**--มนตร์จุมพิตพยัคฆ์ร้าย--**

ตอนที่ 3 : บทที่ 1-2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 981
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    30 ธ.ค. 60

รูปเล่มเปิดจองถึง 20 กุมภาพันธ์ จัดส่งต้นเดือนมีนาคมค่ะ
ราคาปก 330 ราคาจอง 299 บาท

สั่งจองได้ที่ https://goo.gl/VhwKDF





แนวกรามที่ค่อนข้างเหลี่ยมขับให้ใบหน้าของเขาแกร่งสมเป็นชาตรีหากก็ดูกระด้างดุดันเกินไป ขณะที่เรียวปากหยักลึกกลับงดงามราวอิสตรีขัดกับบุคลิกลักษณะของเขาเสียเหลือเกิน จมูกของเขาโด่งเป็นสัน คิ้วเข้มหนา และแพขนตายาวชวนมอง...เมื่อเอาทุกอย่างมารวมเข้ากับความลึกลับของเขา ลายพยัคฆ์จึงดูมีเสน่ห์ชวนหลงใหลอย่างน่าประหลาด

เหมือนแพรนั่งมองเพลินจนไม่รู้ตัวว่าตัวเองเอนกายหันไปหาเขาอย่างโจ่งแจ้ง จนเมื่อชายหนุ่มเบนสายตาสีอำพันของตัวเองมามองสบตา เธอถึงกับสะดุ้งสุดตัว รีบปรับเปลี่ยนอิริยาบถของตนเองทันควัน แก้มนวลที่เพิ่งจะหายร้อนผ่าว บัดนี้ความร้อนกลับโหมแรงขึ้นมาอีกครั้งจนเธอต้องหลบซ่อนความแดงก่ำของมันโดยการเมินมองไปยังทิวทัศน์นอกตัวรถ หากสิ่งที่เห็นกลับเป็นภาพสะท้อนของคนตัวโตเสียนี่

เหมือนแพรถอนหายใจเฮือกสะบัดหน้ากลับไปมองถนนสายยาวก่อนเอ่ยทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดนั้นเสีย

คุณจะพาฉันไปไหนคะ?”                                                         

บ้าน

บ้านใครคะ?”

บ้านฉัน

แม้จะคาดเดาไว้แล้วแต่เธอก็อดตกใจไม่ได้

คุณจะพาฉันไปบ้านคุณทำไมคะ

ก็พามาอยู่ด้วยกันน่ะซิยังไม่ทันที่หญิงสาวจะถามต่อ เขาก็ขัดขึ้นมาด้วยสุ้มเสียงกังวาน

เด็กในปกครองต้องอยู่กับผู้ปกครอง จะให้ไปอยู่ที่อื่นได้ยังไง

เหมือนแพรอยากจะกรีดร้องกับถ้อยคำ โมเมเอาเองของเขาเหลือเกิน หากก็กริ่งเกรงในอารมณ์และความลึกลับที่คาดเดาไม่ได้ของเขา จึงทำได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ เก็บความหงุดหงิดนั้นไว้และพยายาม ผูกมิตร กับเขาให้ได้มากที่สุด

...ก็ถ้าเป็นมิตรกันแล้ว เขาอาจจะยอมเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาให้ได้รู้บ้างไม่มากก็น้อยล่ะน่า

ฉันไม่เข้าใจ ทำไมคุณถึงมาเป็นผู้ปกครองของฉันได้ ทำไมคุณถึงมาที่บ้านฉันในวันนี้ ทำไมพ่อของฉันถึงได้...เหมือนแพรพูดได้เพียงแค่นั้น ลำคอพลันตีบตันไม่อาจพูดอะไรได้อีก

เธอหันไปมองเขา ตาประสานตา ลมหายใจของเหมือนแพรพลันติดขัดขึ้นมา จนต้องรีบเมินมองไปทางอื่น พร้อมกับเบียดกายแนบชิดเบาะจนแทบจะกลืนเป็นชิ้นเดียวกันอยู่รอมร่อ มือข้างหนึ่งวางตรงท้องน้อยเมื่อรับรู้ถึงกระแสความปั่นป่วน ปกติแล้วเธอไม่ใช่คนเมารถ เมาเรือ แต่วันนี้เหตุการณ์สะเทือนใจและสับสนวุ่นวายทำให้ร่างกายของเธออ่อนแอ จนรู้สึกคลื่นไส้อยากอาเจียนขึ้นมาเสียอย่างนั้น ยังดีที่อาการมีเพียงเล็กน้อย      เธอยังพอทนได้

