[JJBA] Giorno X Buciarati X Abbacchio ||AU พนักงานออฟฟิศ

ตอนที่ 3 : Bruno Buciarati คุณผู้จัดการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    18 พ.ค. 63

อบัคคิโอ้ถูกบอสเรียกตัวไปพบ เพราะเขาเป็นสาเหตุให้บูจาราตี้ต้องโดดงาน บอสดูไม่ค่อยปลื้มซักเท่าไหร่ เพราะบูจาราตี้เป็นคนที่สำคัญมากๆ ต่อบริษัทถ้าขาดเขาไปก็ไม่มีใครมาดูแลลูกน้อง ไม่มีใครคุยกับลูกค้า ทุกอย่างก็หยุดหมด อบัคคิโอ้เตรียมใจไว้แล้วเขาโอเคกับการโดนไล่ออก เพราะงั้นเขาถึงกล้าทำอะไรบ้าๆ อย่างการลากหมอนั่นไปนอน อาจเสียดายนิดหน่อยที่จะไม่ได้เจอคุณผู้จัดการอีกแล้ว แต่เรื่องนี้อบัคคิโอ้รู้ตัวดีว่าควรจะตัดไฟแต่ต้นลม

“รู้ใช่ไหมว่าตัวเองทำอะไรไว้”

“รู้ครับบอส ...ผมจะขอแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกเอง”

หมอนั่นเป็นคนที่เพอร์เฟคพร้อมในทุกๆ อย่าง เป็นคนที่ต่อให้อบัคคิโอ้เอื้อมมือแค่ไหนก็ไม่มีทางได้มา เขาไม่ควรจะรู้สึกอะไรกับคุณผู้จัดการไปมากกว่านี้

".....งั้นเหรอ? "

"...."

"แต่ฉันก็สงสัยนะ...ทำไมหมอนั่นถึงยอมขึ้นรถไปกับนาย เขาไม่ใช่คนที่จะทิ้งงานไปง่ายๆ นี่"

"...."

“....โอเค”

เมื่อบอสไม่ได้คำตอบจากอบัคคิโอ้เขาก็ทำเพียงแค่ยืนใบลาออกให้เท่านั้น แน่นอนว่าอบัคคิโอ้ไม่ลังเลจะเขียนมันเลย ถ้าต้นเหตุของเรื่องไม่ดันโผล่หน้ามาซะก่อน

แอดดดด~

บูจาราตี้เปิดประตูด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เขาตรงเข้ามาหาบอสและอบัคคิโอ้โดยที่สายตายังคงจ้องไปที่เจ้าของเรือนผมสีเงินราวกับจะบอกว่ามีเรื่องต้องคุยกันอย่างนั้นแหละ

“โบรโน่ มาทำอะไรที่นี่?”

บอสถามด้วยใบหน้าที่ไม่เข้าใจนัก แน่นอนว่าอบัคคิโอ้เองก็อยากถามคำถามเดียวกันแต่ไม่นานบูจาราตี้ก็พูดธุระของตัวเองให้ทั้งคู่หายสงสัย

“ขอโทษที่มารบกวน แต่บอสครับ ก่อนจะไล่เขาออก ก็ช่วยดูกราฟการทำงานของเขาหน่อยเถอะ”

“...ฉันรู้ว่าหมอนี่กราฟการทำงานไม่เคยตก แต่การลากนายออกจากออฟฟิศในเวลางานแบบนั้นไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ นายก็น่าจะรู้นี่ว่าหน้าที่ตัวเองสำคัญต่อบริษัทแค่ไหน"

"แต่มันร้ายแรงถึงขึ้นต้องไล่ออกเลยเหรอครับ? "

"...."

"ผมเป็นคนขึ้นรถไปกับเขาเองนะ ดังนั้นจะโทษเขาฝ่ายเดียวไม่ได้หรอก"

"พูดอะไรของนายน่ะ?! "

อบัคคิโอ้หันมาแสดงท่าทีไม่พอใจให้คุณผู้จัดการของเขาทันทีเพราะนี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการให้มันเกินขึ้น เขาไม่อยากให้บูจาราตี้เดือดร้อนไปด้วยกับการลาออกครั้งนี้ ทำไมไอ้บ้านี้ไม่เข้าใจ?

