**--มนตร์จุมพิตพยัคฆ์ร้าย--**

ตอนที่ 18 : บทที่ 7-2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 684
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 ม.ค. 61

คืนนั้นเหมือนแพรก็ถูกซักถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด โดยมีนายชาติช่วยเสริม

มันเป็นพวกไหน

น่าจะพวกพนัสพาฬครับนาย ผมเห็นรอยสักรูปเสือตรงต้นแขนของมัน

งั้นก็ใช่แน่!”

ลายพยัคฆ์เอ่ยเสียเครียด คิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบเป็นปมเมื่อยามหันมามองเธอ

พวกมันต้องการอะไรรู้ไหม

มันพูดแต่เรื่องของสำคัญ ฉันก็ไม่รู้หรอกค่ะว่ามันคืออะไร

คนถามพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเอนกายพิงพนักด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายขึ้น

เธอไปนอนเถอะ ดึกมากแล้วชะงักไปชั่วอึดใจจึงเอ่ยต่อว่า     ไม่ต้องกลัวนะแพร มีฉันอยู่ด้วยที่นี่ ไม่ว่าใครหรืออะไรก็ทำร้ายเธอไม่ได้!”

นับว่าเป็นคำพูดที่ทำให้หัวใจของเหมือนแพรอุ่นวาบ ความกลัวที่ยังคงค้างในจิตใจหายวับไปในพริบตา...เพียงเพราะคำพูดของเขา ของลายพยัคฆ์ ชายผู้ลึกลับทรงเสน่ห์ และเริ่มทำให้หัวใจของเธอแกว่งไกวอย่างน่าหวาดหวั่น

ขอบคุณค่ะหญิงสาวยกมือไหว้ เอ่ยเพียงสั้นๆ ก่อนเดินออกจากห้องไป

พลันที่ประตูปิดลง ลายพยัคฆ์ก็หยิบโทรศัพท์ของตนเองขึ้นมา กดหมายเลขปลายทางซึ่งจำได้ขึ้นใจ

 ชั่วเวลาไม่นาน คนทางปลายสายก็กดรับ เขารีบกรอกเสียงลงไปทันที

เรื่องที่ฉันสั่งไว้เป็นไงบ้างลายพยัคฆ์นิ่งฟังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คิ้วที่ขมวดอยู่แล้วยิ่งขมวดเข้าหากันมากกว่าเดิม อืม...พวกมันหาอะไรบางอย่างอยู่ แต่...อะไรล่ะ? นายสืบให้มันแน่ชัดหน่อยสิ! เออ! รีบๆ เข้า เรื่องนี้สำคัญมาก ฉันต้องการรู้โดยเร็วที่สุด!”

เขากดตัดสัญญาณแล้วถอนหายใจเฮือกเป็นครั้งที่เท่าไรก็คร้านจะนับ ดวงตาสีดำสนิทค่อยๆ ถูกสีอำพันกลืนกินจนสว่างเรืองรองไปทั่วห้อง

ไอ้ชาติ

ครับนาย

ส่งข่าวไปบอกคนของเราว่าอีกสองอาทิตย์ ฉันเรียกประชุม ที่เดิม เวลาเดิม!”

 

กระเป๋าเดินทางใบย่อมถูกนำมาวางลงบนเตียง ก่อนผู้เป็นเจ้าของ   จะนำเสื้อผ้าที่พับไว้เรียบร้อยแล้ววางลงในนั้นอย่างเป็นระเบียบที่สุด เหมือนแพรไม่ใช่คนฟุ้งเฟ้อ เสื้อผ้าของเธอจึงมีเพียงไม่กี่ชิ้น บางชิ้นค่อนข้างเก่าแล้ว แต่เธอก็ยังตัดใจทิ้งไม่ลง

ครอบครัวเธอจะไม่ได้ยากจนข้นแค้น เรียกได้ว่ามีเงินพอมีพอกินอยู่ได้อย่างสบายไปจนตาย กระนั้นเธอก็ติดนิสัยประหยัดมัธยัสถ์มาจากผู้เป็นบิดา

