บทความผีเข้าของ B 13 s.t

ตอนที่ 22 : แวมไฟร์ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4203
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    2 มี.ค. 60

 แวมไฟร์ 1


               ฝน... ขอให้ตกหนักๆ หรือถ้าเป็นไปได้ ให้พายุเข้าเลยยิ่งดี และเสียงติ๊กๆ ที่ผนังห้องนั้นก็ช่วยเดินเร็วกว่านี้หน่อยได้ไหม เพราะเธอเริ่มเกลียดเข็มสั้นอ้วนๆ ที่หมุนได้เชื่องช้าน่าหงุดหงิดยิ่งกว่าอะไร รูปทรงมันดูขี้เกียจเหมือนวิธีที่มันขยับจนนึกสาปแช่งคนคิดกลไกนาฬิกาแบบนี้ในใจ


               ช่วยบ่ายสามโมงครึ่งซะที วันนี้จะได้จบไปเพื่อชีวิตที่ดี และปลอดโปร่งตลอดทั้งเทอม!


               “ไม่มีผู้ปกครองมาจริงๆ เหรออาริสา”


               คำถามจากเสียงแหลมสูงพอๆ กับรูปร่างหลีบเล็กของคนถาม ดึงให้เด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมต้นของโรงเรียนเอกชนชื่อดังบนโต๊ะเรียนแถวหน้าสุดท่ามกลางโต๊ะเรียนว่างเปล่าสี่สิบสามตัวผละจากนาฬิกาเหนือกระดานไวท์บอร์ด ก้มกลับมามองยังครูที่ปรึกษาประจำชั้นคนใหม่ของตน


               กะด้วยสายตา ครูคนใหม่ของเธออายุแค่สามสิบต้นๆ ดูผอมไปหน่อยเมื่อเทียบไปผู้หญิงทั่วไป แต่มีความเป็นมืออาชีพจากการวางท่าทางนุ่มนวลแต่เด็ดขาดในทีนั่น ทำให้ดูเข้ากับสูทสีกรมท่าที่ทับเชิทขาว ติดเข็มกลัดตราสัญลักษณ์ประจำสถาบัญบนหน้าอกขวา และกระโปรงสอบสีเดียวกันที่ยาวถึงเข่า ซึ่งเป็นเครื่องแบบทางการของโรงเรียน


               อาริสา หรือ เมย์ กำลังจะเป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งของที่นี่ และวันนี้คือวันประชุมผู้ปกครอง เพื่อแนะนำโรงเรียน หลักสูตร รับหนังสือ และทำความรู้จักกับครูประจำชั้นคนใหม่


ทว่าตั้งแต่ช่วงเช้าหลังพิธีน่าเบื่อหน่ายในหอประชุมจบ จนเลยมาบ่ายค้อย และฝนเริ่มลงเม็ด กระทั่งตกหนัก ผู้ปกครองของเมย์ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะโผล่มาให้เห็นหน้า ทำให้เธอเป็นคนเดียวที่ต้องนั่งอยู่ที่นี่กับครูประจำชั้นของตน เพื่อรอว่าอาจมีใครสักคนมารับเธอกลับบ้าน และอายุมาพอจะคุยกับครูของเธอได้  


               “ค่ะ คุณพ่อหนูทำงานต่างประเทศตลอด เลยมาไม่ได้ค่ะ” เมย์ตอบอย่างสุภาพ ใช้ดวงตาสีเข้มคู่โตมองตรงแน่วไปยังคุณครูสาวให้รู้ว่าตนไม่ได้โกหก


               “แล้วไม่มีตัวแทนผู้ปกครองเลยงั้นเหรอ ตอนนี้เหลือเธอแค่คนเดียวแล้วนะ ครูอยากให้ผู้ปกครองเธอได้รับรู้กฏ ระเบียบ กิจกรรม และวิธีการสอนของทางโรงเรียน เพื่อจะได้ทำความเข้าใจ แล้วไม่เป็นปัญหาที่หลังได้”


               นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเหลือบมองละอองฝนที่สาดกระทบบนหน้าตางกระจก พวกมันให้ความมั่นใจบางอย่างที่ทำให้เธอกลับมาพยักใบหน้าทีหนึ่งในคุณครูประจำชั้นได้


               “ค่ะ ไม่...”


               “ขอโทษที่มาประชุมผู้ปกครองสายครับ!


