บทความผีเข้าของ B 13 s.t

ตอนที่ 4 : โซเคนโย ไค (4)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4308
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    23 เม.ย. 55

ตอนที่ 4 อิจฉา

 

            ร่าง บางในชุดนักเรียนกระโดดข้ามรั้วของโรงเรียนเอกชนโยโคออกมาอย่างคล่องแคล่ว โยรุต้องหอบหายใจพักเหนื่อยเล็กน้อยหลังจากออกมาจากตัวโรงเรียนได้แล้ว

            และ แม้ร่างกายก็หายเหนื่อยไปแล้วแต่ในใจกลับยังเต้นแรงไม่หยุด เด็กสาวทบทวนช่วงเวลาสุดท้ายก่อนที่เธอจะผละออกมาจากประตูดาดฟ้าบนอาคาร เรียนที่ไคใช้ตัวเองดันไว้ไม่ให้เธอเข้าไปบนดาดฟ้าได้

            เธอ ยอมรับว่าตกใจกับการปรากฏตัวของเจ้าปีศาจแห่งป่ากักปีศาจ เพราะเธอรู้ดีว่าปีศาจเลือดบริสุทธิ์ตนนี้ไม่ใช่ธรรมดา แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวไม่หยุดกลับเป็นมนุษย์ผู้หญิงที่ปรากฏ ตัวออกมา

            โซเคนโย เลนยะ... ชื่อนี้ เธอรู้จักดี... รู้จักจากพ่อของเธอ และครูของเธอ ครูของเธอที่รู้จักผู้หญิงคนนี้ดี... รู้ดีว่าคนๆนี้อันตราย... ทั้งเจ้าเล่ห์และอันตราย

            ทุกๆคนที่รอบตัวเธอโดยเฉพาะครูของเธอเตือนเธออยู่เสมอเรื่องโซเคนโย เลนยะ

            กับท่านคิเอ็นจิยังพอว่า... แต่ถ้ากับผู้หญิงที่ชื่อโซเคนโย เลนยะ... อย่าได้เผชิญหน้าเด็ดขาด

            คำเตือนจากครูของเธอย้ำอยู่ในความทรงจำของเธอเสมอ และวันนี้เธอต้องยอมรับว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ

            หลัง จากเธอเฝ้ารอฟังบทสนทนาของบุคคลทั้งสามบนดาดฟ้า และชั่วเวลาที่เธอรู้ว่าเลนยะรู้ว่ามีเธอซ้อนอยู่ หัวใจของเธอตบวูบไปอยู่ตาตุ่มและเข้าใจทันทีว่าทำไมไคต้องกันเธอออกไป

            ... ผู้หญิงคนนี้ฉลาด... ฉลาดเกินกว่าที่เธอจะต่อกรด้วย... และน่ากลัวเกินกว่าที่เธอจะเผชิญหน้าตรงๆ

            แค่ สัมผัสบรรยากาศและน้ำเสียงกร้าวของหญิงสาวที่ขึ้นชื้อว่าแม่ของไคผ่านบาน ประตูเหล็กนั้นเธอก็เข้าใจถึงคำเตือนที่ก้องอยู่ในโสตประสาท โยรุจึงต้องรีบผละออกมาจากตรงนั้นก่อนเลนยะจะเจอตัวเธอ

            บางที่เธอคงต้องชมไคที่สามารถอยู่กับผู้หญิงแบบนั้นได้ตลอด 15 ปี...

            โย รุเตรียมก้าวออกไปจากประตู้รั้วที่หยุดพักหายใจเมื่อรู้สึกว่าในอกเริ่มกลับ มาเต้นเป็นปกติ ทว่าร่างบางของเด็กสาวกลับต้องชะงักค้างไปฉับพลันเมื่อทันทีที่เธอหมุนตัว เตรียมออกเดินนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนหลังกรอบแว่นก็สะท้อนภาพของร่างๆหนึ่งที่ ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า

            ใต้ แสงไฟของเสาไฟฟ้าปรากฏร่างๆเล็กของเด็กสาวผมบ็อบสีดำสนิทยืนนิ่งอยู่เบื้อง หน้าของโยรุอย่างเงียบงัน ใบหน้าใต้ผมหน้าม้ายาวปิดดวงตานิ่งสงบ ขณะที่โยรุค้างนิ่งไปทันใดที่หันไปเจอเธอเข้า

            คุโรยูกิ ฮายะ

            โย รุเอ่ยชื่ออีกฝ่ายเสียงค่อย ไม่รู้ว่าทำไมชั่ววูบหนึ่งที่เธอหันไปเจอฮายะเข้าร่างกายของเธอก็คลายกับ เย็นวาบไปทั่ว ชั่วขณะหนึ่งหัวใจของเธอกระตุกวูบกับการปรากฏตัวของเด็กสาวร่างเล็กที่มา อย่างไม่ให้สุ่มให้เสียง และไม่รู้ว่ามาได้อย่างไร ก่อนที่โยรุจะนึกถึงคำเตือนของฮายะบนระเบียงทางเดินวันนี้ได้

            คำเตือนที่ห้ามเธอแตะต้องโซเคนโย ไค...

