คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

บทความผีเข้าของ B 13 s.t

ตอนที่ 24 : ยังคิดชื่อเรื่องไม่ออก(แนวคล้ายๆ CUBIC)ตอนที่ 2


     อัพเดท 7 มี.ค. 61
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/อื่น ๆ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : B 13 s.t ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ B 13 s.t
My.iD: https://my.dek-d.com/satancrow
< Review/Vote > Rating : 99% [ 23 mem(s) ]
This month views : 584 Overall : 179,515
1,976 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 2073 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
บทความผีเข้าของ B 13 s.t ตอนที่ 24 : ยังคิดชื่อเรื่องไม่ออก(แนวคล้ายๆ CUBIC)ตอนที่ 2 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2672 , โพส : 6 , Rating : 16% / 32 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ตอนที่ 2 ตื่น

            “อ๊ากกก!

            คลีเมนไทน์กรีดร้องลั่นแล้วเด้งร่างเหมือนหลังติดสปริงขึ้นฉับพลัน ระบายความเจ็บปวดทรมานทั้งหมดออกมาสุดแรงปอดราวระเบิดที่ถูกถอดสลัก ก่อนจะพยายามใช้มือสองข้างตะกายหน้าท้องตัวเองอย่างบ้าคลั้ง

               เธอถูกแทง เธอถูกแทง! มันแทงเธอ อยู่ตรงไหน ตรงไหน!

               “ห๊ะ!?” คลีเมนไทน์ต้องหยุดมือที่พยายามกระชากเสื้อเพื่อดูหน้าท้องตัวเอง เมื่อสิ่งที่เธอพบแทนแผลถูกแทงบนท้อง คือข้อมือสองข้างที่พันผ้าพันแผลไว้และความตึงบนผิวใต้ผ้าพันแผลบนข้อมือนั่น

               “what!(อะไรน่ะ!)” เธอหรี่ตาแคบพร้อมขมวดคิ้วยุ่ง ยกมือสองข้างขึ้นเพื่อพิจารณามันอย่างสับสน งุนงง

               อะไร เธอมีผ้าพันแผลบนข้อมือได้ยังไง ตั้งแตเมื่อไหร่ แล้วแผลที่ท้องหายไปไหน!

               ไม่สิ้นความสงสัยดีคลีเมนไทน์ก็ต้องละดวงตาออกจากมือสองข้าง เมื่อมองผ่านร่องนิ้วแล้วเธอพบผนังสีขาวไม่คุ้นตาจนต้องขมวดคิ้วยุ่งกว่าเดิม ก่อนจะค่อยๆ กวาดมองรอบตัวแล้วพบว่าที่ที่เธออยู่เป็นห้องมืดๆ สี่เหลี่ยมสีขาว มีแสงสลัวจากแค่ไฟบนหัวเตียง พร้อมมีโต๊ะลิ้นชักเล็กๆ ด้านข้าง และเบาะโซฟายาวติดผนังขวามือ ซึ่งอีกฝั่งเป็นประตูและหน้าต่างกระจกของระเบียงที่มีม่านกั้นไว้ พร้อมมีทีวีจอแบนติดบนผนังตรงปรายเตียงที่เธอนั่งอยู่  

               พอก้มดูแขนซ้ายอีกครั้งก็พบสายน้ำเกลือ และราวแขวนสเตนเรสที่ซ้ายมือ ที่นิ้วชี้ถูกครอบด้วยตัวเซ็นเซอร์ยางซึ่งมีสายเชื่อมต่อกับเครื่องมอมิเตอร์วัดสัญญาณซีพส่งเสียงติ๊ดๆ เป็นจังหวะ  

ชัดเจนแล้วว่าที่นี่คือโรงพยาบาล เพียงแต่ถ้าเธออยู่ในโรงพยาบาลของทัณฑสถาน มันก็ไม่น่าจะดูดีขนาดนี้ และปกติมันก็ไม่น่าเป็นห้องเดี่ยวที่อุปกรณ์ครบครันเช่นนี้ด้วย 

               หรือว่าที่นี่อาจเป็นโรงพยาบาลข้างนอกแล้ว อาการเธออาจแย่เกินกว่าจะรักษาในคุกได้ แต่ว่าปกติมันก็ควรมีกุญแจมือ หรือไม่ก็ผู้คุมอยู่ด้วย แต่ว่านี้มันไม่มีอะไรเลยทั้งสองอย่าง ซ้ำบรรยากาศในห้องพักนี้ก็ไม่รู้สึกคุ้นเคยแม้แต่น้อย ไหนจะแผลบนท้องที่หายไปของเธออีก

               นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ หรือเพราะถือได้ว่าเธอพ้นโทษแล้วงั้นเหรอ...

               “เธอฟื้นแล้ว!

               เสียงทักหนึ่งทำให้คลีเมนไทน์ตวัดหน้าฉับไปมองยังประตูห้อง ก่อนเห็นสาวเอเชียนร่างบางในชุดนางพยาบาลสีขาวเดินเข้ามา แล้วแสดงสีหน้าตกใจไม่น้อยที่เห็นเธอนั่งอยู่บนเตียงนี้ ว่าแต่เมื่อกี้...

               พูดว่าอะไรน่ะ!

