู (จบในตอน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5017
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    23 เม.ย. 55


เพราะฉันคือศูนย์กลางแห่งสามสายเลือนั้น

แต่แม้เป็นศูนย์กลาง

ทว่าก็คือหายนะ

ที่ยังต้องให้สามสายเลือดเดินต่อไป

 

โซเคนโย ยู

 

          “เห็นเธอรึยัง... นักเรียนใหม่น่ะ”

            เพียง คำถามแรกจากเด็กสาวในเครื่องแบบนักเรียนปกกระลาสีเรือของโรงเรียนรัฐบาลมี ชื่อเอ่ยขึ้น ก็เรียกความสนใจจากเด็กนักเรียนหญิงในห้องให้หันไปเปิดบทสนทนาทันใด

            “ที่เพิ่งย้ายมาจากโตเกียวใช่ไหม” เสียงกระตือรือร้นแหลมสูงอีกเสียงว่าขึ้นทันใด พร้อมรีบสำทับ “เธอเป็นคนของบ้านใหญ่ด้วย”

            “โอกุเระ... ตระกูลองเมียวจิโอกุเระเก่าแก่นั่นใช่ไหม... สุดยอด งั้นก็เป็นลูกคุณหนูน่ะสิ” เด็กสาวอีกคนร้องขึ้นตามอย่างตื่นเต้น

            “เห็น ว่าที่ใช้คนละนามสกุลเพราะตอนนี้ใช้นามสกุลพ่อเลยไม่ใช่โอกุเระ แต่เพราะเป็นหลานสาวคนเดียวของโอกุเระยังไงก็คงจะเป็นเหมือนไข่ในหินเลย มั้ง” คนเปิดหัวข้อสนทนาวิจารณ์อย่างออกรสตามข้อสันนิษฐานของตนเอง ก่อนยืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิว่า “แล้วฉันเห็นหน้าหล่อนแล้วด้วย ในห้องพักครูเมื่อกี้นี้เอง”

            “ห๊า!” เสียงสาวๆ ประสานขึ้นห้องกัน แล้วมองคนต้นเรื่องตาโต

            “เป็นยังไงๆ สวยไหม” หนึ่งในเพื่อนสาวรีบแทรกถามก่อนคนแรก

            ครั้ง นี้คนยืดอกอย่างภูมิใจตัวหดลงมาทันใด ก่อนอ้อมแอ้มตอบเพื่อนอย่างเสียไม่ได้ว่า “เห็นหน้าไม่ชัดเท่าไหร่... แต่คิดว่าคงไม่เบามั้ง”

            “ไม่ ได้เรื่องเลย ฉันก็นึกว่าเห็นมากับตาจริงๆ” เสียงสูงในกลุ่มว่าขึ้นอย่างเบื่อหน่ายโดยไม่ปิดบังในความไม่ได้ความของ เพื่อน ในขณะที่คนโดนปรามาสทางสายตาจากเพื่อนทั้งกลุ่มก็ต้องหาทางแก้ตัวอย่างรวด เร็ว

            “ก็กับตาจริงๆ...อย่าน้อยก็รู้ว่าผมสีดำของเธอสวยมากๆ ก็แล้วกัน แถมสีตาน่ะ...”

“ว่า แต่ทำไมย้ายมาเรียนที่ซัปโปโรได้ เป็นฉันเรียนอยู่ที่โตเกียวต่อดีกว่า ไม่มาบ้านนอกแบบนี้หรอก” หากยังไม่ทันจบคำดี เพื่อนในกลุ่มเธอก็เปลี่ยนเรื่องเอาดื้อๆ อย่างแสดงชัดว่าหมดความสนใจหัวข้อสนทนาแรกแล้ว ซ้ำยังหันไปแสดงคามคิดเห็นกับคนอื่นแทนคนต้นเรื่องด้วย

“สงสัย จะเพราะเรื่องแผ่นดินไหวเมื่อสามเดือนก่อนมั้ง มีคนเจ็บกับคนตายเยอะเลยนี้ หลายที่ในโตเกี่ยวพับยับไม่มีชิ้นดี” เด็กสาวข้างตัวออกความเห็นทันใดเมื่อนึกถึงเรื่องข่าวครั้งใหญ่ที่เพิ่งเกิด ขึ้นเมื่อสามเดือนที่แล้ว เมื่อยู่ๆ คืนหนึ่งเมื่อสามเดือนก่อนในโตเกี่ยวก็เกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง มีคนบาดเจ็บและล้มตายไปหลายชีวิต แถมยังมีคนบอกว่าเห็นปรากฏการประหลาด เช่น มีคนเห็นเงาหมาป่าขนาดยักษ์สองตัวสู้กันเหนือน่านฟ้าของโตเกียว หรือบ้างก็ว่าได้ยินเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังก้องไปทั่วก่อนจะเริ่มเกิด แผ่นดินไหว มีแม้แต่คนเห็นหมาป่ายักษ์ตัวสีดำกำลังสะบัดหางยาวเหยียดของมันกวาดบ้าน เรือนของคนให้หายไปกับตาหลายร้อยหลังในทีเดียว ซึ่งไม่ว่าเรื่องประหลาดนั่นจะเป็นยังไงมันก็ถูกสรุปว่าเป็นแค่การอุปทาน หมู่เพราะเหตุการณ์สะเทือนขวัญ การสั่นไหว รวมถึงพวกควันและไฟไหม้ที่ก่อตัวกันอาจเป็นส่วนที่ทำให้หลายคนเห็นมีรูปร่าง เหมือนหมาป่าขนาดใหญ่ก็เป็นได้

