**--มนตร์จุมพิตพยัคฆ์ร้าย--**

ตอนที่ 21 : บทที่ 8-2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 843
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    21 ม.ค. 61

เธอกำลังตกอยู่ในอันตราย

ไหนนายบอกจะดูแลเธอถึงอายุ 20”

ใช่...ฉันตั้งใจแบบนั้น แต่สถานการณ์มันล่อแหลมเกินไป           ฉันปล่อยให้เธอตกอยู่ในอันตรายไม่ได้

อัสมากัวเราะเสียงเครียด ยกมือข้างหนึ่งชี้หน้าจ่าฝูงของตน

นายกำลังจะนำความเดือดร้อนมาให้พวกเรา!”

ลายพยัคฆ์ไม่สะปกสะท้านกับคำนั้น เขาคลี่ยิ้มที่แสนเย็นเยียบและน่าหวาดหวั่นก่อนเอ่ยว่า

เหมือนแพรเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้น นายกลัวอะไรนักหนาอัสมา!”

เธอมีสายเลือดของพรานนะลาย! อีกหน่อยถ้าเธอรู้ความจริงว่านายเป็นอะไร รู้ว่าพวกเราเป็นอะไร เธอจะไม่เคียดแค้นทั้งๆ ที่รู้ว่าพ่อเธอตายด้วยน้ำมือของเสืองั้นหรือ?”

แต่พวกเราไม่ได้ทำ

แล้วนายมีหลักฐานที่ทำให้เธอเชื่อรึไงว่าพวกเราไม่ได้ทำ!”

มีเสียงฮือฮาดังขึ้นทางด้านหลัง หลายๆ คนเริ่มจะคล้อยตามคำพูดของอัสมา จึงพยายามทักท้วงและให้เขาเปลี่ยนใจเรื่องเหมือนแพร

เห็นไหม! มีคนเห็นด้วยกับฉันตั้งเยอะ!” อัสมาแสยะยิ้ม ดวงตาเป็นประกายในความมืดแบบที่ลายพยัคฆ์อ่านออกได้เพียงแค่คำว่า...สมใจ!

มันพูดยุแยงจนคนของเขาหลายคนเริ่มจะแรกพักตร์แล้ว           ลายพยัคฆ์นับถือในความพยายาม แต่จะให้เขายอมง่ายๆ ประเภทยอมถอดถอนตัวเองออกจากตำแหน่งจ่าฝูงน่ะหรือ ง่ายไปหน่อยมั้ง!

ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพวกนาย ฉันสาบานว่าจะอยู่รับโทษทัณฑ์...ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รูปเงาของเขาสูงใหญ่ ดำทะมึนอยู่เหนือโขดหิน ขณะที่สุ้มเสียงที่ประกาศกร้าวออกมานั้นทรงอำนาจจนแทบสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งโสตประสาทของคนฟัง เอาชีวิตฉันไปได้เลย!”

อัสมาผิวปากหวือ ปรบมือให้กับเขาด้วยท่วงท่าประชดประชันเต็มที่

นายเจ๋งมากลาย ทำตัวเป็นพระเอกได้หล่อใช้ได้เลยว่ะ แต่ขอโทษนะ...พวกเราไม่ต้องการพระเอก พวกเราต้องการคนที่จะปกป้องดูแลพวกเราได้ ไม่ใช่คนที่จะนำความตายมาให้!”

 “ถ้าพวกนายไม่ไว้ใจฉันก็ออกจากฝูงไปได้เลย หรือถ้าไม่พอใจ...เสียงของเขายิ่งต่ำลงเรื่อยๆ หากยังกังวานอยู่เช่นเดิม อยากแย่งจ่าฝูงจากฉัน...ก็เชิญ!”

