บทความผีเข้าของ B 13 s.t

ตอนที่ 14 : Dragon Knight(คิดชื่อไม่ออก ใช้ชื่อนี้ไปก่อน)ตอนที่ 2 เจ้าชายปริศนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4313
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    5 ม.ค. 56


คุยกับผู้เขียน

มาต่อบทที่ 2 แบบรวดเร็ว อย่างว่าพล็อตกำลังทะลัก แต่พอเขียนบทนี้ชักไม่มั่นใจว่าเป็นโรแมนติกแฟนตาซีแล้ว 555+ เพราะเริ่มมาบู๊ซะงั้น พอบทบู๊แล้วเขียนคล้อง คล่อง 555+ ส่วนบทหน้าก็ยังไม่สัญญาว่าจะมาเมื่อไหร่ แต่ตอนนี้ขอไปเขียน CUBIC ก่อน เพราะเหมือนเว้นมาทางนี้เยอะไปหน่อยแหละ

ปล.พระเอกในเรื่องนี้ จะขอบอกไว้ก่อนเลยว่าไม่ได้เป็นคาแร็กเตอรแบบหลานเซ่อซะทีเดียวนะครับ แต่เป็นแบบหลานเซ่อผสมแดนนี่ ดังนั้น จอมมารจะนิสัยเย็นชา แต่ไม่เท่าหลานเซ่อ(แต่แอบโหดกว่า) และขณะเดียวกันจะเจ้าเล่ห์ เจ้าแผนการกว่า ดังนั้นถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่าเดี๋ยวมันดูเหมือนแดน เดี๋ยวสักพักเหมือนหลานเซ่อ ไม่ต้องงง มันคือการมิกซ์กันของสองหนุ่มนี้ จนออกมาเป็นจอมมารในเรื่องนี้นั่นเองครับ






************************************



 ตอนที่ 2 เจ้าชายปริศนา


        “เนียร์! มาช่วยข้าดูนี่หน่อยสิ... เนียร์ เนียร์!
 

            เสียงหวานคุ้นหูทำให้ข้าที่กำลังนอนหงายท้องสยายปีกหลับสบายอยู่ในทุ้งหญ้าด้านหลังหอคอย ต้องโงหัวขึ้นมาเงียใบหูยาวๆ ฟังที่มาอย่างเสียไม่ได้...

 

            ข้ารู้ ข้าแอบอู้งานมานอนเล่น แต่ถึงยังไงข้าก็มั่นใจในสัมผัสตนเอง โดยเฉพาะการรับกลิ่น มันเร็วพอจะจับความผิดปกติรอบหอคอยได้ในรัศมีร้อยไมล์ ถึงแม้ข้าจะหลับเหมือนหมีจำศีลอยู่ก็ตาม

 

            กลิ่นหญ้าที่โชยในสายลมรอบตัวทำให้อยากมุดหัวโตๆ ไซ้ไปกับความนุ่มของใบอ่อนสีเขียวสดๆ กลิ่นมันหอมเต็มโพรงจมูก หากเสียงแววหวานที่เรียกชื่อข้าไม่หยุดของวอร์เรนเหมือนจะไม่ปรานีให้ข้ายืดเวลาอู้นานกว่านี้

 

            ข้าต้องตวัดร่างใหญ่โตขึ้น และแทบเดินลากหางและปีกสองข้างไปยังต้นเสียง

 

            ขอว่าอย่าเพิ่งมีใครอยากมาช่วยเจ้าหญิงตอนนี้แล้วกัน ไม่งั้นข้าคงวางฟอร์มมังกรร้ายไม่ทัน แล้วมันจะเสียไปถึงหน้าท่านจอมมารของข้า

 

            เมื่อมาถึงหอคอย ข้าต้องสะบัดปีกและหางของตนเล็กน้อย เอาเศษหญ้าและดินออก แต่ไม่ได้ช่วยให้หายง้วงน้อยลง ก่อนไตขึ้นไปตามหอคอยเมื่อยามนี้ปีกข้าเหมือนขี้เกียจจะกระพือ

 

และเมื่อมาถึงหน้าต่างชั้นบนสุดของยอด ข้าก็วางพาดศีรษะที่เข้าไปได้แค่ส่วนจมูกโตๆ และปากยาวๆ กับขอบหน้าต่าง ดูเจ้าหญิงน้อยของข้าด้วยนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลลึกที่ยังเปิดไม่เต็มที่นัก

 

              และสิ่งที่เห็นคือเด็กสาวสวยสะพรั่งในวัยย่างสิบแปดปีที่กำลังพยายามติดตะขอของชุดกระโปรงฟูฟ่องด้านหลังตน หากมือเล็กๆ นั่นกลับเอื้อมไม่ถึง แถมเรือนผมสีทองบางส่วนยังไปติดอยู่ในตะขอเกี่ยวนั่นด้วย

 

            ข้ายังเฝ้ามองความพยายามที่ดูเงอะงะของนางเงียบๆ และยอมรับกับตัวเองว่าไม่เคยชินกับการเห็นความเจริญเติบโตของมนุษย์เลยสักครั้ง

 

            วอร์เรนถูกขังในหอคอยนี้มาสี่ปีแล้ว และนางจะอายุครบสิบแปดชรรษาในเที่ยงคืนนี้ ซึ่งข้ารู้สึกเหมือนเมื่อวานนางยังอายุสิบหกอยู่เลย

 