ครืด

ยัง ไม่ทันทีใครจะออกความเห็นมากกว่านี้เสียงประตูห้องเรียนก็เปิดออก เป็นสัญญาณให้เด็กๆ ที่กำลังจับกลุ่มคุยกันต้องแยกตัวไปประจำที่โต๊ะเรียนของตนอย่างรวดเร็ว ก่อนร่างของอาจารย์ประจำชั้นเรียนจะก้าวเข้ามาเริ่มชั่วโมงโฮมรูมเช่นทุกวัน

ทว่า ครั้งนี้ต่างออกไปเมื่อนักเรียนทุกคนในห้องต้องมองตามร่างของเด็กสาวใน เครื่องแบบปกกระลาสีเรือที่เดินตามหลังอาจารย์ประจำชั้นสูงวัยเข้ามาด้วย ก่อนร่างๆ นั่นจะมาหยุดยืนอยู่หน้าห้อง พร้อมเสียงแหบนิดๆ ของชายสูงวัยที่ประจำอยู่ในฐานะอาจารย์ประจำชั้นจะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นกับเด็ก ทั้งห้องว่า

“วันนี้เรามีเพื่อนใหม่มาแนะนำ พวกเธอคงรู้อยู่แล้วนะว่าวันนี้เธอจะมา”

“ว้า ว... เห็นสีตาเธอไหม เธอใช่คนญี่ปุ่นจริงๆ เหรอ” เด็กนักเรียนชายในห้องกระซิบกระซาบกับเพื่อนข้างโต๊ะทันใดเมื่อมองไปยังร่าง บางหน้าชั้นเรียน ซึ่งคนสูงวัยที่ยืนอยู่ข้างตัวเด็กสาวจำต้องรีบอธิบายก่อนเหล่านักเรียนจอม ดื้อจะเริ่มวิพากษ์วิจารณ์รูปร่างหน้าตาของเพื่อนใหม่

“เธอมีโรคประจำตัวคือเม็ดสีตาผิดปกติ ตาเธอจะสู้แสงและออกแดดนานๆ ไม่ได้ ดังนั้นขอให้พวกเธออย่ามองเพื่อนเหมือนเป็นตัวประหลาด”

แม้ จะบอกว่าตัวประหลาดก็คงพูดได้ไม่เต็มปากนัก เมื่อพิจารณาจากรูปร่างหน้าตาของเด็กสาวที่เข้ามาเรียนใหม่วันนี้แล้ว มันห่างไกลคำว่าประหลาดไปสุดกู้ เพราะใบหน้าเรียวที่ถูกล้อมกรอบด้วยเส้นผมสีดำยาวสยายนั่นสวยและสะกดสายตาจน ราวกับมีพลังลึกลับบางอย่างซ่อนอยู่ แถมผิวสีขาวผ่องนั่นยิ่งดูขาวมากขึ้นเมื่อถูกขับด้วยเส้นผมสีดำเงางามที่ หลายครั้งเขาสังเกตเห็นว่าเวลาโดนแสงแดดประทบมันมีประกายสีเงินสะท้อนออกมา ซ้ำด้วยสิ่งที่ดึงดูดที่สุดบนใบหน้าสวยหมดจดนั้นคือดวงตาสีเงินยวงที่แม้ดู วูบไหวเล็กน้อยต่อหน้าเพื่อนหลายสิบชีวิตในห้อง ทว่ามันก็มีอำนาจบางอย่างแฝงอยู่ เขาแทบดูไม่ออกว่าเธอมีเชื้อสายของคนต่างชาติรึเปล่า หากโครงหน้า สีผม สีตาและบรรยากาศรอบตัวเธอนั่นไม่ค่อยเหมือนคนญี่ปุ่นเท่าไหร่นัก

ใน ห้องที่กลับมาเงียบอีกครั้งหลังจากจบคำอาจารย์ประจำชั้น เด็กสาวเรือนสีดำประกายเงินจึ่งก้าวมาด้านหน้าตนอีกก้าวช้าๆ ก่อนเธอจะแนะนำชื่อของตัวเองแก่เพื่อนใหม่ทุกคนอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า

“โซ เคนโย ยู ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่ะ” จบคำใบหน้าเรียวก็เงยตัวขึ้นมาอีกครั้ง และกวาดมองเพื่อนในห้องช้าๆ แม้จะยังคงมีอาการณ์เกร็งบ้างเล็กน้อย พลางลอบระบายลมหายใจแผวออกมา... และหวังให้ทุกคนรู้ว่าเธอคือโซเคนโย ไม่ใช่โอกุเระ

... ใช่... โซเคนโย... ฉันชื่อโซเคนโย ยู... ยู ที่แปลว่า คุ้มครอง รักษา คุณคงเริ่มสงสัยว่าฉันเป็นใคร และทำไมถึงใช้นามสกุลโซเคนโยได้... ถ้าแบบนั้นฉันจะเริ่มเล่าย้อนเรื่องราวของฉันที่ละอย่าง

ฉัน ขอแนะนำตัวใหม่ ฉันชื่อโซเคนโย ยู อายุสิบหกปี เป็นลูกสาวของโอกุเระ โยรุที่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นโซเคนโย โยรุ ในขณะที่คุณพ่อของฉันคือโซเคนโย ไค... ใช่ โซเคนโย ไคคือพ่อของฉัน คุณฟังไม่ผิดหรอก