               ภาษาอะไรน่ะ ไทยรึเปล่า หรือเวียดนาม แล้วทำไมเธอถึงฟังเข้าใจด้วย เธอพูดคล่องห้าภาษา และได้ในระดับพื้นฐานอีกสามภาษา แต่หนึ่งในนั้นไม่ใช่ภาษาที่ได้ยินในตอนนี้แน่ๆ

               “Where am I(ฉันอยู่ที่ไหน)?” คลีเมนไทน์ถามเสียงแหบพร่าอย่างคนเพิ่งตื่น หลังทวนความคิดในหัวอย่างไม่เข้าใจครู่หนึ่ง

               ทว่าคำถามที่ฟังธรรมดาแบบนั้นกลับทำให้นางพยาบาลสาวดูตกใจยิ่งกว่าเดิม แถมยังยกมือขึ้นมาคล้ายจะห้ามปรามการกระทำเธอ พลางค่อยๆ ก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวังและกล่าวทีละคำช้าๆ ราวกำลังกล่อมเด็กเล็กๆ ว่า

“ใจเย็นๆ นะคะ”

               คลีเมนไทน์ย่นหัวคิ้วสงสัยท่าทางเช่นนั้นแทบจะทันที ทำไมต้องใจเย็น แล้วทำไมทำเหมือนเธอจะอาละวาลหรือคลุ้มคลั้งจนต้องยกมือปรามแบบนั้น เธอแค่ถามว่าตัวเองอยู่ที่ไหนเองนะ

               “หนูคงสับสนอยู่ เพราะหลับมาทั้งเดือน”

               What! A month? (อะไรนะ! เดือนหนึ่งเหรอ?)” เธอตวัดเสียงตกใจออกไปทันใดกับสิ่งที่พยาบาลสาวบอกครั้งนี้ ไม่คาดคิดว่าตนจะหลับไปร่วมเดือน แล้วแบบนี้เรื่องของเธอไปถึงไหนแล้ว ผู้หญิงที่แทงเธอถูกจับรึยัง มีใครรับคดีนี้ไปสืบแล้วบ้าง สาเหตุเพราะอะไรกันแน่ ใครอยู่เบื้องหลัง แล้วมีอะไรบ้างที่เกิดขึ้นมาตลอดเดือนขณะที่เธอหลับ ปู่กับย่าว่ายังไง พ่อของเธอรู้เรื่องไหม เธออยากรู้มันเดี๋ยวนี้เลย!

คิดจบคลีเมนไทน์ก็กระชากสายน้ำเกลือ ดึงนิ้วจากเซ็นเซอร์ของมอมิเตอร์ แล้วตวัดผ้าห่มออกรวดเร็ว ไม่สนเลือดที่กระเซ็นออกมาจากเข็มบนข้อพับแขน พร้อมว่า

I have to go now!(ฉันต้องไปแล้ว!)”

               “อ๊ะ ไม่ได้นะคะ ไม่ได้ ห้ามลุกจากเตียง” นางพยาบาลร่างเล็กรี่เข้ามารวดเร็ว พร้อมกดเด็กสาวลงนอนที่เดิม แต่แรงของเธอเหมือนจะสู้อีกฝ่ายไม่ได้ทั้งที่คนอ่อนวัยกว่าเพิ่งตื่นมาหลังหลับไปนาน จนสุดท้ายหลังยื้นยุดกันครู่หนึ่งคนเป็นพยาบาลจึงรีบโน้มตัวไปกดปุ่มฉุกเฉินบนหัวเตียง ซ้ำหันไปตะโกนร้องเสียงดังด้วยว่า

               “มีใครอยู่ข้างนอกบ้าง คนไข้จะหนี บุรุษพยาบาล ใครก็ได้เข้ามาช่วย... ว๊าย!

               ไม่ทันได้ตะโกนจบประโยค นางพยาบาลสาวก็ต้องอุทานตกใจ เมื่อคลีเมนไทน์ผลักเธอออกอย่างแรงจนหงายหลัง แล้วกระโดดลงจากเตียง ก่อนจะหันมาบอกเร็วๆ แค่ว่า

               “Sorry(โทษทีนะ)...!?”

               ไม่ทันจบคำขอโทษดี คลีเมนไทน์พลันหัวใจร่วงวูบ เมื่ออยู่ๆ ก็มีชายหนุ่มสองคนวิ่งสวนเข้าใส่ตัวเธอที่กำลังจะก้าวออกไป ก่อนพวกเขาจะหิ้วปีกสองข้างเธอขึ้นจนเท้าหลุดจากพื้น และไม่ถึงเสี้ยววินาทีร่างทั้งร่างของเธอก็กระแทกกลับไปอยู่บนเตียงเช่นเดิมพร้อมแรงยึดที่แขนสองข้าง

               “Stop! Go away!(หยุด ไปให้พ้น)” เด็กสาวตวาดกร้าวใส่ชายสองคนในชุดสีเขียวของบุรุษพยาบาล และพยายามขืนตัวสุดฤทธิ์สู้แรงผู้ชายสองคน Let go, Leave me alone(ไปให้พ้น ปล่อยฉัน)!” 

               “เราต้องฉีดยาระงับประสาท” นางพยาบาลสาวที่ได้สติรีบลุกมาร้องบอก และเร็วทันใจเมื่อหนึ่งในบุรุษพยาบาลนั้นมีทั้งเข็มและขวดยามาพร้อมอยู่แล้วในกระเป๋าเสื้อ

               อะไรนะ!

               “What the hell do you do...(จะทำบ้าอะไร)” คลีเมนโทน์ชะงักตาโตไปครู่ตามขวบใบจิ๋วและเข็มในห่อพลาสติกที่ถูกส่งผ่านหน้าตนไป ก่อนวินาทีต่อมาเธอจะยิ่งดิ้นสุดฤทธิ์ยิ่งกว่าเดิม พร้อมโวยวายใส่กลุ่มคนที่ล็อกตัวเธอไว้

               Who are you?!, not chief!, Where are they?(พวกแกเป็นใครกันแน่ ไม่ใช่ผู้คุมนี่ พวกเขาอยู่ไหน!)” บ้าเอ๊ย ปกติเธอแรงเยอะกว่านี้ไม่ใช่รึไง แค่ผู้ชายเอเชียตัวไม่ใหญ่กว่าเธอเท่าไหร่แบบสองคนนี้ไม่น่าจะจับเธอไว้ได้แน่นขนาดนี้นี่ เธอสูงตั้ง 5 ฟุต 9 นิ้ว(ประมาณ 172-173 ซม.) และหนัก 132 ปอนด์(ประมาณ 59-60 กก.)เลยนะ “I’am asking you, Who the hell are you(ฉันถามอยู่นะว่า พวกแกเป็นใคร)!

