คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

CUBIC (ตีพิมพ์แล้ว)

ตอนที่ 7 : ข้อเสนอ(รีไรท์2)


     อัพเดท 3 ก.พ. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : B 13 s.t ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ B 13 s.t
My.iD: https://my.dek-d.com/satancrow
< Review/Vote > Rating : 98% [ 392 mem(s) ]
This month views : 644 Overall : 1,012,096
27,731 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 2118 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
CUBIC (ตีพิมพ์แล้ว) ตอนที่ 7 : ข้อเสนอ(รีไรท์2) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 31152 , โพส : 51 , Rating : 84% / 99 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



  

ตอนที่ 7 ข้อเสนอ

   ร่างสูงสง่าในสูทสีเข้มนั่งพิงพนักเบาะเก้าอี้ของตนพลางปิดเปลือกตาพักเหนื่อยกับงานที่ตนเพิ่งทำมา จมูกโด่งคมสันสูดลมหายใจเข้าออกแผ่วเบา และเป็นระดับเดียวกันเสมือนว่าเขาใกล้จะเขาสู้ห้วงนิทรา        

      

            ในขณะที่หลานเซ่อกำลังจะปล่อยให้ตนหลุดลอยไปความเหนื่อยล้าภายในห้องทำงานโออ่ากว้างขว้างของห้องประจำตำแหน่งเจ้าของโรงเรียนของตน เสียงเคาะที่หน้าประตูก็ดังขึ้นเรียกให้เปลือกตาหนักๆ เผยนัยน์ตาสีอ่อนคู่คมกริบ ชวนหลงใหลขึ้น ก่อนร่างสูงสง่าของชายหนุ่มจะผละจากเบาะหนังของเก้าอี้ ขึ้นมานั่งเช่นเดิม และเอ่ยอนุญาตคนที่รออยู่หน้าประตู

"เข้ามา"

ร่างสูงอีกร่างของจงซินก้าวอย่างมั่นคง ตรงมาที่หน้าโต๊ะทำงานของเจ้านายตนเอง ก่อนโค้งให้เขาอย่างมีมารยาท และเอ่ยรายงานสิ่งที่ตนนำมา

            "ตอนนี้ ‘คารอส ทาร์เปีย’ เพิ่งลงจากเครื่องครับ... คืนนี้จะมีการจัดงานรับรองแขกของบริษัทฉายหงกรุ๊ป และเขาได้รับเชิญมาร่วมงานด้วย โอกาสที่เราจะได้เขามาเป็นหุ้นส่วนของเราน่าจะเป็นครั้งนี้" จงซินเงียบไปครู่ ก่อนว่าขึ้นใหม่ "แต่เรามีปัญหานิดหน่อยครับคุณหลิน"

            "ปัญหาอะไร" หลานเซ่อมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย เมื่อได้ยินสิ่งที่จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับธุรกิจของเขา

            "...คารอส ทาร์เปีย... ไม่ชอบมาเฟีย เขาเป็นพ่อค้าอาวุธเถื่อน แต่ทำงานคู่กับลูกชายตลอด ไม่เคยร่วมหุ้นหรือทำธุรกิจกับใคร โดยเฉพาะกับมาเฟียหรือยากูซ่า... มีกลุ่มแฟมิลี่หลายกรุ๊ปยื่นข้อเสนอดีๆ ให้เขาเยอะแต่เขาไม่เคยรับข้อเสนอกลุ่มแฟมิลี่ของมาเฟียที่ไหนเลย คิดว่าถึงเขาจะมาถึงที่นี่ แล้วเรามีข้อเสนอดีขนาดไหนก็ยังไม่แน่ว่าจะลบทิฐิของเขาลงได้

"แต่ถ้าได้เขามาร่วมมือกับเรา การส่งออกสินค้าในสหรัฐฯ จะง่ายกับเรามากขึ้น" หลานเซ่อต่อคำพูดของลูกน้องคนสนิท พลางชักสีหน้าครุ่นคิด หากแต่สายตาเจ้ากรรมกลับมองเลยผ่านหน้าต่างกระจกที่มองได้ด้านเดียวจากภายใน ไปยังเบื้องล่างซึ่งห่างจากห้องของเขาไปสามชั้น พลันนัยน์ตาสีอ่อนถึงกับค้างนิ่งและหัวคิ้วเรียวเข้มถูกชักชนกัน

เมื่อเขาเห็นเจ้าลูกหนี้คนสำคัญ กำลังเดินอยู่เบื้องล่าง กับร่างสูงๆ ของเด็กหนุ่มต่างชาติ ซึ่งเขารู้จักดี…

แดนนี่ ทาร์เปีย ลูกชายคนเดียวของ คารอส ทาร์เปีย ที่เข้ามาเรียนในโรงเรียนของเขาได้เกือบเดือนแล้ว 

เท่าที่สังเกตแดนคงเข้ามาดูท่าทีของมาเฟียหนุ่มให้พ่อตนเอง ก่อนที่พ่อของเขาจะมาฮ่องกง... หรืออาจมีจุดประสงค์อื่นมากกว่านั้น... ยามนี้เขารู้แค่ว่าเจ้าเด็กต่างชาติลูกครึ่งคิวบาอเมริกันนั่นเจ้าเล่ห์ไม่ใช่น้อยเลย      แล้วเด็กนั่นไปรู้จักได้ยังไง... เลือกคบเพื่อนดีจริงๆ      

"สองคนนั้นรู้จักกันได้ยังไง" เสียงของมาเฟียหนุ่มมีกระแสเครียดขึงจนฟังออกชัดเจน 


            ในขณะที่จงซินเดินเข้ามาดูที่หน้าต่างด้วยเช่นกัน ใบหน้านิ่งเฉยเลิกคิ้วเล็กน้อย แสดงความแปลกใจที่เกือบดูไม่ออก ก่อนเอ่ยว่า  "ห้องที่เราส่งให้ฤทัยนาคเข้าไปอยู่ เป็นห้องเรียนเดียวกับที่แดนนี่ ทาร์เปียอยู่ครับ

            "เรื่องนั้นฉันรู้แล้ว แต่ที่ฉันอยากรู้คือเจ้าสองคนนั้นไปทำความรู้จักกันได้ยังไง" หลานเช่อยิ่งว่าเสียงหนักมากขึ้น 

            แต่จงซินกลับไม่มีคำตอบ หรือเว้นแต่ว่าเขาจะไม่กล้าตอบว่า... นิสัยคงเข้ากันได้ล่ะมั้ง

            อือ... รู้สึกว่าจะมีเรื่องให้แปลกใจเสมอสำหรับเด็กสาวลูกหนี้คนนี้

ทว่าเมื่อคิดถึงตรงนี้ขึ้นมา กลายเป็นว่าทำให้จงซินนึกบางอย่างออกได้ แม้จะเป็นบางอย่างที่เขารู้ดีว่ามันเสี่ยง และไม่สมควรเป็นความคิดของเขาด้วยซ้ำ ทว่าเขาก็หันไปกล่าวกับนายของตน “คุณหลินครับ ถ้าผม มีข้อเสนอบางอย่างที่จะเสนอเกี่ยวการติดต่อธุรกิจกับ คารอส ทาเปียครั้งนี้... แม้ว่าท่านอาจไม่เห็นด้วยเลย ท่านจะยอมรับฟังไหมครับ”

            หลินหลานเซ่อละความสนใจออกจากนาคและเด็กหนุ่มต่างชาติเบื้องล่างอาคารทันใด และวนมามองใบหน้าคมของลูกน้องมือขวาคนสนิท “ว่ามาก่อน” เขาสั่งเสียงเข้ม

            ร่างสูงในสูทสีดำพยักหน้าน้อยๆ รับ ให้คนหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่

            นั่นสินะ... เขายังไม่ได้ยื่นแฟ้มประวัติของลูกหนี้รายใหญ่ให้เจ้านายของเขาอ่านแม้แต่ตัวอักษรเดียว... บางทีอาจมีคนคาดไม่ถึงมารับหน้าที่ติดต่อธุรกิจยุ่งยากครั้งนี้ให้พวกเขาก็ได้

            “เธอติดหนี้หลินหลานเซ่อยี่สิบล้านดอลล่าฮ่องกง” แดนว่าเสียงสูงด้วยสีหน้าประหลาดใจ... แต่มันก็ยังดูประหลาดใจน้อยไปหน่อยสำหรับนาค 

