คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

บทความผีเข้าของ B 13 s.t

ตอนที่ 15 : CUBIC FINAL ภาคพิเศษ(1) (ก่อนรีไรท์)


     อัพเดท 6 มี.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/อื่น ๆ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : B 13 s.t ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ B 13 s.t
My.iD: https://my.dek-d.com/satancrow
< Review/Vote > Rating : 99% [ 23 mem(s) ]
This month views : 872 Overall : 179,803
1,977 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 2073 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
บทความผีเข้าของ B 13 s.t ตอนที่ 15 : CUBIC FINAL ภาคพิเศษ(1) (ก่อนรีไรท์) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 48780 , โพส : 58 , Rating : 52% / 117 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



คุยกับผู้เขียน

เป็นตอนพิเศษของ CUBIC FINAL ภาคก่อนรีไรท์นะครับ

ซึ่งผู้เขียนจะไม่แก้คำผิด หรือเนื้อหาใดๆ แค่ลงเพื่อให้อ่านเปรียบเทียบไปเฉยๆ

ส่วนบทที่ 2 จะเอามาลงพร้อมบทที่ 2 ของภาคพิเศษรีไรท์แล้ว

อันนี้ถือว่าอ่านปลอบใจไปก่อน และในภาครีไรท์กับก่อนรีไรท์อาจมีบางฉาก

ที่เหมือนกันนะครับ ดังนั้นถ้าอ่านบทนี้ แล้วไปอ่านในรีไรท์อาจเจอฉากที่ซ้ำกันบางฉาก

เพราะผู้เขยนต้องการเปรียบเทียบเนื้อหาสองด้านที่

คือหลานเซ่อความจำเสื่อม กับนาคความจำเสื่อม

ดังนั้นจึงเป็นเหมือนโลกคู่ขนาดระหว่างภาคก่อนรีไรท์กับรีไรท์แล้ว






************************************





            สิ้นคำกล่าวสุนทรพจน์สียงปรบมือ และเฮลั่นอย่างมีความสุขจากนักศึกษานับพันคนในชุดครุยสีดำก็กระหึ่มขึ้นรอบ ตัว พิธีจบการศึกษายังคงดูศักดิ์สิทธิ์และเปี่ยมมนต์ขลังไม่ว่าจะเป็นที่ใด เพราะมันคือความสำเร็จไปอีกขั้นของผู้จบการศึกษา และเป็นการเริ่มต้นก้าวใหม่ที่แตกต่างกันออกไปเมื่อออกจากรั้วมหาวิทยาลัย อันทรงเกียรติของทุกคน... และรวมถึงหญิงสาวชาวไทยที่ยามนี้อยู่ในนามหญิงสาวชาวฮ่องกงที่ชื่อหลิน หย่งไท่ด้วยเช่นกัน... แม้จะเป็นก้าวที่แตกต่างจากคนอื่นไปมากหน่อยก็ตาม
 

            นาคต้องล้วงมือเข้าไปใต้เสื้อครุยของตน ก่อนหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันเป็นกล่องใส่แหวนที่ทำจากไม้และมีลายแกะสลักเป็นรูปดอกท้ออย่างประนีตบนฝากล่อง เธอเปิดฝามันขึ้นมา ก่อนนัยน์ตาสีดำจะก้มมองแหวนวงใหญ่ที่อยู่ภายใน มันเป็นแหวนดีไซน์เฉพาะทำจากแพลทตินั่ม ที่ฝังเพรชน้ำเงินเทาเข้มแฟนซีที่พอเหมาะกับตัวเรือนไว้เป็นจุดเด่น... แน่นอนว่าตามหลักแล้วแหวนในมือนี่ไม่ใช่ของเธอ แต่เป็นของหลานเซ่อ ส่วนของเธอตอนนี้อยู่กับหลานเซ่อ ซึ่งอาทิตย์หน้าเธอถึงได้สวมมันคืนให้เขา

 

            ใช่...อย่างที่คิด... อีกอาทิตย์หนึ่งจะถึงวันแต่งงานของเธอกับหลานเซ่อ  

 

            หาก ยังไม่ทันที่นาคจะได้เก็บกล่องแหวนเข้าที่ดี วงแขนเรียวเล็กข้างตัวก็ตวัดวูบมาคล้องแขนเธอให้เดินฝ่าฝูงคนออกมา ก่อนเสียงคุ้นหูจากเพื่อนสาวชาวอังกฤษจะร้องถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

 

            ว่าไงว่าทีเจ้าสาวเจนหันมากล่าวเสียงสดใส และอดจะล้อเลียนคนข้างตัวด้วยสีหน้ากระเง้ากระงอนนิดๆ ไม่ได้ว่า เหลือเชื่อเลยว่าอย่างเธอจะหนีไปแต่งงานก่อน

 

            นาคไม่ได้ตอบ แต่หัวเราะแห้งๆ รับ อย่างไม่รู้จะแก้ตัวยังไง ในขณะที่อีกเสียงข้างตัวก็เอ่ยขึ้นว่า

 

            แต่มันไม่ไวไปหน่อยเหรอ เรียนจบอาทิตย์เดียวก็แต่งเลยน่ะ ครั้งนี้เป็นร่างอวบของมัลเลเน่ที่ยังคงติดนิสัยขี้กังวลมาตั้งคำถามขณะเดินตามต้อยๆ ไม่ห่าง หากแต่เสียงแหลมสูงจากสาวชาวญี่ปุ่นก็สวนขึ้นแทนคนถูกถามทันใดว่า

 

            เป็นฉันถ้าได้เจ้าบ่าวหล่อรวย เพอร์เฟ็คขนาดนั้นแต่งเดี๋ยวนี้เลยก็ได้ แต่เมื่อจบคำมานามิกลับหันไปปรายมองนาคด้วยสายตามีเลศนัย ก่อนทำท่าปิดปากเหมือนเพิ่งนึกเรื่องน่าตกใจออกได้อย่างเสแสร้ง ก่อนเธอจะทำทีอุทานเสียงสูงว่า เอ๊ะ แต่จะว่าไป เจ้าบ่าวเป็นใครกันแน่ล่ะเนี่ย

 

และ ยังไม่ทันที่คนถูกล้อจะได้แย้งอะไร คำพูดสนุกสนานที่เหมือนรอโอกาสอยู่แล้วจากบาบิต้าสาวอินเดียวหน้าคมก็เอ่ย แทรกขึ้นทันใด จะเป็นท่านประธานคาเว่นคอร์ปอเรชั่น เดนีส เจมส์ คาเว่น อดีตนายแบบชื่อดังสุดฮอตแห่งอังกฤษ พร้อมควบตำแหน่งชายในฝันห้าปีซ้อนรึเปล่า โอ๊ะ... ความจริงหกแล้วสิ

 

             “หรือชายในฝันที่มีรูปซ่อนในหนังสือ ว่าที่คู่หมั้นสุดหล่อ รวย มาดเย็นชา สุขุมกระชากใจ กับเสน่ห์ลึบลับชวนหลงไหลแต่น่าค้นหาให้ถึงตับไตไส้พุง หล่อแบบกินกันไม่ลงกับคุณคาเว่นเจนต่อถ้อยคำบาบิต้าพลัน และทำท่าเคลิบเคลิ้มอย่างล้อเลียน

 

            ในขณะที่มานามิก็หันมาหลิ่วตาให้เพื่อนชาวฮ่องกง พร้อมส่งคำถามฉีกยิ้มไม่น่าไว้ใจมาให้ว่า หรือจะเป็นหนุ่มแบดบอย หล่อเข้ม มาดนายแบบ ดูเจ้าเล่ห์เหมือนหมาป่าแต่เร้าอารมณ์จนอยากให้มาขย้ำหัวใจ แบบเพื่อนหนุ่มชาวอเมริกันคนนั้นกัน

 

            ฉันว่าตัดแดนออกไปเถอะ ครั้งนี้นาคอดแย้งกับคนสุดท้ายที่ถูกยกมาอย่างเสียไม่ได้... อีกอย่างถ้าหมอนั่นรู้ว่าถูกยกมาสมอ้างแบบนี้ คงจะโวยหนักกว่าเธอซะอีก

 

            “อ๊ะ แสดงว่าอีกสองคนนับล่ะซิ!” ทว่าสาวญี่ปุ่นสุดเปรี้ยวก็ยังเล่นไม่เลิก แถมได้ทีรุกหนักกว่าเดิมด้วย

 

            ซึ่งคนถูกรุมก็จำต้องลอบถอนหายใจอย่างไม่ถือสา ผสมปลงอนิจจังและเหนื่อยหน่ายเล็กน้อย เพราะรู้สาเหตุดีว่าทำไมหนุ่มๆ แต่ละคนถึงถูกเพื่อนสาวหลากสัญชาติของเธอยกมาหยอกเย้าเธอเล่นสนุกสนานแบบ นี้... มันก็เพราะช่วงเทอมสุดท้ายที่เธอเรียน ชายหนุ่มทั้งสามคนดันโผล่มาถึงมหาวิทยาลัยของเธอแบบครบคนไม่ขาดเลยน่ะสิ

 

            แดนสองครั้ง มาแบบไม่บอกไม่กล่าว มายืนรอที่หน้าหอและลากเธอไปข้างนอกทันใด ก่อนพามาส่งก่อนหอปิดเล็กน้อย ซึ่งเมื่อกลับมาเธอถึงรู้จากเพื่อนๆ ว่าเดนีสมาถามหาตน และเป็นแบบนี้ถึงสองครั้ง แดนมาลากเธอไปในวันที่เดนีสมาพอดี เหมือนเพื่อนตัวแสบของเธอจะรู้อยู่แล้วว่าเขาจะมาเลยจงใจพาเธอออกไป... ไม่ใช่เพื่อหวังดีแน่เธอรู้ แต่มันก็แค่หาทางแกล้งของเล่นชิ้นใหม่ของตนเพิ่มโดยใช้เธอเป็นเครื่องมือ  

 

และ เพราะเดนีสเริ่มมาปรากฏตัวที่มหาวิทยาลัยบ่อยขึ้นโดยอ้างว่าตนอยู่สมาคมศิษย์เก่า มันเลยเป็นการดึงให้หลานเซ่อตามมาในเวลาไม่นาน ซึ่งนาคไม่แน่ใจว่าเป็นแดนที่กระโดดโหยงเหยงหน้าระรื่นไปฟ้องเจ้าพ่อหนุ่มเองรึเปล่า เพราะบางครั้งที่เธอต้องมายืนลำบากใจและปั้นสีหน้ายากเมื่อตื่นมาเจอหลานเซ่อและเดนีสพร้อมกันที่ห้องโถงของหอพัก และในคืนนั้นแดนจะโทรมาคุยด้วยแถมหาทางลากเธอเข้าเรื่องนี้ ก่อนเจ้าตัวจะส่งเสียงหัวเราะสะใจกลับมาตามสายโทรศัพท์โดยไม่สนใจว่าวันนั้น เธอต้องจัดการกับปัญหานี้ยากลำบากขนาดไหนเพื่อไม่ให้มีโศกนาฏกรรมขึ้น เรียกได้ว่าเกือบจะเรียนไม่จบและถูกจับกลับฮ่องกงไปหลายรอบ ถ้านาคไม่ขอเดนีสให้มาประชุมสมาคมศิษย์เก่าน้อยกว่านี้หน่อย หรือไม่มาเลยจนกว่าเธอจะจบ ไม่อย่างนั้นเธอต้องกลับฮ่องกงสถานเดียว ซึ่งเหมือนคำว่าโดนจับกลับฮ่องกงจะช่วยหยุดเขาได้พอควร เพราะแม้ว่าบางครั้งเธอยังเห็นท่านประธานคาเว่นคอร์ปอเรชั่นที่มหาวิทายาลัย กับคณาจารย์คนอื่น ที่คงเป็นศิษย์เก่าเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่ได้ทักหรือเล็งเป้ามาที่เธอโดยตรง... ทว่าก็ยังเล่นมองตามไม่ละสายตาจนเธอแทบวิ่งหนีเหมือนเดิม   

 

และเหมือนคิดถึงผี ผีก็มา เมื่อนาคดันเงยหน้าไปเห็นร่างสูง เจ้าของเรือนผมสีทองสว่าง ที่โดดเด่นท่ามกลางเหล่านักศึกษาในชุดครุย และโดนสาวๆ รอบตัวมองตามจนคอแทบหักยืนกอดอกอยู่ไม่ไกล คล้ายกำลังรอคน และนาคไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองนัก แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ คนที่เขากำลังรอคงไม่พ้นตัวเธอเอง แถมนาคยังเห็นว่าในมือเรียวแข็งแรงถือกล่องอะไรสักอย่างขนาดไม่ใหญ่มากห่อด้วยกระดาษสีทองบรอนซ์เรียบหรูคล้ายกล่องของขวัญด้วย... แต่เธอไม่คิดหาคำตอบว่ามันเป็นอะไร และแทบวิ่งหนีไปมุดใต้เก้าอี้ที่จัดไว้ให้นั่งฟังสุนทรพจน์กลางแจ้งนั่นทันที

 

แต่เพียงขยับตัวออกจากเจนที่กอดแขนเธออยู่ ซ้ำยังชี้ชวนให้เพื่อนๆ รอบตัวมองไปยังเดนีสพร้อมส่งเสียงวี้ดว้ายกันอย่างตื่นเต้น นัยน์ตาสีฟ้าคมๆ คู่สวยก็ดันตวัดหันมาทางเธอก่อนเหมือนนกรู้ ก่อนขายาวๆ จะก้าวผ่านฝูงนักศึกษาตรงมาอย่างไม่รีรอ และนาคเองก็ไม่คิดทำตัวมีมารยาท แต่หมุนตัวเตรียมวิ่งแบบไม่คิดสนคำทักท้วงของเพื่อนๆ รอบตัว

 

ทว่าแค่ตวัดตัวกลับ เธอกลับต้องหงายหลังลงไปนั่งบนพื้นหญ้าทันใด เมื่อหันไปชนเข้ากับบางสิ่งเต็มแรง

 

โอ๊ย” ร่างที่นั่งอยู่บนพื้นต้องยกมือกุมจมูกที่กระแทกอะไรสักอย่างเข้าอย่างจัง ก่อนนาคจะได้ยินเสียงเพื่อนๆ ด้านหลังร้องกรี๊ดเบาๆ ขึ้นมาอีกเมื่อมองมาทางตน

 

และ กว่านาคจะรู้ว่าตัวเองชนอะไรเข้า เจ้าสิ่งกีดขว้างสูงใหญ่นั่นก็ก้มตัวลงมานั่งยองๆ คุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้า พร้อมมีผ้าเช็ดหน้าสีอ่อนจากมือเรียวแข็งแรงยื่นมาเช็ดที่จมูกแดงๆ ของเธอให้อย่างเบามือแม้จะไม่มีเลือดออกก็ตามที ก่อนเสียงทุ้มต่ำฟังสุขุมเยือกเย็นจะเอ่ยขึ้นเบื้องหน้า
 

จะไปไหน

 

หลานเซ่อ!” นาคต้องอุทานชื่ออีกฝ่าย ก่อนมองเขาตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจ ฉันนึกว่าวันนี้นายติดงานเธอต้องมุ่นหัวคิ้วเล็กน้อย เพราะเหมือนจำได้ดีว่าคนตรงหน้ากำลังยุ่งเรื่องงานที่พยายามจัดการให้เสร็จสิ้นก่อนถึงอาทิตย์หน้า ซึ่งเป็นวันสำคัญ จนไม่น่าจะว่างมางานรับปริญญาเธอทันได้ แถมเมื่อวานเขาไม่บอกด้วยซ้ำว่าจะมาอังกฤษ

 

จัดการหมดแล้วหลานเซ่อตอบเรียบง่าย และไม่อธิบายอะไรให้ชัดกว่านั่น นอกจากลุกขึ้นพร้อมช้อนใต้แขนสองข้างของนาคให้ลุกขึ้นตาม แต่ท่าทางแบบนั้นมันทำให้เหมือนร่างสูงสง่ากำลังกอดคนตัวเล็กกว่าอยู่ เลยกลายเป็นเรียกเสียงร้องกรี๊ดกร๊าดเบาๆ จากเหล่าเพื่อนของว่าที่เจ้าสาวเขาได้อีกครั้ง

 

นาคปั้นหน้ายากนิดๆ และมีสีแดงจางๆ บนแก้มกับเสียงเพื่อนๆ และไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมาเฟียหนุ่มไม่แค่ดึงมือตนขึ้นไปก็พอ ซ้ำตอนนี้ยังไม่ยอมคลายวงแขนแกร่งออกจากใต้แขนเธอ และไม่ทันที่นาคจะได้ถอยออกห่างร่างสูงสง่าของหลานเซ่อ ใบหน้าธรรมดากลับถูกกดลงมาให้ซบอกกว้างใต้เสื้อโค้ททันใด พร้อมแรงกระชับรอบตัวก็แน่นขึ้นฉับพลันจนคนถูกกอดกะทันหันตกใจเล็กน้อย ก่อนเธอจะได้ยินเสียงทุ้มลึกทว่าขุ่นมัวกระซิบเหนือศีรษะว่า

 

แล้วถ้าไม่รีบเคลียร์งาน... ตัวเกะกะคงตามไม่เลิก
 

นาค ต้องปรายนัยน์ตาสีดำไปด้านหลังตามสายตาของหลานเซ่อทันใด ก่อนจะเข้าใจสาเหตุที่อยู่ๆ มาเฟียหนุ่มก็ดึงเธอเข้าแนบอกตัวเองหน้าตาเฉย เมื่อเห็นชัดว่าเดนีสเดินมาหยุดอยู่ไม่ไกลตัวเธอและเขาตั้งแต่เมื่อไหรไม่รู้ และดูเหมือนการเผชิญหน้าของสองหนุ่มจะยิ่งเรียกเสียงฮือฮาจากเพื่อนเธอได้มากขึ้น แถมเรียกสายตาสาวๆ หลายคนที่หันมามองคนหล่อผิดมนุษย์มนาแบบแพ็กคู่ให้เยอะกว่าเดิมอีกด้วย

 

และนาคยิ่งต้องเบ้หน้าและวางตัวลำบากขึ้นไปอีกเมื่อได้ยินเสียงมานามิลอยเข้าหูมาว่า ว๊าย รถไฟชนกัน

 

และแม้นัยน์ตาสีฟ้าคู่คมจะฉายความไม่สบอารมณ์วูบหนึ่งเมื่อเห็นว่าคนอ่อนวัยกว่าที่เขาตั้งใจมายืนรอ อยู่ในอ้อมแขนแกร่งของคนเป็นมาเฟียแบบจงใจประกาศสถานะระหว่างตนและหญิงสาวชัดเจน แต่ไม่นานซีอีโอแห่งคาเว่นคอร์ปอเรชั่นกลับหันมาเอ่ยถามเจ้าหล่อนแทนอย่าง ไม่สนร่างสูงสง่าอีกคนเลย

 

เมื่อกี้เธอวิ่งหนีฉันใช่รึเปล่า

 

ก็...