            องเมีย วจิสาวคลายสีหน้าจากค้างนิ่งเป็นเครียดขึงพลัน เมื่อเธอเดาว่าเด็กสาวผิวซีดร่างเล็กตรงหน้าคงมาเพราะเรื่องของเจ้าเด็ก ครึ่งปีศาจนั่น และบางที่เธออาจได้ต่อสู้อีกครั้ง... แม้ว่าฮายะจะไม่ได้เหมือนคนที่มีความสามารถด้านการต่อสู้ก็ตาม

            แต่เพราะเธอคือบุคคลที่ไม่อาจมีใครอ่านออกได้...โยรุจึงไม่อาจไว้ใจเธอได้เช่นกัน

            ฮา ยะยังยืนนิ่งจับจ้องโยรุที่ยามนี้เตรียมตั้งท่ารับหากเธอจะลงมือทำสิ่งใด ขึ้นมา ทว่าฮายะกลับเพียงเอียงศีรษะน้อยๆเช่นเฉย ก่อนเอ่ยสั่นๆว่า

            เธอ... พลาด

            พลาด... คำนี้ทำให้โยรุเข้าใจทันทีว่าหมายความว่าอย่างไร

            เธอพลาดในจากการสังหารไค

            แล้วเธอจะเอายังไงกับฉัน องเมียวจิสาวสวนคำถามพลันด้วยใบหน้าที่ยังตึงเครียด เมื่อไม่อาจรู้ว่าฮายะมาด้วยจุดประสงค์อะไร

            ฮายะเงียบไปพักใหญ่โดยยังเอียงศีรษะน้อยๆมองเด็กสาวที่ร่างสูงกว่าตรงหน้า

            อย่า... แตะ... อีก ร่างเล็กกว่าเตือนคำเดิมอีกครั้ง ก่อนว่าต่อเสียงเนิบนาบ ... ไม่งั้น... จะ... แย่

            โยรุต้องหรี่ตาไม่สบอารมณ์กับคำพูดท่อนท้ายที่คลายคำขู่ของฮายะ

            เธอจะขู่ฉันเพื่อปกป้องเจ้าเด็กครึ่งปีศาจไปถึงไหน เด็กสาวเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนเริ่มว่ากลับน้ำเสียงหงุดหงิด

            เปล่า... ขู่ ฮายะตอบ ... เมื่อกี้... เกือบ... แย่... ใช่ไหม

            คำพูดของฮายะรอบนี้ทำให้โยรุนิ่งงันไป และนึกย้อนถึงช่วงเวลาที่เธอหนีออกมาจากตัวอาคารเพราะหวาดกลัวโซเคนโย เลนยะ แม่ของโซเคนโยไค

            ที่เตือนคือเรื่องนี้งันเหรอ... เรื่องของผู้หญิงคนนั้น

            โยรุต้องตวัดหน้าขึ้นมองร่างเล็กๆของเด็กสาวตรงหน้าอีกครั้งเมื่อเธอรู้สึกได้ถึงการไหวตัวของอีกฝ่าย

            ฮายะกำลังหมุนตัวเดินออกไปอีกทางโดยไม่ได้มีท่าทางจะโจมตีโยรุอย่างที่เธอคิด ดูเหมือนฮายะจะมาเพียงแค่ดูสถานการณ์เท่านั้น...

            หากก่อนที่ฮายะจะเดินออกไปไกลใบหน้าที่ถูกปิดบังด้วยผมหน้าม้าก็หันกลับมามองโยรุที่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมอีกครั้งพลางว่าขึ้นใหม่ว่า ความจริง... เธอ... ไม่ผิด และเด็กสาวร่างก็เล็กเงียบไปนาน ปล่อยให้องเมียวจิสาวไม่เข้าใจความหมายที่ฮายะพูด

            ความจริงเธอไม่ผิด... หมายความว่าที่เธอจะลอบสังหารไคไม่ผิดงั้นเหรอ...

            และโยรุต้องยืนแข็งถือกว่าเดิมเมื่อประโยคต่อมาของฮายะเอ่ยขึ้นว่า

            เธอ... แค่... อิจฉาไค

            อิจฉางันรึ

          ถ้อย คำจากฮายะแทบทำให้เด็กสาวเรือนผมสีอ่อนตะโกนถามกลับ ทว่าเธอกลับทำได้เพียงตะโกนก้องอยู่ในใจ เพราะในความรู้สึกลึกๆของเธอมันกำลังยอมรับคำปรามาสของเด็กสาวร่างเล็ก

            ราวเป็นลูกศรที่แท่งเข้าทางอก..

            เธอ ยอมรับว่าสิ่งที่เธอทำทั้งหมดในค่ำคืนนี้เหล่าองเมียวจิของโอกุเระ ไม่มีคนใดรู้เรื่องการกระทำนี้ของเธอ... การกระทำที่เธอคิดลอบสังหารโซเคนโย ไค... ไม่มีใครในโอกุเระสักคนที่รู้... เธอทำไปด้วยความรู้สึกของตัวเองล้วนๆ

            แต่ ทำไมเธอต้องจ้องจงเกลียดจงชังไคขนาดนั้น... รู้ทั้งรู้ว่าโซเคนโย และโอกุเระเป็นพันธมิตรกัน รู้ทั้งรู้ว่าเรื่องนี้หากใครรู้ย่อมเป็นเรื่องใหญ่และโทษที่เธอจะได้รับจะ ต้องหนักหนา... รู้ทั้งรู้ว่าเจ้าเด็กครึ่งปีศาจนั้นไม่ผิดอะไรเลย... แต่ทำไมเธอถึงอยากทำลายเขานัก

            ใช่... แค่เห็นการแต่งตัวที่แหกกฎ การทำตัวที่ไม่ตรงตามระเบียบ นิสัยเอื่อยเฉื่อยเรื่อยเปื่อย อยากทำอะไรก็ทำ อยากจะหนีปัญหาก็หนีเอาดื้อๆ ไม่เคยต้องวิ่งตามเส้นที่ใครขีดไว้ ไม่มีใครต้องมาตั้งความหวังใหญ่หลวงไว้บนบ่า... ทั้งที่เป็นแค่ครึ่งปีศาจ... ทั้งที่ไม่ใช่มนุษย์แท้ๆ...