               “กดเธอไว้เร็ว ดิ้นใหญ่แล้ว” บุรุษพยาบาลที่ด้านซ้ายมือกัดฟันร้องบอกเพื่อนอีกฝั่ง พร้อมสีหน้าที่เริ่มบิดเบี้ยวในการสู้แรงของเด็กผู้หญิงบนเตียง

“แรงเยอะเป็นบ้า อยู่นิ่งๆ สิ พยาบาล ยาได้รึยัง!” บุรุษพยาบาลอีกคนกดน้ำหนักบนไหล่และแขนทั้งข้างของคลีเมนไทน์เต็มแรง แล้วตวัดหน้าไปตะโกนถามพยาบาลสาวที่ลนลานนิดๆ กับการดูดยาจากขวดแก้ว ก่อนวินาทีต่อมาเธอจะหันมาตอบด้วยความรวดเร็ว

“ได้แล้ว จับไว้แน่นๆ นะ!

               “Fuck(แม่งเอ๊ย)!” คลีเมนไทน์ที่เห็นชัดว่าเข็มพร้อมยาในมือพยาบาลสาวกำลังเข้ามาใกล้พลันสบถ แต่ก่อนเธอจะปล่อยให้มันเกิดขึ้น เธอหยุดดิ้น ตั้งสมาธิ ตวัดมองทุกอย่างรอบตัวด้วยช่วงเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที ทว่าสำหรับสิ่งทีชีวิตที่ถูกฝึกทุกประสาทรับรู้มาอย่างเธอราวเห็นทุกการเคลื่อนไหวช้าลงเหมือนภาพสโลว์โมชั่นในหัว และวินาทีนั้นเธอก็พบช่องทาง!

เพียงไม่ถึงช่วงลมหายใจที่บุรุษพยาบาลด้านขวามือคลายรอบแขนออกจากแขนเธอเพื่อเปิดทางให้นางพยาบาลสาวฉีดยา คลีเมนไทน์ก็พุ่งมือลอดวงแขนเขาไปจับหมับที่คอเสื้อชายหนุ่ม ก่อนกระชากเขาลงมา ดึงตัวเข้าหาราวเหล็กของเตียงฉับพลัน

               เคร้ง!

               “อั๊ก!

               ร่างของบุรุษพยาบาลหงายหลังร่วงหมดสติไม่ต่างจากใบไม้ทันทีที่หัวฟาดขอบโลหะอย่างรุนแรง ปล่อยแขนขวาคลีเมนไทน์ให้เป็นอิสระ เปิดโอกาสให้เด็กสาวฉกมือที่เร็วเหมือนงูและแม่นยำราวกระสุนปืนไปแย่งเข็มฉีดยาออกจากมือพยาบาลสาวที่ยืนอยู่ฝั่งเดียวกัน ก่อนเอี้ยวตัว เหวี่ยงแขน แทงเข็มเข้าลำคอแกร่งของบุรุษพยาบาลที่ล็อกแขนซ้ายตนอยู่อีกข้างมิดเล่ม พร้อมกดยาในนั้นใส่เส้นเลือดในลำคอเขาจนหมดหลอด

               “Sweet dream son of a bitch(ฝันดีไอ้สารเลว)” คลีเมนไทน์กระซิบเหี้ยมรอดไรฟันใส่หน้าชายหนุ่มที่ยังตะลึงตาค้างต่อเหตุการณ์ที่เกิด และเหมือนยังไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่าตนถูกทำอะไรลงไปแล้ว ซึ่งไม่นานเปลือกตาของเขาก็ค่อยๆ ปรือปิด และร่างทั้งร่างทิ้งลงนอนแผ่หราบนพื้นเป็นเพื่อนกับชายอีกคนที่ข้างเตียงเมื่อยาออกฤทธิ์

               นางพยาบาลร่างเล็กๆ ที่เหลืออยู่คนเดียวได้แต่ถอยไปยืนตัวแข็งทื่อติดผนัง ตกตะลึงและตื่นตกใจต่อสิ่งที่เด็กสาวบนเตียงทำกับเพื่อนร่วมงานทั้งสองของตน มันรวดเร็ว เหนือคาด และดุดันจนหนาววาบไปทั้งสันหลัง

               “กรี...”

               “shut up(หุบปาก)!” คลีเมนไทน์ที่กำลังหอบเหนื่อยตวัดหน้าไปตวาดพยาบาลร่างเล็กที่เตรียมกรีดเสียงออกมา

เวลานี้เด็กสาวไม่อาจปล่อยให้เจ้าหล่อนปลดปล่อยความหวาดกลัวอะไรก็แล้วแต่ออกมาได้ เมื่อสภาพของตนยังไม่พร้อมสู้กับคนทั้งกองทัพที่อาจวิ่งเข้ามาเพราะเสียงกรี๊ดของอีกฝ่ายตอนนี้

               ร่างเล็กบางในชุดขาวหุบปากฉับทันที แล้วมองคลีเมนไทน์ด้วยดวงตากรอกกลิ้งอย่างหวาดกลัวราวคิดว่าจะถูกเด็กสาวเอาเข็มฉีดยาแทงคอเป็นรายต่อไป ทว่าเด็กสาวก็เพียงตวัดขาลงจากเตียง มองอีกคนที่อยู่ในห้องเดียวกันเล็กน้อยด้วยสายตาปรามอีกรอบ ก่อนจะค่อยๆ ถอยเท้า แล้ววิ่งออกไปจากห้องพักของตน