“เขาบอกว่าจะลาออกเพื่อรับผิดชอบ”

บูจาราตี้ชักสีหน้าใส่อบัคคิโอ้ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น บอสมองทั้งคู่ด้วยแววตาไม่สบอารมณ์นักก่อนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหน่ายๆ เพื่อให้เรื่องนี้มันจบๆ ไป

“โอเค ฉันจะหักเงินเดือนเขาเป็นการทำโทษ ส่วนเรื่องลาออกฉันจะให้นายเป็นคนตัดสินใจ"

"....."

"แบบนี้นายคงโอเคสินะ?”

“...ขอบคุณครับ”

"เดี๋ยวก่อนโบรโน่"

เมื่อได้ยินดังนั้นอบัคคิโอ้ก็ออกไปรอหน้าห้อง เพราะดูเหมือนบอสต้องการจะคุยกับบูจาราตี้ตามลำพัง

ดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้นของโบรโน่แสดงความหวาดกลัวออกมาอย่างชัดเจนเมื่ออยู่ต่อหน้าบอส ต่างจากเจ้าของนัยตาสีเขียวขุ่นลิบลับที่กำลังยิ้มเมื่อได้เห็นความหวาดกลัวบนใบหน้าของอีกฝ่าย

"เฮ้อ....ไม่ชอบแบบนี้เลย... แต่เหมือนเจ้าหญิงโพคาฮอนทัสเลยนะ เมื่อกี้"

บอสว่าพลางเริ่มจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบแม้จะอยู่ในห้องทำงานและนี่เป็นพื้นที่ห้ามสูบก็ตาม

"...."

"แบบที่ว่า...เข้ามาหยุดการประหารของพระเอกตอนท้ายเรื่อง"

"ดูด้วยเหรอครับ? "

"ก็ทริชเปิดให้ดู"

"...."

"ที่ฉันอยากรู้ก็คือ...ทำไมนายถึงขึ้นรถไปกับเขา นายไม่ใช่พวกที่ชอบทิ้งงานนี่"

"ไม่มีอะไรที่คุณต้องกังวลหรอกครับ--"

"ฉันถามเพราะต้องการคำตอบ โบรโน่"

คนผมยาวเคาะบุหรี่เบาๆ ตรงที่เขี่ยบุหรี่และจ้องคนผมสีดำขลับเขม้ง

"....ก่อนหน้านี้ผมไปค้างบ้านเขา เราช่วยกันปั่นงานจนไม่ได้นอน ในวันต่อมาผมเลยให้เขาลาป่วยเพราะเขาไม่ได้นอนมาทั้งคืน แต่เรื่องที่เขาลากผมกลับบ้านไปนอนผมคาดไม่ถึงจริงๆ "

"แสดงว่าที่ไปก็เพราะง่วง? "

"....ครับ"

"หืมม~ แล้ว...เขาชอบนายเหรอ? "

"ผมไม่คิดแบบนั้น--"

"ไอ้นิสัยที่พอโดนจับได้ก็ทำเป็นไม่รู้เรื่องน่ะ เลิกซะเถอะ"

"...."

"แต่เอาเถอะ...มีคนชอบนายตั้งเยอะนี่ ฉันว่ามันขึ้นอยู่กับนายซะมากกว่าว่าจะเล่นด้วยไหม"

ดวงตาสีเขียวขุ่นคู่นั่นจ้องมองโบรโน่ราวกับกำลังกดดันเขาอยู่การตัดบทสนทนาจึงเป็นทางเลือกที่ดีสุดของโบรโน่ในตอนนี้

"ขอตัวนะครับ"

"หึ..."

เมื่อออกมาแล้วคุณผู้จัดการถอนหายใจเฮือกใหญ่เพื่อไล่ความกลัวออกจากสมอง เขาหันไปมองอบัคคิโอ้ที่รอเขาอยู่

ใบหน้าของทั้งคู่แสดงความไม่เข้าใจต่ออีกฝ่ายอย่างชัดเจน แต่อย่างไรก็ตาม ที่นี่ไม่ใช่ที่คุยที่ดีนัก

“ไปคุยที่ห้องทำงานฉัน”

“ครับ...ผู้จัดการ”

.

.

.

.