            แต่ทำไมถึงมีอิสระมากกว่าทั้งที่เราต้องอยู่ในกรอบที่มีคนตีให้ตลอดเวลา

            สิ่ง ที่ผุดขึ้นมาในจิตใต้สำนึกฉุดดึงให้โยรุกลับมาในโลกของความจริงอีกครั้ง เธอกำลังปล่อยให้อารมณ์เข้าครอบงำความคิด... อารมณ์ที่เธอไม่อยากยอมรับมัน

            ฉันไม่ได้อิจฉาเจ้านั้น... แต่เจ้านั้นจะเป็นตัวอันตรายในอนาคต องเมียวจิสาวเถียงเสียงแข็ง และอ้างเหตุผลที่เธอคิดว่าถูกต้องที่สุดในการกระทำของเธอ

            งัน... ก็ดูกันไป ฮายะทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น และเตรียมจะหมุนตัวกลับไป ชั่วจังหวะนั้นสามลมยามค่ำคืนก็พัดผ่านมา และพัดเส้นผมหน้าม้าที่ปิดบังดวงตาของฮายะให้ปลิวตามกระแสลม

            และ หากโยรุดูไม่ผิด ดวงตาหลังผมหน้าของเด็กสาวร่างเล็กสุดลึกลับที่ไม่มีใครเคยได้เห็นนั้น... มันราวกับมีสีอำพันประดุจดวงตาของเหยี่ยว...


                                                             ***************************

           

            กักบริเวณ 2 อาทิตย์!”

            คำ ตัดสินโทษเรียบเฉยแต่บ่งบอกถึงความหนักใจเอ่ยขึ้นจากชายหนุ่มนัยน์ตาสีนิล ซึ่งกำลังใช้สายตาหลังกรอบแว่นของตนจ้องเขม็งที่เด็กหนุ่มในชุดนักเรียน ผู้ซึ่งผ่านวิกฤตการเอาชีวิตรอดมาหยกๆ

            ตั้ง 2 อาทิตย์ ไคโวยแย้งคำตัดสิ้นโทษจากลุงของตนพลัน

            ข้าว่า 2 อาทิตย์ยังน้อยไปด้วยซ้ำ เสียงดักคอของร่างสูงสง่าที่หัวโต๊ะว่าขึ้นก่อนลูกชายของเขาจะแย้งจบ

            ใช่... เดือนหนึ่งน่าจะดีกว่า ขณะที่อาเคดะสนับสนุนความคิดของคิเอ็นจิอยู่ข้างตัวซานาดะ

            แต่... ป๋าก็เห็นว่าที่ผมไปที่นั้นได้เพราะโดนอาคมอัญเชิญปีศาจ ไคยังหาข้ออ้าง การโดนทำโทษกักบริเวณเป็นการลงโทษที่เขาเกลียดที่สุด ต้องดิ่งกลับบ้านเลยหลังเลิกเรียน ห้ามแวะไปไหนเด็ดขาด หลังเข้าบ้านแล้วห้ามออกไปไหนอีก นอนตอนสี่ทุ่มตรง... ให้ตายเถอะ เขาไม่ใช่เด็ก 5 ขวบสักหน่อย ตอน 5 ขวบเขายังไม่เคยต้องทำอย่างงี้เลย ให้โดนยันต์ของเลนยะปาใส่ยังดีซะกว่า

            ถ้าควบคุมตัวเองไม่ได้... การลงโทษกักบริเวณก็สมกับคนอย่างแกแล้ว รอบนี้หญิงสาวร่างสูงเป็นฝ่ายพูดขึ้นบ้างเมื่อเห็นเจ้าลูกชายจะไม่ยอมรับโทษง่ายๆ ก่อนว่าขึ้นใหม่ แกอยากหุบปากไม่เถียงแล้วโดนกักบริเวณ 2 อาทิตย์... หรือเถียงให้คอหอยโป่งแล้วโดนกักบริเวณหนึ่งเดือนก็เลือกเอา

            คำตัดสินของเลนยะทำให้เด็กหนุ่มอึกอักไปทันที ก่อนต้องก้มหน้าถอนหายใจเฮือกใหญ่กับบทลงโทษจากผู้ใหญ่ในห้อง 3 คนกับอีก 1 ดวงวิญาณ

            ดี... ฉลาดเลือก หญิงสาวว่าโดยนัยน์ตาสีน้ำเงินยังเฉยชา ไม่ได้สนใจสีหน้าเหนื่อยหน่ายและไม่พอใจของลูกชายเพียงคนเดียว ส่วน แผลที่โดนธนูยิงก็ให้พ่อแกช่วยรักษาแล้วกัน แผลที่เกิดจากอาคม แกไม่สามารถสมานแผลเองได้ง่ายๆเหมือนแผลปกติ... แล้วคราวหลังก็หัดหลบให้มันพ้นด้วย