สิ้นเสียงนั้น ลายพยัคฆ์ก็ศีรษะลงต่ำ ดวงตาที่ยังจับจ้องทุกใบหน้าเบื้องล่างลุกวาวเรืองรองด้วยแสงสีอำพันเจิดจ้าขับไล่เงาราตรีจนบริเวณนั้นสว่างไสวโดยไม่ต้องอาศัยแสงจันทร์เบื้องบน มือใหญ่กำเข้าหากันแน่นเขารับรู้ถึงเล็บที่กำลังงอกยาวออกมาทีละนิดๆ กล้ามเนื้อทุกส่วนในตัวเขาขยายใหญ่ขึ้นจนเสื้อยืดสีดำปริแตก กระดูกสันหลังนูนขึ้น แล้วปรับเปลี่ยนจนทำให้ร่างของเขาต้องก้มต่ำกว่าเดิม

มีใครอยากสู้กับฉันไหมเสียงของเขาดุดันดั่งเสียงคำรามกลบเสียงหวูดหวิวของลมที่พัดผ่านต้นไม้แต่ละต้นไปเสียสิ้น กางเกงและเสื้อของเขาก็ขาดแหว่งวิ่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้หนาวสั่นเมื่อมีขนฟูนุ่มสีน้ำตาลเหลืองริ้วดำโอบรัดรอบกายเช่นนี้ รูม่านตาขยายกว้างจนเห็นภาพใบหน้าของแต่ละคนชัดเจนยิ่งกว่าเดิม เสียงหัวใจของพวกมันที่เขาได้ยินเต้นรัวเร็ว บอกชัดถึงความตื่นตระหนก

สัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาโผนทะยานออกมาอย่างเต็มที่ทำให้เขากระหายหิว ปรารถนากลิ่นคาวเลือดไม่ว่าจากเหยื่อหรือการฟาดฟันกับศัตรู ถึงกระนั้นสติส่วนหนึ่งในความเป็นมนุษย์ยังคงเหนี่ยวรั้งเขาไว้ ไม่ให้กระโจนเข้าหาใครคนใดคนหนึ่งตรงหน้า แต่เปลี่ยนเป็นการเดินวนไปวนมาอยู่บนโขดหินราวกับเสือติดจั่น

โฮกกกก!

เมื่อเขาอ้าปากส่งเสียงคำราม พวกมันก็สะดุ้งสุดตัวถอยหลังกรูดไปหลบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดกันทั้งหมด แม้แต่อัสมาเองก็ยังขาสั่น จ้องมองเสือตัวเขื่อง ตระหง่านง้ำเป็นรูปเงาสูงใหญ่เบื้องหน้าด้วยแววตาหวาดหวั่น

ต้นตระกูลของลายพยัคฆ์กลายพันธุ์เป็นครึ่งคนครึ่งเสือตระกูลแรก เรียกได้ว่าสายเลือดของเขาเป็นต้นกำเนิดของทุกคนในที่นี้ จึงไม่แปลกที่เขาจะมีความป่าเถื่อนและพลังทำลายล้างเต็มเปี่ยมมากกว่าใคร ตัวของเขาใหญ่มหึมาจนไม่อาจมีใครเทียบแม้แต่คนเดียว! ขนาดอัสมาที่เคยเห็นลายพยัคฆ์แปลงเป็นเสือครั้งล่าสุดเมื่อสิบปีก่อน ยังตื่นตกใจไม่ได้ที่สิบปีถัดมา ผู้นำของตนจะขยายขนาดและเปล่งรัศมีของความดุร้ายได้มากเพียงนี้

เมื่อลายพยัคฆ์กระโดดตุบลงตรงหน้า มันก็กระวีกระวาดเดินถอยหลังหาที่หลบอย่างขลาดเขลา ชายหนุ่มคำรามอีกครั้งก่อนจะสะกดสัญชาตญาณสัตว์ป่าให้กลับไปนอนแน่นิ่งอยู่ในความมืด ดึงเอาตัวตนของความเป็นมนุษย์ออกมา

ชายหนุ่มกลับมาเป็นลายพยัคฆ์ในภาคมนุษย์ผู้ยืนเปลือยเปล่าอยู่ในความมืด ยามเมื่อแสงจันทร์ส่องกระทบ ความงามเฉกบุรุษเพศจึงชัดเจนเสียยิ่งกว่าครั้งใด

สรุปว่าไม่มีใครอยากเป็นจ่าฝูงเลยสักคน?”