 

“ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบเหรอ ท่าทางนายจะจะเกลียดที่นี่เต็มกลืนเลยสิท่า”

“ฉันไม่เคยพูดแบบนั้น”

คิ้วใต้ผมหน้าม้าสีดำขลับขมวดชนกันแสดงความพอใจอย่างชัดเจน เขาโกรธที่อบัคคิโอ้ไม่พูด หมอนี่บ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามนี้กับเขาตลอด นั่นแหละที่น่าหงุดหงิด

“ก็แล้วมันอะไรล่ะ แค่ไม่พูดก็ไม่ผิดนายคิดได้แค่นั้นเหรอ? "

"ฉันไม่ได้คิดว่าที่ทำอยู่นี่มันจะถูกนักหรอก"

"...."

"ฉันอยากลาออก...ส่วนเหตุเหตุผล นายก็ช่างมันชักเรื่องเถอะ"

"ช่างมันเหรอ..."

เรื่องที่ไม่เข้าใจเขาก็อยากจะเข้าใจ ทำไมคนคนนี้ถึงต้องการจะปิดกั้นตัวเองจากเขานัก โบรโน่ต้องการจะเข้าใจเรื่องนั้นและเชื่อเถอะว่าเอาเข้าจริงๆคุณผู้จัดการก็หัวดื้อไม่แพ้อบัคคิโอ้เลย

"....."

"ฉันโคตรเกลียดคำนี้เลย ตอนที่มันถูกพ้นออกมาจากปากนาย"

ยังไงก็ต้องคุยกันให้รู้เรื่องไม่งั้นได้คาใจไปตลอดชีพแน่

 

"...."

"เพราะนายไม่พูดนั่นแหละฉันถึงไม่รู้อะไรเลย นายยังอยากลาออกรึเปล่า อยากลาออกเพราะอะไร นายไม่บอกฉันเลย ฉันทำหน้าที่ผู้จัดการได้ไม่ดีพอเหรอ? "

"ไม่ใช่นะ! "

"....."

"ไม่ใช่หรอก..."

"....."

"ชิ! ไม่ว่ายังไงนายก็จะคาดคั้นเอาคำตอบจากฉันให้ได้ใช่ไหม? "

"แหงสิ! "

"...." เมื่ออบัคคิโอ้เห็นว่าหมอนี่จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เขาจึงพยายามทำให้อีกฝ่ายหายคาใจโดยที่ไม่บอกเหตุผลแทน "นายเป็นผู้จัดการที่เก่งมาก ในฐานะลูกน้องนายดูแลฉันได้ดีมาโดยตลอด ดังนั้นอย่าคิดว่าตัวเองเป็นผู้จัดการที่แย่เพราะความงี่เง่าของฉันเลย"

"....งั้นเหรอ"คุณผู้จัดการถอนหายใจให้กับความดื้อด้านของอบัคคิโอ้ ไม่ว่ายังไงหมอนี่ก็จะไม่บอกเขาสินะ"....มิสต้าบอกฉันว่านายโทรมาหาเขา เพื่อถามอาการฉันก่อนที่นายจะมาที่นี่เพื่อพาฉันไปนอน ถ้าทำเพราะเป็นห่วงก็บอกตรงๆ สิ ปล่อยให้ฉันไม่รู้อยู่แบบนั้น ฉันเสียใจนะ"

เจ้าของดวงตาสีม่วงเลื่อมทองดูเลิ่กลั่กเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายรู้เรื่องนี้แต่ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกผิดขึ้นมาเมื่อรู้ตัวว่าทำคนที่เขาแอบชอบเสียใจ

“...ถ้าปล่อยให้นายไม่รู้ นายจะเสียใจสินะ"

"....อือ"

"...."

"ก่อนหน้านี้ฉันคิดว่านายรำคาญฉัน...ก็เลยอยากหาเรื่องโดนไล่ออก...แต่พอมารู้ว่านายเป็นห่วงก็ดีใจมากเลย ดังนั้นนายบอกฉันเถอะ"

"....ฉันชอบนาย”

พายุ ความไม่เข้าใจและความสงสัยในใจของคุณผู้จัดการสงบลงทันที ประโยคเดียวของอบัคคิโอ้อธิบายทุกสิ่งทุกอย่างที่บูจาราตี้ไม่เข้าใจได้ทั้งหมด เจ้าของเรือนผมสีเงินรู้ดีว่าเขาควรทำอะไร แต่สิ่งที่อบัคคิโอ้ไม่รู้ก็คือเรื่องที่บูจาราตี้ก็รู้สึกไม่ต่างจากเขา

“....”

“ฉันเองก็พึ่งรู้ตัวเหมือนกัน...ไม่ได้คาดหวังให้นายตอบอะไรกลับมาหรอก ดังนั้นนายจะเงียบใส่ฉันก็ได้ ไม่เป็นไร”

“...”