ดังนั้นถ้านับลำดับญาติกันแล้ว ฉันจึงเป็นหลานสาวของคุณย่าเลนยะ และคุณปู่คิอ็นจิ

แต่ ก่อนที่จะพูดถึงคุณปู่กับคุณย่า ฉันคงต้องพูดถึงครอบครัวของฉันเล็กน้อยเสียก่อน เพราะถึงแม้คุณพ่อและคุณแม่จะใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ มีครอบครัวธรรมดา คุณพ่อไคไปทำงานเหมือนพ่อทั่วไป และคุณแม่โยรุเป็นแค่แม่บ้านเหมือนแม่ทั่วไป หากตั้งแต่จำความได้ฉันรู้ดีว่าครอบครัวของเราไม่เคยเหมือนคนทั่วไปอย่างที่ เห็นภายนอก

โซ เคนโย ไค พ่อของฉันเป็นลูกครึ่งปีศาจ ท่านมีนัยน์ตาสีน้ำเงินข้างหนึ่ง และนัยน์ตาสีเงินข้างหนึ่ง ที่ได้มาจากทั้งคุณปู่และคุณย่า ตรงนั่นทำให้ฉันเบาใจขึ้นว่าอย่างน้อยช่วงวัยรุ่นก็ไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียว ที่ต้องกลุ้มกับเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเอง ฉันไม่ได้เป็นโรคเม็ดสีตาผิดปกติ เพียงแค่ต้องเอามามาใช้อ้างรูปลักษณ์ท่ผิดแปลกจากคนอื่น และที่ฉันออกแดดบ่อยๆ ไม่ได้ ไม่ใช่เพราะฉันอ่อนแอ แต่เพราะไม่อยากให้ใครมาเห็นประกายสีเงินบนผมของฉันมากนัก

พูด ถึงช่วงวัยรุ่นของคุณพ่อ ท่านเคยเล่าว่าเป็นช่วงมีปัญหาที่สุด และเป็นช่วงที่เจอกับคุณแม่ครั้งแรก...แน่นอน การพบกันครั้งแรกของท่านทั้งสองไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก หรืออาจเข้าขั้นว่าแย่มากๆ ซึ่งตรงนั้นทำให้ฉันรู้อีกเรื่องว่าตอนคุณปู่กับคุณย่าเจอกันครั้งแรกก็ไม่ ใช่เรื่องน่าประทับใจสักเท่าไหร่เหมือนกัน... ซึ่งเรื่องของคุณปู่กับคุณย่าดูจะเลวร้ายกว่านิดหน่อย

... แต่ตอนนี้ฉันมีปัญหามากกว่าเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกที่แตกต่างจากคนอื่น... ปัญหาที่ว่าคือการที่ฉันมีสายเลือดที่ไม่น่าจะมารวมกันได้... สามสายเลือดที่ไม่สมควรรวมกันเลย

เมื่อ เล่าจนมาถึงตรงนี้ทุกคนคงรู้ดีว่าฉันเป็นลูกเสี้ยวปีศาจ สืบสายเลือดโดยตรงมาจากคุณปู่คิเอ็นจิ จ้าวปีศาจแห่งป่ากักปีศาจ ในขณะที่มือข้างขวายังคงต้องเอาผ้าพันแผลปิดบังดวงตาทวารบานเชื้อสายของโซ เคนโยไม่ต่างจากคุณย่าและคุณพ่อ และในเวลาเดียวกันฉันยังต้องเตรียมขึ้นเป็นผู้นำรุ่นต่อไปของโอกุเระ ตระกูลองเมียวจิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ที่คนทั่วซัปโปโรต่างเรียกคนที่สืบสายเลือดสายตรงของผู้นำของโอกุเระว่าคน ของบ้านใหญ่

ปีศาจ นักปราบปีศาจ... และองเมียวจิ สายเลือดสามอย่างที่ไหลวนอยู่ในตัวฉัน

ตอน เด็กๆ ฉันเคยคิดว่าการมีสายเลือดพวกนี้ไหลวนอยู่ในร่างไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ฉันก็เหมือนกับเด็กทั่วไปที่มีรูปลักษณ์แตกต่างสักหน่อย แม้จะมีพลังวิญญาณมากมายก็ตามที เพราะคุณพ่อที่มีสองสายเลือดก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร หรือแม้จะเคยมีปัญหา แต่ก็คงแก้ไขได้แน่นอน ไม่อย่างงั้นคงไม่เป็นคุณพ่อคนปัจจุบันนี้ได้หรอก

ใช่... ฉันคิดแบบนั้นมาตลอด จนกระทั้งเมื่อไม่นานนี้

อย่าง ที่ฉันบอก ฉันเป็นลูกเสี้ยวปีศาจ ส่วนคุณพ่อเป็นลูกครึ่งปีศาจ และคุณปู่เป็นเลือดบริสุทธิ์... คุณพอจะเข้าใจที่ฉันเรียงลำดับบ้างไหม... เคยได้ยินไหมว่าปีศาจที่มีเลือดบริสุทธิ์น้อยลงเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีความเป็น เดรัชชานสูงขึ้นเท่านั้น... ใช่... ลูกเสี้ยวอย่างฉันคือหายนะ

ฉัน ขอเล่าย้อนตอนที่ฉันอายุห้าขวบ ตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่ฉันได้เจอคุณย่าเลนยะกับคุณปูคิเอ็นจิ ท่านทั้งสองอยู่กันสองคนที่บ้านญี่ปุ่นโบราณหลังใหญ่เหมือนสำนักฟันดาบ มีแค่พวกภูติรับใช้ที่คอยช่วยเหลือเรื่องงานบ้านต่างๆ และดูแลความเรียบร้อยในบ้าน