“ฟังแล้วน่าเหลือเชื่อว่าเด็กอย่างเธอติดหนี้เจ้าพ่อมาฟียฮ่องกงตั้งยี่สิบล้าน” จบคำเด็กหนุ่มก็หันไปขยิบตาล้อเลียนให้กลุ่มนักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่ง แล้วโดนพวกหล่อนชักสีหน้าแหยงๆ ใส่เหมือนรังเกียจ แต่เขาก็ยังตีหน้ากรุ่มกริ่มส่งกลับราวจงใจยัวอารมณ์... ไอ้ที่ลั่นวาจาว่าไม่คิดคบใครเป็นเพื่อนในนี้ คงหมายถึงคบแต่ในสถานะอื่น เห็นพฤติกรรมจากเจ้าเพื่อนใหม่ตรงหน้าแล้วนาคอดคิดไม่ได้ว่าไอ้คนข้างตัวเธอมันโผล่หางยาวเหยียดแบบไม่อายใคร ทั้งที่อยู่ในโรงอาหารใหญ่ของโรงเรียน เมื่อตอนนี้เป็นช่วงพักกลางวันของพวกเขา 

และอาจเป็นอีกครั้งที่นาคต้องตาโตกับขนาดโรงอาหารที่เหมือนจงใจสร้างไว้ข่มอาหารของโรงแรมห้าดาวหลายๆ ที่ กับความโออ่ากว้างขวาง หลังคาทรงโค้งสูงขึ้นไปเป็นร้อยๆ เมตร ภายในจุคนได้เป็นพันๆ หรืออาจมากกว่า แถมตกแต่งออกสไตล์โมเดิลเน้นโทนขาวฟ้าสะอาดตาจนไม่กล้าทำพื้นเลอะ แล้วอดจะก้มดูใต้รองเท้าตัวเองไม่ได้ว่ามีรอยเปื้อนอยู่รึเปล่า ประตูทางเข้าออกเป็นประตูกระจก และมีแม่บ้านประจำจุดต่างๆ อย่างที่บ่งบอกว่าทุกคนพร้อมทำความสะอาดเสมอหากมีรอยคราบแค่หัวนิ้วก้อยก็ตาม ขณะที่ร้านอาหารแต่ละร้านจัดเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ แล้วเหมือนจะมีอาหารหลายชาติให้เลือกสรร ดูสะอาดสะอ้าน จนแทบจะมีคนใส่ชุดเซฟมายืนทำอาหารให้ ยังดีที่ยังไม่ถึงขั้นนั้น

แล้วถ้านาคไม่คิดว่ามันเปลืองเกินไป พวกเขาคงแทบจะอยากเอาจานคริสตัลใส่อาหารให้พวกนักเรียนกิน 

            “ความจริงพ่อฉัน ไม่ใช่ฉัน ฉันแค่โดนเตะโด่งออกมารับกรรม... แต่นายรูได้ไงว่าเขาเป็นมาเฟีย ... ฉันนึกว่าเด็กที่นี่ทุกคนเห็นเขาเป็นแค่อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน” เด็กสาวจำใจละสายตาออกจากความหรูหราอย่างไม่สมสถานที่ที่เป็นโรงเรียนตรงหน้ามาตอบแดน ก่อนเธอจะได้งึมงำกับตัวเองเมื่อเจอราคาอาหารในแต่ละร้าน “คราวหลังฉันจะซื้อขนมปังมากินเอง”

“ใช่... หน้าฉากเขาเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงเจ้าของบริษัทข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียวเหนือ เจ้าของโรงเรียนเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกง แล้วบริษัทเอกชนแนวหน้าอีกหลายๆที่... คุมเศรษฐกิจเอเชียไปเกินครึ่ง... แต่มาเฟียก็เป็นมาเฟียวันยังค่ำ... พวกวันๆ เอาแต่พกปืน ลอบฆ่ากันเอง กับหว่านเงินซื้ออำนาจไปทั่ว... บังเอิญฉันเป็นพวกใช้สมองมากกว่าเงิน” เด็กหนุ่มนัยน์ตาสีเทาที่ติดจะมีเลสนัยเสมอกล่าวด้วยถ้อยคำเฉยเมยจนเกือบเป็นดูถูก

             “อือ... ฟังแล้วไม่ค่อยทิฐิเลย” นาคขมวดคิ้วฟังแล้วประชดเข้าให้ ก่อนเธอจะเริ่มรู้สึกว่ามีสายตาจากเด็กนักเรียนหลายคนมองมาที่เธออีกแล้ว... 

หัวข้อแรกที่ทุกคนยังเห็นเธอเป็นจุดสนใจคงมาจากเรื่องเมื่อเช้าที่เธอออกมาจากกระโปรงท้ายรถของเจ้าหนี้ตัวเอง และอย่างที่สองถ้าเธอเดาไม่ผิดคงมาจากเจ้าเด็กหนุ่มลูกครึ่งคิวบาอเมริกันข้างตัว

            เพราะเท่าที่เห็นบรรยากาศรอบๆ จากเพื่อนนักเรียนใกล้ตัวแดนนี่ ทาร์เปีย มันฟ้องเธอว่าไอ้เด็กต่างชาตินี่ไม่ค่อยมีใครคบ แถมพูดภาษามนุษย์เหมือนกันแต่ไม่ค่อยมีใครฟังมันรู้เรื่อง แต่กลับเข้าขาได้ดีกับเธอที่มาใหม่ เลยกลายเป็นเรื่องแปลกไม่แพ้กัน... แต่เดี๋ยวข่าวก็คงซา เพราะยังไงอีกไม่นาน เธอก็คงถูกมองว่าแปลกในไม่ช้า... หรือตอนนี้อาจจะแปลกไปแล้วก็ได้

แต่คบกับเจ้านี้ไว้ดูจะเป็นอะไรที่ฉลาดกว่า เมื่อเขาเหมือนจะรู้เรื่องอะไรเยอะ ซึ่งช่วยเธอได้มาก

            “พูดง่ายๆ ว่านายไม่ชอบเจ้าหนี้ฉัน” เด็กสาวร่างท้วมสรุปยอดคำพูดของคนข้างตัวให้

ซึ่งเขาก็เพียงไหวไหล่ ไม่ตอบรับ ไม่ปฏิเสธ 

แต่ทว่าสิ่งที่เด็กสาวอยากรู้ ไม่ใช่เรื่องนี้ และเขายังไม่ได้ตอบตรงคำถามเธอ จนต้องเอ่ยย้ำคำถามเดิมอีก “แล้วตกลง... นายรู้ว่าเขาเป็นมาเฟียได้ยังไง”

            “รู้จัก ‘คารอส ทาร์เปีย’ ไหม” แดนเป็นฝ่ายหันมาถามเธอแทนอย่างรวดเร็ว

“ญาตินาย” นาคเดาซุ่มจากนามสกุลที่เหมือนกันไว้ก่อน

            “พ่อ ...” เขาตอบ พลางกล่าวด้วยกระแสเสียงเคืองๆ ต่อ “คิดว่าฉันมานั่งแหมะในโรงเรียนลูกคุณหนูที่มีเจ้าของเป็นมาเฟียเพื่ออะไรล่ะ”

“พ่อนายเป็นตำรววจ” เด็กสาวร่างท้วมเอ่ยสวนรวดเร็ว เมื่อแปลความหมายในประโยคคำพูดของแดนแวบแรกและได้คำตอบเป็นเช่นนี้

            “ไหวพริบเธอเกือบดีแฮะ... แต่ไม่ใช่... พยายามเข้า อีกก้าวก็จะฉลาดแล้ว” คำเหน็บแนมมาพร้อยรอยขบขันด้วยความเยาะเย้ยบนดวงหน้าแบบคนลาตินอเมริกันที่ฉายออกมาจากนัยน์ตามากกว่าการแสดงสีหน้าให้เห็นจะๆ

นาคกลอกตาขึ้นข้างบนด้วยความเบื่อหน่าย กับการถูกจิกกัดจากเพื่อนต่างชาติคนแรกของเธอ ที่ดูมีความสุขทุกครั้งเมื่อเธอทำพลาด นิสัยชอบเหยียบหัวใครนิดๆ ของเด็กหนุ่มตรงหน้าคงเป็นสิ่งแรกที่เธอจะต้องรับมือหากยังมีเขาคนเดียวเป็นเพื่อนอยู่แบบนี้