               และทันทีที่ผลักประตูเปิดออกคลีเมนไทน์ก็ต้องหรี่ตาหนีแสงไฟนีออนที่สว่างโล่บนทางเดินสีขาวสะอาด ทว่าเธอกลับไปคุ้นตารูปแบบและการจัดวางมุมต่างๆ ในโรงพยาบาลแห่งนี้เอาเสียเลย

               กระนั้นเด็กสาวก็ไม่คิดหยุดเท้าเปลือยเปล่าสองข้างของตนเพื่อเดินต่อไปบนพื้นเย็นๆ เธอต้องหาใครสักคนที่รู้จัก จะตำรวจที่เคยรับคดีเธอ หรือผู้คุมคนไหนก็ได้ หรือแม้แต่ปู่กับย่าของเธอที่อาจรออยู่ที่ไหนสักแห่งในโรงพยาบาล เพื่อให้ช่วยอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอตอนนี้

               เธอรู้สึกไม่ไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้น เธอเพิ่งถูกคนแปลกหน้าแทงมา นั่นหมายถึงมีคนพยายามจะฆ่าเธออยู่ และในเมื่อเธอยังรอดได้แบบนี้ และตื่นมาในที่ที่ไม่คุ้นเคย ในสมองเธอก็เหลือแต่การหนี และหาใครก็ได้ที่รู้จักตนเองให้เจอ

               แน่นอนว่าเมื่อคุณตื่นมาพบกับสิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้ สัญชาตญาณจะสั่งให้คุณวิ่งหนีมันให้เร็วที่สุด

               คลีเมนไทน์วิ่งหลุดมาจากทางเดินสู่โถงกว้างที่มีลิฟท์ในที่สุด เธอเริ่มเห็นป้ายบอกทางไปห้องต่างๆ เหนือหัวที่มีภาษาไม่คุ้นตา แต่เธอกลับอ่านออกมากขึ้นเรื่อยๆ กระนั้นเธอก็ไม่คิดสงสัยนานนักว่าทำไม เพราะนางพยาบาลที่เธอทิ้งไว้ในห้องอาจเริ่มเรียกรปภ.หรือพวกหมอและบุรุษพยาบาลตามหาตัวเธอแล้ว

               เด็กสาวกดลิฟท์และเข้าไป ก่อนกระแทกปุ่มชั้นหนึ่ง เพื่อลงไปสู่อิสรภาพด้านล่าง

               ทว่าทันทีที่ลิฟท์เปิดอีกครั้งเมื่อถึงชั้นที่ต้องการ ความสับสนและงุนงงกลับยิ่งถาโถมใส่คลีเมนไทน์ เพราะชั้นล่างสุดที่เป็นจุดรับคนไข้นั้นเป็นสถานทีที่กว้างใหญ่มาก สภาพโดยรวมทั้งหมดไม่คุ้นตา บรรยากาศก็แตกต่างจากที่เคยสัมผัสมา ผู้คนก็เช่นกัน

               “Where... am I (ฉัน... อยู่ที่ไหน... กันแน่)

               นี่เธอยังอยู่ในแคลิฟฟอร์เนียแน่รึเปล่า ทำไมผู้คนถึงแต่งตัวไม่เหมือนที่คุ้นตา แม้แต่คนไข้ที่เดินขวักไขวไปมาก็ไม่ใช่แบบที่เธอพบเห็นประจำ

               ที่นี่มีแต่คนเอเชีย นี่เธออยู่ในย่านไชน่าทาวน์รึ มีโรงพยาบาลใหญ่ขนาดนี้อยู่ในย่านนี้ด้วยงั้นเหรอ แต่ตัวหนังสือบนป้ายทั้งหมดมันบอกชัดเจนว่าไม่ใช่ภาษาจีนแน่นอน... แล้วเธออยู่ที่ไหนกันแน่

               หรือว่าเธอถูกพาตัวข้ามประเทศออกมาเลยงั้นเหรอ พวกมันเป็นใคร ต้องการอะไรจากเธอถึงทำแบบนี้?

ความสับสน ไม่เข้าใจยิ่งทวีสูงขึ้นเรื่อยๆ คลีเมนไทน์ได้แต่หมุนตัว ไม่รู้ว่าควรไปทางไหน ขณะหาป้ายที่ชี้บอกทางออกให้ตนไปด้วย

Aaah!” เด็กสาวพลันคำรามอย่างเจ็บปวด เมื่ออยู่ๆ ภาพภาพหนึ่งฉายวูบขึ้นในหัวพร้อมความรู้สึกเหมือนโลกตรงหน้าถูกเขย่าอย่างรุนแรง

มันเป็นภาพของมือสองข้างที่อาบช่ำด้วยเลือดสีแดงสด ที่เจ้าของมือเองเพิ่งกรีดออกมาจากข้อมือตน โดยมีหลักฐานการกระทำเป็นมีดคัดเตอร์ในมือที่สั่นระริกข้างหนึ่ง และในภาพพร่าเลือนที่กระเพื่อมไหวเหมือนมองผ่านใต้น้ำนั้น เธอเห็นเหมือนใครคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าตนด้วยท่าทางที่คล้ายกำลังหวาดผวา เหมือนว่าจะเป็นผู้ชาย... เด็กหนุ่ม...

คลีเมนไทน์ต้องรีบสลัดศีรษะไปมา ก่อนคว้าราวเหล็กติดผนังเพื่อพยุงตัวก่อนล้มลงพื้นเพราะโลกที่เชเอียง ขณะหอบเหนื่อย เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดพรายเต็มขมับเมื่อความทรงจำอะไรก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ หรือแม้แต่เป็นของใครเข้ามาเล่นงานในสมอง

เธอต้องค่อยๆ ตั้งสมาธิ และสติขึ้นใหม่เพื่อรวบรวมแรงและตัวตนของตนอีกครั้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นช้าๆ เพื่อจะตรวจสอบสภาพโดยรวมของตัวเอง ทว่าทันทีที่งัดศีรษะหนักๆ ตนขึ้นมาได้สำเร็จ และเห็นบางอย่างที่สะท้อนออกมาจากกระจกติดผนังตรงหน้า คลีเมนไทน์กลับต้องอุทานขึ้นในใจ

ยัยหมวยนี่ใคร!?