เงียบกันไปพักใหญ่ ลายพยัคฆ์ก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาว่า

เธอนอนหลับก็ได้นะ อีกสักพักกว่าจะถึง

เหมือนแพรนั่งกัดริมฝีปากครุ่นคิด ก่อนจะโพล่งถามตรงไปตรงมา

ถึงคุณจะมีหลักฐาน แต่ถ้าฉันขอปฏิเสธที่จะอยู่ในปกครองของคุณ...ก็คงได้ใช่ไหมคะคนถูกถามไม่ตอบ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อไป จนเหมือนแพรถามซ้ำ เขาจึงไหวไหล่เล็กน้อย

ไว้เธอ 20 เมื่อไรค่อยมาพูดกัน

หญิงสาวถอนหายใจเฮือก ทิ้งศีรษะพิงเบาะรถ แล้วปิดเปลือกตา น้ำตาเจ้ากรรมเอ่อท้นขึ้นมาอีกครา

...โชคชะตากำลังเล่นตลกอะไรกับเธอหนอ ทำไมเหตุการณ์ร้ายๆ ต้องประดังประเดใส่เธอในวันนี้ ทำไมพ่อต้องจากเธอไป ทำไมโชคชะตาถึงพาเขาเข้ามาในชีวิตของเธอ ทำไมเขาต้องเป็นผู้ปกครอง ทำไมเขาถึง...

ความเจ็บปวดสับสนทำให้เธองอตัวเข้าหากัน ก้มหน้าซ่อนน้ำตาที่กำลังไหลริน ขณะที่ในใจยังคงคร่ำครวญหาบิดาบังเกิดเกล้า

พ่อจ๋า...

เธอก้มมองตัวเอง เห็นเลือดเปรอะเปื้อนมือและเสื้อผ้า ชวนให้นึกถึงสภาพของท่านที่นอนแน่นิ่งบนพื้น ความเสียใจและรวดร้าวจึงถาโถมเข้าใส่เธออีกครั้ง และคราวนี้หญิงสาวไม่เข้มแข็งพอที่จะต้านทานมันได้อีก เหมือนแพรร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน เธอปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างออกมาจากน้ำตาเหล่านั้นโดยไม่สนใจแล้วว่าใครจะมองมาอย่างสมเพชเวทนาเช่นไร

แว่วเสียงอะไรบางอย่างจากลำคอของลายพยัคฆ์ มันสั้นแสนสั้นหากก็เต็มไปด้วยอารมณ์ของความหงุดหงิด

ร้องไห้ทำไม

คิดถึงพ่อเธอตอบไปตามตรงด้วยเสียงเจือสะอื้น คุณรู้ไหมว่าใครฆ่าพ่อฉัน

มือที่กำพวงมาลัยเกร็งแน่นชั่วขณะหนึ่ง ก่อนคลายออก

รอให้ตำรวจสรุปทุกอย่างให้ได้ก่อน แล้วเธอก็จะรู้เอง ตอนนี้เธอไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น ใช้ชีวิตไปตามปกติเหมือนตอนที่เธออยู่กับพ่อ ไม่ดื้อ และเชื่อฟังฉันก็พอ

ยินแล้วเหมือนแพรก็ถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไรไม่ทราบได้

...เชื่อฟังเขางั้นหรือ...นั่นเท่ากับว่าเขากำลังจะกลายเป็นเจ้าชีวิตเธอนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปน่ะสิ...

