บทความผีเข้าของ B 13 s.t

ตอนที่ 10 : รักนี้... พยายามน้ำเน่า(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4945
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    23 เม.ย. 55

  บังคับอ่านประกาศก่อนอ่านเนื้อเรื่อง


คุยกับผู้เขียน

เนื่อง จากเห็นว่ามีนักอ่านหลายท่านอยากให้เขียนเรื่อง "คือรักไม่สิ้นสุด... ก็มันจะสิ้นสุดได้ไง ไม่มีใครรักนี่(โว๊ย)" เยอะพอสมควร แต่ด้วยว่าพล็อตของเรื่องนี้แต่เริ่มต้น ผมได้แรงบันดาลใจมาจากนิยายเรื่องหนึ่ง(ไม่ต้องไปหานิยายเขาหรอก เพราะว่าไม่มีในเด็กดี และเว็บนิยายเรื่องนั้นก็ปิดตัวลงไปแล้ว ที่สำคัญมันหลายปีมาก และผมจำหน้าเว็บไม่ได้แล้วด้วย ชื่อนิยายยังเลือนๆ เลย) และผมรู้สึกว่าตัวพระเอกไปเหมือนเขามากไปแต่ตัวเนื้อหาไม่เหมือนหรอก มีคล้ายบ้าง ซ้ำรู้สึกว่าพล็อตมันกรวงและไม่มีอะไรเกินไป คือถ้าแต่งก็ไร้จุดมุ่งหมายเลย ผมก็เลยกะว่าจะแก้พล็อตสร้างพระเอกและการดำเนินเรื่องใหม่ แต่พอกลับไปอ่านของเก่าก็รู้สึกเสียดายและนักอ่านหลายท่านก็น่าจะติดภาพไป แล้ว ผมเลยจะเอาพล็อตของไอแป้งอีกพล็อตที่เขียนไว้ 2 บทมาลงให้นักอ่านตัดสินว่า อยากได้เนื้อเรื่องแบบไหนที่จะให้ผมเขียนต่อกันแน่ หรือชอบพล็อตไหนกว่ากัน หรือถ้าอยากให้ผสมพล็อต ผมก็จะพยายามไปลองคิดใหม่ดู เพราะบองตรงๆ ว่าเสียดายทั้งสองพล็อต... แต่จะให้เขียนแยกไปสองเรื่องเลยขอปฏิเสธว่าไม่เอา เพราะผมเขียนนิยายแนวเดียวกันซ้ำๆ ไม่ถนัด ถ้าเขียนแนวนี้ผมจะเขียนเรื่องเดียวแล้วจบกัน ดังนั้นพออ่านเรื่อง "รักนี้... พยายามน้ำเน่า" แล้ว ลองช่วยตัดสินทีว่าอยากให้ผมเขียนพล็อตไหนต่อ หรืออยากให้ผสม ยังไงรบกวนคนที่อยากอ่านไอ้แป้ง เด็กศิลป์ติส์แตกต่อ ตอบด้วยนะครับ

อ่านประกาศจบก็ไปอ่านนิยายไอ้แป้งอีกพล็อตเลยครับ




*************************************************

ตอนที่ 1 บทแรกของรัก... เราต้องถูกคลุมถุงชน


          เพิ่ง เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นคนหน้าหล่อมายืนปากหวอ มองเราเหมือนเห็นผีขนุนอยู่ตรงหน้าโดยไม่ห่วงภาพพจน์ของเด็กจบนอกดีกรี ดอกเตอร์ที่พ่วงปริญญาตรีโทเอกรวมกันห้าใบซ้อนราวเป็นพ่อทุกสถาบัญ  จนไอ้ผู้หญิงหน้าไม่สวย นมไม่เด้ง สะโพกไม่ผาย ตูดไม่งอน แถมผิวดำๆ ตามเทรนเกาหลีหน้าขาวไม่ทันคนนี้เกิดความรู้สึกผิดขึ้นมากลางใจ


            ถ้า จะให้เล่าถึงสาเหตุของคนหน้าหล่อที่ทำปากหวอไม่สนภาพลักษณ์ และผู้หญิงหน้าบ้านๆ ที่มองเขาด้วยความรู้สึกผิดเหมือนเดินเหยียบตราปลาใครบนรถเมล์แล้วลืมขอโทษ ก็คงต้องย้อนเวลาไปเมื่อสองชั่วโมงสามนาทีสามสิบสองวินาทีก่อนหน้านี้


ใช่... ทุกอย่างมันเริ่มจากคำนี้เลย


“อย่างมึงไม่ได้แต่งงานหรอกไอแป้ง!


คำ อวยพรแบบหาศิริมงคลไม่ได้ที่รดลงบนศีรษะแบบคนได้พรพรมมือรับไม่ทัน เพราะง่วนอยู่กับดินน้ำมันปั้นงานต้นแบบ ทำได้แต่เงยหน้ามองไอตั้มเพื่อนรักที่อยู่ๆ ก็เดินกระฟัดกระเฟี้ยดมาให้ศีลแบบไม่บอกไม่กล่าว


“เป็นอะไรไอตั้ม!” ฉันต้องถามไล่หลังเพื่อนชายที่เดินสะบัดสะบิ้งหนีไปเหมือนอยู่ๆ ก็กลายพันธ์ขึ้นมากระทันหัน ซึ่งมันก็หันมาตะโกนตอบแบบหน้าทมึนถึงอย่างไม่เหลือมาดไอคนขี้กลัวผีเข้า เส้นเลยแม้แต่น้อย


“อกหักโว๊ย!... เข้าใจป่ะ อกหักอ่ะ!”  แล้วมาพาลให้ศีลกูแบบนี่เนี่ยนะ  


“กู ก็บอกแล้วว่าอย่าไปจีบเด็ก มันโลเลจะตายห่า เป็นไงล่ะไม่เชื่อกู ชอบนักล่ะแบ๊วๆ เอาะๆ น่ะ แทนที่จะได้แดกเด็ก เลยโดนเด็กมันหลอกแดก หมดตัวแล้วก็ชิ้งหนีไอควายเผือกเอ๊ย!” คราวนี้เป็นเสียงสูงจากไอโบว์ที่นอนอยู่บนแปรยวนที่ผูกอยู่กับเสาปูนกลางชอป ปั้น และเงยหน้าจากหนังสือนิยายหน้าปกล่อแหลมแบบนางเอกพระเอกแทบได้เสียกัน ตั้งแต่ยังไม่ได้แกะห่อพลาสติกอ่านเนื้อในมามองคนอกหักที่ทำท่าจะวิ่งมาขวิด มันกับคำพูดนั่น