            ยังจะมีคราวหน้าอีกรึไง

            ไค ได้แต่บ่นในใจกับคำเสียดสีของเลนยะ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองหน้าพ่อของตนที่นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะญี่ปุ่นฝั่งตรงข้ามกับ เขาพอดี ยิ่งเห็นสายตาสีเทาคาดโทษเด็กหนุ่มยิ่งรู้ว่าเขาคงขอความเห็นใจจากใครไม่ได้ แล้ว

            ถ้าจบเรื่องแล้วพวกผมคงต้องขอตัวก่อน ซานาดะต้องลุกออกไปอย่างรู้มารยาทว่าตอนนี้ภายในห้องนี้ควรมีแค่เลนยะ คิเอ็นจิกับลูกชายคนเดียวของพวกเขา

            ชายหนุ่มรู้ว่าต่อไปนี้คือปัญหาในครอบครัว...

            ไค ถึงกับส่งสายตาอ้อนวอนไม่ให้ลุงของเขากับวิญญาณหญิงสาวออกไป เพราะเด็กหนุ่มรู้ดีว่าเขาคงโดนพ่อกับแม่เล่นยับแน่ แต่ดูเหมือนสายตาอ้อนวอนของเด็กหนุ่มจะไม่ได้ผลเมื่อซานาดะมีเพียงพยักหน้า จริงจังให้เขาเล็กน้อยราวกับจะบอกว่าทำใจซะก่อนเดินออกไปจากห้องพร้อมอาเคเดะ

            ไคหันมาก้มหน้านิ่ง อยู่ในความเงียบของบุคคลทั้งสองตรงหน้า ก่อนที่เขาต้องยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่ไหลมาจากหางคิ้วของเขาเล็กน้อย...

            ครั้งนี้ข้าจะไม่รักษาแผลให้หรอกนะเจ้าไค

            ดู เหมือนการยกมือเช็ดเลือดของเขาจะเป็นการเปิดบทสนทนาได้ทันที เด็กหนุ่มจำต้องเงยหน้าขึ้นมองใบหน้างดงามนิ่งสงบของพ่อที่อยู่ฝั่งตรงกัน ข้ามด้วยแววตาเกรงๆเล็กน้อย

            ครับ... เขารับเสียงงึมงำ และก้มหน้าลงอีก แต่เขาก้มหน้านิ่งได้ไม่นานก็ต้องตวัดขวับขึ้นมองคนตรงหน้าอีกครั้งเมื่อคน ตรงหน้าที่บอกว่าจะไม่รักษาแผลให้เขาเอ่ยขึ้นว่า

            ครั้งนี้ข้าจะไม่รักษาแผลให้เจ้า... แต่จะให้เจ้าฝึกรักษาด้วยตัวเองบ้าง

            หา!...”

            ว่าไงนะ!”

            ยัง ไม่ทันที่ไคจะเป็นฝ่ายอ้าปากถามเจ้าปีศาจ แต่กลับกลายเป็นว่าหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างตัวเขาเป็นฝ่ายขึ้นเสียงสูงหัน ขวับมามองหน้าเขาด้วยนัยน์ตาสีน้ำเงินเคร่งเครียดผสมมีคำถามแทนลูกชายของเธอ

            แค่แผลนิดเดียวก็รักษาให้มันไปสิหมดเรื่อง เลนยะขึ้นเสียงพลันด้วยท่าทางหงุดหงิดจนไคยังแปลกใจกับปฏิกิริยาของเธอ

            ทำไมเลนยะต้องดูโมโหขนาดนั้นทั้งที่คนถูกออกคำสั่งอย่างเขาควรมีปฏิกิริยาต้อต้านมากกว่า

            คิเอ็นจิเบือนนัยน์ตาคูคมไปสบนัยน์ตาสีน้ำเงินขุ่นเคือง ไม่ว่ายังไงสักวันเจ้าไคก็ต้องเรียนรู้พลังของตัวเอง เจ้าไคต้องรู้จักดูแลตัวเอง ถ้าไม่เริ่มตอนนี้จะให้เริ่มตอนไหนเลนยะ

            แกก็รู้ดีว่าทำไมฉันถึงให้เริ่มไม่ได้ คนเป็นภรรยากัดกรามแน่น

            ไคยิ่งต้องขมวดคิ้วสงสัยกับท่าทางของพ่อแม่ที่เริ่มเป็นฝ่ายเปิดบทวิวาทกันเอง...

            คิเอ็นจิระบายลมหายใจเบาๆกับความหมายที่ภรรยาสาวพูดถึง เขาคลายสายตาจริงจังลง เป็นฝ่ายหยุดพายุที่กำลังก่อตัวขึ้น

            ไม่ว่าอย่างไรเจ้าไคก็ต้องใช้พลังที่มีอยู่ในตัว เขาว่าเสียงเบาลง

            อย่างมันไม่มีปัญญาใช้หรอก ห่วยแตกซะขนาดนั้น เลนยะว่าเสียงต่ำ ก่อนหันไปที่ลูกชายของตน ใช่ไหมเจ้าไค

            ถึงจะไม่ชอบใจกับการถูกแม่ของคนปรามาสแรงๆ แต่เขาก็ต้องยอมรับว่า เขาไม่ได้อยากใช้พลังพิเศษในตัวเลย

            ผมก็ว่างันนะป๋า... ผมว่าผมฝึกไม่รอดหรอก ป๋าก็เห็นว่าผมแทบจะไม่มีพลังปีศาจเลย...