อบัคคิโอ้หยิบปากกาบนโต๊ะทำงานของบูจาราตี้มาเขียนใบลาออกให้ตัวเองเสร็จสรรพ แล้ววางมันลงตรงหน้าอีกฝ่าย ในตอนนี้คุณผู้จัดการไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรรู้สึกยังไง แม้จะดีใจแต่มันก็มีความกลัวเข้ามาตัดความรู้สึกนี้ไว้ โบรโน่คบกับอีกฝ่ายไม่ได้ เขารู้ดี...

“ฉันลาออก ทีนี้นายคงเข้าใจเหตุผลแล้วสินะ"

บูจาราตี้ไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของอีกฝ่ายได้และเขามีเหตุผลของตัวเอง แต่เขาในตอนนี้รู้ตัวดีว่าไม่อยากเสียอบัคคิโอ้ไป ไม่ว่ายังไงก็ตาม

หมับ!

“ขอโทษ...”

คุณผู้จัดการพูดแบบนั้นในขณะที่เข้าไปจับมืออีกฝ่ายไว้...งี่เง่าสิ้นดี...

ทั้งๆ ที่เป็นคนพูดเองแท้ๆ ว่าจะไม่ห้าม ทั้งๆ ที่รู้ไม่มีสิทธิ์รั้งเอาไว้แต่ถ้าไม่ทำอะไรซักอย่างแล้วต้องเสียคนคนนี้ไป

ไม่เอาด้วยหรอก

“...”

“ขอโทษที่ตอบตกลงไม่ได้...ฉันขอโทษ"

"...."

"อาจจะฟังดูเห็นแก่ตัว แต่ว่า...อย่าไปเลยนะ...”

“....”

“ขอโทษ...ฉันขอโทษ”

เสียงที่สั่นเทาของโบรโน่แสดงออกชัดเจนว่าเขากลัวจะเสียอบัคคิโอ้ไป แม้มือของเขาจะไม่มีแรงเพราะสั่นไปหมดแต่หมอนี่ก็พยายามรั้งแขนคนตรงหน้าเอาไว้ไม่ให้ไปไหน

“ขี้โกงชะมัดเลยนะ”

คุณผู้จัดการคนเก่งพึ่งรู้ตัวว่ากำลังร้องไห้ก็เมื่อนิ้วโป้งของคนตรงหน้าเลื่อนมาเช็ดน้ำตาให้เขา

“ขอโทษ....”

“ฉันจะปฏิเสธนายยังไงถ้าเห็นนายเป็นแบบนี้”

“....”

อบัคคิโอ้กอดคนที่เอาแต่ร้องไห้ไว้อย่างนั้นจนกว่าอีกฝ่ายจะหยุดร้อง เขาไม่รู้ว่าทำไมบูจาราตี้ถึงไม่สามารถปฏิเสธหรือตอบรับความรู้สึกเขาได้ แต่นั่นไม่สำคัญแล้ว ถ้าหมอนี่ขอร้องให้เขาอยู่ เขาก็จะอยู่ ไม่ว่าเหตุที่หมอนี่ขอให้เขาอยู่จะเป็นอะไรก็ช่าง

"ฉันอยู่นี่...ไม่ต้องร้องแล้วนะ"

.

.

.

“สรุปมันยังไงวะ?”

“....”

มิสต้าเซ้าซี้ถามอบัคคิโอ้เพราะอาการขี้เสือกกำเริบ แน่นอนว่าอบัคคิโอ้ไม่พูดอะไรทั้งนั้นถึงเรื่องก่อนหน้านี้ แต่นั่นก็ยิ่งไปกระตุ้นต่อมอยากรู้อยากเห็นของมิสต้าเอาเปล่าๆ

“เห้ยๆ ใจคอจะไม่ตอบอะไรหน่อยเหรอ?”

“บางเรื่องมันไม่ใช่เรื่องส่วนแต่ก็ไม่ใช่เรื่องของนายนะ”

"อุ้ย!!"

"...!!"