ฉันจำเป็นต้องเชื่อฟังคุณทุกเรื่อง...เหรอคะ

แน่ล่ะ สาวน้อย เธอลืมไปแล้วรึไงว่าพ่อของเธอยกเธอให้ฉันแล้ว

เหมือนแพรคร้านที่จะทุ่มเถียงด้วย เธอเหนื่อยอ่อน และหมดแรงเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยอะไรออกไปได้ สุดท้ายจึงทำเพียงแค่หลับตา เอนกายพิงพนัก ปล่อยให้น้ำตารินไหล ปล่อยความเจ็บปวดจากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักและโชคชะตาอันโหดร้ายที่ผลักดันให้เธอตกอยู่ในกำมือของชายคนนี้ฉีกทึ้งหัวใจของเธอจนแทบขาดวิ่นต่อไป

นานเท่านาน น้ำตาก็ยังหยาดหยดไม่ขาดสาย แม้เมื่อสติของเธอจะลอยละลิ่วเข้าสู่นิทรารมณ์แล้วก็ตาม

 

ลายพยัคฆ์เหยียบคันเร่งพารถของตนเองบุกตะลุยราตรีกาลอัน      มืดมิดด้วยความเร็วที่เรียกได้ว่าแทบจะบินด้วยซ้ำไป เขาชื่นชอบความเร็วเป็นชีวิตจิตใจและการรอคอยอะไรนานๆ มันน่าเบื่อ...ที่สำคัญมันคงจะดีกว่านี้หากเขาได้ออกวิ่งไปตามผืนป่าหรือทุ่งหญ้าเขียวขจี ไม่ใช่ต้องมาติดแหง็กอยู่บน เจ้าเหล็กทรงสี่เหลี่ยมกับสาวน้อยนางหนึ่งที่บรรพบุรุษของเธอเป็นศัตรูของเขามานับแต่ครั้งโบราณกาล

เทือกเขาสูงในป่าดงดิบคือถิ่นกำเนิดเผ่าพันธุ์ บรรพบุรุษของเขาสืบทอดมาจากเสือสายพันธุ์เบงกอล...สายพันธุที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของบรรดาเสือโคร่งทั้งหมดรองจากสายพันธุ์ไซบีเรีย

เผ่าพันธุ์ของเขาส่วนใหญ่เกิดมาเป็นเสือเต็มตัวทั้งชีวิตและจิตใจ

ยกเว้นบางกลุ่มที่เกิดมาในลักษณะผิดธรรมชาติ ไม่มีใครรู้เหตุผลและไม่เคยมีใครอธิบายได้ว่าการกลายเป็นครึ่งเสือ ครึ่งคนนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการแตกหัก พวกที่มีจำนวนมากกว่าไม่ยอมรับพวก ตัวประหลาดเข้ากลุ่ม ตระกูลของเขาจึงจำต้องแยกตัวออกมาสร้างฝูงกันใหม่ ใครจะนึกว่ายิ่งนับวันจากจำนวนพวกพ้องเพียงหยิบมือกลับขยายเผ่าพันธุ์ได้รวดเร็วและมากกว่าพวกที่ไม่ใช่ตัวประหลาดหลายเท่า

ทว่า...ตัวประหลาดอย่างพวกเขาก็ไม่อยู่อย่างปกติสุขได้ เมื่อความลับของการเป็นพวกครึ่งคนครึ่งเสือเปิดเผย พวกพรานป่าเกิดความตระหนก เกรงว่าตัวประหลาดพวกนี้จะสร้างความเดือดร้อนให้แก่มวลมนุษย์จึงรวมพลังกันกวาดล้าง

พวกมันแข็งแกร่งมาก แข็งแกร่งกว่าเสือธรรมดาและมากกว่ามนุษย์อย่างเราๆ

หนึ่งในพรานผู้เป็นตัวตั้งตัวตีในการคิดล้างเผ่าพันธุ์ครึ่งคนครึ่งเสือให้สิ้นซากเอ่ยขึ้นในที่ประชุม

เราจะปล่อยให้มันมาพรากลูกพรากหลานเราไปอีกไม่ได้...ไม่ได้แม้แต่คนเดียว!’