            เจ้าอยากโดนด่าว่าไม่ได้เรื่องตลอดชีวิตรึไง

            คำถามที่เริ่มเย็นชาหนักขึ้นจากคิเอ็นจิเล่นเอาไคเงียบไปทันได้... และก็ต้องยอมรับว่าคำพูดของพ่อเขาก็ถูกเหมือนกัน

            ... ก็... เปล่า เด็กหนุ่มตอบเสียงแผ่ว

            งั้นก็ฝึกซะ เจ้าปีศาจย้ำลูกชายอีกครั้ง

            ไม่ต้องฝึก และเลนยะก็ปฏิเสธแทนลูกชายของตนอีกครั้งเช่นกัน

            คราวนี้เจ้าปีศาจต้องตวัดนัยน์ตาเครียดขึงไปมองภรรยาข้างตัวที่บัดนี้หรี่นัยน์ตาสีน้ำเงินมองเขาเช่นกัน

            ไคเป็นฝ่ายต้องขมวดคิ้วแน่นมองแม่กับพ่อของตนที่มีความเห็นไม่ลงลอยกัน

            และเขาเองก็ไม่รู้ว่าควรจะเข้าข้างฝ่ายไหน

            ฝึก คิเอ็นจิว่าเสียงเฉียบออกคำสั่งกับไค แต่สายตากับสบนิ่งที่หญิงสาวข้างตัว

            ไม่ต้องฝึก เลนยะเองก็เช่นเดียวกัน เธอไม่ยอมแพ้การสู้สายตากับสามีของตน

            ฝึกซะ

            ไม่ต้อง

            สถานการณ์ เริ่มแย่ลงเมื่อไม่มีใครยอมใคร จนฝ่ายกลางที่นั่งหงอในตอนแรกเริ่มกลัวปัญหารุกรามระหว่างพ่อกับแม่ของตน ทำให้เขาต้องรีบรัวเร็วพูดตัดปัญหาทันที

            โอเคๆ ผมยอมฝึกแล้ว... แต่ไม่ใช่วันนี้ แล้วถ้าผมเกิดฝึกแล้วไม่ได้เรื่องผมก็จะเลิกฝึกทันที จบเรื่องรึยัง

            เหมือน ระฆังหมดยก ทั้งเลนยะและคิเอ็นจิคลายสายตาลงพลันทั้งคู่และเบือนสายตาไปคนละทางโดยทันที ทว่าเลนยะยังมีแววไม่สบอารมณ์อยู่ลึกๆ และเป็นฝ่ายลุกขึ้นเดินออกไป แต่ก่อนเดินออกไปเจ้าหล่อนที่ทิ้งคำอวยพรแสนเจ็บปวดให้ลูกชายของตนว่า

            ห่วยๆอย่างแกฝึกไม่รอดหรอก

            ยัยนี่...

            ทั้งคนเป็นสามีทั้งคนเป็นลูกต้องร้องขึ้นในใจพร้อมกัน

            คิ เอ็นจิต้องลอบระบายลมหายใจให้กับหญิงสาวจอมปากเสียของเขา... แต่เขาเข้าใจดีว่าทำไมเจ้าหล่อนถึงขัดค้านเขาเรื่องนี้นัก... เขารู้ดีตั้งแต่วันแรกที่เด็กหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าลูกเกิดมา

            ไปนอนซะเจ้าไค ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้เจ้าต้องไปโรงเรียนไม่ใช่รึไง คิเอ็นจิว่าเสียงนิ่งสงบกว่าเดิมเมื่อต้องไล่เด็กหนุ่มเข้านอน ส่วนเรื่องแผลข้าจะไปดูให้ที่หลัง

            เออ... ไม่ต้องก็ได้... เรื่องแผลผมจัดการเองได้ แค่ล้างน้ำ ทายา ปิดพลาสเตอร์ ไคไหวไหล่อย่างไม่แยแสมากนัก

            มันไม่หายง่ายอย่างที่เจ้าคิดหรอก แผลจากอาคมน่ะ คิเอ็นจิว่าเสียงลำบากใจกับความคิดง่ายๆของลูกชาย... ลูกชายของเขาเคยสำนึกตนเองบ้างรึเปล่าว่ามีเลือดของปีศาจไหลเวียนอยู่ครึ่งหนึ่ง

            คิเอ็นจิต้องเลือนนัยน์ตาไปมองมือขวาที่พันผ้าสีขาวแน่นของไคเล็กน้อย ก่อนเอ่ยขึ้นใหม่ ช่างเถอะไปนอนซะ... ข้าเองก็มีเรื่องต้องพูดกับแม่เจ้าอยู่



                                                                   ************************

 

            ร่าง สูงสง่าของเจ้าปีศาจต้องหยุดยืนนิ่งด้วยความอ่อนใจเล็กน้อยเมือสังเกตเห็น ร่างอีกร่างของหญิงสาวเรือนผมสีน้ำตาลยาวยืนกอดอกนิ่งอยู่บนระเบียงทางเดิน ไม้หน้าห้องนอน โดยไม่ได้หมุนนัยน์ตาสีน้ำเงินไม่สบอารมณ์มามองเขาเหมือนเจ้าหล่อนกำลังจงใจ ทำตัวเมินเฉยใส่เขา