“มึงก็เหมือนกันไอโบว์ ขึ้นคานแน่!” ไอ้ตั้มที่ยังไม่วายแจกพรให้เพื่อนสาวทั่วชอป ซึ่งไอโบว์ก็แค่ไหวไหลไม่แยแสแล้วตอบกลับทันทีว่า


“ยังไงก็มีมึงเป็นเพื่อนกูล่ะ แถมไอแป้งด้วยอีกคน” เป็นครั้งแรกที่อยากตัดเพื่อนกับพวกมัน


“เฮ้ย งั้นวันนี้เอาเกะออกมา แล้วกระหน่ำร้องเพลงอกหักจนเช้าเลยเอาป่ะ เดี๋ยวช่วยกันออกตังค์ไปซื้อหมูมาก่อไฟกินกันด้วย” เชษที่นั่งอ็อกเหล็กขึ้นโครงอยู่ไม่ไกลหันมาเสนอหน้าระรื่นแทน


ซึ่ง ไอหมีดำภาคใต้พีที่นั่งโขกหมากรุกอยู่กับไอเป็ดก็ว่าขึ้นต่อทันใด อย่างกระตือรือร้น “เออ เอาดิ กูอยากแดกหมูกะทะพอดี ให้หลวงพี่ยศมันหมัก รีบไปซื้อด้วยเดี๋ยวมันสวดมนต์เข้านอนก่อนแล้วจะอด... อย่าลืมเบียร์ด้วยนะ”


พวกมึงอย่าเห็นความทุกข์เพื่อนเป็นเรื่องรื่นรมผ่อนคลายอารมณ์จากงานที่อาจารย์สั่งได้ไหม


แต่ ดูเหมือนอาการหาเรื่องสังสรรค์แบบไม่เคยกำหมดช่วงเวลาหรือต้องนัดหมายใครแบบ อยากกินก็กิน อยากไปก็ไปที่เหล่าเด็กปั้นเจ็ดชีวิตทำเป็นประจำก็ทำให้ไอตั้มอารมณ์เย็น ขึ้นได้ไม่น้อย... ก็อย่างที่ว่านั้นแหละเวลาอกหักคงไม่มีอะไรเป็นที่พักพิงได้ดีเท่าเพื่อนอีก แล้ว ยิ่งเศร้ายิ่งมานั่งปลอบพาโศกน้ำตาท้วมจอเดี๋ยวก็ได้ยิ่งพาหัวทิ่มหัวตำกัน ไปใหญ่ สู้มานั่งฉลองเฮฮาปาจิงโกะกับหมู่เพื่อนในเมาหัวลาน้ำยังจะดีซะกว่า อย่างน้อยเวลามันเมาเป็นหมาก็มีคนมาเก็บซากไม่ทิ้งไว้เหมือนกระดาษทิชชูที่ เขาใช้เช็ดตูดจนหนำใจแล้วปาทิ้งลงชักโครกก็แล้วกัน


ไอ ตั้มถอนหายใจแรงๆ ทีหนึ่งเหมือนทั้งพอจะทำใจได้และเบื่อหน่ายสันดาลเพื่อนมันแต่ละคนที่เห็น ความทุกข์ของมันสำคัญน้อยกว่าหมูกระทะและคาราโอเกะ ก่อนจะเดินด้วยอาการสะบัดสะบิ้งน้อยลงมาทิ้งตูดบนเก้าอี้ข้างๆ ฉันอีกครั้ง หน้าตามันหายเหม็นบูดไปเยอะแล้ว แม้แอบเห็นว่าเริ่มมีน้ำตาซึมๆ(อย่าคิดว่าน้ำตาลูกผู้ชายมาไหลยากนะสาวๆ เรื่องจริงไอเพศผู้มันก็มีความรู้สึกไม่ต่างจากพวกคุณหรอก) ก่อนหันมาพูดกับฉันว่า


“แต่กูพูดจริงๆ นะไอแป้ง อย่างมึงไม่ได้แต่งงานหรอก” แล้วมึงจะมาเจริญพรกูซ้ำทำไม


“มึงเป็นอะไรมากเปล่าเนี่ยไอตั้ม” ไอเราก็นึกว่าตอนแรกอาการมันดีขึ้นแล้ว แต่มันก็ยังตามเอาคานมาทุ้มใส่หน้าต่อซะอย่างงั้น


“เออ แต่กูว่าอย่างไอแป้งไม่มีทางได้แต่งงานเหมือนกันว่ะ” ไอเป็ดที่ตัวขาวที่สุดในชอปเพราะเลือดคนจีนครึ่งหนึ่งของมันตามมาสนำสนุนไอ ตั้มโดยสายตายังจ้องที่กระดาษหมากรุกไม่เปลี่ยนเหมือนกลัวเรือจะไอพีจะกิน ม้ามันตอนเผลอ


“เฮ้ย!” ฉันได้แต่ร้องประท้วงเมื่อเริ่มโดนรุม ไหงจากเรื่องไอตั้มอกหักมันกลายเป็นเรื่องประตูวิวาร์ล้มของไอ้แป้งได้เนี่ย


“กูยอมจ่ายห้าร้อยเลยถ้าไอแป้งได้แต่งงาน” ไอเชษรีบว่าอย่างสนุกสนานและดึงเขาเรื่องพนันขันต่อตามนิสัยช่างสังสรรค์ของมัน


ซึ่ง เมื่อโดนต้อนมากๆ ไอแป้งก็ต้องฝากความหวังไว้ที่เพื่อนสาวคนเดียวในชอป นั่นคือโบว์ที่ละความสนใจจากนิยายในมือตัวเองอีกครั้งแล้วลุกขึ้นมาชี้หน้า ไอเชษพร้อมร้องบอกเสียงดังว่า “มึงเก็บเงินมึงเข้าโครงการออมทรัพย์ไปเลยนะไอเชษ... ไอแป้งมันไม่ได้แต่งหรอกรับรอง!


มึงช่วยย้ำยีกูให้จมดินได้ดีมากโบว์...