คนผู้นั้นสูญเสียภรรยาและลูกไปเพราะความกระหายเลือดและยังไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ของเผ่าครึ่งคนครึ่งเสือเผ่าหนึ่ง เขาจึงเป็นผู้ปลุกระดม สุมไฟแค้นและความเกลียดชังให้พวกลูกหลานเหลนโหลน รวมถึงคนในหมู่บ้านทุกคน หนักถึงขั้นให้สาบานตนว่าจะยึดเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษเป็นสำคัญ และมุ่งมั่นในการตามล่าพวกครึ่งคนครึ่งเสือให้สูญสิ้นไปจากโลกใบนี้

หมู่บ้านเหล่านั้นถือเป็นต้นกำเนิดพรานป่าที่แกร่งกล้า เลื่องชื่อและเก่งกาจกว่าใคร พวกเขามีความชำนาญ เชี่ยวชาญ และเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่กล้าต่อกรกับสิ่งมีชีวิตที่แสนอันตรายเช่นนั้น ความพยายามของพวกเขาประสบผลสำเร็จ เพราะหลังจากนั้นไม่กี่ปี เผ่าพันธุ์ครึ่งคนครึ่งเสือจึงเหลืออยู่น้อยกว่าน้อย คงมีเพียงไม่กี่ตระกูลที่มีชีวิตเหลือรอดอยู่ได้จวบจนทุกวันนี้

และถึงแม้เผ่าพันธุ์ของเขาจะเหลืออยู่น้อยกว่าน้อย หากพรานป่าเหล่านั้นก็ยังไม่หยุดล่า พวกเขายังยึดคำสาบานและหน้าที่ที่ตกทอดกันมาอย่างแข็งขัน

เผ่าครึ่งคนครึ่งเสือเองก็ถูกปลูกฝังมานานให้เกลียดชังพรานป่าพวกนั้น ราวกับแทรกซึมอยู่ในสายเลือดของเขาไปโดยปริยาย...เพียงแค่ได้ยินชื่อตระกูลพรานที่ตามล่าตามล้างกันมาตั้งแต่อดีต โทสะในกายเขาก็คุกรุ่น ร้อนแรงประหนึ่งระเบิดขนาดย่อมที่กำลังสะสมพลังรอเวลาทำลายล้างศัตรูให้สิ้นซาก!

ลายพยัคฆ์ตวัดมองสายเลือดศัตรูของเขาด้วยแววตาวาววับสีอำพันเรืองรองเปล่งประกายจนขับไล่ความสลัวรางในรถไปจนเกือบหมด

ในโลหิตของเขามีโทสะพลุ่งพล่านจนยากจะระงับก็จริง หากที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าคือ ความซาบซ่านเต้นระริกซึ่งกำลังฉีดพล่านไปทั่วร่าง

จมูกโด่งเป็นสันขยับไหว ปีกจมูกของเขาบานออกตามสัญชาตญาณนักล่า ลายพยัคฆ์สูดกลิ่นของเธอเข้าเต็มปอด เป็นความหอมที่ยิ่งดมนานเท่าไรยิ่งหอมหวนจนทำให้สัญชาตญาณดิบในกายเขาถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งที่ปกติแล้วเขาเป็นเสือที่ควบคุมตัวเองได้เป็นอย่างดี...ถือว่าดีมากถึงขนาดใช้ชีวิตปะปนอยู่กับมนุษย์ได้อย่างสบายโดยไม่มีใครสังเกตหรือสงสัยเลยด้วยซ้ำไป

ทว่า...เวลานี้ ตอนนี้ วินาทีนี้ ความควบคุมตัวเองของเขากำลังจะระเบิดโพลงและแตกกระจัดกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

ชายหนุ่มสะบัดศีรษะ ข่มความรู้สึกของตัวเองไว้อย่างสุดความสามารถ สองมือใหญ่ของเขากำพวงมาลัยแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน ถึงกระนั้นเขาก็ยังมีสติมากพอที่จะไม่ออกแรงมากเกินไป หาไม่แล้วมันจะแหลกคามือเขาในพริบตาเลยทีเดียว

ลายพยัคฆ์เพิ่งตระหนักได้ในตอนนั้นเองว่ากลิ่นกายของเหมือนแพรรุนแรงยิ่งกว่าอาวุธอื่นใดของเหล่าพรานเสียอีก

น่าแปลก...ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขา เตลิดมากถึงเพียงนี้ เหมือนแพรเป็นคนแรก และอาจจะเป็นเพียงคนเดียวที่ทำให้เขากระวนกระวายอยู่ไม่เป็นสุขขนาดนี้ก็เป็นได้

กลิ่นกายของเธอยังคงลอยมาแตะจมูก..มันหอมหวานน่าลิ้มลองราวสตรอว์เบอรี่ลูกโตแดงฉ่ำ บางคราหวานจับใจ หากบางคราก็เปรี้ยวจับจิตเฉกกัน