 

ก็ควรหนีทุ้มลึกแทรกขึ้นตอบแทน พร้อมนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนคู่เรียวคมทรงอำนาจก็ยิ่งหรี่ลงส่งแรงกดดันและไฟเย็นในนั้นให้ชายหนุ่มชาวอังกฤษ พลางเน้นย้ำเย็นเยียบ และคนบางคนก็ควรเลิกไล่ตามของของคนอื่นซะที

 

เดนีสนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งกับคำประกาศชัดจนเหมือนเป็นคำสั่งจากมาเฟียตรงหน้า เขาเองก็ชักหัวคิ้วตนนิดทันใดกับสิ่งที่ได้ยิน และเผลอกำกล่องของขวัญในมือตนแน่นขึ้นเล็กน้อย กระนั้นคนที่ลงทุนตื๊อมาตลอดเกือบหนึ่งปี ก็กลับมาวางใบหน้านิ่งได้เช่นเดิม พลางว่าขึ้นอย่างไม่กลัวเกรง ยังไงก็ยังมีเวลาอีกหนึ่งอาทิตย์

 

งั้นก็อย่าหวังแม้แต่วินาทีเดียวหลานเซ่อสวนเสียงกระด้างดุดันกลับทันใด
 

บรรยากาศ ระหว่างร่างสูงสองร่างมาคุกดดัน และไม่มีฝ่ายไหนยอมลงง่ายๆ แม้ต่างรู้ดีว่าแค่อาทิตย์เดียวไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้ แต่ความรู้สึกภายในมันมีสูงมากกว่าจะสนใจเหตุผลข้อนั้น และก่อนที่จะมีอะไรแย่ไปกว่านี้ คนที่ยังถูกกอดไว้ก็จำต้องดึงตัวออกจากร่างสูงใหญ่ และถอยห่างออกมาจากทั้งเดนีส และคู่หมั้นตน พร้อมพยายามยกมือขึ้นห้ามทั้งสองคนที่จะก้าวตามมา ขณะร้องบอกพลัน

 

ขอเวลานอกจบคำหญิงสาวก็หันมายังคนเป็นมาเฟียที่ดูไม่สบอารมณ์นิดๆ ยามเธอเดินหนีออกไป ทว่านาคก็ต้องรีบเอ่ยดักคอด้วยสีหน้าข้อร้อง คือว่าตามสัญญาแล้ว... วันนี้ฉันต้องโสดไม่ใช่เหรอหลานเซ่อ

             ใช่... เพราะก่อนหน้าถึงวันจบ เธอบอกเขาไปแล้วว่าตนจะขออิสระวันหนึ่งก่อนถึงวันแต่งงาน ซึ่งก็คือวันนี้

 

และการทวงสัญญานั่น ก็ทำให้คนเป็นมาเฟียต้องหยุดนิ่ง เมื่อเขารู้ว่าตนรับปากอะไรเธอไว้ แม้ไม่เต็มใจนัก แต่เมื่อเห็นว่ามันเป็นเหมือนรางวัลสำหรับการเรียนจบ และอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่นาคจะได้ใช้ชีวิตปกติทั่วไป เขาเลยยอมอนุญาตอย่างเสียไม่ได้

 

ซึ่งแม้คำว่าโสดที่หลุดออกมาจากปากนาคจะทำให้ว่าทีเจ้าบ่าวตนหงุดหงิด แต่กลับทำให้ชายหนุ่มจากอังกฤษเป็นฝ่ายอารมณ์ดีแทน  ซ้ำทำท่าจะเดินเข้าหาคนโสดหนึ่งวันตรงหน้า หากเธอก็หันมาที่เดนีสและยกมือห้ามเช่นกัน ก่อนเน้นชัดเจนจนร่างสูงสง่าอีกร่างต้องหยุดชะงักไปอีกคนว่า และโสดก็หมายถึง วันนี้จะมีแต่เพื่อนกับเพื่อน

 

ถ้างั้น ฉันก็เป็นกรณีพิเศษสิ

 

และ เพียงนาคถอยเท้าออกห่างสองหนุ่มไม่นาน เสียงห้าวทุ้มกวนๆ คุ้นเคย และวงแขนแกร่งที่รวบรอบคอเธอไว้อย่างปุบปับก็ประชิดขึ้นด้านหลัง อย่างที่นาคไม่ต้องเดาว่าเป็นใคร เพราะคงมีไม่กี่คนที่ชอบเข้ามาแทรกได้จังหวะดีขนาดนี้เหมือนรอเวลาอยู่นาน แล้ว และนาคเดาได้เลยว่าเขาคงมาพร้อมหลานเซ่อ และกำลังรอดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ พอเห็นสบโอกาส เลยปรากฏตัวออกมาอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียงแบบนี้

 

แต่ทว่าครั้งนี้เธอไม่คิดตามน้ำ นาคย่อตัวและก้มศีรษะเดินออกไปจากวงแขนเพื่อนชาวคิวบาอเมริกันอย่างรวดเร็ว ก่อนเขาจะได้ล็อกคอเธอไว้เหมือนทุกที ก่อนเดินไปรวมกลุ่มกับเหล่าหญิงสาวหลากสัญชาติแทน พลางหันมาพูดด้วยรอยยิ้มที่มีรอยสำนึกผิดนิดๆ กับแดนว่า เพื่อนผู้หญิงเฉยๆ น่ะแดน... แค่ผู้หญิง ผู้ชายไม่เกี่ยว

 

จบคำครั้งนี้เล่นเอาทั้งมัลเลเน่ บาบิต้า เจน และมานามิต้องลอบหัวเราะกันอย่างสุดกลั้น เมื่อสามหนุ่มต้องเป็นฝ่ายถูกโดนปฏิเสธแบบเรียงตัว ไม่เว้นแม้แต่คนที่มักกวนคนอื่นได้ก็ยังไม่วายถูกนาคถอยห่างเหมือนกัน  ก่อนเพื่อนที่พวกเธอรู้จักในนามหลิน หย่งไท่จะฉีกยิ้มกว้างใส่ร่างสูงทั้งสามร่างที่ได้แต่มองตาม และพูดขึ้นใหม่เสียงร่าเริ่งกว่าเดิม โอเค ถ้าเข้าใจกันแล้วก็... เจอกันที่บ้านดึกหน่อยนะนาคว่า และไม่วายหันไปมองคนหน้าดุเย็นชาที่สุดในกลุ่ม และสำทับกึ่งขอร้องเฉพาะกับเขาเป็นพิเศษ แล้วก็อย่าลืมว่าฉันโสดจนถึงเที่ยงคืน ดังนั้นอย่าเพิ่งโทรตามจนถึงเวลานั้นนะหลานเซ่อ

 

จบ คำนาคก็ส่งยิ้มซนๆ แสนซื่อตามแบบตนให้ชายหนุ่มสามคนตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนควงแขนเจนกับมัลเลเน่ที่อยู่ข้างตัว พลางพูดขึ้นใหม่อยากสนุกสนานว่า

               "วันนี้ฉันเลือกสาวๆ ขอโทษทีนะ" จบคำเธอหมุนตัวหันหลังให้ พร้อมเดินกึงวิ่งออกไปทันใด และปล่อยให้หลานเซ่อ เดนีส และแดนทำได้เพียงมองตามหลังพวกเธอจนหายลับตาไปในฝูงคน และทิ้งเสียงหัวเราะขิกขักของสี่สาวจากอังกฤษ อินเดีย ฝรั่งเศล และญี่ปุ่นให้ลอยเข้าหูมาเบาๆ

 

น่า เบื่อเป็นบ้า ครั้งนี้กลายเป็นชายหนุ่มที่อายุน้อยที่สุดบ่นงึมงำขึ้นมาแต่ให้ได้ยินกัน หมด เมื่อตนแกล้งยั่วโมโหใครไม่ได้สักคน ก่อนเขาจะเดินผละออกจากหลานเซ่อและเดนีสไปเช่นกันด้วยใบหน้าเบื่อหน่ายโดยไม่หันไปสนใจท่านประธานใหญ่ทั้งสองอีกเลย






                                                                          *****************







 

คฤหาสน์คาเว่น

 

เวลา 22.03 นาฬิกา

 

ร่างสูงของแดนต้องเดินห้าวหวอดใหญ่มาตามทางเดินที่ปูด้วยหินอ่อนเนื้อแกร่ง หลังจากนั่งดูทีวีจนเบื่อในห้องสตูดิโอใหญ่ชั้นใต้ดินตั้งแต่ช่วงบ่ายๆ จนต้องออกมาหาอะไรกินรองท้อง และความจริง เขาควรจะโดนเจ้าของบ้านออกปากไล่ตั้งแต่เข้ามาเหยียบคฤหาสน์หรูหลังนี้แล้ว ถ้าเพียงความสนใจทั้งหมดของหลานเซ่อจะไม่มุ่งไปที่มือถือของตน เพื่อรอให้มันดังขึ้นตลอดทั้งวัน ตั้งแต่คู่หมั้นของเขาออกไปเที่ยวตามประสาผู้หญิงกับเพื่อนๆ

 

และ แดนต้องย่นหัวคิ้วและชักสีหน้าแปลกๆ ทันใด เมื่อนัยน์ตาสีเทาคู่คมดันหันไปมองในห้องทำงานใหญ่ประจำคฤหาสน์คาเว่นที่ ซ่อมแซมใหม่ได้หรูหราเหมือนเดิม แล้วเห็นร่างสูงใหญ่สองร่างที่นั่งกันคนละมุมห้อง ทว่ากำลังจ้องนิ่งที่โทรศัพท์มือถือของตนเองที่วางตรงหน้าจนเหมือนเป็นแค่ รูปปั้นล่อปูนทั่งคู่

 

ทั้งเดนีสและหลานเซ่อเหมือนจะมีสมาธิจดจ่อแค่กับเครื่องสื่อสารราคาแพงของตนเหมือนหลุดไปอยู่อีกโลก

 

หลาน เซ่อประจำที่โต๊ะทำงานตน ส่วนเดนีสก็นั่งที่โซนชุดโซฟาหลุยตัวยาวอีกจุดหนึ่ง และที่ท่านประธานคาเว่นคอร์ปอเรชั่นสามารถมานั่งอยู่ที่นี่ได้ ก็เพราะเจ้าตัวเสนอขึ้นมาเองว่าจะเคลียร์เรื่องของนาคเป็นครั้งสุดท้าย หลานเซ่อถึงยอมให้เขามาคุยถึงคฤหสาน์คาเว่น ซึ่งแดนไม่แน่ใจว่าเคลียร์กันได้จริงรึเปล่า เมื่อเดนีสยังมานั่งเฝ้าโทรศัพท์ด้วยอาการเดียวกับหลานเซ่อแบบนี้ ดีไม่ดีมันก็แค่ขออ้างมานั่งรอนาคของชายหนุ่มชาวอังกฤษมากกว่าด้วยซ้ำ
 

และ เห็นท่าทางแบบนั้นของทั้งสองหนุ่ม แดนที่เดินเข้ามาที่หลังก็จำต้องเอ่ยแทรกความเงียบขึ้นว่า มันน่าขนลุกไม่ใช่รึไง ที่ผู้ชายมีอายุตัวโตๆ สองคนมานั่งเฝ้าโทรศัพท์ เหมือนหวังว่าลูกสาวตัวเองจะโทรเข้าเครื่องมา เพื่อให้พ่อไปรับกลับบ้าน หรือรอเวลาเคอร์ฟิวเที่ยงคืนแล้วจะกดโทรไปตามตัวกลับทันทีน่ะ

 

นัยน์ตา สีน้ำตาลอ่อน และนัยน์ตาสีฟ้าสองคู่ตวัดฉับขึ้นมองเจ้าของคำเหน็บแนมร้ายกาจพร้อมกันทันใด ด้วยความเฉียบดุเอาเรื่อง แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร และวนสายตาไปที่มือถือตรงหน้าตนเหมือนเดิม ทำเอาแดนต้องถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายอีกครั้ง และหันไปสั่งให้สาวใช้คนหนึ่งช่วยทำอะไรให้เขากินแทน เมื่อเธอเดินผ่านมาพอดี

 

Rrrr Rrrr Rrrr

 

หาก ยังไม่ทันสั่งเสร็จคำดี เสียงโทรศัพท์มือถือเบื้องหน้ามาเฟียหนุ่มกลับดังขึ้นก่อนทำเอาทั้งเดนีส และแดนต้องหันไปมองที่ต้นเสียง ขณะนัยน์ตาสีน้ำตาอ่อนที่ดูเคร่งเครียดจากใบหน้าหล่อเหลาก็เหมือนจะคลายลง ได้เป็นครั้งแรกในรอบวัน เมื่อเห็นชัดว่าเบอร์ใครโทรเข้าเครื่องเขายามนี้







                                                                         ********************


 

 

นาคต้องเดินห่อตัวในโค้ทตัวยาวเล็กน้อยขณะเดินฝ่าสายลมหนาวยามค่ำคืนบนทางเท้า ปูด้วยหินของตัวเมืองลอนดอน และแม้จะมีเพื่อนๆ อีกสี่คนข้างตัวเดินไปด้วย แต่มันก็ไม่ช่วยทำให้อนุหภูมิอุ่นขึ้นเลย
 

ยาม นี้เกือบสี่ทุ่มแล้วที่เธอออกมาจากร้านอาหารไทยร้านหนึ่งหลังจากแวะกินมื้อ ค่ำ และกำลังจะไปหาบาร์นั่งสบายๆ สักที่ ตั้งใจเอาแอลกอฮอล์เข้าตัวหน่อยเพื่อเพิ่มความอุ่น และคุยเรื่องสัพเพเหระแล้วค่อยกลับตามเวลา ก่อนถูกโทรตามตัว

 

หาก ขาในรองเท้าบูทหนังกลับต้องหยุดชะงัก ปล่อยให้เพื่อนๆ ตนเดินนำหน้าไป เมื่อนัยน์ตาสีดำหันไปเห็นร้านเวดดิ้งบนทางเท้าร้านหนึ่ง ซึ่งที่หน้าร้านตั้งโชว์ชุดเจ้าสาวตัวสวยในหุ่นพร้อมจัดวางคู่กับพร็อพแต่ง งานชิ้นอื่นอย่างเรียบหรูมีระดับ และเพราะชุดแต่งงานนั่น เลยทำในความทรงจำหนึ่งของนาคซึมผ่านเข้ามาในสมองช้าๆ อย่างอัตโนมัติ

 

สวยมากค่ะคุณหย่งไท่ ในวันงานต้องยืนคู่กับคุณหลินอย่างเหมาะสมแน่ค่ะ  นั่น เป็นคำชมแรกที่เธอจำได้เมื่อหกเดือนก่อน จากช่างดีไซต์เนอร์มือดี ซึ่งเป็นหนุ่มใหญ่ใจสาวตามสมัยนิยมที่ถูกจ้างมาพร้อมทีมของเขา และกำลังฉีกยิ้มระรื่นชมเธอไม่หยุดปาก เมื่อยามนี้หญิงสาวที่พวกเขารู้จักในนามหลิน หย่งไท่ ซึ่งเตรียมเป็นนายหญิงแห่งฉายหงกรุ๊ปอยู่ในชุดเจ้าสาวที่ถูกออกแบบไว้ให้เธอโดยเฉพาะ พร้อมหน้าผมที่ถูกจัดแต่งไว้สวยงามด้วยช่างแต่งหน้าอีกชุดหนึ่ง

 

ขอบคุณค่ะ นาคได้แต่ยกยิ้มตามมารยาทส่งคืนให้ชายหนุ่มท่าทางตุ้งติ้งในเสื้อผ้าที่มีแต่แบรนด์แฟชั่นดังเต็มตัว ขณะหันมามองตัวเองในกระจกบานสูงตรงหน้า นาคยอมรับว่าชุดเจ้าสาวที่ตนกำลังลองใส่อยู่ ออกแบบมาสวยมาก แม้ไม่ได้อลังการหรือเป็นแบบโชว์สัดส่วนให้น่ามอง แต่มันเน้นความเรียบหรูและสง่าชัดเจน ตัวเสื้อถึงกระโปรงที่ยาวลากพื้นไม่เน้นอะไรมาก ดูเรียบง่ายและประดับเพียงลายปีกใหญ่ดีไซน์เก๋ไก๋ที่พื้นกระโปรงด้านหนึ่ง พร้อมมีไข่มุกแท้สีชมพู่อ่อนเสริมประปรายเพื่อเพิ่มความเด่นและไม่ให้ตัวชุดสีขาวเลี่ยนเกินไป คอเสื้อยกสูงกึ่งคอจีนเล็กน้อยแต่มีลายปักประณีตล้อมรอบ และเป็นผ้าซีทรูถึงช่วงเนินอก รวมทั้งแขนเสื้อที่ยาวคลุมถึงหลังมือทั้งสองข้าง แต่ก็เป็นผ้าซีทรูสีขาวที่ปักลวดลายต่างๆ เต็มผืน จนไม่เห็นผิวเนื้อแม้แต่น้อย โดยเฉพาะส่วนแผ่นหลัง

 

ใบหน้าธรรมดาของเธอที่ไม่ค่อยน่ามองนักดูดีขึ้นถนัดตาจากช่างฝีมือที่แต่งแต้มสีลงไป ผมสีดำถูกรวบขึ้นสูง พร้อมติดด้วยที่ประดับผมหลากหลายที่ล้วนเป็นเครื่องประดับราคาแพงระยับจนน่าขนลุก ก่อนจบท้ายด้วยผ้าโปร่งบางที่ไว้คลุมหน้าเจ้าสาว... แน่นอนว่าทุกอย่างบนตัวดูดีขึ้นกว่ายามปกติของเธอมากแม้ไม่ได้โดดเด่นเตะตาอะไร แต่กระนั้นนาคก็แค่มองตนเองและยิ้มนิดๆ ไม่ได้แสดงท่าทางชื่นชมมากนัก เพราะพอจะรู้ดีว่าเหล่าช่างฝีมือรอบตัวเธอคิดอะไรอยู่กันบ้างเรื่องตน นอกเหนือจากคำชมไม่ขาดปากต่อหน้านั่น

 

ฉัน อุตสาห์ตั้งความหวังไว้ว่าจะได้ดีไซน์ชุดเจ้าสาวสวยสะเด็ดให้นายหญิงของฉายหงกรุ๊ปไว้ตั้งหลายปี คิดไว้ดิบดีว่าต้องเป็นดารา นางแบบ หรือสาวน้อยแสนสวยจากที่ไหนสักคน... น่าเสียดายจัง ชุดเจ้าสาวว้าวๆ โชว์สัดส่วนงามๆ ของฉันต้องเป็นหมันหมดเลย
 

แต่งการเมืองรึเปล่า

 

เป็นลูกคุณหนูที่ไหนงั้นเหรอ

 

ลูก คุณหนูที่ไหนจะแผลเป็นเต็มหลังเต็มแขนขนาดนั้น ไม่งั้นฉันต้องคิดชุดเจ้าสาวให้มิดชิดแบบนั้นเหรอยะ ยากมากเลยนะยะให้ออกมาดูดีและปิดแผลเป็นใหญ่ๆ นั่นได้น่ะ

 

แต่ความจริงเธอก็ไม่ได้ดูแย่ขนาดนั้นนะคะ

 

ก็ไม่แย่ ถ้าเจ้าบ่าวไม่ใช่เทพบุตรกลับชาติมาเกิดแบบคุณหลิน... ไม่เหมาะกันอย่างแรง

 

หรือว่าความจริงเป็นการแต่งงานแบบหลอกๆ คุณหย่งไท่อาจเป็นแค่ตัวล่ออะไรสักอย่างรึเปล่า

 

นั่นสิ เพราะปกติเห็นคุณหลินควงแต่คนสวยสุดๆ ยิ่งล่าสุดเมื่อปีที่แล้วเป็นสาวไต้หวันใช่ไหม ที่สวยเหมือนตุ๊กตาเลยน่ะ ตอนแรกฉันนึกว่าจะแต่งกับคนนั้นซะอีก

 

อ๊ะ ใช่ๆ ถ้าเป็นคนนั้นคงเหมือนเทพบุตรสีดำ ยืนคู่นางฟ้าสีขาวเลย... อ๊าย! แค่คิดไอเดียชุดเจ้าสาวฉันก็พุ่งกระฉูดแล้ว... โอ๊ย ยิ่งพูดยิ่งเสียดาย ทำไมไม่เป็นเจ้าสาวคนอื่นนะ

 

... ความจริงมันก็เป็นเหมือนการเมาท์แบบสนุกปากทั่วไปทีมีทุกที่ แต่เธอดันเผลอได้ยิน หรือไม่ก็เลือกเวลาเดินไปหาคนพวกนั้นผิดโอกาสไปหน่อยเท่านั้นเอง... สุดท้ายเลยแค่กลับมายืนส่องกระจกอยู่ที่เดิม รอคนพวกนั้นออกมายิ้มหน้าระรื่นให้เธอต่อ... ส่วนหลานเซ่อน่ะเหรอ... ไม่ต้องห่วง ตกเป็นเรื่องเมาท์ของสาวแท้และสาวเทียมด้วยอาการวี๊ดว๊ายชื่นชมกันไม่ขาดปากเหมือนกัน  

 

 นาคยังคงยืนจ้องชุดเจ้าสาวในร้านเวดดิ้งเบื้องหน้าราวถูกสาปเมื่อทบทวนความทรงจำของตนเมื่อหกเดือนที่แล้วกับการไปลองชุดเจ้าสาวครั้งแรก ขณะอดพึมพำขึ้นกับตนไม่ได้ว่า

 

“... ถ้าเป็นเจ้าสาวคนอื่น... งั้นเหรอ...

 

หย่งไท่ระวังข้างหลัง!

 

เสียง ตะโกนลั่นของเจนดึงให้คนที่กำลังคิดทบทวนเรื่องในอดีตสะดุ้งตัวเฮือก และกว่าจะรู้สึกตัวว่าเกิดอะไรขึ้นแสงสว่างวาบจากถนนก็พุ่งตรงมายังเธอบนฟุต บาท พร้อมเสียงกรีดร้องดังลั่นจากเพื่อนๆ และน้ำหนักมหาศาลที่กระแทกใส่ร่างกาย

 

เอี๊ยด!

 

โครม!

 

หย่งไท่!







                                                                        *******************







 

ร่าง สูงสามร่างวิ่งตรงเข้ามาในโรงพยาบาลด้วยท่าทางร้อนรนไม่ต่างกัน เมื่อเพิ่งได้รับโทรศัพท์ที่แจ้งว่าคนที่พวกเขากำลังรอให้กลับบ้านประสบอุบัติเหตุไม่คาดฝันขึ้น

 

ความ รู้สึกดีใจในยามแรกที่เห็นว่าเบอร์ของนาคปรากฏที่หน้าจอมือถือ กลายเป็นความตกตะลึงแทนเมื่อเสียงที่รอดผ่านมากลับเป็นเจน เพื่อนชาวอังกฤษของเธอ พร้อมข่าวร้ายที่บอกว่าคนรักของเขาเพิ่งถูกรถชนทั้งที่ไม่ได้ก้าวลงไปในถนนด้วยซ้ำ

 

และมาเฟียหนุ่มไม่คิดฟังอะไรมากไปกว่าชื่อโรงพยาบาลที่เธอถูกนำตัวมาส่ง ก่อนบึ่งรถ พร้อมเดนีส และแดนที่ขึ้นรถคนละคันและขับออกมาทันใด พวกเขาทั้งหมดวิ่งตรงไปยังห้องฉุกเฉินอย่างรวดเร็วจนแทบวิ่งชนคนทุกคนที่ขวางทาง

 

และ เมื่อมาถึงหน้าห้องฉุกเฉินที่หญิงสาวต่างสัญชาติทั้งสี่คนยืนอยู่ด้วยสีหน้าตื่นๆ ร่างสูงสง่าของหลานเซ่อก็เพียงคาดโทษพวกเธอทางสายตาวูบหนึ่ง แต่ทำให้คนถูกมองเสียววูบไปทั้งตัวได้ตามๆ กัน ก่อนเขาจะก้าวพรวดเข้าไปในห้องฉุกเฉินทันใด ตามด้วยเดนีส และแดนที่เดินกึ่งวิ่งไล่หลังไปติดๆ

 

ความรู้สึกที่เหมือนครั้งแรกที่ได้รับข่าวว่านาคเพิ่งเสียชีวิตกลับมาเล่นงานมาเฟียหนุ่มอีกครั้งยามเห็นม่านกันฉากที่ถูกปิดไว้ ซึ่งเป็นจุดที่พยาบาลบอกว่าเธอกำลังถูกรักษาอยู่ หัวใจเต้นถี่รัวจนแทบทะลุออกจากอกเมื่อนึกถึงสภาพของคนที่อยู่หลังม่าน มือเรียวแข็งแรงยื่นพรวดไปกระชากฉากกั้นสีฟ้าเขียวเบื้องหน้าอย่างสุดแรง และเขาสาบานว่าถ้าเห็นร่างของเธอนอนแน่นิ่งเต็มไปด้วยบาดแผล คนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้จะต้องรับบาดแผลมากกว่าที่เธอมีหลายเท่า

 

พรืด!