“คนที่เกือบฉลาดอย่างฉันก็ยังดีกว่าเด็กผู้ชายต่างชาติคนเดียวในห้องเรียนที่รู้เรื่องหลานเซ่อ ‘มากกว่า’ พวกสาวๆ ที่เป็นแฟนคลับน่ะ” 

ได้ผลทันตาเห็น เด็กหนุ่มที่กำลังขยับยิ้มนิดๆ ที่มุมปากหุบรอยยิ้มลงในบัดดล กับการถูกเน้นประโยคที่ว่า ‘มากกว่า’ พวกสาวๆ ที่เป็นแฟนคลับ

ดูท่าเธอคงเลือกคำโต้เถียงมาได้จี้ถูกจุดพอดี ต้องขอบใจตัวเองที่ลองประเมินแล้วว่านิสัยอย่างเด็กหนุ่มลูกครึ่งคิวบา อเมริกันตรงหน้า น่าจะเกลียดเรื่องอะไรเป็นที่สุด... ก็แน่นอนล่ะ ผู้ชายประเภทมีหางแล้วชอบมองตามแต่ก้นผู้หญิง เกลียดการถูกมองเป็นพวกสงวนไม้ป่าเดียวกันมากที่สุด

            ก็ได้... มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจ” เด็กหนุ่มต่างชาติยอมเปิดปากตอบตรงคำถามในที่สุด แต่ดูจากท่าทางของเขาแล้ว เรื่องนี้คงไม่ใช่ความลับอะไรที่ต้องปิดบัง แค่ตอนแรกคงอยากจะเล่นแง่กับเธอเอาสนุกมากกว่า “พ่อฉันมีผลประโยชน์ให้เขา ความจริงก็มีกับมาเฟียทุกคนนั่นแหละ แต่ที่เขาส่งฉันมา... ก็เพื่อมาดูโรงเรียนนี้โดยเฉพาะ”

นาคเปิดตากว้างขึ้นทันใด และเริ่มหูผึ่งกับเรื่องที่ติดใจมาตั้งแต่แรก ทั้งเรื่องที่โรงเรียนแห่งนี้มันหรูหราเกินกว่าจะเป็นแค่โรงเรียนของเด็กมัธยม กับการมีเจ้าของโรงเรียนเป็นมาเฟีย

“งั้นไอ้โรงเรียนนี้มันก็มีอะไรจริงๆ น่ะสิ...” เด็กสาวเผลอพึมพำกับตนเองขณะมุ่นหัวคิ้วนิ่งคิด

            “ใช่... เขาถึงเรียกมันว่าผลงานชิ้นโบว์แดง...” แดนว่าขณะขยับยิ้มกริ่มขึ้นใหม่ จนนาคต้องเงยใบหน้าฉงนสบนัยน์ตาสีเทาเจ้าเล่ห์ด้วยความไม่เข้าใจความหมาย และก่อนที่คนเริ่มปัญหา จะได้อ้าปากไขข้อข้องใจให้ร่างท้วมๆ ที่ขมวดคิ้วรอฟังการอธิบาย เขาก็จำค้องชะงักถ้อยคำไปเมื่อ...

“เฮ้... เห็นนั้นรึเปล่า” สิ่งที่จะพูดถูกเด็กสาวตรงหน้าแทรกขึ้นขัดคอ เมื่อเจ้าหล่อนดันเหลือบไปเห็นบางอย่างที่แปะอยู่บนกำแพงปูกระเบื้องสีขาวในโรงอาหารในระหว่างที่กำลังรอฟังเรื่องเล่าถึงปริศนาโรงเรียนแห่งนี้จากเด็กหนุ่ม

เธอรีบลุกขึ้นไปดูทันใด โดยลืมเรื่องที่ตนอยากรู้ไปสนิท กับการถูกอย่างอื่นที่สำคัญกว่าดึงออกไป

บางทีอาจไม่สำคัญที่สุดนัก... แต่อย่างน้อยก็เป็นเรื่องสำคัญกับเธอที่สุดในเวลานี้

            “อะไร” แดนต้องหันไปมองตามนาค ที่เดินดุ่มๆ ไปที่เป้าหมายแล้ว รู้สึกหงุดหงิดเล็กๆ ที่โดนดักคอเรื่องสนุกที่จะเล่า... ถึงความจริงจะไม่ใช่เรื่องสนุกเท่าไหร่ แต่สำหรับเขาก็สนุกมากพอดู...

“นี่ใช่อย่างที่ฉันคิดรึเปล่า นายอ่านภาษากวางตุ้งออกไหม” นาคชี้กระดาษที่เขียนด้วยภาษากวางตุ้งบนผนังที่ปูด้วยกระเบื้องสีขาวในโรงอาหาร 

“เห็นอย่างงี้ฉันได้หลายภาษานะ ที่สำคัญฉันมาอยู่ฮ่องกงเป็นเดือนแล้ว... มันเป็นใบรับสมัครผู้ช่วยในร้าน... ร้านอาหารจีนนั่นน่ะ... ถ้าฉันอ่านไม่ผิด... เหลือเชื่อว่าที่นี่จะมีด้วย” เด็กหนุ่มบ่นพึมพำ และอดหรี่นัยน์ตาสีเทาจนหัวคิ้วเข้มสีน้ำตาลแดงของตนผูกกันไม่ได้ เมื่อมองกระดาษรับสมัครพนักงานตรงหน้าที่ไม่น่าจะปรากฏอยู่ในโรงเรียนที่มีแต่ผู้ลากมากดีแบบนี้

แต่มันคงไม่ใช่ใบรับพนักงานช่วยร้าน ที่เป็นลูกคุณหนูที่ไหนในนี้ แต่มันคงมีไว้ให้พวกพนักงานในโรงเรียนที่อยากได้รายได้เพิ่มมาสมัครมากกว่า

 “ดีเลย... ฉันได้งานเพิ่มแล้ว” ว่าจบ นาคก็คว้ากระดาษบนผนังออกมา แล้วตรงดิ่งไปที่ร้านเป้าหมายทันใด คราวนี้เธอได้งานช่วงกลางวันโดยที่เรียนไปด้วยได้พร้อมกัน... ดูทุกอย่างในวันนี้ของเธอจะดีกว่าที่คิด

“โอเค ฉันเชื่อแล้วว่าเธอเนี่ยมันติดหนี้จริงๆ ต่อให้เป็นคนถูพื้นเธอก็จะทำใช่ไหมเนี่ย” เด็กหนุ่มต่างชาติเอ่ยไล่หลังอย่างไม่ค่อยอยากเชื่อการกระทำของเด็กสาวเท่าไหร่นัก ... ภาษากวางตุ้งก็ไม่แข็งแรงยังริเดินไปสมัครงานง่ายๆ เนี่ยนะ แล้วคิดจะทำงานในโรงเรียนเจ้าหนี้ตัวเองโดยไม่ขออนุญาตสักแอะเลยรึไง


 
           “ก็ไม่แน่... เพราะต่อให้เป็นคนถูพื้นที่นี่ก็คงจะเงินดี หรูซะขนาดนี้” นาคหันมาตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน และเดินเข้าไปหาเจ้าของร้านที่เป็นเป้าหมาย พลางส่งยิ้มประจำตัวไปก่อนตามนิสัย... น่าเหลือเชื่อที่โชคดีมาตกใส่ตักเธอเข้าอย่างจัง... แต่วันนี้เธอจะโชคดีได้สักเท่าไหร่กันเชียว 



                                                     *****************************


 

            “นะ... นั่น มัน” เสียงอื้ออึงในโรงอาหารกว้างดังขึ้นหึ่งๆ เหมือนผึ้งแตกรัง กับการปรากฏตัวของคนที่พวกเขาไม่คาดคิดว่าจะเจอที่นี่ได้... อาจารย์ใหญ่โรงเรียนเอกชนฉายหง

            ร่างสูงสง่าในสูทสีเข้มที่มาพร้อมลูกน้องคนสนิทไม่ได้สนใจเสียงนักเรียนในโรงอาหารที่ฮือฮากับการปรากฏตัวของเขา แม้จะมีนักเรียนหลายคนลุกขึ้นยืนมองตามเขาจนเหลียวหลัง มาเฟียหนุ่มเพียงเดินไม่เร่งร้อนเข้ามาภายในด้วยมาดที่นิ่งสงบ  

และนัยน์ตาเฉียบคมสีอ่อนของท่านอาจารย์ใหญ่ที่เรียกสายตานักเรียนได้เกือบทั้งโรงอาหาร ก็หันไปเจอร่างสูงๆ ของเด็กหนุ่มต่างชาติ เพื่อนใหม่ของลูกหนี้เจ้าปัญหา ซึ่งเจ้าเด็กหนุ่มตรงหน้าก็ส่งนัยน์ตาสีเทากวนๆ ที่ราวกับจะยั่วโทสะมองกลับมาที่เขาอย่างไม่แสดงความเกรงกลัวใดๆ แม้จะไม่ถึงกับเป็นการมองอย่างหาเรื่อง แต่ก็ไม่ยอมหลบตาเขาเหมือนคนอื่นๆ

แน่นอนล่ะว่าพวกเขาต่างรู้สถานะกันดี ดังนั้นไม่จำเป็นต้องอ่อนน้อมให้กัน...