ภาพที่ฉายในกระจกบานใหญ่ที่คลีเมนไทน์ส่องเข้าไป เป็นภาพของเด็กสาวเอเชียตัวขาวซีดเหมือนผี ส่วนสูงไม่น่าเกิน 6 ฟุต 5 นิ้ว(ประมาณ 162-163 ซม.) ไม่ก็อาจเตี้ยกว่านั้น รูปร่างไม่ผอมหรืออ้วน ดูทั่วๆ ไป ใบหน้าแป้นๆ กลมๆ เหมือนซาลาเปา และดวงตาเล็กหยี่ จมูกรั้นๆ หน่อยแต่ไม่โด่ง ปากบางซีด ผมหน้าม้าบ็อบตัดสั้นล่ะต้นคอ ซ้ำเวลานี้ดูกระเซอะกระเซิงไม่เป็นทรง แล้วยังส่งรอยยุ่งบ่นหว่างคิ้วมาให้เธอด้วย

Who... (ใคร...)” คลีเมนไทน์เผลอครางแผ่วออกมาช้าๆ ก่อนสังเกตว่าเมื่อเธอชักหัวคิ้วชนกัน ภาพสะท้อนของเด็กสาวที่เหมือนผีญี่ปุ่นตรงหน้าก็มีสีหน้ายุ่งตามไปด้วย

คลีเมนไทน์จำต้องลองยกมือช้าๆ ขึ้นเพื่อจะไปแตะกระจกบนผนังให้แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่ภาพลวงตา หรือแค่เทคนิคพิเศษอะไรของบางอย่างที่เอาไว้หลอกล่อผู้คนที่เดินผ่านไปมา... ฉับพลันนั้นเด็กสาวกลับสะดุดกับมือของตัวเอง เมื่อเธอเพิ่งเห็นว่ามือที่เคยเป็นสีคาลาเมลที่เข้มหน่อย ตามสีผิวปกติของตนกลับกลายเป็นสีขาวซีด และขนาดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด

มือเธอ ผิวเธอ ทำไมเป็นแบบนี้?!

คลีเมนไนท์ตวัดดวงตาสีน้ำตาลเข้มในกรอบตาเล็กแคบขึ้นมองกระจกอีกครั้ง และเห็นยัยหมวยคนเดิมมองกลับมาด้วยท่าทางและสีหน้าช็อกนิ่ง ซีดเผือดไม่ต่างจากเธอแม้แต่น้อย

บ้า บ้า บ้า นี่มันบ้าไปแล้ว!... เด็กสาวครวญครางขึ้นในใจด้วยความตระหนกมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะยกมือขึ้นลูบหน้าตาผมเผ้าตัวเองด้วยความลนลานจนแทบเหมือนการพยายามกระชากผิวหนังออกจากร่างตัวเองอยู่หน้ากระจก เธอไม่อยากเชื่อว่าตนกำลังอยู่ในร่างกายของใครก็ไม่รู้ ทั้งรูปร่าง หน้าตา ผมเผ้า เชื้อชาติ มันไม่ใช่ตัวเธอเลยแม้แต่นิดเดียว

ยัยหมวยนี้เป็นใคร เธอมาอยู่ที่ได้ยังไง ที่นี่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้น นี่มันฝันร้ายเหรอ เธอกำลังฝันใช่ไหม หรือนี้คือนรก เพราะเธอเพิ่งถูกแทงมา เธออาจตายแล้ว แล้วนี่ที่คือนรกของเธอ!

No no no no What happen to me...(ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ เกิดอะไรขึ้นกับฉัน...)”

Miss... Water(คุณ... วอร์เตอร์)?”

ความสับสน หวาดผวาทั้งหมดพลันหยุดชะงัก เมื่ออยู่ๆ มีเสียงหนึ่งเอ่ยเรียกชื่อเด็กสาวขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกล

คลีเมนไทน์ที่กำลังพยายามยื้อผมเผ้าหน้าตาตัวเองต้องหมุนศีรษะที่มีความรู้สึกฝืดๆ ติดขัดเหมือนมีข้อต่อขึ้นสนิมไปมองด้านข้างช้าๆ ก่อนเธอจะพบกับใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงทางเดินไม่ไกล

เขาเป็นเด็กหนุ่มวัยรุ่น น่าจะอายุไม่เกิน 18 และรูปร่างสูงโปร่งอยู่ในชุดโรงพยาบาลสีฟ้าตัวโคร่ง ใบหน้าอ่อนวัยหล่อเหลาที่ติดคมเหมือนเป็นลูกครึ่งเอเชียผสมกับประเทศแทบตะวันตกสักประเทศ หรือไม่ก็ในประเทศก่ำกึ่งเอเชียอย่างรัสเซียขมวดคิ้วเข้มสีน้ำตาลใส่เธอด้วยแววที่มีทั้งความตกตะลึง สงสัย ฉงนฉงาย และเกือบๆ จะช็อกตรงมาให้

 และเมื่อรองสำรวจดีๆ คลีเมนไทน์ถึงเห็นว่าเขามีขาข้างหนึ่งที่ยังเข้าเฝือกอยู่เกือบทั้งท่อน และต้องใช้ไม้เท้าที่หนีบอยู่ใต้รักแร้ข้างหนึ่งช่วยพยุงร่าง ขณะใบหน้าซีกขวามีร่องรอยขีดข่วนเป็นริ้วๆ หลายรอย ประกอบกับรอยช้ำเลือดช้ำหนองบางๆ ประปราย กระนั้นแผลทั้งหมดก็ดูจางลงมากแล้ว ที่เห็นหนักสุดคงเป็นศีรษะเขาซึ่งมีผ้าพันแผลพันไว้แน่นหนาคล้ายไปเจออุบัติเหตุใหญ่อะไรสักอย่างมา

ซึ่งคลีเมนไทน์ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร อาจเป็นสัญชาตญาณส่วนไหนสักส่วน หรือเป็นผีร้ายตนใดในโรงพยาบาลนี้ที่กำลังกระซิบอยู่ที่ข้างหูตนเพื่อบอกว่าคนตรงหน้านั้นคือ...