 

ทั้งหมอและพยาบาลต้องหันกลับไปมองที่ด้านหลังทันใด กับการปรากฏตัวอย่างไม่มีปี่มีขลุยของร่างสูงสง่า ทว่าใบหน้าคมที่มีเม็ดเหงื่อไหลลูบแก้มและเต็มไปด้วยความตึงเครียดกลับต้อง คลายสีหน้าลงพลัน พร้อมความรู้สึกมากมายก็เหมือนถูกหยุดชะงัก... เมื่อคนที่คิดว่ากำลังนอนบาดเจ็บสาหัสอยู่ ยามนี้กลับนั่งสบายๆ อยู่บนเตียง และกำลังมองหน้าเขาด้วยนัยน์ตาสีดำปริบๆ ก่อนเธอจะย่นหัวคิ้วลงเล็กน้อยหรี่ตามองมาเฟียหนุ่มตรงหน้า พลางครางชื่อเขาออกมาเหมือนไม่ค่อยมั่นใจนัก

 

หลิน... หลานเซ่อ?...

 

นาคเป็นยังไงบ้าง และยังไม่ทันที่นาคจะได้ขมวดคิ้วมองมาเฟียหนุ่มมากกว่านั้น เดนีสที่ตามเข้ามาติดๆ ก็เอ่ยถามขึ้น ก่อนเขาจะเห็นชัดว่าหญิงสาวที่ตนเป็นห่วงอยู่ยังดูสบายดีทุกอย่าง แม้จะเห็นรอยฟกช้ำบ้าง และแผลใหญ่ที่สุดน่าจะเป็นแขนซ้ายที่มีผ้าสีขาวพันไว้ กระนั้นยามที่เขาสบนัยน์ตาสีดำของเธอมันกลับมีบางอย่างที่ไม่เหมือนปกติ ยิ่งโดยเฉพาะตอนที่เธอเห็นหน้าเขา และเลิกคิ้วขึ้นสูงแปลกใจแบบนั้น

 

และนาคต้องละความสนใจจากชายหนุ่มทั้งสองคนที่หน้าคล้ายกันตรงหน้า ก่อนหันกลับไปตามเสียงห้าวคุ้นหูของเพื่อนชายชาวคิวบาอเมริกัน ที่ถามขึ้นด้วยท่าทางสบายๆ กว่าคนอื่น

 

สรุปยัยนั่นไม่ได้เป็นอะไรใช่...

 

แดน!” เสียงร้องเรียกชื่อเขาจากนาคดังจนทุกคนต้องหันไปมองเธอกันเป็นตาเดียว แล้วเห็นชัดว่านาคกำลังมองเพื่อนตนด้วยท่าทางแปลกใจ ผสมดีใจมากกว่าการเห็นหลานเซ่อหลายเท่า จนดูเหมือนว่าเธอตื่นเต้นมากที่เห็นเขา ซ้ำเธอยังเอ่ยกลั้วหัวเราะถามด้วยว่า นาย... แดนนี่ ทาร์เปีย?”

 

แดน ต้องย่นหัวคิ้วเข้มชนกัน ยามมองหน้าใบหน้าธรรมดาของนาคที่ฉีกยิ้มกว้างดีใจเมื่อเห็นหน้าตน ก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยตอบรับอย่างงงงันกับท่าทางของเธอ ใช่... ฉันแดนนี่ ทาร์เปีย เธอมีอะไร

 

นาคดูอึกอักไปนิดทันใด ขณะไหวไหล่ครั้งหนึ่ง ก่อนเธอจะพูดขึ้นใหม่ด้วยรอยยิ้มกว้างที่ยังไม่จางหาย ความจริงหมอก็บอกฉันแล้วน่ะนะ แล้วฉันก็พอเข้าใจอยู่... แต่ว่า... ว้าว... ดูนายสิ... นาคต้องยกมือกุมที่ปากราวพูดไม่ออกขณะจ้องมองเขาด้วยนัยน์ตาพราวระยับ และแดนยิ่งต้องขมวดคิ้วไม่เข้าใจท่าทางแปลกๆ ของนาคมากขึ้น ตัวเขามีอะไรให้เธอตื่นตาตื่นใจขนาดนั้นเลยรึไง ซึ่งนาคก็หันไปที่หลานเซ่อและพูดขึ้นต่ออีกว่า แบบว่า... หลานเซ่อก็ดูแปลกตาขึ้นน่ะนะ โดยเฉพาะสีผมน่ะ... แต่นายเนี่ย... ว้าวเลย...

 

เธอพูดอะไร...

 

คือ... ผมขอให้พวกคุณตามผมมาทางนี้ก่อนได้ไหมครับ คำถามจากคนเป็นมาเฟียต้องถูกขัดขึ้น เมื่อหมอสูงวัยที่เป็นคนดูอาการนาคอยู่แต่แรกเอ่ยแทรกบทสนทนาทั้งหมด และพวกเขาก็จำต้องเดินตามร่างท้วมๆ ในชุดกาวน์ออกไป ขณะปล่อยให้นาคมองตาม ซึ่งมันทำให้หลานเซ่อหงุดหงิดนิดๆ เมื่อเจ้าหล่อนยังมองตามหลังแดนเขม็งด้วยสายตาสนใจมากกว่าคนอื่น... โดยเฉพาะมากกว่าเขา...


 

มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอรึไง...


 

เมื่อกี้ว่าไงนะเสียงทุ้มต่ำเย็นชาต้องถามหมอตรงหน้าอีกครั้ง ด้วยแววตาคมกริบราวไม่เชื่อในสิ่งที่ตนได้ยิน

 

ความทรงจำของคุณหลิน หย่งไท่... หายไปห้าปีครับ

 

ความจำเสื่อม?” เดนีสขมวดคิ้วยุ่งถามทันที

 

คือ... ผมไม่คิดว่าอยู่ในเคสความจำเสื่อมนะครับ เพราะเจ้าของรถที่หักหลบจักรยาน แล้วมาชนเธอ บอกเราว่า เธอหลบรถเขาทัน แค่เฉียดโดนสี่ข้าง และได้แผลไปบ้าง แต่ก็ไม่มาก แถมตอนที่มาถึงโรงพยาบาล เธอไม่ได้สลบด้วยซ้ำ แค่ไม่ค่อยได้สติ และเหมือนเผลอหลับไปวูบหนึ่งก่อนตื่นขึ้นมา แล้วก็เป็นแบบที่เห็นอยู่... ที่สำคัญเหมือนจะไม่มีอะไรกระทบกระเทือนสมองเธอเลย และผมคุยกับเธอแล้ว เธอดูเข้าใจง่ายและมีสติมากด้วยซ้ำ แถมไม่เอาเรื่องกับคนชนด้วย แค่ดูตื่นเต้นนิดหน่อยตอนเห็นตัวเองในกระจก แล้วบอกว่าตัวเองอายุสิบเจ็ด

 

แล้ว สรุปว่ายัยนั่นเป็นอะไรกันแน่ แดนต้องเอ่ยถามขึ้นต่อเมื่อไม่เข้าใจคำพูดยาวๆ นั่นนัก ที่สำคัญเขาไม่อยากให้นาคมามองตามอย่างสนใจเป็นพิเศษกว่าคนอื่น จนต้องโดนคนเป็นมาเฟียเขม่นแบบนี้... มันน่าขนลุก...

 

น่าจะเป็นอาการช็อกมากกว่าครับ... การสูญเสียความทรงจำส่วนใหญ่เกิดจากสองกรณี คือการกระทบกระเทือนของสมอง กับกรณีที่สองคือการช็อก บางที่ก่อนเธอจะถูกชน เธออาจคิดถึงเรื่องเมื่อห้าปีที่แล้วอยู่ หรือเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับห้าปีที่แล้ว แล้วก็โดนชน คิดว่ามันก็คงอาการคล้ายๆ เวลาเราคิดอะไรในหัว แล้วมีคนมาเรียก แล้วพอเราหันไปสนใจคนที่เรียก เราก็ลืมสิ่งที่คิดอยู่ในหัวไป... แต่อันนี้ก็ลืมยาวไปเลย เพราะสิ่งที่เธอคิดมันอาจเชื่อมไปถึงเรื่องห้าปีที่แล้วทั้งหมด

 

มันจะหายใช่ไหมเสียงทุ้มเย็นจากเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนต้องขอความมั่นใจอย่างเคร่งเครียดจริงจัง

ซึ่งคนเป็นหมอก็พยักหน้าให้น้อยๆ พลางว่า ถ้าแค่ช็อคก็หายครับ... อาจไม่กี่นาทีนับจากนี้ก็จำได้... หรือวันหนึ่ง อาทิตย์หนึ่ง... หรือเดือนหนึ่ง...

 

เดือนหนึ่ง!” ใบหน้าหล่อเหลาของหลานเซ่อยิ่งต้องชักหัวคิ้วเรียวเข้มของตนชนกันแน่นขึ้น กับระยะเวลาที่ได้ยิน ก่อนเขาจะเน้นเสียงเฉียบเย็นกับคนในชุดกาวน์ อาทิตย์หน้าเด็กนั่นต้องแต่งงานกับฉัน

 

คนเป็นหมอถึงกับสะอึกเงียบไปครู่กับสายตาดุดันและความเย็นชาทรงอำนาจของชาย หนุ่มหน้าหล่อตรงหน้าที่ส่งมากดดัน กระนั้นเขาก็รวบรวมความกล้าตอบไปว่า ถ้างั้น... พวกคุณก็คงต้องรีบพาเธอไปในสถานที่ที่เธอน่าจะเรียกความทรงจำกลับมาได้ไวที่ สุดจบคำก็เสริมต่อว่า แต่ความจริงผมว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะดูเหมือนเธอก็ยังมีความทรงจำเกี่ยวกับพวกคุณเหลืออยู่ อีกอย่างเท่าที่เห็น เธอก็ดูมีสติพร้อม ไม่น่าจะยากที่ทำให้เธอรู้ว่าห้าปีก่อนเกิดอะไรขึ้นบ้าง เธอน่าจะรับได้แทบทุกอย่างนั่นแหละครับ

 

คำยืนยันนั่น คนเอ่ยคงคิดว่าช่วยเสริมกำลังใจชายหนุ่มทั้งสามคนที่กำลังรุมทึ้งเขาได้แล้ว แต่ทว่าสำหรับคนฟังโดยเฉพาะหลานเซ่อกลับไม่รู้สึกดีขึ้นเลย ในขณะที่แดนก็เหมือนจะรู้เช่นกันจนอดงึมงำขึ้นข้างตัวมาเฟียหนุ่มไม่ได้ว่า

 

ใช่... ยัยนั้นจะรับได้ทุกเรื่อง... แต่เรื่องเดียวที่ยัยนั้นอาจรับไม่ทัน... มันก็คือเรื่องของนายนั่นแหละหลานเซ่อ



                                                                    ******************



 

 

การพูดคุยกับนาคอีกครั้ง ทำให้พวกเขารู้ว่าตอนนี้ความทรงจำของเธอหยุดอยู่ที่ตอนเธอมาอยู่ฮ่องกงแค่ประมาณหนึ่งเดือน ซึ่งผ่านช่วงที่ส่งอาวุธกับแดน และพูดคุยกับคารอสไปแล้ว แต่ยังไม่ถึงตอนที่เธอช่วยชีวิตหลานเซ่อ... และนั้นทำให้คนที่มีตัวตนมากที่สุดในความทรงจำเธอคือแดน และหลานเซ่อยังเป็นแค่เจ้าหนี้... ที่ไม่มีอะไรพิเศษไปมากกว่านั้น

 

และก็อย่างที่หมอบอก แม้นาคจะสูญเสียความทรงจำส่วนนั้นไป แต่ฤทัยนาคก็คือฤทัยนาค เพราะเมื่อแดนถามเธอว่า รู้สึกยังไงตอนตื่นขึ้นมาแล้วทุกอย่างไม่ใช่อย่างที่คิด เจ้าตัวก็ยังตอบหน้าระรื่นได้ง่ายดายแค่ว่า

 

เหมือนตื่นขึ้นมาแล้วน้ำหนักหายไปสิบกิโลฯ

 

ใช่... เธอยังคงเป็นพวกรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปกะทันหันได้ดี... แต่คนเป็นมาเฟียกลับไม่รู้สึกดีขึ้นแม้แต่น้อย โดยเฉพาะเมื่อเขาสั่งให้คนเตรียมเครื่องบินเล็กไว้ เพราะจะกลับฮ่องกงในคืนนั้น โดยยังไม่เคลียร์อะไรให้นาคว่ามาอยู่ที่อังกฤษในคฤหาสน์โอ่อ่านี่ได้ยังไง และเมื่อรถยุโรปคันสีดำของเขามาจอดรับที่หน้าบ้าน ขณะที่เขาจะก้าวขึ้นเบาะหลัง ทว่าเจ้าเด็กตัวดีกลับก้าวไปจะเปิดประตูข้างคนขับหน้าตาเฉย จนเขาต้องเอ่ยทักเสียงดุ

 

นั่นจะทำอะไร

 

นาค หันมามองคนพูดทันใด ก่อนชักมือกลับเหมือนคนทำผิด และรีบบอกเลิกลั่ก ขอโทษ... ฉันขึ้นรถคันเดียวกับนายไม่ได้ใช่ไหมจบคำที่รีบถามต่ออีก ราวกลัวว่าร่างสูงสง่าจะอารมณ์เสียกว่านั้น หรือว่าฉันต้องนอนกระโปรงท้ายรถเหมือนเดิม

 

มือเรียวแข็งแรงกำกันแน่นทันใด ยิ่งเห็นนัยน์ตาสีดำนั้นมองเขาเหมือนกลัวว่าเขาจะชักปืนมายิงเธอเมื่อไหร่ก็ได้ ก็ยิ่งทำให้ร่างสูงสง่ากัดกรามกรอดจนขึ้นสันนูน ก่อนเขาจะยืนมือไปคว้าหมับที่ต้นแขนของหญิงสาว และดึงตัวเธอเข้ามานั่งที่เบาะหลังข้างกายตน พร้อมกำชับหนักว่า

 

ตำแหน่งเดียวในรถที่เธอจะนั่ง มีแค่ตรงนี้ฤทัยนาค

 

และเมื่อจบคำนั้น แม้ถูกนัยน์ตาสีดำมองมาอย่างมีคำถาม แต่เขาก็ไม่ตอบอะไรเธออีกจนมาถึงที่ฮ่องกง ส่วนเดนีสกลับถูกทิ้งไว้ แต่เขาคิดว่าอีกสักพักชายหนุ่มชาวอังกฤษคงรีบบินตามมาที่ฮ่องกงในเวลาไม่นาน และโชคดีที่นาคได้นอนพักผ่อนบนเครื่องมาแล้ว ตอนมาถึงที่ตึกฉายหงกรุ๊ป เธอจึงพร้อมตื่นรับรู้เรื่องทุกอย่าง แม้จะดูตกใจนิดหน่อยที่ตึกฉายหงในความทรงจำตนถูกเปลี่ยนที่แล้ว

 

และ เมื่อมาถึงห้องบนยอดตึก นาคก็ต้องเอียงคอน้อยๆ เมื่อมาเห็นว่ามีชุดเจ้าสาวตัวสวยอยู่ในหุ่น ตั้งเด่นหราอยู่กลางห้องของท่านประธานใหญ่แห่งฉายหงกรุ๊ป เหมือนเพิ่งถูกเอามาส่งไว้ ทว่าครู่เดียวเธอก็ละความสนใจไปจากมัน  

 

ในขณะแดนที่กลับมาถึงฮ่องกงด้วยเมื่อถือเป็นอุปกรณ์เรียกความทรงจำชิ้นหนึ่งให้นาคก็จำต้องเอ่ยขึ้นกับเธออย่างหมดความอดทนว่า

 

เลิก จ้องหน้าฉันแบบนั้นสักทีได้ไหม ชายหนุ่มลูกครึ่งคิวบาอเมริกันต้องบอกเพื่อนตน ที่ยามนี้จ้องหน้าเขาเขม็ง และความจริงจ้องมาตลอดทางเลยด้วยซ้ำ แถมยังยิ้มกริ่มๆ เหมือนจะพูดอะไรสักอย่างจนเขาอึดอัด... อึดอัดจากสายตาของท่านประธานแห่งฉายหงกรุ๊ปที่หรี่มองมาอย่างเย็นเยียบ เมื่อคู่หมั้นตนให้ความสนใจมาที่เขาเพียงคนเดียว

 

ฮะ ฮะ โทษที นายในความทรงจำฉันกับนายในตอนนี้ มันต่างกันมากไปหน่อยน่ะ นาคอดจะหัวเราะน้อยๆ ออกมาไม่ได้ แม้บรรยากาศในห้องจะมาคุผิดกับท่าทางของเธอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นต่อ คือแบบว่า... นายดูสูงขึ้นเยอะเลย แถมดูดีขึ้นด้วย ฉันนึกว่านายเป็นนายแบบเลยล่ะ... ทั้งที่ในความทรงจำฉัน นายยังดูแบบ... ไม่โตเท่าไหร่

 

คำ ชมซื่อๆ อย่างตรงไปตรงมาของผู้หญิงคนเดียวในห้องเหมือนจะยิ่งเร่งพายุหิมะจากคนเป็น มาเฟียให้หนาวเยือกใส่สันหลังชายหนุ่มอ่อนวัยกว่ามากขึ้น มันก็สนุกเวลาที่เขาจงใจจะยั่วอารมณ์หลานเซ่อ แต่ตอนนี้เขาไม่ได้จงใจและรู้สึกตึงเครียดกับเรื่องนี้ไม่ต่างกัน เลยไม่ค่อยอยากถูกนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนคู่คมเฉียบนั่นเพ็งเล็งมานัก ทำให้ต้องกระซิบขึ้นใหม่กับคนข้างตัวว่า

 

ฉันว่าเธอควรจะสนใจหลานเซ่อนะ

 

นาค กระพริบตาปริบๆ แปลกใจเล็กน้อย ก่อนหันไปมองที่ร่างสูงสง่าที่ยืนกอดอกเกร็งแน่นเบื้องหลัง คล้ายอดกลั้นอะไรสักอย่างอยู่ ก่อนเธอจะยกยิ้มส่งให้เขาและพูดออกไปทันใด นายก็หล่อขึ้น ผมสีน้ำตาลทองนั่นเหมาะมากๆ เลย

 

ไม่ได้ให้ชม!

