คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

บทความผีเข้าของ B 13 s.t

ตอนที่ 2 : โซเคนโย ไค (2)


     อัพเดท 23 เม.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/อื่น ๆ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : B 13 s.t ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ B 13 s.t
My.iD: https://my.dek-d.com/satancrow
< Review/Vote > Rating : 99% [ 23 mem(s) ]
This month views : 613 Overall : 179,544
1,976 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 2073 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
บทความผีเข้าของ B 13 s.t ตอนที่ 2 : โซเคนโย ไค (2) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3930 , โพส : 3 , Rating : 49% / 18 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ตอนที่ 2 องเมียวจิ

 

            ร่าง บางของประธานนักเรียนสาว โอกุเระ โยรุ โค้งน้องๆอย่างมีมารยาทให้คนในห้องพักผอ. ก่อนขออนุญาตออกไป เธอปิดประตูไม้บานใหญ่ลงเมื่ออกมาจากตัวห้องที่ไม่เคยขาดเครื่องร่อนทั่วทุก มุมห้องนั่น ก่อนก้าวช้าๆหากแต่มั่นคงไปตามระเบียงทางเดินเพื่อกลับไปเข้าเรียนในรายวิชา ของตนเอง

            เด็กสาววางตัวอย่างผู้นำไม่เปลี่ยนแปลงแม้จะไม่ได้อยู่ในสายตาของคนอื่นราวกับว่าการวางตัวของเธอเช่นนี้โดนฝึกมาจนเป็นนิสัยโดยเฉพาะพ่อของเธอ โอกุเระ ยูโตะ ที่จริงจังกับเรื่องนี้ของเธอมากที่สุด

            แต่ ทว่าใบหน้าหลังกรอบแว่นวงรี่กลับดูไม่ค่อยสงบเช่นท่าทาง ยามเมื่อเธอห้วนนึกถึงเด็กหนุ่มรุ่นน้องซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่กับเหล่า กรรมการนักเรียน... และตัวเธอเอง... โดยส่วนตัวด้วย

            สำหรับ เจ้าเด็กหนุ่มโซเคนโย ไค ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดบนร่างกายของเขาหรือตัวเขาเองก็ดูเหมือนจะขัดใจเด็กสาว เสียทุกอย่าง ทั้งเสื้อผ้า ทรงผม นิสัย ท่าทาง ... ใช่... นั่นรวมถึงสายเลือดครึ่งปีศาจของเขาด้วย

และสิ่งนี้นี่แหละที่ขัดใจเธอมากที่สุด

ครึ่งปีศาจ... มันก็ปีศาจดีๆนั่นแหละ...

            ยิ่งคิดเด็กสาวยิ่งหงุดหงิด... แต่อีกไม่นานนี่แหละเธอจะขจัดความหงุดหงิดนี้ออกไปซะ

            อย่า... แตะ...

            โย รุที่กำลังก้าวเดินเพียงลำพังบนระเบียงอาคารที่ทอดยาวต้องสะดุดฝีเท้าที่ ก้าวอย่างมั่นคงลงทันใด เมื่อเธอได้ยินเสียงๆหนึ่งเอ่ยขึ้นข้างหลังของตน ซึ่งเสียงๆนั้นปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันจนโยรุเองยังอดแปลกใจไม่ได้เลยว่ามีใคร บางคนเข้ามาใกล้เธอได้โดยที่เธอไม่รู้หรือสังเกตเห็นได้อย่างไร้ แม้จะมาจากข้างหลังก็ตาม

            เธอไม่ใช่คนที่จะไม่รู้ถึงการมาของใคร แม้จะฝีเท้าเบามากแค่ไหนก็ตาม... มันไม่ใช่วิสันของเธอ

            โย รุต้องค่อยๆหมุนสายตาไปข้างหลังของตน และเธอก็ต้องมองต่ำลงมาเล็กน้อยเมื่อเจอกับบุคคลผู้เป็นเจ้าของคำพูดเมื่อ ครู่ ซึ่งยังเป็นบุคคลที่โยรุต้องหรี่นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนของตนมองพร้อมหมุนหัว คิ้วเล็กน้อยกับการปรากฏตัวของคนตรงหน้า

            เด็ก สาวร่างเล็กที่สูงเพียงปลายจมูกของประธานนักเรียนสาวยืนนิ่งอยู่ข้างหลังของ เธอ ผมบ๊อบสีดำที่มีหน้าม้ายาวปิดส่วนดวงตาจนมิด ทำให้โยรุไม่อาจคาดเดาว่าเด็กสาวตัวเล็กเกินมาตรฐานเด็กมัธยมปลายตรงหน้า กำลังมองเธอด้วยแววตาแบบได้ ในขณะที่แขนเล็กๆของเธอข้างหนึ่งหนีบหนังสือเล่มใหญ่หนาที่ไม่ค่อยสมตัวที่ โยรุสังเกตเห็นว่าน่าจะเป็นหนังสือเกี่ยวกับไสยาศาสตร์(ซึ่งน่าจะเป็นด้าน มือด้วย)ไว้ข้างตัว

            โย รุไม่รู้ว่าคนตรงหน้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่หรือมีจุดประสงค์อะไรด้วยบรรยากาศ รอบตัวเด็กสาวร่างเล็กคนนี้... มันไม่อาจบอกประธานนักเรียนสาวได้เลยว่าบุคคลที่ปรากฏตัวออกมาราวล่องหลหาย ตัวได้ต้องการสิ่งใด

            ... เธอ... คุโรยูกิ ฮายะสินะ โยรุเอ่ยชื่อของอีกฝ่ายเมื่อนึกได้ว่าเด็กสาวคนนี้เป็นคนเดียวที่อยู่กับโซเคนโย ไค เกือบตลอดเวลา

            ทว่าแทนที่ฮายะจะตอบรับ เธอกลับเอ่ยขึ้นใหม่ว่า ... อย่าคิด... แตะต้อง... ไค...

            คำพูดเอื่อยๆและเว้นจังหวะแปลกๆ แต่ก็ทำให้โยรุเข้าใจการปรากฏตัวของฮายะโดยพลัน

            เด็กสาวตรงหน้ารู้อะไรเยอะกว่าที่เธอคิด

            นั่นคือคำเตือนงั้นรึ ถึงขนาดออกปากโดยตรง...รู้ได้ยังไงว่าฉันจะทำอะไร

          คิดจะปกป้องเพื่อนรึไงคุโรยูกิ โยรุว่าเสียงเฉียบขึ้น ในขณะที่จ้องร่างเล็กกว่าเขม็ง

            ฮายะเงียบไปนานกับคำถาม ก่อนตอบ ... เปล่า เธอว่า ... เป็น... หน้าที่

            หน้าที่? โยรุทวนและหรี่ตามองฮายะลงอีก

            ซึ่งได้คำตอบเป็นการพยักหน้าน้อยๆจากฮายะ

            ...ที่สำคัญ ... ฮายะเปรยขึ้นใหม่ ... ถ้าเธอ... ทำอะไร... เจ้านั่น... คนเดือดร้อน... จะ... เป็นเธอ

            คราวนี้ประธานนักเรียนสาวเริ่มเกร็งหัวคิ้วมากขึ้นเมื่อเจอถ้อยคำที่เหมือนเป็นคำขู่ร้ายกาจ

            ถึงกับมีองค์รักษ์ปกป้องกันขนาดนี้เลยงั้นรึ... โซเคนโย ไค

          หมายถึงว่าเธอจะฆ่าฉันถ้าฉันแตะเจ้านั่น โยรุหยั่งคำถามเสียงกระด้างพลัน

            แต่ฮายะกลับสายศีรษะช้าๆปฏิเสธ ... จะ... ไม่มีใคร... ทำอะไร... เธอ ฮายะเว้นคำพูดอีกครั้งอย่างคนที่ไม่นิยมประโยคคำพูดยาวๆ ... แต่ถ้า... เธอ... ทำอะไร... ไค... จะมี... หายนะ... ใหญ่กว่า... ตามมา

            ว่าจบฮายะก็นิ่งเงียบสนิทเหมือนคำพูดในสมองของเธอหมดลงแค่นี้ โดยทิ้งความข้องใจสำคัญให้กับโยรุ
 

หายนะใหญ่กว่างั้นรึ...คนๆนั้นไม่เห็นจะเคยบอกพูดเรื่องนี้เลย

โยรุอดที่จะสวนคำถามกลับไปไม่ได้

            หายนะอะไร... แล้วเธอเป็นใครกันแน่ คุโรยุกิ ฮายะ

            ใบหน้าเล็กใต้ผมหน้าม้ายาวรุงรังยังคงวางนิ่งจนเหมือนหุ่นปูนปั้น ไร้คำตอบอย่างบ่งบอกชัดเจนว่าเธอหมดคำพูดใดๆจริงๆ

            แต่ นั่นยิ่งเพิ่มความสงสัยของโยรุที่มีต่อฮายะมากขึ้น... เด็กสาวร่างเล็กเกินมาตรฐานนั้นเหมือนกำความลับบางอย่างไว้ และคงเป็นความลับที่อาจเป็นผลสรุปของทุกอย่างเด็ก สาวคนนี้ทำให้เธอไม่สามารถดูออกได้เลยว่าซ้อนสิ่งใดไว้บ้าง... แม้แต่ตอนนี้ใบหน้าหลังผมหน้าม้าคิดอะไรอยู่ก็ไม่สามารถอ่านออกได้แม้แต่นิด เดียว...