            “เด็กนั่นอยู่ไหน” หลานเซ่อถามแดนพลัน แม้จะไม่ถูกซะตากับเจ้าเด็กต่างชาตินี่นัก เพราะดูเหมือนมันเองก็จะไม่ชอบขี้หน้าเขานัก แต่มาเฟียหนุ่มก็คงทำอะไรเจ้าเด็กนี่ไม่ได้ เมื่อเจ้าเด็กลูกครึ่งคิวบาอเมริกันตรงหน้าเป็นลูกชายของคนที่ตนเองคิดจะร่วมหุ้นด้วยในปาร์ตี้ของบริษัทฉายหงเย็นนี้


 
           แล้วไอ้เด็กนี่ก็ได้เชื้อพ่อมาเยอะอย่างน่ากลัว... เพราะมันฉลาดเป็นกรดทีเดียว ไอ้ใบหน้าเจ้าเล่ห์ๆ กึ่งขี้เล่นนั่นแหละฟ้องได้ดีที่สุด

แดนก็เงียบไม่ตอบอะไร ขณะเลิกคิ้วน้อยๆ กับคนที่มาเฟียหนุ่มกำลังตามหา เขาจงใจนิ่งไปพักใหญ่ราวกวนอารมณ์ พร้อมแสร้งชักสีหน้าไม่เข้าใจแล้วถามกลับ “เด็กไหนครับ”

การจงใจใช้คำสุภาพเป็นการประกาศโต้งๆ ว่าเขากำลังแกล้งทำเป็นไม่รู้ใส่หน้าคนสูงวัยกว่า โดยให้อีกฝ่ายรู้ด้วยความเขาแกล้งทำ... ซึ่งมันเรียกได้เพียงให้นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนตวัดขึ้นสบนิ่งกับนัยน์ตาของเขาเพียงครู่

“ฤทัยนาค” หลานเซ่อไม่คิดเต้นตามการพยายามสร้างโทสะจากแดน

และเมื่อคู่สนทนาไม่มีปฏิกิริยาหัวเสียอย่างที่หวัง สุดท้ายเด็กหนุ่มก็ยอมพยักเพยิดหน้าไปที่ร้านอาหารจีน ร้านข้างๆ

“ในนั้น” เขาตอบเรียบๆ แต่ไม่วายเหยียดรอยยิ้มที่เหมือนจะสื่อความนัย แล้วเดินเลี่ยงออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อหย่อนปมปัญหาไว้ให้คนฟังแล้ว

            “อ้าว... ท่านอาจารย์ใหญ่ลงมากินข้าวที่นี่ด้วยเหรอเนี่ย” เสียงคุ้นเคยทำให้ร่างสูงในสูทสีเข้มที่ดูทรงภูมิต้องหันกลับไปมองฉับพลัน แล้วต้องหรี่นัยน์ตาสีอ่อนคู่ดุดันของตนมองคนที่กำลังตามหา พร้อมชักหัวคิ้วเรียวมาชนกันทันใด... เพราะเจ้าเด็กสาวที่กำลังตามหาตอนนี้ยืนยิ้มแฉ่งอยู่หลังเคาท์เตอร์ร้านอาหารจีนในโรงอาหาร ในขณะที่บนร่างกายสวมผ้ากันเปื้อนสีขาว และในมืออีกข้างถือถาดใส่อาหารเตรียมเสิร์ฟเต็มที่

“เธอกำลังทำอะไร” มาเฟียหนุ่มถามเสียงกดต่ำจนแทบเป็นกร้าวนิดๆ ในลำคอ กับการต้องมาเจอการกระทำที่ไม่คาดคิดของนาคอีกครั้ง แล้วเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ในรอบสี่วันที่ผ่านมา... วันนี้ก็ตั้งแต่เช้าที่เจ้าหล่อนออกมาจากกระโปรงท้ายรถเขาแล้ว

            “ทำงาน... สิทธิ์ของฉันใช่ไหม ทำงานที่ไหนก็ได้ นายบอกฉันเอง” นาคทวนสิทธิของตนอย่างอารมณ์ดี โดยไม่ได้สนใจสายตาเอาเรื่องของอาจารย์ใหญ่เจ้าของโรงเรียน แถมไม่วายเอ่ยขึ้นใหม่กับคนตรงหน้า “เอาอะไรไหม ฉันทำไม่เป็น แต่เสริฟกับคิดตังค์เป็น... อ๋อ รับออเดอร์ก็ได้นะ ฉันจำได้เยอะไม่ต้องจด”

“การชอบสร้างปัญหาคงเป็นนิสัยเธองั้นสิ” แม้สีหน้าจะวางจนนิ่งเรียบราวผืนน้ำ แต่กระแสเสียงเย็นเยียบบ่งว่าเขากำลังพยายามกดอารมณ์กรุ่นๆ ในอกไว้หนักขนาดไหน กับปฏิกิริยาเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลยของลูกหนี้รายใหญ่

ใบหน้าหล่อเหล่าต้องตวัดสายตาเย็นชาไปคาดโทษเจ้าของร้าน ที่เป็นชายแก่ในชุดพ่อครัวซึ่งทำอาหารอยู่ จนคนถูกจ้องต้องสะดุ้งสุดตัวและยืนตัวลีบไปทันใดกับสายตาเหยี่ยวที่แทบจะจิกทึ้งเขาได้จากร่างสูงสง่าของเจ้าของโรงเรียน... ในฐานะที่ชายแก่กล้ารับเด็กสาวตรงหน้าเข้าทำงานได้หน้าตาเฉย

“เฮ้ อย่าโทษกันสิ... ฉันไม่ใช่คนอยากมีปัญหา หรือตกเป็นเป้าสายตาใคร... อย่างมากก็แค่คนที่ออกมาจากกระโปรงท้ายรถนายเมื่อเช้านี้” คนที่ได้นั่งที่พิเศษของรถเจ้าพ่อมาเฟียยังไม่วายเหน็บแนม แถมมีบ่นทิ้งท้ายตามมาด้วย “แล้วฉันไม่ใช่คนที่ขอลงไปนอนในกระโปรกท้ายรถนั่นด้วยซ้ำ... นายไม่ยอมคิดถึงผลที่มันจะตามมาทีหลังเอง...”