คุณ ย่าเลนยะ เธอเป็นผู้หญิงที่ไม่สวยมากแต่กลับดูสง่าและแข็งแรงดีแม้จะอายุมากแล้วก็ตาม ค่อนข้างดุ และนัยน์ตาสีน้ำเงินทรงอำนาจนั้นก็ทำให้ฉันขนลุกได้ไม่ยากเลย หากฉันรู้ว่าท่านก็แอบใจดี แม้จะแทบไม่เคยแสดงออก หลายครั้งปากร้ายจนคุณพ่อยังต้องร้องปรามบ่อยๆ แต่ก็โดนคุณย่าส่วนกลับจนเถียงแพ้ทุกที ดูภายนอกท่านดูน่ากลัว แม้แต่กับฉันก็ยังไม่ค่อยยิ้ม หรือไอที่เห็นว่ายิ้มอาจเป็นแสยะก็ได้ หากแต่ความจริงฉันว่าคุณย่าเลนยะรักทั้งคุณพ่อและฉันมาก แต่แค่แสดงออกไม่เก่ง

ส่วน คุณปู่... ตอนเจอครั้งแรกฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าคนๆ นี้เป็นปู่ของฉัน เพราะแม้คุณปู่จะหน้าตาเหมือนคุณพ่อ แต่บรรยากาศ กลิ่นไอ แววตากลับดูลึกลับ และทรงอำนาจมากกว่า มีเสน่ห์บางอย่างที่มีมนต์คลัง และรูปงามเหมือนไม่ใช่สิ่งมีชีวิตบนโลก ซ้ำท่านยังดูอ่อนกว่าคุณพ่อด้วยซ้ำไป ฉันก็พอเข้าใจว่าปีศาจไม่มีวันแก่ หากเห็นครั้งแรกก็อดที่จะตกใจไม่ได้ คงเพราะท่านเป็นปีศาจเลือดบริสุทธิ์เลยมีบางอย่างที่มากกว่ามนุษย์หรือลูก ครึ่งปีศาจมี

แต่ครั้งแรกที่ท่านเห็นฉัน ท่านก็ดูแปลกใจไม่น้อยเหมือนกัน ซ้ำยังหันไปถามคุณพ่อด้วยว่า

สีตากับสีผมของเด็กนี้...

ครับ... ยูเหมือนพ่อหมดเลย นั่นเป็นคำตอบที่ดูลำบากใจนิดๆ ของคุณพ่อที่ตอบคุณปู่

เพราะ ฉันเหมือนคุณปู่ เหมือนมากกว่าที่คุณพ่อเหมือน มีผมสีดำยาวสยายประกายเงิน และมีนัยน์ตาสีเงินทั้งสองข้าง ผิดกับคุณพ่อที่ยังมีนัยน์ตาข้างหนึ่งเป็นสีน้ำเงินเหมือนคุณย่า แต่ตอนนั้นฉันก็ยังไม่เข้าใจว่ามันไม่ดียังไง คิดแค่ว่าฉันเหมือนคุณปู่ก็ดีแล้ว  ทำไมทุกคนถึงได้ ดูกลุ้มใจเรื่องนี้นัก... และไม่ใช่แค่คุณปู่กับคุณย่าที่เป็นกังวลเรื่องนี้ แต่รวมถึงคุณตายูโตะคุณยายที่ตระกูลโอกุเระด้วยที่เหมือนจะเป็นห่วงฉันไม่ แพ้กัน

และ บางอย่างเริ่มทำให้ฉันสะกิจใจขึ้นเมื่อตอนอายุสิบสอง... ตอนฉันอายุสิบสองคุณย่าเลนยะก็จากเราไป ท่านเสียทั้งทีอายุเพิ่งหกสิบกว่าๆ เท่านั้นเอง คุณพ่อบอกว่าที่คุณย่าเป็นแบบนี้เพราะดวงตาทวารบานของท่านเคยถูกปลดผนึกออก ถึงสองครั้ง และรวมถึงงานปราบปีศาจของท่านก็ทำให้ท่านที่ใช้พลังวิญญาณเสมอเป็นตัวลดทอน อายุไขของท่านให้สั่นลง ดังนั้นคุณพ่อเลยไม่อยากให้ฉันหรือคุณแม่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังวิญญาณมาก นัก

ก่อนหน้านี้เรื่องแบบนี้ก็เคยเกิดขึ้นกับคุณปูซานาดะ ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับคุณย่า คุณปู่ซานาดะเสียไปตั้งแต่ฉันยังไม่เกิดด้วยซ้ำ

วัน ก่อนที่คุณย่าจะเสีย คุณพ่อ คุณแม่และฉันมาหาท่านอีกครั้ง และฉันถึงได้เห็นว่าตอนนั้นคุณย่าเลนยะนอนอยู่บนที่นอนของท่านเหมือนคนที่ กำลังหลับ ลมหายใจแผ่วเบา ในขณะที่คุณปู่นั่งกุมมืออยู่ข้างๆ ท่านกุมมือเหี้ยวย่นที่มีริ้วรอยตามการเวลาของคุณย่าแบบนั้นอยู่ทั้งคืน นั่งมองใบหน้าของผู้หญิงที่ตนรักอย่างเงียบเฉียบแม้เธอจะไม่ใช่หญิงสาวสะ พรั้งแล้ว แต่เป็นเพียงหญิงสูงวัยที่มีแต่รองรอยของสังขาลที่ร่วงโรยและกำลังดับสูญลง แต่ท่านก็อยู่ข้างกายคุณย่าเลนยะเช่นนั้นจนถึงเช้า แล้วสุดท้ายคุณย่าก็จากไปอย่างสงบ ไม่มีความทรมาน เพียงแค่เหมือนนอนหลับไป และลมหายใจค่อยๆ แผ่วลงจนหยุดสนิท