            แถม เท่าที่โยรุรู้จักฮายะมาจากการเฝ้าสังเกตการณ์เธอกับไคที่อยู่ด้วยกันบ่อยๆ เธอมั่นใจว่าโซเคนโย ไคไม่รู้ว่าเจ้าเพื่อนสมัยเด็กของเขาคนนี้มีหน้าที่แบบที่เธอกำลังทำอยู่ยาม นี้อย่างแน่นอน

            ความ เงียบยังปกคลุมระหว่างฮายะและโยรุอยู่เพียงครู่เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่มี สิ่งใดจะเอ่ยอีก จนกระทั้งเด็กสาวร่างเล็กเป็นฝ่ายหมุนตัวเดินกลับไปอีกทางอย่างไม่มีการลำ ล่า หากก่อนที่ฮายะจะเดินออกไปประธานนักเรียนสาวที่เอ่ยคำถามขึ้นอีกครั้ง

            ใครให้เธอทำหน้าที่นี้

            ฮายะเพียงหยุดยืนนิ่งหันหลังให้โยรุโดยสีหน้านิ่งเฉยไม่เปลี่ยน และตอบด้วยน้ำคำเอื่อยเฉื่อย

            ... คน... น่ากลัว... ที่สุด... ในโซเคนโย...



                                                                ************************

 

            มันเป็นเวลาหกโมงกว่าๆเมื่อเด็กหนุ่มร่างสูงหัวชีเด่ก้มดูนาฬิกาดิจิตอลของตน  เขา ยังเดินเอื่อยเฉื่อยเตะนู้นเตะนี้ หน้าตาไม่ได้บ่งว่าอยากกลับบ้านเท่าไหร่นัก หลังจากไปตะลุยเล่นเกมส์ในร้านเกมเซ็นเตอร์เจ้าประจำและสลัดแม่เด็กสาวร่าง เล็กฮายะหลุดมาได้เพราะรู้สึกวันนี้มันติดเข้าแจกว่าปกติก็เล่นเอาเด็กหนุ่ม หมดอารมณ์กลับบ้าน แถมเรื่องคะแนนเลขห่วยๆอีกต่างหากที่ทำให้เขาไม่อยากกลับไปเผชิญโลกแห่งความ จริง

            ร่างของเด็กหนุ่มมาหยุดอยู่ที่ประตูหน้าบ้านที่ทำจากไม้เนื้อแกร่งบานใหญ่  มีป้ายแผ่นไม่ป้ายใหญ่อยู่เหนือบานประตูหนา ที่เขียนว่า

            สำนักโซเคนโย 

            ใช่เขาอยู่บ้านทรงญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่ถูกเปิดเป็นสำนักฟันดาบ  แต่ไม่ใช่เป็นสำนักของแม่ของเขาหรอกนะ 

เลนยะยังทำงานปราบผีปราบปีศาจอยู่เหมือนเดิม แต่คนที่เปิดสำนักนี้คือ ซานาดะ ลุงที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับแม่เขาตั้งหาก พูดง่ายๆเขาไม่ได้อาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้แค่กับพ่อหรือแม่ แต่มีลุงและวิญญาณท่านหญิงคนงามด้วย

            ส่วนไอบ้านใหญ่โตเหมือนวังสมัยเก่านี้เขาไม่อยากบอกว่ามันได้มาง่ายๆขนาดไหน  ที่เคยๆได้ยินมาเห็นมีคนบอกว่าแต่ก่อนเป็นของตระกูลโยโค  ใช่ เจ้าของจริงๆเป็นผอ.โรงเรียนของเขาเอง แต่ตกเป็นของโซเคนโยตอนเขาเกิดเพราะเห็นว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์จริงๆถ้านับถอย หลังไปสักสามร้อยกว่าปีบ้านหลังนี้เป็นของโซเคนโย  แล้วผอ.ของเขาก็ยกคืนให้ง่ายๆจนน่าสงสัย สงสัยอยู่ว่าน่าจะเป็นของขวัญตอนเขาเกิด  ส่วนฝั่งตรงกันข้ามของบ้านของเขาเป็นศาลเจ้าคุโรยูคิ  ศาลเจ้าที่เด็กสาวคุโรยูคิ   ฮายะอาศัยอยู่  อีตรงนี้แหละที่ทำให้เขาอยากย้ายบ้านตะหงิดๆ

            เล่นกลับซะจนเย็น ทำไมไม่เข้าไปซะทีเจ้าไค 

            เสียงเฉียบเอ่ยขึ้นข้างหลังของไค  จนเด็กหนุ่มต้องหันไปมองต้นเสียงก่อนทักกลับ

            ลุงซานาดะ

            คนทักเป็นชายหนุ่มที่มีท่าทางเคร่งขรึมที่สูงไม่ต่างเขาเท่าไหร่นัก  ผม และนัยน์ตาสีดำสนิทกับแว่นตากรอบสี่เหลียมผืนผ้าที่ไม่เคยเปลี่ยนรูปทรงมา หลายปีแล้ว ใบหน้าที่คมมากกว่าเดิมและดูดีกว่าเมื่อครั้งอายุสิบหก  ที่สำคัญข้างกายของเขายังคงมีวิญญาณแม่ทัพหญิงผู้ที่มีท่วงท่าที่สง่างามและทรงภูมิพร้อมในอ้อมแขนมีดาบง้าวที่ดูเรียบง่ายแต่สง่างาม

            น่า เสียดายนิดหน่อยตรงที่ว่ายังไม่มีผู้หญิงที่ไหนชนะใจลุงเขาได้เสียที ถึงจะเคยไปดูตัวหลายครั้งแต่ไม่เคยมีสักครั้งที่ประสบความสำเร็จ... ตอนนี้เขาเลยยังโสดสนิทจนบางครั้งไคยังนึกสงสัยว่าเป็นเพราะลุงเขายึดติดกับ วิญญาณหญิงสาวข้างตัวมากไปรึเปล่า... เพราะถ้าให้พูดตรงๆแม้จะมีผู้หญิงกี่คนที่ผ่านมาชอบลุงเขา แต่ก็ไม่มีคนไหนสวยได้ครึ่งของวิญญาณแม่ทัพหญิงข้างตัวลุงเขาสักคน

            แต่นั้นมันก็แค่ข้อสันนิษฐานของไคเท่านั้น...

            ถ้าจะถามถึงแม่ของเจ้าละก็ยังไม่กลับหรอกนะ... พ่อเจ้าด้วย  อาเคเดะสวนคำพูดมาก่อนที่ไคจะอ้าปากถามอย่างรู้ทัน

            งั้นก็เข้าบ้านได้อย่างสบายใจ  เด็กหนุ่มว่าพลางเดินนำเข้าไปทันที  ทำเอาคนฟังที่เหลือสายศีรษะอย่างระอา เจ้าเด็กหนุ่มตรงหน้าเหมือนกับไม่ได้เชื้อทั้งพ่อทั้งแม่มาเลยก็ว่าได้

            อยากลองฝึกฟันดาบหน่อยไหมเจ้าไค  ซานาดะถามหลายชายเมื่อพวกเขาเดิมขึ้นมาบนตัวบ้านแล้ว

            ไคชักสีหน้าเหยเกอย่างเปิดเผยที่บ่งถึงคำตอบทันที  อย่าชวนให้ยากลุง แค่เห็นเขาฝึกทุกวันก็เอียนแทนแล้ว  แถมท้ายด้วยการปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย 