พวกเขาช่างโตไวนัก เพียงสองปีร่างกายก็เปลี่ยนแปลงได้ถึงขนาดนี้ วอร์เรนกลายเป็นหญิงสาวเต็มตัว และสวยงดงามขึ้นจากแต่ก่อนมาก รูปร่างที่สมัยก่อนดูดีอยู่แล้ว ยามนี้ยิ่งเห็นสัดส่วนชัดเจนขึ้นไปอีก เอวคอดเล็กเป็นรูปทรง และหน้าอกอวบอิ่มยิ่งดูเต็มไม้เต็มมือกว่าเดิม

 

สะโพกที่ผายรับกับเอวเล็กๆ ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของนางช่างน่ามอง ทรวดทรงสัดส่วนของมนุษย์ผู้หญิงเป็นสิ่งงดงามและชวนพิศมัยที่สุดในโลก ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย

 

จากตุ๊กตากระเบื้องกลายเป็นดอกกุหลาบงามบานสะพรั่ง ทุกอย่างในตัวนางดูสดสวย และหวานล้ำจับตาจับใจ

 

คงไม่มีเจ้าหญิงน้อยของข้าอีกแล้ว

 

“อ๊ะ เนียร์ ทำไมเจ้ายังอยู่ในร่างนั่น ข้าจะให้มาช่วยข้าแต่งตัวนะ เปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์เดี๋ยวนี้เลย!” วอร์เรนที่หันมาเจอข้าที่ขอบหน้าต่างอย่างบังเอิญ เพราะการหมุนตัวต่อสู้กับเสื้อตนร้องเสียงสูงขึ้นใส่

 

ข้าว่าเดี๋ยวนางก็เอาเรื่องตะขอมาพานลงที่ข้าอีก

 

“ข้าติดตะขอไม่ได้เพราะเจ้าเลยนะ!” และผิดจากที่ข้าคิดเสียที่ไหน

 

ข้าต้องยอมเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ตามคำสั่งนาง ก่อนบินขึ้นมาในห้องที่ยอดปราสาทของวอร์เรนอีกครั้ง ก่อนช่วยเอาผมของนางออกจากช่องตะขอ และติดมันให้ พร้อมช่วยจัดแต่งเสื้อผ้าที่วันนี้วอร์เรนจงใจแต่งตัวให้สวยเป็นพิเศษ

 

อาจเพราะเป็นโอกาสครบรอบวันเกิดตน นางเลยอยากทำให้มันพิเศษขึ้นหน่อย แม้ทุกปีจะมีข้าวของมากมายและเค้กชิ้นโตรสเลิศถูกส่งมาจากท่านจอมมาร และมีข้าเป็นเพื่อนคนเดียวที่อยู่เลี้ยงฉลอง แต่วอร์เรนที่ถูกเลี้ยงมาในฐานะเลือดขัตติยาก็มักให้ความสำคัญกับวันเกิดตน ไม่ปล่อนปละละเลยถึงจะไร้คนร่วมยินดีด้วย เพราะอย่างน้อยมันก็ทำให้นางรู้สึกแตกต่างจากวันอื่นที่ซ้ำซากจำเจในหอคอยแห่งนี้

 

จะว่าแต่งตัวดีๆ เพื่อสร้างบรรยากาศใหม่ๆ ก็คงไม่ผิดนัก และเป็นการแสดงความสำคัญในพรวันเกิดของนางที่ข้าได้ยินทุกปีด้วยว่า

 

“ปีนี้ขอให้มีเจ้าชายรูปงาม เก่งกล้ามาช่วยข้าออกจากหอคอยด้วย” นางกุมมือหลับตานิ่ง และงึมงำขอพรด้วยความหวังเต็มเปี่ยม

 

และความคาดหวังนั้นทำให้ข้าอดชื่นชมได้ไม่ เพราะนางไม่เคยแสดงท่าทางว่าจะหมดหวังเลยแม้เวลาผ่านมาสี่ปีเต็มๆ แล้วก็ตาม มันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของวอร์เรน นางอาจเอาแต่ใจในหลายๆ ครั้ง แต่ก็ไม่เคยทำให้ตัวเองสิ้นหวังหรือหมดความสดใส

 

วอร์เรนที่ลืมตาขึ้นอีกครั้ง เริ่มหมุนตัวสำรวจความเรียบร้องของตน ก่อนส่งยิ้มน่ารักให้ตัวเองในกระจก พลางหันมาที่ข้า “เจ้าว่าปีนี้ จะมีเจ้าชายเก่งๆ มาช่วยข้าไหม”

 

“ในฐานะมังกรเฝ้าหอคอย ข้าคงไม่เห็นด้วยนัก” ข้าตอบนางไปตามตรง และเห็นว่านางยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆ ดูมีจริตขึ้นกว่าสมัยสองปีก่อนข้าว่า ก่อนนางจะเอ่ยขึ้นใหม่

 

“ข้าจะไม่ให้เจ้าชายที่ไหนเอาดาบฟันหน้าเจ้าอีกแล้วรับรอง ถ้าใครเอาดาบฟันหน้าเจ้าอีก ข้าจะไม่ไปกับเขาเด็ดขาดเลย”

 

คำสัญญานั่นช่างฟังน่าเอ็นดูจนข้าอดยิ้มรับไม่ได้ แม้อยากแย้งว่าความจริงพวกเจ้าชายคงอยากเอาดาบปักหัวใจข้าให้ตายทีเดียวมากกว่าจะเลือกฟันหน้าที่ไกลหัวใจไปมากแบบนี้