นอกจากเธอจะทำให้เขาหิวกระหายแล้ว ยังกระตุ้นความป่าเถื่อนในร่างกายที่เขาเฝ้าสะกดมันไว้ตลอดมา ลายพยัคฆ์รู้สึกได้ในทุกอณูของร่างกายว่ามันเร่งเร้าที่จะผลิแตกออกมาสักปานใด ความปรารถนาในกายเขาระอุร้อนพร้อมจะพวยพุ่งแผดเผาใครก็ตามที่อยู่ใกล้อย่างไม่ปรานี เพียงแค่เหลือบมองริมฝีปากจิ้มลิ้มที่เผยออ้าอย่างเซ็กซี่เขาก็แทบอยากฉีกทึ้งเสื้อผ้า และโถมกายครอบครองเธออย่างดุดันตามสัญชาตญาณของสัตว์ป่าเสียแล้ว

เสือหนุ่มคำรามเป็นครั้งที่เท่าไรไม่ทราบได้ ดวงตาคู่คมเบิกกว้าง ม่านตาขยายทำให้มองเห็นภาพตรงหน้าชัดเจนกว่าเดิมหลายเท่า เขาต้องตั้งสติ เพ่งจิตสะกดกลั้นความเป็นสัตว์ป่าของตัวเองไว้อย่างเต็มที่ ลายพยัคฆ์สะบัดศีรษะอย่างแรง กัดกรามแน่นจนเป็นสันนูน ขณะพยายามเพ่งสมาธิไปยังถนน เมื่อเหลือบมองป้ายข้างทางก็พบว่าอีกไม่นานจะถึงที่หมาย คนตัวโตก็เหยียบคันเร่งจนแทบมิด ด้วยรู้ดีว่าการอยู่สองต่อสองในที่แคบๆ เช่นนี้เป็นอันตรายต่อตัวเธอเป็นอย่างยิ่ง

เขาอาจจะแปลงกายเป็นสัตว์ร้ายกระโจนเข้าขย้ำเธอจนไม่เหลือชิ้นดี

หรือไม่...เธออาจจะต้องตกเป็นทาสบำเรอของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ไม่ว่าทางไหนก็ย่ำแย่บัดซบด้วยกันทั้งคู่!

บ้าเอ๊ย!...ลายพยัคฆ์สบถคำในใจ นึกอยากเหยียบเบรกแล้วถีบส่งเธอลงจากรถเสียเดี๋ยวนั้น หากเศษเสี้ยวส่วนหนึ่งในตัวเขายังสลัดคำว่าบุญคุณไม่พ้น

วิญญู พ่อของเหมือนแพรถือว่าเป็นศัตรูและเป็นทั้งผู้มีพระคุณ

เพราะเหตุนี้ลายพยัคฆ์จึงตั้งใจรับดูแลและส่งเสียเหมือนแพรเรียนจนจบมหาวิทยาลัย ถือว่าเป็นการจบสิ้นบุญคุณที่มีต่อกันมา แล้วหลังจากนั้นความเป็นศัตรูคู่อาฆาตจะดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุด

ลายพยัคฆ์เหลือบมองร่างบอบบางที่กอดอกซุกตัวอยู่ชิดประตูด้วยแววตาเข้มข้นรุนแรง

 

หลังจากเหยียบแทบมิด เพียงสิบนาทีลายพยัคฆ์ก็หักพวงมาลัย    เลี้ยวไปตามถนนลาดยางสายเล็ก ไปเกือบสุดซอยจึงเลี้ยวผ่านประตูไม้ขนาดใหญ่ที่ป้ายด้านหน้าเขียนไว้ว่า บ้านศารทูล...บ้านที่เขาอาศัยอยู่มานานสามสิบกว่าปีนับแต่วันที่บิดามารดาเสียชีวิต

ใช้เวลาไม่นานเสือหนุ่มก็พารถของตนเองจอดเข้าซองในโรงจอดรถขนาดใหญ่ ภายในมีโฟร์วีลคันใหญ่อีกหนึ่งคันจอดอยู่ข้างๆ กัน ริมผนังอีกฝั่งเป็นช็อปเปอร์ที่บิดาของเขาชื่นชอบ