ทั้งอบัคคิโอ้และมิสต้าสะดุ้งพร้อมๆ กับเมื่อคุณผู้จัดการเดินมาทางนี้ทั้งสองคนเหมือเด็กเล่นกันตอนอาจารย์ไม่อยู่แต่คนที่ดูจะล่กที่สุดเห็นจะเป็นอบัคคิโอ้ได้

ก็นั่นสินะ...หมอนี่สารภาพรักไปแล้วนี่นา

“ขอบรีฟอันล่าสุดหน่อย ลูกค้าบอกว่ามีรายละเอียดที่ต้องเปลี่ยน”

โบรโน่สามารถทำงานได้อย่างปกติ เขาจัดการอารมณ์ของตัวเองได้เร็วจนน่าตกใจเลย ให้ตายสิ... ไอ้คนที่ร้องไห้งอแงเมื่อเช้าหายไปไหนซะแล้วล่ะ

“ค้าบ...” มิสต้าลายเสียงยาวๆ อย่างเบื่อหน่าย ก่อนส่งบรีฟอันล่าสุดคืนให้ผู้จัดการ “เขาจะเปลี่ยนอะไรเหรอ?”

“ไม่รู้ พี่แกบอกเอาบรีฟมาก็พอ ถ้ามันยากเกินไปนายก็โยนให้อบัคคิโอ้ทำอยู่ดี”

“ถูกต้อง!”

มิสต้าขยิบตาให้คนที่ถูกพูดถึง

“....”

อบัคคิโอ้ไม่ตอบอะไร เขาแค่ก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองก็เท่านั้น โบรโน่ก็พอจะเข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้สงบเสงี่ยมต่างจากทุกทีที่จะมีโวยวายกลับมาบ้าง ท่าทางหมอนี่จะกำลังประหม่าอยู่

.

.

 

16:45

“ต้องล่กขนาดไหนถึงได้ลืมเซ็นยินยอมให้ลูกค้าเนี้ย”

"!!..."

เป็นครั้งที่สองของวันที่อบัคคิโอ้ต้องมาสดุ้งเพราะโดนบูจาราตี้ทัก อันที่จริงวันนี้ทั้งวันเขาก็ไม่มีสมาธิทำงานเลย ตอนที่บูจาราตี้ไม่อยู่เขาก็เอาแต่มองหาแต่พอหมอนั่นมาสติสัมปชัญญะก็แทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

บ้าบอ

"ปกติมีสมาธิกว่านี้นะ"

“เอ่อ...โทษที”

บูจาราตี้ก็ดูออกว่าเพราะอะไรอีกฝ่ายถึงได้เป็นแบบนี้แต่ก็ช่วยไม่ได้นะ เผลอๆ เขาแอบสนุกด้วย ที่ได้ดูอบัคคิโอ้มาเลิ่กลั่กเพราะประหม่า

ป๊อก!

ต้องอาการหนักขนาดไหนถึงมือสั่นจนทำปากกาตกเนี้ย คุณผู้จัดการหยิบปากกาที่ตกอยู่แล้วยื่นให้คนที่หน้าแดงเป็นมะเขือเทศก่อนจะรอดูท่าทีของอบัคคิโอ้ต่อ

"นายโอเคไหม? "

“ช่วยไปยืนห่างๆ ฉันซักสิบก้าวที”

ขนาดนั้นเลยเหรอ....

บูจาราตี้ลอบยิ้มแล้วถอยไปซักสิบก้าวตามที่อบัคคิโอ้ขอ

“พอได้ไหม?”

“....”

หมอนั่นเซ็นยินยอมให้ลูกค้าเรียบร้อยคุณผู้จัดการจึงต้องไปเอาเอกสารคืน ตอนนี้พนักส่วนใหญ่กลับบ้านกันไปหมดแล้ว เหลือแค่พวกที่ขยันทำOTอย่างอบัคคิโอ้เป็นต้น

เมื่อไม่มีอะไรแล้วบูจาราตี้ก็ต้องกลับเคลียร์งานของตัวเอง แต่อบัคคิโอ้อยากให้มันมีน่ะสิ

หมับ!

มือหนาจับแขนของคุณผู้จัดการเอาไว้ ราวกับมีเรื่องจะคุยด้วย แน่นอนว่าโบรโน่เองก็อยากคุยกับอีกฝ่ายเช่นกัน เขาแค่รอให้อบัคคิโอ้พร้อมก็เท่านั้น ถึงตอนนี้จะดูไม่ค่อยพร้อมก็เถอะ

“ว่าไง?”

“....เย็นนี้ว่างใช่ไหม?”

“โฮ...นี่กล้าเข้าหาฉันแล้วเหรอ ถามจริงว่าทำใจนานไหม?”