ความ จริงไอเรื่องแต่งงานไม่แต่งงานมันก็ไม่ใช่เรื่องน่าห่วงอะไรสำหรับฉันหรอก ยิ่งชีวิตจมอยู่กับเพื่อนกับงานแบบนี้ก็คงยากที่จะไปคิดเรื่องแต่งงาน  ไม่แต่งก็ไม่เสียหายอะไร อิสระแบบสาวโสดหน้าบ้านๆ ไปก็ดีไปอีกแบบ เหงาก็กลับมาหาเพื่อน เหนื่อยก็กลับไปซบตักพ่อแม่และตายาย... ถือว่าเสียสละผู้ชายให้ผู้หญิงสวยๆ และกระเทย เกย์ เขาไปกินให้อิ่มหนำแล้วกัน


แต่พอมาโดนรุมซ้ำเติมแบบนี้มันก็แอบเสียเซลฟ์อยู่ไม่น้อย... 


เอา ละไหนๆ ก็ไหนๆ พูดมาขนาดนี้แล้ว ฉันคงต้องแนะนำตัวให้ผู้อ่านได้รู้จักทั่วกัน เผื่อจะได้จำนางเอกคนนี้ไว้ ไปนอนขวัญผวากันสักคืนสองคน 


ฉัน ชื่อเล่นชื่อแป้ง หรือชื่อเสียงเรียงนามจริงๆ อันเพราะพริ้งว่า อรุณรุ่ง เมที แหม... แม้แต่ชื่อจริงยังตั้งเหมือนประชดประชันสีผิวให้เพื่อนมันเอามาล้อเล่น สร้างปมด้อยกันแต่เล็กแต่น้อย ซึ่งฉันเป็นคนเลือดสุพรรณไทยแท้ไม่ปลอมปน แต่พ่อแม่ดันมาพบรักบ้านนากันที่กทม.ทำให้สาวเลือดสุพรรณในต่างถิ่นแดนสยาม คนนี้พูดไม่เหน่อ และผิวเข้มนวลเนียนคล้ายบียองเซ่ แต่หน้าสวยไม่เท่าเลยเป็นได้แค่บียองเช้ คอนเซปประจำตัวคือ แม้ไม่สวยแต่ตูก็แปลกโว้ย... อายุยี่สิบปีแปดเดือนสิบสามวัน โสดสนิทไม่เคยแลใคร(ไม่มีใครแล) และคิดว่าชีวิตนี้คงไม่มีใครมางัดตัวเองออกจากคานได้แล้ว เนื่องจากอายุอนามเข้าเลขสอง แต่ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยมีโลกสีชมพูช๊อกกี้พิงค์เหมือนใครๆ ทำให้เดาอนาคตตัวเองได้แบบไม้ต้องพึ่งหมอลักษณ์พันธกว่าชาตินี้คงมีคานเป็น ที่พึ่งสุดท้าย และรอทำบุญแบบหวังผลเอาชาติหน้าตอนบ่ายๆ แทน


แต่เดี๋ยวก่อน!...  คุณกำลังมีประสบปัญหากับการหาแฟนใช่หรือไม่ ครั้งนี้ไม่ต้องพึ่งจอร์จหรือซาร่ามาทำท่าตื่นเต้นแบบโฆษณาขายตรง เพราะไม่รู้ว่าบุญไอ้แป้งมันติดจรวด หรือเวรกรรมของใครสักคนดันตามทันในชาตินี้ เลยต้องมาทำหน้าที่กระชากไอ้แป้งลงมาจากคานอย่างไม่ปรานีจนตอนนี้ยังเจ็บจี้ ดๆ ในใจไม่หาย


            เรื่องมันเริ่มจากคำสั่งของพ่อผู้บังเกิดเกล้าที่ไม่ได้เจอกันมาสามชาติเศษ เพราะชีวิตของฉันหมกอยู่กับตายายที่บ้านนาเมืองสุพรรณตั้งแต่อายุมีเลขสอง หลัก ก่อนก้มหน้าก้มตาเรียนอยู่ในโรงเรียนติดบ้านที่นอนจนพระอาทิตย์แยงตูดก็ สามารถเข้าเรียนทันได้ จนครูบาอาจารย์หลายท่านเกิดอาการเจ็บช้ำน้ำใจที่ไม่สามารถทำโทษอีเด็กบ้าน ใกล้นี้ข้อหามาโรงเรียนสายได้สักครั้ง ... เอาว่าเรื่องอดีตละไว้ก่อน กลับมาปัจจุบันที่พ่อผู้บังเกิดเกล้าโทรมาออกคำสั่งทะล่วงผ่านมือถือรุ่นคุณ พระช่วย... ไม่ใช่รายการโทรทัศน์ แต่เป็นคำอุทาน กับความอึดถึกทนของมัน ที่ยังเป็นหน้าจอขาวดำ และมีฟังชั้นเลิศสะบัดบ็อบที่สุดคือเกมส์งู... เอาว่าพ่อฉันโทรเข้ามือถือพร้อมคำสั่งให้กลับบ้านที่กรุงเทพฯบัดนาว ทั้งทีงานยังคามือ และคำสั่งอาจารย์ยังคาใจ


            แต่ด้วยประกาศิตของผู้บังเกิดเกล้าแล้ว แม้ต้องหยุดงานที่อาจทำฉันไม่จบสี่ปีตามเด็กมหาฯลัยคนอื่นและอดเก็กท่าถ่าย รูปฉบับพิสดานที่คิดไว้ในหัว ฉันก็ต้องลากสังขาลสกปรกมอมอมเมมของเด็กคณะศิลปกรรมเอกประติมากรรมมาขึ้นรถ ตู้หน้ามหาฯลัยเพื่อบึ่งเข้ากรุงเทพฯ


            ก้าวผ่านรั่วบ้านมาครั้งแรกรู้สึกเหมือนพจมานเข้าบ้านทรายทอง แม้หน้าสวยไม่เท่าและไม่มีกระเช้าสานหรือสวมกระโปรงซุ่ม  แต่เนื่องจากเคหะสถานตรงหน้ามันอลังกาลแบบไม่เข้ากับหน้าตาคนมองมากๆ เพราะคุณย่าที่เป็นเจ้าของบ้านนั่นความจริงเป็นเศรษฐีผู้ดีเก่า มีเชื้อมีสายพอจะเชิ้ดคอยาวไหล่ตั้งเวลามีคนมาถามนามสกุลได้ไม่ยาก แต่เหมือนท่านจะไม่ถูกกับแม่ฉันเท่าไหร่ เข้าตำราขิ่งก็ราข่าก็แรง แม่ผัวตีกับลูกสะใภ้แบบไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายแม่ฉันกลัวลูกสาวตัวเองมีปัญหากลายเป็นเด็กเก็บกดเพราะเห็นผู้สูง อายุตีกัน คุณแม่ที่แสนดีแต่เวลาตีกับแม่ผัวแล้วแรงไม่แคร์สื่อเลยส่งฉันมาให้ตากับยาย เลี้ยงแทน ส่วนคุณเธอก็ยังโกยนมเท้าสะเอว รับฝีปากไว้ต่อกรกับคุณย่าต่อที่กรุงเทพฯ


            หื๊อ!... นี่มันบ้านหรือร้ายขายกรอบรูปวะ!