เมื่อจอดรถเรียบร้อยแล้วลายพยัคฆ์ก็ก้าวลงมา เดินอ้อมไปยังฝั่งตรงข้าม เปิดประตู ปลดเข็มขัดนิรภัย แล้วโอบอุ้มร่างเล็กแนบอก จากนั้นจึงสาวเท้าตรงไปยังตัวบ้านสไตล์โคโลเนียลสีขาวกระจ่างท่ามกลางความมืดมิด เขาจับตัวเหมือนแพรพาดบ่าแล้วใช้มือข้างเดียวในการล้วงกุญแจออกจากกระเป๋า

ชายหนุ่มไขกุญแจตรงประตูอย่างว่องไว เพียงพริบตาเดียว ร่างแบบบางก็ถูกวางลงบนโซฟาสีดำสนิทที่ตัดกันกับผนังสีขาวของบ้านอย่างชัดเจนเสียแล้ว

ลายพยัคฆ์เดินไปปิดประตูลงกลอนอย่างเรียบร้อย ก่อนจะกลับมาอุ้มเธออีกครั้ง พาขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของตัวบ้าน ตรงไปยังห้องนอนที่อยู่ริมสุดทางฝั่งซ้าย วางเธอลงบนเตียงขนาดห้าฟุตแล้วคลี่ผ้าห่มคลุมกายให้อย่างใจดี เขาทรุดกายลงนั่งบนเตียง เฝ้ามองเหมือนแพรที่กำลังหลับตาพริ้มด้วยความสนอกสนใจ

เธอดูสดใส บริสุทธิ์ และอ่อนต่อโลกต่างจากเขาอย่างสิ้นเชิง

สำหรับลายพยัคฆ์ ศารทูลแล้ว...โลกของเขาเรียกได้ว่าดำมืดดั่งนรก

เขาเห็นการเข่นฆ่ามาทุกรูปแบบ และแน่นอน...เขาเคยฆ่าอย่างโหดเหี้ยมมาแล้ว ทั้งกับมนุษย์และสัตว์หลายต่อหลายชนิด เพียงกระโจนเข้าใส่พวกมันครั้งเดียว เลือดนักล่าของเขาก็ฉีดพล่าน ผลักดันให้ฝังคมเขี้ยวของตนเองลงบนเนื้ออันโอชะ กระชากเพียงครั้งเลือดก็พวยพุ่ง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งชวนกระหาย ยิ่งเขาฉีกทึ้งพวกมันมากเพียงใด ความกระหายก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นๆ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เขาเปลือยเปล่า นอนหลับอย่างเป็นสุขอยู่ข้างโครงกระดูกและรอยเลือดแดงฉานนั่นละ

มันคือความผิดบาปที่เขาพยายามไถ่บาปด้วยการช่วยเหลือผู้คน เก็บกดความกระหายเลือดและสัญชาตญาณสัตว์ป่าของตนเองไว้ได้ อย่างเช่นที่บิดามารดาของเขาเคยสอนตลอดมา

คิดมาถึงตรงนี้ ลายพยัคฆ์ก็ตัวสั่นสะท้าน เมื่อภาพเลือดแดงก่ำเปรอะเปื้อนเนื้อตัวของบิดามารดาผู้ซึ่งนอนซบอิงแอบแนบชิด มือสองมือประสานกันบอกชัดว่าจะไม่ยอมพลัดพรากผุดขึ้นมาในหัว

ความคั่งแค้นหัวใจผลักดันสัญชาตญาณดิบในกายเขาออกมา เล็บที่ตัดสั้นเริ่มยื่นยาวออกมาอย่างน่าหวาดหวั่น ลายพยัคฆ์สลัดศีรษะอีกครั้ง แล้วสูดลมหายใจลึกยาวกว่าครั้งใด

ตอนนั้นเองที่เหมือนแพรครางเสียงอือออในลำคอ พลางขยับกายเล็กน้อยเพื่อให้นอนได้สะดวกขึ้น คิ้วบางได้รูปโค้งสวยขมวดเข้ากันจนแทบเป็นปม ริมฝีปากสีสวยขมุบขมิบฟังไม่ได้ศัพท์ วงหน้านวลสะบัดไปมาพร้อมกับเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายตามไรผม สองมือที่วางอยู่ข้างลำตัวกำผ้าปูที่นอนแน่น ก่อนจะทั้งส่ายศีรษะและตวัดขาของตัวเองปัดป่ายสะเปะสะปะราวกับกำลังกลัวอะไรบางอย่าง