               เสียงตะโกนที่หน้าประตูห้องทำให้เด็กสาวต้องกลืนคำพูดทุกอย่างลงคอ แล้วตวัดนัยน์ตาเปิดกว้างด้วยความโกรธมากกว่าจะตกใจไปยังเสียงดังๆ ของใครคนหนึ่งที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน


               “ผมเป็นตัวแทนผู้ปกครองของเมย์... ของอาริสา โบฟอร์ตครับ” เสียงทุ้มและฟังกระตือรือร้น มาจากชายหนุ่มปริศนาที่หน้าประตูห้องเรียนอีกครั้ง


               “ชิ!” เมย์ทำเสียงไม่ชอบใจ และสะบัดหน้าหนีผู้ที่มาใหม่ไปอีกทางทันใด


               “เอ๊ะ พี่ชาย?” อาจารย์สาวนิ่งค้างชั่วขณะกับอาคันตุกะที่มาใหม่ และเผลอไล่มองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความประหลาดใจและอึ้งตะลึงนิดๆ


เพราะชายหนุ่มที่น่าจะอายุไม่น่าเกินยี่สิบต้นๆ ในเสื้อผ้าชื้นๆ ที่ฝ่าสายฝนหนักมาด้วยร่มคันเดียวนั้น ทั้งรูปร่างหน้าตาทั้งหมด ไม่ใช่คนไทยอย่างแน่นอน  


               แม้จะมีเส้นผมสีดำหยักศกยาวละต้นคอ หากนัยน์ตาเรียวคมนั้นกลับมีสีฟ้าเข้มโดดเด่น พร้อมด้วยรูปร่างสูงใหญ่อย่างชาวยุโรปแท้ๆ ส่วนเรื่องหน้าตาพูดได้เต็มปากกว่าหล่อเหลาเกลี่ยงเกลา แทบไม่ต่างจากนายแบบสักคนในนิตรสารชื่อดังของต่างประเทศ แต่เพราะรอยยิ้มง่ายๆ ชื่อๆ และท่าทางเงอะงะที่เขาแสดงออกมาเลยทำให้เสน่ห์ที่ควรมีจนล้นเหลือถูกลดทอนลงไปเกือบหมด


               ถ้าจับแต่งตัวสักหน่อย ไม่ใส่แค่เสื้อยืดกางเกงยีนต์สภาพเลอะเทอะน้ำโคลนแบบนี้ และให้ยืนอยู่เฉยๆ ทั้งตัวเธอและหญิงสาวมากมายคงมองกันเหลียวหลัง แต่ก็อย่างว่า ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในสภาพนั้น  


“เป็นคนต่างชาติ... เหรอค่ะ” หลังสำรวจอีกฝ่ายอยู่ครู่ใหญ่ คนเป็นครูก็หลุดคำถามออกมาได้ในที่สุด


               “ครับ อังกฤษ... อีริก โบฟอร์ต แต่อยู่ไทยตั้งแต่เกิด พ่อแม่เราเป็นคนอังกฤษครับ” อีริกแนะนำตัวคล่องแคล่ว ไม่ติดสำเนียงแปร่งปลั่งให้ได้ยิน แล้วต้องรีบอธิบายต่อเมื่อเห็นรอยย่นบนหว่างคิ้วของอาจารย์ที่ปรึกษาสาว “เอ่อ... เมย์เป็นน้องบุญธรรมน่ะครับ”


               “อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ” เธอรับคำ และวางใจได้มากขึ้น ก่อนหันไปยังเด็กสาว “งั้นก็... อาริสา ผู้ปกครองมาแล้วนะ”


               “ไม่ใช่ค่ะ”


               “อะไรนะ!” คนที่เพิ่งแนะนำตัวเป็นพี่ชายร้องกับการถูกเด็กสาวปฏิเสธ พร้อมแววตาสีดำสนิทของเธอที่ส่งมาคาดโทษเขา “ไม่ ไม่ ไม่ ผมเป็นพี่ชายเมย์จริงๆ นะ อย่าเพิ่งทำท่าจะหยิบโทรศัพท์เรียกตำรวจสิครับ!


               คำปรามอย่างรู้ทันทำให้อาจารย์สาวต้องชะงักมือที่กำลังเอื้อมไปยังสมาร์ทโฟนบนโต๊ะ


               ขณะชายหนุ่มต่างชาติน่าสงสัยรีบหันไปร้องท้วงกับเด็กสาว


               “ทำไมต้องเมินกันด้วย เรามีกันแค่สองคนพี่น้อง เมย์เป็นความภูมิใจของพี่ที่สุดในชีวิตพี่เลยนะ ภูมิใจตั้งแต่เกิดเลย!”  


               น่ารำคาญ ก็บอกแบบนั้นทุกปีอยู่แล้วนี่!


