**--มนตร์จุมพิตพยัคฆ์ร้าย--**

ตอนที่ 9 : บทที่ 3-3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 565
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    3 ม.ค. 61

รูปเล่มเปิดจองถึง 20 กุมภาพันธ์ จัดส่งต้นเดือนมีนาคมค่ะ
ราคาปก 330 ราคาจอง 299 บาท

สั่งจองได้ที่ https://goo.gl/VhwKDF


ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะมาถึงสถานีตำรวจ เหมือนแพรหยุดร้องไห้แล้ว กระนั้นตาก็ยังแดงก่ำและบวมช้ำเล็กน้อย ร่างเล็กเดินตามผู้ปกครองขึ้นไปด้านบน เข้าพบผู้กองเอกภพซึ่งเป็นชายร่างสูงผอม หากก็ดูดีในชุดเครื่องแบบตำรวจ ท่าทางองอาจผึ่งผายไม่หยอก แต่เมื่อเทียบกับลายพยัคฆ์แล้ว เธอก็ยังเห็นว่าผู้ปกครองของเธอดูดีกว่ามากเลยทีเดียว

ผู้กองเอกภพเอ่ยแนะนำตัวเองเป็นอันดับแรก ก่อนซักถามสารทุกข์สุกดิบของเธอเพื่อเป็นการสร้างความคุ้นเคย แล้วจึงวกเข้าประเด็น

เหมือนแพรเล่าเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุอย่างละเอียด ไม่เว้นแม้แต่สภาพศพของบิดาที่ดูแหลกเหลวราวกับการฆาตกรรมนี้ไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์!

ทางเรากำลังรอผลชันสูตรอยู่ คงอีกสี่ห้าวันนะครับ ถ้าได้ผลอย่างไรแล้ว ผมจะแจ้งให้คุณทราบอีกครั้ง

การสอบปากคำครั้งนี้ใช้เวลาเพียงครู่เดียว...น้อยกว่าที่เธอคิดมาก ลายพยัคฆ์สั่งให้เธอลงไปรอที่รถส่วนเขามีเรื่องจะคุยกับผู้กองสักพัก

หญิงสาวอยากดื้อรั้นอยู่ด้วย แต่รู้ดีว่าคนอย่างเขาคงไม่ยอมให้เธอขัดคำสั่งจึงยอมทำตามแต่โดยดี

เหมือนแพรเดินลงจากสถานีตำรวจอย่างเหม่อลอย ครุ่นคิดถึงเรื่องราวในคืนนั้นอีกครั้ง ตัวเธอพลันสั่นสะท้านเมื่อนึกได้ว่าก่อนสิ้นลมหายใจบิดาของเธอคงทุกข์ทรมานอย่างมาก...มากเสียจน...

เธอทรุดกายลงบนบันไดขั้นสุดท้ายราวกับหมดแรงไปเสียเฉยๆ น้ำตาหยาดหยดลงมาอย่างไม่อาจห้ามไม่ได้ เห็นดังนั้นคนของลายพยัคฆ์ก็ปราดเข้ามาหา

คุณ...เขาชะงักไปด้วยไม่แน่ใจว่าจะเรียกอีกฝ่ายว่าอย่างไรดี คุณเป็นอะไรครับ ไม่สบายหรือเปล่าครับ

เวียนหัวนิดหน่อยค่ะ

ตายล่ะท่าทางร้อนอกร้อนใจทำให้เหมือนแพรนึกขัน เขาทำราวกับเธอกำลังจะเป็นจะตายอย่างไรอย่างนั้น

แค่เวียนหัวเองค่ะ ไม่เป็นไรหรอก

คุณน่ะไม่เป็นไร แต่ผมนี่สิ!”

ได้ยินแล้วเหมือนแพรถึงกับขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดมาเลยสักนิด แต่เธอก็ไม่อยู่ในอารมณ์เซ้าซี้ซักถามแต่อย่างใด

คุณอยากดื่มน้ำเย็นๆ ไหมครับ เดี๋ยวผมไปซื้อให้...ว่าพลางชี้มือไปทางถนน ...เซเว่นอยู่ตรงข้ามนี้เอง

ดีเหมือนกันค่ะ ขอบคุณมากนะคะ

ชายผู้นั้นส่งยิ้มให้เธอ บอกให้เธอนั่งรออยู่ตรงนี้ ก่อนตัวเขาจะออกวิ่งตรงไปยังประตูใหญ่แล้วข้ามไปอีกฟากของถนนอย่างรวดเร็ว