ฉัน กลับมาตอนเช้ามืดที่ห้องคุณย่าอีกครั้งเพื่อดูอาการคุณปู่ คิดว่าท่านคงเสียใจมากที่คนที่รักต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ และคงเจ็บปวดมากที่ต่อจากนี้ท่านต้องอยู่เพียงคนเดียว... เพราะเป็นปีศาจ เพราะไม่มีวันแก่ ไม่มีวันตาย เมื่อเลือกที่จะใช้ชีวิตครองคู่อยู่กับมนุษย์จึ่งต้องสูญเสียและปวดร้าว มากกว่าผู้อื่น เพราะต้องเป็นคนที่ยังต้องอยู่ทนดูคนที่รักจากไปฝ่ายเดียว... ฝ่ายที่มีชีวิตอยู่ย่อมเจ็บปวดกว่าคนที่ตายเป็นเรื่องธรรมดา

ตอน ที่ฉันมาถึงที่ห้องคุณย่าอีกครั้ง ตอนนั้นคุณย่าเพิ่งหมดลมหายใจ ฉันเห็นคุณปู่ก้มตัวลงจูบที่หลังมือของคุณย่าที่ตัวเองกุมไว้ แล้วท่องอาคมบางอย่าง หรือไม่ก็เป็นคำพูดสักอย่างก่อนก้มตัวลงไปจูบที่หน้าผากคุณย่าอีกครั้ง

ตอน นั้นฉันนั่งร้องไห้อยู่ที่หน้าห้อง เมื่อรู้ว่าคุณย่าเลนยะเสียแล้ว แต่เหมือนคุณปูคิเอ็นจิเห็นและถึงเดินมาปลอบ ทั้งที่คนที่ควรร้องที่สุดน่าจะเป็นคุณปู

เสียใจไหมค่ะที่เลือกจะอยู่กับคุณย่า ฉันอดถามท่านไม่ได้เมื่อรู้ว่าคนที่เสียใจที่สุดย่อมต้องเป็นคนที่อยู่ต่ออย่างท่าน

แต่สีหน้าที่ฉันจำได้จากท่านมีเพียงรอยยิ้มบางๆ ที่ดูเศร้าสร้อย แต่ไม่ได้เจ็บปวด ก่อนเสียงทุ้มเย็นจะตอบแค่ว่า ข้าจะเสียใจมากกว่านี้ถ้าเลือกที่จะไม่อยู่กับเด็กนั่น

เด็ก นั้น ฉันรู้ดีว่าท่านหมายถึงคุณย่า ดูเหมือนคุณปู่ยังเห็นคุณย่าเป็นเด็กเสมอไม่เคยเปลี่ยน... เหมือนความรู้สึกท่านที่มีให้คุณย่าก็ไม่เคยเปลี่ยนมาตลอดสี่สิบกว่าปี

แล้วคุณปู่จะไปงานศพคุณย่าไหมค่ะ ฉันยังตั้งคำถามต่อเพื่อหวังว่าท่านจะยังไม่ได้ไปตอนนี้

แต่ได้คำตอบแต่เพียงการสายหน้าน้อยๆ คงไปไม่ได้... ข้าติดสัญญาสำคัญกับใครบางคนไวจบคำท่านก็ก้มมามองฉัน คงไม่ได้เจอเจ้าไค... หรือเจ้าอีกยู

ฉันเข้าใจคำตอบนั้น... คูณปู่ต้องกลับป่ากักปีศาจเหมือนที่ตนเคยสัญญากับใครสักคนไว้เมื่อถึงวันที่คุณย่าเลนยะหมดลมหายใจ

... คุณปู่จะกลับบ้านแล้วเหรอค่ะ

บ้านรึ... ไม่หรอก แค่กลับไปแบกรับสิ่งที่เคยแบกรับมาตลอดท่านหยุดถ้อยคำเรียบนิ่งเล็กน้อย ก่อนเป็นฝ่ายคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นตรงหน้าฉัน พรางพูดว่า ยู เดินมาหาข้าใกล้ๆ สิ

ฉันเดินเข้าไปใกล้ท่านอีกพอประมาณ ก่อนมือเรียวแข็งแรงของท่านจะจับที่เส้นผมของฉันไว้ขณะมองจ้องนัยน์ตาสีเงินของฉันเขม็ง และบอกว่า เส้นผมนี้ ดวงตานี้คือเครื่องยืนยันว่าเจ้าคือผู้สืบสายเลือดปีศาจของข้าอย่างไม่ขาดตกบกพร่องใดๆฉันเกือบเผลอยิ้มภูมิใจในคำพูดนั้น แต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อคุณปู่ว่าเสียงเย็นชาเน้นหนักขึ้น แต่สำหรับลูกเสี้ยวอย่างเจ้ามันคือหายนะ