            เด็กสาวพ่นลมออกจมูกอย่างเบื่อหน่าย ยิ่งเห็นท่าทางโอญครวญอย่างน้อยใจจากฝรั่งตัวโตที่หน้าประตูก็ยิ่งนึกรำคาญ และสุดท้ายก็จำต้องว่าขึ้นใหม่  


“ช่างเถอะ รีบมานั่งซะ หนูอยากกลับบ้านเร็วๆ แล้ว”


               เธอเองก็ไม่ได้อยากอยู่ที่นี่ให้เป็นเป้าสายตาของครูประจำชั้นคนใหม่นานนักหรอก เพราะถึงยังไงเด็กไทยตัวเล็กๆ ที่มีพี่ชายเป็นชาวต่างชาติ พูดไทยชัดแจ๋วและท่าทางแปลกประหลาดก็คงเป็นอะไรที่ไม่ปกตินักสำหรับคนทั่วไปอยู่ดี... และเธอไม่ชอบที่จะผิดปกติจากคนทั่วไป


               ซึ่งทันทีที่อีริกก้าวมานั่งบนโต๊ะเรียนข้างตัวเมย์ และคนเป็นครูหยุดงุนงงไปกับการปฏิเสธและยอมรับผู้ปกครองตนในเวลาเดียวกันของลูกศิษย์ เธอก็จัดท่าทางตนให้กลับมาเคร่งขรึมและกล่าวขึ้นใหม่


               “ถ้างั้นจะเริ่มประชุมเลยนะคะ”





                                                           ********************************





 

               “เป็นโรงเรียนที่ดีมากเลยนะเนี่ย ว่าไหม”


               เมย์ต้องตวัดหน้าขึ้นไปมองยังชายหนุ่มที่กางร่มไปด้วยอ่านโปรชัวร์และกฏระเบียบต่างๆ ของโรงเรียนไปด้วยพร้อมงึมงำอะไรตลอดทางตั้งแต่ออกมาจากรั่วโรงเรียนใหม่ของเธอ ก่อนจะถามห้วนว่า


               “ทำไมถึงมาได้” เด็กสาวขมวดคิ้วยุ่งอย่างสงสัยและไม่ชอบใจ “หนูฉีกจดหมายประชุมผู้ปกครองทิ้งไปแล้วนี่”


               “ก็เทขยะวันนี้ แล้วค้นเจอมา เลยเอามาต่อกันใหม่” อีริกก้มมาตอบใบหน้ายิ้มกว้าง พร้อมชูใบเอกสารขาดๆ ที่ใช้เทปกาวใส่ติดไว้เต็มทั้งแผ่นขึ้นมาให้เมย์ดูเป็นหลักฐานชัดเจน


พระเจ้า คนคนนี้!


“แล้วทำไมต้องมาเองด้วย” เมย์ยังถามอย่างไม่ชอบใจเช่นเดิม


“ห๊า?”


“น่าจะจ้างใครมาเป็นผู้ปกครองแทนก็ได้ ทำแบบนี้หนูเดือดร้อนนะ”


“เดือดร้อน?”


“ก็รู้ๆ อยู่”


“รู้อะไร” อีริกเริ่มชักหัวคิ้วเรียวเข้มไม่เข้าใจมากขึ้น


และท่าทางนั้นก็เหมือนเป็นตัวจุดฉนวดให้เด็กสาว จนเธอต้องโวยกลับไปทันทีว่า


“ก็รู้ว่าควรจ้างคนที่เหมือนจะเป็น พ่อได้จริงๆ มาน่ะ”


               ร่างสูงใหญ่หยุดเท้าชะงักกับสิ่งที่ได้ยินครั้งนี้ ก่อนเขาจะว่าเน้นชัดขึ้นมาบ้างว่า


“ก็มันเป็นหน้าที่ พ่อ จะให้คนอื่นมาทำแทนได้ยังไง พ่อก็ประชุมผู้ปกครองของเมย์ทุกเทอมมาตลอด”


               “ก็บอกว่าอย่าเรียกตัวเองว่าพ่อกลางที่สาธารณะไงเล่า!” เมย์รีบสะบัดตัวไปร้องห้ามเสียงดัง เมื่ออีกฝ่ายประกาศตัวชัดจนใจเธอร่วงวูบ


               กระนั้นอีริกเองก็ไม่ยอมแพ่เช่นกัน แล้วประท้วงกลับ


               “ก็พ่อเป็นพ่อของเมย์ ก็ต้องเรียกตัวเองว่าพ่อสิ”


               “แล้วเหมือนพ่อคนอื่นเขาซะที่ไหนเล่า ดูตัวเองซะบ้างสิ เป็นคนยังไม่ใช่ด้วยซ้ำ!


               อีริก โบฟอร์ต หรือชื่อเต็มๆ คืออีริก ครูส โบฟอร์ต ไม่ใช่พี่ชายเธอ เธอไม่ใช่น้องสาวเขา แถมยังเป็นลูกคนเดียว และเหนืออื่นใดสถานะจริงๆ ของอีริก ก็คือ พ่อของเธอ... เด็กหนุ่มต่างชาติที่ดูอายุไม่เกินยี่สิบต้นๆ นี่แหละพ่อของเธอ


ซ้ำที่สำคัญที่สุดยิ่งกว่านั้น สำคัญกว่าการที่เขาเป็นเด็กหนุ่มที่มีลูกวัยรุ่นอายุสิบสองย่างสิบสาม... คือเขาไม่ใช่มนุษย์


