คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

บทความผีเข้าของ B 13 s.t

ตอนที่ 3 : โซเคนโย ไค (3)


     อัพเดท 23 เม.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/อื่น ๆ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : B 13 s.t ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ B 13 s.t
My.iD: https://my.dek-d.com/satancrow
< Review/Vote > Rating : 99% [ 23 mem(s) ]
This month views : 942 Overall : 179,873
1,977 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 2070 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
บทความผีเข้าของ B 13 s.t ตอนที่ 3 : โซเคนโย ไค (3) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3676 , โพส : 5 , Rating : 42% / 24 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ตอนที่ 3 ครึ่งปีศาจ

 

            แผนยันต์สองแผ่นถูกปาจากมือของเด็กสาวเข้าใส่ร่างสูงเบื้องหน้าพลัน

            เด็กหนุ่มสะดุ้งตัวเมื่อสติกลับมา แต่กระนั้นระยะห่างระหว่างเขากับแผ่นยันต์ก็ใกล้เกินกว่าที่เขาจะหลบมันได้

            ไครีบยกแขนสองข้างขึ้นมากันตัวเองตามสัญชาติญาณและเตรียมรับความเจ็บปวดจากอาคมที่พุ่งเข้าหาตัวอย่างจำนน

            ตูม

            แต่ เพียงที่แผ่นยันต์สีแดงทั้งสองแผ่นจากองเมียวจิสาวจะถึงตัวร่างสูงของไค แผ่นอาคมก็เกิดการฉีกขาดราวโดนดึงทึ้งทำลายภายในคราวเดียวขึ้นตรงหน้าของเขา เหมือนกับมีบางสิ่งที่มองไม่เห็นมาป้องกันเขาไว้ได้เฉียดฉิว

            นั่นมันอะไรน่ะ!” โยรุกัดกรามว่าเสียงเครียดเมื่ออาคมของเธอไม่สัมฤทธิ์ผลตามที่ต้องการ

            ขณะ ที่ไคค่อยๆเอาแขนที่ยกขึ้นมากันไว้ลงข้างตัวช้าๆ มองเศษแผ่นยันต์ที่เกลื่อนพื้นด้วยนัยน์ตาแปลกใจปนตระหนก ก่อนเริ่มสำรวจบนตัวตนเองว่าบาดเจ็บรึไม่ เขาถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอกที่ตนเองรอดมาได้หวุดหวิด เด็กหนุ่มรีบล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงและชูกระดิ่งคุ้มภัยขึ้นมา

            กระดิ่งตรงหน้าช่วยเขาไว้อย่างที่คิดจริงๆด้วย... ดีที่เขายังพกมันติดตัวมาด้วย

            อาคมเมื่อกี้ที่ใช้... เธอเป็นองเมียวจิงั้นสิ ไคเป็นฝ่ายเอ่ยถามขึ้นบ้างเมื่อแน่ใจว่าตอนนี้เด็กสาวคงไม่สามารถเล่นงานเขาด้วยอาคมได้อีก

            แม้ จะไม่คาดคิดว่าเจ้าเด็กครึ่งปีศาจตรงหน้าจะพกของมีค่าอย่างกระดิ่งคุ้มภัยมา แต่เธอก็รักษาท่าทางนิ่งสงบได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย และคอยสังเกตทีท่าของอีกฝ่ายไปพร้อมกัน

            ใช่... ฉันเป็นองเมียวจิ โยรุว่า

            ไคหรี่นัยน์ตาลงเล็กน้อยกับคำตอบของโยรุ ขณะเริ่มปลายหางตามองซ้ายมองขวาหาทางหนี

            เขา ไม่ถนัดจะสู้นัก และไม่เคยสู้อะไรจริงๆจังๆสักที ไม่เคยต้องมารับมือกับนักเวทอย่างองเมียวจิที่เพ่งเล็งหัวเขาไว้แบบนี้ อย่างมากก็แค่หนีเลนยะเอาตัวรอดเวลาทะเลาะกันแรงๆ... ใช่... หนีนั่นแหละเขาถนัดที่สุดแล้ว

            ไค เริ่มเล็งสายตาไปที่หน้าต่าง แม้รู้ว่าหนีครั้งนี้พ้นแต่ครั้งหน้าก็ต้องเจออีก เพราะยังไงทั้งเขาและแม่ประธานนักเรียนตรงหน้าก็เรียนอยู่ที่เดียวกัน และมันอาจจะเสียหน้านิดหน่อยที่เด็กผู้ชายต้องมาวิ่งหนีเด็กผู้หญิง

            แต่ไม่ว่ายังไงครั้งนี้เขาขอหนีให้พ้นก่อนเป็นดีกว่า... มันจะเสียศักดิ์ศรีตรงไหนกะอีแค่ถอยไปตั้งหลักน่ะ

            ... ทำไมเธอต้องจ้องเล่นงานฉัน กะอีแค่ฉันแต่งตัวผิดระเบียบเนี่ยนะ ไคเริ่มชวนอีกฝ่ายคุย และใช้โอกาสนั้นเคลื่อนตัวช้าๆเข้าใกล้หน้าต่าง

            โยรุยังมีสีหน้าเรียบนิ่งขณะตอบ เรื่องผิดระเบียบน่ะอีกเรื่องโซเคนโย ไค... แต่ที่ฉันจ้องเล่นงานนาย เพราะปีศาจอย่างนายเนี่ยแหละที่จะก่อหายนะได้มากที่สุด

            ครึ่ง!” ไคเน้นสถานะตัวเองหนักแน่น ... ฉันเป็นแค่ครึ่งปีศาจ... ไม่ใช่ปีศาจ เขาชักเริ่มฉุนกับการถูกอีกฝ่ายมองเป็นสิ่งมีชีวิตอย่างอื่นที่ไกลกับคำว่ามนุษย์มากขึ้นทุกที

            และเป็นครั้งแรกที่เด็กสาวแค่นยิมที่มุมปาก งั้น... นายก็เป็นพวกชั้นต่ำ... คงรู้ใช่ไหมว่ายิ่งเลือดปีศาจในร่างบริสุทธิ์น้อยเท่าไหร่ สถานนะปีศาจของนายก็ยิ่งต่ำลงเท่านั้น... ถึงแม้เลือดปีศาจครึ่งหนึ่งของนายจะเป็นเลือดบริสุทธิ์ก็เถอะ... แต่พอผสมกับมนุษย์แล้วมันก็ไม่บริสุทธิ์อยู่ดีนั่นแหละ

            คำก็ปีศาจ สองคำห็ปีศาจ เป็นบ้ารึไงถึงย้ำอยูได้

            อารมณ์ ของเด็กหนุ่มเริ่มกรุ่นๆตามคำประนามของโยรุ แต่กระนั้นจุดประสงค์เดิมที่จะหนีของเขาก็ยังคงเหมือนเดิม ร่างสูงพยายามเคลือนตัวให้ดูธรรมชาติที่สุดเข้าหาหน้าต่างกระจกและคอยระแวด ระวังเด็กสาวที่จับจ้องเขานิ่งด้วยสายตาดูถูกไม่เปลี่ยนแปลง

            และทันทีที่สบโอกาสไคก็รีบหมุนตัวพุ่งเข้าหาหน้าต่างบานที่ใกล้ที่สุด

            กึก กึก กึก!

            แต่ทุกอย่างกลับตรงกันข้ามเมื่อหน้าต่างที่คิดว่าน่าจะเปิดไว้กลับล็อกสนิท

            อ๋อ... ลืมบอกไป

            ไคต้องตวัดใบหน้าที่หัวคิ้วเกร็งแน่นไปยังโยรุอีกครั้งตามเสียงพูดของเธอ ก่อนที่เธอจะว่าขึ้นใหม่

            ฉันลืมบอกไปว่า... หน้าต่างชั้นล่างมันเปิดก็จริง... แต่นอกนั้นมันปิดสนิททุกชั้น... ได้ข่าวมาว่านายเป็นพวกหนีเก่งใช่ไหม

            ยัยโรคจิตเอ๊ย!