ยังไงฉันรีบขมวดคิ้วถามทันทีที่ได้ฟัง

คุณปู่แค่ปล่อยผมของฉันลง และสั่งด้วยน้ำคำจริงจังมากกว่าเดิมว่า จำ ไว้ให้ดียู เมื่อใดที่เจ้ารู้สึกถึงความผิดปกติของตนเอง... หรือมีบางอย่างที่เจ้ารู้สึกว่าตนควบคุมไม่ได้... มาหาปู่ของเจ้าซะ... มาหาข้า มันเป็นทางเดียวที่จะช่วยเจ้าได้

และ นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันได้คุยกับคุณปู่ หลังจากนั้นตลอดสี่ปีฉันก็ไม่เคยเจอคุณปู่คิเอ็นจิอีกเลย... จนกระทั้งเมื่อสามเดือนก่อน สามเดือนที่แล้วที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวที่โตเกี่ยว ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันจำได้แค่ว่าเหมือนตัวเองเป็นลม เหมือนหลับไปนาน และมาตื่นอีกทีก็ตอนที่อยู่ที่ซัปโปโรที่บ้านโอกุเระแล้ว แถมยังมาอยู่ได้สามวันแล้วด้วย เพิ่งมารู้ข่าวเรื่องแผ่นดินไหวหลังคนอื่นตั้งสองวัน คุณแม่บอกว่าฉันเกิดอุบัติเหตุขึ้นช่วงมีแผ่นดินไหวเลยสลบไป ในขณะที่คุณพ่อกลับมีแต่บาดแผลเต็มตัว มันเป็นบาดแผลที่ท่านอ้างว่าเกิดเพราะแผ่นดินไหวตอนที่ช่วยฉันออกมา

ฉัน คงเชื่อท่านทั้งสอง คงไม่คิดสะกิจใจอะไร ถ้าเพียงฉันไม่ใช่ลูกเสี้ยวปีศาจ และคุณพ่อไม่ใช่ลูกครึ่งปีศาจ เพราะสิ่งที่มีอยู่ในตัวของทั้งพ่อและฉัน บวกด้วยสายเลือดโซเคนโยเข้าไป ไม่มีทางที่จะบาดเจ็บจากแค่เหตุการณ์แผ่นดินไหวหรอก ยิ่งบอกว่าฉันได้รับอุบัติเหตุ ยิ่งเป็นไปไม่ได้ สัญชาติญาณของฉันสามารถรับเหตุร้ายได้ก่อนที่มันจะเกิดไม่ต่างจากคุณพ่อหรือ คุณปู่ สัมผัสทั้งห้าของเรามีเหนือกว่ามนุษย์หลายร้อยเท่า... ยิ่งเห็นบาดแผลของคุณพ่อที่มากขนาดนั้นก็ทำให้ฉันรู้ว่ามันมีมากกว่าเหตุ แผ่นดินไหว

แล้ว พอตื่นคุณตากับคุณยายก็ทำเรื่องย้ายโรงเรียนให้ฉันทันทีเหมือนกำลังเร่งร้อน อะไรสักอย่าง สรุปสุดท้ายฉันถึงต้องเข้ามาเรียนที่ซัปโปโร... ฉันอยากจพถามสาเหตุ แต่ดูจากท่าทางของทุกคน ฉันเลือกที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้ไม่ถาม

อย่าง เดียวที่รู้สึกว่าดีหน่อยที่ได้มาอยู่ซัปโปโรก็คือการได้มาเยี่ยมหลุมศพคุณ ย่าเลนยะได้บ่อยขึ้น ไม่จำเป็นต้องปีละครั้งเหมือนที่ผ่านมา แต่เป็นแทบทุกวันที่มีโอกาส... และเพราะแบบนั้นวันหนึ่งฉันถึงได้เจอคุณปู่อีกครั้ง

ใน ตอนเย็นวันหนึ่งที่หลุมฝังศพของคุณย่า ฉันเจอคุณปู่คิเอ็นจิมายืนรออยู่ก่อนแล้ว ท่านไม่มีอะไรเปลี่ยนจากเมื่อสี่ปีที่แล้ว สิ่งที่เห็นว่ามีเพิ่มเติมดูเหมือนจะเป็นแค่ดวงวิญญาณที่ฉันไม่คุ้นหน้าดวง หนึ่ง

เป็น วิญญาณของเด็กผู้หญิง อายุน่าจะไล่เลี่ยหรือไม่ก็เท่ากันกับฉัน เธออยู่ในชุดนักเรียนแบบเก่าของโรงเรียนโยโค ผมสั้นประบ่าสีน้ำตาล ยืนยกยิ้มที่มุมปากให้ฉันอยู่ข้างกายคุณปู่... ตอนแรกฉันรู้สึกไม่ชอบดวงวิญญาณดวงนั้น อาจเพราะเธอทำเหมือนสนิทกับคุณปู่มากจนฉันอดรู้สึกไม่ได้ว่าคุณปู่กำลังนอก ใจคุณย่า แต่ฉันก็ต้องหยุดความคิดพวกนั้นลงไปชั่ววูบเมื่อวิญญาณเด็กสาวคนนั้นหันมาสบ นัยน์ตาของฉัน... และดวงตาสีน้ำเงินทรงอำนาจของเธอคู่นั้นก็ทำให้ฉันเผลอนิ่งงั้นไปชั่วอึดใจ พร้อมคำตอบในใจก็ผุดแทรกขึ้นมา

เธอ คือคุณย่า... วิญญาณเด็กสาวในชุดนักเรียนที่ดูอายุไล่เลี่ยกับฉันที่อยู่ข้างกายคุณปู่ คือคุณย่าเลนยะสมัยที่อายุสิบหกปี เป็นช่วงอายุที่ท่านได้เจอกับคุณปู่ครั้งแรกจากที่ฉันเคยได้ยินคุณพ่อเล่ามา