“ทั้งวัน”

“นานอยู่”

คุณผู้จัดการเอาหลังพิงกำแพงด้วยรอยยิ้มเพื่อรอฟังสิ่งที่อีกฝ่ายจะพูดอย่างใจเย็น อบัคคิโอ้ดูเลิ่กลั่กอีกแล้วผมสีเงินนั่นยิ่งทำให้ใบหูที่แดงกำเด่นชัดไปกันใหญ่ เสียงเข้มเริ่มพูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก ทำเอาบูจาราตี้กลั้นขำแทบไม่ได้

“คือ...ว่า นาย...นายอยาก...จะ”

"ฮึ..."ภารกิจการกลั้นขำล้มเหลว“ฮะๆๆ ตลกหน้านายชะมัดเลย”

“....”

“ขอโทษที ฮะๆๆ! โอเค...เย็นนี้ไปดินเนอร์บ้านนาย ฉันจะไปส่งแฟกซ์ให้ลูกค้าก่อน เดี๋ยวมาช่วยนายแก้งานแล้วพอแก้งานกันเสร็จ ไปบ้านนายพร้อมกัน ฟังดูเป็นไง?”

ในเมื่อคนผมสีเงินประหม่าเกินจะพูดอะไร บูจาราตี้เลยชวนให้เสร็จสรรพเพื่อให้ทุกอย่างง่ายขึ้นเป็นเท่าตัว ก็ถ้าปล่อยให้หมอนี่เป็นคนชวนคงไม่ได้ไปไหนกันพอดี

“อะ...อืม ดีเลย”

“ให้ตายสิ...ถ้าผู้ชายทั้งโลกเป็นแบบนี้หมด มนุษยชาติคงได้สูญพันธุ์กันพอดี ไอ้คนที่ล้อเรื่องหน้าผากฉันวั้นนั้นไปไหนแล้วล่ะ?”

คุณผู้จัดการยิ้มก่อนใช้นิ้วเขี่ยกลุ่มผมสีเงินพวกนั้นเล่นแล้วกลับไปทำงานของตัวเอง ได้ทีเอาใหญ่เลยนะหมอนี่

“....”

ทันทีที่บูจาราตี้ลับตาไปอบัคคิโอ้ก็ฟุบหน้าลงบนโต๊ะ ร่างกายเขาอ่อนยวบไปหมด ทั้งประหม่าที่ได้เจอหมอนั่น ทั้งดีใจที่ชวนหมอนั่นไปเดตได้สำเร็จ.... (ตามเทคนิคแล้วบูจาราตี้เป็นคนชวน)

แต่แบบนี้เรียกว่าเดทได้ไหมนะ?

ชวนไปบ้านเหรอ...

.

.

"...."

"...."

“นายยังไม่พร้อม”

“หนวกหูน่ะ!”

หลังส่งแฟกซ์ให้ลูกค้าเสร็จโบรโน่ก็มาช่วยอบัคคิโอ้แก้งานตามที่พูดแต่...รู้สึกเหมือนตัวเองมาทำให้อีกฝ่ายไม่มีสมาธิซะมากกว่า

“ไปวันอื่นก็ได้นะ ฉันไม่ว่าหรอก”

“ก็ถ้าไม่เริ่มคุยกับนายฉันแล้วเมื่อไหร่ฉันจะพร้อมล่ะ ให้ตายสิ...”

“ไม่เห็นต้องรีบเลย ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปก็ได้—”

เลโอเน่จุมพิตลงบนริมฝีปากของอีกฝ่ายเบาๆ ด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อทำเอาโบรโน่อึ้งนิดๆ ก็แหงสิ...ใครจะไปคิดว่าเขาจะกล้าได้ขนาดนี้

หลังทำแบบนั้นเสร็จไอ้บ้านี่รีบกุมหน้าผากตัวเองด้วยความประหม่าระดับสิบ บ้อบอ...ตอนทำมันไม่รู้สึกเขินขนาดนี้นี่หว่า

“เวรเอ้ย...นายทำได้ยังไงวะ ทำให้ฉันเป็นถึงขนาดนี้...”