          ไค สบถในหัวอย่างสุดกลั้น ก่อนจำใจตวัดตัวไปเผชิญหน้ากับเด็กสาวเรือนผมสีอ่อนด้วยใบหน้าที่ตึงเครียด อย่างไม่สมเป็นตัวเขาพลางว่าเสียงกร้าว แล้วเธอจะเอายังไง

            โย รุไม่ตอบ แต่เริ่มงึมงำบางอย่างในลำคอ ก่อนที่ไคจะเห็นบางอย่างคล้ายเส้นดายสีดำทะลุออกมาจากฝ่ามือทั้งสองข้างของ เธอ ก่อนสิ่งที่คล้ายเส้นดายมากมายนั่นจะเริ่มพัดกันจนกลายเป็นรูปร่างของคันธนู เพียงไม่นานจากเส้นดายที่ไร้รูปร่างก็กลับกลายเป็นคันศรสีดำเงาราวนิลที่มี ความกว้างเกินครึ่งตัวของเด็กสาว

            ไค ยังคงข้างนิ่งกับอาวุธในมือของศัตรูตรงหน้าจนกระทั้งเห็นว่าโยรุเริ่มโกงคัน ธนูในมือ ขณะที่มือข้างที่ยึดสายเอ็นก็ปรากฏด้ายสีขาวที่ผ่ามืออีกครั้ง ก่อนที่ด้ายสีขาวนั่นจะรวมตัวกันกลายเป็นลูกศรสีขาวเกือบเงินเตรียมยิงมาที่ เขา

            แน่นอนว่ากระดิ่งคุ้มภัยกันอาคมได้... แต่ป้องกันของที่เป็นอาวุธไม่ได้หรอกนะ...

            ไคตวัดตวัดตัววิ่งหนีทันใดพร้อมกับที่โยรุปล่อยลูกศรในมือตรงดิ่งมายังเขายังไม่ปล่อยโอกาสให้เด็กหนุ่มได้ตั้งตัวหนี

            ดวงตาข้างสีเทาของไคมองเห็นลูกศรที่ไล่หลังมาอยู่ที่หางตา บางอย่างในสมองของเขาเริ่มการคำนวณโดยอัตโนมัติ

            เบี่ยงซ้าย 5 องศา

            คำ สั่งในโสตประสาทมาพร้อมกับร่างกายที่เบี่ยงตัวหลบตามการคำนวณ แต่ดูเหมือนการคำนวณนั้นจะยังไม่แม่มยำมากนัก ลูกศรสีเงินจึงเฉียดโดนหัวคิ้วของเขาจนเรียกเลือดสดๆได้ทันที

            แต่กระนั้นก็ทำให้โยรุแปลกใจได้ไม่น้อย

            เธอ ยอมรับว่าปีศาจมีสัญชาตญาณในการหลบหลีกหรือความคล่องตัวกว่ามนุษย์หลายเท่า ถ้าใข้อาวุธทั่วไปการหลบหลีกเป็นเรื่องง่ายๆสำหรับสิ่งมีชีวิตประเภทนี้ แต่อาวุธที่เธอใช้เป็นอาวุธพิเศษขององเมียวจิ แถมเธอเล็งยิ่งจากข้างหลัง... ทั้งทีเจ้าเด็กครึ่งปีศาจนั้นโดนยิ่งจากข้างหลังขณะที่กำลังวิ่งหนีและไม่ ได้ตั้งตัวอะไรพอที่จะรับการโจมตีของเธอได้ สัญชาตญาณแบบปีศาจก็แทบจะไม่มี... แต่เจ้านั่นก็ดันหลบได้อย่างเฉียดฉิว

            โยรุหรี่นัยน์ตามองตามร่างสูงอย่างเคลือบแครง

            ตกลงห่วยหรือไม่ห่วยกันแน่...

            ไคหยุดนิ่งปาดเลือดจากหัวคิ้วขึ้นมาดู หัวคิ้วเรียวชนกันแน่นด้วยอารมณ์ที่ทั้งโกรธทั้งกลัว ก่อนได้ตะโกนถามกลับไปดังลั่นอย่างหัวเสีย

            นี่หล่อนกะเล็งหัวฉันเลยงั้นเหรอ!”

            โยรุคลายสายตาแครงใจลงพลันเมื่อเจอปฏิกิริยาของไค ก่อนบ่นในใจ

ก็แค่ไอ้เห่ยธรรมดานั่นแหละ... เมื่อกี้ก็แค่บังเอิญเท่านั้น

          องเมียวจิสาวง้างคันศรอีกครั้งใส่ไค และว่าเสียงเฉียบว่า ถ้าไม่เอาให้ตายแล้วฉันจะยิ่งนายทำไม

            ไค ต้องสะดุ้งตัวอีกครั้งอย่างพึ่งนึกได้ว่าตนเองอยู่ระหว่างความเป็นความตาย เด็กหนุ่มออกตัววิ่งพลันก่อนที่ด้ายสีขาวจะก่อตัวเป็นลูกศรที่จะเด็ดหัวเขา เสร็จ

            โยรุต้องสบถเสียงต่ำตามร่างสูงที่วิ่งได้รวดเร็วจนเธอตามไม่ทัน แค่แปบเดียวมันก็พุ่งจู้ดขึ้นบันไดชั้นบนได้ยังกับหายตัว

            สงสัยคำล่ำลือเรื่องความเป็นมือฉมังด้านการหนีของโซเคนโย ไคคงไม่ใช่เรื่องเล่นๆซะแล้ว

            ไค หนีขึ้นมาชั้นบนเรื่อยๆเมื่อมันเป็นเส้นทางเดียวที่มีให้เขาวิ่งต่อไปข้าง หน้า ก่อนที่เขาจะมาหยุดที่บนชั้นๆหนึ่ง ไคหอบหายใจถี่รัวกวาดมองหาทางรอดอีก

            หน้าต่าง ก็เปิดไม่ได้ ไอ้จะทุบให้แตกก็เกรงใจเจ้าของโรงเรียน กับภารโรงที่ต้องมาเก็บกวาดตอนเช้า... ก็เขาไม่ได้บ้าบิ่นเหมือนเลนยะสักหน่อย

            ไค ตัดสินใจเข้าไปซ้อนตัวในห้องเรียนห้องหนึ่ง เขานั่งพิงบานประตูเลือนอยู่ในห้องมืดๆพยายามจับความเคลื่อนไหวของคนที่ไล่ ล่าเขามาอย่างระแวดระวัง ทรงผมตั้งๆที่ไคภูมิใจนักหนาและใช้เวลาจัดทรงให้ตั้งกันเกือบๆครึ่งชั่วโมง ทุกเช้าเริ่มตกลงมาปรกใบหน้าเรียวของเขาบางเล็กน้อยเพราะโดนเม็ดเหงื่อที่ ไหลราวกับน้ำทำให้เปียกเต็มหัว ถึงมันจะทำให้เด็กหนุ่มดูดีขึ้นทันตาเห็น... แต่แน่นอนว่าตัวเขาเองไม่ถูกใจมันสุดๆ

            และ การที่ผมตกลงมาทำให้ไคทันสังเกตเห็นสีผมของตนเอง และมันเล่นเอาเด็กหนุ่มต้องสบถออกมา เพราะเส้นผมที่ปลายผมเคยยอมสีแดงเพลิง บัดนี้มันกลับเป็นสีดำเงางามเช่นเดิม

            บ้าเอ๊ย... ย้อมแทบตาย เป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว

            เขา เริ่มกระฟัดกระเฟียดเหมือนความอดทนใกล้หมด... มันเป็นแบบนี้ทุกครั้ง ทุกครั้งที่เขาสัมผัสได้ถึงว่าตนเองมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังปีศาจที่มากเกินกว่าปกติที่เขาใช้ หรือเกิดปฏิกิริยาแปลกๆที่เขาตั้งชื่อให้มันว่าปฏิกิริยาปีศาจเฉียบพลันเส้นผมของเขาจะกลับเป็นสีดำสนิทที่มีประกายสีเงิน  แม้ ว่าเขาจะเคยย้อมมันทั้งหัวแล้วก็ตาม แต่สุดท้ายก็ลงอีหรอบเดิม ยิ่งช่วงนี้เขายิ่งเป็นบ่อยมากขึ้น... มันจะเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่

            เด็ก หนุ่มต้องรีบเงยหน้าละความสนใจจากเส้นผมของตนและแนบแผ่นหลังให้ชิดประตูห้อง เรียนมากที่สุดเมื่อปรากฏเสียงฝีเท้าที่แววขึ้นมาจากทางเดินระเบียงบนชั้น ที่เขาอยู่

            เด็กสาวองเมียวจิคงตามเขามาถึงแล้ว...