ตั้งแต่ เปิดโรงฝึกมาเขาโดนลุงของตัวเองชวนมาหลายสิบรอบแล้ว ก็รู้อยู่หรอกว่าลุงเขาคงหนักใจไม่น้อยกับไอเด็กที่ไม่รู้จะไปซ้ายหรือขวาดี อย่างไค  ถึงจะไม่ใช่ลูกแต่ก็เป็นหลานชายคนเดียวก็อยากให้มันได้ดีสักทาง กลัวเหลือเกินว่ามันจะห่วยแตกตามคำครหาที่เขาว่ากันจริงๆ

            อีกอย่างมันจะชินกับการใช้ชีวิตมนุษย์เกินไปรึเปล่า...ครึ่งปีศาจน่ะในอนาคตต้องเจอปัญหาอีกร้อยแปดเชียวนะ

ซานา ดะยังทอดสายตามองตามหลังของเด็กหนุ่ม ก่อนเป็นฝ่ายขมวดคิ้วของตนอย่างไม่สบอารมณ์กับไอการแต่งตัวแหกกฎกับทรงผมชี้ ตั้งนั้น แต่จะทำไงได้  แม่มันเองยังไม่เคยบ่นเรื่องนี้ เขามีสิทธิ์อะไรไปบ่น

            เจ้าไค...มีปัญหาที่โรงเรียนบ้างรึเปล่า  ซานาดะเลือกหาคำถามที่จี้จุดหลายชายแทน

           ร่างสูงของไคสะดุ้งเฮือกอย่างเก็บอาการไม่อยู่ ก่อนหันมาปั้นยิ้มฝืนๆให้คนตั้งคำถาม มันก็มีนิดๆหน่อยๆ เหมือนเด็กคนอื่นๆลุงไม่ไปสอนฝึกดาบรึไง เด็กเต็มโรงฝึกแล้วมั้ง เด็กหนุ่มพยายามรีบๆพูดตัดบทอย่างอ้อมค้อม

            แบ่งเวลามาคุยกับหลายชายตัวเองไม่กี่นาที่คงไม่เป็นไร...

            คำโต้กลับเล่นเอาคนถูกสอบสวนกลืนน้ำลายเฮือก ก่อนจำใจยอมรับ ก็เรื่องเดิมๆ เขาว่าเสียงอ่อมแอ้ม

            ซานาดะไม่พูดแต่แบมือส่งไปแทน ซึ่งไคก็จำใจต้องยื่นกระดาษข้อสอบยับยู่ยี่ของตนไปให้อย่างเสียไม่ได้

            คนเป็นลุงไล่สายตาหลังกรอบแว่นดูกระดาษข้อสอบในมือเพียงครู่ก่อนถอนหายใจเบาๆในขณะที่เด็กหนุ่มยืนรอผลตัดสินด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

            แค่แสดงวิธีทำมันยากมากเลยรึไง คนเป็นลุงตัดสินใจถามเสียงเหนื่อยหน่าย

            ไคไหวไหลนิดก่อนตอบด้วยสีหน้าหนักใจเล็กน้อย มันก็คงไม่ยาก... ถ้าผมทำเป็นน่ะ

            หมายความว่ายังไง คิดผลออกมาได้ แต่แสดงวิธีทำไม่เป็น ซานาดะขมวดคิ้วถามกลับพลัน

            ไคลังเลเล็กน้อยที่จะตอบ แต่ก็ต้องอธิบายเมื่อสายตาเฉียบหลังกรอบแว่นของคนตรงหน้าส่งมาให้เขา

            ก็ แค่เวลาที่เห็นโจทย์เลข ผมมักวาดภาพปมเชือกที่ผูกกันแน่นๆ และเมื่อเชือกมันสามารถผูกมัดกันได้ไม่ว่าจะแน่นขนาดไหนมันก็ต้องมีปมเชือก ให้กระตุก ถ้าให้พูดก็เหมือนผมกระตุกปมเชือกเลย โดยไม่ได้ค่อยๆคลายที่ล่ะเส้น ผมก็เลยจะได้ผลลัพธ์เลยโดยแสดงวิธีทำไม่เป็น

            หมายถึงคิดคำนวณในใจน่ะเหรอ

            เปล่า... แต่เหมือนผมจ้องมองโจทย์เลขแล้วหาจุดที่กระตุกคำตอบออกมาได้เลย... แค่นั้นไคตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก

            ซานา ดะและท่านหญิงอาเคเดะเงียบไปทันใด เท่าที่เขาดูหลานชายตรงหน้ามา สิ่งที่บ่งบอกได้ว่าเด็กหนุ่มมีเชื่อสายปีศาจและแตกต่างจากเด็กคนอื่นคือ สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้ ไม่รู้หรอกว่าโครงสร้างในสมองของไคเป็นยังไงกันแน่ จะเรียกว่าเป็นอัจฉริยะก็ไม่น่าใช่ เพราะถ้าอัจฉริยะจริงปานี้ก็คงเก่งมันทุกวิชาแล้ว จะเรียกว่าความสามารถพิเศษก็ไม่เชิง ได้รับความสามารถนี้จากพ่อหรือแม่กันแน่ก็ไม่รู้ อาจจะเป็นความสามารถที่เกิดจากนิสัยของตนเองมากกว่าถ้าจะให้พูด... เป็นคนง่ายๆ เลยต้องหาวิธีคิดง่ายๆให้ตัวเองด้วยละมั้ง แต่ความสามารถในการกระตุกปมเชือกแบบที่เด็กหนุ่มว่านั่นแหละอาจเป็นสิ่งที่ เหนือความคาดหมายก็เป็นใด ความสามารถนี้ของเขาถ้ารู้จักเอามาใช้จริงๆคงน่ากลัวยิ่งกว่าพลังปีศาจชนิด ใด... แต่นั้นหมายถึงว่าถ้าเจ้าเด็กหนุ่มตรงหน้าของเขาใช้เป็นนะ

            ซานดะยืนกระดาษคำตอบยู่ยี่คืนหลานชาย ก่อนบอกเพียงว่า งั้นวันหลังถ้าเราไม่เอาเวลาไปเล่นเกมส์ซะหมด ลุงจะติวแบบนับหนึ่งให้ เขาว่า และเมื่อเห็นสีหน้าเหยเกของเด็กหนุ่ม เขาก็ดักคอทันทีว่า ไม่มีการปฏิเสธ

            ค้าบบบ ไคตอบรับเสียงยานค้างอย่างคนหมดแรง แม้จะพยายามส่งสายตาขอความเห็นใจจากวิญญาณหญิงสาวที่ถือว่าออกคำสั่งกับลุง เขาได้ แต่อาเคเดะก็แค่เพียงมองเขาอย่างไม่แยแสอย่างบ่งเจตนารมณ์ว่าอย่าพยายามซะให้ยาก เจ้าหล่อนไม่มีวันใจอ่อนเด็ดขาด 

            ไคจำใจต้องเดินคอตกไปยังห้องของตัวเองอย่างเสียไม่ได้ โดยมีสาวตาสองคู่มองตามอย่างหมั่นไส้กึ่งเอ็นดู

            ซานา ดะและท่านหญิงอาเคเดะมองตามร่างสูงของเด็กหนุ่มครึ่งปีศาจ ลูกชายเพียงคนเดียวของแม่หมอผีจอมโฉดกับเจ้าปีศาจรูปงาม... ซึ่ง ณ เวลานี้เด็กหนุ่มตรงหน้าของเขาช่างดูเป็นเพียงเด็กธรรมดาๆตามที่พวกเขา เลี้ยงมาตลอดสิบห้าปี... ที่พวกเขาหวังให้มันเป็นเช่นนี้ต่อเรื่อยๆ

            ธรรมดา เช่นนี้ต่อไป... โดยที่จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง... แม้มันจะยากเต็มที่ก็ตาม... ยากจนหวาดหวั่นทุกครั้งที่เห็นว่าเด็กหนุ่มครึ่งปีศาจนี้เติมโตขึ้นทุกวัน



                                                         **************************

        

            คลืด

            เฮ้ย!?