 

พลันความคิดข้าต้องชะงัก พร้อมหุบยิ้มลงทันที เมื่ออยู่ๆ หูข้าได้ยินเสียงของใบไม้ที่ถูกย้ำเหยียบ และที่ทำให้ข้าตื่นตัวเต็มที่ นั่นคือมันอยู่ใกล้มาก

 

วอร์เรนดูแปลกใจในปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของข้า แต่ข้าไม่มีเวลาอธิบาย เพราะเสียงที่ได้ยินมันใกล้เกินไป... ราวอยู่ที่ตีนหอคอยนี่เอง

 

ใครกันที่เข้ามาถึงที่นี่โดยข้าไม่สามารถสัมผัสได้เลย

 

ข้าพุ่งตัวออกนอกหน้าต่าง สะบัดปีกพักผืดคลุมร่าง และกลายกลับมาเป็นมังกรร่างยักษ์อีกครั้งอย่างรวดเร็ว ก่อนร่อนลงแตะพื้นอย่างแม่นยำรุนแรง จนรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินใต้เท้า

 

และนั่นทำให้ข้าเห็นแขกผู้มาเยือนได้เต็มตา ซึ่งอาคันตุกะที่ว่ายิ่งทำให้ข้าแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง

 

ยามแรกข้าคิดว่าคนที่จะสามารถเข้าใกล้หอคอยได้โดยที่ข้าไม่รู้สึกถึงเสียงฝีเท้าเลย คงจะเป็นปีศาจสักตนที่อยู่นอกอำนาจของท่านจอมมาร และคงเป็นพวกมีฝีมือไม่น้อย

 

หากผู้ที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าข้ากลับเป็นแค่ชายหนุ่มคนหนึ่งเท่านั้น... แต่จะใช้คำว่าเท่านั้น ก็ดูจะไม่ถูกต้องนัก

 

ต้องเรียกว่าเป็นชายหนุ่มรูปงามอย่างที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต จะว่าอย่างไรดี เจ้าชายรูปงามหลายองค์ข้าก็เคยเห็นมาเยอะ แต่ว่ามันไม่เหมือนบุรุษหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้ายามนี้ แค่บรรยากาศรอบตัวก็ต่างโดยสิ้นเชิงแล้ว

 

นัยน์ตาสวยคมดุจเหยี่ยวสีน้ำตาลทองของเขามีพลังอำนาจลึกลับบางอย่างที่ทำให้เกล็ดหลังคอข้าลุกชัน มันทั้งชวนหวั่นเกรง มีมนต์ขลัง และน่าพิศวง ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาเหมือนรูปสลักจากหันถ์พระเจ้านั่นดูทรงเสน่ห์อย่างน่าเหลือเชื่อ จมูกโด้งคมสันและริมฝีปากหยักลึกที่ยกยิ้มนิดๆ อย่างไม่กลัวเกรงข้าดูสมบรูณ์แบบบนโครงหน้าคมอย่างบุรุษเพศ เครื่องหน้าถูกจัดแต่งราวถูกใครจงใจสร้างสรรค์มา

 

พูดได้เต็มปากว่ารูปงามราวไม่ใช่มนุษย์ หล่อเหลาจนน่ากลัว

 

เขาเหมือนสามารถทำให้ทั้งหญิงและชายหลงมั่วเมา ตกเป็นทาสในรูปลักษณ์นั่นได้ไม่ยาก

 

ดูทรงอำนาจ เต็มไปด้วยเสน่ห์ ลึกลับ ชวนพิศวง มืดมน เยือกเย็น และงดงามเกินบรรยาย

 

หากจะบอกว่าเป็นภูติพรายหรือพวกเอลฟ์ก็คงไม่ใช่ ถึงเขามีมนต์เสน่ห์ชวนพิศวงและใบหน้าสมบรูณ์แบบเช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตพวกนั้น หากบรรยากาศของเขาดูหนักหน่วงเกินกว่าจะเป็นสายพันธุ์ธาตุลมเช่นเอลฟ์หรือภูติ ซ้ำเส้นผมสีดำสนิทเหมือนขนอีกาที่ตัดสั้นละต้นคอนั่นก็ไม่ใช่สีของพวกภูติ แต่เป็นสีของพวกมนุษย์ ไม่ก็เผ่าพันธ์ปีศาจ

 

แต่เท่าที่ข้าเห็น เขาก็ไม่น่าจะเป็นปีศาจ อาภรณ์สีดำพร้อมผ้าคลุมบนไหล่ และดาบชั้นดีที่ข้างเอวนั่นบ่งชัดว่าน่าเป็นเจ้าชายจากไหนสักเมืองหนึ่ง 

 

ที่สำคัญดูเยาว์นัก คาดว่าอายุแค่ยี่สิบต้นๆ เท่านั้น... ไม่เด็กไปสำหรับการลองของหรือ

 

ทว่าอายบางอย่างรอบร่างสูงสง่าแข็งแกร่งเกินชายทั่วไปของมนุษย์ตรงหน้ากลับทำให้ข้ากดดันจนต้องใช้สองขาหน้าตะกุยดิน และรับรู้ได้ถึงความระแวงระไวจากปลายเล็บแหลมคมที่จิกลงไปบนพื้นของข้าเอง

 

ข้าสยายปีกข่มขู่เพิ่มขึ้นอีก มันเป็นไปตามสัญชาตญาณ ทั้งที่เขาเพียงยืนนิ่งๆ ไม่ขยับไปไหน แต่ข้าแทบมั่นใจว่ากลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนดอกกุหลาบ ทว่าเย็นเยียบน่าขนลุกจากเขาไม่ใช่สิ่งที่จะมีในตัวมนุษย์แน่ๆ

 

งดงามเกินไป และน่ากลัวเกินไป...