“นายจูบฉันเองนะ ทำตัวเป็นเด็กเวอร์จิ้นไปได้”

“ชิ! ฉันรู้น่า—”

โบรโน่ทำให้อีกฝ่ายหุบปากด้วยการนั่งคร่อมลงบนตักเลโอเน่ แล้วใช้มือทั้งสองข้างโอบรอบคอเจ้าของดวงตาสีม่วงเลื่อมทองเอาไว้ คุณผู้จัดการมองใบหน้าที่แดงเป็นมะเขือเทศอยู่พักนึงก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้

“เห็นไหมล่ะ นายยังไม่พร้อม—อะ!?”

เหนือความคาดหมาย...เอวคอดของคุณผู้จัดการถูกรวบโดยมือหนาของอบัคคิโอ้จนร่างของทั้งคู่แนบติดกัน

“เดี๋ยวพร้อมแน่”

เขาพูดด้วยใบหน้าเอาจริงเอาจัง

“โอเค...แต่ท่าทางตอนนี้จะยังนะ”

พูดจบมือบางก็วางลงบนอกของอบัคคิโอ้ หมอนี่หัวใจเต้นรัวเลย...

“ชิ! ก็ถึงได้บอกว่า ‘เดี๋ยว’ ไง...”

เจ้าคนหัวดื้อกดริมฝีปากลงบนริมฝีปากของโบรโน่แล้วบดขยี้กลีบปากสีหวานนั่นอย่างอ่อนโยน อย่างน้อยๆ ก็พอจะรู้ว่าอบัคคิโอ้เคยจูบมาก่อนและช่ำชองพอตัวเลย บูจาราตี้เองก็ไม่ใช่คนที่บริสุทธิ์อะไรเจ้าของเรือนผมสีดำตอบรับจูบของคนตรงหน้าโดยไม่มีท่าทีเคอะเขินดูดกลีบปากหนาและแสดงท่าทีว่าต้องการอย่างชัดเจนแต่...

“....!”

โบรโน่รีบผละออกจากอีกฝ่ายทันทีเมื่อรู้สึกตัวว่ามีคนกำลังจ้องเขาอยู่ เจ้าของดวงตาสีมรกตของบอสมองโบรโน่อย่างไม่สบอารมณ์นัก ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่พูดไม่จานั่นทำให้โบรโน่รู้ตัวว่ากำลังงานเข้าแล้ว

“มีอะไรเหรอ?”

ท่าทางอบัคคิโอ้จะไม่เห็น...

“เปล่า”

ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ตอนนี้คุณผู้จัดการก็หน้าซีดเอาเรื่องเลย

“.....”

“โฟกัสที่งานให้เสร็จเถอะจะได้รีบไป”

หลังOTจบลงทั้งคู่มาที่บ้านของอบัคคิโอ้ตามที่คุยกับไว้ สภาพบ้านของหมอนี่ดูไม่ต่างจากครั้งก่อนที่มาเลยแม้แต่

รกชะมัด...

“นายมีแพลนเดทไหม? ไม่สิ นี่ไม่เรียกเดท เดทมันคือการออกไปเที่ยวด้วยกัน ฉันจะเรียกมันว่าการเยี่ยมบ้านนะ"

"เอ่อ...ก็ดี"

".....แล้ว มีแผนไหม?"

“หา....ไม่หรอก”

“ดี งั้นใช้แพลนฉันก็แล้วกัน"

“ว่ามาสิ...”

“....ทำความสะอาด”

 

sds

เนื้อเรื่องต่อจากนี้จะเป็นเนื้อเรื่องที่พึ่งเขียนจากหัวไรท์เลยนะคะ ช่วงย้อนอดีด3ปีหลังโจรูโน่จะไม่มีบท แต่จะเล่าเรื่องระหว่างความสัมพันธ์ของโบรโน่กับเลโอเน่และสาเหตุที่โบรโน่มีแฟนไม่ได้แทนนะ(แน่นอนว่าบอสมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ไรท์ขอใบ้ให้ว่าบอสกับโบรโน่มีความสัมพันธ์มากกว่าคู่นอนและFWBแน่ๆแต่ยังไม่บอกว่าเป็นอะไรกันนะคะ)

ฟิคโจโจ้ของไรต์จะอยู่ในRAWเด้อเพราะในเด็กดีด้อมโจโจ้ค่อนข้างน้อย ยังไงก็ฝากฟิค2เรื่องนี้ในRAWไว้หน่อยนะคะ ขอบคุณค่า

https://www.readawrite.com/a/816e2fbe5ba73f8854dc716405c1bd22

https://www.readawrite.com/a/72db5d6b6239c4964dffffa01b685a41

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น