            แค่ก้าวเท้ามาก้าวแรกก็ต้องมองตาปริบๆ ไปยังผนังมากมายในห้องโถงแสนหรูหราดาวล้านดวงที่ไม่ได้เห็นมาหลายปี รวมถึงมุมต่างๆ กับรูปภาพของเด็กสาวคนหนึ่งที่มีตั้งแต่ทารกแรกคลอดยันโตเป็นสาวสะพรั้ง สวยบาดจิตบาดใจจนตาพร่า... อย่ามองฉันด้วยสายตาเหมือนสงสัยว่าอีหน้าบ้านๆ มายืนชื่นชมรูปตัวเองแบบหลอกลวงคนอ่านทำไม เพราะขอบอกว่ารูปภาพทั้งหมดที่คุณย่าท่านจับประดับทุกมุมของบ้านเหมือนเป็น ยันต์กันผีนี่เป็นภาพของหลานสาวสุดรักของท่านอีกคน หรือว่าง่ายๆ ว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องฉันที่อายุน้อยกว่าฉันปีหนึ่ง ซึ่งมีดีกรีเป็นถึงนางแบบนิตยสาร และดาวหมาลัยเดียวกับฉัน เรียนอยู่คณะอักษร เธอสวยสะเด็ดเจ็ดย่านน้ำแบบหัวกระไดหินอ่อนไม่เคยแห้ง ที่คุณย่าท่านตั้งชื่อแสนน่ารักน่าชังให้ว่า น้ำฟ้าซึ่งเอาจริงๆ ฉันว่าคุณย่าแกอยากตั้งว่า นางฟ้า แต่กลัวกระแดะไป เลยตัดงองูสระอาแล้วเติ่มสระอำพร้อมไม้โทมาแทน


            ส่วน ฉันก็ไม่ได้เป็นหลานชังอะไรมากมายหรอก แค่เตรียมโดนตัดชื่อจากกองมรดกเพราะดันเลือกเรียนอะไรที่คุณย่าไม่ปลื้ม แถมออฟชั่นด้านรูปร่างหน้าตาก็ดันมีไม่พอ ไอ้จะทำตัวออดอ้อนก็กลัวจะไปอ้อนตีนมากกว่าอ้อนใจเพราะหน้าตาไม่ให้ สุดท้ายเลยอยู่เฉยๆ ทำหน้ามึนๆ ก็น่าจะดูดีที่สุดแล้วสำหรับฉัน


            “อ๊ะ หนูแป้ง” เสียงทักคล้ายจะเอ็นดูแต่น้ำเสียงสูงปี้ดของใครสักคนรั้งสติของคนที่กำลัง อ้าปากหวอไปกับภาพมากมายบนฝาบ้านให้กลับมาสู่โลกความเป็นจริง ก่อนเห็นว่าสาวใช้แก่ๆ ที่เคยรู้จักเมื่อสมัยยังตีนเท่าฝาหอยจะเดินตรงมา ก่อนร้องถาม “ทำไมมาตัวมอมเมมแบบนี้ล่ะค่ะ”


            “เอ่อ... แป้งตรงมาจากที่เรียนเลยน่ะค่ะ” หยุดแค่นั้น และปล่อยให้ป้าแกมองสารรูปของเราด้วยความสมเพชให้พอใจแม้ว่าเขาอาจมองแย่ กว่านั้น แต่ด้วยความที่เราเป็นคนคิดบวกหลายสิบเลยเอาแค่สมเพชพอ


            แล้วคุณแม่บ้านคู่กรรมของคุณย่าก็พาฉันเดินไปที่ห้องโถงของบ้าน ที่นั้นมีหลายร่างนั่งรอฉันอยู่แล้ว ทั้งคุณย่า พ่อ แม่ น้ำฟ้าในชุดนักศึกษา... โอ๊ย สวยจนตาพร่า จะขาวอึมไปไหนน้องรัก แบ่งๆ กันบ้าง!... แล้วก็คุณอาทั้งสองท่านที่เป็นพ่อแม่ของน้ำฟ้า แล้วก็คุณป้าวิมลที่ฉันจำได้ว่าต้นตระกูลของท่านสนิทสนมกับคุณย่า แถมยังเป็นเพื่อนสนิทกับคุณอาน้ำทิพย์ที่เป็นแม่ของน่ำฟ้านั่งอยู่ด้วย


            ฉันไล่มองพร้อมพรมมือไหว้ตามคิวที่สายตามองเห็น ก่อนไปสะดุดกับร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวเดียวกับคุณป้าวิมล ซึ่งเขาอยู่ในชุดสูทสีเข้ม และนั้นเป็นครั้งที่สองที่ฉันตาพร่าหลังจากได้มองน้องน้ำฟ้าสุดสวาทขาดใจ แล้ว เพราะชายหนุ่มที่น่าจะอายุยี่สิบกว่าๆ น่าจะสักยี่สิบห้าที่จ้องหน้าฉันด้วยสายตาสีดำสนิทคมๆ และเลิกคิ้วสูงนิดๆ มองสภาพฉันแบบกึงขำกึงสมเพชแต่ไม่ออกอาการมากเพราะอาจกลัวมาดหลุดแทบทำให้ ฉันหยุดหายใจไปครู่... เฮ้ย!...อยากจะแก้ผ้าเต้นล่อนางฟ้าเทวดาให้ส่งฟ้ามาผ่าจริงๆ คนบ้าอะไรหล่อฉิบหาย... ขอหยาบคายเล็กน้อย          