 

หากก็ไม่อาจสรุปได้ว่าเขาเป็นอย่างอื่นได้นอกเหนือจากมนุษย์

 

และไม่ว่าเขาจะเป็นอะไร หล่อเหลารูปงามเกินสิ่งมีชีวิตบนพิภพนี้มากแค่ไหน สำหรับข้าก็ยังเป็นเพียงผู้บุกรุกเท่านั้น

 

ร่างสูงสง่าเกินชายใดในอาภรณ์สีดำก้าวเข้ามาใกล้เหมือนไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา จนข้าต้องงัดมาตราการแรกสำหรับคนชอบลองดีขึ้นมาใช้... นั่นคือการข่มขู่ระดับสอง

 

ข้ากระโดดดักหน้ามนุษย์ประหลาด พร้อมก้มตัวต่ำใส่ คำรามในลำคอ เกล็ดทั่วตัวตั้งชัน พร้อมก้างปีกให้สูง ชูหางขึ้นเหมือนเตรียมกระโจนเข้าใส่ ทำตัวไร้สติให้เหมือนสัตว์เดรัจฉานมากที่สุด เขาจะได้รู้ว่าไม่มีทางต่อรองอะไรกับข้าได้

 

“ปกติควรจะโจมตีเลยไม่ใช่รึ” เสียงทุ้มนุ่มชวนพิศวง ทว่าฟังคุ้นหูอย่างประหลาดถามขึ้น

 

ข้ารู้ ข้าแยกการป้องกันหอคอยไว้หลายระดับไปหน่อย

 

แต่เดี๋ยว นั่นไม่ใช่ประเด็น เจ้านี้คุยกับข้ารึ!

 

แต่ข้ามันใจว่าข้าทำตัวเหมือนมังกรร้ายไร้สมองที่เฝ้าหอคอยได้ดีมากพอแล้วนะ

 

ข้าเริ่มคำรามใส่มนุษย์ตรงหน้าใหม่  เปลี่ยนเป็นโยงตัวขึ้นสูงคล้ายจะพ่นไฟใส่

 

ทว่าเพียงข้ากระพริบตา วูบเดียวร่างมนุษย์เล็กจอยนั่นกลับพุ่งตัววูบมาอยู่เบื้องหน้าข้า พร้อมดาบในมือที่ชักออกมาจากฝักแล้ว

 

มนุษย์กระโดดได้สูงขนาดนี้เลยรึ!

 

ข้าสะบัดลำคอยาวๆ ไปด้านหลังทันใด ก่อนคมดาบในมือเรียวแข็งแรงจะตวัดเข้ามา ใบมีดเฉียดลำคอข้าจนสัมผัสไอเย็นจากเหล็กเนื้อดีได้ และข้ารับรู้ว่ามันไม่ใช่ธาตุศักดิ์สิทธิ์

 

หากไม่รู้ทำไมกลับรู้สึกว่า ดาบนั่นจะสามารถสร้างบาดแผลให้ข้าได้รุนแรงกว่าอาวุธศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ในโลก

 

และเมื่อเห็นว่าร่างของชายตรงหน้ายังลอยคว้างในอากาศ ข้าก็รีบวาดหางของตนตวัดพันที่ข้อเท้าของเขา พร้อมเหวี่ยงร่างของมนุษย์ตรงหน้าเข้าไปในป่า

 

ยอมรับว่าข้าผ่อนแรงแทบไม่ทัน ตอนเหวี่ยงเจ้าหนุ่มนี่ หวังว่าร่างปวกเปียกของมนุษย์จะไม่ไปกระแทกโดนลำต้นไม้ใหญ่ๆ แล้วตายคาที่หรอกนะ

 

แต่ถ้าสามารถหยุดการเคลื่อนไหวได้ชะงัด แต่ยังมีลมหายใจอยู่ ก็ถือว่าโชคดีทั้งสองฝ่าย...

 

“เจ้าผ่อนแรงรึ”

 

เกล็ดทั่วตัวข้าลุกวาบ เมื่อเสียงทุ้มนุ่มเสียงหนึ่งกระซิบถามด้วยความสงสัยอยู่ใกล้ตัว วินาทีนั่นข้าเพิ่งรู้สึกว่าที่ปลายหางตนมันเบาโหวงก่อนที่จะเหวี่ยงศัตรูออกไปด้วยซ้ำ และไร้เสียงการชนหรือกระแทกใดๆ จากร่างคนในป่าดำอย่างที่คาด

 

นัยน์ตาสีน้ำทะเลลึกตวัดไปด้านข้างฉับพลัน และข้าเพิ่งเห็นว่าชายหนุ่มรูปงาม ที่คิดว่าเสร็จข้าไปแล้วกลับอยู่เหนือศีรษะข้า และกำลังพุ่งดาบในมือ เล็งเป้ามากลางหัวใจข้าชัดเจน

 

เขาอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ หลุดจากพันธนาการข้าได้ยังไง

 

ที่สำคัญ นี่ไม่ใช่การเคลื่อนไหวของมนุษย์แล้ว!