            ไครอลุ้นด้วยใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะให้เธอเดินผ่านชั้นนี้ไปโดยไม่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ

            เสียงฝีเท้าที่ก้าวอย่างมั่นคงหยุดชะงักอยู่ที่บันไดซึ่งเป็นทางขึ้นจากชั้นล่าง ที่อยู่ไม่ไกลจากห้องเรียนที่ไคซ้อนตัวอยู่มากนัก

            ครืด

          แต่ทว่าวันนี้เทพแห่งโชคคงไม่เข้าข้างเขา เมื่อเขาได้ยินเสียงประตูห้องเรียนห้องแรกถูกเปิดออก

            มัน บ่งบอกถึงว่าประธานนักเรียนสาวที่กำลังล่าหัวเขาอยู่เดินตรวจสอบห้องเรียน ทุกห้อง และตัวเขาเองก็อยู่ในห้องเรียนที่ 4 อีกเพียง 3 ห้องเท่านั่นแม่องเมียวจินั่นก็จะสามารถเอาลูกธนูของเธอฝังไว้ในหัวของเขา ได้อย่างแน่นอน

            ไคลอบ กลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ ขณะที่ในใจก็เต้นละทึก ขอให้มีอะไรสักอย่างดึงความสนใจโยรุให้ไปทางอื่น... ถึงแม้ว่ามันไม่มีโอกาสที่จะเกิดเรื่องอย่างนั้นขึ้นเลยก็ตาม

            ให้ตายเถอะ... เขาไม่น่าออกจากบ้านจริงๆ

            ครืด

          เสียงเปิดประตูไล่มาถึงห้องที่สอง มันเงียบไปครู่เสมือนว่าผู้ที่เปิดกำลังตรวจสอบสิ่งที่อยู่ในห้องอย่างถี่ถ้วน

            และเพียงไม่นานประตูห้องที่ 2 ก็ถูกปิดลง ตามด้วยประตูห้องที่ 3 ถูกเปิดออก

            บนใบหน้าคมของเด็กหนุ่มมีเหงื่อไหลเป็นทาง หัวใจรัวกลองจนเขาเองยังได้ยินเสียงการเต้นของมัน

            ครืด

          ประตูห้องที่ 3 ปิดลง เป็นสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาห้องของเขาแล้ว

            ไค รีบกวาดสายตามองรอบห้องเรียนมืดๆที่มีเพียงโต๊ะเรียนและตู้เก็บอุปกรณ์ทำ ความสะอาด ซึ่งมันเล็กเกินกว่าที่เขาจะเข้าไปซ้อนได้อย่างร้อนรน

            ก่อนนัยน์ตาสองสีที่ดูกระวนกระวายจะเงยหน้าขึ้นมองเพดานห้อง...

            ครืด

          ประตู ห้องเรียนห้องที่ 4 ถูกโยรุผลักเปิดเข้าไปสำรวจสิ่งที่อยู่ข้างใน นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนกวาดมองรอบห้องที่เงียบเฉียบเหมือนป่าช้า ทว่าเด็กหนุ่มที่ควรยังซ้อนตัวอยู่ในห้องเรียนห้องนี้กลับหายไปแล้ว

            ร่างบางที่ในมือถือคันธนูสีดำแน่นก้าวเข้ามาในห้องเรียนมืดๆ เธอยังไม่ยอมละไปที่ห้องอื่น และมองสิ่งรอบตัวอย่างละเอียด

แต่ กระนั้นเธอก็ยังไม่ทันสังเกตบนเพดาน ที่บัดนี้บนเพดานตรงฝั่งประตูห้องที่เธอเปิดทิ้งไว้มีร่างสูงของเด็กครึ่ง ปีศาจที่เธอตามล่าอยู่กำลังพยายามใช้แขนขาของตนเองยันคานปูนซึ่งเป็นมุม เพดานห้องอย่างสุดความสามารถ เพื่อไม่ให้ตนเองหล่นลงมา เป็นอีกครั้งที่เขาต้องขอบใจความสามารถปีศาจของตนเอง

ไค รอเวลาให้ให้โยรุก้าวเข้าไปในห้องเพื่อเปิดทางโล่งตรงประตูให้เขาหนี และเขาก็ต้องหนีก่อนที่เธอจะหันมาเพราะไม่ฉะนั้นต่อให้เขาซ้อนอยู่บนนี้ถ้า เด็กสาวหันหลังกลับมาดูก็จะสามารถเห็นเขาได้

และโยรุดูจะให้ความร่วมมือกับไคได้เป็นอย่างดี เพราะเธอกำลังก้าวเข้าไปตรงกลางห้องโดยที่ตนยังไม่ได้หันกลับไปดูข้างหลัง

ไคอาศัยความไม่ระวังของโยรุทิ้งตัวลงพื้นโดยที่ไม่ให้มีเสียงฝีเท้า ก่อนพุ่งตัวออกจากห้องเรียนทันที

ฉึก

            ลูก ธนูเฉียดไหล่ของเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็วเพียงแค่ร่างของเขาพ้นบานประตูเลื่อน ออกมาแค่ก้าวเดียว ไคหยุดชะงักไปครู่และปรายหางตาข้ามไหล่ของตนไปมองเจ้าของลูกธนู ที่ตอนนี้เธอหันคันศรมาที่เขาโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเจ้าหล่อนรู้ตัวตั้งแต่ เมื่อไหร่

            ลูกเล่นเยอะนะโซเคนโย ไค เสียงเหยียดแสนเย็นชาจากโยรุว่าขึ้น พร้อมง้างสายธนูขึ้นใหม่ ก่อนเส้นดายสีขาวจากฝ่ามือที่ขึงสายธนูจะก่อตัวกันเป็นลูกธนูอย่างรวดเร็ว ราวรู้งาน

            เด็ก หนุ่มที่ถูกจับไตได้ยืนหันหลังนิ่งให้นักล่าสาว ทำให้โยรุไม่อาจรู้ว่าสีหน้าของเขายามนี้เป็นเช่นไร และในจังหวะที่เด็กสาวง้างสายธนูกว้างขึ้นเตรียมปล่อย ร่างสูงของไคก็ตวัดตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธออย่างฉับพลัน และมันทำให้เธอเห็นว่านัยน์ตาข้างสีเงินของเขากำลังบีบลูกนัยน์ตาสีดำให้ หรี่เล็กอย่างปีศาจ