แต่เป็นเหมือนสิ่งที่ก้าวออกมาจากหน้ากระดาษเก่าๆ ของตำนานโบราณแสนลึกลับ ที่คนทั้งโลกรู้จัก และคิดว่ามันช่างมีมนต์ขลังและเปี่ยมเสน่ห์


แวมไพน์... เป็นคำที่คนทั่วไปเข้าใจได้ง่ายสุดหากให้อธิบายสิ่งที่อีริกเป็น ผีดิบ ผีดูดเลือด อะไรก็แล้วแต่เถอะ เอาเข้าใจง่ายสุดก็คือแวมไพน์ สิ่งมีชีวิตที่ไม่แก่ ไม่ตาย คงความหนุ่มสาวตลอดกาล และดื่มเลือดมนุษย์ 


เหมือนเอ็ดเวิร์ดในทไวไลท์รึเปล่าน่ะเหรอ ถ้ามีใครถามแบบนั้นเมย์คงชักสีหน้าเบ้ แล้วพูดใส่หน้าคนถามว่า เพ้อเจ้อ


แวมไพน์ในนิยาย หรือหนังรักหลายเรื่องมักงดงาม ทรงเสน่ห์ ลึกลับ มีพลังดึงดูดทางเพศรุนแรง แต่อีริกไม่ใช่หนึ่งในเพศผู้ที่มีเสน่ห์และลึกลับอย่างแน่นอน แถมติดจะน่าเบื่อหน่ายเสียด้วยซ้ำ


เขาหล่อ แต่คนหล่อไม่ได้มีเสน่ห์ทุกคน อีริกมีนิสัยแย่ๆ ของผู้ชายที่ทำให้เด็กผู้หญิงอย่างเธอกรอกตาเอือมระอาได้บ่อยๆ และเขาก็เหมือนพ่อทั่วไปที่จูนกับลูกสาววัยรุ่นไม่ค่อยติด คิดว่าลูกอายุห้าขวบตลอดกาล และเป็นไปได้ที่เขาจะเป็นพ่อประเภทที่ซื้อตุ๊กตาหมีให้ลูกตอนวันเกิดอายุครบยี่สิบ


แล้วลองมีพ่อเป็นแวมไพน์ที่ไม่แก่ไม่ตาย แล้วเป็นอย่างอีริกดูสิ คุณก็ค้นพบวาการใช้ชีวิตแต่ละวันมันยากลำบากแค่ไหน และต้องรับมือกับมันอย่างหนักยังไงบ้าง


อย่างเดียวที่พอจะอวดได้คงเป็นเชื้อสายของอีริก เมย์คิดว่านั่นใกล้เคียงกับพวกพระเอกแวมไพน์ในนิยายที่สุดแล้ว เพราะอีริกเป็นแวมไพน์มาตั้งแต่กำเนิด ไม่ใช่ถูกกัดติดเชื้อมาจากไหน แต่เป็นพันธุ์แท้ ดั่งเดิม แบบสืบเชื้อสายมาโดยตรงตั้งแต่สมัยต้นๆ คริสต์ศวรรษ อายุไม่ต้องพูดถึง ไม่ต่ำกว่าพันปี


แล้วทำไมแวมไพน์แก่ๆ ถึงมีลูกเป็นเด็กสาวชาวไทยอย่างเธอได้ เมย์ก็ไม่แน่ใจ แต่สิ่งที่แน่ใจที่สุดคือเธอไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเขา เพราะอีริกเป็นแวมไพน์ มีลูกไม่ได้ และหน้าตาเธอกับอีริกก็ไปคนละทางโดยสิ้นเชิง เขาเป็นหนุ่มยุโรปแบบต้นตำรับ แต่เธอเป็นสาวเอเชียที่หน้าตาติดจะหมวยนิดๆ เสียด้วยซ้ำ ทว่าตั้งแต่จำความได้โลกทั้งใบของเธอก็มีแต่อีริกคนเดียว


แล้วทำไมแวมไพน์สายพันธุ์แท้อย่างเขาถึงเก็บเด็กทารกคนหนึ่งมาเลี้ยงได้ จนแม้ปัจจุบันเธอก็ไม่รู้คำตอบ ส่วนอีริกก็มักแค่ยิ้มร่าแล้วตอบง่ายๆ แค่ว่า ก็เพราะพ่อรักเมย์ไง


เป็นคำตอบสิ้นคิดเหมือนพวกผู้ใหญ่หลอกเด็กว่ามีสัตว์ประหลาดอยู่ในตู้เสื้อไม่มีผิด... ถึงแม้จะมีสัตว์ประหลาดตัวจริงเสียงจริงที่เรียกว่าผีดูดเลือดยืนอยู่ต่อหน้าเธอตอนนี้ก็เถอะ   