 

ร่างมังกรใหญ่โตของข้าเหมือนเป็นเป้านิ่ง และศัตรูเหมือนจะรู้ดีว่าข้าไม่มีทางหลบพ้นได้แน่... แต่ที่มันไม่รู้คือ

 

เลือดครึ่งหนึ่งของข้าคือบลูไฟเออร์!

 

คมดาบที่หมายเสียบลงกลางหัวใจ ปักลงบนพื้นดินแทน เมื่อข้าพลิกตัวหลบและโฉบบินขึ้นท้องนภา รวดเร็วปานสายฟ้า ก่อนถอยออกห่างจากร่างของมนุษย์ที่ข้าชักไม่มั่นใจว่าใช่มนุษย์จริงๆ เพื่อมาตั้งหลักเล็กน้อย

 

ข้ายังมีแผนปลดระวางไปนอนเล่นในทุ้งหญ้า ไม่ยอมมาตายที่นี่ง่ายๆ หรอกน่า

 

แต่ฝีมือเจ้านี้ก็ทำให้ข้าอดกลืนน้ำลายไม่ได้จริงๆ ความไว และหนักหนวงของพละกำลังพวกนั้นคืออะไร

 

มันไม่ใช่เกิดจากอาคม หรือเวทมนต์แน่ แต่เหมือนเป็นสิ่งที่มีอยู่ในตัวเขาอยู่แล้ว

 

และเมื่อเขาเงยร่างขึ้นเต็มความสูงอีกครั้ง นัยน์ตาเรียวคมสีน้ำตาลทองนั่นก็ปรายมาที่ข้าข้าๆ ก่อนเขาจะสะบัดดาบไล่เศษดิน ไม่แสดงท่าทางผิดหวังที่พลาดเป้าไป หากเพียงกล่าวราบเรียบจนติดจะเฉยเมยมาว่า 

 

“อ๋อ... เจ้าเป็นพวกเลือดผสมจากบลูไฟเออร์... นองเผินๆ ข้านึกว่าเจ้าเป็นพวกไร้สายพันธุ์เฉยๆ ซะอีก” ข้าต้องแปลกใจมากขึ้นอีกในความรู้เรื่องมังกรของเขา ก่อนข้าจะได้ยินเขากระซิบกับตนขึ้นด้วยว่า “เจ้าพวกนั้นคิดอะไรอยู่”

 

ฟังดูหงุดหงิดไม่น้อย แต่ข้าไม่รู้หรอกว่าชายหนุ่มตรงหน้าพูดเรื่องอะไร และไม่สนใจนัก หน้าที่ข้าคือจัดการกับผู้บุกรุกหอคอย และไม่ให้เจ้านี้ถึงตัววอร์เรนเด็ดขาด
 

เจ้าหนุ่มนั่นหันกลับมาจ้องมองที่ข้าอีกครั้ง และรอบนี้ข้าต้องเอียงศีรษะฉงนนิด เมื่อเขาเก็บดาบเข้าฝักแทนจะหาทางโจมตีต่อ ก่อนกล่าวขึ้นใหม่ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ชวนพิศวงว่า

 

“ถามเจ้าหน่อย มังกรน้อย... เจ้าจะสู้กับข้าให้ตายไปข้าง หรือจะปล่อยข้าไปหาเจ้าหญิง”

 

มังกรน้อยรึ! ถึงเทียบกับอายุของมังกร ข้าอาจยังเด็ก แต่รับรองว่ามากกว่าเจ้าเป็นร้อยปี

 

หากแม้หงุดหงิดกับคำเรียกของเจ้ามนุษย์ตรงหน้า ข้าก็ยังคงไม่ตอบ และทำเป็นมังกรโง่ๆ ที่ไม่เข้าใจภาษาของเขา ขณะคำรามตอบกลับไปสุดเสียงแทน

 

ซึ่งเสียงคำรามเหมือนจะทำให้ข้าเห็นที่หางตาว่าวอร์เรน เข้ามาชะโงกตัวเกาะขอบหน้าต่างดูเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ใบหน้านางดูเสนาะสนใจกว่าทุกครั้งที่มีคนมาถึงที่นี่
 

ไม่รู้หรอกว่านางจะเชียร์ฝ่ายไหน แต่ด้วยหน้าที่ ข้าคงต้องทำลายพรวันเกิดของนางอย่างช่วยไม่ได้

 

และยังไม่ทันที่ข้าจะตั้งตัว ร่างสูงสง่าของเจ้าชายปริศนานั่นก็พุ่งดิ่งเข้ามาเหมือนหอกยาว พร้อมดาบในมือที่ชักขึ้นมาใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้เข้าหาข้าอีก ทั้งที่ข้าบินอยู่กลางอากาศแท้ๆ

 

นี่ไม่ใช่การเคลื่อนของมนุษย์จริงๆ นั่นแหละ!

 

“อ๊ะ! อย่ามายุ่งกับมังกรของข้านะ!

 

เหมือนโชคดี ที่วอร์เรนยังอยู่ฝ่ายข้า กระนั้นเสียงเชียร์ก็ไม่ได้ช่วยอะไรข้านัก  ข้าต้องบินหลบการโจมตีที่เร็วจนสายตาตามไม่ทันอย่างสุดความสามารถ เขาว่องไว รวดเร็ว และมีพละกำลังอย่างน่าเหลือเชื่อ จนต้อนข้ามาถึงทุ้งหญ้าด้านหลังหอคอย และกระท่อมที่ข้าสร้างไว้เก็บบรรนาการของท่านจอมมาร

 

ความจริงข้าอยากพ่นไฟใส่เขาไปซะ แต่ข้าชอบทุ้งหญ้า และต้นไม้ทุกต้น ดังนั้นมันคงไม่ดีแน่ถ้าไฟของข้าจะเผาป่าดำที่อยู่ล้อมรอบและทุ้งหญ้าที่นี่ทั้งหมด

 

ที่สำคัญกระท่อมนั่น!