            ไคที่หันมาเผชิญหน้ากับศัตรูว่าเสียงลอดไรฟันด้วยใบหน้าเหี้ยมใส่เธอว่า

            เออ... มีอีกหลายลูกด้วย

            จบ คำรอบตัวของเด็กหนุ่มก็เริ่มปรากฏหมอกสีขาว และค่อยๆล้อมรอบร่างสูงของเขาอย่างรวดเร็ว โยรุสัมผัสได้ถึงละอองน้ำรอบตัวถูกดึงเข้าไปหาร่างของเด็กหนุ่มครึ่งปีศาจ เธอชักหัวคิ้วอย่างขัดเคืองในความรู้สึกของตนชั่ววูบที่เธอสบดวงตาสีเทาข้าง นั้นของเขาเข้า

            ความรู้สึกที่เรียกว่า... หวาดผวา

โยรุรีบปล่อยลูกธนูในมือก่อนไคจะถูกหมอกหนากลืนหายไป

ลูกธนูตรงดิ่งเข้ากลางใบหน้าของไค หากก่อนที่มันจะถึงเป้าหมายหมอกหนาก็กลบร่างของเขาไปจนมิด

โย รุรีบวิ่งเข้ามาดู เธอใช้มือของตนพยายามปัดกลุ่มหมอกที่ลอยคว้างทั่วระเบียงทางเดินให้ออกไป โยรุควานหาร่างอีกร่างในละอองน้ำหนาแน่นเหมือนคนตาบอด แต่เธอสัมผัสไม่ได้ถึงร่างของใครสักร่าง จวบจนหมอกหนาเริ่มจางลงเรื่อยๆจนเธอสามารถมองเห็นสิ่งรอบตัวได้อีกครั้ง

และ สิ่งรอบตัวของเธอยามนี้คือความว่างเปล่า... มีเพียงลูกธนูของเธอที่ปักอยู่คากำแพงสีขาวเท่านั้นที่เป็นหลักฐานยืนยันว่า เธอพลาดเป้าเป็นหนที่สอง



                                                                     ******************

 

ตึก ตึก ตึก

            เสียง อุ้งเท้าของสัตว์สี่ขาวิ่งตะกุยพื้นกระเบื้องบนระเบียงทางเดินอาคารด้วยความ เร็วเท้าที่ขาทั้งสี่ของมันจะพาไปได้ ก่อนมันต้องรีบเบรกตัวเองลงเมื่อร่างใหญ่ๆของมันวิ่งเลยบันไดทางขึ้น

พื้น ลื่นๆทำให้อุ้งเท้าที่เต็มไปด้วยกลุ่มขนสีเงินที่มีกรงเล็บหยุดไม่ค่อยอยู่ จนมันต้องล้มแผละก้างขาทั้งสี่ดูน่าตลกลงบนพื้นเย็นๆนั้นแหละร่างของมันถึง จะหยุดสนิท และดูจากท่าทางของมันแล้วไม่ใช่ว่าเป็นเพราะพื้นลื้นสักเท่าไหร่ แต่เหมือนจะเป็นเพราะมันไม่ค่อยถนัดการวิ่งแบบนี้เสียมากกว่า

แถม ร่างใหญ่โตที่ใหญ่กว่าสุนัขหมาป่าทั่วไปเกือบ 3-4 เท่าของมันยังเป็นอุปสรรค์ต่อการเคลื่อนย้ายตัวเองบนระเบียงทางเดินแคบๆ... แต่สำหรับมัน... มี 4 ขาค่อยช่วยกันวิ่งหนี ก็ยังดีกว่าวิ่งแค่ 2 ขานั้นแหละ

โซ เคนโย ไคในร่างหมาป่าขนสีเงินที่ตัวใหญ่กว่าหมาป่าทั่วไปหลายเท่ายังคงตั้งมั่นกับ การวิ่งหนีมากกว่าการสู้ ไอตอนก่อนที่เขาจะกลายร่างเป็นหมาป่าที่ชักสีหน้าเหี้ยมใส่โยรุมันก็แค่เก็ก ขรึมหาทางหนีเท่านั้นแหละ

ไอ จะไปก้างกรงเล็บที่มีอยู่ในร่างนี้สู้กับเด็กสาวก็ใช่ว่าเขาจะคล่อง ขนาดจะหยุดตัวเองเมื่อกี้เขายังใช้กรงเล็บหยุดไม่อยู่เลย ประสาอะไรจะเอาไปสู้กับชาวบ้าน แถมถ้าสู้กันในระเบียงทางเดินแคบๆไอรูปร่างหมาป่าใหญ่ยักษ์ของเขาจะกลายเป็น เป้านิ่งเสียแทน

แล้วร่างหมาป่านี้เขาก็แทบจะไม่เคยใช้ ถ้านับกันตั้งแต่เขาจำความได้ เขาอยู่ในร่างหมาป่าตัวใหญ่ยักษ์นี่เป็นหนที่สองเอง

และ สิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้คือวิ่งขึ้นดาดฟ้า มันเป็นทางรอดเดียวที่เขามี เพราะตอนนี้หน้าต่างทุกบานถูกปิดสนิท ถ้าวิ่งไปข้างล่างเดี๋ยวก็ได้จะเอ๋กับศัตรูอีก ดั้งนั้นทางเดียวที่เขาจะหนีได้คือดาดฟ้าโล่งๆที่ไม่มีอะไรกีดขวาง... ตอนกระโดดลงอาจต้องทำใจยอมเจ็บตัวสักหน่อย แต่มันดีกว่าตายแน่นอน

ร่าง สุนัขป่าขนสีเงินวิ่งด้วยขาสี่ข้างที่ดูไม่ค่อยคล่องแคล่วนักดิ่งขึ้นบันได ชั้นบนอย่างไม่คิดหันหลังกลับไปมองว่ามีใครตามมาหรือไม่

ก่อนเริ่มมีความหวังเมื่อนัยน์ตาสีน้ำเงินและสีเทาของเขามองเห็นบานประตูเหล็กพุๆของดาดฟ้าอยู่ใกล้ๆ เพียงแค่วิ่งขึ้นไปอีกชั้น

ถึงบานประตูนั้นจะล็อกแต่โดยสภาพของบานประตูและแม่กุญแจมันคงไม่คณามือที่เขาจะพังมันได้

ไค ในร่างหมาป่าขนสีเงินยวงวิ่งตรงเข้าหาบานประตูเหล็กสนิมเกราะกรังด้วยความ ลิงโลด เขาใช้ร่างสุนัขป่าใหญ่ๆของตนกระแทกบานประตูเต็มแรงอย่างลืมเจ็บ

และโชคดียังเป็นของเขา เพราะเพียงออกแรงกระแทกแค่ครั้งเดียว แม่กุญแจที่มีสภาพย่ำแย่ไม่ต่างจากประตูก็หักหลุดออกมากระทบกับพื้น

ไคต้องกลับเป็นร่างเด็กหนุ่มเช่นเดิมเมื่อช่องประตูไม่กว้างพอสำหรับหมาป่าตัวโตๆจะรอดผ่านได้

เขา ผลักประคตูเหล็กเก่าๆออกไปยังดาดฟ้ากว้าง ที่ยามนี้บนท้องฟ้ายามค่ำคืนมีดาวให้เห็นเพียงไม่กี่ดวงเพราะโดนแสงไฟจากใน เมืองกลบกลืนความสว่างอ่อนๆของพวกมันจนหมด พร้อมๆกับที่สายลมหนาวยะเยือกพัดกระทบใบหน้าโทรมเหงื่อของเขาเป็นละลอก

ทางรอดของเขาอยู่แค่ตรงหน้า แค่กลับเป็นร่างหมาป่าอีกครั้งแล้วโดดลงไป ทุกอย่างก็จบ... วันแห่งความซวยนี้จะจบลง...