 

แดน แทบยกมือกุมขมับกับความชื่อบื้อของเจ้าหล่อน แต่ก็พอเข้าใจว่าเวลานี้นาคเหมือนกลับไปตอนอายุสิบเจ็ด และยังไม่ได้รู้สึกอะไรกับมาเฟียตรงหน้า และไม่มีทางคิดว่าเขาจะรู้สึกอะไรกับเธอด้วย นอกจากรู้ว่าตนเป็นลูกหนี้ที่เขาไม่ชอบขี้หน้านัก

 

ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างงั้นแดนต้องรีบแย้ง

 

แต่ นาคกลับหันมากล่าวด้วยสีหน้าชื่นชมอย่างจริงใจแทน แต่ฉันคิดว่าหมอนั่นหล่อขึ้นจริงๆ นะ ห้าปีที่แล้วก็หล่อแล้ว แต่ตอนนี้เหมือนดูดีแบบผู้ใหญ่มากขึ้น ผมสีน้ำตาลทองนั้นก็เหมาะกับหน้ามากๆทว่าเมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เธอก็หยุดคำไปนิด และอดจะก้มไปกระซิบกับแดนขณะปรายตามองใบหน้าหล่อเหลานั่นไม่ได้ว่า แต่เหมือนจะดูเครียดๆ นะ

 

แดนต้องระบายลมหายใจนิด และไหวไหล่ตอบง่ายๆ คนกำลังจะเป็นเจ้าบ่าวก็เครียดแบบนี้นั่นแหละ

 

เจ้าบ่าว!” นาคว่าเสียงสูงแสดงความแปลกใจชัดเจน ก่อนหันกลับไปที่มาเฟียหนุ่มซึ่งยังยืนงียบอยู่ พร้อมถามออกไป นายจะแต่งงานแล้วเหรอ...ใครเป็นเจ้าสาวล่ะ

 

เงียบ... ชายหนุ่มสองชีวิตในห้องเงียบกริบทั้งคู่ โดยเฉพาะคนถูกถาม ที่ถ้าสังเกตให้ดี เธอจะรู้ว่ามือที่กอดอกอยู่ของเขาจิกต้นแขนตนลงแน่นทันทีกับสิ่งที่ได้ยินจากปากเธอ

 

“... นาคคนเป็นเพื่อนพยายามเรียกเมื่อเห็นท่าทีว่าที่เจ้าบ่าวเริ่มออกอาการไม่ดีแล้ว แต่นาคกลับยังคงเดาด้วยท่าทางสนใจไม่เปลี่ยน

 

คุณเหม่ยจิงเหรอ

 

ไม่-ใช่ครั้งนี้เป็นเสียงทุ้มต่ำเย็นเฉียบจากคนถูกถามที่ปฏิเสธมาแบบเน้นชัดที่ละคำจนน่าขนลุก

 

ทว่า นาคก็ยงไม่สังเกตถึงท่าทางผิดปกติของเขา ซ้ำเมื่อเขาปฏิเสธมาเธอกลับรีบยกมือปิดปากตน และมองชายหนุ่มด้วยนัยน์ตาเปิดกว้างอย่างตกใจชัดเจน ขณะตวัดนัยน์ตาไปมองที่ชุดเจ้าสาวกลางห้องนั่น และวนกลับมามองใบหน้าคมหล่อเหลาของหลานเซ่ออีกครั้ง พร้อมหลุดเสียงดังออกมาว่า

 

อย่าบอกนะว่า... พี่นัน!” ว่าจบ เธอก็รีบพูดขึ้นต่ออย่างตะกุกตะกักด้วยนัยน์ตาสีดำที่ยังฉายความตระหนก ฉะ... ฉันใช้หนี้ไม่ได้ใช่ไหม... แล้วตอนนี้ฉันก็ยังใช้อยู่ แต่ไม่ทันแล้วใช่ไหม... นายกำลังจะแต่งกับพี่นัน...

 

นาค!” แดนเป็นฝ่ายต้องตวาดเรียกชื่อเพื่อนตน เมื่อเจ้าหล่อนยิ่งเดา บรรยากาศกดดันจากคนเป็นมาเฟียก็ยิ่งสูงขึ้น ก่อนนัยน์ตาสีเทาจริงจังจากเขาจะหมุนไปมองใบหน้าธรรมดาที่ยังมีอาการตื่นๆ พร้อมชี้นิ้วมาที่เพื่อนสาวชาวไทย และเน้นเสียงหนักว่า เธอ!
 

นาคขมวดคิ้วชนกันทันใด ฉัน... ทำไม

 

ครั้ง นี้ภายในห้องชุดกลับมาโรยด้วยความเงียบอีกครู่หนึ่ง ก่อนไม่นานใบหน้าคมหล่อเหลาที่ยามนี้ดูเย็นชาและจริงจังจนน่ากลัว จะเงยขึ้นมองสบนัยน์ตาสีดำของคนที่ยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรนัก ก่อนเขาจะเอ่ยขึ้นช้าๆ อย่างเน้นทุกถ้อยคำให้กดลึกเข้าไปในความทรงจำของคนฟังว่า เธอ... คือคนที่กำลังจะแต่งงานกับฉัน... ฤทัยนาค”  

 

ทุกอย่าง ราวหยุดนิ่งไปทันทีสำหรับคนฟัง เธอนั่งนิ่งค้างเหมือนถูกสาป และทำได้เพียงเผยอริมฝีปากเหมือนจะพูด แต่ก็ไม่มีถ้อยคำใด ซ้ำครั้งนี้เสียงทุ้มเย็นจากหลานเซ่อก็ยังสำทับลงมาอีกอย่างไม่คิดเปิดช่อง ให้อีกฝ่ายแย้งอะไรว่า

 

เธอจดทะเบียนสมรสกับฉันมาแล้วห้าปี และนั้นหมายถึงฉันเป็น สามี เธออย่างถูกต้องตามกฏหมายทุกประการ ถ้าไม่แน่ใจก็ไปดูใบทะเบียนสมรสในห้องนอน... รวมถึงชุดเจ้าสาวที่อยู่กลางห้องนั่นก็เป็นของเธอ... และที่สำคัญ... เธอต้องแต่งงานกับฉันอาทิตย์หน้านี้

 

ความจริงอีกหลายข้อที่หลังไหลเข้ามาทำให้นาคยิ่งนิ่งอึ้ง ช็อคค้างจนพูดอะไรไม่ออก ประมวลข้อมูลในหัวไม่ได้... และเพียงได้แต่กู่ร้องอยู่ในใจ

 

มัน จะเป็นไปได้ยังไง ก็ในความทรงจำยามนี้ เธอยังเป็นแค่ลูกหนี้ที่ได้มาผิดฝาผิดตัว ที่เขาไม่อยากเข้าใกล้ และแทบจะฆ่าทิ้งตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรก แถมที่สำคัญคนที่มีตัวเลือกรอเรียงแถวเป็นร้อยพร้อมเล็งพี่สาวแสนสวยเธอไว้ แล้วแทบไม่ชายตามองเธอเลย ซ้ำมีทุกอย่างสมบูรณ์พร้อมจนเกินกว่าคำว่าเพอร์เฟ็คกำลังจะแต่งงานกับคน อย่างเธอ ที่สำคัญยังจดทะเบียนสมรสกันไปแล้วตั้งห้าปี... มันจะเป็นไปได้ยังไงเล่า!



                                                      *************



 

 

หลายชั่วโมงกับความจริงตลอดห้าปีของนาคที่หายไป ถูกหลานเซ่อและแดนเล่าให้ฟัง และหลายเหตุการณ์ทำเธออึ้งและตกใจ โดยเฉพาะเรื่องที่เธอไม่สามารถกลับไปหาครอบครัวที่ไทยได้ และนายยุทธพงษ์ไม่ใช่พ่อเธอแท้ๆ รวมถึงเธอต้องกลายเป็นคนตาย และเปลี่ยนชื่อเป็นหลิน หย่งไท่ ไปเรียนต่อที่อังกฤษตลอดห้าปีที่ผ่านมา

 

แต่ไม่นาน นาคก็ดูเหมือนจะเริ่มเข้าใจ และยอมรับอะไรหลายๆ อย่างได้... ก็อย่างที่พวกเขารู้ ว่าฤทัยนาคก็คือฤทัยนาค เธอปรับตัวทุกอย่างได้ว่องไว และเข้าใจอะไรง่าย... ใช่... ง่ายทุกเรื่อง เว้นเรื่องเดียว...

 

คือ ว่านาคต้องเอ่ยขึ้นขัดสองชายหนุ่มเมื่อเรื่องทุกอย่างถูกเล่าจนหมด ก่อนเธอจะพยายามเค้นคำพูดออกมา คือ... ฉันเชื่อทุกเรื่องนะ ไม่ว่าจะเรื่องพ่อจริงๆ ของฉัน เรื่องที่ฉันตายไปแล้ว และกลายเป็นหลิน หย่งไท่ หรือฉันกลายเป็นเงาของหลานเซ่อที่ใช้โค้ดเนม CUBIC... แต่ว่า...เธอต้องชะงักคำ และเม้มปากอย่างลำบากใจ ยามปรายตาขึ้นไปมองยังมาเฟียหนุ่ม พร้อมกล่าวขึ้นใหม่ด้วยสีหน้าปั้นยาก และน้ำคำที่ติดขัดราวมันยากมากที่จะเอ่ยออกมา แต่ว่า... จะให้ฉันเชื่อว่า... ฉันกับนายเป็น... เป็น...

 

สามี ภรรยาหลานเซ่อต่อถ้อยคำของหญิงสาวทันทีด้วยใบหน้านิ่งขรึมจริงจัง

 

ฉัน หมายถึงแค่คนรักน่ะนาคต้องรีบแก้คำ เมื่อรู้สึกวางตัวไม่ถูกกับการถูกย้ำสถานะลึกซึ้งระหว่างตนกับเจ้าหนี้ในความทรงจำ แถมตอนนี้เธอยังอยู่ในความรู้สึกของเด็กสาวอายุสิบเจ็ดที่ยังไม่พร้อมกับ เรื่องแต่งงานหรือการสร้างครอบครัวอะไรทั้งสิ้น ก่อนเธอจะมุ่นหัวคิ้วเคร่งเครียดโพล่งขึ้นใหม่ ฉันทำอะไร

 

หมายความว่ายังไง

 

นาคลังเล ที่จะพูดต่อทันทีเมื่อเจอคำถามสวนกลับรวดเร็วของมาเฟียหนุ่ม ยิ่งสายตาเรียวคมติดดุๆ ที่มองตรงมาอย่างคาดคั้น ก็ยิ่งทำให้เธอไม่กล้าจะเอ่ยต่อ แต่กระนั้นก็รู้ว่ายังไงก็ต้องทำให้ทุกอย่างมันกระจ่างชัดในเรื่องนี้ จนต้องยอมพูดออกไปอย่างไม่เต็มน้ำเสียงนัก ก็... หมายถึง... ฉันทำอะไร นายถึงต้องแต่งกับฉัน... แบบว่าเพราะฉันเคยช่วยชีวิตนาย แต่งการเมือง หรือมีเหตุอะไรที่บังคับให้นายต้องแต่งกับฉัน...  มันต้องมีสักสาเหตุสิน่า ไม่งั้นจะเป็นฉันได้ยังไง... แบบว่า ดูฉันสิ ดูหน้าฉันสิ... ฉันไม่ได้ใกล้เคียงพี่นัน หรือคุณเหม่ยจิงเลย ไม่เฉียดด้วย...

 

แค่เห็นก็รู้แล้วเสียงเย็นแทรกดักคออีกครั้ง

 

ซึ่งนาคหมดคำแย้งไปทันใดเมื่อเจอคำยอมรับง่ายดายของหลานเซ่อ ก่อนเธอจะแทบกลั้นหายใจถามคำถามที่ค้างคาในใจตนมากที่สุดกับเขาออกไป เมื่อจนปัญญาจะหาข้ออ้างอื่น ก็แล้วทำไม... ถึงเป็นฉัน

 

ครั้งนี้ร่างสูงสง่าที่ยืนพิงอยู่ที่โต๊ะทำงานตนกลับนิ่งเงียบไป ก่อนนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนคู่สวยคมจะส่งไปสบประสานนิ่งกับนัยน์ตาสีดำที่ยังมี ข้อกังขามากมาย และเฝ้ารอคำตอบจากเขา ซึ่งไม่นานเสียงทุ้มต่ำที่ฟังอ่อนลงจะตอบกลับมาเนิบช้าแค่ว่า คำตอบ... มันก็อยู่ในคำถามเธอแล้ว

 

ก็เพราะว่าเป็นเธอ...

 

คำ คำนี้แทรกขึ้นกลางสมองอย่างอัตโนมัติ จนนาคต้องหลุบนัยน์ตาหนีใบหน้าคมเข้มงดงามนั่นทันใด... ไม่รู้ทำไมถึงไม่กล้าสบตาเขากลับ... มันเหมือนกับว่าถ้าเธอมองนัยน์ตาสีอ่อนนั่นพร้อมมีคำตอบนั่นแทรกอยู่ในหัว เธอจะหมดซึ่งข้อกังขาทุกอย่างในตัวเขา... แต่ว่า

 

ฉัน... ฉันยัง... เอ่อ... เชื่อไม่ลง.. นาคยังไม่อาจยอมรับเรื่องความสัมพันธ์นี่ได้ มันดูน่าเหลือเชื่อเกินไปสำหรับเธอ ในความรู้สึกและความทรงจำเรื่องมาเฟียหนุ่มยามนี้ นาคยังหาตัวเชื่อมที่จะเข้าหากันไม่เจอเลย... หลานเซ่อในความทรงจำเธอมันเหมือนอยู่คนละโลก มันดูห่างไกลกันเกินไปจนเธออดพูดขึ้นมาไม่ได้ว่า รู้ไหม... แบบว่า อยู่ดีๆ วันนี้ตื่นมาฉันก็เป็นคนรักนาย ทั้งที่ฉันรู้สึกว่าเมื่อวานนายยังไม่ให้ฉันแตะแม้แต่กรอบรูปบนโต๊ะนั่น...

 

รูปเธอเองน่ะเหรอเป็นอีกครั้งที่ร่างสูงสง่าต้องดักคอหญิงสาวบนโซฟา พร้อมเอื้อมมือไปที่กรอบรูปบนโต๊ะทำงานตน ก่อนพลิกมันมาให้นาคดู... และมันเป็นจริงดังว่า เมื่อนาคเห็นชัดว่ายามนี้รูปในกรอบภาพตั้งโต๊ะ มันเป็นภาพถ่ายของเธอเอง ไม่ใช่นันทกาอย่างที่อยู่ในความทรงจำ

 

เจ้า ของใบหน้าธรรมดาพูดอะไรไม่ออกทันที ได้แต่มองตาปริบๆ อย่างอึ้งค้าง เมื่อรูปของตนกลายเป็นของประดับโต๊ะทำงานของหลานเซ่อแทนพี่สาวตนเอง แถมกรอบรูปยังใช้คนละอัน และจากที่เห็นบนโต๊ะเหมือนจะไม่ได้มีแค่กรอบรูปเดียวด้วย

 

โอ เค... ฉันว่าเรื่องนี้ พวกนายจัดการกันเอาเองดีที่สุดแดนต้องขัดชายหนุ่ม หญิงสาว ที่เขาเห็นว่าเป็นคู่รักที่แปลกที่สุดในโลกเวลานี้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนทันใดขณะว่า ฉันออกไปหาโรงแรมก่อนดีกว่า... เชิญเคลียร์กันให้เสร็จก่อนถึงอาทิตย์หน้าแล้วกัน ฉันไม่ว่างหลังจากนั้นแล้วหรอกนะ

 

จบ คำร่างสูงก็เดินก้าวยาวๆ ออกไปทันใด ในขณะที่นาคซึ่งเพิ่งเรียกสติของตนกลับมาได้ เมื่อได้ยินเสียงแดน ก็ลุกขึ้นยืนตาม และเดินไปที่ประตูห้องบ้าง หลังเพื่อนตนออกไปไม่นาน

 

นั่นเธอจะไปไหนเสียงเข้มดุเอ่ยไล่หลังคนอ่อนวัยกว่าทันใด เพียงเธอดึงประตูเปิด

 

ก็ที่พักฉันนาคหันมาตอบ พลางเสริมว่า "ถึงไม่มีห้องคอนเทนเนอร์แล้ว แต่น่าจะมีที่พักที่อื่นสักแห่งล่ะมั้ง

 

ทว่า เมื่อเอ่ยจบคำครั้งนี้ นาคกลับต้องยืนตัวเกร็งขึ้นทันใด เมื่อรับรู้ว่าร่างสูงใหญ่เดินมาประชิดแผ่นหลังตนตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ก่อนเธอจะเห็นว่ามือเรียวแข็งแรงอ้อมผ่านตัวเธอมาดันประตูปิดเข้าที่เดิม และตนรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อได้ยินเสียงกระซิบต่ำที่ชิดอยู่หลังศีรษะว่า

 

ที่อยู่เธอคือที่นี่ฤทัยนาค คนเป็นมาเฟียยังคงก้มตัวเข้ามาใกล้ร่างเล็กกว่าที่หน้าประตู ไม่คิดสนว่ายามนี้เธอยังคงชะงักความทรงจำอยู่ในช่วงอายุสิบเจ็ด และไม่เคยใกล้ชิดเขาในความทรงจำที่เหลือนั่น หากเวลานี้เขาต้องการย้ำสถานะของตนและเด็กตรงหน้าให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ก่อนเขาจะเอ่ยเสียงแผ่วหวิวทว่าเน้นชัดที่ข้างใบหูซึ่งเริ่มขึ้นสีแดงก่ำของ นาคว่า อยู่แค่ที่นี่... กับฉัน

 

คนฟังขนลุกวาบไปทั้งตัว ท่าทางที่เธอไม่เคยเจอจากเจ้าหนี้ในความทรงจำเล่นเอานาคไปไม่ถูก และยืนงุนงงสับสน ก่อนสะดุ้งตัวอีกครั้งเมื่อรู้สึกถึงวงแขนแกร่งจากคนด้านหลังที่เลื่อนขึ้นมาคล้ายจะโอบเอวเธอไว้... หากนาคกลับหมุนร่าง และเบี่ยงตัวออกห่างจากมาเฟียหนุ่มทันที พร้อมมายืนนิ่งห่างจากเขาพอประมาณ ในระยะที่คิดว่าแขนยาวๆ นั่นเอื้อมไม่ถึง ก่อนเธอจะหัวเราะแห้งๆ ส่งคืนให้อย่างเก้ๆ กังๆ

 

คือ... ฉัน... เอ่อ...นาคไม่รู้ว่าควรจะเริ่มพูดอะไรดียามนี้ แม้รู้ว่าความจริงระหว่างตนกับหลานเซ่อไม่ใช่แค่ลูกหนี้และเจ้าหนี้อีกต่อไป แล้ว แถมเลื่อนขั้นไปจนถึงระดับที่เธอไม่คาดคิดมาก่อน... ทว่าตอนนี้... เธอไม่ได้รู้สึกกับเขามากไปกว่าเจ้าหนี้เลย...

 

พลัน ความคิดในหัวราวถูกหยุดชะงัก เมื่อใบหน้าคมเข้มน่ามองนั่นหันกลับมาจับจ้อง และนาคเห็นว่านัยน์ตาสีอ่อนงดงามนั่นสั่นไหววูบหนึ่ง แต่เป็นวูบเดียวที่ทำให้ความรู้สึกผิดอาบขึ้นทั่วตัว จนต้องหลบสายตาเขาพร้อมกลืนน้ำลายลงคอ และเอ่ยได้เพียงคำสั่นๆ แค่ว่า ฉัน... ขอโทษ

 

บรรยากาศ ระหว่างคนสองคนตกอยู่ในความเงียบน่าอึดอัด เมื่อจบคำขอโทษนั่น นาคคิดว่าอาจได้ยินคำดุด่า หรือการออกปากไล่เธอไปที่อื่นจากมาเฟียตรงหน้าเมื่อเธอทำตัวไม่ได้ดั่งใจเขา

 

หากร่างสูงสง่าที่ยืนนิ่งไป กลับลอบผ่อนหายใจเบาๆ พลางว่าขึ้นราบเรียบ เธอควรไปนอนพักจบคำเขาก็ปรายนัยน์ตาไปยังประตูห้องนอน คล้ายเป็นการบอกเธอว่าให้ไปนอนที่ไหน ก่อนเอ่ยขึ้นใหม่อย่างนิ่งสงบเช่นเดิม เพิ่งโดนรถชนมา และเดินทางไกล ถ้าได้พักผ่อนบ้าง บางที่อะไรอาจจะดีขึ้น... และเธอเองอาจจะจำอะไรได้บ้าง

 

... โดยเฉพาะเรื่องของเขา

 

นาค มองประตูห้องนอนตามสายตาของหลานเซ่อ ทว่ายังคงยืนนิ่งราวลังเล และหันกลับมาที่หลานเซ่อคล้ายจะขอความแน่ใจว่าเธอมีสิทธิ์เข้าไปในห้องตาม ที่บอกได้จริงไหม ซึ่งท่าทางเช่นนั่นทำให้คนเป็นมาเฟียต้องขบกรามตนเล็กน้อย... เมื่อห้าปีก่อน เขาเคยทำให้เธอกลัวได้ขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ

 

หากมาเฟียหนุ่มก็จำต้องกดความรู้สึกทั้งหมดกลับลงไป และสำทับขึ้นใหม่กับคนตรงหน้า ไปนอนซะ

 

นาค มองใบหน้าหล่อเหลาที่วางนิ่งเย็นชา ทว่ากลับสัมผัสได้ถึงความเงียบเหงาเบาบางจากนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่จ้องมอง มา... ไม่แน่ใจว่าตัวเองทำอะไรให้เขารู้สึกไม่ดี และไม่รู้ว่าควรแก้สถานการณ์ให้ดีขึ้นยังไง... รู้แค่เพียงว่าไม่ชอบเลยที่เห็นสายตาแบบนั้น

 

และเมื่อคิดไม่ออกว่าควรทำอะไร เธอเลยเลือกยกยิ้มซื่อๆ ให้เขา พลางกล่าวออกไปตามนิสัย  

 

ถึงยังแค่หัวค่ำ แต่ก็... ราตรีสวัสดิ์นะ

 

 ขา ที่ยืนนิ่งอยู่เกือบก้าวไปดึงคนตรงหน้าเข้าหาตัว หากไม่ตระหนักว่าเธอยังจำเรื่องเกี่ยวกับตนไม่ได้ และคงไม่พร้อมกับการเข้าใกล้มากกว่าที่เป็นอยู่

 

ทั้ง ที่ยังเป็นเธอเหมือนเดิมทุกอย่าง... ทั้งที่เป็นฤทัยนาคที่เขารู้จักไม่เปลี่ยนแปลง... แต่ทำไมเขาต้องทนมองใบหน้าที่ส่งรอยยิ้มกว้าง และคำราตรีสวัสดิ์ง่ายๆ นั่นมา โดยไม่อาจสัมผัสมันได้ด้วย...