            ไค เปิดกระตูบานเลื่อนเข้าไปยังห้องนอนของตนเองก่อนได้ร้องจนเสียงหลง เมื่อในห้องบนตัวคฤหาสน์ทรงญี่ปุ่นของเขากลับไม่ได้มีเพียงข้าวของที่ระเกะ ระกะที่ไม่เข้ากับตัวห้องทรงโบราณห้องนี้ แต่ทว่านอกจากข้าวของของเขา ยังมีร่างเล็กๆในชุดนักเรียนที่กำลังก้มหน้าอ่านการ์ตูนสยองขวัญของเขาอย่าง ไม่เกรงใจเจ้าของห้องที่ยืนจังกาด้วยความตกใจในการมีอยู่ของเจ้าหล่อน

            ฮา ยะที่นั่งอยู่กลางข้าวของที่รกเลอะเทอะของเด็กหนุ่มเงยหน้าออกจากหนังสือ การ์ตูนเขย่าขวัญตรงหน้าขึ้นมามองเจ้าของห้องที่ยังยืนค้างอยู่ที่ประตูแล้ว มองเธออย่างตกใจ

            เด็กสาวจ้องนัยน์ตาสองสีที่ยังค้างนิ่งมองมาที่ตน ก่อนยกหน้าปกหนังสือการ์ตูนในมือของตนให้ไคดู ก่อนเอ่ยว่า

            ... หนุก... ดี

            หมับ

            เธอเข้ามาในห้องฉันได้ไง!” ไคพุ่งตัวมาคว้าหนังสือการ์ตูนของเขาออกจากมือของฮายะแทบจะทันทีที่จบคำพูด ของเธออย่างโมโหปนงงงันที่เจ้าเด็กสาวที่เขาพยายามสลัดให้หลุดแทบตายเมื่อ ตอนเย็นมานั่งจุ่มปุ๊กอยู่ในห้องนอนของเขาหน้าตาเฉย แล้วยังมานั่งอ่านการ์ตูนสยองขวัญของเขาอย่างสบายอารมณ์อีก

            แถมที่สำคัญไม่รู้ว่ามันเขามาจากทางไหนด้วยนี่สิ...

            เด็ก สาวผมบ๊อบเพียงมองตามหนังสือการ์ตูนในมือของไคโดยไม่ตอบคำถามใดๆ ปล่อยให้เด็กหนุ่มร่างสูงเจ้าของห้องยืนจ้องเธอเขม็ง ก่อนผ่านไปได้สักพักจนความเงียบคลอบคลุมทั่วห้องนอนของเด็กหนุ่ม ฮายะก็แบมือลงตรงหน้าไคพร้อมเอียงศีรษะน้อยๆ และกล่าวขึ้น

            ... ขอ... ยืม...

            หนอยยังมีหน้ามายืมการ์ตูนอีกรึ

          ไคแทบลมออกหูเมื่อเจ้าเด็กสาวร่างเล็กผมบ๊อบปิดหน้าไม่คิดตอบคำถามเขาสักแอะ แถมยังสนใจการ์ตูนในมือเขามากกว่าคำถามของเขาเสียอีก

            อย่าทำเป็นเฉไฉเรื่องอื่นนะเว้ยฮายะ หล่อนเขามาในห้องฉันได้ยังไง ไคถามเสียงหนักกว่าเดิม ก้มมองร่างเล็กที่นั่งนิ่งอยู่บนพื้นห้อง

            ทว่าฮายะยังคงมีปฏิกิริยาเช่นเดิม คือ นั่งนิ่งไร้คำตอบ และแบมือไปข้างหน้า ขณะที่ใบหน้าจับจ้องนิ่งกับการ์ตูนในมือของไค

            จนกระทั้งฝ่ายที่ยอมแพ้... คือเด็กหนุ่มเสียเอง

            ไคจำใจโยนการ์ตูนในมือให้ฮายะอย่างหมดทางเลือกเมื่อดูเหมือนเจ้าหล่อนจะสนใจการ์ตูนสยองมากกว่าการตอบคำถามของเขา

            ปกติหล่อนก็ดูมืดมนอยู่แล้วยังจะอ่านการ์ตูนสยองขวัญให้มันมืดมนเข้าไปใหญ่ทำไม

          ไคคิดอย่างหงุดหงิดก่อนโยนกระเป๋านักเรียนลงบนพื้นแถวๆนั้นที่คิดว่าพอมีที่ว่าง

            ความ จริงเรื่องที่ฮายะเข้าออกบ้านเขา หรือห้องนอนเขาเป็นเรื่องปกติที่สุดในชีวิตของเขาอย่างหนึ่ง การที่อยู่ๆเปิดประตูเข้ามาเห็นเธอนั่งอยู่ในห้องเหมือนหายตัวมาได้ไม่ใช่ เรื่องผิดแปลกอะไรเลย แต่ที่วันนี้เขาต้องร้องเสียงหลงก็เพราะก่อนที่เขาจะกลับบ้าน เขาพึ่งสลัดเด็กสาวตรงหน้าหลุดได้แค่สิบนาทีก่อนตรงดิ่งกลับเข้าบ้านเลย แล้วไหงเจ้าเด็กสาวร่างเล็กท่าทางมืดมนตรงหน้าถึงมาถึงบ้านเขาก่อนเขาได้ล่ะ

            เจ้าเข้ามาทางไหนกัน ยังไม่ถึงห้านาทีที่ไคถอดใจกับคำถามเช่นนี้ วิญญาณแม่ทัพหญิงที่ลอยมาที่ห้องของเด็กหนุ่มเพราะได้ยินเสียงร้องของเขาก็ สวนคำถามเดิมของเขาขึ้นมาอีก พร้อมขมวดคิ้วมองฮายะอย่างแปลกใจกับการปรากฏตัวของเธอ

            ขนาดผียังไม่รู้แล้วคนมีลมหายใจอย่างเขาจะรู้ได้ยังไง

            ฮายะจำต้องเงยหน้าออกจากการ์ตูนในมืออีกครั้ง

            ... ประตู... เธอตอบเสียงเอื่อย

            แน่นอนละ... เจ้าคงไม่ได้ทะลุผ่านผนังมาแน่ๆ วิญญาณหญิงสาวกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์นิดๆกับคำตอบที่ดูเหมือนจะกวนอารมณ์ของ ฮายะ แม้ท่าทางตอบคำถามของเธอจะนิ่งเหมือนไม่ได้ชวนหาเรื่องก็ตาม แต่สุดท้ายอาเคเดะก็ต้องสายศีรษะอย่างเบื่อหน่าย ช่างเถอะ... ข้าไม่เคยอ่านอะไรเจ้าออกอยู่แล้ว

            เธอ เลือกปิดบทสนทนาปล่อยให้ฮายะจมไปกับหนังสือการ์ตูนสยองขวัญในมือต่อไป มีอายุมาก็ตั้งห้าร้อยกว่าปี แต่เด็กสาวคุโรยูกิ ฮายะ กลับเป็นมนุษย์คนแรกที่เธออ่านอะไรไม่ออกสักอย่างเดียว

            ก็สมแล้วที่เข้ากับเลนยะได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย

          เจ้าไค วิญญาณหญิงสาวหันมามองหน้าเด็กหนุ่มอีกทาง ข้าลืมบอกไปว่า... ท่านคิเอ็นจิฝากข้ามาบอกเจ้าว่า... ช่วงนี้พยายามอย่าออกไปไหนตอนกลางคืน

            ไคถึงกับเลิกคิ้วกับคำสั่งของพ่อที่สั่งผ่านปากผีสาว ... ป๋าสั่งทำไม เด็กหนุ่มอดถามอย่างแปลกใจไม่ได้

            ปกติ พ่อเขาไม่เห็นจะเคยออกปากว่าไม่ควรไปไหนมาไหนมาก่อน อีกอย่างเขาเป็นลูกชายไม่ใช่ลูกสาวถึงต้องมาห่วงเรื่องการออกไปเดินข้างนอก ตอนกลางคืน... ที่สำคัญ เขาว่ากันว่ายิ่งโตก็ยิ่งห่างอกพ่อแม่ แต่ทำไมวันนี้พ่อเขาเกิดห่วงเขาเป็นพิเศษขึ้นมาได้

            ข้าไม่รู้... แต่เจ้าก็ควรจะทำตามไว้ เพราะอย่างน้อยร่างสังหรณ์ของท่านคิเอ็นจิก็ค่อนข้างแม่นมากอยู่แล้ว อาเคเดะกล่าวเรียบ แต่ใช่ว่าตัวเธอจะไม่ห่วงเด็กหนุ่มตรงหน้า เพราะถ้าถึงขนาดคิเอ็นจิเอ่ยปากขนาดนี้ นั้นย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

            วิญญาณแม่ทัพหญิงทำท่าจะลอยออกไปจากห้องของไค ทว่าที่หันมากล่าวอีกครั้งก่อนไปเหมือนตนพึ่งนึกเรื่องสำคัญอีกอย่างได้ “… แล้วก็อีกอย่างเจ้าไค... เดี๋ยวไปหาท่านซานาดะที่โรงฝึก... แม่เจ้าฝากกระดิ่งคุ้มภัยไว้ให้เจ้า

            อะไรนะ... เลนยะเนี่ยน่ะ!