“หุบปากได้รึยัง” หลานเซ่อเอ่ยแทรกเด็กสาวก่อนปล่อยให้เธอบ่นยาวกว่านี้

นาคเป่าปากพร้อมไหวไหล่นิดอย่างช่วยไม่ได้ “ก็ได้... ตกลงนายมีอะไรกับฉันอีก ฉันบอกแล้วไงว่าสักอาทิตย์ค่อยมาดูว่าฉันร้องยอมแพ้รึยัง นี่มันเพิ่งวันที่สี่” เธอยังยิ้มหน้าระรื่น ยอมโดยง่าย ไม่คิดเดือดร้อนกับโทสะของมาเฟียตรงหน้าเท่าไหร่นัก

            “เรามีเรื่องต้องคุยกับเธอโดยส่วนตัว” ครั้งนี้ลูกน้องคนสนิทของหลานเซ่อเป็นคนกล่าว และนำบางอย่างออกมา พร้อมเลื่อนมันไปบนเคาท์เตอร์ให้เด็กสาวร่างท้วมในผ้ากันเปื้อนดู ราวเป็นการบอกใบ้บางอย่าง

และครั้งนี้ นาคเงียบไปหลายอึดใจ ท่าทางสนุกสนานในตอนแรกหายไปกับอากาศ เมื่อก้มมองแฟ้มสีน้ำเงินเข้มที่เลื่อนมาใส่หน้าเธอ แม้ไม่มีอะไรเขียนบ่งบอกบนปกแฟ้มว่ามันใส่อะไรไว้ แต่นาคก็เดาออกได้ไม่ยากเลย

“... เวรแล้ว... นี่มันประวัติฉันใช่ไหม” เธอว่าไม่เต็มน้ำเสียง อย่างไม่ค่อยเชื่อสายตาตนเองว่าพวกมาเฟียตรงน่าจะลงทุนค้นข้อมูลประวัติของเธอ... ที่เธอไม่ค่อยภูมิใจกับมันเท่าไหร่ แล้วไม่อยากให้ใครรู้มากนัก...


 
           “ตามฉันมา เรามีเรื่องต้องคุยกันยาว” หลานเซ่อออกคำสั่งเฉียบขาด ก่อนหมุนตัวเดินนำออกไปทันใด ไม่เปิดช่องว่างให้เด็กสาวได้ปฏิเสธ หรือตั้งคำถามได้

            อยู่ดีๆ เด็กสาวร่างท้วมก็เริ่มรู่สึกว่ามีลางร้ายมากล้ำกรายเธอเข้าให้แล้ว เมื่อมองตามแผ่นหลังกว้างในสูทมีระดับของหลานเซ่อ ตามด้วยเสียงกระซิบกระซาบของนักเรียนในโรงอาหารที่เธอพอจะรู้ว่าน่าจะกำลังคุยถึงเรื่องท่านอาจารย์ใหญ่สุดหล่อขวัญใจเด็กสาวประจำโรงเรียนว่า ทำไม หรือมีเรื่องอะไร ถึงมาหาเธอถึงที่นี่ได้ ... ใช่... ไม่ว่าจะเรื่องอะไรที่เขาต้องการจะคุยกับเธอ เสาอากาศในตัวของเธอมันจับได้ว่า ไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ



                                                                  ************************


 

“ว่าไงนะ!” เสียงร้องด้วยความตกใจของเด็กสาวร่างท้วมดังขึ้นลั่นห้องทำงานกว้างขวางภายในโรงเรียนของมาเฟียหนุ่ม ชนิดไม่เกรงใจเจ้าของห้อง หรือสนใจว่าจะมีคนได้ยินเสียงเธอรึไม่ พร้อมกับที่เธอถลึงตามองร่างสูงสง่าบนเก้าอี้หนังสีดำพนักสูง ราวกับเขาเป็นสัตว์ประหลาด

            “อย่างที่บอกไป เราอยากให้เธอลองทำดู” เสียงเย็นชาเรียบนิ่งของหลานเซ่อเอ่ยขึ้นสำทับอีกครั้งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ด้วยท่าทางไม่ทุกข์ร้อน กับความเดือดร้อนของนาค

            “ติดต่อธุรกิจกับเจ้าพ่อค้าอาวุธเถื่อนระดับโลกเนี่ยอ่ะนะ” นาคโวยลั่น แทบไม่ลดน้ำเสียงของตนลงเลย “นี่นายใช่สมองคิดแล้วเหรอ...” เด็กสาวต้องหยุดคำพูดตนเองไปทันใด เมื่อมันเริ่มรุนแรงขึ้นอย่างเคยตัว และพยายามตั้งสมาธิพูดใหม่ ด้วยการผ่อนลมหายใจเข้าออกช้าๆ พลางพูดขึ้นอีกครั้งด้วยเสียงที่สงบลง  “โอเค โทษทีเมื่อกี้ด่าแรงไปหน่อย... ขอพูดใหม่”

เธอเงียบไปอีกครู่ สูดหายใจเข้าลึกๆ... ก่อนตะเบ็งเสียงกลับหนักกว่าเดิม “พวกนายเป็นบ้า กินยาลืมเขย่าขวดมารึไง!” ครั้งนี้เด็กสาวไม่คิดลดระดับความแรงในคำว่าลงแม้แต่นิดเดียวตามแรงโทสะ ในเมื่อโดนมาเฟียตรงหน้าโยนภาระหนักอึ้งเข้าใส่อย่างไม่คิดถามความเห็นเธอ “นายคิดรึเปล่าว่าฉันเป็นแค่เด็กผู้หญิงอายุสิบเจ็ดน่ะ” นาคร้องเตือนสติอีกฝ่าย เผื่อว่าเขาจะลืมนึกถึงข้อนี้ไป

            แต่ก็ได้รับคำตอบเสียงนิ่งสงบกับใบหน้าคมคายไม่สื่ออารมณ์เพียงว่า “พยายามคิดอยู่”

นาคถอนหายใจอย่างหมดปัญญา เมื่อเจอคำตอบที่บอกว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้มองเธอเป็นผู้หญิงเลย แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ในตอนนี้ “เออ... ช่างมันเฮอะ” เด็กสาวต้องร้องตัดบท และว่าขึ้นใหม่ “พวกนายคิดยังไงฉันไม่สน พวกนายจะสติเลอะเลือน มีเงินมากไปจนชักโครกทิ้งไม่หมด เลยเกิดเมากลิ่นเงินขึ้นมารึเปล่าฉันก็ไม่รู้หรอกนะ ไม่สนด้วย... แต่นี่ฉัน ฤทัยนาค ฤทธิ์วงษ์ เป็นแค่เด็กผู้หญิงอายุสิบเจ็ด ที่เป็นลูกหนี้นาย ไม่เคยทำงานอาชญากร ยิงปืนไม่เป็นด้วยซ้ำ รู้แค่ว่านายเป็นมาเฟีย และชอบใส่สูทเนี้ยบยี่ห้อดัง แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ฉันต้องรับงานของนาย... ทำไม พวกนายถึงคิดว่าฉันทำงานนี้ได้ มืออาชีพมีเป็นร้อยเป็นพันไม่ใช่เหรอ ลูกน้องนาย หรือตัวนายเองที่เป็นถึงมาเฟียชั้นแนวหน้า ติดต่อธุรกิจเองไม่ได้รึไง”

            “เราไม่ได้ต้องการมืออาชีพ... แต่เราต้องการคุณสมบัติที่เหมาะสม การติดต่อธุรกิจกับคนๆ นี้ มันไม่เหมือนการติดต่อธุรกิจกับคนอื่นๆ ที่ผ่านมา” คราวนี้จงซินเป็นฝ่ายอธิบาย จนนาคต้องเงยมองหน้าเขาพร้อมผูกหัวคิ้วยุ่ง และพยายามหาข้ออ้างใหม่

“ก็ถ้ามันยุ่งยากขนาดนั้น ทำไมนายไม่ใช่วิธีของมาเฟียที่ชอบทำกันนัก ที่เอาปืนจ่อหัวให้เซ็นสัญญาอะไรแบบนั้น”

            คนเป็นมาเฟียลอบถอนหายใจเหนื่อยหน่ายกับข้ออ้างของนาค พลางโยนตัวกลับไปพิงเบาะหนังของพนักเก้าอี้เนื้อลื่น และจำต้องอธิบายให้เข้าใจ “ฉันว่าเธอคงดูหนังมากไป หรือไม่ก็จำอะไรผิดๆมา... วงการมาเฟียอาจฆ่าคนได้ง่ายๆ ก็จริง แต่ในขณะเดียวกันความเป็นจริงเราต้องดูด้วยว่าคนที่เราจะเล่นงานเกี่ยวข้องกับระบบเครือข่ายอะไรบ้างหรือมีจุดอ่อนให้เล่นงานไหม เล่นกันแค่ในวงการมาเฟียอาจจะง่าย แค่ฆ่ากันตายก็จบ กลุ่มแฟมิลี่ของมาเฟียแต่ละกลุ่มแค่ฆ่าหัวหน้าก็ขึ้นเป็นใหญ่ได้แล้ว พอยัดเงินกลบข่าวทุกอย่างก็หายเข้ากลีบเมฆ... แต่พวกที่ไม่ใช่คนที่อยู่ในวงการมาเฟียนี่สิ ไม่เหมือนกัน... แล้วถ้าอะไรๆ มันง่ายขนาดนั้นฉันคงไม่ต้องวานเธอที่ไม่เกี่ยวข้องเลยไปทำหรอกนะ”