                                                                 **********************



 

 

สัมผัสอุ่นๆ ที่เป่าผ่านหน้าผากยามพลิกตัวกลับมาอีกด้าน ทำให้เปลือกตาที่ปิดสนิทอยู่ต้องเริ่มปรือเปิดขึ้นช้าๆ ก่อนที่จะเริ่มรู้สึกว่าไม่ใช่แค่มีเพียงลมอุ่นๆ ที่พัดผ่านเท่านั้น หากแต่มีบางอย่างที่แตะแนบบนหน้าผากตนด้วย
 

นัยน์ตาที่ยังปรับโฟกัสไม่ได้ ต้องค่อยๆ กระพริบรับภาพเบื้องหน้า พร้อมเป็นการเรียกสติของตนให้เข้าที่เข้าทางช้าๆ ...

 

หากความรู้สึกเบลอเมื่อยังตื่นไม่เต็มตากลับต้องสลายสิ้น พร้อมเปลี่ยนเป็นความตกใจที่กระชากก้อนเนื้อกลางอกให้ลงไปแทบเท้าแทน เมื่อสิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้าตนกลับเป็นใบหน้าหล่อร้ายกาจของคนเป็นมาเฟีย ที่ปิดเปลือกตาสนิทอยู่ประชิดหน้าเธอแบบแทบแนบสนิท ถ้าไม่มีจมูกโด่งคมสันของเขาที่ดุนอยู่บนหน้าผากเธอสร้างระยะห่างเพียงนิดนี่ล่ะก็ นาคคิดว่าริมฝีปากบางหยักลึกนั่นคงกดติดอยู่ที่ดั้งจมูกตนไปแล้ว

 

มานอนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่!

 

ตึ้ง!

 

เสียง เหมือนอะไรหนักๆ กระแทกพื้นข้างเตียงปลุกชายหนุ่มบนเตียงกว้างได้ในทันที ก่อนเขาต้องชะโงกตัวลงไปยังต้นเสียง และนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนคู่สวยคมก็จำต้องหรี่ลงมอง ก่อนเอ่ยถามเสียงเรียบเย็นอย่างเสียไม่ได้ว่า

 

เธอทำอะไร

 

นาค ที่มานอนหงายท้องเกร็งบนพื้น ซึ่งบ่งชัดว่าเธอเพิ่งกลิ้งตัวจนตกจากเตียง ได้แต่มองตาค้างไปบนเพดานและหัวเราะแห้งๆ พลางตอบคำถามด้วยน้ำเสียงทื่อๆ เหมือนท่องหนังสือ ฉัน-นอน-ดิ้น-น่ะ... โทษ-ที

 

แล้วทำไมถึงดิ้นคำถามเฉียบจากคนเป็นมาเฟียยังคงคะยั้นคะยอด้วยท่าทางจริงจัง... แม้จะรู้ดีอยู่แล้วว่าทำไม

 

เอ่อ... ก็... ... เพราะนาย...อยากจะตอบไปตรงๆ แต่ก็ได้แต่คิดในใจ พร้อมหัวใจที่ยังเต้นโครมครามไม่หยุด

 

ถ้าเธอยังไม่ก้าวเข้ามาในห้องนอนกว้างนี้ตั้งแต่เมื่อคืน เธอคงตอบไปตรงๆ แบบไม่รักษาน้ำใจเขาได้ แต่เพราะการที่เธอได้เข้ามาในห้องนี้แล้ว มันเลยทำให้ตนพูดอะไรประเภทนั้นไม่ออกอีก

 

เมื่อเธอเข้ามาพบว่าหลายสิ่งหลายอย่างรวมถึงบรรยากาศที่อบอวลอยู่ภายใน มันฟ้องว่าตนเคยอยู่ที่นี่มาก่อน ไม่ว่าจะของใช้ต่างๆ ที่เห็นในหลายๆ จุด... หนังสือประเภทที่เธอชอบอ่าน ซ้ำเป็นภาษาไทยที่คั่นไว้แล้วยังอ่านไม่จบข้างโต๊ะหัวเตียง ยางรัดผมหลายเส้นในกล่องแก้วใสๆ หน้าโต๊ะเครื่องแป้งตัวใหญ่ เสื้อผ้า รองเท้าในห้องแต่งตัว รวมถึงบรรยากาศที่คุ้นเคย และความทรงจำบางส่วนที่เลือนรางขึ้นมา แม้ไม่แจ่มชัดหรือเป็นเรื่องเป็นราว แต่มันก็ย้ำเตือนว่าเธอเคยอยู่ที่นี่แน่นอน

 

และ เพราะแบบนั้นมันเลยทำให้ปฏิเสธไม่ได้อีกว่าตนมีความสัมพันธ์กับหลานเซ่อมากกว่าเจ้าหนี้กับลูกหนี้ และทำให้ถึงยังไม่มีความทรงจำเรื่องความสัมพันธ์กับเขากลับมา หากเธอก็ไม่กล้าพูดอะไรที่ทำให้เขารู้สึกไม่ดีอีกแล้ว... โดยเฉพาะเรื่องของความใกล้ชิด

 

ฉะ... ฉันตื่นแล้ว ฉันไปอาบน้ำก่อนแล้วกันนาคเลี่ยงตอบคำถามแทน และรีบลุกขึ้นเดินออกไปด้วยหน้าที่ขึ้นสีเข้ม แม้จะยังเจ็บหลังจากการกลิ้งหนีร่างอีกร่างบนเตียงอยู่ก็ตาม... ถึงจะพอรู้แล้วว่าตนกับหลานเซ่อเป็นคนรักกันจริงๆ แต่ก็ยังไม่พร้อมรับมือกับความใกล้ชิดแบบเมื่อกี้อยู่ดี

 

ว่า แต่ปกติเธอกับหลานเซ่อนอนเตียงเดียวกันแบบนั้นงั้นเหรอ... ให้ตายเถอะ เธอจินตนาการไม่ออกเลยว่าตัวเองกล้านอนเตียงเดียวกับเขาได้ยังไง... แล้วเขาอนุญาตให้เธอขึ้นไปนอนได้ยังไง...

 

ช่วงสายๆ วันนี้เป็นอีกครั้งที่นาคต้องแปลกใจ เมื่อมาเฟียหนุ่มไม่ได้อยู่ในชุดสูทครบเครื่องเหมือนทุกที แม้ยังสวมกางเกงสแลคสีเข้มหากแต่ช่วงบนกลับเป็นแค่เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินดำปลด ประดุมบนสองเม็ดเผยช่วงลำคอและไหปลาร้าแกร่งแบบที่สาวๆ หลายคนคงยอมตายเพื่อได้ลองซบ(หรือไซ้)ดูสักครั้ง ขณะแขนเสื้อพับขึ้นมาครึ่งหนึ่ง

 

มันดูดีและมีเสน่ห์น่ามองไปอีกแบบหนึ่ง ที่สำคัญยังดูสบายๆ ต่างจากทุกที... แต่แม้เขาจะดูสบาย แต่คนที่อยู่ด้วยอย่างนาคกลับไม่สบายตัวตามนัก เมื่อรู้ว่าท่านประธานแห่งฉายหงกรุ๊ปกำลังอยู่ในช่วงพักผ่อนยาว เพราะเพิ่งเคลียร์งานทั้งหมดเสร็จก่อนถึงวันแต่งงาน ทำให้ยามนี้เขาว่างมากพอจะอยู่กับเธอได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงจนถึงวันสำคัญนั่น และอาจเลยไปหลังจากนั้นอีกเป็นอาทิตย์
 

แน่ นอนว่าตัวเธอที่มีความทรงจำครบคงชินกับการอยู่กับเขา(มั้ง) แต่ตัวเธอเวลานี้ขนาดทานอาหารเช้าโต๊ะเดียวกันยังเกร็งเลย ดังนั้นการอยู่ด้วยกับแทบตลอดเวลาแบบนี้มันยิ่งกว่าการวางตัวลำบากเสียอีก

 

และ เพื่อพยายามให้สถานการณ์มันดีขึ้นที่สุด นาคเลยเริ่มเดินสำรวจในห้องชุดกว้างขวางเพื่อระลึกความทรงจำของตน ซึ่งมันช่วยได้พอสมควร เพราะหลายจุดที่เห็นก็มีภาพความทรงจำเก่าฉายชัดขึ้นมาในสมองเหมือนว่าเธอเคย ผ่านตามาก่อน... อย่างที่หมอบอก เธอแค่ช็อกแล้วสักพักความทรงจำจะเริ่มกลับมาเอง ซึ่งตอนนี้มันก็เริ่มกลับมาบ้าง อย่างน้อยก็รู้สึกคุ้นเคยกับตัวห้องบางมุม

 

ซึ่ง เมื่อสำรวจไล่ห้องมาตั้งแต่ห้องโถงกว้างซึ่งเป็นห้องทำงานของหลานเซ่อ มายังห้องนอน ห้องน้ำ ห้องแต่งตัว ห้องนั่งเล่น จนมาถึงห้องหนังสือ... นาคเปิดประตูสีขาวเข้าไปภายใน หากต้องชะงักเมื่อเห็นห้องที่ผนังเต็มไปด้วยหนังสืออัดแน่น แต่ตรงกลางพื้นที่ซึ่งเป็นชุดโซฟาสีขาวกลับมีร่างสูงสง่าของหลานเซ่อนั่ง ไขว่ห้างอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ก่อน... ตอนแรกเธอก็สงสัยอยู่ว่าเขาหายไปไหน หลังออกมาจากห้องนอน คิดว่ามาเฟียหนุ่มคงเห็นว่าตนกำลังพยายามสำรวจห้องเพื่อรื้อฟื้นความทรงจำ อยู่ เขาเลยเลี่ยงออกมา เพื่อปล่อยให้เธอมีสมาธิมากพอที่จะทำอะไรสะดวกขึ้น

 

และเพราะไม่ทันนึกว่าจะได้เจอใครในนี้ นาคเลยโพล่งออกไปทันใดเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาคู่คมกริบ อ๊ะ!... ขอโทษ... ฉันไม่นึกว่านายจะ...

 

ทำไม ต้องขอโทษเสียงทุ้มลึกที่ติดจะดุดันเอ่ยดักคอพลัน ก่อนพับหนังสือพิมพ์ในมือตนลง และตวัดนัยน์ตาจ้องที่ร่างตรงหน้าประตูเขม็งพลางว่าเน้นหนัก ที่นี่มันบ้านเธอ

 

นาค ยืนเงียบไปทันใดเมื่อไม่อาจหาคำใดมาตอบเขาได้ ซึ่งท่าทางลำบากใจจนใบหน้าธรรมดานั่นหมองลง ก็ทำให้คนส่งแรงกดดันมาจำต้องคลายนัยน์ตาเฉียบดุ ก่อนเลือกจะเปลี่ยนเรื่องด้วยเสียงที่อ่อนลง จำอะไรได้แล้วบ้าง

 

คน ถูกถามเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงสง่าพลัน และดูโล่งใจขึ้นที่เขาเปลี่ยนเรื่องให้ ก็บางจุดในห้อง รู้สึกเหมือนจะเคยเห็นมาก่อนน่ะเธอตอบด้วยสีหน้าสดชื่นขึ้น ขณะหมุนนัยน์ตาไปมองชั้นหนังสือด้านหลังมาเฟียหนุ่ม ก่อนจะร้องบอกเหมือนเพิ่งนึกบางสิ่งออก อ๋อ ใช่!... ตรงนี้ฉันก็เหมือนจำได้

 

จบ คำนาคก็เดินดิ่งไปยังชั้นหนังสือแถวนั้นทันที และพยายามสำรวจทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้มากขึ้น เผื่อว่าตนจะนึกอะไรออกมากว่านี้ ขณะมาเฟียหนุ่มก็ถามขึ้นราบเรียบจากด้านหลัง

 

จำได้ว่า

 

รู้สึก เหมือนจะ... เอามือกวาดหนังสือลงมา...นาคขมวดคิ้วยุ่ง ทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันทีเมื่อความทรงจำที่วาบขึ้นมาในหัวครั้งนี้ คล้ายจะไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่นัก ก่อนอ้อมแอ้มถามอย่างเสียไมได้ เอ่อ... ฉันไม่ได้ทำห้องนายเละใช่...

 

ต้อง หยุดคำตนเพียงเท่านั้น เมื่อเธอหันมาอีกที ร่างสูงใหญ่ของคนที่คิดว่ายังนั่งอยู่บนโซฟากลับมายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าแล้ว และใกล้จนเธอต้องเผลอถอยเท้าไปชนชั้นหนังสือ

 

หากก่อนได้เดินเลี่ยงไปอีกทาง แขนแข็งแรงสองข้างกลับยกขึ้นกันทาง คร่อมตัวเธอไว้ทันใด พร้อมใบหน้าคมก็ก้มลงมากระซิบพร่าต่ำใกล้ๆว่า

 

มากกว่าเละ

 

นาค ต้องกลืนน้ำลายเฮือกหนึ่ง ขณะเบี่ยงหน้าไปด้านข้างด้วยหัวใจที่เริ่มเต้นถี่เพื่อหนีจมูกโด่งคมสันที่ใกล้เข้ามาจนแทบแตะโดนแก้มเธอ และหนีสายตาเรียวยาวคู่สวยที่จับจ้องมาในระยะประชิด... เมื่อนอกเหนือจากความนิ่งสงบในดวงแก้วสีอ่อนนั่น มันยังแฝงไปด้วยความปราถนาบางอย่าง ผสมแววอ้อนวอนเบาบาง อย่างที่คนถูกมองต้องหายใจติดขัด และเกร็งไปทั้งร่าง

 

ทั้งที่รู้ว่าเธอยังจำเรื่องเขาไม่ได้ แต่คนตรงหน้าเหมือนไม่คิดสนใจอีกแล้ว... 

 

ขอแค่ให้เขาได้สัมผัส...

 

หลาน...

 

เสียงที่เปล่งออกมาของนาคต้องกลืนลงคออีก เมื่อใบหน้าหล่อเหลา ยื่นลงมาใกล้มากกว่าเดิม จนเหมือนริมฝีปากของเขาจะกดลงบนผิวแก้มที่เริ่มซีดเผือดมากกว่าขึ้นสีแดงของนาค

 

หน้าตาคนอ่อนวัยกว่ายามนี้แสดงความหวาดเกรงเขามากกว่าเขินอาย... และเพราะแบบนั้น เจ้าของใบหน้าคมจึงตัดสินใจเลื่อนไปใกล้ใบหูของเธอแทน พลางกระซิบถาม

 

ในความทรงจำเธอตอนนั้น... ฉันดูน่ากลัวมากงั้นเหรอ

 

แม้จะฟังเรียบเย็น ทว่านาคจับแววหางเสียงที่ฟังสั่นเครือได้ เธอจึงค่อยๆ เอ่ยออกมา “... ไม่เชิงน่ากลัว... แค่...

 

แค่?” คำพูดที่ขาดห้วนไปราวลังเลจะพูดต่อ ทำให้เสียงทุ้มลึกต้องสำทับขึ้นชิดข้างใบหน้าเธอเช่นเดิม

 

นาคเม้มปากนิดอย่างเคยนิสัย แต่ไม่นานก็ยอมกล่าวขึ้นใหม่ แค่... ฉันไม่อยากทำให้ใครรู้สึก... ไม่ดี

 

อะไรคือไม่อยากทำให้ใครรู้สึกไม่ดีหลานเซ่อยังคงคาดคั้นด้วยแววตาจริงจัง

 

ครั้ง นี้นาคยอมหมุนใบหน้ากลับมาเผชิญกับร่างสูงสง่า และเธอยิ่งต้องเอาหลังไปติดกับชั้นหนังสือมากขึ้น เมื่อหันกลับมาที่เดิม แล้วปลายจมูกเธอดันชนเข้ากับจมูกของเขาพอดี กระนั้นเธอก็รวบรวมเสียง เค้นตอบไป นาย

 

คิ้ว เรียวเข้มของมาเฟียหนุ่มเลิกขึ้นเล็กน้อยกับสิ่งที่ได้ยิน ก่อนนาคจะพูดขึ้นใหม่ไม่เต็มน้ำเสียงนัก ไม่อยากให้นายรู้สึกไม่ดี... เวลาฉันเข้าใกล้เธอว่าเบาลง ตอนนั้นฉันรู้สึกแค่นั้น และมันก็เป็นเรื่องปกติของฉัน... ที่ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้นัก

 

ทุกอย่าง ตกอยู่ในความเงียบไปชั่วอึดใจเมื่อสิ้นคำสารภาพนั่น และแทนที่ร่างสูงสง่าจะยอมปล่อยให้คนตัวเล็กกว่าเป็นอิสระเมื่อได้คำตอบ เขากลับยิ่งก้มตัวลงใกล้หญิงสาวมากขึ้น พร้อมเอียงใบหน้าที่ชวนหลงใหลนั่นเข้าหาใบหน้าธรรมดาของนาคช้าๆ พลางถามแผ่วหวิว งั้นถ้าตอนนี้ฉันอยากเข้าใกล้เอง... สัมผัสเอง ... หรือรักเอง   “ก็ได้ใช่ไหม

 

กึก

 

ร่างกายสูงใหญ่พลันต้องชะงักไปนิด เมื่อก่อนที่เขาจะได้ทำอย่างที่ใจคิด มือที่เล็กกว่าของคนตรงหน้ากลับยกขึ้นมากั้นกลางริมฝีปากเขากับตนเองทันใด ทำให้ยามนี้ใบหน้าคมทำได้เพียงฝังจูบแน่นบนฝ่ามือของเจ้าหล่อน โดยที่หลังมือเธอก็กดชิดอยู่กับริมฝีปากตนเองเช่นกัน... ถ้าไม่มีมือนั่นกันไว้ก็คงเรียกว่าจูบไปแล้ว

 

นาคจ้องนิ่งที่นัยน์ตาสีอ่อนคู่งดงามที่อยู่ห่างแค่เพียงฝ่ามือตน ก่อนจะบอกออกไปชัดเจนว่า

 

ขอโทษจบคำก็ค่อยๆ ดันตัวของมาเฟียหนุ่มออกช้าๆ และเขาก็ยอมเคลื่อนออกห่างเล็กน้อย เพื่อเปิดช่องให้เธอได้กล่าวต่อ ฉันรู้แล้วว่าระหว่างเรามันมากกว่าเจ้าหนี้ และลูกหนี้ไปไกลแล้ว... แต่ว่า..นาคต้องหยุดคำพูดตนไปนิดด้วยสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย และน้ำเสียงที่อ่อนล้าลง ตอนนี้ฉัน... ไม่มีความทรงจำส่วนนั้น... นัยน์ตาสีดำที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดมากมายที่ส่งมา ทำให้ร่างสูงสง่าที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าต้องเลื่อนมือเรียวแข็งแรงของตน ขึ้นกำมือเล็กกว่าที่ยังค้างอยู่บนริมฝีปากตน และดึงมันมาแนบบนหน้าอกแกร่งแทน ก่อนเขาจะได้ยินเสียงแผ่วเบามาจากเธออีกว่า ขอโท...

 

อย่า ขอโทษถ้าเธอไม่ได้ทำอะไรผิดฤทัยนาค เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแทรกก่อนจะจบคำขอโทษของอีกฝ่าย ขณะกำมือของเธอกดลงที่อกตนแน่นขึ้นจนคล้ายสั่นน้อยๆ พร้อมคำกระซิบในลำคอที่ราวพยายามเค้นออกมา โดยเฉพาะกับฉัน...”  

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก   

 

บรร ยาการน่าอึดอัด และเหมือนบีบให้นาคหายใจไม่ออก ยามมองใบหน้าคมที่ทอดมองกลับด้วยความรู้สึกที่ชวนเจ็บหนึบในอกถูกหยุดชะงัก ไว้ทันใด เมื่อมีเสียงเคาะที่ประตูห้อง ก่อนเธอจะเบี่ยงตัวไปเห็นว่าร่างท้วมๆ ของแม่บ้านสูงวัยยืนกุมมือด้วยท่าทางสุภาพอยู่ตรงหน้าประตู ซึ่งร่างๆ นั้นก็กล่าวขึ้นกับคนทั้งสองว่า

 

ขอโทษค่ะ เตรียมอาหารกลางวันไว้พร้อมแล้วนะคะ

 

นาค หันกลับไปมองที่หลานเซ่อทันใด ซึ่งเขาก็ยอมคลายมือเธอออก และปล่อยให้คนอ่อนวัยกว่าเดินกึ่งวิ่งออกไป หากแต่นาคก็ต้องหยุดฝีเท้า และหันกลับไปมองร่างสูงสง่าที่ยังยืนนิ่งเงียบหันหลังให้... และเหมือนเขาจะรับรู้ในท่าทางห่วงกังวลจากคนด้านหลัง ทำให้ต้องกล่าวเสียงทุ้มเย็นขึ้น ทว่าไม่ได้หันกลับไปมองอีกว่า

 

ไปเถอะ... ฉันยังไม่หิว

 

ไปซะ... ก่อนเขาจะหยุดตัวเองไม่อยู่อีก...