เงียบ...ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากคนของเขา ชายหนุ่มกวาดตามองไม่เห็นใครคนใดกระทำการต่อต้านเขาอีก จึงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตากราดเกรี้ยวเมื่อครู่ค่อยสงบลง

เอาล่ะ งานที่ฉันให้ไปทำก็มีแค่เรื่องไอ้พวกพนัสพาฬ ส่วนเรื่องเหมือนแพรถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน ฉันจะจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง และ...ฉันยังยืนยันคำเดิม ถ้าเธอทำให้พวกเราเดือดร้อน ฉันจะรับผิดชอบด้วยชีวิต

ก่อนลายพยัคฆ์จะเลิกประชุม เขาได้ประกาศกร้าวอย่างแน่วแน่

ฉันอยากให้พวกนายจำไว้ให้แม่น...เหมือนแพรเป็นคนสำคัญ เป็นผู้หญิงของฉันชายหนุ่มกวาดตามองทุกคนอย่างช้าๆ ดวงตาของเขาทรงพลังจนแทบจะกดคนมองสบให้กลายเป็นแมวเชื่องๆ เลยทีเดียว

ผู้หญิงของลายพยัคฆ์ ห้ามใครแตะต้องแม้แต่ปลายเล็บ!”

ต่างคนต่างรับคำพึมพำ แล้วผงกศีรษะวิ่งหายลับไปในความมืด กระจัดกระจายไปคนละทิศทาง เพียงไม่นานเสียงฝีเท้ารอบด้านก็สงบเงียบ ลายพยัคฆ์ถึงกับถอนหายใจเฮือก ยกสองมือเสยผมแล้วก้มมองตัวเอง เมื่อเงยหน้าอีกครั้ง เขาก็ยิ้มประจบโตมรซึ่งยังคงปักหลักยืนอยู่ที่เดิม

หาเสื้อผ้ามาให้ใส่หน่อยสิ เพื่อนรัก

เพื่อนรัก เลิกคิ้วน้อยๆ แล้วโคลงศีรษะไปมา

อยากโชว์พาวเองนี่หว่า หาเสื้อผ้ามาใส่เองแล้วกันนะ บ๊ายบาย!”

แล้วเจ้าเพื่อนตัวดีก็วิ่งหายไปในความมืด ทิ้งให้เขายืนเคว้งกลางป่าเขาลำเนาไพรในลักษณะ นุ่งลมห่มฟ้าแบบที่ถ้าเหมือนแพรบังเอิญมาเห็นอาจถึงขั้นช็อกตายเสียก็ไม่รู้!

 

ลายพยัคฆ์ใช้เวลากลับห้องนานกว่าปกติ เมื่อเข้าใกล้เขตรีสอร์ตมากเท่าไร เขาก็ต้องสอดส่ายหาของที่จะมาปกปิดเรือนร่างของตัวเอง โชคดีที่ริมรั้วกั้นอาณาเขตมีต้นปาล์มขึ้นเรียงรายกันสี่ห้าต้น ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบเด็ดใบปาล์มมาปกปิดส่วนล่างของตัวเอง ก่อนจะกระโดดข้ามรั้ว วิ่งอย่างรวดเร็วจนยามที่กำลังเดินลาดตระเวนรอบรีสอร์ตมองตามไม่ทัน

เขาเข้ามาใกล้ประตูของโรงแรม แอบอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ สองตาจับจ้องผ่านประตูกระจกเลื่อนเข้าไปภายใน ยังมีนักท่องเที่ยวบางคนนั่งอยู่ที่ล็อบบี้ แล้วไหนจะพนักงานยกกระเป๋าและพนักงานต้อนรับอีกล่ะ ขืนเดินโทงๆ ไปในสภาพนี้มีหวังได้เข้าคุกเข้าตารางข้อหาอนาจารแน่ หรือแย่กว่านั้นเขาอาจจะถูกจับส่งโรงพยาบาลบ้าก็เป็นได้