เพราะ ผู้ชายที่กระขากสติอี้แป้งไปสองจุดสามวินาทีที่ว่านั้น ขนาดแค่นั่งนิ่งๆ ยังเปร่งรัศมีความหล่อกระแทกลูกกระตาจนคนมองตาแทบบอด หล่อจนพระเอกช่องหลายสียังต้องชิดซ้ายป่ายขวา ใบหน้าคมเข้มคล้ายจะเป็นลูกครึ่งแต่มองอีกที่ก็ไม่ใช่ เหมือนจะหล่อแบบไทยแต่โครงหน้ากลับเรียวคมมากกว่า ดวงตาคมกริบสีดำสนิทและเส้นผมสีดำตัดกับผิวขาวๆ ของเขาและตัดกับสีผิวของฉันเหมือนทางม้าลายจนรู้สึกละอายใจได้ทันที ไม่ว่าจะคิ้วเรียวเข้ม จมูกคมสัน หรือริมฝีปากบางสีชมพูธรรมชาติแบบคนสุขภาพดีก็จัดวางอยู่บนโครงหน้านั่น อย่างเหมาะเจาะ เป๊ะๆ ทุกมุน เป็นหน้าอย่างที่เด็กศิลป์อย่างฉันชอบบ่นกันว่าวาดยากฉิหาย... เพราะทำยังไงก็ไม่เหมือนสักที เนื่องจากบนหน้ามันเด่นหมดทั้งหู ตา จมูก ปาก เลยจับเอกลักษณ์บนหน้าไม่ได้ แถมร่างกายสูงกำยำเหมือนนายแบบช้องแฟชั้นวี้กใต้เสื้อสูทเนื้อดีนั้นก็ฟ้อง ชัดเลยว่ามันอุดมด้วยมัดกล้ามสวยๆ แบบไม่มากไม่น้อยไปจนสาวๆ คงละลายคาอกกว้างๆ นั้นไม่ยาก... หล่อลากไส้ ลากตับ น้าม และหัวใจดีจริงๆ


            ลูกใครหนอ พ่อแม่ช่างปั้น!... แม้แต่น้องน้ำฟ้าที่ไม่เคยแลชายหนุ่มที่มาแจกขนมจีบทั้งหลายยังมั่งมอง ผู้ชายตรงหน้าแบบขวยเขินไม่กล้ามองเต็มสายตา เอาแต่ก้มๆ มองๆ เป็นอีแอบ ที่ถึงจะเป็นอีแอบแต่ก็เป็นอีแอบนางฟ้าที่น่ารักน่าชังไม่เปลี่ยน ซึ่งถ้าเป็นฉันทำท่าแบบนั้นบ้าง คงมีคนกระโดดถีบตกโซฟาไปนานแล้ว... อนิจจาชีวิต


            “ไปตกท่อที่ไหนมายัยแป้ง จะมาทำให้ฉันเสียหน้ารึไง!” คุณย่าที่เคารพรัก ไปจำคำพูดนางร้ายละครหลังข่าวช่องไหนมาคะ


            “แป้งเพิ่งออกมาจากชอปน่ะค่ะ... เห็นว่าเหมือนจะรีบๆ กันก็เลยออกมาเลย” ฉันได้แต่แก้ตัวไปน้ำใสๆ เพราะมันเป็นตามจริง แม้จะโดนเสียงสูงบาดหูของคุณย่าที่ช่วงนี้องค์กำลังลงเพราะติดละครสักช่อง ตำหนิมาเป็นการเรียกสติ ก่อนจะเดินมานั่งใกล้แม่ตัวเองที่ตบเบาะข้างๆ ให้ฉันไปนั่ง และแม่คุณก็ตวัดตาขวางใส่คุณย่าอย่างไม่กลัวเกรง... อาการรายนี้ก็คงจะองค์ลงเหมือนกัน สักพักน่าจะเริ่มขึ้นสังเวียงกับผู้สูงอายุตรงหน้าแล้ว


            เมื่อครบองค์ประชุมประมุขของบ้านที่สะบัดพัดเก๋ๆ กรีดกรายท่าทางแบบนางพญาแม้อายุอานามจะเลยเลขเจ็ดไปแล้วเพื่อเตรียมพูดหัว ข้อของท่าน... คุณย่าถามจริงว่าองค์นางร้ายละครช่องไหนสิง จะได้ไปตามดูบ้าง กิริยาท่าทางนี่ดูแจ่มโดนใจดีจริงๆ


            “เอาล่ะมาครบทุกคนก็ดีแล้ว” คุณย่าจีบปากจีบคอพูด แม้สายตาจะตวัดมาคาดโทษฉันเป็นเชิ่งด่าเพราะมาสาย ก่อนจะหันมาพูดกับฉันใหม่ “ยัยแป้ง นี่พี่เอ ลูกชายคุณหญิงวิมล เพิ่งเรียนจบด็อกเตอร์มาจากอังกฤษ” จบคำคุณย่าที่สูงศักดิ์ก็หันไปที่ชายหนุ่มหน้าหล่อไม่เกรงใจใครข้างคุณป้า วิมล และถามฉันกลับว่า “จำได้ไหมเราน่ะ!


            อื้อ ฮื้อ!... ตวัดเสียงช่วงท้ายซะสูงขนาดนี้กำลังคิดอยู่แน่ว่า อย่างหล่อนน่ะจำไม่ได้หรอกยะล่ะสิ


            ... เออ... แต่ก็จำไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ ฉันสายหน้าปฏิเสธเป็นคำตอบและเหลือบมองพี่เอที่ว่าอีกครั้ง แต่เหมือนสายตาคมๆ ละลายใจของพี่เอจะให้ความสนใจที่น้ำฟ้าซึ่งยังอายม้วนต้วนหนีสายตาพี่ท่านจน แทบจะมุดร่องโซฟาหนีอยู่คนเดียว


            พระเอก นางเอกเขาปิ้งกันเป็นแบบนี้สินะ เห็นแล้วก็คิดถึงไอโบว์เพื่อนเลิฟที่ชอบเอานิยายหน้าปกยี่สิบห้าบวก(เพราะ สิบแปดบวกยังน้อยไป)มาอ่านประจำ แล้วมันเล่าว่าทุกเรื่องพระเอกนางเอกจะปิ้งกันตั้งแต่แรกเห็น จากนั้นก็แก้แค้น ขึ้นเตียง แล้วซั่มเลย แล้วหลังจากบทนั้นก็จะ ซั่มๆๆๆๆๆ... แล้วความรักมันอยู่ตรงไหน ที่สำคัญเนื้อหานิยายส่วนอื่นล่ะวะ... เอาเถอะตัวประกอบอย่างเรามีหน้าที่แค่นั่งดูพระนางเขาส่งสายตาหวานซึ้งให้ กันก็พอ