ไค หมุนตัวเพื่อจะกลับไปปิดประตูเหล็กบนดาดฟ้า และเตรียมหาสิ่งของเก่าๆที่ถูกทิ้งไว้บนดาดฟ้ามาดันประตูไม่ให้เด็กสาวที่ ตามเขามาผ่านมาได้ แต่เพียงแค่เขาหันกลับไป ร่างของเขาก็ต้องชะงักไปชั่ววูบ เมื่อที่บานประตูปรากฏร่างๆหนึ่งที่ทำให้เขาต้องสบถออกมาอย่างสุดกลั้น

ร่าง ของเด็กสาวเรือนผมยาวสีน้ำตาลอ่อนยืนหอบหายใจถี่อย่างบ่งบอกว่าเธอไล่ตามเขา มาโดยไม่หยุดพักแม้แต่น้อย แถมนัยน์ตาสีอ่อนหลังกรอบแว่นยังจ้องเขาเขม็งอย่างน่ากลัว บ่งเจตนารมณ์ว่าเธอไม่ปล่อยเขาไปอีกแน่

ผู้หญิงอะไรว่ะขี้ตื้อเป็นบ้าเลย...

ไคขมวดคิ้วแน่นอย่างรู้ดีว่าโยรุจะไม่เปิดโอกาสให้เขาหนีอีกแล้ว ก่อนค่อยๆคลายสายตาลงและเปิดบทสนทนา

... เธอยอมแพ้ไม่เป็นรึไง  เขาถามเสียงขุ่น

ก็ อยากจะชมในความมุมานะของเจ้าหล่อนที่ไล่ตามเขามาได้แม้จะต้องมายืนหอบแฮ่กๆ อยู่ตรงนี้อยู่หรอก แต่เขาคงชมเธอไม่ลงในเมื่อจุดประสงค์ในการมุมานะของเธอคือการฆ่าเขา

โย รุไม่ตอบ เธอพยายามปรับระดับการหายใจที่เร็วกว่าปกติของตนให้สงบลงมา ต้องยอมรับว่าการไล่ตามเจ้าเด็กครึ่งปีศาจตรงหน้ายากเย็นกว่าที่คิดหลายเท่า

เด็ก สาวตั้งคันศรชี้ตรงใส่ไคอีกครั้งเมื่อตนรู้สึกว่าเรี่ยวแรงที่เสียไปกับการ วิ่งเริ่มกลับมา ก่อนที่เธอจะเริ่มง้างสายธนู และตั้งท่าไว้เช่นนั้นโดยยังไม่ได้เรียกลูกธนู

โยรุเชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อยขณะตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามปรับให้ปกติ

ฉันไม่ได้ถูกสอนให้ยอมแพ้... และไม่ได้ถูกสอนให้ไม่รักษาระเบียบแบบนาย

คำเหน็บเล็กๆจากองเมียวจิสาวดูไม่ค่อยได้ผลกับเด็กหนุ่มมากนัก เขาเพียงไหวไหล่นิดอย่างชินชากับคำตำหนิในเรื่องเช่นนี้

เหรอ... ก็ดีนี่... แม่ฉันไม่ยักกะเคยสอนอะไร ไคว่าด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมากขึ้น ก่อนเอ่ยขึ้นใหม่เมื่อเห็นว่าตอนนี้สถานการณ์ของเขาไม่มีทางหนีเด็กสาวตรงหน้าได้อีกแล้ว

แล้วตกลงเธอจะเอายังไง... ฉันต้องสู้กับเธองั้นสิถึงจะรอดออกไปได้

จะว่างั้นก็ได้... ถ้านายยังสู้เป็น

เด็ก หนุ่มถึงกับคลายหน้าจริงจังทันใดกับถ้อยคำเสียดสีของโยรุครั้งนี้และมีสี หน้าเกร่อๆประดับอยู่บนหน้าแทน ก่อนจำต้องตอบไม่เต็มน้ำเสียงไปว่า ... ก็พอตัวล่ะน่าไอ้เรื่องสู้ๆเนี่ย

งั้นในฐานะรุ่นพี่... โยรุว่า ฉันจะช่วยสอนวิธีการสู้ให้บ้างแล้วกัน

ก็บอกแล้วไงว่าพอเป็นเว้ย เด็กหนุ่มตะโกนกลับอย่างรู้สึกเสียหน้า หากทว่าอารมณ์ที่กำลังกรุ่นๆเพราะโดนโยรุว่ากลับมาหลายที่ต้องหยุดลง เมื่อจมูกของเขาสัมผัสกลิ่นบางอย่างที่คุ้นเคยได้

ไค เงยหน้าขึ้นอีกเล็กน้อย พยายามดมกลิ่นที่ลอยมากับกระแสลมด้วยอย่างสงสัย จนโยรุที่เตรียมจัดการกับเขาถึงกับแปลกใจกับปฏิกิริยาแปลกๆของเด็กหนุ่ม ครึ่งปีศาจตรงหน้า เพราะดูเหมือนเขาจะละความสนใจออกจากเธอไปแล้วทั้งที่เธอกำลังจ่ออาวุธใส่เขา อยู่

โย รุหรี่นัยน์ตามองร่างสูงที่เดินวนซ้ายวนขวาสูดกลิ่นที่เธอไม่รู้ว่ากลิ่น อะไร และเพียงไม่นานร่างนั้นก็หยุดนิ่ง สีหน้าสงสัยในตอนแรกของเขาค่อยๆเปลี่ยนเป็นซีดเผือดและนัยน์ตาสองสีนั่นก็ เบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆราวกับกลิ่นที่เข้าได้รับมันทำให้เขาต้องช็อกนิ่งไป

... ไม่จริงน่า... สองคนนั้นไม่ได้จะมาที่นี่หรอกใช่ไหม ไคพึมพำกับตนเอง ขณะมองผ่านเลยออกไปจากนอกดาดฟ้า

จะหาเรื่องเฉไฉรึไง เสียงของโยรุที่ส่งมาเรียกให้เด็กหนุ่มละจากจุดที่เคยมอง

เขาหมุนนัยน์ตาที่ครั้งนี้เคร่งเครียดจนดูน่าแปลกมามองโยรุ และตามด้วยคำพูดที่ทำให้เด็กสาวถึงกับชักหัวคิ้วแน่น

ถ้าไม่อยากตายก็ถอยไปซะ!”

นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนหรี่เล็กลงกว่าเดิม และเป็นฝ่ายเอ่ยน้ำเสียงแข็งกระด้างบ้าง หมายความว่ายังไง

นัยน์ตา สองสียิ่งฉายความจริงจังและเครียดขึงมากขึ้น เขาดูไม่เหมือนโซเคนโย ไคที่เธอรู้จักเมื่อไม่กี่นาทีก่อน อะไรบางอย่างที่เด็กหนุ่มสัมผัสได้ทำให้เขาเปลี่ยนแปลงไปในชั่ววินาที

และเธอถึงกับต้องสะดุ้ง เมื่อเจ้าเด็กที่ถูกตราหน้าว่าห่วย ตวาดกราวสุดเสียงใส่เธอ

ฉันบอกให้เธอถอยไปซะ!