 

 เคร้ง!

 

ครั้งนี้คมดาบที่ฟาดลงมาเร็วกว่าเดิมจนข้าหลบไม่พ้น จึงต้องสะบัดหัว เอาเขาที่เป็นส่วนแข็งแกร่งที่สุดในร่างกายรับคมดาบนั่น

 

และมันกลายเป็นโอกาสให้ชายตรงหน้าสามารถส่งแรงมหาศาลเข้ามาจนเหวี่ยงข้าลงจากฟากฟ้าได้เป็นครั้งแรก

 

เสียงลมอื้ออึงในหูยามร่างข้าพุ่งลงสู่พื้น สายลมแรงที่ตีเข้ามาทำให้ข้าตั้งศูนย์เพื่อกระพือปีกไม่ได้ และพื้นก็อยู่ใกล้เกินไปจะตั้งหลักทัน

 

หากที่หางตากลับเห็นชัดว่าสิ่งที่ข้าจะตกลงไปใส่คือกระท่อมไม้ของตน วินาทีนั่นข้ากัดฟันแน่น รวบรวมพละกำลังทั้งหมดกางปีกออก และใช้มันกระพือเหวี่ยร่างกายโตๆ ไปอีกทิศหนึ่ง ก่อนหลังข้าจะกระแทกกับทุ้งหญ้าแทน พร้อมแรงส่งตัวสุดกำลังนั้น ก็ทำให้ร่างกายของข้าครูดไปตามต้นอ่อนสีเขียวเป็นทางยาวหลายเมตร

 

มันเจ็บจนเหมือนปีกข้างหนึ่งของข้าจะหัก... แต่กระท่อมปลอดภัยดี

 

นั่นถือว่าดีพอแล้ว

 

หากไม่นานข้าก็ได้ยินเสียงฝีเท้าแตะลงบนพื้นดิน นั่นบ่งบอกว่าชายหนุ่มคนนั้นกำลังเดินตรงมายังข้า

 

วินาทีนั้นข้าแสร้งนิ่งต่อ เหมือนไร้แรงจะหนี รอฟังฝีเท้าที่ย่างก้าวมาเป็นจังหวะ และไม่รีบร้อนของเขา เสียงปลายดาบที่ลากผ่านต้นหญ้าที่สูงเสมอเข่าฟังบาดลึกและมั่นคง แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ข้าจับองศาของมันได้ว่าจะมาทางไหน

 

และเมื่อมันใกล้พอ สายเลือดบลูไฟเออร์ก็ถูกใช้อีกครั้ง ข้าพุ่งตัวขึ้นฟ้าด้วยความรวดเร็ว แม้จะเจ็บปีกข้างหนึ่งอยู่เล็กน้อย แต่รับรู้ว่าเขาตามปฏิกิริยาข้าไม่ทัน ก่อนสะบัดตัวหวานกองหญ้าในอ้อมแขนที่กอดกุมไว้ตอนร่วงลงใส่มัน ใส่ชายหนุ่มเบื้องล่าง

 

ฝนหญ้ามากมายถูกโปรยบดบังนภา ข้าเห็นชัดว่าเขาแปลกใจไม่น้อย และสับสนกับทิศทางเมื่อถูกต้นหญ้าห่าใหญ่บังสายตาตน เปิดโอกาสให้ข้ากลับร่างเป็นมนุษย์ และบินควงสว่านลงมาสุดความเร็วใส่ผู้บุกรุก

 

ร่างกายที่เล็กลงทำให้ความไวข้าเพิ่มขึ้น พร้อมกับเป็นการช่วยให้ศัตรูเห็นตัวข้ายากกว่าเดิม

 

ข้าบินพุ่งใส่ร่างสูงสง่านั่นสุดแรง กระแทกร่างกายเขาให้จมลงไปกับพื้น แม้ยามที่อยู่ในร่างมนุษข้าจะตัวเล็กกว่าบุรุษตรงหน้ามาก หากผละกำลังของข้ายังเป็นมังกรเต็มตัว ดังนั้นจึงกดร่างกายแข็งแรงสูงใหญ่นั่นลงนอนกับพื้นได้ไม่ยาก

 

ดาบเขาหลุดจากมือ เปิดโอกาสให้ข้าทำชัยมากขึ้น

 

ทว่าใบหน้าคมหล่อเหลาเกินมนุษย์นั่นกลับยั่งนิ่งเฉยแม้อยู่ใต้ร่างข้า และก่อนที่ข้าจะรู้ว่าทำผิดมหันต์ ก็เมื่อเห็นริมฝีปากหยักลึกนั่นพึมพำขึ้นเบาๆ

 

ตูม!