อีริกไม่เคยพูดถึงพ่อแม่แท้ๆ ของเธอ หรือบอกว่าได้ตัวเธอมายังไง แบบไหน เมื่อไหร่ และเธอก็ไม่ได้คิดจะหาคำตอบ... ความจริงเธอไม่เคยรู้สึกขาดอะไรเลยเมื่ออยู่กับเขา


และใช่... เมย์ยอมรับว่าเธอเคยมีความสุขมากๆ ตอนที่อยู่กับอีริก เธอเคยเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ติดพ่อของตัวเองแจ เห็นเขาเป็นฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และเธอไม่คิดสนว่าอีริกจะเป็นอะไร แตกต่างจากพ่อทั่วไปขนาดไหน อีริกเติมทุกอย่างที่เธอขาดจนเต็มอย่างที่แวมไพน์ตนหนึ่งหรือพ่อคนหนึ่งจะทำได้ เขาพยายาม พยายามมากๆ ซะด้วย


ก็ลองคิดว่าเป็นผู้ชายคนเดียวที่ต้องเลี้ยงลูกตามลำพังมันก็ฟังลำบากมากพอแล้ว แต่นี้ต้องคูณสิบคำว่าแวมไพน์และยกกำลังสองด้วยคำว่าลูกสาวเข้าไปอีก มันจะหนักหนาเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ก็ลองคำนวณดูเอา ดังนั้นเขาจึง เคยเป็นคนที่เธอเห็นว่าสุดยอดที่สุด เป็นพ่อที่วิเศษกว่าพ่อคนไหนๆ... แต่ความรู้สึกเหล่านั้นมันก็ยุติลงเมื่อสามปีที่แล้ว... 


               “นั่นคนทะเลาะกันเหรอ”


               “บอกเป็นพ่อลูกกันด้วย”


               “จะบ้าเหรอ ยังหนุ่มขนาดนั้น อายุไม่เกินยี่สิบเลยมั้ง”


               “พวกชิงสุกก่อนหามล่ะมั้ง”


               ชิ อีกแล้ว!...


            เสียงซุบซิบที่ลอยมาเข้าหู ทำให้เมย์ที่ยืนจังก้าเพื่อจะเถียงสู้พ่อตนให้ได้ต้องหยุดความคิด และเพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองอยู่กลางถนนในที่สาธารณะ แม้ฝนจะตกอยู่ แต่ก็ยังมีคนเดินไปมามากพอในช่วงเย็นใกล้เลิกงานเช่นนี้ โดยเฉพาะแถวหน้าโรงเรียนมีชื่อเสียงแบบนี้ด้วยแล้ว


               “หนูจะเดินกลับคนเดียว” เมย์ตัดสินใจเพื่อตัดปัญหา และรีบก้าวหนีอีริกพร้อมร่มในมือทันที


               “ได้ไง โบกแท็กซี่กลับด้วยกันสิ ฝนตก แถมคนก็เยอะ มันอันตรายนะ” อีริกต้องรีบวิ่งตาม แม้ทั้งกระเป๋านักเรียน และข้าวของจากการประชุมผู้ปกครองจะเต็มมือ พร้อมหนีบร่มคันใหญ่ไว้จนพะรุงพะรังไปทั้งตัว


               “อีริกก็กลับไปคนเดียวแล้วกัน” เมย์ตวัดหน้าไปบอกอย่างเย็นชา


               กระนั้นคนวิ่งตามก็ยังไม่วายท้วงตามหลังว่า “เรียกพ่อสิ”


               “ก็บอกว่าไม่ แล้วบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกตัวว่าพ่อกลางถนนน่ะ คนเขาจะคิดยังไง หัดดูซะบ้างสิ” เป็นอีกครั้งที่เด็กสาวต้องหันกลับไปโวย และไม่เข้าใจว่าทำไมคนคนนี้ถึงไม่เข้าใจสิ่งที่เธอพยายามจะบอกซะที


               คนถูกโวยต้องเป็นฝ่ายยืนนิ่ง และครั้งนี้ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูตื่นๆ กลับนิ่งจริงจังขึ้นยามกล่าวขึ้นใหม่ว่า “ไม่เห็นเป็นอะไร ใครจะคิดยังไงก็เรื่องของเขา เขาเป็นคนอื่น ไม่ใช่คนในครอบครัวสักหน่อย... สมัยก่อนเมย์ก็ยังเรียกพ่อว่าพ่อได้ปกติไม่ใช่เหรอ”


               “ก็นั้นมันตอนเด็ก เอามาเทียบกันไม่ได้หรอก ตอนนี้หนูขึ้นม.1แล้วนะ” เด็กสาวปรายตามองหนีไปอีกทางยามงึมงำแย้งครั้งนี้   


               ทว่าอีกริกก็ว่า “นั่นก็ยังเด็กอยู่ดี”


               “เทียบกับตาแก่อายุพันกว่าปีของอีริกก็คงใช่”