            เป็น อีกครั้งที่ไคขมวดคิ้วด้วยสีหน้าตะลึกกับคำกล่าวของท่านหญิงคนงาม ก็ปกติแม่เขาเคยมีท่าทางห่วงเขาซะที่ไหน แต่นี้ถึงกับให้กระดิ่งคุ้มภัยทั้งที่เขาแอบขโมยอยู่ตั้งหลายรอบแต่ไม่เคย ได้... เรื่องมันชักไม่ปกติแล้ว

            หลัง จากวิญญาณหญิงสาวลอยออกไป เด็กหนุ่มตาสองสีก็ค่อยๆคลายสีหน้าตะลึงลงและเป็นเพียงขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ก่อนตกยกมือขึ้นมาเกาข้างแก้ม แล้วบ่นพึมพำกับตัวเอง

            อะไร... วันนี้ป๋ากับเลนยะไม่ปกติรึไง

            ... ข้าว... เย็น... ล่ะ?ยัง ไม่ทันให้เด็กหนุ่มหมดความสงสัยในพฤติกรรมที่ไม่เหมือนเดิมของเลนยะกับคิ เอ็นจิ ฮายะก็เอ่ยขึ้นอีกครั้งขัดบรรยากาศเดิมๆอย่างไม่รู้กาละเทสะเล่นเอาไคแทบเตะ เจ้าหล่อนออกจากห้องนอนซะเดี๋ยวนี้

            กลับไปกินบ้านหล่อนสิ แล้วไอท่าทางนั่งอ่านการ์ตูนไม่ลุกนั่นกะนอนค้างบ้านฉันรึไง  เด็ก หนุ่มครึ่งปีศาจโวยวายลั่นใส่เพื่อนสาวร่างเล็กที่ดูไม่ใส่ใจกับอารมณ์ที่ ใกล้ถึงจุดเดือดและยังก้มอ่านการ์ตูนต่ออย่างเหมือนจงใจเพิ่มดีกรีความโกรธ

            และเมื่อจบคำถามของไค ฮายะก็ดันพยักหน้าน้อยๆ เป็นคำตอบที่ว่า ใช่... เธอจะค้างที่นี่

            ไคอ้าปากค้างกับคำตอบของฮายะ

            เพราะอย่างงี้ไงเขาถึงอยากย้ายบ้านน่ะ

            ออกไป!” ไคโวยไล่อีกครั้ง

            ฮายะเงยหน้ามองใบหน้ากัดกรามแน่นของเด็กหนุ่มเจ้าของห้องนิดหนึ่ง และวนไปอ่านการ์ตูนในมือต่ออย่างไม่แยแส

            ยัยผีตายซาก!...

            ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง!

            ไค ทำได้เพียงเดินปึ้งปั้งออกเสียเองอย่างอารมณ์บูดถึงขีดสุด ใจจริงก็อยากจะเข้าขั้นลงไม้ลงมือลากฮายะออกจากห้องใจจะขาด แต่ก็อย่างที่เขาเคยบอก

ฮายะเป็นคนสุดท้ายที่เขาจะมีเรื่องด้วย....

“… โรงเรียน

หากยังไม่ทันที่ไคจะได้ก้าวพ้นตัวห้องของตนเสียงเย็นๆเล็กๆก็เอ่ยขึ้นด้านหลังของเขา จนเด็กหนุ่มต้องมองข้ามไหล่ไปยังฮายะ

ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เด็กสาวผมบ๊อบปิดหน้าเงยหน้าจากการ์ตูนหันมาสนใจเขา

โรงเรียนอะไร ไคยังถามน้ำเสียงขุ่นเมื่อยังหงุดหงิดในตัวเจ้าหล่อนไม่หาย

... อย่า... ไป... โรงเรียน…” ฮายะย้ำใหม่อีกครั้ง

ทำไมฉันต้องไม่ไปโรงเรียนด้วย ไคแย้งอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อยังรู้สึกว่าฮายะยังพยายามหาเรื่องเขาอยู่

เด็กสาวสายศีรษะปฏิเสธนิดก่อนว่าขึ้นใหม่ เปล่า…” เธอเอียงศีรษะนิดๆอย่างเคยตัว ... วัน... นี้... อย่า... ไป

หมายถึงวันนี้อย่าไปโรงเรียนอีกงันเหรอ

ไคเลิกคิ้วเล็กน้อยกับความหมายที่เขาแปลได้จากคำพูดของฮายะ

เด็กหนุ่มตาสองสีชักสีหน้ายุ่งนิดๆก่อนไหวไหล่ให้เด็กสาวร่างเล็ก ... แล้วฉันจะไปอีกทำไม โรงเรียนมันเลิกนานแล้ว

ทว่า ฮายะกลับเงียบไร้คำตอบ แต่เธอยังจับจ้องเขานิ่งผ่านผมม้าที่ปิดบังดวงตา สร้างบรรยากาศอึมครึมไปทั่วบริเวณราวกับว่าเธอเก็บงำเรื่องสำคัญบางอย่างไว้ และกำลังจะบอกเขา

ไค ยืนรอให้เพื่อนสาวเอ่ยคำพูดต่ออย่างไม่เข้าใจคำเตือนของเธอ จนเวลาผ่านไปหลายวินาทีฮายะก็ยังคงนั่งนิ่งจ้องมองเขาที่ยืนแข็งอยู่หน้า ประตูห้อง ก่อนที่เธอจะเริ่มเผยอริมฝีปากบางๆขึ้นและกล่าวว่า

... แล้ว... ข้าวเย็น

บรรยากาศ มาคุแทบแตกละเอียดลงตรงนั้นเดี๋ยวนั้น เพราะเจ้าเด็กสาวที่มักเลือกหัวข้อสนทนาไม่ถูกเวล่ำเวลาเปลี่ยนเรื่อง คุยกลางอากาศเอาดื้อๆเหมือนตนเองไม่เคยเอ่ยประโยคชวนตั้งข้อสงสัยเมื่อครู่ และลุกขึ้นเดินตามไคไปโดยในมือไม่ลืมถือการ์ตูนสยองขวัญติดตัวมาด้วย

ไค ก้มมองร่างเล็กที่มาหยุดยืนตรงหน้า และเหมือนจะถามย้ำถึงข่าวเย็นกับเขาอีกครั้งอย่างหงุดหงิดใจ เพราะเจ้าหล่อนตรงหน้าช่างไหลเปลี่ยนเรื่องได้ไวจนเขาตามไม่ทัน

ก็ เป็นซะแบบนี้ทุกที เพราะจะมีเรื่องที่น่าจะจริงจังเข้าหน่อย ฮายะก็มักบ่ายเบี่ยงเป็นเรื่องไร้สาระได้ทุกเมื่อเหมือนจงใจเก็บซ้อนอะไรสัก อย่างไว้เสมอ จนไคขี้เกียจจะไปล้วงคอหาความจริงจากเธอ

ไค ถอนหายใจเสียงดังอย่างบ่งบอกถึงความเหนื่อยหน่ายอย่างไม่ปิดบัง และเตรียมตัวเดินไปยังโรงฝึกดาบของซานาดะเพื่อไปเอากระดิ่งคุ้มภัยตามที่ วิญญาณหญิงสาวสั่งไว้

ดู ท่าว่าวันนี้พ่อกับแม่เขาคงกลับดึกอย่างไม่ต้องสงสัย แถมคงเป็นงานยากเข้าขั้นถึงได้ไปพร้อมกันสองคน พนันว่าทั้งเลนยะและคิเอ็นจิไม่กลับมาบ้านง่ายๆแน่คืนนี้

แล้วไปรับงานที่ไหนล่ะ ไคบ่นพึมพำกับตนเองโดยไม่ทันสังเกตเห็นเด็กสาวร่างเล็กที่กำลังก้มหน้าก้มตา เดินอ่านการ์ตูนอย่างชำนาญเงยหน้ามองเขาเล็กน้อยก่อนก้มลงไปอ่านการ์ตูนใน มือต่อ

 

 ตกลกเราจะนอนที่นี่จริงๆรึ... เจ้าอาวาสกับคุณโยริโกะไม่ว่ารึไง ซานาดะเอ่ยคำถามเด็กสาวร่างเล็กหลังเสร็จจากการทานอาหารเย็นบนโต๊ะญี่ปุ่น ตัวยาว ซึ่งอาหารแต่ะละอย่างที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้าล้วนเป็นฝีมือของเขาทั้งนั้น