นักเขียนโนเนมอย่างพ่อได้เงินไม่มากนักหรอก อะไรที่ประหยัดได้ก็ควรประหยัด เก็บออมเอาไว้เผื่อวันข้างหน้าเกิดเหตุฉุกเฉินต้องใช้ เราจะได้ไม่ลำบาก

เพราะเหตุนี้ นานทีปีหนเธอจึงเสียตังค์ซื้อเสื้อผ้าสักครั้ง และแต่ละชุดก็เป็นเพียงเสื้อยืดกางยีนที่หาซื้อได้ตามตลาดนัดทั่วไป ลายพยัคฆ์คงไม่ชอบสักเท่าไร ถึงขั้นมาเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบบางตัวทิ้งไปอย่างไม่ไยดี ไม่ว่าเหมือนแพรจะร้องห้ามหรือขัดขวางเท่าไรเขาก็หาได้ฟังไม่

ฉันเป็นผู้ปกครองของเธอ เธอต้องฟังฉัน ไม่ใช่ให้ฉันฟังเธอ!’

เขาเอ่ยด้วยเสียงดุดันเหมือนทุกครั้ง เธอเริ่มชินกับสุ้มเสียงเช่นนั้นแล้วจึงไม่ค่อยหวาดกลัวเท่าตอนแรกๆ

แต่มันยังใส่ได้นะคะ อย่าเอาไปทิ้งเลย เสียดาย

ลายพยัคฆ์ตวัดสายตามามองขณะมือหนึ่งกำลังกระชากเสื้อยืดตัวหนึ่งออกจากไม้แขวน แล้วทิ้งมันลงบนพื้น

ฉันไม่ทิ้งหรอก แต่จะเอาไปบริจาค แล้วเย็นนี้ฉันจะพาเธอไปซื้อชุด

ชุดที่เหลือในตู้ยังใส่ได้ค่ะ มีเสื้อตั้งหลายตัว กางเกงก็ด้วย

ฉันไม่ได้จะพาเธอไปซื้อเสื้อผ้าแบบนี้ แต่เป็นชุดออกงาน...อีกสามวันฉันจะไปหาเพื่อนที่สระบุรี เธอต้องไปกับฉันด้วย งานนี้เธอจะแต่งตัวซอมซ่อไม่ได้

แค่ชุดไปเที่ยว ไม่จำเป็นต้องใส่หรูหราอะไรนี่คะ

ไม่ใช่แค่เที่ยว แต่...ฉันจะพาเธอออกงาน

คนฟังถึงกับหน้าเหวอ ความกังวลและสงสัยฉายฉานอยู่ในดวงตากลมโตอย่างเห็นได้ชัด

งาน? งานอะไรคะเธอเอียงคอขมวดคิ้ว เมื่อนึกขึ้นมาได้ อีกสามวัน ก็วันเสาร์สิคะ...วันเกิดฉัน

ใช่ วันเกิดเธอ ฉันจำได้ว่าพลางมองลึกเข้าไปในตาของเธอ      ฉันถึงอยากให้เธอดูสวยสมกับเป็น...ลายพยัคฆ์นิ่งคิดราวกับไม่แน่ใจว่าจะใช้คำไหนถึงจะถูกต้อง ชั่วอึดใจทีเดียวกว่าเขาจะไหวไหล่แล้วเอ่ยต่อว่า ...เด็กในปกครองของฉัน

เขามีเหตุผลที่ดี อย่างน้อยๆ วันนั้นคงเป็นวันสุดท้ายที่เขาจะดูแลเธอ และคงเป็นวันสุดท้ายที่เธอจะได้เห็นหน้าเขาด้วย เหมือนแพรไม่คัดค้านอะไรอีก หากก็ยังไม่วายเอ่ยอย่างเกรงใจว่า