 

นาค ยืนลังเลมองแผ่นหลังกว้างนั่นครู่หนึ่ง... รู้แล้วว่าทำให้เขาเจ็บอีก... แต่ก็ไม่รู้ว่าควรทำยังไง นอกจากส่งคำพูดสุดท้ายก่อนเดินตามแม่บ้านสูงวัยให้เขาไปว่า

 

“... ฉันจะ... รีบจำให้ได้




                                                          *************************




 

 

ขอ โทษทีที่ฉันคงจำไม่ได้ว่าคุณเป็นใครเมื่อเดินมาถึงห้องทานอาหาร นาคก็ต้องเอ่ยขึ้นกับแม่บ้านประจำของตน ที่สำหรับเธอตอนนี้เพิ่งเคยเห็นคนสูงวัยกว่าตรงหน้าเป็นครั้งแรก

 

ไม่ เป็นไรค่ะ ฉันเป็นแม่บ้านประจำของที่นี่... คุณหลินบอกอาการของคุณหย่งไท่ให้ฉันทราบแล้วค่ะ ใบหน้าใจดีที่มีร่องรอยของการเวลายกยิ้มส่งให้อย่างสุภาพ และเชิญเธอมาที่โต๊ะอาหารตัวยาวซึ่งมีจานสเต็กหอมกรุ่นจัดวางไว้สวยงามตั้ง อยู่ พร้อมเครื่องเคียงอีกหลากหลายบนโต๊ะ... แต่เนื้อสเต็กอย่างดีอีกจานที่อยู่คนละฝั่งคงไม่มีใครมานั่งกินแล้ว

 

นัยน์ตา สีดำของหญิงสาวอ่อนวัยกว่าที่กำลังจับจ้องที่เก้าอี้ว่างเปล่าฝั่งตรงกัน ข้าม ทำให้คนเป็นแม่บ้านต้องเปรยขึ้นอย่างเสียไม่ได้ว่า คุณหย่งไท่ไม่ดูเกร็งมากไปตอนอยู่กับคุณหลินเหรอค่ะ

 

นาคหันขวับไปมองคนสูงวัยข้างตัวที่เพิ่งเทน้ำเปล่าจากเหยือกใส่แก้วไวน์ของตน พร้อมร้องถามสีหน้าตื่นเล็กน้อย

 

มันดูออกขนาดนั้นเลยเหรอถามไปก็แอบหน้าแดงนิดๆ เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายคงเห็นเหตุการณ์ระหว่างตนกับหลานเซ่อในห้องหนังสือไปแล้ว

 

อึดอัดเลยล่ะค่ะร่างอวบตอบชัดเจน พลางเสริม ถ้าฉันเป็นคุณหลินคงรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ที่คนรักเราทำท่าแบบนั้นใส่

 

นาคมุ่ยหน้า และเอาส้อมเขี่ยถั่วในจากตนไปมาอย่างแก้ตัวไม่ออก... แค่เห็นนัยน์ตาสีอ่อนที่มองมาก็พอจะรู้แล้ว

 

หญิงสาวระบายลมหายใจแรงทีหนึ่ง พลางตอบเสียงแผ่ว ฉันแค่... นึกไม่ถึงว่าหมอนั่นจะรักฉัน... ได้...

 

ไม่ ใช่แค่รักหรอกค่ะ เสียงสดใสพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นส่งตรงมาให้ว่าที่นายหญิงของฉายหงกรุ๊ป ก่อนเธอจะเอ่ยถามขึ้นอย่างสุภาพ ฉันขอพูดอะไรตรงๆ หน่อยได้ไหมคะ

 

นาคพยักหน้ารับ วางมีดกับส้อมลง และหันไปมองคนสูงวัยกว่าอย่างสนอกสนใจเหมือนเด็กเล็กๆ ทันที 

 

ซึ่ง ท่าทางแบบนั้นทำให้คนเป็นแม่บ้านต้องยกยิ้มบางๆ ที่มุมปากอีกครั้ง พลางว่า ตอนเห็นคุณแรกๆ ฉันก็ไม่คิดว่าคุณหลินจะรักคุณเหมือนกันค่ะ นาคเลิกคิ้วน้อยๆ กับคำพูดนั้น แต่ไม่ได้โกรธหรือแสดงท่าทางน้อยใจอะไร เธอแค่ไหวไหล่นิด และกลับตั้งใจฟังมากขึ้น ซึ่งทำให้คนพูดกล่าวขึ้นต่อ ฉันคิดว่าคุณอาจถูกสมอ้างเป็นคนรักเพื่ออะไรสักอย่าง เพราะก็พอรู้ว่าฉายหงกรุ๊ปมีอะไรมากกว่าหน้าฉากที่เห็น... บอกตรงๆ ว่าผู้ชายที่เหมือนคนในอุดมคติขนาดนั้น น่าจะคู่กับผู้หญิงที่เหมือนคนในอุดมคติเหมือนกัน... ผู้หญิงทั่วไปเอื้อมคว้าผู้ชายที่เหมือนคนในอุดมคติแบบนั้นไม่ได้หรอก เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ชายในอุดมคติ ก็แปลว่าเป็นแค่อุดมคติเท่านั้น... ตอนนั้นฉันคิดแค่แบบนั้น

 

เพราะของในอุดมคติ มันแปลว่าไม่มีอยู่จริงงั้นสิ... นาคคิดตาม และต้องหันไปพยักหน้าเห็นด้วยกับแม่บ้านตน

 

นั่นสิ หลานเซ่อเหมือนเป็นแค่คนในอุดมคติสำหรับผู้หญิงรอบตัว...
 

เว้นกับคุณ

 

นาค ต้องหยุดนิ่งมองใบหน้าเหี่ยวย่นนิดๆ ของคนพูดทันใด ในขณะคนที่ถูกจับจ้องกลับเพียงก้มตัวเล็กน้อยลงมากล่าว และจ้องลึกเข้าไปในตาของเธอ คนในอุดมคติคือคนที่เราเอื้อมคว้าไม่ได้ และคุณหลินก็ถือเป็นผู้ชายในอุดมคติของหญิงสาวมากมายรอบตัวที่ไม่มีทาง เอื้อมคว้าเขาถึงมือที่หยาบกร้านนิดๆ ของคนสูงวัยยกขึ้นเกลี่ยที่เส้นผมหน้าม้าของหญิงสาวคราวลูกตรงหน้าอย่างเอ็นดู โดยนาคก็รับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ พร้อมกล่าวน้ำเสียงอ่อนโยนเนิบช้า แต่สำหรับเขาแล้ว... คุณคือคนๆ เดียวที่ผู้ชายในอุดมคติคนนี้จะหยุดยืนอยู่ตรงหน้า หรือแม้แต่ยอมคุกเข่าให้ เพื่อกลายเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งให้คุณจับต้องได้... แค่คุณคนเดียวเท่านั้นที่แตะต้องเขาได้

 

ที่นี้... สัมผัสได้แล้วใช่ไหม... ฤทัยนาค...

 

นาค ต้องสะดุ้งตัวนิดๆ เมื่อวูบหนึ่ง ราวกับได้ยินเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังแววขึ้นในโสตประสาท... ในเบื้องลึกของความทรงจำตน... เธอจำได้ลางๆ ว่ามีใครสักคนเคยพูดประโยคประมาณกับเธอมาแล้ว... ใครล่ะ? 
 

ใน ขณะที่รางอวบต้องเงยตัวขึ้นมาใหม่อีกครั้ง พลางพูดด้วยรอยยิ้มอบอุ่นไม่เปลี่ยน และฉันหวังว่าคุณหย่งไท่จะไม่กลายเป็นแค่ผู้หญิงในอุดมคติของคุณหลิน โดยที่เขาแตะต้องไม่ได้หรอกนะคะ... เพราะถ้าไม่ใช่คุณ คุณหลินก็คงเป็นแค่ผู้ชายในอุดมคติของผู้หญิงมากมายรอบตัวเขาตลอดชีวิตนั่นแหล่ะค่ะ เขาจะไม่ยอมให้ใครสัมผัสได้อีกแล้ว... เวลาฉันเห็นคุณหลินมองคุณ มันรู้สึกได้แบบนั้นเลย

 

ฉัน... ยิ่งได้ฟัง ก็ยิ่งเถียงไม่ออก จนได้แต่ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มหน้ายุ่ง บอกตรงๆ ว่าไม่คิดว่าตนจะถูกใครสักคนรักได้ขนาดนั้น... แต่พอนึกถึงสีหน้า แววตา และท่าทางที่ผ่านมาของคนที่ถูกกล่าวถึง... ใบหน้าธรรมดานั้นก็อดขึ้นสีเรื่อจางๆ บนแก้มไม่ได้...  

 

อีกอย่าง อย่างที่ฉันบอกคุณหย่งไท่ไปแล้วว่า คุณหลินไม่ได้แค่รักคุณหรอกค่ะ ครั้งนี้คนเป็นแม่บ้านเปรยขึ้นอีกครั้ง และหันมายิ้มกว้างมากกว่าเดิม และต่อคำพูดของตนชัดเจนว่า แต่คลั่งไคล้เลยล่ะ

 

ฟรู้ด!

 

คะ... คลั่งไคล้!” นาคพ่นน้ำออกมา และแทบสำลักของเหลวในแก้วทันใด เธอต้องไอค่อกแค่กหน้าแดงอย่างไม่อยากเชื่อหูในสิ่งที่ได้ยิน... คนสูงวัยข้างตัวเธอแค่เล่นมุขรึไง!

 

คลั่งไคล้... คลั่งไคล้เนี่ยนะ!... เจ้าชายน้ำแข็ง หน้าเย็นชา และใช้ชีวิตจริงจังทุกลมหายใจเข้าออกเนี่ยนะคลั่งไคล้เธอ แค่เรื่องเขารักเธอก็เหลือเชื่อพออยู่แล้ว... แล้วความจริงไม่ต้องเป็นเธอก็ได้ แค่คิดว่าเขาจะคลั่งไคล้อะไรสักอย่าง ก็นึกไม่ออกแล้ว

 

รู้รึเปล่าว่าคลั่งไคล้มันคืออะไร แปลว่าอะไร และใช้ในสถานการณ์ไหน หรือบุคคลประเภทไหน!... 
 

ทว่า ร่างอวบก็ยังพูดต่ออย่างไม่คิดว่าตนใช้คำผิด ตอนแรกฉันก็ไม่คิดว่าจะขนาดนั้นเหมือนกันค่ะ... แต่ว่า...เธอหยุดคำไปนิด และก้มตัวเข้าใกล้นาคมากกว่าทุกที ทำท่าทางลับๆ ล่อๆ เล็กน้อยราวกลัวว่าใครจะเข้ามาได้ยิน ก่อนกระซิบบางอย่างที่ข้างหูว่าที่นายหญิงแห่งฉายหงกรุ๊ป...

 

ความ จริงฉันก็ไม่ได้ตั้งใจหรอกนะคะ แค่ไปทำความสะอาดตามปกติ... แล้วก็ไปเจอมันเข้า... คิดว่าแม้แต่ตอนคุณหย่งไท่เป็นปกติก็คงไม่รู้เหมือนกัน และคิดว่าความจริงไม่ควรบอกเท่าไหร่...  แต่ถ้ารู้ไว้ตอนนี้ก็คงไม่เสียหาย เผื่อว่าคุณหย่งไท่อาจจะฟื้นความทรงจำได้ไวขึ้นด้วย

 

คำพูดของแม่บ้านสูงวัยที่ได้ยินเมื่อวานยังดังก้องในหัว เมื่อมายืนนิ่งอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าบิ้วท์อินของหลานเซ่อในห้องแต่งตัว

 

และ เพื่อสืบหาความจริงวันนี้ เธอเลยลงทุนตื่นตั้งแต่ตีห้า แม้จะเกือบหงายท้องตกเตียงอีกครั้งตอนตื่นมาเจอร่างสูงสง่านอนซ้อนอยู่ด้านหลังและโอบตัวเธอไว้หลวมๆ แต่เธอก็ยังสามารถเอาตัวเองออกมาจากแขนแกร่งนั่นได้ไม่ยาก แถมรักษาความเบาของเสียงไว้ไม่ให้เขาตื่นได้ด้วย

 

ใช่... และเวลานี้ คือโอกาสขจัดความสงสัยที่ท่วมท้นในอกให้หายไป

 

นาค แทบกำมือสองข้างแสดงการเป็นผู้ชนะอย่างเงียบๆ คนเดียว แต่พอเลื่อนประตูตู้ไม้เนื้อดีออกเห็นชุดสูทมีราคาหลากหลายตรงหน้าที่ถูกจัด แขวนเป็นระเบียบ และเงยหน้ามองไปเหนือหัว เห็นชั้นเล็กๆ ด้านบนซ้อนอยู่ เหมือนชั้นใส่ของจิปาถะนาคก็อดจะลอบกลืนน้ำลายลงคอ และเริ่มจะสองจิตสองใจขึ้นมากะทันหันไม่ได้

 

มะ... มันก็อยากรู้นั่นแหละ... แต่มันจะดีรึ ละลาบละล้วงข้าวของของคนอื่นเนี่ย... อีกอย่างหมอนั่นไม่มีทางทำอะไรพิลึก อย่างเรื่องคลั่งไคล้อะไรสักอยางแน่... มั้ง

 

คำ ว่ามั้งในหัวเหมือนจะสลัดมารยาทในตัวออกไปได้แทบจะทันที ก่อนเธอจะไปเอาเก้าอี้ในห้องมาใช้เหยียบขึ้นไปให้ถึงชั้นบนสุดของตู้เสื้อ ผ้าตรงหน้า แต่เก้าอี้ที่เอามาก็ดันไม่สูงพอให้เธอมองเห็นข้างในชั้นอย่างที่ต้องการ หากมือก็ยังสามารถยื่นล้วงเข้าไปได้ ซึ่งนาคก็ยื่นพรวดเข้าไปทันที ก่อนสัมผัสถึงกล่องไม้เนื้อเรียบความสูงแค่คืบหนึ่ง ทว่าความยาวกลับกว้างเป็นเมตร

 

ซึ่ง เธอไม่ลังเลที่จะดึงมันออกมาอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อมันหลุดออกมาจากชั้นลองมากกว่าครึ่ง นาคถึงรู้ว่าน้ำหนักของมันเกินกว่าที่มือของเธอสองข้างจะรับทัน จังหวะที่ดึงพรวดออกมา มันเลยหลุดมือออกไปทันใด พร้อมตัวเธอเองที่พยายามคว้าก็ล้มตกลงไปบนพื้นเช่นกัน

 

ตึง!

 

โครม!

 

อึก!” นาคพยายามกลั้นเสียงสุดกำลัง เมื่อกลัวว่าเสียงร้องของตนจะไปปลุกชายหนุ่มที่ยังนอนอยู่ในห้องนอนไม่ไกลนัก ก่อนที่จะกัดฟันค่อยๆ พยุงตัวตนเองขึ้นมาช้าๆ และเพิ่งเห็นว่ากล่องไม้ที่ตนทำร่วงลงมามันตกมากระแทกพื้นจนตัวล็อกเปิดออก พร้อมทุกสิ่งทุกอย่างในนั้นก็กระจัดกระจายปลิวว่อนไปทั่วห้องแต่งตัว

 

หว๋า!” นาคร้องอุทานหน้าซีดทันใดเมื่อทำเรื่องวุ่นวายกว่าที่คิดไว้หลายเท่า  เธอต้องรีบก้มตัวกวาดของที่อยู่ในกล่องไม้ที่กระจัดกระจายไปทั่วให้มารวมไว้ ด้วยกันอย่างตื่นๆ หากเมื่อก้มมองสิ่งที่ตนกำลังใช้มือกวาดอย่างลวกๆ บนพื้น ใบหน้าที่เคยขาวเหมือนแผ่นกระดาษกลับค่อยๆ แดงเรื่อขึ้นช้าๆ จนไล่ไปถึงใบหูสองข้าง...

 

 เพราะ สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า และกระจัดกระจายไปทั่วห้องแต่งตัวหรูคือภาพถ่ายมากมาย... ซึ่งทุกใบล้วนเป็นภาพของตัวเธอเองทั้งสิ้น... ซ้ำจำนวนที่เห็นอยู่ยามนี้มีเป็นร้อยๆ ภาพ หรืออาจหลายร้อยภาพ... หรือเป็นพันๆ จนมากกว่านั้นเลยด้วยซ้ำ!

 

แทบ ทุกภาพคล้ายเป็นภาพแอบถ่าย ตั้งแต่ช่วงเธออายุสิบเจ็ด อยู่ในอังกฤษ เรียน อยู่กับเพื่อน อยู่ที่คฤหาสน์คาเว่น อยู่ที่ตึกฉายหงกรุ๊ป หรือทำกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวัน รูปถ่ายพวกนั้นมีทุกสีหน้าของตัวเธอเองด้วยซ้ำ... แม้แต่เวลานอนหลับก็ตาม... แม้จะไม่มีภาพถ่ายไหนที่ส่อแววไม่ดี และละลาบละล้วงขั้นเรื่องส่วนตัวลับเฉพาะ แต่จากที่เห็น เหมือนเธอจะถูกจับตามองจากเขาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงในระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา
 

ซ้ำคำว่า คลั่งไคล้ที่ สะท้อนก้องในหัว มันยิ่งเป็นตัวเร่งให้คนที่ไม่ทันรับกับเรื่องแบบนี้อึ้งค้างจนแทบไปไม่เป็น และทำได้แต่นั่งหน้าเห่อแดงกับความจริงที่รับรู้

 

แถม ที่ทำให้เธอหัวใจเต้นแรงมากขึ้นไปอีก คือภาพถ่ายของเธอในช่วงที่ยังทำงานใช้หนี้เขาตอนอายุสิบเจ็ด... ตอนที่เธอทำงานก่อสร้าง หรือส่งของ... จะบอกว่าเขารู้สึกพิเศษกับเธอตั้งแต่ตอนนั้นแล้วงั้นเหรอ!
 

การ มารับรู้เรื่องแบบนี้ ไม่รู้ว่าใครที่ควรอายกันแน่ คนที่ถูกรู้ความลับ หรือคนที่รู้อย่างเธอ... แต่ไม่ว่าใครสมควรอาย เวลานี้เธอก็รู้สึกว่าตัวเองเครื่องช็อตไปก่อนคนแรกแล้ว

 

และ พอนาคมีแรงจะตั้งสติได้บ้างก็ต้องหันไปที่กล่องไม้ ซึ่งเธอเห็นว่าไม่ได้มีแค่รูปถ่ายเป็นพันๆ ใบของตนอยู่ในนั้น เมื่อเหลือบไปเจอนาฬิกาเรือนสีเงิน ที่ไม่น่าใช่ของแพงมากแต่น่าจะมีราคา ซึ่งทำให้ความทรงจำวูบหนึ่งเหมือนคืนมาว่าเธอเป็นคนให้เขาเอง รวมถึงยังมีตลับเทปเล็กๆ เหมือนที่ไว้ใช้กับเครื่องตอบรับในโทรศัพท์อยู่ม้วนหนึ่ง แต่อันนั้นเธอไม่รู้จริงๆ ว่ามันคืออะไร และสิ่งที่ทำเธอหน้าแดงอีกตลบ คือชุดนักเรียนของตนตอนเรียนอยู่ที่โรงเรียนในเครือฉายหงกรุ๊ป ที่ถูกพับไว้ทั้งชุดอย่างดี ซึ่งดูจากไซต์แล้วเป็นของเธอไม่ผิดแน่

 

ทว่า ก็มีอีกสิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษจนสะดุดตา มันคือเครื่องเอ็มพีสาม ที่นาครู้สึกลางๆ ว่าน่าจะเคยเห็นมันมาก่อน แต่ก็ไม่ชัดว่าเมื่อไหร่ หรือมันมีไว้เพื่ออะไร

 

ซึ่ง เธอรู้สึกโชคดีที่มันยังมีแบตอยู่ จนสงสัยว่าความจริงหลานเซ่ออาจเอามันมชาร์จบ่อยๆ ก็เป็นได้ ทำให้นาคเริ่มเปิดมันขึ้นมา และไล่เปิดโปรแกรมไปที่ละอย่าง เผื่อว่ามันอาจมีอะไรที่ทำให้ตนได้ความจำกลับมา จนกระทั่งมาถึงส่วนบันทึกเสียง...