             “ฉันว่าแล้วเชียว” คุณย่าขึ้นเสียงทันใดพร้อมสบัดพัดเร็วๆ เหมือนเป็นฝ่ายชนะที่เย้อหยันฉันได้ และหันไปหาน้ำฟ้าที่นั่งอยู่ข้างๆ “ไม่เหมือนน้ำฟ้าเลย น้องจำพี่เอได้ตั้งแต่เห็นครั้งแรกแล้ว ใช่ไหมจ้ะน้ำฟ้า” เพิ่งเคยเห็นคนสูงอายุแอ็บแบ๊วก็ครั้งนี้ กระนั้นหลานรักของท่านก็พยักหน้านิดๆ ตอบกลับด้วยใบหน้าเนียนที่ยังแดงเรื่อไม่เปลี่ยน


            “แป้งมันไปอยู่กับคุณตาคุณยายตั้งแต่สิบขวบ มันจะไปจำเอได้ยังไงหละคะคุณแม่” คราวนี้แม่ฉันเป็นฝ่ายขึ้นเสียงสูงข่มคู่กัดตัวเองบ้างเมื่อลูกสาวโดนกระแนะ กระแหน


            “สิบขวบเด็กที่ไหนก็จำได้แล้วยะ!” คุณย่าตวัดเสียงเถียงทันที จากอุณหภูมิในห้องที่สูงขึ้นพรวดพราดของแม่ผัวลูกสะใภ้เล่นเอาฉันต้องรีบปรามศึกของสองวีระสตรีตรงหน้า


            “แป้งขอโทษ เข้าเรื่องเลยคุณย่า” ว่าพร้อมดึงแขนแม่ตัวเองไว้ก่อนคุณเธอจะถลกกระโปรงด่าแบบไม่เกรงใจแขกหน้า หล่อตรงหน้าว่าจะเห็นอะไรดีๆ ใต้ร่มผ้าตัวเองไหม ส่วนช้างเท้าหน้าอย่างพ่อกลับนั่งเงียบกริบเป็นรูปปั้นแถวอนุสาวรีย์ชัย เมื่อรู้อิทธิฤทธิ์ของวีระสตรีสองท่านที่กำศึกกันมาอย่างโชกโชนดีกว่าใคร... สงสัยพ่อฉันจะเกิดมาผิดยุคไปหน่อย ถ้าย้อนไปสักห้าสิบหกสิบปีก่อนคงพอจะมีปากมีเสียงกับเขาได้บ้าง


            คุณย่าสบัดพัดอีกทีหนึ่งแรงๆ และเชิ้ดหน้าไปอีกทางจนเหมือนศีรษะเล็กๆ นั้นจะหักซะให้ได้ ขณะที่แม่ของฉันก็ยอมเงียบลงเช่นกัน


            เมื่อศึกในสงบ คุณย่าก็เปิดประเด็นแบบตรงเผงเลยว่า “คุณหญิงวิมลและฉันตกลงกันแล้วว่าจะมีการแต่งงานระหว่างสองตระกูลเราขึ้น”


            น้องน้ำฟ้าคนสวยสะดุ้งตัวทันใดและหันไปมองหน้าพี่เอที่ดูไม่สะทกสะท้านอะไร กับเรื่องนี้เหมือนรู้อยู่แล้ว และเหมือนดูจะยินดีด้วยแม้ใบหน้าคมชวนหลงใหลให้หัวทิ้มหัวตำนั้นจะยังวาง นิ่งแบบสุภาพไม่เปลี่ยน ปล่อยให้พวกผู้ใหญ่พูดคุยกันไป... ส่วนฉันได้ฟังแล้วก็นิ่งเหมือนกัน เพราะเรื่องแต่งงานสองตระกูลอะไรนั้นมันไม่เกี่ยวกับฉัน ดูคุณย่าก็ชอบพี่เอออกนอกหน้าจนแทบจะเสียสละแต่งเองร่อมร่อ ยังไงแม่คุณก็ต้องยกหลานสาวสุดรักให้เป็นเจ้าสาวแน่นอน ซึ่งน้ำฟ้าก็เหมือนจะรู้ตัวเลยออกอาการตื่นๆ หันไปหาพ่อแม่ของตนทันใดเหมือนจะถามให้แน่ใจเรื่องที่ตนโดนคลุมถุงชน แต่ไม่มีอาการปฏิเสธเลยนะน้อง... แต่ก็เข้าใจล่ะ คนหล่อ ล่ำ น่าฟัด น่ากิน... พูดมากแล้วน้ำลายจะหก ความหื่นจะพุ่งมาเกาะตับ... เอาว่าคนแบบนี้ผู้หญิงที่ไหนจะกล้าปฏิเสธ... คนหล่อเทพกับคนสวยเทพเขาคู่กันเป็นเรื่องธรรมดา ผู้หญิงหน้าบ้านๆ ตัวดำๆ อย่างไอ้แป้งเอาแค่ดูคนหล่อบาดจิตคนนี้ด้วยอาการน้ำลายสอก็พอแล้ว...


            เสียก็แต่ว่าน้ำฟ้ายังต้องเรียนอีกตั้งสามปีน่ะสิ คิดได้ตรงนั้นฉันก็เอ่ยแทรกขึ้นมาทันทีอย่างสงสัยว่า “แล้วถ้าจะแต่งงานแบบนี้ต้องรอน้ำฟ้าเรียนให้จบอีกสามปีรึเปล่าคะ”


            ถามไปด้วยหน้าดำๆ ซื่อๆ ไม่คิดอะไร แต่คุณย่ากับคุณวิมลและผู้ใหญ่ทุกคนกลับหันมามองฉันเป็นตาเดียวเหมือนมีผี มาบอกหวยกลางวันแสกๆ... เอ่อ... ฉันแทรกผิดจังหวะใช่ไหม


            “พูดอะไรน่ะยัยแป้ง” คราวนี้เป็นแม่ฉันหันมาตำหนิ และว่าขึ้นต่อทันใด “คนที่จะแต่งงานน่ะมันเรากับพี่เอตั้งหาก”


            “ว่าไงนะ!