แค่เช่าไม่ได้หรือคะ ซื้อมันแพง

วันนั้นเป็นวันเกิดของเธอด้วยนี่ ถือว่าฉันให้เป็นของขวัญวันเกิดแล้วกัน

เย็นนั้นลายพยัคฆ์พาเธอไปที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ตรงดิ่งเข้าไปยังร้านขนาดใหญ่ที่เหมือนแพรไม่คิดจะเข้าเลยสักครั้ง แค่เพียงเห็นป้ายบอกราคา หญิงสาวก็แทบลงจับ อยากจะหันหลังกลับออกจาร้านเสียเดี๋ยวนั้น แต่ลายพยัคฆ์ก็คือลายพยัคฆ์ เขาเหมือนจะอ่านใจเธอออกเป็นประจำ จึงคว้าหมับที่ข้อมือของเธอ แล้วมาลากให้เดินตาม มือของเขาแข็งราวปอกเหล็ก แข็งแรงจนเธอไม่มีทางสะบัดหลุดได้

คุณลายคะ ไปร้านอื่นเถอะ

ทำไมล่ะ ชุดร้านนี้สวยๆ เยอะแยะ หรือเธอไม่ชอบ

ชอบค่ะ แต่มันแพงไปสำหรับฉัน

แต่สำหรับฉันมันไม่แพง เธอจะเดือดร้อนอะไรนัก ฉันบอกแล้วว่าฉันซื้อให้เป็นของขวัญ

แล้วเขาก็ลากเธอไปหาเจ้าของร้านโดยไม่ฟังคำทัดทานอะไรอีก ทั้งสองพูดคุยกันสักพัก พนักงานคนหนึ่งก็มารุนหลังแพรราวเข้าไปในห้องแต่งตัว

วันนั้นเหมือนแพรรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนางแบบ ต้องสวมชุดนั้น ใส่ชุดนี้ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเป็นสิบรอบ กว่าจะได้ชุดที่เขาพอใจ

ชุดนั้นเป็นชุดราตรีเกาะอกสีแดงขับเน้นผิวของเธอให้ผุดผาดมากยิ่งขึ้น ส่วนลำตัวเป็นผ้าเรียบลื่นแนบไปกับเรือนร่าง เน้นช่วงเอวบางกับสะโพกผาย แม้ทรวดทรงองค์เอวจะไม่ได้เพอร์เฟกต์เท่านางแบบในนิตยสารแต่ก็ไม่ได้ดูแย่อะไรนัก ยิ่งในสายตาของลายพยัคฆ์ด้วยแล้ว เขามองเธอไม่วางตา แววตาคู่นั้นประหนึ่งกองไฟที่ลุกโชนลามเลียผิวกายของเธอให้ร้อนผ่าวแทบทุกพื้นผิว

ลายพยัคฆ์ลุกขึ้นจากโซฟาที่นั่งอยู่ จับตัวเธอหมุนไปทางกระจกตั้งพื้นบานใหญ่ ยืนซ้อนทางด้านหลังอย่างแนบชิด แล้ววางมือลงบนไหล่เปลือยอย่างเนิบช้า แม้สัมผัสจะแผ่วเบา ไม่ได้จาบจ้วงอนาจาร หากน่าแปลกที่เธอรู้สึกราวกับเขากำลังเปลื้องชุดนี้ออกจนเธอเปลือยเปล่าต่อหน้าเขา

ชุดนี้เหมาะกับเธอ

แล้วเขาก็ส่งยิ้มผ่านกระจกมาให้ เหมือนแพรถึงกับตาพร่ากับรอยยิ้มนั้น มันเซ็กซี่จนหัวใจเธอแทบจะหยุดเต้น หญิงสาวไม่อยากรู้สึกเช่นนี้ ไม่อยากปล่อยใจให้เพริดไปกับเสน่ห์อันร้ายกาจของเขา เพราะรู้ว่าวันหนึ่งเธอจะต้องเสียใจ

ในวันที่เธออายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ เขาจะเป็นแค่ใครคนหนึ่งที่โชคชะตาพัดพามาร่วมเส้นทางเดินเดียวกันเพียงระยะหนึ่งก่อนแยกจากกันไป เมื่อถึงวันนั้นเธอจะกลายเป็นคนอื่นสำหรับเขา กลายเป็นคนแปลกหน้าที่ถ้าบังเอิญได้เจอกัน เขาอาจจะหยุดทักสองสามประโยคแล้วเดินผ่านเลยไป