Maccor Theodore... Jefferson...(แม็กคอร์ ธีโอดอร์ ... เจฟเฟอร์สัน...)?”

ทนายฝ่ายโจทก์ ศัตรูในศาลตลอดสองปีของเธอ!

ทำไมเข้าถึงรูปร่างหน้าตาเป็นแบบนั้น เท่าที่เธอจำได้เจ้าคนตรงหน้าเป็นชายหนุ่มวัยกลางคน อยู่ในเสื้อสูทสุดเนี้ยบตลอดเวลา โครงหน้าสี่เหลี่ยมเห็นสันกล้ามชัดพร้อมไรหนวดเขียวรอบปาก และมีนัยน์ตาสีฟ้าเขียวร้ายลึก จมูกยาวโด่งเกินพอดีที่หักสองครั้งจนเหมือนพ่อมด หน้าผากเริ่มยับย่นพร้อมปรากฏรอยตีนกาบางๆ ที่หางตา ขณะเส้นผมสีน้ำตาลบรอนที่เริ่มล้านนิดๆ มักถูกหวีเรียบแบร่บนศีรษะ และรูปร่างไม่สูงโปร่งแบบนี้

แต่นี่มัน เด็กหนุ่มวัยรุ่น ซ้ำหน้าตาหล่อเกินหน้าเกินตาเจ้าตัวจริงๆ ที่เธอจำได้ไปมากโขอีกต่างหาก

สรุปนี่มันนรกจริงๆ ใช่ไหม เขาถึงได้มาอยู่ที่นี้กับเธอ

กระนั้นแม้จะยังสับสน ไม่เข้าใจ งงงวย พิศวง และตระหนกต่อเรื่องบ้าบอไร้คำอธิบายที่กำลังเกิดตรงหน้า แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นศัตรูคู่อาฆาตของตนแล้วรู้สึกโล่งอกได้มากขนาดนี้ เหมือนเขาเป็นขอนไม้ที่เธอคว้าได้กลางมหาสมุทธที่มืดมิด และมากขนาดที่เธอเผลอก้าวช้าๆ ไปหาเขาเพื่อจะพิสูจน์ให้แน่ใจว่าเด็กหนุ่มคนนี้คือ แม็กคอร์ ธีโอดอร์ เจฟเฟอร์สันตัวจริง   

ผลัก!

ตึง!

“โอ๊ย!” เป็นครั้งแรกที่คลีเมนไทน์ร้องออกมาด้วยสำนวนอีกภาษาหนึ่ง ที่เธอก็ไม่รู้ว่าหลุดออกมาได้ยังไง แต่ที่รู้แน่ๆ คือก่อนเธอจะเดินถึงตัวแม็กคอร์ในร่างเด็กหนุ่มวัยรุ่นตรงหน้า ก็มีใครบางคนก้าวพรวดเข้ามาผลักเธอออกไปเต็มแรง จนเธอไถลล้มโค่โล่ไปอยู่กลางพื้นทางเดิน

คลีเมนไทน์ที่ตั้งหลักได้พลันตวัดหน้าขึ้นมองอาคันตุกะผู้มาใหม่ที่ผลักเธอจนล้มหงายด้วยความโกรธผสมไม่เข้าใจ ก่อนชะงักไปครู่เมื่อเห็นว่าเป็นใคร

เขามีความคล้ายแม็กคอร์ในร่างเด็กหนุ่มวัยรุ่นอยู่หลายส่วน แต่โตกว่ามาก เดาว่าน่าจะอายุยี่สิบปลายๆ ดูหนุ่มแน่น หล่อเหลา คมคาย และอาจเรียกได้ว่าหล่อเหลาทรงเสน่ห์อย่างร้ายกาจมากกว่าเด็กหนุ่มข้างกายเขาเอง ซ้ำส่วนสูงมากกว่า ไหล่และอกกว้างหนา ดูแข็งแรงแบบผู้ใหญ่เต็มขัด พวกดาราหรือนายแบบที่เธอเคยเห็นผ่านตาทางทีวีหรือนิตยสารคงต้องอายในรูปร่างหน้าตาของผู้ชายคนนี้ ซึ่งคงมีแขนขายาวๆ และมัดกล้ามสวยๆ ใต้เสื้อสูทมีราคาสีเข้มเนี้ยบกริบนั่นอยางไม่ต้องสงสัย

ผมสีดำสนิทที่เสยขึ้นหวีเรียบละต้นคอเหมือนขนอีกาของเขาเปิดใบหน้าคมโดดเด่นชวนละลายใจสาวที่เห็นสันกลามชัดพร้อมไรหนวดบางๆ เพิ่มความเข้มดุติดเซ็กซี่ ซ้ำด้วยรูปจมูกโด่งคมและมีงุ้มนิดๆ ทำให้หน้าเขาดูหล่อร้ายอย่างน่าค้นหาและมีเอกลักษณ์  

ซึ่งเวลานี้ใบหน้าที่ผสมสองสัญชาติที่ควรดึงดูดใจกลับมีแต่รอยเหี้ยมเย็น แม้หัวคิ้วเรียวเข้มแทบไม่มีรอยกระตุก แต่นัยน์ตาคู่คมใต้ขนตาหนาที่ขับให้ดวงตาคมกล้าเหมือนเหยี่ยวของเขาเด่นยิ่งขึ้นฉายกองไฟที่แสนเย็นยะเยือกมาให้เธอ ก่อนเสียนทุ้มกังวาลที่ฟังกดลึกเหมือนหุบเหวมรณะนั่นจะเน้นย้ำเนิบนาบอย่างเอาเรื่องใส่เธอว่า