“งั้นนายกำลังจะบอกว่า ไอ้คนที่นายกำลังจะติดต่อธุรกิจด้วยมันเล่นยากใช่ไหม” นาคหรี่นัยน์ตาสีดำของตนถามกลับ

            หลานเซ่อเงียบไปอึดใจกับข้อสันนิษฐานนั่น หากก็ต้องยอมรับ “ใช่... เขาเกลียดพวกมาเฟียเข้าไส้”

“งั้นดีใจด้วยนะ” เด็กสาวประชดกลับทันใด แล้วไหวไหล่นิดเหมือนตนกำลังฟังเรื่องงี่เง่าจากปากมาเฟีย แม้จะโดนเจ้าของสายตาคมกริบสีอ่อนมองอย่างดุดันราวเตือนท่าทางของเธอที่กระทำกับเขา แต่นาคก็ยังกล่าวต่อด้วยน้ำคำขุ่นมัว “แล้วมันเกี่ยวกับฉันยังไง แค่ฉันไม่ใช่มาเฟียเหมือนพวกนายก็เลยทำได้งั้นเหรอ... ตลกตายล่ะ”

            “ประวัติเธอ” ว่าจบ หลานเซ่อก็เลื่อนแฟ้มประวัติสีน้ำเงินเข้มของเด็กสาวให้เธอที่นั่งฝั่งตรงกันข้าม ซึ่งนาคมองแฟ้มประวัติตัวเองอย่างแหยงๆ ราวกับมันเป็นของที่เธอขยาดที่สุดในเวลานี้ ขณะที่หลานเซ่อกล่าวขึ้นใหม่ด้วยท่าทางไม่เปลี่ยน “ยอมรับว่าน่าประทับใจไม่น้อย... เธอทำทุกอย่างเลยนี่ เกือบทุกตำแหน่งในบริษัทของนายยุทธพงษ์... รู้สึกตำแหน่งแม่บ้านก็ไม่เว้นเหมือนกันใช่ไหม... ถือว่าแปลกมากสำหรับคนที่มีพ่อเป็นเจ้าของบริษัท”

ครั้งนี้มาเฟียหนุ่มยอมรับว่าเขาไม่ได้โกหก และนึกไม่ถึงเมื่อได้อ่านข้อมูลประวัติของลูกหนี้ตัวปัญหาตรงหน้า ที่ลูกน้องคนสนิทยื่นให้เขาเพื่อให้พิจารณาข้อเสนอของตน...

ข้อเสนอที่ให้ฤทัยนาคเป็นคนไปติดต่อธุรกิจกับคารอส  ทาร์เปีย ในฐานะตัวแทนของบริษัทฉายหงกรุ๊ป ข้อเสนอที่เขาปฏิเสธแบบแทบไม่ต้องคิดซ้ำ  ก่อนได้อ่านแฟ้มข้อมูลของเด็กสาว แล้วความคิดถึงค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละน้อย... พอจะเข้าใจเลยว่าทำไมเจ้าหล่อนถึงได้ดูคล่องแคล่วกับงานต่างๆ นัก แล้วไม่ค่อยจะกลัวอะไรเลย

            รู้ว่ามันบ้ายิ่งกว่าบ้าที่เลือกให้เด็กผู้หญิงอายุแค่สิบเจ็ด ที่ไม่เคยผ่านงานผิดกฎหมาย มาทำหน้าที่ติดต่อธุรกิจกับพ่อค้าอาวุธเถื่อนข้ามชาติ... แต่ตอนนี้พวกเขาไม่มีอะไรจะเสียกับงานนี้ จะลองเสี่ยงกับคนที่ไม่มีหลักยึดใดมาประกันความสามารถนอกจากประวัติในแฟ้มข้อมูลก็ไม่น่าจะใช่เรื่องเสียหายอะไรนัก

“ก็แล้วไง ก็แค่ทดลองงาน  บางงานก็แย่ บางงานก็ดี เห็นๆกันอยู่” นาคยังตีสีหน้ายุ่ง และหงุดหงิดใจ แล้วไม่ได้รู้สึกดีกับคำชมที่หวังผลประโยชน์ของชายหนุ่มในโลกมืดตรงหน้า...

            “ก็อาจใช่... แต่เธอก็ได้ทำงานติดต่อธุรกิจกับต่างชาติถึงสามครั้ง” หลานเซ่อยังคะยั้นคะยอเด็กสาวร่างท้วม โดยไม่สนใจกับการขัดขืนของเธอ ที่เหมือนจะไม่ยอมลงเล่นเกมนี่ง่ายๆ 

“แต่ก็เห็นว่าฉันล้มเหลวไปตั้งสอง” นาครีบดักทางไว้ก่อนทันใด

            “และสำเร็จตั้งหนึ่ง” หลานเซ่อทวนด้วยท่าทางนิ่งสงบ และจ้องเด็กสาวไม่วางตาคล้ายจะกดดันเธอ

“แค่หนึ่ง” เธอแย้งเสียงเน้นหนักพลัน 

            “จะ ‘ตั้ง’ หรือ ‘แค่’ เธอก็ทำมันสำเร็จใช่ไหม” มาเฟียหนุ่มว่าพลางพยักเพยิดหน้าไปที่แฟ้มประวัติตรงหน้าเจ้าของ ราวเป็นการย้ำคำพูดของเขาว่ามันถูกต้องทั้งหมด 

นาคก้มมองแฟ้มประวัติของตนตามสายตาคมกริบของหลานเซ่อ และเริ่มมีสีหน้ายุ่งเหมือนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ก็แล้วไง ถึงไงมันก็แค่การติดต่อธุรกิจกับต่างชาติที่สำเร็จ ‘แค่’ ครั้งเดียว” เด็กสาวที่โดนกดดันพยายามหาทางออกใหม่ 

            “เรื่องจำนวนครั้งเราไม่ถือ แต่เรื่องวิธีการสิที่เราสนใจ” จงซินแทรกขึ้น ก่อนเดินมาหยิบแฟ้มประวัติเล่มสีน้ำเงินเข้มตรงหน้าของนาค ก่อนเปิดมันไปที่หน้าๆ หนึ่ง

“เท่าที่อ่านในประวัติงานของเธอ เห็นว่างานแรกที่เธอทำไม่สำเร็จเพราะเธอเป็นมือใหม่ที่ไม่ได้พร้อมอะไรเลย ซึ่งนั้นหมายถึงพ่อเธอไม่ได้ฝึกอะไรเธอทั้งนั้น แต่ส่งเธอไปทำหน้าที่ แล้วทางบริษัทพ่อเธอก็ไม่ได้มีข้อเสนอดีพอที่เขาจะยอมลงทุนด้วย ครั้งแรกเธอเลยล้มเหลวไม่เป็นท่า บริษัทต่างชาตินั่นปฏิเสธการลงทุนกับพ่อเธออย่างง่ายดาย” ชายหนุ่มร่างสูง ในสูทสีดำสาทยายอย่างไม่ติดขัดด้วยถ้อยคำราบเรียบ ขณะปรายนัยน์ตาเฉี่ยวๆ ของตนมองเด็กสาว ซึ่งเริ่มขมวดคิ้วยุ่งกับข้อมูลเหล่านั้น พร้อมปรายนัยน์ตาที่เริ่มมีแววขัดใจไปทางอื่น “และครั้งที่สองที่เธอล้มเหลวนั่นก็เพราะทางฝ่ายบริษัทต่างชาติที่ติดต่อไว้เจอผู้รวมหุ้นรายใหม่ที่น่าสนใจกว่า แล้วยกเลิกนัดกะทันหัน โดยเธอยังไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำ มันเลยถูกระบุว่าเธอทำงานล้มเหลวเป็นชิ้นที่สอง” จงซินจงใจเงียบไปครู่
 และยกยิ้มที่มุมปากวูบหนึ่งกับสิ่งที่เขาจะเล่าต่อไป เพื่อต้อนลูกหนี้ของเจ้านายเขาให้จนมุม... ยิ้มที่ไม่มีใครทันเห็น