เหมือนแพรดึงความคิดของตัวเองกลับมาเมื่อวางเสื้อตัวสุดท้ายลงบนกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงเก็บข้าวของส่วนตัวลงไป ปิดกระเป๋าเรียบร้อยจึงทรุดนั่งลงตรงปลายเตียงแล้วหายใจเฮือกด้วยหวังว่าความรู้สึกหน่วงๆ ในหัวใจมันจะเบาบางลงไปได้บ้าง แต่โชคร้ายที่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

แพร! เสร็จยัง? เราต้องรีบไปแล้ว

เสียงลายพยัคฆ์ดังอยู่หน้าห้อง ทำให้เธอต้องสลัดศีรษะปัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไปโดยเร็ว เมื่อเปิดประตูออกไปรอยยิ้มจึงประดับอยู่บนวงหน้านวล

เสร็จแล้วค่ะ

ลายพยัคฆ์กวาดตามองเธอเพียงผ่านๆ แล้วแย่งกระเป๋าเดินทางไปถือเสียเอง ก่อนจะสาวเท้าเดินนำไปอย่างรวดเร็ว

 

ใช้เวลาเดินทางไม่นานก็มาถึงจุดหมายในตอนบ่าย รีสอร์ตที่       ลายพยัคฆ์พามาเป็นเพียงรีสอร์ตเล็กๆ ตกแต่งสไตล์บูติค มีฉากหลังเป็นภูเขาเขียวชอุ่ม พื้นที่ส่วนหนึ่งถูกล้อมไว้ด้วยรั้วสีขาวให้นักทองเที่ยวขี่ม้าโดยมีเจ้าหน้าที่จับบังเหียนเดินนำอยู่ด้านหน้า

ลายพยัคฆ์คงมาที่นี่บ่อยเพราะทันทีที่ก้าวลงจากรถ พนักงานโรงแรมคนหนึ่งก็รีบเข้ามาก้มศีรษะทำความเคารพ ท่าทางของเขานอบน้อมกึ่งหวาดกลัวอย่างไรพิกล เหมือนแพรเพ่งมองแล้วต้องขมวดคิ้วเมื่อชายคนนั้นแทบไม่เงยหน้าขึ้นมาสบตาผู้ปกครองของเธอเลยแม้แต่แวบเดียว

คุณโตมรรออยู่ที่สำนักงานครับ

ลายพยัคฆ์พยักหน้ารับรู้ หันไปสั่งความนายชาติสองสามคำ ก่อนหันมามองเธอ

ฉันจองห้องไว้ห้องเดียวนะ

เป็นถ้อยคำที่ทำให้คนฟังอ้าปากค้าง เบิกตาเท่าไข่ห่านแบบที่มักทำเป็นประจำยามอยู่ต่อหน้าผู้ชายคนนี้ ก็จะไม่ให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อเขามักทำในสิ่งที่เธอไม่คาดคิดเสมอๆ

จองห้องเดียว? ฉันต้องนอนห้องเดียวกับคุณหรือคะ?”

อื้อ...เขารีบชี้นิ้วเมื่อเห็นเด็กในปกครองอ้าปาก เพื่อความปลอดภัยของเธอเอ่ยง่ายๆ ราวกับการนอนด้วยกันเป็นเรื่องปกติ แถมท้ายด้วยประโยคที่ทำให้เธอยิ่งอึ้งหนักกว่าเดิม

แต่ถ้าเธอนอนไม่หลับ ก็ขอยานอนหลับจากฉันได้

สำหรับเหมือนแพรแล้ว ยานอนหลับก็คือยานอนหลับจริงๆ แต่สำหรับเขา ยานอนหลับที่ว่านั้นคงหมายถึง...เหมือนแพรสบตาวิบๆ วับๆ คู่นั้นแล้วก็ใจสั่น หน้าแดงปลั่งขึ้นมาทันที

ไม่ค่ะ ไม่เอาอีกแล้วส่ายหน้าพลางสูดหายใจแรงๆ คุณให้ยานอนหลับกับผู้หญิงคนอื่นๆ ได้ตามสบาย แต่กับฉัน...ไม่เอาแล้วนะคะ