ก็ อย่างว่าจะหวังพึ่งให้โซเคนโย เลนยะเป็นแม่บ้านแม่เรือน คงเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อมเกินไปสำหรับเขาหรือหลานชายเพียงคนเดียว หรืออาจรวมถึงท่านเจ้าปีศาจที่ดันหลวมตัวมาเป็นสามีของเจ้าหล่อนด้วย

ฮา ยะที่ถูกตั้งคำถามละจากถ้วยข้าวที่ตนกินหมดเป็นถ้วยที่ห้าไปมองหน้าชายหนุ่ม ที่นั่งจิมชาอยู่ที่หัวโต๊ะ เธอนิ่งเหมือนกลไกในร่างกายหยุดไปครู่ ก่อนสายศีรษะน้อยๆ

... บอก... แล้ว เธอตอบเรียบ

ไคที่ยอมแพ้ในการกินล้างกินผลาญของฮายะนั่งคาบตะเกียบในปาก พร้อมเอามือเท้าค้างอย่างเซ็งๆกับคำตอบของฮายะ

ทั้ง ที่เขากะว่าลุงของเขาน่าจะช่วยหาทางไล่เด็กสาวร่างเล็กกลับได้ แต่กลายเป็นว่าไม่ชวยอะไรเลยแถมยังมีพยานบุคคลให้มันอยู่ที่นี่ต่อได้อีก ต่างหาก

และ ดูเหมือนลุงเขาจะไม่ใสใจนักว่าฮายะจะค้างที่นี่หรือไม่ อาจจะเพราะศาลเจ้าที่เป็นบ้านเจ้าหล่อนอยู่แค่ฟากตรงกันข้ามกับบ้านของเขา เลยไม่ว่าจะนอนอยู่บ้านเจ้าหล่อนเองหรือบ้านของเขาก็ไม่ต่างกันนัก

ทำไมวันนี้มันต้องเกาะเขาเป็นปลิงซะขนาดนี้ด้วย

ไค เตรียมลุกจะเก็บโต๊ะแม้ฮายะจะยังพุ้ยข้าวถ้วยที่หกเข้าปากไม่หมดอย่างจงใจ แสดงเจตนารมณ์ที่ไม่สบอารมณ์ในตัวเด็กสาว แม้ว่าเธอจะไม่แยแสปฏิกิริยาของเขาก็ตาม

แต่ เพียงแค่ไคก็ลุกขึ้นเขากลับต้องเลี้ยวซ้ายแลขวาอย่างกะทันหัน จนทำให้วิญญาณแม่ทัพหญิงที่เป็นคนเดียวที่ไม่ได้ก้มหน้าก้มตาอยู่กับโต๊ะ อาหารถามขึ้น

เป็นอะไรเจ้าไค

ไคหันมามองใบหน้านวลเนียนของอาเคเดะด้วยสีหน้าสงสัย มีใครเรียกผมเมื่อกี้รึเปล่า

คราวนี้ทุกสายตาหันมามองเด็กหนุ่มเป็นตาเดียวไม่เว้นแม้แต่ฮายะที่ใจจดจ่ออยู่กับถ้วยข้าวของตนในตอนแรก

ไม่นิ ทำไม ซานาดะว่า

ไคใคร่ครวญอยู่สักพัก เขาว่าเขาได้ยินเสียงคนเรียกชื่อเขาตอนกำลังลุกจากโต๊ะ ถึงมันจะไม่ได้ชัดมาก แต่ก็ชัดเกินกว่าจะเป็นการหูแว่ว

ตกลงมีอะไรรึเปล่าเจ้าไค คนเป็นลุงย้ำอีกครั้ง

นัยน์ตาสองสีที่ยังมีแววไม่เข้าใจหมุนไปมองลุงของตน ก่อนเริ่มสายศีรษะช้าๆอย่างไม่ค่อนแน่ใจ เปล่า... คงหูแววเฉยๆ... มั้ง

ซานา ดะและอาเคเดะยังมีสีหน้าสงสัยเช่นเดิม เพราะตลอดซีวิตของพวกเขา ทั้งประสบการณ์และเหตุการณ์ที่พวกเขาผ่านมามันทำให้พวกเขามองอะไรแม้เพียง เรื่องเล็กน้อยอย่างผ่านๆได้  ทั้งเรื่อง หูแว่ว ตาฝาด คิดไปเอง บอกตรงๆว่าพวกเขาแทบจะไม่เคยมี เพราะถ้ารู้สึกอย่างนี้ที่ไรมันต้องมีอะไรซ้อนอยู่สมอ

แน่ใจนะว่าแค่หูแว่ว อาเคเดะหมุนหัวคิ้วถามเด็กหนุ่มอีกครั้งให้แน่ใจ

เขาเพียงไหวไหล่นิดก่อนว่า คิดว่ามั้งครับ

วิญญาณหญิงสาวต้องปล่อยให้เรื่องจบแค่นั้นเมื่อรู้ว่าคงไม่ได้คำตอบมากกว่านี้ แต่เธอก็อดลอบคิดในใจไม่ได้

รีบกลับมาสักที่สิเลนยะ... ท่านคิเอ็นจิ... วันนี้ข้าใจคอไม่ดีเอาซะเลย



                                          *****************************

 

            โซเคนโย ไค...

          ร่าง สูงที่กำลังเปิดเข้าไปในห้องของตนเองต้องตวัดตัวมองรอบตัวกับเสียงปริศนาที่ เรียกชื่อเขาอีกครั้ง นัยน์ตาสีเทาและสีน้ำเงินกวาดมองลอบตัวและพยายามเงี่ยหูที่มีประสาทรับเสียง ดีกว่ามนุษย์ทั่วไปเป็นร้อยๆเท่าอย่างตั้งใจ

            เสียง นั้นเหมือนไม่ได้เรียกเพียงต้องการให้เขาได้ยิน แต่เหมือนต้องการให้เขาตามที่มาของมันไปด้วย เพราะบัดนี้ร่างกายเขาคล้ายจะร่ำร้องให้ขาของตัวเองวิ่งออกไปยังที่ๆหนึ่ง ราวมีคนมาฉุดรั้งตลอดเวลา

            ใจเขาอยู่ไม่สุขเอาซะเลย

            อย่าออกไปไหนตอนกลางคืน

            คำ เตือนของพ่อที่ฝากท่านหญิงอาเคเดะมาเตือนเขาค่อยเป็นสำนึกที่ทำให้เด็กหนุ่ม ยังไม่คิดออกไปไหนเมื่อเงยหน้ามองแสงจันทร์เสี่ยวที่ส่องแสงอ่อนอยู่บนท้อง นภายามค่ำคืน

            ไคพยายามไม่สนใจเสียงแววที่ลอยมากระทบโสตประสาท ก่อนหมุนตัวเตรียมเข้าห้องนอนของตน

            โซเคนโย ไค...

            วูบ

          คราว นี้ไคตวัดตัววูบพลัน และนัยน์ตารอบนี้ยิ่งกวาดวนอย่างร้อนรนมากขึ้นอีก เหมือนกับว่าเขาเริ่มจะไม่สามารถต้านทานเสียงเรียกได้อีกแล้ว ขายาวๆของเด็กหนุ่มกำลังก้าวออกไปช้าๆ ก่อนเริ่มเร่งฝีเท้าขึ้นและเปลี่ยนเป็นวิ่งบนระเบียงไม้ที่ทอดยาวด้วยสี หน้าที่ยังพยายามหาต้นต่อของเสียงเรียก

            ใคร... อยู่ที่ไหน

          ไค ตั้งคำถามในหัวพลางวิ่งลงมาจากระเบียงไม้โดยไม่คิดสนใจสิ่งรอบตัว เสียงเรียกเหมือนเป็นแรงกระตุ้นให้ร่างกายของเขาวิ่งตามไปโดยไม่รู้จุดหมาย เขารู้สึกถึงขาสองข้างของเขาวิ่งได้ไวกว่าปกติ ไวมากกว่าจะเป็นการวิ่งของมนุษย์ธรรมดา ก่อนที่เขาจะพุ่งตัวกระโดดข้ามรั้วบ้านที่สูงเกือบสามเมตรเพียงพรวดเดียว ร่างสูงของเขาก็ลงมานั่งชั่นเขาข้างหนึ่งอยู่บนพื้นนอกตัวบ้านเรียบร้อย โดยที่ช่วงจังหวะตอนที่ร่างของเขากระโดดข้ามมานัยน์ตาสีเทาที่เป็นลูก นัยน์ตาดำของเขามีปฏิกิริยาการบีบตัวจนคล้ายนัยน์ตาของสัตว์ป่าขึ้นมาฉับ พลัน