            “แต่งานสุดท้ายสิน่าสนใจ... งานที่เธอทำสำเร็จ” เขาเว้นช่วงคำพูดไปเล็กน้อย ลอบมองเด็กสาวอีกครั้ง และครั้งนี้เธอส่งนัยน์ตาสีดำที่มีความหงุดหงิดขึ้นมองเขาวูบหนึ่ง และก้มมองไปทางอื่นเช่นเดิม ดูท่าเธอจะห่วงเกี่ยวกับข้อมูลสุดท้ายของตัวเองน่าดู แต่เจ้าของใบหน้าขาวเย็นชาหลังกรอบแว่นตาสีดำก็ยังคงกล่าวต่อไป “งานติดต่อธุรกิจกับต่างชาติครั้งที่สามของเธอ บริษัทต่างชาติคราวนี้คือบริษัทแรกที่เธอเคยทำล้มเหลวจากครั้งแรกมาแล้ว พ่อเธอพยายามชักชวนให้พวกเขาเข้ามาใหม่ โดยให้เธอเป็นฝ่ายเข้าไปจัดการติดต่อเองอีกครั้ง... และครั้งนี้เธอทำสำเร็จ... แต่ปัญหาก็คือว่า ข้อเสนอของพ่อเธอยังเป็นข้อเสนอแรกที่ทางบริษัทต่างชาตินั่นไม่คิดสนใจ เพราะมันยังดีไม่พอ ... แต่ครั้งนี้พวกเขากลับยอมเซ็นชื่อรวมหุ้นกับพ่อเธอ ทั้งที่ครั้งแรกปฏิเสธ”

จบคำรายงานของลูกน้องมือขวาคนสนิท เจ้าพ่อมาเฟียก็ละสายตาออกจากคนที่ยืนอยู่ข้างตัว และวนไปจับจ้องเด็กสาวอีกครั้ง คล้ายจะเค้นความจริงจากปากเธอ “นั่นแหละที่ฉันอยากรู้ฤทัยนาค... เธอทำให้พวกเขาเซ็นสัญญาได้ยังไง ทั้งที่ข้อเสนอของบริษัทพ่อเธอไม่ได้ดีพอที่เขาจะมาเสียเวลาลงทุนด้วย... เธอทำยังไง”

            “... ฉันไม่ได้ทำอะไร ก็แค่ไปพูดเหมือนติดต่อธุรกิจธรรมดา... คงฟลุ๊กล่ะมั้ง” เด็กสาวที่เคยสบสู้นัยน์ตาเขา ครั้งนี้กลับเลือกเบนสายตาสีดำของตนหนีเป็นครั้งแรก แล้วแก้ตัวแบบขอไปที 

“ธุรกิจที่ต้องมีเรื่องเงินกำไรมาเกี่ยว คงใช้ความฟลุ๊กมาทำงานไม่ได้หรอกนะฤทัยนาค” หลานเซ่อว่า “เราก็แค่อยากให้เธอใช้วิธีเดียวกันนั่น กับการติดต่อธุรกิจของเราในครั้งนี้”

            นาคถอนหายใจดังกับการถูกต้อนให้จนมุม เธอหมุนใบหน้ากลับมามองร่างสูงหลังโต๊ะทำงานตรงหน้าอีกครั้ง และปฏิเสธเสียงแข็งเช่นเดิม “ถ้านายมั่นใจว่าข้อเสนอนายดี นายก็ผ่าน นายจะห่วงอะไร... ยังไงฉันก็ไม่ยอมทำงานนี่แน่ๆ”

“ก็อย่างที่บอกแต่แรกว่าคู่การค้าเราครั้งนี้มีทิฐิสูงกับมาเฟีย ต่อให้ข้อเสนอเราดีขนาดไหนคงไม่มีความหมาย เราถึงต้องใช้ความสามารถของเธอ ที่เคยทำให้มีคนเซ็นสัญญากับเธอ ทั้งที่ข้อเสนอไม่ได้ดีพอที่เขาจะลงทุนด้วยเลย... รูปการมันคล้ายกัน เราถึงต้องใช้... ”

            ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบครู่ใหญ่ เมื่อนาคยกมือขึ้นตรงหน้าหลานเซ่ออย่างกะทันหัน เป็นสัญญาณห้ามปรามจนมาเฟียหนุ่มต้องขมวดคิ้วนิดๆ และหยุดพูดโดยอัตโนมัติ ปล่อยให้นาคเอ่ยขึ้นแทน 

“งั้นมันก็จบแล้ว... เลิกคิดถึงคู่การค้านายได้เลย ถ้าข้อเสนอมันไม่มีความหมายน่ะ” จบคำเจ้าของร่างท้วมก็ลุกจากเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว ไม่คิดต่อรองสิ่งใดอีกเป็นการตัดบทสนทนา ไม่สนใจว่าเขาจะยกปืนขึ้นมาขู่ฆ่าเธอรึเปล่า ขอแค่เธอไม่ต้องแตะงานที่เหยียบเข้าสู่วงการที่เหมือนเอาชีวิตไปแขวนไว้บนเส้นด้ายนั่นเป็นพอ... ตอนนี้ไม่ว่ายังไงเธอขอไม่ยุ่งกับเรื่องผิดกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น เพราะตอนนี้ชีวิตเธอก็เหมือนยืนอยู่ขอบปากเหวอยู่แล้ว แค่มีคนผลักนิดเดียวก็ร่วงลงหลุมมืดได้ง่ายๆ 

            หากก่อนร่างท้วมๆของเด็กสาวจะเดินออกไปถึงประตูห้องทำงานโอ่โถง เสียงเข้มของมาเฟียหนุ่มก็ว่าขึ้นไล่หลัง “ล้านหนึ่ง”

เธอชะงักเท้าทันใดกับสิ่งที่ได้ยิน ก่อนหมุนตัวกลับไปมองชายหนุ่มสองคนในห้อง บนสีหน้าฉายชัดว่าเธอต้องการฟังคำพูดของมาเฟียหนุ่มอีกครั้ง

            และตามด้วยเสียงเย็นเฉียบของจงซิน เอ่ยสำทับเจ้านายของตนแทน “เราให้เธอล้านหนึ่งถ้างานนี้สำเร็จ... นั่นหมายความว่าหนี้เธอจะถูกปลดไปหนึ่งล้านโดยบริยาย ถ้าเธอยอมทำงานนี้ให้เรา และต้องสำเร็จ”

            นัยน์ตาสีอ่อนคู่เฉียบคมงดงามส่งตรงไปมองนาคนิ่ง และกล่าวกับเธอช้าๆ ราวเน้นทุกคำให้ชัดเจน “คิดว่าข้อเสนอนี้น่าสนพอไหมฤทัยนาค”



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
CUBIC (ตีพิมพ์แล้ว) ตอนที่ 7 : ข้อเสนอ(รีไรท์2) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 31152 , โพส : 51 , Rating : 84% / 99 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3
# 51 : ความคิดเห็นที่ 27542
ไม่พอนะนาค 555555
Name : llamll < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ llamll [ IP : 27.55.9.189 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 พฤษภาคม 2556 / 11:16
# 50 : ความคิดเห็นที่ 27519
นาคสู้ๆ ! >0<
PS.  ...คุณจะรู้หรือเปล่า...?
Name : ▉ U N I Q U E ▉ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ▉ U N I Q U E  ▉ [ IP : 58.9.80.103 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 มีนาคม 2556 / 21:28
# 49 : ความคิดเห็นที่ 27481
ล้านนึงน้อยไป 5555 ขอไปซักสามลานเลย 55555555555
Name : GIFT < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ GIFT [ IP : 171.7.226.153 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 พฤศจิกายน 2555 / 18:06
# 48 : ความคิดเห็นที่ 27387
 นาคสุดยอดแล้วล่ะ
Name : smile coated poison < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ smile coated poison [ IP : 171.4.126.89 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 เมษายน 2555 / 01:20
# 47 : ความคิดเห็นที่ 26355
นาคงกอ่ะ
ตอนแรกเหมือนไม่รับแต่พอได้ยอนเรื่องเงิน กลับหยุดวะนี่
Name : อิงฟ้า_yunyu < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อิงฟ้า_yunyu [ IP : 111.235.71.29 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 มิถุนายน 2554 / 04:35
# 46 : ความคิดเห็นที่ 25776
ใช่สมอง = ใช้สมอง