แค่คิด ลายพยัคฆ์ก็ไม่อยากเสี่ยงแล้ว ชายหนุ่มเปลี่ยนเส้นทาง เงยหน้ามองด้านบน ห้องของเขาอยู่ทางฟากนี้พอดี...แค่ชั้นสี่ ใช้เวลาปีนไม่นานก็ถึง เขากวาดตามองหาห้องที่ตนพักอยู่อีกครู่เดียว ก่อนจะเหลียวซ้ายแลขวาแล้วจัดการคาบใบปาล์มก่อนจะโกยแน่บปีนขึ้นระเบียงชั้นแรกด้วยความไวเหนือมนุษย์

ผ้าม่านที่ปิดสนิทช่วยให้คนในห้องไม่ทันได้สังเกตว่ามีใครบางคนกำลังปีนผ่านห้องของตัวเองอยู่ ใช้เวลาเร็วกว่าที่คิด เขาก็ปีนมาถึงระเบียงห้องพักของตน

เสือหนุ่มรีบนำใบปาล์มมาปิดด้านล่าง พ่นลมออกจากปากอย่าง    โล่งอก ก่อนจะมองผ่านรอยแยกของผ้าม่านสีขาวเข้าไปภายในห้องที่มีเพียงแสงโคมไฟส่องสว่าง สลัวรางในสายตามนุษย์ แต่สำหรับเขากลับเห็นชัดเจน

นั่นไง...เหมือนแพรกำลังซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม นอนตะแคงงอตัว คางเกือบชิดอก ลมหายใจของเธอทอดยาวสม่ำเสมอ บางครามีเสียงครางออกมาเบาๆ มันช่าง...แผ่วหวานจนทำให้ขนกายของเขาลุกชัน ยิ่งได้กลิ่นกายอันหอมหวานของเธอด้วยแล้ว เลือดในกายเขาพลันร้อนระอุขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ หากปล่อยไว้เช่นนี้ เขาคงได้พังกระจกแล้วกระโจนเข้าใส่เธอราวกับสัตว์ป่ากระหายหิวเป็นแน่

ลายพยัคฆ์รีบสลัดศีรษะแรงๆ กำหนดจิตให้จดจ่อแต่กับสภาพแวดล้อมรอบกายหาใช่เสียงครางอันแสนไพเราะ หรือกลิ่นกายเย้ายวนของเธอ!

ชายหนุ่มเดินไปมาอยู่ที่ระเบียง ลองผลักประตูระเบียงดูก็พบว่ามันล็อกอย่างแน่หนา ด้วยความที่เขาไม่อยากปลุกแม่กระต่ายน้อยของตนเองจึงตั้งใจจะกระโดดข้ามไปยังระเบียงที่อยู่ติดกัน กะว่าจะใช้ห้องพักของไอ้ชาติเป็นที่ซุกหัวนอนคืนนี้ ทว่าเสียงประตูกุกๆ กักๆ และเสียงฝีเท้าที่ดังเกินไปของเขาคงปลุกให้เธอตื่น ในฉับพลันที่เขากำลังตั้งท่าจะประโดด ประตูก็เปิดผลัวะ พร้อมกับร่างบอบบางในชุดเสื้อยืดแขนยาวขายาว ยกมือขยี้ตาอย่างง่วงงุนก้าวออกมา

แค่พริบตาที่เห็นเขา เหมือนแพรก็ถึงกับผงะ เขาเองก็ตกใจไม่แพ้กัน ใบปาล์มที่ใช้ปิดส่วนล่างก็ทิ้งไปตั้งแต่ตอนที่เขาจะข้ามไปห้องนู้นแล้ว สภาพของเขาตอนนี้จึงเป็นการนุ่งลมห่มฟ้าอย่างแท้จริง