            ไค ลุกขึ้นช้าๆหมุนตัวไปมองรั้วบ้านที่ตนพึ่งกระโดดข้ามมาได้อย่างง่ายดายจนดู น่าเหลือเชื่อกับตัวเขาที่ไม่ค่อยถนัดการใช้ความสามารถที่เป็นสายเลือดจาก เจ้าปีศาจด้วยสายตาที่งุนงงในการกระทำของตน ในขณะที่เขาพยายามกระพริบนัยน์ตาข้างที่เป็นสีเทาหลายครั้งจนกระทั้งลูก นัยน์ตาที่คล้ายสัตว์ป่าของเขากลับมาเป็นนัยน์ตาสีเทาปกติ

            นี่มันเรื่องอะไรวะเนี่ย เด็กหนุ่มยังใช้มือกดนัยน์ตาข้างสีเทาของตนพลางสบถอย่างไม่เข้าใจนัก

            ชั่ว วูบหนึ่งที่เขากระโดดข้ามรั่วบ้านมาเขารู้สึกถึงว่าระบบสัมผัสในร่างกายเปิด วูบออกมามากกว่าเดิม นัยน์ตาข้างสีเทาของเขาชั่วขณะหนึ่งเหมือนสามารถมองเห็นสิ่งรอบตัวช้าลง เสมือนให้เขาเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจนแม้แต่ใบไม้เล็กๆที่ปลิวผ่านหน้าไป รวมถึงราวกับว่าเขาสามารถมองได้ไกลอย่างรวดเร็วราวภาพเลนส์ในกล้องที่ถูกซูม ออกจนมองเห็นไปถึงในตัวเมืองที่ไกลถึงสิบกิโลเมตร แถมกลิ่นที่เขาได้รับยังแจ่มชัดและเขาสามารถแย่งมันออกได้ทุกกลิ่นอย่างรวด เร็ว อีกทั้งเสียงที่ได้ยินเขารับรู้มันได้จากบ้านทุกหลังในระยะห้ากิโลเมตรโดย เขาสามารถบอกได้เลยว่าตอนนี้ผู้คนในบ้านแต่ละหลังกำลังทำอะไรอยู่

            ที่สำคัญราวกับช่วงเวลานั้นตัวเขาไม่ใช่ตัวเขาเลย

            ไคลอบ กลืนน้ำลายลงคอที่แห้งพราก เขารู้ดีว่าตัวเองมีสายเลือดปีศาจอยู่ครึ่งหนึ่ง แต่ตลอดมามันไม่เคยแสดงสายเลือดที่มีอยู่นี้ได้แจ่มชัดเท่านี้มาก่อน

            มีบางอย่างกำลังกระตุ้นสัญชาติญาณของเขา

            โซเคนโย ไค...

          ไค ตวัดใบหน้าตามเสียงเรียกอีกครั้ง ความสนใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนถูกเก็บเข้ากล่องล็อคกุญแจ ก่อนที่เขาจะออกตัววิ่งอย่างรวดเร็วไปตามบางสิ่งที่กำลังร้องเรียกเขา

            นั่นเจ้าไคใช่ไหม!” เสียง สูงจากวิญญาณหญิงสาวที่ลอยออกมาจากตัวบ้านอย่างรวดเร็วหลังจากสังเกตเห็น เด็กหนุ่มทรงผมตั้งๆในชุดนักเรียนวิ่งหลังไวๆผ่านห้องกินข้าวไป

            เธอลอยออกมาทันเห็นเพียงแผ่นหลังของไคหายข้ามรั่วบ้านไป

            ซานาดะวิ่งมาหยุดที่ข้างวิญญาณหญิงสาวด้วยสีหน้าที่มีความกังวลไม่แพ้วิญญาณข้างตัว

            เจ้าเด็กนั้นจะไปไหน กำชัดไม่ให้ออกจากบ้านตอนกลางคืนแล้วไม่ใช่รึไง ซานาดะว่าเสียงเครียดมองที่ประตูไม้คู่บานสูงอย่างไม่รู้ว่าจะไปตามตัวเด็กหนุ่มอย่างไร

            อาเคเดะทบทวนความคิดอยู่เล็กน้อยก่อนพอจะเข้าใจเรื่องทีเกิดขึ้นบ้าง เจ้าไคบอกว่าได้ยินเสียงเรียก เธอว่าอย่างรวดเร็ว บางที่อาจตามเสียงนั่นไป

            งั้นจะรู้ได้ยังไงว่าไปไหนล่ะครับ ชายหนุ่มเรือนผมสีดำสนิทถามกลับด้วยความร้อนรน สังหรณ์เขาชักไม่ดีแล้ว ปกติไคไม่ใช่เด็กที่จะพรวดพราดออกไปแบบนี้ แถมเขากำชับแล้วกำชับอีกเรื่องอย่าออกไปไหนตอนกลางคืนแท้ๆ มันต้องมีอะไรบางอย่างทำให้หลายชายของเขาเกิดอยากขัดคำสั่งเลนยะกับคิเอ็นจิ ได้

            อา เคเดะระบายลมหายใจพลางสายศีรษะอย่างจนปัญญา เธอรู้ดีซานาดะไม่มีทางไล่ตามเด็กหนุ่มครึ่งปีศาจได้ทันแน่ๆ แล้วตัวเธอเองก็ไม่รู้ว่าจุดหมายที่เขาไปว่าอยู่ที่ไหน เธอก็ตามเขาไปไม่ได้อยู่ดี

            คงต้องรอท่านคิเอ็นจิให้มาตามหาเจ้าไคเองแล้วล่ะค่ะ อาเคเดะเสนอสิ่งที่ทำได้ตอนนี้อย่างกรัดกลุ้มเมื่อเธอเหลือเพียงทางนี้เท่านั้นที่คิดออก

            ซานาดะเป็นฝ่ายต้องถอดถอนใจอีกคนพลางขยับแว่นตาบนดวงหน้าคมที่เต็มไปด้วยความกังวล

            แค่หลายชายคนเดียวเขาดูแลไม่ได้เลยรึไงกัน

            ... ไป... เอง...

            ทั้งอาเคเดะและซานาดะต่างตวัดใบหน้าไปมองข้างหลังของตนทันใดกับเสียงเย็นๆเสียงหนึ่งที่เอ่ยขึ้นเนิบนาบข้างหลังของพวกเขา

            เด็ก สาวผมบ็อบตัดละไหล่เล็กๆยืนนิ่งอยู่ข้างหลังซานาดะและอาเคเดะตั้งแต่เมื่อ ไหร่ไม่มีใครรู้ จนทำให้ทั้งคนทั้งผีเบื้องหน้าของเธอขมวดคิ้วชนกันอย่างฉงนกับการปรากฏตัว โดยไม่ให้สุ่มให้เสียงของเจ้าหล่อน เล่นเอาพวกเขาไม่แน่ใจเข้าไปทุกทีว่าเด็กสาวที่ชื่อคุโนยูกิ ฮายะคนนี้ยังเป็นคนอยู่แน่รึเปล่า

            เมื่อเธอทำตัวห่างไกลคำว่ามนุษย์มากขึ้นทุกที

            เมื่อกี้เจ้าว่าอย่างไรนะ อาเคเดะถามร่างเล็กกลับ พยายามไม่ติดใจการปรากฏตัวของเธอ

            ... จะ... ตามไป...เอง... ฮายะตอบเนิบๆ

            แล้วเราจะไปตามเจ้าไคที่ไหน ซานาดะหรี่นัยน์ตามองร่างเล็กตรงหน้าอย่างแคลงใจ



                                                        ********************************

           

            ตุบ

            ร่าง สูงในเครื่องแบบนักเรียนกระโจนข้ามรั่วสูงของโรงเรียนเอกชนโยโคลงบนพื้นดิน อย่างง่ายดาย ก่อนลุกขึ้นและก้าวเร็วๆตรงเข้าไปในอาคารเรียน

            อยู่ที่นี่งั้นเหรอ ไคเปรยกับตนเองขณะกวาดมองทั่วบริเวณโรงเรียนหรู ซึ่งเสียงปริศนาที่เรียกเขามาจนถึงโรงเรียนของเขาเองตอนนี้เงียบหายไปแล้ว

            ไค ก้าวช้าๆอย่างระวังตัวเมื่อถึงตัวอาคารเรียน เขารู้ว่าโรงเรียนเอกชนโยโคขึ้นชื่อเรื่องภูตผีปีศาจชนิดที่ถ้าไม่ระวังตัว อาจได้นอนจมกองเลือดกลายเป็นศพพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งได้ง่ายๆ