กรี๊ดดดดด >< หลินหลานเซ่อ
Name : K-pentagon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ K-pentagon [ IP : 125.26.245.67 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 พฤษภาคม 2554 / 13:16
# 45 : ความคิดเห็นที่ 25220
ไม่ค่อยงกเลยนะนาค
บอกไม่ช่วยอยู่ดีๆ
พอบอกได้ล้านนึง เท่ากับทำงานก่อสร้างเป็นปีเลยนะ
แต่คิดไปคิดมาไม่ถึงครึ่งของหนี้เลยนะจ๊ะ
Name : ACLS < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ACLS [ IP : 182.52.216.36 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 เมษายน 2554 / 10:02
# 44 : ความคิดเห็นที่ 25087
สู้เพื่อเงิน
Name : sep&sym < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sep&sym [ IP : 180.180.214.219 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 มีนาคม 2554 / 15:01
# 43 : ความคิดเห็นที่ 24444
เลสนัย >> เลศนัย

ว่าแต่ แดนโผล่หางอะไรออกมายาวเหยียดหรือคะ ...
PS.  ถ้าคุณถามว่า..ฉันคือใคร? ฉันคงตอบได้ว่า'ฉันก็คือฉัน' และเพราะเป็นฉันที่เอาแต่ใจ ฉันจึงทำได้เพียงเท่านี้ ..คือทำอย่างตั้งใจให้ดีที่สุด
Name : Naruko < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Naruko [ IP : 125.25.212.171 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2554 / 14:00
# 42 : ความคิดเห็นที่ 24002
ห้าล้านดิ เล่นตัวหน่อยนาค ได้ป่าวหว่า
PS.  He who is not impatient is not in love ใครที่ใจไม่ร้อนร้น ไม่ใช่คนกำลังมีความรัก คุณร้อนร้นแล้วหรือยัง
Name : mona_nooparn < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mona_nooparn [ IP : 223.205.32.185 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2554 / 19:47
# 41 : ความคิดเห็นที่ 23978
 อ่ะจึก ๆ ๆๆ สนุกอ่ะ
อ่านกี่รอบๆ ก้อติด
PS.  Sometimes.. Thoughts read unspoken.♥
Name : DREAMMY x') < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ DREAMMY x') [ IP : 61.90.91.122 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2554 / 13:20
# 40 : ความคิดเห็นที่ 23844

เธอติดหนี้เจ้าพ่อมาฟียฮ่องกง >>> เฟีย

หน้ากรุ่มกริ่มส่งกลับราวจงใจยัวอารมณ์ >>> กรุ้ม ยั๊ว หรือ ยั่ว ไม่รุว่าไรเตอร์ต้องการสื่ออันไหน

แต่นายรูได้ไงว่าเขาเป็นมาเฟีย >>> รู้

เอเชียตะวันออกเฉียวเหนือ >>> เฉียง

แต่คบกับเจ้านี้ไว้ดูเป็นอะไรที่ฉลาด >>> นี่

เด็กสาวร่างท้วมเริ่มรู่สึกว่า >>> รู้

เออ...ช่างมันเฮอะ >>> น่าจะเป็นเหอะ มากกว่านะคะ เฮอะ มันให้เสียงสูง


PS.   คิดก่อนพูด แต่ไม่ใช่พูดทุกคำที่คิด
Name : pittanan < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pittanan [ IP : 223.207.166.13 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2554 / 14:40
# 39 : ความคิดเห็นที่ 21880
 น้อยไปนิ๊ดน๊าาคุณหลิน

ถ้าทำสำเร็จ...ก้อยกหนี้ให้กะนาคไปเลยจิ

PS.  ~Love Me Love Manchester United & SS501~
Name : ladyberbatov < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ladyberbatov [ IP : 223.204.193.167 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 ธันวาคม 2553 / 16:30
# 38 : ความคิดเห็นที่ 21505
อ้ายย ตั้ง ล้านนึงแนะ
PS.  #@! มนุษย์ทุกคน เมื่อเกิดมา บนโลกใบนี้แล้ว ไม่มีทางที่จะอยู่คนเดียว ได้หรอก นะ !@#
Name : Oo แว่นน้อย oO < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Oo แว่นน้อย oO [ IP : 182.52.55.93 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2553 / 22:15
# 37 : ความคิดเห็นที่ 21444
 ล้านนึง!!! เหมือนจะหรู เหอะๆ และที่เหลือละ?   OMG !!!! 
PS.  .......................
Name : izezaaa < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ izezaaa [ IP : 182.53.159.1 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2553 / 17:54
# 36 : ความคิดเห็นที่ 21407
ตื่นเต้นน น!

นาครับเหอะ!
Name : Cerise [ IP : 117.47.12.117 ]

วันที่: 25 ธันวาคม 2553 / 13:03
# 35 : ความคิดเห็นที่ 20750
ยิ่งอ่านยิ่งหลงรักหนูนาคจริงๆ
อยากรู้ว่านาคจะไปเจรจาแบบไหนกันน้า
Name : มากิริจัง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มากิริจัง [ IP : 61.7.132.221 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 ธันวาคม 2553 / 18:22
# 34 : ความคิดเห็นที่ 20736
อิอิ แบบนี้ต้องโกงราคาน่ะคะ
Name : มากิริจัง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มากิริจัง [ IP : 119.42.91.194 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 ธันวาคม 2553 / 17:22
# 33 : ความคิดเห็นที่ 17049

สู้ตายเลยนาค!


PS.  Sometimes.. Thoughts read unspoken.♥
Name : DREAMMY x') < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ DREAMMY x') [ IP : 58.9.140.56 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ธันวาคม 2553 / 21:36
# 32 : ความคิดเห็นที่ 14962
ล้านนึงงง -o-
Name : enfer z* < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ enfer z* [ IP : 118.172.141.205 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 พฤศจิกายน 2553 / 01:04
# 31 : ความคิดเห็นที่ 14397
หวังให้มีแบบนี้ อีกสัก 20 งาน ก็ครบ จ่ายหนี้เสร็จพอดี
PS.  นิยายต่างประเทศแค่ถูกใจ ....... นิยายไทยอยู่ในสายเลือด
Name : php7022 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ php7022 [ IP : 183.89.5.239 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 พฤศจิกายน 2553 / 01:19
# 30 : ความคิดเห็นที่ 14101
เงินดีด้วยสิงานนี้
PS.  ระหว่างพรุ่งนี้กับชาติหน้า ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าอะไรจะมาก่อน ภาษิตทิเบต
Name : Mink_C < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mink_C [ IP : 223.205.36.103 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 พฤศจิกายน 2553 / 22:32
# 29 : ความคิดเห็นที่ 12910

เอาล่ะสินาคน้อย งานช้างอีกแล้ว หึหึ !! 


PS.  คนเราทุกคนดีไม่หมด แม้กระทั่งตัวเราเอง
Name : ~ IcezekI ~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ~  IcezekI  ~ [ IP : 223.206.102.214 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 พฤศจิกายน 2553 / 14:32
# 28 : ความคิดเห็นที่ 12399

นาคจะตัดสินใจยังไงนะ


PS.  ... NONGNESTLE ... THANK YOU ... BYE ...
Name : nestlelove < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nestlelove [ IP : 124.122.7.144 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 ตุลาคม 2553 / 13:06
# 27 : ความคิดเห็นที่ 11629
น่าสนใจอยู่เเล้ว~
ทำไม่ได้ก็ไม่มีไรเกิดขึ้น ในขณะที่ทำได้ ก็รับเงินมาฟรีๆ~
โหยๆ
กำไรๆ*0*<<(- -* อะไรของมัน...)
PS.  ...การเรียนที่ก้าวหน้า ถือเป็นการโกยทางให้ไปได้ไกลเเละสดใสยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ก็จริง เเต่ว่า...ทำไมมันทำยากจังฟระเนี่ย!!?-*-
Name : •Zol2iäc• < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ •Zol2iäc• [ IP : 222.123.231.208 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 ตุลาคม 2553 / 20:29
หน้าที่ 1 | 2 | 3
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android