ทำไม

เพียงพริบตาเขาก็เข้ามาประชิดตัวเสียแล้ว น่าแปลกที่ตอนนี้เธอมองหาใครสักคนมาช่วยไม่ได้เลย นายชาติทำทีเป็นเดินชมวิวทิวทัศน์อย่างเป็นสุข ส่วนพนักงานคนนั้นก็เลี่ยงไปยืนอยู่ไกลลิบ แถมเอาแต่ก้มหน้าก้มตาราวกับกำลังวิจัยเศษฝุ่นบนพื้นอย่างไรอย่างนั้น

ก็...เธอเบือนสายตากลับมามองเขา กลืนน้ำลายอย่างฝืดพอ ก่อนโพล่งออกไปว่า ฉันไม่อยากเป็นของเล่นของคุณ! ผู้หญิงที่พร้อมจะเล่นกับคุณมีตั้งเยอะแยะ อย่าเอาฉันไปรวมด้วยเลยค่ะ

ฉันไม่เคยเห็นเธอเป็นของเล่น และ...ที่ฉันจูบเธอก็ไม่ได้จูบเล่นๆ ด้วย

เหมือนแพรเริ่มหายใจไม่ออก เมื่อเขาเข้ามาใกล้มากขึ้น ทั้งที่ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา เธอพยายามหลบหน้าหลบตาเขามาตลอด เพื่อจะลบรอยสัมผัสบนริมฝีปากให้หมดไปจากใจ ทว่าทุกอย่างพังทลายลงในพริบตาเพียงเพราะเขาเอ่ยถึงยานอนหลับ!

ใจที่สงบลงเริ่มว้าวุ่นอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ หญิงสาวอยากจะร้องเรียกใครสักคน หากเพียงแค่อ้าปาก เขาก็เอื้อมมือประคองปลายคางและใช้นิ้วโป้งไล้บนริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบา เพียงแค่นั้นความรู้สึกของเธอก็เกือบจะเตลิดไปไหนต่อไหนแล้ว

ไอ้ลาย!”

เสียงนั้นราวกับเป็นเสียงสวรรค์ ลายพยัคฆ์ปล่อยมือแล้วถอยห่างจากเธอทันที เหมือนแพรรีบเลี่ยงหลบไปทางอื่น ตั้งใจจะอยู่ห่างเขาให้มากที่สุดก่อนที่หัวใจจะวายไปเสียก่อน

เห็นรถแล่นเข้ามาตั้งนาน ก็ไม่เห็นโผล่หน้าไปซะที เลยออกมาตาม

คนถามเป็นชายร่างสูงแต่ไม่บึกบึนเท่าลายพยัคฆ์ เขามีผมสีน้ำตาลยาวระต้นคอ ผิวสองสี มีมัดกล้ามเห็นเป็นลอนสวยงามเมื่อยามเขายกมือเสยผม

มีปัญหาอะไรรึเปล่า

เปล่าหรอก กำลังจะไปหาอยู่พอดีลายพยัคฆ์ตอบก่อนหันมากวักมือเรียกเธอมานี่สิ แพร มารู้จักเจ้าของรีสอร์ตหน่อย

แนะนำตัวกันเสร็จสรรพ โตมรก็จ้องมองเธอราวกับเธอเป็นตัวประหลาด ราวกับเธอเป็นสัตว์โลกชนิดหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน

ฉันไม่ว่าหรอกนะว่านายจะรับเลี้ยงหรือรับดูแลใคร แต่กับ...ประโยคถัดจากนั้นเธอไม่ได้ยินแล้วว่าเขาพูดอะไร เพราะโตมรดึงลายพยัคฆ์ออกไปยืนห่างจากเธอ แล้วกระซิบกระซาบกันเบาๆ

กับลูกศัตรู นายก็ยังใจดีรับเลี้ยง?”

ก็ดูแลถึงแค่ยี่สิบ อีกไม่กี่วันเอง ทำไม? เดี๋ยวนี้แกกลัวผู้หญิง    ตัวเล็กๆ แล้วหรือ?” เขาหัวเราะน้อยๆ ก่อนเอ่ยต่อ

จะบอกให้นะ เหมือนแพรไม่ได้ถูกฝึกมาเพื่อเป็นพราน ไม่มีสัญชาตญาณของพรานเลยด้วยซ้ำ!”

ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะไว้ใจเธอได้ ยังไงเลือดก็ข้นกว่าน้ำ! ถ้าวันหนึ่งเธอรู้ความจริงทั้งหมด แล้วพาพรรคพวกของพ่อเธอมาถล่มพวกเราล่ะ แกรับผิดชอบไหวเหรอ

ผู้เป็นเพื่อนเอ่ยพลางโคลงศีรษะไปมา ไม่รอให้ลายพยัคฆ์โต้แย้งใดๆ เอ่ยต่อไปว่า

ฉันเอาหัวเป็นประกันได้เลยว่าต้องมีพวกเราส่วนหนึ่งไม่พอใจกับการกระทำของแก แกพร้อมที่จะรับมือกับมันแล้วรึไง?”

ลายพยัคฆ์เพียงแค่ยกมุมปาก ไม่ตอบคำถามนั้นแต่หันไปบอกให้นายชาติให้พาเหมือนแพรขึ้นไปพักบนห้อง ส่วนตัวเองก็กอดคอผู้เป็นเพื่อนตรงดิ่งเข้าไปในสำนักงานของรีสอร์ตทันที

 

เหมือนแพรขึ้นไปนั่งรอที่ห้องโดยมีชาติคอยตามดูแลอย่างไม่ให้   คลาดสายตา ขนาดจะออกไปเดินเล่นชมบรรยากาศเขาก็ยังไม่ยอมให้    เธอไป

ผมขอร้องนะครับคุณแพร ถ้าผมให้คุณไป นายเอาผมตายแน่

เพราะแววตาละห้อยและสุ้มเสียงน่าสงสารทำให้เหมือนแพร       ไม่อยากทำให้เขาเดือดร้อน จำต้องกลับเข้ามานั่งจับเจ่าในห้อง เปิดโทรทัศน์ดูฆ่าเวลาทั้งที่ไม่มีรายการอะไรน่าสนใจเลย หญิงสาวพิงหมอนนอนดูรายการทำอาหารรายการหนึ่งจนเผลอหลับไป สะดุ้งตื่นอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ เธอรีบลุกขึ้นนั่งในสภาพไม่ต่างจากเด็กเล็กๆ ที่เพิ่งตื่น ตาปรือแดงก่ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิงฟูฟ่องไปทั้งศีรษะช่างน่าขันนัก

ความง่วงงุนคงจะครอบงำเธอไปอีกนาน ถ้าไม่ได้มองสบดวงตาทรงเสน่ห์ที่เหมือนจะตามติดเธอไปทุกที่ทั้งยามฝันและยามตื่นคู่นั้นเข้า หญิงสาวตาสว่างขึ้นมาในบัดดล รีบก้าวลงจากเตียง แล้วจัดผมเผ้าของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง...พูดให้ถูกก็คือ ให้ดูดีกว่าเดิมเล็กน้อย

            หลับอีกหน่อยก็ได้เขาเอ่ยด้วยเสียงกลั้วหัวเราะเล็กน้อย ทำให้เธอหน้าร้อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ หญิงสาวรีบส่ายหน้า เดินหายเข้าไปในห้องน้ำ เมื่อกลับออกมาอีกที หน้าตาจึงสดชื่นขึ้น มีหยดน้ำเกาะตามไรผม และมีผ้าขนหนูผืนเล็กพาดอยู่บนบ่า

ไม่ล่ะค่ะ หายง่วงแล้วเจ้าตัวยกนาฬิกาขึ้นดูเวลาก่อนเอ่ยถาม งานจะเริ่มกี่โมงคะ ฉันจะได้เตรียมตัวทัน

อีกสองชั่วโมง มีเวลาอีกตั้งเยอะว่าพลางปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่สวมอยู่ออกทุกเม็ด ทำให้เด็กในปกครองสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังปะทะเข้ากับประตู

เดี๋ยวค่ะ!” สีหน้าตื่นตระหนกของเธอจุดรอยขบขันในดวงตาของเขาได้เป็นอย่างดี หากสีหน้าคมเข้มยังคงเรียบเฉยเป็นปกติ ค...คุณจะทำอะไร” 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

12 ความคิดเห็น