โทสะในกายเขาถูกเบี่ยงเบนไป ลายพยัคฆ์ชะโงกหน้าเหนือเรือนร่างบอบบางและพยายามเรียกเธอให้ฟื้นคืน

 เหมือนแพร!” เขาเอื้อมมือมาจับต้นแขนของเธอไว้แล้วเขย่าโดยแรง  หากคนตัวเล็กยังคงไม่รู้สึกตัว แถมยังกรีดร้องออกมาอย่างหวาดหวั่นเสียด้วย

ไม่! ออกไปนะ! ออกไป

เธอลุกขึ้นนั่งทั้งที่ยังหลับตาพร้อมวาดมือไปมาอย่างรวดเร็ว จนชายหนุ่มทนมองไม่ไหว ต้องส่งเสียงตวาดเกรี้ยวกราดดังกึกก้องไปทั่วไร่

เหมือนแพร ตื่นเดี๋ยวนี้!”

นั่นล่ะเธอถึงได้สงบ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นในทันที พร้อมกับอาการหายใจหอบแรง

เป็นอะไร!”

คนตัวเล็กเลียริมฝีปากอันแห้งผากของตน ดวงตาของเธอมีแววตื่นตระหนกราวกระต่ายตัวน้อยยามเผชิญหน้ากับนักล่าแห่งผืนป่า

ฉัน...

พูดมา!” ชักรำคาญอาการอ้ำอึ้งของเธอเต็มทน จนต้องตวาดซ้ำ เหมือนแพรถึงกับสะดุ้ง จากที่ตกใจความฝันของตัวเอง ตอนนี้คงเพิ่มเสียงของเขาไปด้วยอีกอย่างหนึ่งเสียแล้ว

ฝันค่ะ...ฉันฝันเห็นเสือค่ะ เสือตัวโตกำลัง...กำลัง...หญิงสาวเอ่ยเจือเสียงสะอื้น กำลังย่างสามขุมเข้ามาหาฉัน พริบตาเดียวมันก็แยกเขี้ยวแล้วกระโจนเข้าใส่

แล้วเธอก็ก้มหน้าลงกับผ่ามือแล้วร้องไห้โฮ

เกิดอะไรขึ้นกับฉันเนี่ย ทำไมวันนี้ถึงได้มีแต่เรื่องร้ายๆ

ลายพยัคฆ์ไม่ได้กอดปลอบประโลม หรือเอ่ยคำปลอบใจใดๆ ทั้งสิ้น เขายืนกอดอกมองเธอนิ่ง แล้วทอดถอนใจหนักหน่วงละม้ายรำคาญ

มันแค่ความฝัน ลืมมันซะ!”

พูดง่ายๆ ราวกับฝันร้ายจะลืมกันได้ง่ายๆ อย่างไรอย่างนั้น!

เหมือนแพรยังไม่ทันได้โต้ตอบสิ่งใด คำส่งที่สองก็ตามมาอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้เธอต้องอาบน้ำแล้วรีบเข้านอน

แต่...

ฉันบอกให้เธอเชื่อฟังฉันไง

เหมือนแพรมองเขาตาวาววับ น้ำตาบริสุทธิ์ใสเกลือกกลิ้งอยู่บนดวงตากลมโตหล่อเลี้ยงให้มันเกิดประกายงดงามชวนมอง  

ลายพยัคฆ์ยืนจ้องมันเพียงครู่ ก่อนรีบกะพริบตา ส่งเสียงคำรามหนักๆ ในลำคอแล้ววางมือโน้มตัวลงมา พร้อมกับใช้สองแขนคร่อมตัวเธอไว้

จะอาบน้ำเองดีๆ หรือต้องให้ฉันอาบให้

เหมือนแพรเบิกตากว้าง ริมฝีปากที่เผยอน้อยๆ สั่นระริก ได้แต่บอกตัวเองว่า

...วันนี้เป็นวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตเธอจริงๆ!...



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

12 ความคิดเห็น