ก็อย่างที่เขาคิดไว้ก่อนหน้านี้ เหมือนแพรคงช็อก...ช็อกจริงๆ เพราะเธอจ้องเขาตาแทบถลนออกมานอกเบ้า ริมฝีปากอ้ากว้างแต่ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมาเลย แม้กระทั่งเขาเดินไปใกล้ เธอก็ยังยืนนิ่งราวหินสลัก

ลายพยัคฆ์ผู้ไม่เคยหวั่นใจในสิ่งใด ถึงกับเลียริมฝีปากอย่างลังเล ชายหนุ่มค่อยๆ เอื้อมมือออกไป ตั้งใจจะเขย่าร่างเล็กให้ได้สติ

แพร...ยังไม่ทันได้แตะ แค่เรียกเธอเบาๆ เท่านั้น เสียงกรีดร้องอย่างขวัญเสียก็แหวกผ่านบรรยากาศอันเงียบสงบขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

ลายพยัคฆ์สะดุ้งโหยง เคลื่อนตัวเพียงเสี้ยววินาทีไปกอดรัดเธอจากด้านหลัง มือข้างหนึ่งปิดปากเธอแน่น เสียงกรีดร้องนั้นจึงดังไม่พ้นลำคอ

เหมือนแพร! ฉันเอง! ผู้ปกครองของเธอไง!”

หญิงสาวทำเสียงอู้อี้ในลำคอ เหมือนจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่ลายพยัคฆ์ยังไม่ยอมปล่อยมือ ด้วยกลัวเธอจะร้องแรกแหกกระเชอจนแขกห้องอื่นๆ ตื่นตระหนกกันไปหมด

อย่าร้องนะ! ใจเย็นๆ สูดลมหายใจลึกๆ ...พอฉันปล่อยมือแล้วอย่าร้องนะชายหนุ่มรอจนกระทั่งลากเธอเข้ามาในห้อง ทังขู่ ทั้งปลอบจนคิดว่าเข้าใจกันดีแล้ว จึงค่อยๆ ปล่อยมือ เหมือนแพรไม่รอช้ารีบสะบัดตัวออกจากเขา รีบวิ่งถลาไปที่ประตูทันที ท่าทางของเธอเหมือนกระต่ายตัวน้อยที่ถูกขังอยู่ในกรงและพยายามหาทางออกอย่างลนลาน

กลัวอะไร ฉันไม่ได้จะทำอะไรเธอนะ

ก็คุณ...คุณ...พูดพลางปลดกลอนประตูด้วยมืออันสั่นระริก ยังปลดไม่สำเร็จก็ถูกคนตัวโตกระชากจนตัวปลิวเซถลามาปะทะเรือนกายแข็งแกร่งที่...เปลือยเปล่า

ให้ตายเถอะ! นับแต่เกิดมาเหมือนแพรไม่เคยใกล้ชิดใครมากเท่านี้มาก่อน แม้แต่พ่อเธอก็ยังไม่เคย ลายพยัคฆ์เป็นคนเดียวที่แนบกายกำยำซึ่งไม่มีเสื้อผ้าปกปิดสักชิ้นกับเรือนร่างของเธอแทบทุกสัดส่วน แนบสนิทจนเธอแทบจะกลืนไปกับเขา

คุณอะไร พูดให้จบๆ เร็ว พูดตะกุกตะกักแบบนี้เมื่อไรจะรู้เรื่องกัน

ก็คุณ...โป๊!”

เหมือนแพรโพล่งออกไปทั้งๆ ที่หลับตา เท่านั้นยังไม่พอ หญิงสาวยังสองมือมือปิดหน้า กระนั้นเขาก็ยังมองเห็นรอยแดงระเรื่อบนพวงแก้มผุดผ่อง

ก็แค่โป๊...ฉันไม่ได้จะปล้ำเธอสักหน่อย

พูดออกไปแล้วก็ถึงกับชะงัก ตอนนี้สภาพของเขาหมิ่นเหม่กับการจับเธอปล้ำมากเหลือเกิน อะไรก็ไม่ร้ายเท่าไอ้ส่วนล่างของเขามันกำลังขยายใหญ่ขึ้นนี่สิ ไม่ได้การละ...ขืนอยู่อย่างนี้เขาคงไม่แคล้วจับเธอกดลงกับพื้นแล้วครอบครองเธอให้สมกับความปรารถนาที่อัดแน่นในอกจนแทบระเบิดออกมาแน่