               “ตะ... ตาแก่!” ใบหน้าจริงจังแทบแตกโผละกับคำว่า ตาแก่จากปากลูกสาว


               และมันกลายเป็นการเปิดโอกาสให้เมย์พูดขึ้นต่อว่า


               “หนูก็บอกไปตั้งแต่สามปีก่อนแล้วนี่ว่าจะไม่เรียกอีริกว่าพ่ออีก ก็ตกลงกันไปแล้วแท้ๆ”


               บรรยากาศระหว่างเด็กสาวและแวมไฟน์หนุ่มพลันเงียบงันไปอึดใจ เมย์ยังคงปรายตามองไปทางอื่น คล้ายไม่อยากเผชิญหน้าเขายามพูดเรื่องนี้ ขณะที่อีริกค่อยๆ ถามขึ้นใหม่อย่างเสียไม่ได้ว่า


               “เมย์... เกิดอะไรเมื่อสามปีก่อนกันแน่”


               เด็กสาวเม้มปากนิดกับสิ่งที่ถูกถาม และยังก้มมองไปทางหนึ่งไม่เปลี่ยน แต่ไม่นานหลังยืนเงียบราวหาคำตอบไม่ได้ เธอก็ตวัดหน้าที่จริงจังขึ้นไปพูดกับแวมไฟน์หนุ่มว่า


               “... ถ้าอีริกเป็นพ่อ... แล้วแม่หนูอยู่ไหนล่ะ”


               “ห๊า?” เป็นคำถามที่ทำให้ร่างสูงชะงักไปทันใด และนั่นเป็นวินาทีที่เด็กสาวในชุดนักเรียนม.ต้น ตวัดตัวและวิ่งข้ามถนนหนีเขาไปต่อหน้าต่อตา


               “เดี๋ยว เมย์!


               ความคิดที่ว่าจะวิ่งตามพลันชะงักตามแรงดึงจากคอเสื้อด้านหลังจนเขาล้มหงายหลังลงพื้นเปียกแฉะ และข้าวของในมือกระจายเกลื่อน ก่อนเสียงแหลมๆ ของใครบางคนจะหวีนขึ้นข้างตัว


               “ทำบ้าอะไรน่ะ รถเพิ่งปล่อยไม่เห็นรึ... !?” เด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลายที่กำลังโวยใส่ชายหนุ่มที่เหมือนจะวิ่งข้ามถนนโดยไม่ดูว่าไฟเขียวเพิ่งสว่างต้องหยุดคำของตนไป เมื่อคนที่เธอเพิ่งช่วยชีวิคไว้เงยหน้าขึ้นมามองด้วยดวงตาสีฟ้าเข้มคู่เรียวคม


               ตอนแรกเห็นว่าผมสีดำ เลยนึกว่าคนไทย


               “อะ... เอ่อ ... Are you alright...” เธอต้องรีบเปลี่ยนภาษา และท่าทางในการถามทันที เมื่อไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นช่าวต่างชาติ


               แต่ชายหนุ่มต่างชาติที่ยังดูซึมๆ งงๆ กลับตอบกลับมาว่า


               “ไม่... ผม... ไม่เป็นไร...”


               พูดไทยได้ด้วย ชัดแจ๋วอีกต่างหาก?!


               “ถะ ถ้างั้น... ไม่บาดเจ็บอะไรใช่ไหมค่ะ หนูชื่อเอมนะคะ ขอโทษที่กระชากคุณแรงมากเมื่อกี้” เด็กสาวคิดในใจก่อนพูดขึ้นต่อ และรีบก้มไปเก็บข้าวของให้เขา แม้มันจะเปียกทั้งน้ำฝนและน้ำโคลนไปแล้วก็ตาม ตัวพวกเขาสองคนเองก็ด้วย


               “ไม่... แต่ลูกสาว... ผม...”


               ลูกสาว! หนุ่มขนาดนี้มีลูกแล้วเหรอ!


            เป็นอีกครั้งที่ต้องตกใจในสิ่งที่ชายหนุ่มหน้าฝรั่งจ๋าตรงหน้าตอบ กระนั้นเอมก็ยังถามต่อด้วยความเป็นห่วง เพราะดูแล้วตอนนี้เขาเหมือนยังสติกลับมาไม่ครบนัก ไม่รู้ว่าเพราะยังตกใจและงุนงงที่เพิ่งถูกเธอกระชากหลังคอ หรือตกใจจากการเกือบถูกรถชน หรือเป็นเรื่องอื่นกันแน่  


“งะ... งั้นภรรยาคุณ คุณแม่ลูกสาวคุณน่ะค่ะ อยู่ไหนเหรอคะ” เพื่อเธอจะได้หาตัวช่วยเขาเพิ่มได้


               “... เธอ... ไม่มีแม่”


            พ่อหม่ายต่างชาติที่ยังเด็ก แล้วโดนเมียทิ้ง!


            นี่เธอเปิดมาเจอดราม่าช่องไหนกลางถนนเนี่ย!