            ไม่ใช่เสียงฉันนะ!... ไอแป้งไม่กล้าแสดงอิทธิฤทธิ์ตวาดผู้ใหญ่รอบตัวขนาดนี้หรอกค่า! แถมเสียงไม่ห้าวดุอย่างนั้นด้วย นั่นมันเสียงนู้นเลย คนนั้นเลย พี่เอสุดหล่อที่นั่งไม่พูดไม่จามาตลอดจนมาระเบิดคำถามเมื่อกี้ต่างหาก อี้แป้งน่ะหน้าเหวอด้วยความ อึ้ง ทึ้ง เสียว พร้อมคำพูดหายหดเข้าซอกตับไปตั้งนานแล้ว


            ส่วน น้องน้ำฟ้าคนสวยก็หน้าเสียไปเลยทีเดียว... นี่น้องกำลังดีใจใช่ไหม ดีใจที่ไม่ต้องมาถูกจับคลุมถุงชนใช่ไหม... แล้วสายตาน้องท่านทำไมถึงมองฉันกลับมาด้วยแววโกรธๆ พร้อมน้ำตาปริมๆ เหมือนจะกล่าวโทษเช่นนั่นเล่า


            “นี่ มันเรื่องอะไรครับ คนที่ผมตกลงจะแต่งงานด้วยเป็นน้องน้ำฟ้า ไม่ใช่...” พี่แกไม่พูดแต่ส่งสายตาพิฆาตมายังไอผู้หญิงตัวดำๆ ที่ยังอ้าปากเหวอลืมภาษาพ่อภาษาแม่ ราวเป็นการด่ากันทางสายตาแทนการพูดตรงๆ ออกมา ปฏิกิริยาเคมีความรังเกียจชัดเจนจนฉันหายอึ้งไปเลยทีเดียว... อย่ามาเขวี้ยงขี้ให้หนูนะ หนูไม่ได้เป็นคนต้นคิด!


            “แม่บอกจะให้เอแต่งกับหลานสาวท่านเฉยๆ แต่ยังไม่ได้บอกว่าจะให้แต่งกับหลานคุณหญิงหยาดทิพย์คนไหนนะลูก” โอ้โห... คุณป้าวิมล พูดจาได้ไร้จิตสำนึกมากค่ะ หลอกลูกชายตัวเองที่เพิ่งจบจากอังกฤษมาอเมซิ่งไทยแลนด์ขนาดนี้ยังเนียนเอียง หน้าแอ๊บแบ๊วอีกเหรอคะ แล้วดูพี่เอของทุกคนสิจ้องอี้แป้งเหมือนจะเดินมาหักคอให้ตายคามือได้อยู่ แล้ว... ก็บอกแล้วไงว่าเขาไม่เกี่ยวนะ!    


            พี่เอยิ่งเดือดดาลขึ้นกับคำแก้ตัวนั่นของแม่ตัวเอง และร้องถามเสียงกร้าวไม่เปลี่ยนว่า “ก็แล้วทำไมต้องเป็น...” จงใจละไว้ในฐานที่เข้าใจอีกล่ะ จะด่าก็ด่ามาเลยดีกว่าพี่... อีแป้งหน้าด้านพอ ขอบอก


            “ก็สามีของคุณหญิงหยาดทิพย์แล้วก็คุณปู่ของลูกเขาทำมรดกไว้ว่าถ้าบ้านเราและ บ้านคุณหยาดทิพย์มีหลานสาวหลายชายล่ะก็ให้แต่งงานกัน แต่กำหนดต้องเป็นหลานชายคนโตและหลานสาวคนโตด้วย ไม่งั้นมรดกที่ดินที่เหลือจะบริจากให้การกุศลนะเอ ช่วยแม่หน่อยนะลูกนะ แต่งสักปีแล้วหย่าก็ได้นิลูก” ขอโอ้โหอีกทีเหอะคุณป้าวิมล ถึงฉันจะไม่ใช่ลูกสะใภ้ที่น่าพิศสวาทจนชวนไซ้ซอกคอแบบน้องน้ำฟ้า แต่ช่วยไว้หน้ากันบ้างก็ได้ค่ะ ถึงหน้าไม่สวย แต่ใจน่ะสวยมากแบบ ก.ไก่ยาวไปถึงสุพรรณเลยเอา


            แต่ ก็ไม่แปลกหรอกที่พี่เอจะเข้าใจผิด เพราะว่าน้ำฟ้าเป็นหลานรักที่คุณย่าพาออกงานโชว์หน้าโชว์ตาตลอด ไปไหนก็ต้องหนีบติดกันเป็นปาท่องโก๋พร้อมน้ำเต้าหู้ จนคนเขาคิดว่าท่านมีหลานสาวอยู่คนเดียว แถมให้ความสำคัญขนาดนี้ไอ้หลานนอกคอกอย่างเราก็เลยไม่คิดว่าจะมีบทบาทพอที่ จะเกี่ยวกับเรื่องมรดกพันธ์นี้ได้... สงสัยคุณปู่ทั้งสองท่านจะไม่ทันนึกว่าหลานสาวคนแรกจะออกมาหน้าตาเข้าวัดยาก แบบนี้ล่ะมั้ง


            พี่เอหน้าหล่อแต่ฉันหมดอารมณ์ชื่มชมแล้ว เพราะพี่แกหันมาทำหน้าถมึงทึงใส่แบบไม่เหลือเค้าชายหนุ่มทรงเสน่ห์มาดนิ่ง ที่นั่งจ้องตากับน้ำฟ้าจนแทบจะท้องกันไปข้างอยู่นานสองนานเลย ขณะยังยืนกรานคำเดิม “ยังไงผมก็ไม่แต่ง เงินทองหรือธุระกิจที่เรามีก็มากพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีเห็นแก่ตัวแบบนี้!


            ทีตอนนึกว่าจะได้แต่งงานกับน้ำฟ้ายังไม่เอาเรื่องเห็นแก่ตัวมาอ้างเลยไม่ใช่ เหรอ ไหงอยู่ดีๆ ถึงมีมนุษย์ธรรมขึ้นมาได้ล่ะพี่... ก็ได้แต่ท้วงในใจและกอดแขนแม่ตัวเองที่ครั้งนี้ไม่ออกหน้าปกป้องลูกสาวอย่าง ที่เคย สงสัยเพราะสงสารลูกเขยในอนาคตมากกว่าลูกสาวตัวเอง... ทุกคนเห็นฉันเป็นตัวอะไรเนี่ย ถามจริง!