“อย่ายุ่งกับน้องชายฉัน”

               “what the fuck...” คลีเมนไทน์ครางมองหน้าอีกฝ่ายอย่างงุนงงยิ่งกว่าเดิมในคำเตือนนั่น และวินาทีต่อมาเธอกลับสังเกตเห็นถึงสิ่งหนึ่งบนตัวของชายหนุ่มปริศนาคนนี้ 

               ใต้สูทตัวนอกนั่น ที่ข้างเสื้อกักตัวในของเขาตรงนั้นมีบางอย่างอยู่

ไอ้หมอนี้มีปืน!... คลีเมนไทน์รู้ได้ในวินาทีนั่นทันที และสัญชาตญาณเธอตัดสินว่าคนตรงหน้าเป็นตัวอันตรายฉับพลัน

               เร็วเท่าความคิดเด็กสาวตัวขาวซีดที่นั่งอยู่บนพื้นด้วยท่าทางสับสนในตอนแรกกลับพุ่งตัวเข้าหาชายหนุ่มผู้มาใหม่ราวสัตว์ป่า พร้อมตวัดขาแตะข้อเท้าเขาสุดแรง ทำร่างใหญ่โตที่มากกว่าเธอเกือบครึ่งหนึ่งล้มหงายลงได้อย่างรวดเร็ว ก่อนเธอจะกระโจนตัว ล้วงมือฉกเข้าใต้เสื้อสูทชายหนุ่ม ปลดกระดุม ดึงปืนในซองหนังเข้ามือโดยไม่ต้องใช้แม้แต่ดวงตาดูอย่างคล่องแคล้ว และไร้จังหวะที่เสียเปล่า

               และกว่าที่ชายหนุ่มที่ถูกเล่นงานจะทันตั้งตัวหรือรู้ว่าถูกอีกฝ่ายทำอะไร ร่างของเด็กสาวในชุดผู้ป่วยก็นั่งคุกเข่าข้างหนึ่ง กางขาค้อมเหนืออกกว้างของเขา พร้อมปืนสีดำกระบอกใหญ่ที่จ่อตรงหน้าคมสันอย่างมั่นคง ก่อนที่เขาต้องชักหัวคิ้วแน่นกับคำพูดจากผู้ที่เล็งอาวุธใส่หน้าตนว่า

               “So!, Who the fuck are you, Who sent you (เออ แล้วแกล่ะเป็นใคร ใครส่งแกมา)?!” คลีเมนไทน์เปิดในตาโพลงอย่างดุร้าย ตอนนี้เธอแทบไม่ต่างจากสัตว์บาดเจ็บที่พร้อมขย้ำทุกคนที่มีท่าทางของศัตรู อย่างที่บอก เธอเพิ่งถูกฆ่า ถูกแทงในสถานที่และเวลาที่เหนือคาดคิด ซ้ำเรื่องที่ไม่อาจอธิบายได้ที่เกิดกับเธอตอนนี้อีก ทุกอย่างมันทำให้ในตัวเธอแทบเป็นบ้า ฉะนั้นใครก็ตามที่เหมือนจะคุกคาม... มันทุกคนคือศัตรู!

               “Who sent you!?, What the hell do you do with me!?, Say it!(ใครส่งแกมา พวกแกทำบ้าอะไรกับฉัน พูดมา!)” คลีเมนไทน์คำรามถามซ้ำเมื่ออีกฝ่ายยังไม่ยอมตอบ

               ทว่าเขากลับยังคงนิ่ง ไม่พูด และดูเหมือนจะไม่ได้ตกใจกลัวปืนหรือเสียงคำรามของเธอ แต่ดูเหมือนเขาจะประหลาดใจ และงุนงงในสิ่งที่เธอกำลังทำกับตนมากกว่า ราวกับกำลังถามทางสายตากลับมาว่า เธอนั่นแหละเป็นบ้าอะไร

               และเด็กสาวไม่คิดได้คำตอบจากชายหนุ่มใต้ร่างอีก เธอปลดเซฟ เล็ง และเตรียมเหนี่ยวไก...

               Miss water Nooo!(คุณวอร์เตอร อย่า!)” แม็กคอร์ในร่างเด็กหนุ่มร้องลั่น พร้อมๆ กับเสียงหนึ่ง...

               “กรี๊ดดด อย่านะเจน!

                “!?

                ทุกการกระทำพลันชะงักกับเสียงกรีดร้องเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นเบื้องหน้าว่า เจนก่อนคลีเมนไทน์จะตวัดหน้าที่ค้างนิ่งขึ้นไปมอง และเห็นว่ามีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งยืนนิ่งอึ้งห่างออกไปราวสิบเมตร แน่นอนว่าคนกลุ่มนั้นคือเหล่าบุรุษพยาบาลและนางพยาบาลร่างเล็กที่เพิ่งตามหาเธอเจอ

               ทว่าพวกเขาก็ไม่ได้ดึงดูดความสนใจเธอได้เท่ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนในเครื่องแบบสีเขียว ผู้หญิงวัยกลางคนตัวเล็กๆ ผิวขาวจัดแบบคนเชื้อชายจีน ซึ่งมีใบหน้าละม้ายคลายเธอในร่างนี้ แต่มีอายุกว่าและเห็นรอยการเวลาบางๆ บนใบหน้า ซ้ำเวลานี้กำลังยืนอึ้ง ตกตะลึง มองเธอด้วยความช็อกนิ่ง พร้อมอ้าปากน้อยๆ ด้วยสีหน้าตกใจสุดขีด

               และเป็นอีกครั้งที่เหมือนมีผีร้ายมากระซิบบอกอะไรบางอย่างที่ข้างหู จนทำให้เธอต้องครางแผ่วขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ล่องลอยอย่างประหลาดว่า...