               “งะ... งั้นฉันขอตัวนะคะ ขอโทษนะคะที่ทำของคุณเปื้อนหมดเลย” กลายเป็นคนที่เพิ่งช่วยชีวิตคนอื่น ต้องรีบขอตัวแทน เมื่ออาการของฝรั่งตรงหน้าเริ่มจะรับมือยากเกินไปแล้ว อีกอย่างเธอไม่ถนัดเรื่องชีวิตดราม่าแนวนี้ ก่อนจะรีบส่งข้าวของที่รวบรวมเสร็จให้เจ้าของ


               แต่ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะรับ เขากลับจ้องหน้าเธอแล้วพึมพำขึ้นว่า


               “กลิ่นผมเธอ” เขาหยุดคำไปนิด ด้วยสีหน้าที่ยังเลื่อนลอย ก่อนต่อคำพูดตนว่า “กลิ่นเดียวกับแชมพูที่เมย์ใช้เลย”


            โรคจิต!


            เอมร้องลั่นในใจด้วยความช็อคไปชั่วขณะ ก่อนสิ่งที่รวมไว้มือจะถูกปล่อยแผละก่อนถึงมือเจ้าของ ให้เขาร้อง อ๊ะ ด้วยความงุนงง ขณะเด็กสาวลุกขึ้น และรีบเดินหนีไปอีกทางทันที





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

1,982 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 11:14
    พลีสสสสส อีกเรื่องนะ
    #1925
    0
  2. #1827 iris (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 03:40
    โว้ววว เหมือนจะชอบเรื่องนี้ซะแล้ว ฮื่อออ