เมื่ออยู่ลำพัง เหมือนแพรก็ยกมือป้ายน้ำตา พยายามจะไม่ร้องไห้ให้ลายพยัคฆ์ต้องหัวเราะเยาะอีก ยังไม่ทันจะลุกเดินไปรอที่รถ เสียงใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น

หนูแพร

            เสียงนั้นแหบแห้งแต่ก็คุ้นหู เหมือนแพรรีบเงยหน้ามอง แล้วก็ยิ้มกว้าง ความหม่นมัวในหัวใจเหมือนจะจางหายไปเล็กน้อยเมื่อได้พบคนรู้จัก หญิงสาวลุกขึ้นยืน ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม

สวัสดีค่ะ ลุงศักดิ์ศักดิ์สิทธิ์เป็นชายวัยห้าสิบปลายๆ อายุไล่เลี่ยกับบิดาของเหมือนแพร ทว่ารูปร่างสูงใหญ่ และดูแข็งแรงกว่าจนเธอเคยคิดว่าลุงศักดิ์อายุสักสี่สิบเท่านั้น คุณลุงมาทำอะไรที่นี่คะ

ลุงมาส่งหลานจ้ะ มาแจ้งความ กระเป๋าโดนล้วง

ตายจริง โดนล้วงอะไรไปบ้างคะ

กระเป๋าตังค์กับไอโฟน มันบ่นว่าโชคร้ายมาตลอดทางเลย       ลุงศักดิ์ทอดถอนใจ มองสาวน้อยตรงหน้าด้วยแววตาเป็นห่วงเต็มเปี่ยม

ลุงเพิ่งรู้เรื่องของวิญญูเมื่อเช้า ลุงเสียใจด้วย

เหมือนแพรส่งยิ้มบางๆ ไปให้อีกฝ่ายแล้วยกมือไหว้ขอบคุณ

ลุงว่าเสร็จธุระจากนี่แล้ว จะไปเยี่ยมหนูที่บ้าน ก็พอดีพบหนูเสียก่อน...ดวงตาสีน้ำตาลสลดขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนผู้เป็นเจ้าของจะเอ่ยต่อ ลุงว่าหนูย้ายมาอยู่กับลุงดีกว่าไหม เป็นสาวเป็นนางอยู่คนเดียวไม่ดีหรอกนะ อันตราย

มีผมอยู่ด้วยคงไม่เป็นไรมั้งครับเสียงห้วนสั้น และก้องกังวานนั้นทำให้ศักดิ์สิทธิ์ถึงกับสะดุ้ง ขนลุกเกรียวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ต่อเมื่อเหลียวไปมองทางต้นเสียง อะไรบางอย่างในกายเขาก็สั่งให้ก้าวถอยห่างออกไป ราวกับต้องการจะป้องกันตัวเองจากภัยอันตรายอย่างหนึ่งอย่างใด

ตอนนี้เหมือนแพรอยู่กับผมเขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเน้นหนัก เมื่อก้าวมายืนเคียงข้างสาวน้อยในปกครอง คุณลุงไม่ต้องห่วง ผมดูแลเธอได้

 เหมือนแพรเหลียวมองเสี้ยวหน้าของเขา พบว่าเขากำลังขบกรามจนเป็นสันนูน ท่าทางบ่งบอกว่าไม่พอใจอะไรบางอย่าง ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร

ลุงศักดิ์ นี่คุณลายพยัคฆ์ผู้ปกครองของฉันค่ะ

ผู้ปกครอง?” ศักดิ์สิทธิ์เบิกตากว้างอย่างตกใจในคราแรก ก่อนวินาทีถัดมาจะกลายเป็นความไม่เข้าใจ ขณะที่ลายพยัคฆ์เอามือล้วงกระเป๋าด้วยท่วงท่าราวกับกำลังถ่ายแบบ มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย

ไม่ต้องแนะนำหรอก เราสองคนรู้จักกันดีแล้ว

คะ? รู้จักกันแล้ว?”

ลายพยัคฆ์เหยียดยิ้ม ดึงมือออกจากกระเป๋าแล้วยกมือเสยผม ขณะสองตายังจ้องศักดิ์สิทธิ์เขม็ง

หรือคุณลุงจำผมไม่ได้

ศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้เหมือนกลายเป็นหุ่นขี้ผึ้งไปแล้วเขาได้แต่ยืนหน้าซีด ปากเผยออ้าค้างอยู่อย่างนั้นราวกับถูกสาป กระทั่งได้ยินเสียงเหมือนแพรใกล้ๆ