            แล้ว การยืนรับลมหนาวตอนกลางคืนทั้งที่ตัวเองเกลียดอากาศหนาวจับใจนั่นก็เป็นการ บ่งบอกว่าเธอกำลังประชดเขาอยู่... และแน่นอนว่าการประชดนี้คงมาจากเรื่องที่พึ่งทะเลาะกับเขาเมื่อครู่อย่างไม่ ต้องสงสัย

            คิเอ็นจิต้องสายศีรษะน้อยๆกับภรรยาของตนเอง

            หมาป่าหนุ่มจำต้องเดินเข้ามาหาเลนยะที่ยังยืนนิ่งจ้องมองไปยังข้างนอกไม่คิดหันกลับมามองหน้าเขา ก่อนที่เขาจะว่าขึ้นก่อน

            ไม่เข้าห้องนอน... อยากเป็นหวัดรึไงเลนยะ

            เชิญแกนอนไปคนเดียวเหอะ....แกมันหัวหน้าครอบครัวนี่ อยากจะสั่งอะไรก็ได้อยู่แล้ว

            คำ เหน็บแหนมจากเลนยะทำเอาร่างสูงสง่าต้องเลือนนัยน์ตาไปอีกทางเล็กน้อย พลางลอบระบายลมหายใจ แต่ก็อดขยับยิ้มนิดๆที่มุมปากไม่ได้เมื่อนานๆทีเขาจะได้เห็นผู้หญิงตรงหน้า ออกอาการงอนจริงๆจังๆสักที

            เลนยะ รู้สึกได้ว่าร่างสูงข้างตัวผละออกไปเหมือนเขาจะเลิกสนใจเธอ แต่เธอก็ยังยืนนิ่งไม่คิดหันไปมองและยังหงุดหงิดเรื่องเมื่อครู่ไม่หาย

            ไม่ได้หวังให้ใครมาง้อนี่...

            ทว่าคนที่ยืนกอดอกนิ่งรับอาการหนาวที่เกลียดจับใจจะได้ยืนหนาวรับลมต่อ  เธอ กลับต้องไหวตัวน้อยๆเมื่อมีผ้าห่มผืนหนาถูกคลุมลงบนไหล่ของเธอ ก่อนที่เธอจะรู้สึกถึงเรียวแขนแข็งแรงของคนที่เธอพึ่งทะเลาะไปด้วยโอบกอดเอว เธอจากข้างหลังอย่างรู้หน้าที่ว่าแค่ผ้าห่มคงกันความหนาวได้ไม่พอสำหรับคน อย่างโซเคนโย เลนยะ

            ก่อนที่เลนยะจะได้ยินคำพูดแผ่วเบาจากเสียงทุ้มต่ำที่ซบใบหน้ากับกลุ่มผมสีน้ำตาลของเธอว่า

            ... ขอโทษ

            แม้ จะได้คำขอโทษอ่อนโยนจากเจ้าปีศาจที่ไม่เคยต้องง้องอนใครนอกจากตัวเธอที่มา พร้อมอ้อมกอดและผ้าห่มที่สร้างความอบอุ่น แต่เลนยะก็ยังคงขมวดคิ้วยุ่งและกอดอกแน่นอย่างบ่งบอกว่ายังไม่หายขุ่นเคือง ร่างสูงสง่าที่กำลังง้อเธออยู่

            แกก็รู้ว่าฉันไม่ชอบคำขอโทษ เลนยะว่าเสียงจริงจังขณะสายตาไม่ละจากสวนนอกระเบียงไม้ ทว่าน้ำเสียงของเธอก็ดูกระด้างน้องลงกว่าเดิม

            คิ เอ็นจิเงียบไปครู่กับคำกล่าวของภรรยาสาวในอ้อมแขน เขากระฉับร่างของเธอแน่นขึ้นขณะซบใบหน้างดงามราวรูปสลักแนบกับศีรษะของเธอ มากขึ้น และเปรยขึ้นใหม่ด้วยถ้อยคำที่ฟังจริงจังมากกว่าเดิม ... เรื่องเจ้าไค... ข้ารู้ว่าไม่สมควร

            เลนยะปรายหางตาไปมองคนข้างหลังเล็กน้อย แกก็รู้ว่าทำไมฉันให้เจ้าไคฝึกพลังปีศาจไม่ได้

            คิ เอ็นจิระบายลมหายใจที่ฟังเหน็ดเหนื่อยเล็กน้อย ก่อนคลายอ้อมกอดและจับตัวหญิงสาวตรงหน้าให้หมุนตัวหันมาเผชิญหน้ากับเขาใน ระยะใกล้ชิด มือเรียวแข็งแรงทั้งสองข้างจับแน่นที่ไหล่ของเธอ นัยน์ตาสีเทานิ่งสงบขณะมองลึกเข้าไปนัยน์ตาสีน้ำเงินที่ยังมีกระแสขุ่นเคือง

            ... เจ้าปกป้องลูกตลอดเวลาไม่ได้... เลนยะ... เวลานี้เราต้องรู้จักให้เจ้าไคปกป้องตัวเองบ้างแล้ว

            น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นเอ่ยด้วยกระแสที่ดูหนักใจอยู่ไม่น้อย