               “... แม่” และนั่นไม่ใช่ภาษาอังกฤษ...

               คลีเมนไทน์คลายปืนออกจากมือตนช้าๆ และวางมันลงพื้นเกือบจะทันที ก่อนเธอจะลุกขึ้น ถอยเท้าออกจากร่างสูงใหญ่ที่ค้อมอยู่ พร้อมยกมือขึ้นสองข้างเป็นสัญญาณว่าเธอยอมแพ้อย่างง่ายดาย

               ภาพความทรงจำหลายๆ อย่างในหัวเริ่มฉายชัดเกี่ยวกับผู้หญิงที่เธอเรียกว่าแม่ตรงหน้า และเสมือนกุญแจที่ไขเปิดประตูบานต่อๆ มาในความทรงจำอื่นอย่างรวดเร็ว  

เวลานี้เธอก็รู้ถึงสถานะตัวตนของเด็กสาวที่เธออาศัยร่างอยู่ในตอนนี้แล้ว... เธอเริ่มจำมันได้ว่าเด็กสาวหน้าหมวยชื่อเจนคนนี้เป็นใคร ทำไมมาอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ได้ ทุกข้อมูลหลั่งไหลเข้ามาเรื่อยๆ เป็นธรรมชาติเหมือนเธอกินข้าว ไม่ทำให้เธอตกใจ แต่ทำให้เข้าใจมากขึ้น

ขณะชายหนุ่มลูกครึ่งที่หล่อเหลาอย่างร้ายกาจซึ่งเธอคิดว่าเป็นศัตรูในตอนแรก แต่ในความทรงจำที่กำลังวิ่งวูบวาบในหัวยามนี้เหมือนจะบอกว่าไม่ใช่ ทว่าเขาคล้ายจะเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับคำว่าศัตรูสำหรับเจ้าของร่างของเธอคนนี้

               ...เวรกรรม เธอเกือบฆ่าคนบริสุทธ์... และเกือบฆ่าชายหนุ่มที่เด็กสาวที่ชื่อเจนคนนี้แอบหลงรักเข้าให้แล้ว!

 




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
บทความผีเข้าของ B 13 s.t ตอนที่ 24 : ยังคิดชื่อเรื่องไม่ออก(แนวคล้ายๆ CUBIC)ตอนที่ 2 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2672 , โพส : 6 , Rating : 16% / 32 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 6 : ความคิดเห็นที่ 1964
สนุกสุดๆ
Name : onepiece123 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ onepiece123 [ IP : 182.232.192.152 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 มีนาคม 2562 / 20:09
# 5 : ความคิดเห็นที่ 1930
อื้อหือ มันส์มาก
Name : tinkerbell.n12 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ tinkerbell.n12 [ IP : 223.205.238.8 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 กรกฎาคม 2561 / 17:27
# 4 : ความคิดเห็นที่ 1913
ตอนอ่านเจอคุณทนายคิดในใจว่า ถ้าเป็นพระเอก ลูกเมียฝั่งโน้นเอาอะ พอพระเอกตัวจริงมานี้ อ๋อออออเลย
PS.  สัตว์โลกมีหัวใจโปรดชาวไทยอย่าย้ำยี
Name : จิ้งจกจัง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จิ้งจกจัง [ IP : 172.88.134.38 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 เมษายน 2561 / 10:21
# 3 : ความคิดเห็นที่ 1908
กรรม ซวยแล้วไหมล่ะนั่น 
ปล. พี่แบงค์ช่วยเปลี่ยนวิธีการเขียนนามสกุลเก่าของนางเอกหน่อยได้ไหมคะ คือหนูว่าคำว่า Water มันตรงไปหน่อย555 อ่านแล้วนึกถึงน้ำ ไม่น่าจะมีนามสกุลคนไหนเขียนแบบนั้น แบบเปลี่ยนเป็นประมาณว่า Walter อะไรงี้ก็ได้ค่ะ จะได้ดูไม่แปร่งมาก

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 เมษายน 2561 / 21:58

PS.  เปรียบดั่งเมฆาที่ล่องลอยไปตามใจตน...ไม่ยึดติดกับสิ่งใด ไร้กฎเกณฑ์ กล้าหาญเด็ดเดี่ยว และปกครองทุกสิ่งทุกอย่างจากจุดที่เป็นเอกเทศ
Name : §INERZIA§ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ §INERZIA§ [ IP : 58.8.225.199 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 เมษายน 2561 / 21:57
# 2 : ความคิดเห็นที่ 1888
อื้อหือ ยิ่งอ่านยิ่งอยากให้ออกเรื่องเป็นของตัวเองไปเล้ยยยยย สนุกมาก แต่บทนี่เราว่าเครมน่าจะร่างกายไวไปขนาดสมองยังดึงความทรงจำเจ้าของร่างออกมาไม่ทันเลย555++ ถ้าแบบนอนนิ่งอ่อนแอไป อาจจะไม่วุ่นวายสับสนขนาดนี้555++ ความทรงจำตามร่างกายที่เก่งเทพไม่ทัน
Name : Gin [ IP : 124.121.24.124 ]

วันที่: 9 มีนาคม 2561 / 17:43
# 1 : ความคิดเห็นที่ 1852
มันส์ตั้งแต่เริ่มเลยหรอคะพี่
PS.  ขอบคุณครับ ที่แวะตริ ชม ทางเราจะเก็บทุกความเห็นมาปรับใช้นะครับ
Name : [:.Last_Ray.:] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [:.Last_Ray.:] [ IP : 49.48.249.15 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 มีนาคม 2561 / 18:02
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android