 

ช่วงแรกๆ เธอมีสีหน้าเคร่งเครียดพอสมควรกับบทสนทนาของตนกับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งพูดคุยเรื่องของหลานเซ่อและแม่ของเขา ร่วมถึงแผนการร้ายต่างๆ ของเสียงชายในเครื่อง เธอฟังแล้วก็ยังไม่สามารถจำอะไรได้มาก นอกจากภาพฉากเลือนลางที่ฉายขึ้นมาเป็นพักๆ ไม่ประติดประต่อ แต่ก็พอจะเดาเรื่องราวได้บ้าง ทว่าจากใบหน้าเครียดๆ จริงจัง ยามฟังสิ่งที่อยู่ในเอ็มพีสามบนมือก็กลับกลายเป็นการอ้าปากค้างกว้างขึ้น เรื่อยๆ จนความร้อนระอุไต่กลับขึ้นมาบนใบหน้าอีกครั้ง เมื่อสิ่งที่อยู่ในบันทึกช่วงหลังๆ แทบทั้งหมดเป็นเสียงของเธอเองที่พูดเรื่องที่ไม่คิดว่าจะหลุดออกมาจากปากตัว เองได้

 

และ ครั้งที่นาคไม่รอฟังมันจบ เธอปิดมันทันที ก่อนกวาดรวบรูปถ่ายของตน ที่ยิ่งมองยิ่งเขิน... ไม่รู้ว่าเขินอะไรเหมือนกัน แต่รู้ว่าวันนี้มองหน้ามาเฟียหนุ่มไม่ติดแน่ ซึ่งพอคิดถึงว่าใกล้เวลาหลานเซ่อตื่น เธอก็ยิ่งเร่งเก็บของบนพื้นด้วยหูตามึนเบลอ ก่อนรีบยัดเจ้ากล่องไม้ใบยาวกลับเข้าที่ ปิดประตูตู้ คว้าเสื้อคลุมแขนยาว รองเท้าคอนเวิร์ส ก่อนวิ่งออกจากห้องแต่งตัว ปิดประตูให้สนิท และพุ่งตัวออกจากห้องชุดหรูหราทันใด  

 

วันนี้ขอเธอออกไปหาความทรงจำที่หายเอาข้างนอกก่อนแล้วกัน แล้วค่อยกลับมารับความจริงที่แทบมุดแผ่นดินหนีที่หลัง

 

ว่าแต่ไอคำว่า คลั่งไคล้เนี่ยยังเต้นอยู่ในหัวอยู่เลยให้ตายสิ!

 

การ ตื่นขึ้นมาตอนเช้าโดยที่หาตัวคู่หมั้นตนไม่เจอก็ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดได้ นิดๆ แล้ว แต่ยิ่งเดินหาทั่วทุกห้อง หรือลองโทรตาม ทว่าเจ้าหล่อนไม่ได้เอาโทรศัพท์ติดตัวไป ก็ยิ่งทำให้ความกังวล เป็นห่วง และความเคร่งเครียดเพิ่มสูงขึ้นไปอีก จนเกือบเรียกลูกน้องตนให้ออกตามหาว่าที่นายหญิงของฉายหงกรุ๊ปเดี๋ยวนั้น

 

ทว่า เมื่อลองเข้ามาในห้องแต่งตัว และเห็นว่าเสื้อคลุม รองเท้าคู่ประจำ พร้อมกระเป๋าเป้ของเธอหายไป ก็ทำให้เขาเบาใจขึ้นเล็กน้อย เพราะรู้ว่านาคออกไปข้างนอกเอง ไม่ได้มีใครพาไปไหน... แต่ก็ยังไม่คิดล้มเลิกการสั่งให้คนตามหา จนกระทั่งนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนก้มลงมาเห็นภาพถ่ายใบหนึ่งที่หล่นอยู่ในซอกตู เสื้อผ้าของตน และพอหยิบขึ้นมา ถึงเห็นว่าเป็นรูปของหญิงสาวที่เขาสั่งให้คนแอบถ่ายมาให้เสมอ

 

ซึ่งครั้งนี้ใบหน้าคมเข้มที่เครียดขึ้งคลายหัวคิ้วลงเล็กน้อย ขณะปรายมองไปที่ชั้นบนสุดของตู้เสื้อผ้า

 

มือ เรียวแข็งแรงต้องยกกล่องไม้ยาวๆ ของตนออกมา ก่อนเปิดมันออก ทำให้เห็นชัดว่าภายในเพิ่งถูกใครสักคนเปิดดู ซ้ำยังทำของสะสมเขาระเนระนาดไม่เป็นระเบียบ เหมือนเผลอทำหล่นและรีบจับยัดกลับลงไป... ซึ่งเดาได้ไม่ยากเลยว่าใครเป็นคนทำ

 

แต่ แม้จะถูกคนถือวิสาสะมาแอบรู้ความลับตน ทว่ามาเฟียหนุ่มกลับเพียงยกยิ้มนิดๆ ที่มุมปากอย่างอารมณ์ดีขึ้น... เพราะรู้แล้วว่าทำไมเจ้าเด็กน้อยของเขาถึงรีบหนีออกไปจากห้องก่อนเขาจะตื่น แบบนี้

          แต่จะปล่อยให้หนีไปนานๆ ก็คงไม่ดีเท่าไหร่...




                                                                               ***************



 

เสียง ระเบิด สัมผัสร้อนๆ ของไฟ และกลิ่นควันที่คละคลุ้ง ทุกอย่างราวเกิดขึ้นรอบตัวเธอยามเมื่อมายืนจับจ้องพื้นที่ที่เคยเป็นตึกฉาย หงกรุ๊ปเก่า ซึ่งบัดนี้มีแต่เสียงอึกทึก และเสียงเครื่องยนต์ที่กำลังทำงานดังกระหึ่มทั่วทุกทิศ เมื่อมันกำลังถูกสร้างเป็นตึกใหม่อีกครั้ง

 

ความ ทรงจำในตอนที่เธอหนีระเบิดบนนั้นเหมือนจะซัดสาดเข้ามาในสมองเป็นระลอก... ไม่มีอาการปวดหัว หรือทรมานตอนพยายามนึก เพราะไม่ต้องพยายามภาพเหล่านั้นก็เหมือนหลั่งไหลเข้ามาเองโดยอัตโนมัติ อาจแค่เพียงไม่ประติดประต่อซะทีเดียว แต่ก็มากพอให้เข้าใจได้ และคิดว่าถ้าให้เวลามากกว่านี้ทุกอย่างจะแจ่มชัดเอง เพราะที่ผ่านๆ มามันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ เธอจำรายละเอียดในห้องชุดของหลานเซ่อได้ครบแล้ว... แต่น่าแปลกที่เรื่องของหลานเซ่อกลับยังไม่ชัดเจนเท่ากับเรื่องราวการทำงาน หรือการใช้ชีวิตในฮ่องกงหรือในอังกฤษของตน

 

ทุก ครั้งที่เหตุการณ์เก่าๆ มันกลับเข้ามา และช่วงจังหวะที่มาเฟียหนุ่มมาเกี่ยวข้อง มันเหมือนโดนตัดออกไป และข้ามฉากไปที่อื่นตอนที่ไม่มีเขาอยู่เลย... นาคไม่เข้าใจ ถ้าเขาคือคนรักที่สำคัญมาก เธอก็ควรจำเรื่องของเขาได้ก่อนเป็นอันดับแรกสิ... แต่นี่มันเหมือนถูกล็อกปิดตายด้วยอะไรสักอย่าง

 

หาก แม้จะล็อกปิดตายอยู่ ทว่าคนที่กำลังยืนมองไซด์งานก่อสร้างเบื้องหน้า กลับค่อยๆ หน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนเพิ่งไปเจอเข้าในตู้เสื้อผ้าของเขา... ถึงไม่มีความทรงจำเก่าในเวลานี้ แต่ความทรงจำใหม่ที่ได้รับนี่ก็ทำเธอว้าวุ่นใจจนแทบวางตัวไม่ถูกแล้ว... และไหนจะสายตา ท่าทาง การกระทำพวกนั้นอีก...

 

ครั้งนี้ปฏิเสธไม่ออกแล้วว่าไม่ได้ถูกรัก...

 

การ ถูกรักเนี่ยมัน...นาคงึมงำขึ้นได้เพียงเท่านั้น ก่อนต้องลงไปนั่งยองๆ บนพื้นและก้มศีรษะซุกกับหัวเข่าของตนซ่อนดวงหน้ามิดชิด ทว่าใบหูสองข้างที่ซ่อนไม่ได้ก็ยังแดงก่ำชัดเจนเช่นเดิม... ไม่เคยคิดว่าในชีวิตนี้จะถูกใครมารักนอกจากพ่อแม่หรือพี่สาว... การที่อยู่ๆ มารู้ว่าตัวเองถูกรัก โดยเฉพาะถูกรักจากคนที่ไม่คาดคิดว่าจะหันกลับมามอง... และรักมากขนาดนั้น...

 

...น่าอายแฮะ... มันคงเป็นคำที่เธอพอจะเปรียบเทียบความรู้สึกตนออกยามนี้... และคงรู้สึก... ดีใจนิดๆ ด้วย... มั้ง

 

นาค... กลับมาฮ่องกงตั้งแต่เมื่อไหร่

 

เสียง ทักภาษาอังกฤษคุ้นหู ทำให้คนที่ยังนั่งขดตัวบนพื้นเงยหน้าไปมองที่ด้านหลังของตนทันใด ก่อนจะเห็นชายหนุ่มใบหน้าคุ้นเคยบนจักรยานส่งของที่ในความทรงจำเธอ จำได้ว่ามันใหม่กว่านี้ กระนั้นไม่นานที่จ้องมองคนตรงหน้าความทรงจำบางส่วนเกี่ยวกับเขาก็เริ่มกลับ มา จนเธอต้องครางชื่อเจ้าตัวกลับไป

 

“... ต้าห่าย

 

คนอ่อนวัยกว่ากระฉับหมวกแก๊ปบนศีรษะเล็กน้อย ก่อนถามขึ้นใหม่ ทะเลาะกับคุณหลินอีกแล้วเหรอ

 

ที่ ต้องถามแบบนั้นเพราะตอนที่เขาขี่จักรยานมาส่งของแถวนี้ และเห็นนาคอย่างที่ไม่คาดคิด แถมมานั่งนิ่งบนพื้นหน้าแดงเหมือนเมื่อครั้งล่าสุดที่เจอ มันช่างเป็นเหตุการณ์เดจาวูจนอดถามไปแบบเดิมไม่ได้... ว่าแต่คนตรงหน้าเขาเป็นผู้หญิงของมาเฟียอันดับหนึ่งของฮ่องกงจริงรึเปล่า ทำไมเขามักเจอเจ้าหล่อนอยู่คนเดียวแบบไม่มีบอดิการ์ดที่ไหนมาคุ้มกัน ทุกที... จะว่ามาเฟียหนุ่มไม่ใส่ใจ หรือการคุ้มกันหละหลวมก็ไม่น่าใช่... แต่เท่าที่เห็นคนอย่างนาคคงหาทางเลี่ยงออกมาคนเดียวได้เองมากกว่า

 

 ซึ่ง หญิงสาวที่ไม่คิดว่าจะบังเอิญมาเจอคนรู้จักยามนี้ ก็มองหน้าเขานิ่งนาน และแทนที่เจ้าหล่อนจะคิดถามสารทุกข์สุขดิบ หรือทักทายหลังจากไม่ได้เห็นกันเกือบปี ซ้ำในสภาพใหม่ที่เธอไม่ชินตานัก เธอกลับเอ่ยขึ้นว่า

 

นาย... เคยถูกใครคลั่งไคล้ไหม

 

ห๊า!?”



                                                         ****************************



 

 

สรุป ว่านี่ความจำเสื่อมอยู่งั้นเหรอ ต้าห่ายยื่นกาแฟกระป๋องที่กดมาจากตู้ให้นาค พร้อมย่นคิ้วถามอย่างไม่ค่อยเชื่อนัก เมื่อมาฟังคำอธิบายว่าทำไมคุณเธอเจอหน้าเขาถึงได้ถามคำถามประหลาดนั่น...

 

ว่าแต่ท่าทางเจ้าหล่อนไม่ให้อารมณ์เหมือนคนความจำเสื่อมเลย แล้วทำไมแต่ละรอบที่มาเจอเขา ชอบเอาเรื่องเหลือเชื่อมาเล่าให้ฟังทุกที

 

นาค ขอบคุณคนอ่อนวัยกว่าที่ส่งเครื่องดื่มในมือมาให้ ก่อนพยักหน้ารับนิดหนึ่ง แค่สูญเสียทรงจำบางส่วน ไม่ได้เสื่อม... แต่ตอนนี้จำได้บ้างแล้ว

 

เว้นเรื่องคุณหลินชายหนุ่มเอ่ยต่อให้อย่างรู้ทัน

 

นาค ที่กำลังยกกาแฟเย็นในมือดื่มมุ่ยหน้าลงทันใด ทั้งรู้สึกอาย และรู้สึกผิดในเวลาเดียวกันเมื่อคิดถึงเขา ก็... พยายามอยู่ ว่าพลางทอดมองรถที่วิ่งกันขวักไขว่บนถนนแถวควีนโรสเซ็นทรัล ที่กลางย่างเซ็นทรัลแบบนี้มีแต่ผู้คนเดินจอแจดูวุ่นวายตลอดเวลา แต่คนที่ยืนพิงกำแพงอยู่ข้างร่างสูงกับจักรยานของเขากลับรู้สึกโหวงว่าง ซ้ำยิ่งนึกถึงสีหน้าของหลานเซ่อยามจ้องนัยน์ตาเธออย่างเงียบเหงาเจ็บปวดเมื่อเธอพยายามหลีกหนี มันยิ่งทำให้รู้สึกแปล็บๆ ในอก ไม่รู้ว่าเพราะรู้สึกผิด หรือว่าอะไร  

 

งั้นจะบอกว่าตอนนี้ นาคไม่ได้รักคุณหลินต้าห่ายเลิกคิ้วถามทันใด พร้อมยกน้ำอัดลมในมือขึ้นดื่มอึกหนึ่ง

 

ไม่ รู้สิ... แค่...นาคเว้นคำไปนิด ขณะยังมองตรงไปข้างหน้าเหมือนผ่านเลยทุกสิ่งไป เลื่อนลอยและดูแสนไกล พลางตอบด้วยสีหน้าสำนึกผิดที่เจือด้วยความหม่นหมอง แค่ไม่อยากเห็นเวลาหมอนั่นทำหน้าเหมือนจะตายแบบนั้น” 

 

นั่นก็แปลว่ากำลังแคร์เขาอยู่ไม่ใช่รึไง... ต้าห่ายได้แต่หรี่นัยน์ตามองคนข้างตัวขณะยกเครื่องดื่มจ่อค้างที่ปาก

 

ใน ขณะที่นาคก็ปรับท่าทางให้มาเป็นปกติ และโพล่งขึ้นหน้ายุ่งใหม่ แต่ฉันพยายามแล้ว... มันมีแต่เรื่องอื่นเข้ามา ที่ไม่ใช่เรื่องของหลานเซ่อน่ะ
 

งั้น ก็ค่อยๆ นึกไป เรื่องอื่นยังกลับมาเรื่อยๆ ได้ เดี๋ยวเรื่องคุณหลินก็กลับมาเอง... ถึงผมไม่รู้จักคุณหลินนัก และรู้แต่ข่าวร้ายๆ มาเยอะ แต่พอเป็นเรื่องของนาค คุณหลินก็อดทนได้ดีเสมอนี่ คนอ่อนวัยกว่าเสนอขึ้นอย่างใจเย็น

 

แต่ นาคกลับยิ่งหน้ายุ่งหนัก ก่อนกระดกกาแฟกระป๋องในมืออึกใหญ่ คล้ายจะใช้มันคล้ายเครียด ก่อนเอ่ยสวน ก็คงได้ ถ้าฉันไม่ได้กำลังจะแต่งงาน พร้อมเข้าหอกับเขาในอีกห้าวันข้างหน้า

 

แค่ก แค่ก แค่ก!” คนที่กำลังเทน้ำอัดลมลงคอเฮือกสุดท้ายสำลักน้ำข้นเหนียวออกมาทันใด พร้อมไอตัวโกงอย่างหนักเมื่อมันพุ่งขึ้นในหลอดลมตัวเองด้วย และสักพักเมื่อเขาพอจะควบคุมอาการของตนได้ แม้จะยังหน้าแดงก่ำจากการสำลักอย่างทรมาน ก็หันหน้าขวับมายังคนข้างตัวอย่างรวดเร็ว อะไรนะ!... จะแต่งงานอีกห้าวัน และเข้าหอด้วย!

 

นาคไม่ตอบ แต่เพียงพยักหน้าให้ทีหนึ่ง

 

ซึ่งชายหนุ่มที่ยังเอามือมาเช็ดคราบเหนียวจากปากและจมูกเป็นพักๆ ก็อดเบ้หน้าตามไม่ได้ ขณะพึมพำขึ้น อือ กะ... ก็น่าลำบากใจจริงๆ แฮะ

 

ถ้านาคยังไม่มีความทรงจำของหลานเซ่อก่อนถึงวันนั้น แล้วมันจะไปยืนบนแท่นพิธีสาบาทตน พร้อมเข้าหอไปกับผู้ชายที่ไม่รู้ว่ารักหรือไม่รักกันแน่แบบสนิทใจได้ยังไง...

 

ยอมๆ ไปเดี๋ยวก็จบรึไง... ไม่ดีมั้ง!

 

นาค ที่เห็นหน้ายุ่งเหยิงอย่างคนคิดไม่ตกของต้าห่าย ก็จำต้องถอดถอนใจออกมา ขณะเปรยขึ้นเนิบช้า ด้วยเสียงเหน็ดเหนื่อย ความจริง เรื่องของคนสำคัญที่สุดของเรา... เราควรจะนึกมันได้ก่อนเป็นอันดับแรกใช่ไหม

 

อือ... ก็ คงงั้นคนถูกถามก็ได้แต่อ้อมแอ้มตอบไม่เต็มคำ หากอยู่ๆ เขาก็หันกลับมาว่าขึ้นใหม่เหมือนเพิ่งนึกบางสิ่งออก แต่ก็ไม่แน่!

 

            หญิงสาวหันไปเลิกคิ้วขึ้นข้างเป็นคำถามทันใด ทำให้คนอ่อนวัยกว่ารีบอธิบายให้เข้าใจมากขึ้น

 

ผม ก็ไม่ใช่หมอหรอกนะ ที่จะไปเข้าใจระบบสมองคนน่ะ... แต่ก็คิดว่ามันอาจเหมือนเวลาที่เราเก็บของสำคัญสักชิ้นก็ได้ นาคยิ่งเลิกคิ้วสูงสนใจคำกล่าวนั่นมากขึ้น ซึ่งต้าห่ายก็กล่าวขึ้นใหม่ช้าๆ ว่า เพราะสำคัญมาก เราก็เลยอาจเก็บมันไว้ในที่ที่มิดชิด เพื่อรักษามันไว้ให้ปลอดภัยที่สุด จนบางทีมันก็มิดชิดจนเราหามันไม่เจอ เขาเว้นคำไปนิด เพื่อให้อีกฝ่ายคิดตาม ก่อนเข้าประเด็นชัดขึ้นเมื่อนาคแสดงว่าเข้าใจในสิ่งที่เขาจะสื่อ ซึ่งมันก็อาจจะเหมือนความทรงจำ... และบางทีเพราะคุณหลินสำคัญกับนาคมากๆ เลยทำให้นาคต้องเก็บความทรงจำส่วนนั้นให้ปลอดภัยในที่ที่ลึกที่สุด เพื่อปกป้องไม่ให้มันหายไปตลอดกาลก็ได้” 

 

คนฟังยืนเงียบนิ่งไปทันใดเมื่อจบข้อสันนิษฐานจากร่างตรงหน้า ขณะคิดทบทวนตามอย่างตั้งใจ จนได้ยินคำถามจากเบื้องหน้าว่า

 

ทุกครั้งที่นาคจำอะไรได้ นาคทำยังไง

 

นาคไหวไหล่ข้างหนึ่ง พลางตอบ ก็ต้องเห็นอะไรที่เคยผ่านตา

 

ต้า ห่ายหรี่นัยน์ตามองเธอ และคิดทวนนิดหนึ่ง งั้นแสดงว่าทุกความทรงจำของนาคต้องมีกุญแจไขเปิดเขาสรุป  นาคแค่ต้องหากุญแจดอกสุดท้ายที่เกี่ยวกับคุณหลินให้เจอ... ผมคิดว่านะ

 

กุญแจดอกสุดท้ายที่จะไขงั้นเหรอนาคทวนคำๆ นั้นช้าๆ พร้อมย่นหัวคิ้วลงเล็กน้อย

 

ใช่... ต้องให้ถูกดอกด้วย

 

ทุกอย่าง ราวตกอยู่ในความเงียบชั่วอึดใจ ก่อนที่หญิงสาวที่ตีสีหน้าไตร่ตรองพักหนึ่งจะคลายโบบนหัวคิ้วลง และตวัดนัยน์ตาขึ้นมองคนอ่อนวัยกว่าข้างตัวราวเพิ่งเข้าใจบางสิ่ง อย่างกระจ่างชัด พลางร้องออกมาด้วยอารมณ์ที่ปลอดโปร่งขึ้น ว้าว... ช่วยได้เยอะเหมือนกันแฮะ

 

ไม่ รู้สิ ผมก็เดาเอาน่ะต้าห่ายไหวไหล่ตอบ ก่อนก้มดูนาฬิกาบนข้อมือตน และต้องร้องอุทานขึ้น โอ๊ะ ผมต้องไปส่งของต่อแล้ว... กลับเองได้ใช่ไหม

 

หันมาถามเหมือนเป็นมารยามมากกว่า เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าเจ้าหล่อนออกมาเองได้ ก็ต้องกลับเองได้

 

แต่ก่อนที่เขาจะคร่อมจักรยานของตนขี่ออกไป ชายหนุ่มอ่อนวัยกว่าก็หันมาตะโกนบอกกับนาคว่า

 

อ๋อ อีกอย่าง คิดในแง่ดี ผมว่าที่นาคสูญเสียความทรงจำก็ดีนะ คนฟังต้องเลิกคิ้วสูง ไม่เข้าใจในความหมายนั่นนัก ทำให้ต้าห่ายต้องฉีกยิ้มกว้างตอบกลับมาอีก เพราะถ้านาคยังปกติดีคงไม่มีทางรู้ว่าคุณหลินเขารักนาคจนคลั่งไคล้ขนาด ไหน” 

 

นาค รู้สึกเหมือนอยู่ๆ ก็มีไฟมาสุมบนแก้มตนทันใดกับคำล้อเลียนแทงใจดำนั่น แต่ความรู้สึกตะขิดตะขวงใจและขัดเขินทั้งหมดกลับมลายลงเมื่อต้าห่ายกล่า วขึ้นใหม่อีกครั้งด้วยท่าทางที่จริงจังขึ้นแม้จะยังส่งยิ้มกว้างมาไม่คลาย แล้วก็...คงไม่มีทางได้เห็นว่า เวลาที่นาคจำว่ารักคุณหลินไม่ได้ คุณหลินเขาเจ็บเจียนตายขนาดไหนด้วย... เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยนะว่ารัก หรือมากกว่านั่นน่ะ... ผมว่ามั่นใจให้เต็มที่แล้วรีบจำให้ได้ดีกว่า นั่นน่ะดีที่สุด

 

คำ พูดทิ้งท้ายนั้นเหมือนหยุดเวลาของนาคให้นิ่งงันไปชั่วอึดใจ และทำได้เพียงมองตามแผ่นหลังของต้าห่ายที่ขี่จักรยานของตนห่างออกไปเงียบๆ ก่อนเธอจะค่อยๆ หันกลับไปมองยังถนนใหญ่เบื้องหน้าอีกครั้ง และยกกาแฟกระป๋องในมือตนขึ้นจิบราวเลือนลอยไปครู่กับการคิดตามในสิ่งที่คน อ่อนวัยกว่าพูดไว้

 

นั่น สิ... ตอนนี้มันเหมือนกับว่าเธอกำลังตามเก็บตัวตนของหลานเซ่อที่ยามปกติเธอคงไม่มีทางได้เห็นง่ายๆ... และได้รู้ว่าเขารักเธอมากกว่าที่ตัวเองคิดมากขนาดไหน...

