**--มนตร์จุมพิตพยัคฆ์ร้าย--**

ตอนที่ 7 : บทที่ 3-1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 664
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 ม.ค. 61

รูปเล่มเปิดจองถึง 20 กุมภาพันธ์ จัดส่งต้นเดือนมีนาคมค่ะ
ราคาปก 330 ราคาจอง 299 บาท

สั่งจองได้ที่ https://goo.gl/VhwKDF


วันถัดมา เหมือนแพรก็ต้องแปลกใจเมื่อลายพยัคฆ์นำเสื้อผ้าและ   ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวมาให้ถึงหน้าห้อง ชายหนุ่มเคาะประตูเพียงครั้ง หญิงสาวก็เปิดประตูรับแล้ว คำถามแรกในเช้าวันนี้คือ

เมื่อคืนนอนหลับหรือเปล่า

จริงๆ แล้วเหมือนแพรนอนไม่หลับ แต่ก็ไม่อยากให้เขาซักให้มากความจึงปดไปว่า

หลับค่ะ

เขาพยักหน้า ไม่เอ่ยถามอะไรอีก จากนั้นจึงยื่นกระเป๋าเสื้อผ้าให้กับเธอ

คนของฉันเอามาให้เมื่อเช้า รีบอาบน้ำแต่งตัว แล้วลงไปทานข้าว...ว่าพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา ...ฉันให้เวลาเธอครึ่งชั่วโมง แล้วเจอกันที่ห้องอาหาร

เอ่ยจบก็เดินดุ่มจากไป เหมือนแพรมองตามหลังอยู่ครู่จึงลากกระเป๋าเข้าไปในห้อง ใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวเพียงสิบนาทีจึงเดินลงบันไดมาที่ห้องอาหาร โต๊ะรูปทรงสี่เหลี่ยมพื้นผ้าตั้งอยู่ตรงกลางยาวจนเกือบเต็มห้อง ลายพยัคฆ์นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ เมื่อเห็นเธอจึงผายมือให้นั่งข้างๆ   

เหมือนแพรไม่รู้ว่าจะให้คำจำกัดความต่อผู้ชายที่ชื่อลายพยัคฆ์ว่าอย่างไร นายแบบผู้มีท่วงท่าและอิริยาบถละม้ายผู้ดีเก่า นักธุรกิจผู้มีสายตาคมกริบและเย็นเฉียบ หรือชายหนุ่มผู้มีพลังร้อนแรงดั่งเพลิงกัลป์อัดแน่นอยู่ในทุกอณูของเรือนกาย ทุกคราที่เธอใกล้เขาความรู้สึกของเธอไม่เคยมั่นคงเลยสักครั้ง มันคลอนแคลนราวกับเรือที่กำลังถูกพายุซัดกระหน่ำและกำลังจมดิ่งสู่ก้นมหาสมุทร

เหมือนแพรนั่งตัวเกร็งอย่างน่าขัน ส่วนลายพยัคฆ์นั่งเอนกายพิงพนักด้วยท่วงท่าสบายอารมณ์ มองจ้องเธอเขม็ง ดวงตาคู่คมเป็นสีอำพันจางๆ นิ่งสงบราวกับทะเลไร้คลื่น ผิดกับเมื่อคืนที่ปั่นป่วนราวทะเลคลั่ง

หญิงสาวใช้ช้อนเขี่ยข้าวต้มในชามไปมา  กลิ่นหอมของมันทำให้กระเพาะของเธอร้องโครกคราก แต่น่าแปลก เธอกลับไม่มีอารมณ์จะทานแม้สักคำ

เอาแต่เขี่ยอยู่นั่น ทำไมไม่ทาน

ท่ามกลางความเงียบหลายนาที ในที่สุดลายพยัคฆ์ก็เอื้อนเอ่ยขึ้นมาเหมือนรำคาญ สุ้มเสียงของเขาขึ้นจมูกจนเธอสัมผัสได้ เหมือนแพรเงยหน้ามองสบตา และเห็นความระอาในดวงตาคู่นั้นอย่างชัดเจน

เขาคงเบื่อที่จะต้องมาดูแลเด็กอย่างเธอกระมัง...หญิงสาวคิดพลางตักข้าวต้มเข้าปากหนึ่งคำ ก่อนหันไปมองผู้ปกครองอีกครั้ง เขากำลังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือพิมพ์อย่างสนอกสนใจ