            เออ... แต่ถ้าคิดในแง่ดี ฉันก็จะได้เงินห้าร้อยของไอพีแล้วแฮะ ไม่เลว ไม่เลว


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

1,982 ความคิดเห็น

  1. #1502 tokyorabu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 เมษายน 2557 / 00:53
    ชอบแป้งกับพี่รามากกว่า มันน่าลุ้นเอาใจช่วยมากกว่า
    #1502
    0
  2. #1491 unoo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2557 / 18:30
    ชอบแป้งกะพี่ราฟฟฟฟฟฟ

    #1491
    0
  3. #1388 Supernofull (@nofull-noname) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2557 / 23:53
    ชอบแบบพี่ราฟค่ะ ไม่รู้สิ อ่านแล้วติดใจเวอรชั่นนั้นมาก T_T
    #1388
    0
  4. #1380 khunchaiii (@khunchai_suvijuk) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2557 / 09:57
    อยากอ่านแป้ง ไล่จีบราฟฟฟ >0<
    #1380
    0
  5. #1094 manowjeet (@manowjeet) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มีนาคม 2557 / 23:26
    ชอบเรื่อง ราฟ มากกว่าค่ะ เรื่องนี้พระเอกจะถอดแบบ หลานเซ่อช่วงแรกๆไปนิดคือ ตอนแรกชอบคนสวย ตอนหลังชอบคนดี. แต่ ราฟดูจะแหวกแนวทุกเรื่องที่เขียน แล้วอยากอ่านแป้งไล่จีบ ราฟ ดูตื่นเต้น สนุกดีค่ะ
    #1094
    0
  6. #527 Mεσ' (- -)' (@30901) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มกราคม 2557 / 22:38
    ตามความคิดเรานะ พล็อตเรื่องอีแป้งคนนี้
    ยังเจ้มจ้นเท่าอีแป้งพี่ราฟไม่ค่อยได้ แต่สนุกมากเลย TT
    อีแป้งเวอร์นี้ โอเลย (y)

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 มกราคม 2557 / 23:06
    #527
    0
  7. #413 sacral (@hatariko) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2556 / 21:39
    ชอบราฟมากกว่าาาT^T
    #413
    0
  8. #411 NuMaple (@numagicpen) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2556 / 20:24
    น่ารักดีแต่ชอบราฟมากกว่าอ่ะ
    #411
    0
  9. #396 จิตต์สวาท (@aphinyea) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2556 / 13:37
    แบบนี้ดีกว่าค่ะ ค่อยมีเหตุน่าเดินเรื่องต่อ และมีโอกาสมากกว่าค่ะ
    #396
    0
  10. #332 Yui (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2556 / 10:20
    เราชอบอันนี้ สนุกดีและตัวละครแต่ละตัวก็ดูน่าสนใจมากกกกกกก (ก.ไก่ลากยาวไปถึงสุพรรณด้วย)
    #332
    0
  11. #264 Riprim (@rip_hihi) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มกราคม 2556 / 00:14
    ชอบพล็อตนี้อ่ะ>< นางเอกดูไม่เว่อร์เกินเหตุ
    พล็อตแรกดูมันลอยไร้น้ำหนักยังไงไม่รู้
    แต่ถ้าอันนี้มันมีอะไรให้ชวนติดตามว่าพระเอกจะชอบนางเอกได้ไง
    55 เพราะให้ความรู้สึกว่าแป้งคล้ายๆตัวเองมั้งคะ 
    พล็อตแรกเห็นตอนแป้งออกอาการบ้ารักมากเลยทำใจยากชอบกล
    อยากอ่านต่ออออ ผีเข้าเร็วๆนะคะ
    #264
    0
  12. #247 GoaT_TiE_NR (@GoaT_TiE_NR) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มกราคม 2556 / 18:13
    ชอบมากค่ะ^O^ ติดตามต่อไปค่ะ
    #247
    0
  13. #222 ธาดาหิมาลัย (@mummyland) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 17:49
    ชอบไอเเป้งเว่อร์พี่เเบงค์  >_< พระเอกทำไมชอบมองคนที่ภายนอกกันนน 5555
    #222
    0
  14. #152 กฤษฏิ์ (@clearclean) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มกราคม 2556 / 20:41
    ชอบพล็อตนี้แฮะ ดูมีน้ำหนักและองค์ประกอบต่างๆ มากกว่าพล็อตที่แล้ว ไม่รู้นะ พล็อตที่แล้วดูเหมือนจะดำเนินเรื่องยากด้วยมั้ง มันดูไม่ค่อยมีอะไรสักเท่าไหร่


    แต่รู้สึกว่าอันนี้ดีกว่าเยอะ ทั้งในด้านการบรรยาย อันที่แล้วมันดูเยอะไป แบบนี้กำลังพอดี ถ้าในความเห็นของผมนะ นางเอกมีคาแร็คเตอร์ชัดเจนกว่า ซอฟต์กว่า และโอเคกว่า พระเอกก็เหมือนกัน

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 3 มกราคม 2556 / 21:05
    #152
    0
  15. #132 xiujingggg (@xiu-jing) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 21:40
    แหกกฎนิยายรักได้เจ๋งที่สุด ชอบเหมือนตอนที่อ่านคิวบิคนั่นแหละค่ะ
    ถึงนางเอกของเราจะขี้เหร่ แต่มีอะไรดีๆเยอะเลย
    ส่วนพระเอกก็ยังคงหล่อลากดินลากไส้ไม่เปลี่ยน ฮ่าาาา
    #132
    0
  16. #111 ninjapoonarak (@plazaladeen-_-) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กันยายน 2555 / 02:29
    ชอบบทเก่ามากกว่านะ
    #111
    0
  17. #102 jaasaa (@jaasaa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2555 / 23:02
    บทนี้น่าจะไปได้ยาวและง่ายกว่าบทที่เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องนะคะ..บทนี้แปลกดีที่นางเอกขี้เหร่ และแยกตัวอิจฉาแสนสวยไปได้..แถมถ้าพระเอกชอบนางเอกด้วย...

    บทแรกที่แป้งอ้วกใ่ส่รุ่นพี่ก็สนุกดีนะคะ..แต่เนื้อเรื่องคล้ายพวกการ์ตูนญี่ปุ่นเลย
    ที่พระเอกหล่อๆรุ่นพี่เป็นดาวมักจะชอบสาวที่หน้าตาธรรมดาไม่มีเสน่ห์อะค่ะ

    แต่ถ้าเลือกพล็อตนี่สิเจ๋งเป้ง !!!
    นิยายที่แปลกที่สุดในโลกกกกกกกกกกกเลยแหล่ะ 55555 สนุกอ่ะค่ะ
    #102
    0
  18. #68 นักฆ่าแห่งไฟ (@killer-flame) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2555 / 21:55
     ฟินนาเลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล่ ตามมาอ่านขากบทเก่า
    #68
    0