และ ยังไม่ทันที่โยรุจะได้ตั้งตัวทำสิ่งใด แม้แต่เรียกลูกธนูจากฝ่ามือ ร่างสูงที่เคยยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าของเธอก็พุ่งตัวเข้ามาหาเธอด้วยความเร็วที่ ตัวเธอไม่คาดคิด ความเร็วที่สายตาของเธอตามแทบไม่ทัน ความเร็วที่เธอไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มครึ่งปีศาจที่เอาแต่หนีเธอในตอนแรกจะมี ได้

และกว่าที่เธอจะรู้ตัวร่างของเธอก็ถูกผลักลงมากระแทกกับพื้นเต็มแรง พร้อมกับเสียงประตูเหล็กของดาดฟ้าถูกกระแทกปิด

โย รุรีบลุกพรวดจากพื้นปูน เข้ากระแทกบานประตูสนิมเกราะตรงหน้า ทว่าตอนนี้บานประตูอีกฝากมีร่างสูงของไคดันไว้อยู่เต็มกำลังเรียบร้อยแล้ว

โยรุใช้มือสองข้างทุบเต็มแรงอีกครั้งก่อนตะโกนเสียงกร้าวใส่คนอีกฝั่งลั่น นายทำบ้าอะไร อย่าคิดว่าบานประตูนี้จะกันลูกธนูของฉันได้น่ะ

แต่แท่นที่เด็กหนุ่มจะแสดงท่าทางหวาดกลัวอย่างที่ผ่านมาเขากลับตะโกนกลับใส่อีกฝ่ายแทน

ถ้าไม่อยากตายก็หนีไปซะ... นี่ฉันช่วยเธออยู่นะยัยประธานนักเรียน

โยรุชะงักกับคำพูดของอีกฝ่ายไปครู่หนึ่ง

นายจะฆ่าฉันรึไง เธอถามเครียดกลับ

เธอ ไม่ค่อยเข้าใจท่าทางที่ดูทั้งร้อนรนและหวาดกลัวอะไรสักอย่างของไค เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาสัมผัสได้มันคืออะไร และทำไมมันทำให้เขาเปลี่ยนทีท่าไปได้ฉับพลันแบบนั้น

มีอะไรสักอย่างกำลังมาที่นี่...

... ไม่ใช่ฉัน... แต่ถ้าเธอยังอยู่ที่นี่ ฉันไม่รับประกันความปลอดภัยทั้งนั้น... ไคว่า

นั้นเป็นเล่ห์ในการหนีของนายรึไง... คิดว่าฉันจะปล่อยนายไปง่ายๆงั้นเหรอโซเคนโย ไค…”

ฉันบอกว่าให้หนีไป!” ไคตวาดขัดคำพูดของโยรุสุดเสียง ... ถ้ามาถึงละก็... ถ้ายัยนั้นมาถึงล่ะก็...

ยัยนั้น... ใคร... หรือว่าผู้หญิงคนนั้นที่เขาคนนั้นบอกเราไว้...

โยรุได้แต่เงียบงันคิดอยู่ในใจขณะมองบานประตูพุๆตรงหน้า คนที่เธอนึกถึงได้ทำให้เด็กสาวเริ่มลังเลที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้สำเร็จ

เมื่อไม่ได้ยินเสียงของเด็กสาวอีก แต่ไคยังรับรู้ว่าเธอยังไม่ไปไหนเขาจึงต้องออกคำสั่งอีกครั้ง

ก็ฉันบอกให้ไปสักที่ไงเล่า ไม่ได้ยินรึไง...

... อยู่ที่นี่จริงๆด้วยสิ

เสียง ทุ้มต่ำหากแต่เย็นเยียบแบบที่เด็กหนุ่มรู้จักน้ำเสียงนี้ดีดังขึ้นเหนือหัว ขัดคำพูดของเขาโดยที่เขาซึ่งมัวแต่สนใจเด็กผู้หญิงที่อยู่อีกฝั่งของประตู ไม่ทันรู้สึกถึงการมาของบุคคลปริศนาที่ยืนนิ่งอยู่บนห้องดาดฟ้า และจับจ้องเขาเขม็ง

ไคถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายก่อนแหงนหน้ามองอาคันตุกะผู้มาใหม่อย่างยากเย็น

ใน ขณะที่โยรุซึ่งอยู่อีกฝั่งได้ยินเสียงของคนอีกคนที่ไม่ใช่ของไคดังลอดผ่าน ประตูมา เธอรีบแนบหูกับบานประตูทันทีเพื่อฟังบทสนทนาที่กำลังจะเกิดขึ้น

ใครที่พึ่งมาถึงที่นี้อีก...

เหนือ ห้องดาดฟ้าที่เด็กหนุ่มซึ่งร่างกายโทรมไปด้วยเหงื่อกำลังพยายามดันตัวเองกับ ประตูเหล็กปรากฏร่างสูงใหญ่สะท้อนแสงจันทร์ยามค่ำคืนกำลังส่งนัยน์ตาคู่งด งามสีเทามองต่ำมายังเด็กหนุ่มตาสองสี ที่บัดนี้มีสีหน้าไม่สู้ดีนักยามสบตากับเขา

ไค ยังพยายามใช้ตัวเองดันประตูเหล็กกันไม่ให้โยรุผลักเปิดมาได้ขณะส่งยิ้มแหยๆ ให้ร่างสูงสง่าผู้มาใหม่เหนือหัว พลางว่าเสียงกระท่อนกระแทน

... ปะ... ป๋า... มาได้ยังไง...

สรรพนามที่ร่างสูงสง่าถูกเด็กหนุ่มเรียก ทำให้เด็กสาวที่ฟังอยู่สรุปความสัมพันธ์ของไคกับเจ้าของเสียงทุ้มต่ำได้ทันที่

ป๋า... พ่อ... นั่นพ่อของโซเคนโย ไคงั้นเหรอ... ท่านคิเอ็นจิ

แทบ ไม่เชื่อหูตัวเองแต่เด็กสาวก็ต้องยอมรับว่า ตอนนี้จ้าวปีศาจแห่งป่ากักปีศาจอยู่เหนือศีรษะของเธอนี่เอง ถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่าพ่อของไคคือคิเอ็นจิ แต่เธอก็อดที่จะตกใจไม่ได้

ตุบ

ร่าง สูงในอาภรณ์สีดำสนิทกระโดดลงมายังพื้นดาดฟ้าอย่างคล่องแคล่ว ก่อนหมุนตัวกลับมามองที่หน้าเด็กหนุ่มซึ่งแทบจะถอดแบบหน้าเขาออกมาอย่าง พินิจ

ใบ หน้ารูปสลักงดงามซึ่งไม่เคยลดความงดงามลงตลอดระยะเวลาหนึ่งพันกว่าปีหรี่ นัยน์ตาสีเทามองสภาพของลูกชายคนเดียวที่ยืนตัวแข็งนิ่งอยู่กับบานประตูโทรมๆ ก่อนเริ่มถามอีกครั้ง

... เจ้าไปโดนอะไรมา

สายตาพิฆาตที่เฉียบคมยิ่งกว่าลูกธนูของโยรุทำให้ไคกระอักกระอ่วมที่จะตอบตามความจริง

ไคฉีกยิ้มกว้างขึ้นพยายามกลบเกลื่อนสิ่งที่รู้อยู่แล้วว่ายังไงตนก็ไม่มีทางกลบมิด

... เออ... ก็ ตกบันได... ป๋าก็รู้นี้ว่าผมไม่คล้องใช้ความสามารถปีศาจ

คำแถไร้น้ำหนักยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง เพราะคิเอ็นจิดูจะไม่เชื่อคำพูดของเขาแม้แต่น้อย แถมยังหรี่นัยน์ตาสีเทาเฉียบมากกว่าเดิม

ข้าไม่ได้สั่งห้ามเจ้าออกจากบ้านรึไง

การทวงคำสั่งเสียงดุของคนเป็นพ่อเล่นเอาไคหุบรอยยิ้มพลัน พร้อมขอให้พ่อของตนไม่ทันสังเกตถึงโยรุที่อยู่อีกฝั่งของประตู

บอกตรงๆว่าสถานการณ์ตะขิดตะขวงใจแบบนี้มันเหมือนเขากำลังเอาชู้รักมาซ้อนไม่ผิดเลย

แต่ทำไงได้เขาไม่อยากให้ใครเดือดร้อนทั้งนั้น... ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นศัตรูก็ตาม

และ ก่อนที่ไคจะหาคำตอบมาอ้างกับพ่อของตนได้ เสียงอีกเสียงก็เอ่ยขึ้น และเป็นเสียงที่ทำให้หัวใจของเด็กหนุ่มหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่มแทบจะทันที