เยื้องไปทางด้านหลัง คือสตรีวัยกลางคนร่างท้วมชื่ออารี เป็นแม่บ้านดูแลเรื่องอาหารการกินของลายพยัคฆ์ ทำงานตั้งแต่หกโมงเช้าถึงสองทุ่ม ใกล้ๆ กันนั้นเป็นหญิงสาวสองคนมีหน้าที่ทำความสะอาดบ้านทั้งหลัง ทั้งสามไม่ได้นอนค้างที่นี่ ต้องเดินทางไปกลับทุกวัน

เหมือนแพรตวัดสายตามามองเขาอีกครั้ง ดวงตาสีอำพันยังจับจ้องเนื้อข่าวอย่างตั้งใจ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ริมฝีปากหยักลึกเม้มแน่น  ท่าทางเหมือนอึดอัดกับข่าวบางอย่างอยู่ หญิงสาวลืมตัว เผลอมองอยู่นานกระทั่งเขาตวัดสายตาทาทางเธออย่างรวดเร็ว เธอถึงกับเกือบทำช้อนในมือร่วงหล่น

เธอมีอะไรจะพูดกับฉันรึเปล่า

เหมือนแพรกะพริบตาติดกันสองสามครั้ง ทบทวนถ้อยคำอันสับสนในสมอง แล้วเรียบเรียงออกมา

หลังจากไปให้ปากคำกับตำรวจแล้ว ฉันจะกลับไปอยู่บ้านนะคะ

มือที่จับหนังสือพิมพ์กระแทกลงบนโต๊ะดังปัง ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัว รีบหลุบสายตาลงต่ำ ไม่กล้ามองจ้องดวงตาที่ทรงอำนาจของเขาแม้สักวินาที

เธอว่าอะไรนะ? กลับบ้าน? ไม่ได้ ฉันไม่อนุญาต!”

ทำไมล่ะคะ

ไม่ทำไม แค่ฉันไม่อนุญาต

แต่นั่นเป็นบ้านของฉัน

ใช่...บ้านของเธอ แต่เธออยู่ไม่ได้

เหมือนแพรส่ายหน้า พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างไม่รู้จะพูดกับคนดื้อดึงตรงหน้าอย่างไรดี

ที่นี่ไม่ใช่บ้านของฉัน ฉันอยู่ไม่ได้ และฉันก็ไม่ควรรบกวนคุณด้วยหญิงสาววางช้อนลง ประสานมือไว้บนตักแล้วบีบเข้าหากันเป็นการเรียกกำลังใจถึงยังไงคุณก็ไม่ใช่ญาติของฉัน และถึงคุณจะเป็นเพื่อนของพ่อ แต่ฉันก็ไม่เคยรู้จักคุณมาก่อน คงไม่เหมาะที่ฉันจะ...

ฉันเป็นผู้ปกครองของเธอเขาพับหนังสือพิมพ์ที่ยับย่นในมือให้เรียบร้อยวางลงบนโต๊ะแล้วเอ่ยต่อว่า พ่อของเธอทำพินัยกรรมไว้เรียบร้อยแล้ว

คะ? พินัยกรรมหรือคะ?”

ใช่ ทนายของฉันเก็บไว้ให้ลายพยัคฆ์กวาดตามองข้าวต้มที่พร่องไปเล็กน้อย แล้วขมวดคิ้ว ปากก็ขยับต่อไปว่า เธอครบยี่สิบเมื่อไร ฉันจะเรียกมาเปิดพินัยกรรมเขาชี้มือมายังชามข้าวต้มของเธอ แล้วเอ่ยเสียงเข้ม ทำไมทานนิดเดียว ทานเข้าไปอีก...สักครึ่งชามแล้วค่อยไป

คนถูกบังคับเบิกตากว้าง รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กตัวเล็กๆ ที่ผู้ใหญ่ต้องมาคอยกำกับให้ทานนู่นนี่นั่น ต้องทานเท่านั้นเท่านี้ ความไม่พอใจวาบขึ้นมา ทำให้เธอเม้มปากแน่นอย่าลืมตัว และไม่ยอมแตะข้าวต้มอีกแม้แต่คำเดียว

ฉันจะกลับไปอยู่บ้านค่ะ

ลายพยัคฆ์เพิ่งรู้เดี๋ยวนั้น...เหมือนแพรดื้อเอาเรื่องเหมือนกัน!

เอาไว้ค่อยคุยหลังจากที่เธอเห็นจดหมายของพ่อเธอเถอะ

จดมายหรือคะ?”