ลุงศักดิ์คะเป็นอะไรรึเปล่าคะเหมือนแพรเข้ามาเกาะแขนของเขา ร้องเรียกอย่างห่วงใย ศักดิ์สิทธิ์ได้สติ กะพริบตาสองสามครั้งแล้วรีบเบือนหลบดวงตาสีอำพันที่ซ่อนความป่าเถื่อนไว้ข้างในทันที

ปละ...เปล่าจ้ะ ลุงแค่กำลังคิดอะไรเพลินๆเขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น หันไปมองลายพยัคฆ์อย่างหวาดๆ ก่อนเอ่ยว่า

ลุงไม่รู้จักผู้ปกครองของหนูแพรหรอก สงสัยเขาจะจำผิด

ไม่รอให้คนตรงหน้าซักถามอะไรอีก เขาก็เอ่ยขอตัว อ้างว่าต้องรีบไปดูหลาน จากนั้นเจ้าตัวก็เดินดุ่มจากไปโดยไม่เฉียดเข้าใกล้ลายพยัคฆ์เลยแม้แต่น้อย

สงสัยคุณจะจำคนผิดแล้วมั้งคะ

เหมือนแพรมองสบตาเขาแล้วเห็นรอยสว่างวาบอัดแน่นด้วยโทสะในนั้น เธอถึงกับตัวสั่นอย่างไม่มีเหตุผล

เขาชวนเธอไปอยู่ด้วยหรือ

ค่ะ

แล้วเธอจะไปหรือเปล่า

คนถูกถามเลียริมฝีปากระหว่างตรึกตรอง ก่อนจะส่ายหน้า

ไม่ค่ะ ฉันขอกลับไปอยู่บ้านดีกว่า

ใบหน้าของลายพยัคฆ์กระด้างขึ้นอีกสิบเท่า

ฉันบอกแล้วว่าไม่ได้

แต่...

ไม่มีแต่...ตอนนี้ฉันเป็นผู้ปกครองของเธอ เธอต้องเชื่อฟังฉัน...  ทุกอย่าง!”

คนในปกครองสูดลมหายใจยาว เบือนหน้าไปทางอื่นแล้วขยับ    ริมฝีปากขมุบขมิบ เบาเสียจนแม้แต่ตัวเองยังแทบไม่ได้ยิน ทว่าสำหรับเขาแล้วไม่ใช่เลย

เธอกำลังด่าว่าฉันเผด็จการอยู่ใช่ไหม

หญิงสาวถึงกับสะดุ้ง หันขวับไปมองเขาด้วยแววตาอัศจรรย์ใจ

คุณรู้ได้ไงคะ

คนตัวโตยักไหล่ ชี้มือไปที่หูของตัวเอง

สงสัยฉันคงมีหูทิพย์มั้งจากนั้นก็ตัดบทโดยถามถึงคนที่ควรจะอยู่ตรงนั้นแต่กลับหายตัวไป

ไอ้ชาติมันไปไหนล่ะ

ไปเซเว่น ตรงนู้นน่ะค่ะว่าพลางบุ้ยปากไปอีกฝั่งหนึ่งของถนน ทันเห็นชายร่างผอมกำลังหิ้วของพะรุงพะรังวิ่งกระหืดกระหอบข้ามถนนกลับมาพอดี พอมาถึงก็ทำหน้าซีดราวกระดาษรีบโค้งตัวต่ำทันที

ซื้ออะไรมาเยอะแยะวะ ฉันบอกให้เฝ้ารถไม่ใช่หรือไงนายชาติถอยกรูด ทำตัวลีบจนน่าสงสาร ที่สำคัญทำไมปล่อยให้เหมือนแพรอยู่คนเดียว ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา...

อย่าไปว่าเขาเลยค่ะเหมือนแพรขัดขึ้นมาแล้วก้าวมายืนตรงหน้านายชาติ ทำท่าเหมือนแม่ที่กางแขนปกป้องลูกไม่ผิดเพี้ยน เขาแค่ไปซื้อน้ำให้ฉันเท่านั้นเอง

ค...ครับ ผมเห็นคุณเหมือนแพรเธอเวียนศีรษะ เลยอยากให้เธอได้ดื่มน้ำเย็นๆ น่ะครับเผื่อจะได้สดชื่น

ผู้เป็นนายทำเสียงบางอย่างในลำคอ ไม่ต่อว่าอะไรอีก นอกจากออกคำสั่งสั้นๆ

ไป!”

เพียงคำคำเดียวก็ทำให้นายชาติลนลานจนทำข้าวของตกเกลื่อนกลาด เหมือนแพรต้องช่วยเก็บใส่ถุงแล้วรีบรุดเดินตามขึ้นรถไป

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

12 ความคิดเห็น