อย่าไปง้างอะไรจากปากมันมากนักเลย... ก็รู้ๆอยู่ว่ามันตอแหลไม่เก่ง

น้ำ คำหยันที่คุ้นเคยไม่ต่างจากเสียงทุ้มต่ำของคิเอ็นจิมาพร้อมร่างสูงของหญิง สาวที่ปรากฏตัวขึ้นมาในจุดเดียวกับที่คิเอ็นจิปรากฏตัวครั้งแรก ก่อนที่ร่างนั้นจะค่อยๆทิ้งตัวลงมายืนนิ่งเบื้องหน้าของไค

นัยน์ตา สีน้ำเงินของหญิงสาวซึ่งไม่เคยเปลี่ยนแววตาของตนมาตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน จ้องมองใบหน้าโทรมเหงื่อของเด็กหนุ่มนิ่งเฉย ขณะที่ริมฝีปากบางยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยราวเยอะเย้ย เส้นผมสีน้ำตาลที่เคยแค่ละบ่า บัดนี้สยายยาวถึงกลางหลัง พร้อมกับใบหน้าที่เรียวเป็นผู้ใหญ่ขึ้นตามอายุ แต่สวนสูงของเธอดูจะเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยเท่านั้น

การปรากฏตัวของโซเคนโย เลนยะที่ไคหวาดกลัวที่สุดมาถึงเร็วกว่าที่เขาคิด

ตอนนี้กลายเป็นเขาถูกทั้งพ่อและแม่รุมสอบสวนแล้ว

... มาได้ยังไง... เลนยะ

คำถามที่ฟังดูโง่ที่สุดหลุดออกมาจากปากเด็กหนุ่ม เมื่อเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไรดี

นัยน์ตาสีน้ำเงินของหญิงสาวเลิกขึ้นเล็กน้อยกับคำถามของลูกชาย

มาพร้อมพ่อแกน่ะสิ... ถามโง่ๆ

ดูท่าว่าที่ไม่เปลี่ยนไปจะเป็นคำพูดคำจาของเธอด้วย

ไคที่ยังถูกนัยน์ตาสีน้ำเงินและสีเทาจับจ้อง พยายามหลบสายตาของคนทั้งสอง ขณะเหลือบหางตามองบานประตูเหล็กข้างหลังตนเป็นระยะ

ตอนนี้เขาไม่ค่อยแน่ใจว่าโยรุยังอยู่รึไม่อยู่แล้ว

หลังบานประตูนั่นมีอะไร

คำถามเฉียบจากเลนยะ ทำให้ไคต้องตวัดใบหน้าขึ้นมองเธอทันควัน ก่อนสบนัยน์ตาสีน้ำเงินที่กำลังเลิกคิ้วขึ้นข้างเป็นเชิงคำถามกับเขา

เธอจับพิรุธเขาได้...

เปล่า ไคปฏิเสธทันที

เลนยะ หันไปสบนัยน์ตาสีเทาของคิเอ็นจิเมื่อเจอการปฏิเสธรวดเร็วอย่างผิดวิสัยของ ลูกชาย และคิเอ็นจิพยักหน้านิดให้เธอเป็นสัญญาณบางอย่าง ก่อนทีเธอจะวนกลับมามองหน้าลูกชายอีกครั้ง

 งันแกก็ถอยไปจากประตูซะ ถ้ามันไม่มีอะไร เลนยะสั่ง

ไคเงียบลังเลไปพักหนึ่งก่อนสวนขึ้น ... มันไม่มีอะไรจริงๆ

เลนยะกรอกตาขึ้นอย่างเบื่อหน่าย ขณะที่จ้าวปีศาจต้องออกปากเสริม

เจ้าไค... ถอยออกไปให้แม่เจ้าซะ

แรง บีบคั้นจากคำสั่งยิ่งทำให้ไคเลือกไปไม่ถูกว่าควรจะทำอย่างไร ระหว่างเสี่ยงให้แม่เขามาตรวจสอบว่าใครอยู่หลังบานประตูดี หรือไม่ปล่อยประตูนี้ให้ใครดูทั้งนั้นจนกว่าพ่อกับแม่เขาจะเลิกลาไปเองดี

ฉันบอกให้ถอยไป เลนยะเริ่มเน้นเสียงหนัก

ไคยังยืนนิ่งอยู่ครู่ จนร่างสูงของเลนยะต้องก้าวเข้ามา เขาถึงจำใจถอยให้อย่างเลี่ยงไม่ได้

ประตูเหล็กที่เด็กหนุ่มพยายามดันไว้อย่างเต็มทีถูกหญิงสาวเปิดออก และเธอก็ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

ไครีบชะเง้อคอดู ลุ้นว่ายยังมีใครอยู่หรือไม่

และรู้สึกว่าเขายังโชคดีเพราะตอนนี้ไม่มีร่างของเด็กสาวเรือนผมสีอ่อนกับธนูของเธออยู่ตรงนี้แล้ว

เด็กหนุ่มถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางว่า เห็นไหม ก็บอกแล้วว่าไม่มีใคร

เขาดูลิงโลดขึ้นมาในทันที... ดีที่โยรุไม่ต้องมาเสร็จเงื้อมมือแม่ของเขา... แค่นี้ก็จบเรื่อง ไม่มีใครรู้อะไรทั้งนั้น

แต่ทว่าเด็กหนุ่มคิดผิดถนัน เมื่อเลนยะเอ่ยขึ้น

มีใครสักคนพึ่งวิ่งลงไปจากตรงนี้ ว่าจบหญิงสาวก็หมุนตัวกลับมา และเดินไปยังราวเหล็กของดาดฟ้าพร้อมมองลงไปข้างล่างด้วยรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ และเปรยขึ้นใหม่ด้วยนัยน์ตาสีน้ำเงินสนุกสนาน

และตอนนี้กำลังวิ่งไปที่น่าประตูรั่วโรงเรียนด้วย

ไคถึงกับต้องวิ่งมาเกาะรัวเหล็กดูตามสายตาของเลนยะอย่างตื่นๆ และเห็นหลังของโยรุพึ่งกระโดดข้ามรั่วโรงเรียนออกไป

บ้าเอ๊ยไคกนด่าเสียงต่ำ ไอเขาละพยายามปิดแทบตาย แต่เรื่องกลับแตกโผละออกง่ายๆซะได้

... เด็กผู้หญิง สูงประมาณ 162 ซม. ผมสีน้ำตาลอ่อน กลิ่นอาคมค่อนข้างแรง... มีสิทธิ์เป็นไปได้สูงว่าน่าจะเป็นองเมียวจิ

ไคยิ่งอยากฝังตัวเองทั้งเป็นเมื่อคิเอ็นจิรวบรวมข้อมูลของโยรุได้รวดเร็วแค่เพียงมองเธอจากดาดฟ้าสูงในเวลาไม่กี่วินาที

โอะ... องเมียวจิซะด้วย... ถ้ามีเอี่ยวกับองเมียวจิที่เรารู้จัก... สงสัยฉันต้องได้เดินทางไกลอีกแล้ว เลนยะยังกล่าวเสียงขบขันขณะเท้าแขนจ้องมองไปยังรั้วโรงเรียนที่โยรุพึ่งกระโดดข้ามไปหมาดๆ

เธอคงไม่ทันสังเกตว่ามีใครจากบนดาดฟ้ามองเห็นเธอ...