หลักฐานที่เธอต้องการไง?” ว่าพลางลากดึงชามข้าวต้มไปใกล้ๆ จับช้อนแล้วตักข้าวต้มขึ้นมา เหลือบสายตามองจ้องเธอแล้วเอ่ยถามด้วยเสียงเรียบเฉย หากนัยน์ตาทอประกายวาววับ

จะทานเองดีๆ หรือจะให้ฉันป้อน

เหมือนแพรอ้าปากค้าง นึกไม่ถึงว่าเขาจะบังคับเธอด้วยวิธีนี้ หญิงสาวส่ายหน้าดิก

ไม่ค่ะ ไม่ต้องป้อน แต่...ฉันไม่ทานแล้วค่ะ ทานไม่ลง

ไม่ได้ เธอต้องทาน ไม่อย่างนั้นจะเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน

ชายหนุ่มจ่อปลายช้อนใกล้ๆ ริมฝีปากอิ่มเต็ม ส่งสายตาบังคับให้เธออ้าปากรับมันไว้ ทว่าคนถูกบังคับยังคงเม้มปากแน่น ส่ายหน้าไม่ยอมท่าเดียว

หรือต้องให้ฉันบีบปากแล้วยัดมันลงไป

ดวงตาที่โตอยู่แล้วยิ่งเบิกกว้างมากกว่าเดิม แต่ก็เพียงแค่นั้น เหมือนแพรยังคงไม่ยอมทำตามคำสั่งของเขาง่ายๆ

ไม่ยอม? ยังไม่ยอมทานอีก...งั้นหรือ?” เขาพูดอย่างเนิบช้า ดวงตาวาวจ้าด้วยความมุ่งหมายบางประการ...เป็นความมาดหมายที่ทำให้ดวงตาของเข้มข้นด้วยแรงอารมณ์...ร้อนแรง เปี่ยมเสน่ห์ และชวนหลงใหลจนเธอใจสั่น

ถ้างั้นฉันคงต้องใช้วิธีของฉันเขาวางช้อนลง ลุกขึ้นมายืนซ้อนทางด้านหลัง แล้วก้มหน้าลงมา กระซิบริมหูของเธอว่า ป้อนแบบ...ปากต่อปาก เธอคงชอบล่ะมัง

เหมือนแพรลุกพรวดพราดขึ้นมา แถมถอยกรูดไปจนติดผนังห้อง ทำท่าทางราวกับเขาเป็นผู้ชายหื่นกามที่กำลังจะจับเธอปล้ำอย่างไรอย่างนั้น

ไม่นะคะ! คุณอย่าทำอะไรบ้าๆ แบบนั้นนะ!”

น้ำเสียงของเธอตื่นตระหนกอย่างชัดเจน ขณะที่เขาเท้ามือพิงพนักเก้าอี้ มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าและทอดมองมาด้วยแววตาวิบวับ

ถ้าไม่อยากให้ทำ ก็มานั่งทางดีๆเห็นเธอลังเล เขาก็กวักมือเรียก เร็ว

เท่านั้นยังไม่พอ ทำท่าจะย่างสามขุมเข้ามาหาอีก เหมือนแพรซึ่งเตรียมพร้อมอยู่แล้วรีบวิ่งออกทางประตูห้องอาหารทันที หากมีหรือจะหนีพ้น เพียงพริบตาลายพยัคฆ์ก็เข้าประชิดตัว ใช้สองแขนโอบรัดเธอจากทางด้านหลัง ดึงรั้งให้เรือนร่างแบบบางแนบชิดกับกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งและทรงพลังของเขาเกือบจะทุกสัดส่วน กายร้อนผ่าวนั้นทำให้เธอร้อนวูบวาบไปทั้งตัว

คุณ!”

เสียงของเธอสะดุดเมื่อเขาใช้แขนเพียงข้างเดียวยกตัวเธอลอยจากพื้น พากลับไปที่โต๊ะ

อย่าดื้อให้มากนัก เหมือนแพรเขาจับให้เธอนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม สองแขนเท้าบนเบาะรองนั่ง กักขังเธอไว้ในอ้อมกอดของตนเอง แม้คราวนี้จะไม่มีส่วนใดสัมผัสแตะต้องกันเลย แต่เธอก็ยังรู้สึกหวั่นไหวแปลกๆ อยู่นั่นเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

12 ความคิดเห็น