และ นั่นฉันถึงได้คำตอบว่าทำไมคุณปู่ถึงไม่ได้เสียใจมากนักตอนที่คุณย่าเสีย... เพราะตอนนี้ต่อให้ท่านยังต้องใช้ชีวิตคนเดียวต่อไป ทว่าข้างกายก็มีคนที่รักอยู่ด้วยเช่นเดิม แม้บางอย่างจะไม่เหมือนเดิมก็ตาม

พอ เห็นคุณย่าแบบนี้ก็ทำให้ฉันนึกถึงเรื่องท่านหญิงอาเคเดะที่เป็นวิญญาณประจำ ตระกูลโซเคนโยได้... สายเลือดโซเคนโยสามารถควบคุมวิญญาณของตนได้ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในเงื่อนไขของวัฐจักรเหมือนวิญญาณทั่วไป... แม้ว่าท่านหญิงอาเคเดะที่เคยได้ยินนั่นจะสละร่างวิญญาณตนเองตามคุณปู่ซานาดะ ไปแล้วก็ตาม... แบบนี้มันก็เหมือนคุณย่าเลนยะเป็นวิญญาณประจำตระกูลโซเคนโยต่อน่ะสิ

วัน นั้นฉันกับคุณปู่ไม่ได้พูดอะไรมาก ท่านแค่ทักทายเรียบๆ ในขณะที่คุณย่าแค่แสยะยิ้มไม่น่าไว้ใจมองฉัน ฉันรู้สึกไม่ค่อยคุ้นเคยกับท่านในร่างเด็กสาวเท่าไหร่นัก แต่ก็ดีใจที่ได้พบ แม้จะไม่เหมือนที่ผ่านมา และเริ่มรู้ว่าทำไมพวกท่านทั้งสองถึงปรากฏตัวให้ฉันเห็นอีกครั้ง

ไม่ต้องเดา... มันเกี่ยวกับเรื่องที่โตเกี่ยวเกิดแผ่นดินไหวอย่างไม่มีสาเหตุแน่ๆ

ต้องเป็นเรื่องของฉันแน่ๆ ที่ทำให้ดวงวิญญาณของคุณย่าเลนยะไปสู่สุขติไม่ได้...

ฉัน ที่เป็นลูกเสี้ยวปีศาจ... ฉันที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ให้ทั้งคนของโซเคนโย และโอกุเระ รวมถึงจ้าวปีศาจแห่งป่ากักปีศาจต้องเคลื่อนไหวครั้งใหญ่

ฉัน โซเคนโย ยู เด็กสาวสามสายเลือดที่คือศูนย์กลางแห่งหายนะครั้งใหม่ ที่อาจใหญ่กว่าเรื่องของคุณพ่อหรือคุณย่า ฉันที่ยังทำให้กงล้อแห่งชะตากรรมยังต้องเดินต่อไป


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

1,982 ความคิดเห็น

  1. #1830 nxmex (@namep_) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 17:42
    จบแบบนี้จะมีภาคต่อมั้ยอ่ะ55555555 อยากอ่านอีกนะ555
    #1830
    0
  2. #1790 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:41
    หนูยูคิดผิดแล้ว      เข้าใจผิดแล้ว    เลนยะไม่ได้เป็นแบบเดียวกับท่านหญิงอาเคเดะ       ไม่ได้ห่วงเรื่องของยูจนวิญญาณไม่ได้ไปเกิด        แต่เลนยะจะกลายเป็นภูตและอยู่กับคุณปูคิเอ็นจิตลอดไปต่างหากล่ะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:44
    #1790
    0
  3. #1785 Meen_Gun (@meen-gun) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 21:51
    นี่คือจบแล้วเหรอ งื้อออ
    #1785
    0
  4. #1782 Ringka Maiyass (@ringkachan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 17:02
    ทำไมน้ำตาซึมตอนที่บอกว่าเล็นยะเป็นวิญญาณอายุสิบหกอะ ?_?
    #1782
    0
  5. #1744 ฮิคาริ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:28
    ต่อเป็นของไคกับยูเลยดีกว่าค่ะ🤓
    #1744
    0
  6. #1696 mimew (@mi-mew-jung) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 01:04
    ตอนเลนยะตายละเศร้า เวลาอ่านนิยายแนวนี่เราจะไม่ค่อยชอบ เพราะอายุขัยไม่เท่ากันนี่ล่ะ เราชอบคิดถึงเวลาที่ตัวละครตัวนึงจากไป แต่อีกคนต้องอยู่อย่างเดียวดายไปอีกเป็นร้อยๆปี(เป็นคนอินจัด555) อ่านเรื่องนี่เลยให้ความรู้สึกดีอีกแบบ อย่างน้อยก็ไม่ทิ้งคิเอ็นจิไว้คนเดียวT^Tb เรื่องนี้อ่านละรู้สึกอบอุ่นยังไงไม่รู้ กว่าหลายเรื่องที่เราเคยอ่าน แม้ตัวละครในเรื่องจะไม่ค่อยมีความสัมพันธ์ครอบครัวให้เห็นเยอะเหมือนเรื่องอื่น ไรท์เขียนได้ดีจริงๆ
    #1696
    0
  7. #1668 KIMKULL (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 / 16:28
    เรื่องของไคยังไม่จบเลย เรื่องของยูมาละอ่ะ งงเลย