ลายพยัคฆ์รีบผละห่างจากเธอ ผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำ พร้อมกับอธิบายว่า

ฉันไม่ได้จะทำอะไรเธอนะแพร พอดีฉันแพ้พนันเพื่อน มันเลยเอาเสื้อผ้าฉันไปหมดเลย

เหมือนแพรคงหายตื่นตระหนกแล้ว จึงถามกลับมาด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น

แล้วคุณไปอยู่ที่ระเบียงได้ยังไงคะ อย่าบอกนะว่าปีนขึ้นมา

ลายพยัคฆ์ไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาเข้าไปยืนใต้ฝักบัว ปล่อยให้น้ำไหลรินรดเรือนร่างของตัวเอง ครู่ใหญ่จึงค่อยๆ แง้มประตู เดินออกมาพร้อมกับผ้าเช็ดตัวปกปิดส่วนล่าง

ก็...ปีนขึ้นมา

หา? ปีนขึ้นมา ชั้นสี่เนี่ยนะคะ ปีนขึ้นมาได้ไง?!”

ปีนบันไดไม้ขึ้นมาน่ะสิ

บันไดมันยาวขนาดตึกสี่ชั้นเลยหรือคะ

คนตัวเล็กคงจะซักไซ้ไล่เลียงเช่นนี้ทั้งคืนถ้าเขาไม่ทำอะไรลงไปสักอย่าง ลายพยัคฆ์คว้าบ็อกเซอร์จากในตู้ออกมาถือไว้ แล้วหมุนตัวหันไปมองเธอ ดวงตาของเขาวาววาม เต็มไปด้วยความต้องการโดยไม่ต้องแสร้งทำ เห็นเพียงแค่นั้น เหมือนแพรก็หุบปากโดยพลัน เธอเหลือบมองประตูสลับกับมองหน้าเขา ท่าทางของเธอดูน่าขัน หากก็น่าเอ็นดูสำหรับเขาเช่นกัน

ไปนอนได้แล้ว ถ้าไม่นอนตอนนี้ เดี๋ยวฉันจะให้ยานอนหลับเธอละนะ

ได้ผล...ร่างเล็กกระโดดขึ้นเตียง ซุกตัวใต้ผ้าห่ม ตะแคงข้างหน้าเข้าผนังทันที แว่วเสียงหัวเราะตามหลังชวนให้หงุดหงิดใจนัก

เธอคงเข็ดยานอนหลับของฉันจริงๆ นะ ใช้เรื่องนี้มาขู่ทีไร ฉันชนะทุกที!”

เหมือนแพรหันมามองค้อน ก่อนดึงผ้าห่มคลุมโปงเสียเลย ลายพยัคฆ์ที่สวมบ็อกเซอร์เสร็จเรียบร้อยแล้วอดหัวเราะด้วยความขบขันไม่ได้

ก่อนล้มตัวลงนอน เขาเอ่ยออกมาเบาๆ ราวกับพึมพำกับตัวเองว่า

ราตรีสวัสดิ์ กระต่ายน้อยของฉัน!”

ทว่าเพียงแค่หลับตา จู่ๆ โคมไฟก็ล้มลงใส่ศีรษะของเขาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ลายพยัคฆ์ทะลึ่งตัวพรวดขึ้นมาสบถคำอย่างงุนงงมากกว่าหงุดหงิด จับโคมไฟเจ้าปัญหาวางไว้ที่เดิม จากนั้นจึงล้มตัวลงนอน เนื่องจากวันนี้เสียพลังไปเยอะพอสมควร พอหัวถึงหมอน เขาก็ผล็อยหลับไปในเวลาอันรวดเร็ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

12 ความคิดเห็น