เจอน้ำเสียงทำนองแบบนี้ของเลนยะแล้วทำให้ไครู้สึกไม่ไว้ใจขึ้นมาตะหงิดๆ

เลนยะหันมามองหน้าลูกชายที่ตอนนี้ไม่ค่อยอยากสู้หน้าเธอมากนัก เพราะรู้ตัวเองว่ามีความผิดติดตัว

คราวหลังถ้าจะซ้อนสาวก็ให้มันมิดชิดกว่านี้เจ้าไค

คำกระเซ้ากึงเยาะเย้ยเล่นเอาเด็กหนุ่มขมวดคิ้วแน่นอย่างหงุดหงิดใจ แต่ก็ไม่เถียงอะไรกลับเมื่อในตอนนี้เขาผิดเต็มประตู

ข้าบอกให้เจ้าห้ามออกจากบ้านแล้วเจ้ามาที่นี่ได้ยังไง คำถามจากคนที่จริงจังมากกว่าเรียกให้ไคหันไปสบตาด้วยอย่างเก้ๆกังๆ

เขาไหวไหล่นิดก่อนเล่าอย่างไม่เต็มใจมากนัก

ผมรู้สึกเหมือนโดนอะไรสักอย่างเรียกตัวมา แล้วกว่าจะรู้ตัวอีกที... ก็มาถึงที่นี่แล้ว...

อาคมอัญเชิญปีศาจ เลนยะสวนคำพูดลูกชายตนอย่างรู้ดี ... แต่ตามหลักแล้วสัญชาตญาณปีศาจของแกไม่ได้รุนแรงมากจนต้านทานอาคมไม่ได้ ถ้าจงใจจะต้านจริงๆก็เอาอยู่... แต่ดูท่าว่าแกจะสอดรู้กว่าที่คิด

ไคเถียงแม่ของตนไม่ออกทันที เพราะโดนส่วนตัวแล้วเขาก็อยากรู้จริงๆนั่นแหละว่าใครกำลังเรียกเขาอยู่

แล้วสุดท้ายเป็นยังไง เลนยะยังว่าต่อ โดนเด็กผู้หญิงไล่เตะมา

เขาไม่ได้เตะ ไคสวนทันควัน รู้สึกฉุนกับคำเปรียบเทียบ

จะเตะหรือไม่เตะมันก็เหมือนกันนั้นแหละ เพราะแกโดนเขาไล่บี้มาจริงๆ

เป็นอีกครั้งที่เด็กหนุ่มเงียบเถียงไม่ออก ปล่อยให้สองสายตาของทั้งแม่และพ่อมองมาอย่างคาดโทษ

คิดว่าฉันปกป้องแกได้ตลอดเวลารึไง... โง่เหมือนพ่อแกไม่มีผิด คนเป็นแม่ตบท้ายด้วยประโยคคำพูดที่ร่างสูงสง่าของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อต้องปรายนัยน์ตาสีเทามามองเธอกับคำสั่งสอนลูกชายที่เขาโดนเขาไปเอี่ยวด้วย

            แต่คิเอ็นจิก็ไม่ได้พูดอะไรราวชินชากับการโดนเหน็บแนมจากหญิงสาวข้างตัวที่ไม่เคยเปลี่ยนตัวเองตั้งแต่เขาเจอเธอครั้งแรกจน ณ  ปัจจุบันที่เธอมีลูกชายยืนหัวเด่ มาปีกกล้าขาแข็งกับเธอได้... ซึ่งมันก็เป็นลูกชายของเขาด้วย

            คิ เอ็นจิหันไปมองใบหน้าโทรมเหงื่อและมีบาดแผลบนหัวคิ้วของลูกชายที่หน้าตาไม่ ผิดเพี้ยนจากเขานัก ถ้าเพียงมันจะเอาทรงผมตั้งๆชวนรำคาญลูกตานั้นลง และเอาห่วงที่เจาะที่หัวคิ้วออก มันคงดูเป็นผู้เป็นคนมากกว่านี้

            อย่าให้มีครั้งที่2... เจ้าไค เสียงเย็นชาพร้อมนัยน์ตาดุของคิเอ็นจิเรียกให้ไคต้องลอบกลืนน้ำลายอย่างอด เย็นสันหลังวาบไม่ได้ ก็พ่อเขาเวลาดุน่ะพูดน้อย แต่ใช้สายตาหนัก... แถมไม่ปรานีด้วยว่าจะเป็นลูกหรือใคร

            ได้ยินที่ข้าพูดรึเปล่า เสียงหนักถูกส่งมาจากเจ้าปีศาจอีกครั้ง ทำให้ไคพึ่งรู้ตัวว่าตนลืมตอบรับคำสั่งของพ่อไปเพราะมัวแต่เสียวสันหลังในสายตาของเขาอยู่

            เด็กหนุ่มยิ้มแห้งๆรีบรับปากเสียงอ่อย ... ครับ

            คิเอ็นจิหรี่นัยน์ตาที่ยังไม่คลายความเฉียบมองร่างสะบักสะบอมของลูกชายก่อนเอ่ยขึ้นใหม่ ... อย่ารับแต่ปากเจ้าไค... ข้าไม่ชอบคนหัวดื้อแบบแม่เจ้า

            คำ สั่งสอนของคิเอ็นจิรอบนี้ทำให้นัยน์ตาสีน้ำเงินของหญิงสาวเรือนผมสีน้ำตาล ที่ถูกพาดพิงชำเลืองนัยน์ตามองเขากลับ แต่ใบหน้ารูปสลักงดงามของคนที่ขึ้นชื่อว่าสามีกลับวางเฉยเหมือนเมื่อกี้ไม่ใช่คำพูดของเขาที่แอบมีการเอาย้อนเธอคืน ที่เธอเคยว่าเขาในตอนแรก

แต่เลนยะก็ไม่ได้เอ่ยปากว่าอะไรกลับเช่นกัน และปล่อยให้ทุกอย่างเงียบผ่านไป

            ใน ขณะที่ไคซึ่งได้แต่มองเลนยะกับคิเอ็นจิสลับกับอย่างเบื่อหน่ายบ่นรำคาญใจกับ ความเป็นคนไม่ยอมคนของทั้งพ่อทั้งแม่ ทำให้เด็กหนุ่มดูเหมือนต้องเตรียมใจเป็นเด็กมีปัญหาที่พ่อแม่อาจเกิดการหย่า ร้างขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้มาตั้งแต่เด็ก ... แต่ก็อย่างที่เห็น... ผ่านมากี่ปีก็ไม่ยักจะไม่มีวี่แววว่าจะเลิกรากันซะที่ ถึงจะดูมีปัญหาเล็กๆกันอยู่ตลอดก็ตาม




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
บทความผีเข้าของ B 13 s.t ตอนที่ 3 : โซเคนโย ไค (3) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3676 , โพส : 5 , Rating : 42% / 24 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 5 : ความคิดเห็นที่ 1784
คิดถึงเลนยะกับคิเอ็นจิสุดๆ
Name : Meen_Gun < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Meen_Gun [ IP : 223.24.76.156 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ธันวาคม 2559 / 21:25
# 4 : ความคิดเห็นที่ 1666
กลายร่างแล้ว ชอบมากๆ ชอบตั้งแต่รุ่นพ่อ 555
ตีพิมพ์เถอะค่ะ 😉😄
Name : KIMKULL [ IP : 1.1.192.253 ]

วันที่: 25 พฤศจิกายน 2557 / 11:31
# 3 : ความคิดเห็นที่ 1612
แสบและเจ็บจี้ด 55555555555
PS.  ...Let\'s it go...
Name : ▉ U N I Q U E ▉ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ▉ U N I Q U E  ▉ [ IP : 171.97.63.195 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 กรกฎาคม 2557 / 21:39
# 2 : ความคิดเห็นที่ 379
บางช่วงบางตอนรู้สึกฮา สนุกดี
Name : rot [ IP : 125.25.185.133 ]

วันที่: 28 พฤษภาคม 2556 / 00:01
# 1 : ความคิดเห็นที่ 74
หนูไคน่าสงสาร หุๆ
PS.  http://pandadev.com/
Name : Whatever it is < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Whatever it is [ IP : 27.55.0.161 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 พฤษภาคม 2555 / 09:42
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android