    แต่ตอนอ่านเรื่องของไค ก็คิดอยู่ว่าจะได้คู่กะโยรุ

    ชอบ ปริ่มค่ะ
    #1668
    0
  8. #1636 Aimmy Delightzplus (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2557 / 11:31
    คิดถึงโซเคนโยมากเลยย ตอนที่เลนยะตายนี่เศร้าเลยถึงจะรู้ว่าสักวันจะมีวันนี้ แต่พอเห็นอย่างนี้ก็โล่งใจ
    #1636
    0
  9. #1619 Fraeya (@pp-issara) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2557 / 15:15
    ไม่คิดเลยว่าไคจะได้ลงเอยกับโยรุ ที่อ่านมาไม่มีวี่แววท่าทางว่าจะได้ลงเอยกับไค นึกว่าจะเป็นตัวอิจฉาเข้ามาเฉยๆซะอีก พออ่านถึงตรงนี้แล้วตะลึง ฮ่าๆ ที่เลนยะยังอยู่นี่เพราะจะอยู่ข้างๆคิเอ็นจิ แล้วถ้าถึงเวลาต้องไปเกิดจริงๆ เจ้าปีศาจก้ต้องอยู่คนเดียวสิ เศร้า TT
    #1619
    0
  10. วันที่ 19 เมษายน 2557 / 23:34
    เออ เว้ย อ่านแล้วฮ่าดีอ่ะ 555555
    #1481
    0
  11. #1413 Mai (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 เมษายน 2557 / 01:17
    อ่า สนุกทุกครั้งที่อ่านจริงๆนะ รักโซเคนโยมากๆ

    น้ำตาไหลเลยตอนรู้ว่าเลนยะตาย

    แต่พอตอนหลุมศพวิญญาณเด็กสาวชุดนักเรียนโยโค เรายิ้มออกเลย รู้ได้ทันทีเลย

    รักเรื่องนี้มากจริงๆ ถ้ายังแต่งต่อก็จะยังอ่าน555
    #1413
    0
  12. #943 varintara (@varintara) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มีนาคม 2557 / 23:57
    กรี๊ดดด คิดถึงสมัยม.ต้นเลยยย อยากอ่านต่อเลยง่าาา
    #943
    0
  13. #582 Rabbid T (@rabbidworld) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มกราคม 2557 / 01:46
    เข้ามาอ่านอีกทีก็ยังสนุกทุกครั้ง อ่านตอนพิเศษพวกนี้แล้วทำให้ต้องย้อนกลับไปอ่านนิยายทั้งสี่เล่มใหม่
    ขอบคุณจริงๆนะคะที่ยังลงตอนพิเศษแบบนี้ให้อ่านต่อ กรี๊ดกร๊าดด

    ปล ถ้าเป็นไปได้อยากให้พี่แบงค์แต่งเป็นเรื่องยาวม๊ากกกก
    #582
    0
  14. #440 NuttyLondar (@nuttylondar) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 20:24
    ไปถึงรุ่นหลานแล้ววว อั๊ยยยยะสายเลือดนี้ไม่ธรรมดาจริงๆๆ
    #440
    0
  15. #311 Noi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มีนาคม 2556 / 22:11
    หนุกและน่าติดตามมากๆ รออ่านอยู่ค่ะ
    #311
    0
  16. #275 -3- Konni Shiwa ^0^ (@Konnishiwa_U) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มีนาคม 2556 / 16:50
    อยากให้ต่อเรื่องโชเคนโยจังเลยอ่ะ ทั้งเรื่องของไค และเรื่องของ ยู มันเป็นมหากาพย์เลยทีเดียว
    #275
    0
  17. #272 :: satan :: (@satan_lucus) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 / 02:52
    รอวันพี่เข้านะคะพี่แบงค์ 555
    #272
    0
  18. #269 boongkee (@boongkee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:48
    อ่านแล้วเศร้าแท้ตอนเลนยะตาย
    #269
    0
  19. #250 {..GX-{ (@giiqgox) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มกราคม 2556 / 23:17
    สนุกมากเลยคะะะะะะะะ ยิ่งอ่านยิ่งชอบ
    #250
    0
  20. #128 hara.moonlight (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 09:50
    ว๊าววววว !!! รุ่นหลาน

    จะวันผีเข้าอีกนะคะเผื่อจะได้อ่านต่อ (^_______^)
    #128
    0
  21. #112 hatter-devil (@hatter-devil) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กันยายน 2555 / 11:50
    อยากให้มีต่อ ภาคสองของเลนยะกับท่าคิเอ็นจิจัง
    มันสนุกมาก จนต้องอ่านหลายๆ รอบ อ่านกี่ทีๆ ก็สนุก
    #112
    0
  22. #98 jaasaa (@jaasaa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2555 / 22:02
    รุ่นลูกก็ว่าสุดยอดแล้วนะ..มี่รุ่นหลานไว้ใ้ห้ลุ้นอีก..จะมีนิยายเรื่องไหน เจ๋งเท่านี้อีกมัิ้้้ยเน๊๊ยะ ขั้นเทพจริงๆพี่แบงค์
    #98
    0
  23. #95 น้ำตาล (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2555 / 01:44
    สนุกจัง
    #95
    0
  24. #76 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2555 / 10:02
    โอ้ว รุ่นหลาน

    มะเคยอ่านรุ่นแรกแฮะ
    #76
    0
  25. #40 ThekopTitle (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2555 / 17:09
    น่าจะมีตอนพิเศษของเลนยะกะคิเอ็นจิจังอยากอ่านนนนน *w*
    #40
    0