 

ตะ... แต่ถึงขนาดคลั่งไคล้... มันก็... นาคอดยกมือตนขึ้นมาถูๆ ที่แก้มเพื่อคลายความร้อนบนนั้นอย่างเสียไม่ได้เมื่อคิดถึงตรงนี้

 

ปี๊ด!

 

เสียง แตรรถบนถนนเบื้องหน้าทำให้คนที่กำลังจมอยู่ในภวังค์ต้องตวัดใบหน้าเงยไปที่ ต้นเสียงทันใด ก่อนนัยน์ตาสีดำจะเปิดกว้างขึ้นเมื่อเห็นรถเปิดประทุนสีขาวของออดี้ อาร์แปด สไปร์เดอร์ รถบอกฐานะคนขับชัดเจนที่ข้างฟุตบาท

 

และจากการมองรถเสร็จนาคก็ต้องไปมองเจ้าของรถที่บีบแตรใส่เธอ ซึ่งเขาก็หันมาดึงแว่นกันแดดสีชาที่เพิ่มให้ใบหน้าคมหล่อเหลาแบบหนุ่มผู้ดีอังกฤษดูน่ามองขึ้นออกช้าๆ เผยนัยน์ตาสีฟ้าคู่คมสวยคล้ายคนๆ หนึ่งที่เธอเพิ่งวิ่งหนีเขามา ก่อนเสียงทุ้มต่ำจะเอ่ยขึ้นว่า

 

ทำไมหลานเซ่อถึงกล้าปล่อยเจ้าสาวความจำเสื่อมของตัวเองออกมาเถลไถลข้างนอกบ่อยนัก

 

เดนีสไม่คิดว่าจะเจอเธอที่นี่จริงๆ ทั้งที่วันนี้เขาเพิ่งเหยียบแผ่นดินฮ่องกง และเตรียมจะลองไปพบเธอที่ตึกฉายหงกรุ๊ป แม้จะแทบไม่มีเปอร์เซ็นต์ได้เจอก็ตาม... คงเรียกว่าโชคดีมากที่ฟลุ๊คขนาดนี้ เพราะเหมือนนาคจะอยู่คนเดียว... ซ้ำอยู่ในสภาพของคนที่ยังไม่มีความจำครบ โดยเฉพาะเรื่องของว่าที่เจ้าบ่าวของเธอเอง

 

ยิ่งเห็นใบหน้าธรรมดาขมวดคิ้วยุ่งมองเขาเหมือนงงๆ ว่าเขาเป็นใคร ก็ยิ่งทำให้เดนีสต้องยกยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก

 

บางทีเวลาไม่ถึงอาทิตย์ อาจสามารถเปลี่ยนอะไรได้อย่างไม่คาดคิดจริงๆ ก็ได้




 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
บทความผีเข้าของ B 13 s.t ตอนที่ 15 : CUBIC FINAL ภาคพิเศษ(1) (ก่อนรีไรท์) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 48780 , โพส : 58 , Rating : 52% / 117 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3
# 58 : ความคิดเห็นที่ 1962
62 ก็ยังอ่านอยู่#อาการของคนตกหลุมรักอะไรซ้ำๆเป็นแบบนี้นี่เอง(ตกหลุมรักนิยายเรื่องคิวบิก)
Name : SSPP9999 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SSPP9999 [ IP : 171.5.245.6 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 มีนาคม 2562 / 23:21
# 57 : ความคิดเห็นที่ 1843
โห...เดือนนึง!!!!ทำมาเปนบ่นเดือนนึง แหมทีตัเองนี่ไม่มีใครเค้าบ่นสักคำ!!!#ทีมแดน
Name : ใครสักคนนี่แหละ... [ IP : 153.192.164.111 ]

วันที่: 13 มกราคม 2561 / 20:03
# 56 : ความคิดเห็นที่ 1837
พี่แบงค์จะรู้ไหมเนี่ยว่า 6 ปีมาแล้วยังมีคนกลับมาอ่านรอบที่เท่าไรก็ไม่รู้ ผูกพันธ์กับเรื่องนี้มาก รัก จนเรารู้สึกว่านาคมีชีวิตจริงๆและเราก็รู้จักนาคผ่านตัวอักษรของพี่แบงค์
Name : Earth [ IP : 103.26.22.219 ]

วันที่: 19 ตุลาคม 2560 / 19:22
  • ความคิดเห็นที่ 1837-1 (จากตอนที่ 15)
    5555 นั่นสิคะ รู้สึกเหมือนกันเลย กลับบ้านปีใหม่เห็นหน้าปกคิวบิกแล้วก็อดใจไม่อยู่ ปัดฝุ่นอ่านรอบที่เท่าไหร่ก็จำไม่ได้แล้ว คิดถึงความรู้สึกตอนที่เฝ้ารอออกแต่ละตอน ลุ้นแค่ไหน ค้างแค่ไหน และรู้สึกอิ่มเอมแค่ไหน ผ่านตัวหนังสือและคาแลคเตอร์ของทุกตัว ... เหมือนกับมีชีวิตและมีตัวตนขึ้นมา 5555 รวมๆแล้วก็ขอบคุณพี่แบ้งอีดทีที่แต่งนิยายดีๆมาให้อ่าน เป็นกำลังให้พี่แบ้งเรื่อยๆนะคะ สวัสดีปีใหม่2018ค่าาาา
    Name : -Kuwa- < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ -Kuwa- [ IP : 110.171.216.52 ]
    ส่งข้อความลับ
    วันที่:4 มกราคม 2561 / 23:39
# 55 : ความคิดเห็นที่ 1713
"แต่สำหรับเขาแล้ว..คุณคือคนคนเดียวที่ผู้ชายในอุดมคติคนนี้จะหยุดยืนอยู่ตรงหน้า หรือแม้แต่ยอมคุกเข่าให้ เพื่อกลายเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งให้คุณจับต้องได้...แค่คุณคนเดียวเท่านั้นที่แตะต้องเขาได้" ชอบอ่ะ >3<
Name : PunaLatte < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ PunaLatte [ IP : 114.109.244.106 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มิถุนายน 2558 / 12:09
# 54 : ความคิดเห็นที่ 1628
พี่เเบงค์ค่ะ เมื่อใหร่จะต่ออีกค่ะ หนูรอมานานนนนนนนนมมาก 555
Name : Warisara Jeasaman < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Warisara Jeasaman [ IP : 49.230.97.135 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กรกฎาคม 2557 / 18:21
# 53 : ความคิดเห็นที่ 1479
ติดงอมแงมเลยสนุกสุดๆเลยค่ะ ^^ อ่านตอนแบบนี้เปรียบเทียบอารมณ์ แบบจะสงสารดีไหม ? 555
Name : PatteeraGm < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ PatteeraGm [ IP : 58.11.229.141 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 เมษายน 2557 / 19:18
# 52 : ความคิดเห็นที่ 1453
คือติดเรื่องนี้งอมแงมอ่ะจริงๆ ชอบหลานเซ่อกับฤทัยนาคมากกก
Name : Mties < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mties [ IP : 114.109.94.201 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 เมษายน 2557 / 11:20
# 51 : ความคิดเห็นที่ 1377
เราตามมาจากนิยาย เราชอบเรื่องนี้มากๆ มันรู้สึกอบอุ่นเมื่อได้อ่านนิยายประเภทที่นางเอกไม่จำเป็นต้องบอบบาง ไม่จำเป็นต้องถูกปกป้อง อะไรประมาณนี้อะนะ :)
PS.  สวัสดีฮับ เค้าชื่อเค้าชื่อ....คิกๆ
Name : DAHLA < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ DAHLA [ IP : 66.249.80.220 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 เมษายน 2557 / 08:35
# 50 : ความคิดเห็นที่ 1359
คือกรี๊ดมาก ชอบมากและอาจจะรักเลยด้วย ทั้งๆที่เป็นแค่ตัวอักษรแต่กลับทำให้รู้สึกได้ถึงความรักความผูกพันธุ์ของทั้งหลานเซ่อและนาค มันเป็นอะไรที่ลึกซึ้งแต่ไม่เกินจริงการที่เราจะรักใครสักคนที่เป็นเหมือนทุกสิ่งในชีวิตเรานั้นมันเป็นแบบไหนเพิ่งเข้าใจตอนนี้เอง ขอบคุณมากค่ะสำหรับความสนุกและสิ่งดีๆที่ไม่คิดว่าจะรับรู้ได้มากมายขนาดนี้ รักนาคมากแต่อาจจะน้อยกว่าหลานเซ่อเยอะเลยสินะ 5555555555555
Name : สุดย0ด [ IP : 113.53.159.38 ]

วันที่: 28 มีนาคม 2557 / 20:03
# 49 : ความคิดเห็นที่ 1272
อ่านเวอร์นี้ไม่ค่อยจะสงสารหลานเซ่อซักเท่าไหร่ ออกจะสะใจด้วยซ้ำ (นายทำอะไรผิด) ก็ไม่รู้สินะ เรานั่งยิ้มตลอดเลยตอนอ่านอ่ะ แต่ตอนอ่านเวอร์หลานเซ่อความจำเสื่อมบ้างนี่โครตจะสงสารนาคเลย ต้องเริ่มจีบหลานเซ่อใหม่/// ส่วนเดนิสเรารู้นะว่านายจะทำอะไรน่ะ 5555 
PS.  ใครบางคนเคยกล่าวไว้ว่า...เพราะโลกมันกว้าง คนข้างๆจึงสำคัญ
Name : Giftfiiz Oh Ho < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Giftfiiz Oh Ho [ IP : 171.6.202.32 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 มีนาคม 2557 / 13:13
# 48 : ความคิดเห็นที่ 1114
หลานเซ่อนายสุดยอดมาก ตลั่งไคล้เลยเหรอเนี่ย
Name : เเมวดำท่องราตรี < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เเมวดำท่องราตรี [ IP : 1.20.140.140 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มีนาคม 2557 / 12:20
# 47 : ความคิดเห็นที่ 913
ชอบตอนที่พิเศษที่นาคความจำเสื่อมมากๆ  เหมือนกับเอาคืนตอนที่หลานเซ่อความจำเสื่อม  จนทำให้นาคต้องเสียใจ
PS.  
Name : เมมฟิส < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เมมฟิส [ IP : 115.67.70.25 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 มีนาคม 2557 / 14:29
# 46 : ความคิดเห็นที่ 575
หลานเซ่อความจำเสื่อมนี่ทำเราร้องไห้เลย บีบคั้นจิตใจมาก สงสารนาคที่สุด

แต่พอมาอ่านอันนี้ที่นาคความจำเสื่อม รู้สึกสะใจนิดๆ เหมือนได้แกล้งหลานเซ่อ 55555555

ปล. กรี๊ดดด เดนิส อยากให้รักนาคตลอดไป ถึงนาคจะไม่รักก็เหอะ (แอบโรคจิตอีกแระ)
PS.  เจ้าชายคาโล วาเนบลี เคยกล่าวไว้ว่า "...เคยมีตำนานเล่าถึง...อาทิตย์ไม่เคยดับในดินแดนแห่งน้ำแข็ง ท่ามกลางอากาศที่หนาวจัด ก็ยังมีดอกเกล็ดหิมะยังขึ้นงามได้..."
Name : Feliona~!!~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Feliona~!!~ [ IP : 27.55.47.199 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 มกราคม 2557 / 16:29
# 45 : ความคิดเห็นที่ 448
ปกติเป็นคนไม่ได้อ่านนิยายนะคะ แต่ขอชมเลยค่ะว่าชอบเรื่อง CUBIC มากกกกกกกกกกก เป็นนิยายที่อ่านจบแล้วไม่อยากอ่านเรื่องไหนต่อ กลัวว่าจะไม่น่าติดตาม ไม่สนุกเท่าเรื่องนี้ รักคนเขียน รักตัวละครในนิยายนี้ทุกตัว อยากให้ B13 s.t. เขียนตอนพิเศษออกมา ต่อจังเลยค่าาาาาา ขยายความของใครก็ได้ เดนิส แดน นันทกา จงซิน อยากอ่านมากๆๆๆๆๆๆๆๆ จะรอสนับสนุนนะคะ
Name : fai [ IP : 1.2.151.6 ]

วันที่: 16 พฤศจิกายน 2556 / 15:40
# 44 : ความคิดเห็นที่ 444
ชอบเวอร์ชั่นหลานเซ่อ ความจำเสื่อม เพราะมันดูยาก หนักใจ เหนื่อยใจดี (ออกแนวโรคจิตนะเราเนี่ย)
Name : มันแกว [ IP : 27.145.100.84 ]

วันที่: 3 พฤศจิกายน 2556 / 16:12
# 43 : ความคิดเห็นที่ 407
อ๊ากกกกก ! เดนิสสสส !! 555555555555555
บอกตรงๆว่า ชอบเรื่องนี้มาก ติดนิยายเรื่องนี้สุดๆเลยล่ะค่ะ !
ตอนอ่านตอนพิเศษในเล่มก็มีความรู้สึกว่าอยากอ่านตอนที่นาคความจำเสื่อมบ้าง
แล้วก็มาเจอจริงๆ !! ขอบคุณมากๆนะค่ะ ที่แต่งนิยายดีๆขนาดนี้มา
เราอดหลับอดนอนเพื่อจะได้อ่านคิวบิกจนจบเลย
รู้สึกเสียดายเหมือนกันที่จบ ขอบคุณสำหรับทุกๆอย่างนะค่ะ !
PS.  ·*.:。✿✲-·(¯`°.•°•.★*Watashi wa EXOTIC*★ .•°•.°´¯)*¤°
Name : { มนิสบุย' < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ { มนิสบุย' [ IP : 125.24.24.127 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 สิงหาคม 2556 / 19:19
# 42 : ความคิดเห็นที่ 400
อ่าๆๆๆๆ เคลิ้มมมมมมมมมม
Name : NuMaple < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ NuMaple [ IP : 58.8.245.34 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กรกฎาคม 2556 / 20:35
# 41 : ความคิดเห็นที่ 392
ชอบที่นาคยังคงมีสติ หวงตัว ได้ตลอด ไม่เคลิบเคลิ้มไปกับหน้าหล่อๆของหลานเซ่อ
จะ "รัก" นาคก็ตรงนี้ล่ะ จิ้นจนถึงวันเข้าหอ
รักนาคมากกกกก เล้ย
Name : จงชินชา [ IP : 1.0.227.78 ]

วันที่: 12 กรกฎาคม 2556 / 12:42
# 40 : ความคิดเห็นที่ 366
ชอบตอนก่อนรีไรท์นี่แหละ
เพราะรู้สึกว่วาเหตุผลมันสมเหตุสมผลที่ว่า...
 นาคจำไม่ได้ก็เพราะ ก่อนที่นาคจะโดนเฉี่ยว นาคกำลังคิดเรื่องที่ว่า ทำไมเจ้าสาวไม่เป็นคนอื่น?
ซึ่งมันเหมือนกับนาาคเริ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองคู่ควรกับหลานเซ่อแน่หรือ? หรือเพราะอะไรถึงเป็นเธอ?
ชอบตอนนี้แหละ  มัมนจึงนำมาสู่การสูญเสียความทรงจำ ในช่วงที่เกี่ยวกับหลานเซ่อ
เพราะเหมือนเธอเองก็ไม่อยากเชื่อ ไม่อยากยอมรับ

ไม่รู้ไรเตอร์คิดไง แต่แค่ออกความเห็นเฉยๆนะ ตามมุมมองชอบก่อนรีไรท์
Name : Ketos < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ketos [ IP : 110.77.192.169 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 เมษายน 2556 / 00:12
# 39 : ความคิดเห็นที่ 319
จบแค่นี้หรือว่ามีต่อค่ะ บอกหน่อย พลีสสส
Name : Diana [ IP : 115.67.99.73 ]

วันที่: 17 มีนาคม 2556 / 06:30
# 38 : ความคิดเห็นที่ 316
คนละฟีลกับเวอร์ชั่นรีไรท์เลยค่ะ
อ่านอันนี้แล้วทำไมเราขำ ;w;
Name : เจ้าฟอฝ้าย < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้าฟอฝ้าย [ IP : 124.121.81.108 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 มีนาคม 2556 / 19:29
# 37 : ความคิดเห็นที่ 314
ลุ้นเหมือนกันนะแต่คนละแบบ



แต่แบบรีไรท์นี่สุดๆบีบคั้นอารมณ์มาก แอบก่นด่าหลานเซ่อในใจ อะไรจะขนาดนั้น



ส่วนอันนี้ชอบคำพูดแม่บ้านมากค่ะ
PS.   ๛ & ๛
Name : ๛Petch_naja๛ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ๛Petch_naja๛ [ IP : 182.53.49.79 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มีนาคม 2556 / 18:07
# 36 : ความคิดเห็นที่ 313
อ่านตอนรีไรท์เสร็จแล้วมาอ่านตอนก่อนรีไรท์นี่ช่ยได้เยอะเลยนะคะ
เพราะตอนรีไรท์หลานเซ่อความจำเสื่อมอ่ะ พาเครียดน่าดู สงสารนาคสุดใจเชียว เพราะปกตินาคก็กลัวหลานเซ่อไม่รักอยู่แล้ว พอมาเจอสายตาว่างเปล่าของหลานเซ่อ คงเจ็บน่าดู

แต่ตอนก่อนรีไรท์นาคความจำเสื่อม หลานเซ่อก็น่าสงสารนะ แต่ก็ยังมีอำนาจในการบังคับให้นาคอยู่ใกล้ๆได้ ยังมีโมเมนต์น่ารักๆบ้าง

เฮ้อออออ คนอ่านอินนะเนี่ย
Name : เก๋ [ IP : 171.98.18.24 ]

วันที่: 10 มีนาคม 2556 / 15:32
# 35 : ความคิดเห็นที่ 312
พออ่านตอนพิเศษรีไรท์ รู้สึกว่าเรื่องมันบีบคั้นอารมณ์มากกว่าตอนก่อนรีไรท์ซะอีก ... หลานเซ่อ ดูเป็นอะไรที่จับต้องไม่ได้ ยิ่งไกลเข้าไปใหญ่ แถมจงซินที่อยุ่ข้างก้ไม่เห็นจะช่วยสนับสนุนนาคเล้ยย แต่ก็น่ะ คิดว่าสรุปแล้วสองคนนี้เหมาะสมกันตรงไหน คงตอบได้ว่าที่นาคเป็นนารและหลานเซ่อคือหลานเซ่อ ไม่มีใครแทนที่ได้ พวกเขาเข้าใจกันผ่านความป็นความตายมาด้วยกันแล้ว มีแค่นาคเท่านั้นที่จะทำให้ผู้ชายในอุดมคติเป็นที่จับต้องได้..สำหรับนาคเท่่านั้น  

ลุ้นภาคีรีไรต์สุดๆๆ นาคจะจีบหลานเซ่อ อิอิ ทำงานเพื่อซื้อดอกไม้ ขอให้จีบติดน่ะ 

ปล.หลานเซ่อเย็นชา ไม่น่ารักเลยอ่ะ สงสารนาคผู้หญิงที่ไม่สวยเท่าสาวๆรอบข้างหลานเซ่อ :(
PS.  A goal is a dream with a deadline.
Name : spring < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ spring [ IP : 210.48.222.13 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มีนาคม 2556 / 09:11
# 34 : ความคิดเห็นที่ 310
มาอัพหน่อยน้า
PS.  Soul Eater จงเจริญ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
Name : meduza < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ meduza [ IP : 110.169.184.128 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มีนาคม 2556 / 17:18
หน้าที่ 1 | 2 | 3
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android