 

ไม่ทันได้ตระหนักถึงความผิดปกติ พลังบางอย่างก็ดีดร่างข้ากระเด็นออกมาจากชายหนุ่มบนพื้น และอัดร่างกายข้าให้ลอยละลิ่วเหมือนเศษใบไม้

 

ข้าต้องกัดกรามแน่นเพื่อพยายามหยุดร่างกายตน กางปีกออกเพื่อต้านแรงมหาศาลที่ผลักข้าออกมา มือเท้าของมนุษย์ที่ไร้กรงเล็บมังกรของข้า ลดประสิทธิภาพในการต้านแรงอัดพวกนั้นลงไปมาก กว่าข้าจะตั้งหลักได้ ข้าก็ต้องมานั่งพับเพียบหอบหายใจไกลจากจุดเดิมหลายสิบเมตร

 

ทั้งฝุ่น ควัน และเศษหญ้ากระจุยกระจายไปทั่วราวเกิดพายุใหญ่ นานกว่ามันจะเริ่มสงบ และทำให้ข้าตั้งคำถามในใจ

 

เมื่อกี้มันอะไร เวทมนต์รึ!

 

และวูบหนึ่งที่เจ้านั้นใช้อาคมอะไรบางอย่าง ราวกับข้าเห็นรูปลักษณ์ที่เหมือนเด็กหนุ่มนั่นเปลี่ยนไป เส้นผมที่เหมือนยาวแค่ละต้นคอนั่น ราวกับสยายยาวขึ้น พร้อมใบหน้าหล่อเหลามากเกินอยู่แล้ว ก็เหมือนคมคาย และมีอายุ ทรงอำนาจมากขึ้นด้วย

 

หากนั้นก็แค่วูบเดียวเหมือนภาพลวงตา...

 

“เคยได้ยินมาว่า หากหักเขามังกร มันจะเสียสูญ”

 

เสียงทุ้มนุ่มที่ด้านหลัง ทำให้ข้าขนลุกชันทั่วร่าง และเพิ่งรับรู้ว่าที่เหนือร่างตน มีร่างสูงใหญ่ของใครบางคนมายืนค้ำตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ได้ ที่สำคัญมือเรียวแข็งแรงของเขากำลังจับมั่นที่เขาของข้าข้างหนึ่ง

 

ข้าต้องเปิดนัยน์ตากว้าง เงยใบหน้ามองศัตรูที่ยังคงปรากฏตัวได้โดยที่ข้าไม่ทันรู้ตัวเช่นเดิม ซ้ำเขายังเอียงใบหน้านิดๆ มาถามข้าเหมือนเด็กน้อยช่างสงสัยด้วยว่า “มันจริงรึเปล่า”

 

ข้าไม่คิดตอบ แต่จับหมับที่ข้อเท้าของเจ้ามนุษย์ตรงหน้ามั่น พร้อมเหวี่ยงตัวเขาออกไปให้ห่างตัวเอง และเขาของข้าทันที

 

และตามที่คาด เขาสามารถหยุดร่างของตนเองได้อย่างง่ายดาย และยังดูมีทวงท่าสง่างามไม่เปลี่ยน

 

หากสิ่งที่เหนือคาดนั้น กลับเป็นมือเรียวแข็งแรงข้ามหนึ่งของมนุษย์ตรงหน้าที่กำบางอย่างไว้

 

และเป็นบางอย่างที่ทำให้หัวใจข้าร่วงวูบไปที่ตาตุ่ม และต้องยื่นมือพรวดไปจับที่เขาของตัวเองด้านขวามือ

 

และใช่... เขาของขาส่วนหนึ่งถูกหักออกไปแล้ว!

 

เขาของมังกรที่แม้แต่แรงโทรลล์ยังไม่สามารถหักได้ แต่เจ้านั้นหักออกไปแล้ว!

 

มนุษย์คนนี้เป็นใครกันแน่!



 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

1,982 ความคิดเห็น

  1. #1466 จอมมาร (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 12:52
    ช่วยเขียนต่อให้หน่อยได้ไหมคะ ฟินง่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #1466
    0
  2. #1358 สุดย0ด (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 19:37
    คงไม่ใช่จอมมารหรอกนะ =[]=
    #1358
    0
  3. #266 orange-candy (@orange-candy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มกราคม 2556 / 18:30
    อ้าย...

    มาหักเขาเนียร์ที่รักของเค้าได้ไง อิตานี่มาเพื่ออะไรกัน

    แอบสงสัยว่าเป็นจอมมารรึเปล่า
    #266
    0
  4. #262 Innerchild (@inner-child) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มกราคม 2556 / 22:41
    นาคเขาหักแล้ว ไม่สิต้องเป็นเนียร์ อยากรู้ว่าเนียร์เขาหักแล้วจะเป็นไงต่อ
    จะรออ่านนะคะ
    #262
    0
  5. #261 wand of determine (@nisharee) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2556 / 18:33
    อยากกรีดร้องกับความค้างของค้างของค้าง อิจอมมารนี่มันน่าฆ่าทิ้งจริงๆ = =*
    #261
    0
  6. #258 GoaT_TiE_NR (@GoaT_TiE_NR) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2556 / 08:02
    ค้าง....- -^^^ รอค่ะรอ สู้ๆนะคะ
    #258
    0
  7. #255 ยูฮันนา (@moontime) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มกราคม 2556 / 19:25
    ชายหนุ่มคนนั้นเค้าคือใครอ่ะ
    #255
    0
  8. #254 Naruko (@Naruko) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มกราคม 2556 / 15:10
    พี่แบงค์ งะ ค้างอ่ะ