            ฉัน ก็ไม่ได้ปกป้องมันตลอดเวลาสักหน่อยนี่หว่า... แต่พยายามป้องกันปัญหาที่จะตามมาที่หลังต่างหาก ฉันไม่ชอบมาตามเช็ดตามล้างอะไรที่หลังหรอกนะ เลนยะขึ้นเสียงแย้งคนเป็นสามีอีก

            คิเอ็นถอนหายใจกับคำโต้ของหญิงสาวนัยน์ตาสีน้ำเงิน และเลือนใบหน้างดงามสงบนิ่งเข้าไปใกล้เธอมากขึ้นก่อนเอ่ยขึ้นใหม่ แต่ตอนนี้ปัญหามันเกิดขึ้นแล้ว... เจ้าจะทำยังไง

            นัยน์ตา สีน้ำเงินที่แข็งกร้าวสบสู้นัยน์ตาสีเทาคูงามเมื่อครู่อ่อนแสงลงพลัน ก่อนเจ้าหล่อนจะเป็นฝ่ายเบือนนัยน์ตาไปทางอื่นอย่างไม่สมเป็นตนเอง

            แค่ปัญหานี้ฉันยังพอจัดการได้…” แต่กระนั้นเลนยะก็ยังหาข้ออ้างได้ต่อ แม้เธอจะว่าอย่างไม่เต็มน้ำเสียงเท่าไหร่นัก

            เจ้าปีศาจเงียบไปครู่อย่างเข้าใจความรู้สึกของภรรยาของตน อยากจะใจอ่อนยอมเธอเหมือนทุกครั้ง... แต่สำหรับเรื่องของลูกชายเพียงคนเดียวคนนี้... เขาเองก็มีเหตุผลของตนเช่นกัน

            ... เจ้าก็น่าจะรู้นี่เลนยะ... ปัญหาถ้ามีครั้งแรก ก็ต้องมีครั้งที่สอง สาม และครั้งต่อๆไป คิเอ็นจิเงียบไปครู่ก่อนพูดต่อ ... เจ้าตามแก้ทุกปัญหาไม่ได้... เจ้าก็รู้ดีว่า... เจ้าไค... เป็นสิ่งใด

            ใช่... ไม่อาจปฏิเสธได้... ลูกชายของพวกเขา มีสายเลือดของพวกเขาไหลเวียนอยู่... ไม่ว่าเด็กหนุ่มจะพยายามเป็นเพียงเด็กธรรมดาคนหนึ่งสักแค่ไหน... แต่สายเลือดโซเคนโยและปีศาจเลือดบริสุทธิ์ก็ไหลวนอยู่ในร่างกายของเขาอยู่ วันยังค่ำ

            งันก็ต้องโทษที่ฉันกับแกงั้นสิที่ทำให้เจ้านั้นเป็นแบบนั้น เลนยะพึมพำประชดโดยไม่ได้หันกลับไปมองใบหน้ารูปสลักของเจ้าปีศาจ

            ... เพราะเป็นมนุษย์ แต่กลับมีความรักกับปีศาจ... ผลกรรมที่ตามมาจึงไปตกอยู่ที่ลูกรึไง

            ทว่า ใบหน้าของหญิงสาวที่เบือนไปทางอื่นกลับต้องถูกมือเรียวแข็งแรงช้อนให้กลับมา มองหน้าของเขาอย่างช้าๆอีกครั้ง และครั้งนี้ใบหน้าคมเข้มที่เคยวางนิ่งของหมาป่าหนุ่มกลับขยับยิ้มอ่อน โยนอย่างน้อยครั้งจะมี ให้เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำเงิน

            คิเอ็นจิสายศีรษะน้อยๆพลางหลุบนัยน์ตาลงเล็กน้อยก่อนหมุนขึ้นไปมองใบหน้าของหญิงสาวที่ยังมีรอยขมวดคิ้วยุ่งๆอยู่บนใบหน้า

            เจ้าปีศาจเอ่ยขึ้นใหม่พร้อมรอยยิ้มน้อยๆบนมุมปาก ... นั้นแล้วแต่เจ้าจะคิด... แต่สำหรับข้า... ถ้าไม่ใช่เจ้า... ข้าก็ไม่ต้องการ สิ้นคำมือเรียวแข็งแรงของคนพูดก็ช้อนคางของเลนยะให้เงยหน้าขึ้นก่อนตนเองจะ โน้มตัวลงจูบแผ่วเบาบนหน้าผากของเธอ และค่อยๆผละตัวออกพร้อมเอ่ยกับเธออีกครั้งว่า ... ราตรีสวัสดีเด็กน้อย... ถ้าเจ้าหนาวจนทนไม่ได้เมื่อไหร่ก็ตามเข้ามาแล้วกัน

            คน ที่โดนจูบหน้าผากราตรีสวัสดีมองตามแผนหลังกว้างที่คลอเคลียด้วยเส้นผมสำ ราตรียาวสยายด้วยใบหน้ายุ่งๆขณะยกมือขึ้นมาจับหน้าผากของตนที่โดนจูบไป พร้อมบ่นอุบอิบตามหลังคนเป็นสามีว่า

            เด็กน้อยรึ... คิดว่าฉันอายุ 16 รึไง... ไอลูกหมาเอ๋ย

            ถึง กระนั้นเจ้าหล่อนที่ขยับยิ้มน้อยๆบนมุมปากอย่างเสียไม่ได้... เพราะถึงยังไงเธอก็ไม่เคยคิดเสียใจที่หมอผีจอมเจ้าเล่ห์อย่างเธอต้องมาลงเอย กับปีศาจเลือดบริสุทธิ์อย่างเขา... ก็อย่างว่าหมองูก็มักจะตายเพราะงูนั่นแหละ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