            แล้วเขาควรจะสำนึดได้ตั้งแต่แรกว่าเสียงที่เรียกเขาอาจเป็นเสียงของสิ่งที่ทำให้เขาอาจกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งได้จริงๆ

            แต่ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้วเด็กหนุ่มก็ขอดูก่อนว่าอะไรกันแน่ที่สามารถทำให้ร่างกายของเขาอยู่ไม่สุขจนต้องไล่ตามมาถึงนี้ได้

            เด็ก หนุ่มลัดเลาะไปตามผนังอาหารด้วยความรู้สึกโหวงๆแหวงๆตามบรรยากาศของโรงเรียน เขาพยายามหาหน้าต่างบานที่ภารโรงของโรงเรียนอาจลืมปิดเพื่อจะได้เข้าไปในตัว อาคารเรียน

            คลืด

            แต่ เพียงหน้าต่างบานแรกที่เขาเจอมันก็สามารถเปิดออกได้ทันทีจนไคอดแปลกใจไม่ได้ เด็กหนุ่มรองเปิดหน้าต่างบานอื่นที่อยู่ใกล้ๆ และเขาก็ยิ่งต้องชักหัวคิ้วรู้สึกพิกลกับหน้าต่างทุกบานที่ไม่มีการล็อคไว้ แม้แต่น้อย

            ล่อให้คนมาขโมยของรึไง เด็กหนุ่มบ่นเบาๆก่อนปีนหน้าต่างเข้าไปภายในตัวอาคารที่เป็นระเบียงทางเดินที่ทอดยาวตลอดแนว

            ความ มืดบนระเบียงสะอาดเอี่ยมทำให้บรรยากาศที่ไม่สู้ดียิ่งแย่ลงกว่าเก่า ไคมองซ้ายมองขวาแล้วอยากตั้งคำถามกับตัวเองว่าอะไรดลใจให้เขายอมเสี่ยงมาถึง สถานที่ที่รู้ดีว่าไม่ปลอดภัยแบบนี้

            ใจหนึ่งมันก็อยากทำหูทวนลมวิ่งกลับบ้านไปซะเดี๋ยวนี้ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่ามันมีอะไรอยู่กันนี้

            เจ้าสิ่งที่เรียกเขามาคืออะไรกันแน่

            ไค หลับนัยน์ตาข้างสีน้ำเงินของตนลงและใช้นัยน์ตาสีเทาที่ได้รับมาจากพ่อของตน มองในความมืด ในเวลาแบบนี้ความสามารถปีศาจของเขาถือว่าเป็นประโยชน์กับเขามาก

            เด็ก หนุ่มครึ่งปีศาจขึ้นมาอีกชั้นซึ่งตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไปเริ่มเป็นห้องเรียน ปกติ เด็กหนุ่มเงี่ยหูหาต้นต่อเสียงปริศนาอย่างใจจดใจจ่อโดยไม่ได้ทันสังเกตรอบ ข้างให้ดีโดยเฉพาะบนระเบียงหน้าห้องเรียนที่อยู่ข้างหลังของเขา

            ดูเหมือนเลือดปีศาจที่ไหลวนอยู่ในตัวของนายมันคงเข้มข้นพอสมควรเลนนะโซเคนโย ไคอาคมอัญเชิญปีศาจเลยใช้กับนายได้ผล...

            มือที่กำลังจะเปิดประตูห้องเรียนห้องหนึ่งของไคค้างนิ่งพลันเมื่อมีเสียงๆหนึ่งที่เขาคุ้นหูเอ่ยหยันอยู่ข้างหลังของเขาอย่างเยือกเย็น

            ไค ค่อยๆหมุนตัวไปเผชิญหน้าอาคันตุกะแปลกหน้า และเขาก็ต้องยิ่งประหลาดใจเมื่อบุคคลที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าของเขาเป็นคน ที่เขาพึ่งพบเมื่อตอนกลางวัน

            ร่าง บางในความมืดเบื้องหน้าเด็กหนุ่มครึ่งปีศาจยืนกอดอกนิ่งด้วยท่าทางสงบ ขณะจ้องมองร่างสูงของเขาอย่างเหยียดๆผ่านหลังกรอบแว่นวงรี เธออยู่ในชุดนักเรียนไม่ต่างจากเขา เว้นเพียงเสื้อผ้านักเรียนที่เธอสวมใสไม่มีการผิดระเบียบแม้แต่น้อย แสงนวลจากพระจันทร์สะท้อนเพียงเสียวหน้าของเด็กสาว

            ประธาน... ไคชักหัวคิ้วแน่นเรียกอีกฝ่ายด้วยสถานะของเธอแทนชื่อ เขายังฉงนกับการปรากฏตัวของเจ้าหล่อน

            ทำไม เด็กผู้หญิงคนเดียวถึงได้มายืนอยู่ในอาคารเรียนมืดๆค่ำๆคนเดียว แถมทีท่าของเธอมันช่างเหมือนกำลังหาเรื่องเขา โดยเฉพาะนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่สายตาปีศาจของซึ่งมองผ่านความมืดเห็นว่ามัน กำลังมองเขาด้วยความเหยียดหยันกึ่งเย็นเยียบจนราวกับเธอกำลังจับจ้องศัตรู ตัวร้ายอยู่อย่างไงอย่างงั้น

            ... เธอเป็นคนเรียกฉันมางั้นเหรอ ไคตั้งคำถามอีกครั้ง เมื่อไตร่ตรองเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น

            ตั้งแต่เสียงแรก การปรากฏตัวของประธานนักเรียนสาว คำพูดของเธอ และกลิ่นอาคมจากตัวเธอ

            โอกุเระ โยรุไม่คิดตอบคำถาม เธอไล่สายตามองไคตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างที่เธอทำตอนกลางวันตอนที่เจอเขาครั้งแรก

            เด็กสาวเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนหมุนนัยน์ตาขึ้นสบนัยน์ตาสองสีของไคที่ยังมีสีหน้าไม่เข้าใจอีกครั้ง พลางว่าขึ้นเสียงเย็นยะเยือกว่า

            ฉัน... เคยบอกนายไปครั้งหนึ่งแล้วใช่ไหมว่า... ถ้าฉันเจอนายอีกและนายยังไม่ปรับปรุงตัวเรื่องการแต่งตัว คะแนนความประพฤติของนายจะถูกตัด

            เพียง สิ้นคำของโยรุ ไคก็ต้องเบิกนัยน์ตากวางขึ้นเมื่อตนพึ่งเห็นว่าในมือสองข้างของเด็กสาวรุ่น พี่ถือแผ่นยันต์สีแดงสดไว้ และเท่าที่เขาพอจะอ่านต่อได้คือแผ่นยันต์พวกนั้นจะต้องถูกใจกับเขาอย่างแน่ นอน

            ไคตวัดใบหน้าตื่นๆมองหน้าเด็กสาวที่เขาพอจะรู้จุดประสงค์ของเธออีกครั้ง ก่อนว่าเสียงกร้าว เธอเป็นใครกันแน่!”

            โยรุชูแผ่นยันต์ในมือข้างหนึ่งขึ้น และยังตอบกลับเสียงราบเรียบหากแต่เย็นชาว่า ฉันว่า... ความประพฤติของนายตอนนี้เหลือศูนย์แล้วโซเคนโย ไค

            ดูท่าว่าหน้าต่างแต่ละบานบนอาคารเรียนจะไม่ได้เปิดล่อขโมยที่ไหน แต่คงเปิดล่อเขามากกว่าซะแล้ว




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
บทความผีเข้าของ B 13 s.t ตอนที่ 2 : โซเคนโย ไค (2) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3930 , โพส : 3 , Rating : 49% / 18 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 3 : ความคิดเห็นที่ 1783
ชักจะชอบฮายะขึ้นมาแล้วสิ
Name : Meen_Gun < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Meen_Gun [ IP : 223.24.76.156 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ธันวาคม 2559 / 21:08
# 2 : ความคิดเห็นที่ 1665
กรี๊ดดดด!!!!! ตีพิมพ์เลยค่ะ อยากเก็บ
จากแม่ก็ถึงคราวลูกแล้ว อยากเก็บจริงๆ
Name : KIMKULL [ IP : 1.1.192.253 ]

วันที่: 25 พฤศจิกายน 2557 / 10:23
# 1 : ความคิดเห็นที่ 378
สนุกดี
Name : rot [ IP : 125.25.185.133 ]

วันที่: 27 พฤษภาคม 2556 / 23:39
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android