    ว่าแต่ที่หักเขามังกรของเนียร์นี่ จอมมาร?
    #254
    0
  9. #249 TheBum (@aimru) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มกราคม 2556 / 19:51
    จะเอาเรื่องนี้ต่อจาก cubiccccccccccccccccc TOT
    เค้าจะเอา เค้าจะเอา จะอ๊าววววววววววว >.<
    #249
    0
  10. #246 พลิน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มกราคม 2556 / 11:46
    ปกติจะไม่ค่อยชอบอ่านแนวแฟนตาซี แต่รู้สึกว่าชอบเรื่องนี้มากค่ะ อยากอ่านต่อ น่าจะสนุกไม่แพ้ Cubic ตอนนี้รออ่านทั้งสองเรื่องนะคะ



    ขอบคุณที่เขียนเรื่องสนุก ๆ ให้อ่าน
    #246
    0
  11. #245 Inunaru (@inunaru) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มกราคม 2556 / 09:27
    อร้ากกกกกกกกกกก จบไวไปแล้ว ทำไงดี ติดซะแล้วอ่ะ ทำไงดีๆๆๆๆๆ
    #245
    0
  12. #242 Asd (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 20:47
    บอกได้คำเดียวว่า "ฟิน"
    #242
    0
  13. #240 devilangel (@devilangel) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 18:05
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด อยากอ่านต่ออออออออออออออออออออออ
    #240
    0
  14. #239 tamora (@tamora) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 05:15
    เอ่อ มาสองตอนก็ทำให้กรี๊ดร้องได้แล้ว
    ไม่นะ เราติดเรื่องนี้แล้ว อยากอ่านต่อมากเลย ไม่เหมือนของเดิมด้วย อยากอ่านต่อๆ 
    แต่เนียร์เขาหัก !!!! โหดไปแล้วพี่ท่าน
    #239
    0
  15. #237 ~. n AN a .~ (@eeyoreorna) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 04:46
    เจ็บปวดอยากร้องไห้ ทำไมทำกับเนียร์อย่างนี้ เอาเขาเนียร์มาแทงปอดกันเลยดีกว่า จบแบบนี้อะ ค้างคาาาาาาาาาาาาาาาา มีแววว่าคงจะต้องค้างอีกนานมากแน่ๆ มันทรมานรู้บ้างไหม ฮือออออออออออ
    #237
    0
  16. #236 King (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 00:43
    อ๊ากกกก เขาหัก เอ๊ย ไม่ใช่ประเด็น อ๊ากกก ค้างไปปะ ฮืออออ ค้างอ่า อย่างน้อยให้สู้กันจบไปหน่อยก็ดี เอิ่ม ไม่ไหวน้า ฮือออ เศร้าหนักกว่าเดิม แต่พระเอกออกแล้วแฮะ หึหึ อยากอ่านเรื่องนี้อีกและ งืมมมม อยากอ่านเรื่องนี้กับ Astrid Project มากเลย ลุ้นอยู่คะว่ารีไรท์คิวบิกเรส็จเรื่องไหนจะได้ออกโรง แต่ตอนนี้อยากอ่านต่อ แงงง เขาหักแล้วจะงอกป่าวอ่า ไม่งั้นนอกจากหน้าตาธรรมดาแล้วยังเสียศูนย์อีก อืมมม อยากอ่านต่อ มาอัอีกก็ดีนะคะไรเตอร์
    #236
    0
  17. #233 Rany_Rain (@171040) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 22:00
    เขาหัก!
    ทรมานเนียร์มากเกินไปแล้ว
    #233
    0
  18. #232 Pisces )•( (@MeAn-101) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 21:45
    ค้างมหาประลัยมากกกกกกกกกกกกก!!

    อ้ากกกกก! โวยวายบ้านแตก!! 
    #232
    0
  19. #231 ZeRoHelL (@zerohello) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 21:20
    ค้างมากเจ้าค่า. สนุกไม่เหมือนใครด้วย. อ่านจบแล้วเหมือนจะคลั่ง ฟินมาก จะรออ่านทั้งเนียร์ทั้งนาคเลยเจ้าค่า

    ปล. รูปสวยมาก. > <"
    #231
    0
  20. #229 lilacey (@a_an_t) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 20:53
    งุงิ เล่นแรงชะมัด นอกจากจะเสียโฉมแล้วยังต้องเสียเขาด้วยหรอเนี้ย น่าสงสารเนียร์จังเลยอ่าาาาาาา จอมมารจอมวายร้ายชัด ๆ
    #229
    0
  21. #228 lilacey (@a_an_t) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 20:53
    งุงิ เล่นแรงชะมัด
    นอกจากจะเสียโฉมแล้วยังต้องเสียเขาด้วยหรอเนี้ย
    น่าสงสารเนียร์จังเลยอ่าาาาาาา
    จอมมารจอมวายร้ายชัด ๆ
    #228
    0
  22. #227 callean (@lovelove-fiction) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 20:42
    เรื่องนี้แต่งให้จบนะไรเตอร์

    นะๆๆๆๆ
    #227
    0
  23. #225 ผู้ติดตาม (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 19:11
    ไรเตอร์ สกิลค้างขั้นเทพเสมอเลยอ่ะ
    #225
    0
  24. #220 Kknnt.ng (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 16:02
    โห ไรเตอร์ กลับมาเขียนต่อ ด่วน!

    เดี๋ยวร้องไห้เลย T^T

    สนุกอ่ะ เขียนให้จบเน้อ
    #220
    0
  25. #219 SodaMemE (@nutree) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 14:53
    เล่นกันรุนแรงมาก แน่ใจนะว่าเป็นพระเอกนางเอกกันจริง 555555555
    #219
    0