1,982 ความคิดเห็น

  1. #1743 ฮิคาริ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:12
    ไค…มีน้องอีกซักคน2คนมั้ย//หวานเกิ๊น~
    #1743
    0
  2. #1742 ฮิคาริ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:12
    ไค…มีน้องอีกซักคน2คนมั้ย//หวานเกิ๊น~
    #1742
    0
  3. #1690 จิรา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 22:14
    ตลกแบบฟินๆ โรแมนติกแบบจิกกัด ไม่รู้จะอธิบายอารมณ์ไงดีไงดีบทของคิเอ็นจิกะเลนยะน่ะ สนุกน่ะรออ่านอู่นะ
    #1690
    0
  4. #1667 KIMKULL (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 / 12:51
    ขอเป็นลูกสะใภ้ได้มั้ยคะ #พ่อแม่หวานเว่อร์
    #1667
    0
  5. #1642 Acacha (@acacha) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กันยายน 2557 / 12:14
    เพิ่งมาลองอ่าน

    อยากอ่านต่อมากๆ >w<
    #1642
    0
  6. #1620 มายด์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2557 / 20:06
    อ่านกี่รอบก็ฟิน เลนยะกับท่านกิเท็นชิ(คิเอ็นจิ)

    น่ารักที่สุดเลยมีง้องอนกันด้วย ^//^

    #ติดตามฉบับรีไรท์อยู่นะคะ
    #1620
    0
  7. #1532 ลิเคียวร์ (@naruren) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 04:29
    สมเป็นท่านคิเอ็นจิจริงๆ ไม่มีใครปราบหมอผีสาวเจ้าเล่หห์นอกจากจ้าวแห่งปีศาจอีกแล้ว อยากให้เขียนต่อมากๆ เอาใจช่วยไรเตอร์นะคะ
    #1532
    0
  8. #1484 ตามมาอ่าน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 17:24
    ก่อนนี้นึกภาพจ้าวหมาป่าในภาพคุณพ่อไม่ออก

    แต่พอมาอ่านตอนนี้ท่านคิเอ็นจิก็ยังคงเป็นท่าคิเอ็นจิในความจำไมีผิดเพี้ยน

    แถมไม่รู้สึกขัดกับการวางตัวเป็นพ่อคนด้วย

    น่ารักยิ่งขึ้นไปอีกอะ



    อยากอ่านต่อแล้วอะท่านแบงค์

    (อยากรู้ว่าเจ้าไคไปทำยังไงให้ได้หนูยูขึ้นมา)
    #1484
    0
  9. #1087 Muyaa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มีนาคม 2557 / 19:22
    อ่านไปแล้วก็ต้องยิ้ม กับความน่ารัก

    แล้วก็อ่านทีไร ก็ยังคิดถึงเรื่องโซเคนโยทุกครั้งเลย ^^
    #1087
    0
  10. #723 Mai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 00:30
    กลับมาอ่านซ้ำ ก็ยังยิ้มได้อยู่



    รักตัวละครคิเอ็นจิ กับเลนยะมากจริงๆ
    #723
    0
  11. #439 NuttyLondar (@nuttylondar) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 20:05
    ไคตลกจริงๆ ไม่เหมือนทั้งพ่อและแม่เลยยยยยยยย

    ชอบบทหวานๆของคิอนจิกะเลนยะมากๆๆ อ่านแล้วมันกรุ่นๆๆๆ เขินนนนนน >/////<
    #439
    0
  12. #414 cooldragon (@mimoko) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2556 / 11:10
    อยู่ๆอยากนึกมาอ่านซ้ำขึ้นมาค่ะ (ฮา )
    โดยส่วนตัวชอบนิสัยเจ้าไคจริงๆนั่นแหละ เพราะดูไม่เหมือนทั้งพ่อและแม่ มันเลยเป็นจุดเด่น(ขำ)

    บทง้องอนของเลนยะน่ารักเว่อร์ๆ เลนยะเป้นตัวละครที่เรารักสุดๆเเล้วค่ะ
    เพราะอ่านตั้งแต่ ป.6 ยันตอนนี้ ม.6แล้วยังเลิืกรัก ความโฉด เจ้าเล่ห์ ชอบประชดประชันของนางไม่ได้

    และยิ่งเหลืองหลังๆที่พี่แต่ง ก็ทำให้รู้ว่า ไม่ใช่มีแต่คิเอ็นจิหรอกที่กินเด็ก แต่ตัวละครของพี่นี่ กินเด็กทุกเรื่องจริงๆ 5555
    #414
    0
  13. #380 rot (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2556 / 00:17
    ไม่รู้ว่าคนเขียน เขียนให้ตลกป่าวอะ แต่คนอ่าน อ่านแล้วตลกดี สนุกด้วย
    #380
    0
  14. #371 Gatung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2556 / 22:24
    น่ารักเกินไปแล้ว
    #371
    0
  15. #75 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2555 / 09:52
    สนุกดีค่ะ จะมีเขียนเรื่องนี้ต่อมั้ย อยากรู้อนาคตของไคจิงๆ หุๆ
    #75
    0