    น่าติดตามต่อมากๆ เป็นกำลังใจให้พี่แบงค์นะค้าา<3

    #1827
    0
  3. #1826 Nan13meena (@Nan13meena) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 09:05
    ไม่น่าหลงเข้ามาอ่านเลย คุณแบงค์ขา...อย่าลืมมาต่อนะคะ ค้างมากค่ะ ????
    #1826
    0
  4. #1824 tinkerbell.n12 (@tinkerbell12nook) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 18:42
    คุณพ่อน่ารัก
    #1824
    0
  5. #1819 ใบไม้เปลี่ยนสี (@beaw_nile) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 00:52
    คุณแบงค์คะ มันน่าจะเขียนว่าแวมไพร์หรือเปล่าคะ คือถ้าเป็นไพน์ มันน่าจะเป็นหน่วยตวงน่ะค่ะ
    #1819
    0
  6. #1817 littleant2208 (@littleant2208) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 23:58
    สนุกดีค่ะ แต่อย่าลืมน้องแป้งนะคะ 5555
    #1817
    0
  7. #1812 มิ้น (@godthebook) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 19:43
    น่าสงใจแน่วครอบครัว นางเอกเป้นเด็กม.ปลายตายแล้วดันได้ลูกติดอายุห่างกันไม่กี่ปีเอง 55555 อยากรู้เรื่องพ่อแม่เมย์จังเลยยย
    #1812
    0
  8. #1811 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 15:57
    น่าสนใจดีค่า ต่อคิวเนียร์เลยค่ะ! 555555555
    #1811
    0
  9. #1810 ตุ๊กแกสีรุ้ง (@santaria) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 10:37
    พี่แบงค์จ๋าา ผีอีแป้งอยากจะมีบทมั่ง โดนแย่งซีนตัลหลอดเลย จะตามมารังควานแล้วนะ
    #1810
    0
  10. #1809 ^ จู ^ (@inuko555) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 21:40
    โถๆๆๆ คุณพ่อสุดหล่อกลายเป็นโรคจิตไปแล้ว
    #1809
    0
  11. #1807 Naruko (@Naruko) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 20:22
    อีริคจะคิดว่าเมย์เข้าช่วงวัยต่อต้านไหมคะ?
    #1807
    0
  12. #1806 Pauline_Saengthong (@Coldheartsheep) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 20:13
    สนุกและน่าติดตามมากจ้า ถ้ามีเวลาก็ทำเป็นเรื่องหลักต่อจากเนียร์ก็จะดีมากๆ เลย เป็นกำลังใจให้ทั้งเรื่องคุณพ่อและงานเขียนนะจ้ะ ^^
    #1806
    0
  13. #1805 punsha (@0825504808) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 19:19
    ชอบจ้า
    #1805
    0
  14. #1804 Qlover (@Qlover) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 16:03
    อ่านไปแล้วงงตรงประโยคอีริกเป็นแวมไพร์มีลูกไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นอีริกเกิดมาจากไหนคะ
    สืบเชื้อสายแวมไพร์ตั้งแต่เกิด สืบยังไงหรอคะ ช่วยอธิบายหน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ
    #1804
    1
    • #1804-1 B 13 s.t (@satancrow) (จากตอนที่ 22)
      2 มีนาคม 2560 / 18:42
      เคยอ่านหรือผ่านพวกหนังหรือตำนานแวมไฟน์ไหมครับ เอาจริงๆ มันมีหลายแบบมาก แต่ส่วนใหญ่จะเกิดเพราะคำสาป พวกออริจินอลจะเป็นพวกที่เกิดจากการถูกสาปเป็นหลัก พ่อแม่อาจเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา แต่อาจทำบางอย่างหรือไปสัญญิงสัญญากับพวกเทพหรือพวกพ่อมดหมอผี แล้วกรรมจะไปตกที่ลูกแทน พวกรุ่นต่อมาจะเกิดจากการกัดและให้เลือดจากออริจินอล แต่ในเรื่องนี้ผมยังไม่ได้ไปถึงการเผยการเกิดของอีริก เลยไม่ขอตอบแน่ชัดว่าอีริกเป็นออรินอลแบบไหน เอาจริงๆ ยังคิดไม่ถึงด้วยซ้ำว่าจะให้ออกมาในรูปแบบเฉพาะแบบไหนดี เพราะที่คิดไว้ยังไปไม่ถึง แต่โดยหลักถ้าให้ตอบก็คือเป็นเด็กที่ถูกสาปแต่เกิดครับ
      #1804-1
  15. #1803 FiNNy (@ovabe) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 15:40
    ชอบ เรื่องนี้มาก
    #1803
    0
  16. #1801 Ninan (@nan-chalunda) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 14:50
    พี่แบงค์ ชอบบบบบ เอาเป็นเรื่องหลักเร็วๆ น้า
    #1801
    0
  17. #1799 L37ter (@napason22) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 14:04
    เรื่องใหม่มาเรื่องเก่าอย่าดองนะค่ะ
    #1799
    0
  18. #1798 วารีนุช อดิศวร (@lovenaya) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 13:20
    ชอบอ่าาาาาาาา
    #1798
    0
  19. #1797 ฝันดี_นะ (@muanfunsrisuwan) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 12:52
    กรี๊สสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส
    ยาว ๆ กับเรื่องใหม่ แต่พี่แบงค์ขา เรื่องเก่าอย่าลืมนะคะ
    #1797
    0
  20. #1796 00309 (@13803) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 11:43
    คุณพ่อลำบากน่าดูเลย หน้าเด็กไปหน่อย
    #1796
    0
  21. #1795 จิ้งจกจัง (@97939793) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 10:59
    เมย์จะเป็นนางเอกใช่มั้ยละนี้ อย่างงี้คุณพ่อกินเด็กเลยนะคะ ????
    #1795
    1
    • #1795-1 B 13 s.t (@satancrow) (จากตอนที่ 22)
      2 มีนาคม 2560 / 14:04
      555+ ไม่ครับ เป็นหนึ่งในตัวเอก ไม่ใช่นางเอกครับ เรื่องนี้ความจริงจะออกแนวครอบครัว ระหว่างพ่อลูกที่มีเงื่อนไขมากมายในความสัมพันธ์ แต่ในเรื่องมีนางเอกครับ(ออกแล้วด้วยนิดหนึ่ง ฮา คิดว่าน่าจะเดาได้) แต่ไม่ใช่เมย์ อีริกรักเมย์แบบลูกสาวอย่างบริสุทธ์ใจจริงๆ ครับ ไม่มีการเลี้ยงต้อยเพื่อกินเด็กแต่ประการใด 555 เอาจริงๆ เรื่องนี้ออกแนวแฟนตาซีครอบครัว(แต่ถ้าเขียนจริงๆ ก็ตามแนวผู้เขียนเช่นเดิม คือมีบู๊ มีวางแผน มีสู้ มีเบื้องหลังซับซ้อน) คืออยากเขียนแนวที่แสดงความรักของพ่อแม่ที่ไร้เงื่อนไขนั้นเป็นยังไง ความรักที่บางครั้งไม่เกี่ยวกับสายเลือดใดๆ และอุปสรรค์มากมายในการที่จะรักลูกคนอื่นโดยไร้เงื่อนไข ทั้งที่ตัวเองมีเงื่อนไขในชีวิตมากมายกว่าคนทั่วไปหลายเท่า อย่างที่อีริกเป็นแวมไฟน์ แต่ต้องผ่านอุปสรรค์กี่อย่างเพื่อลูกสาวที่ไม่ใช่สายเลือด และเก็บมาจากไหนไม่รู้ ประมาณนั้นครับ ถ้าเอามาเขียนเรื่องยาวก็คงจะได้เห็นภาพชัดเจน แต่ก็คงรอคิวยาวกว่าเรื่องนี้จะเป็นรูปเป็นร่าง 555+

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 มีนาคม 2560 / 23:11
      #1795-1
  22. #1793 โฮลิชิท (@aermyoyo123) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 09:31
    คุณพ่อเราถูกปล่อยทิ้งไว้กลางทางซะแล้ว ถถถถถถถถถถ
    #1793
    0