[JJBA] Giorno X Buciarati X Abbacchio ||AU พนักงานออฟฟิศ

ตอนที่ 1 : Giorno Giovanna เด็กน้อยผู้เสพติดคุณผู้จัดการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    28 มี.ค. 63

 

"แกๆ เห็นเด็กใหม่ที่เข้ามารึยัง?"

 

"ฉันเดาว่าเป็นตัวผู้ ไม่งั้นแกคงไม่กระเหี้ยนกระหือรือมาเมาท์ขนาดนี้"

 

"ใช่!"

 

"วันๆเอาแต่บ้าผู้ชาย"

 

"แต่น้องงานดีมาก! แกต้องได้เห็น ผมบลอน อยู่แผนกออกแบบ"

 

"เดี๋ยวๆ แกทำแผนกบัญชีไปเจอน้องเขาได้ยังไง?"

 

"ก็...เจอตอนไปพบผู้จัดการแผนกออกแบบ"

 

"ปณิธานแกร่งกล้า..."

 

"ใช่ไหมล่ะ!?"

 

"ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าควรเรียกว่าปณิธานหรือไฟร่าน"

 

"นี่เพื่อนนะ! ตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้เลย"

 

"จะบอกว่าแกล้มเลิกในการอ่อยผู้จัดการแล้วงั้นสิ?"

 

"ล้มเลิกตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว ไม่เห็นมีใครจีบผู้จัดการติดเลย ดูอย่างอบัคคิโอ้ดิ จีบเป็นปีแล้วมั้งน่ะ"

 

"เห็นบอกว่าจีบกันก่อนฉันเข้ามาทำงานอีกนะ เดาว่าโดนเฟรนโซน"

.

.

.

 

 

 

"จริงสิ! โจรูโน่เที่ยงนี้นายว่างใช่ไหม?"

มิสต้า....เป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมงานของโจรูโน่ที่ไม่ได้สนิทกันมาก อยู่ๆวันนี้เขาก็เข้ามาทักทายแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

โจรูโน่เดาว่าน่าจะเป็นเรื่องงานเพราะมิสต้าสนิทกับนารันช่า อบัคคิโอ้และฟูโก้มากกว่าเขาดังนั้นหมอนี่จึงไม่เหตุผลอื่นที่จะต้องมาเรียกหาเด็กใหม่อย่างโจรูโน่แน่ๆ(อีกอย่างอบัคคิโอ้ก็ไม่ค่อยถูกกับโจรูโน่ด้วย)

 

"มีอะไรเหรอครับมิสต้า?"

 

"....เอ่อ" มิสต้าดูกระอักกระอ่วนเล็กๆเหมือนนักแสดงลืมบท ก่อนจะค่อยๆพูดด้วยท่าทีตะกุกตะกัก "มีคาเฟ่เปิดใหม่ใกล้ๆ ทำไมนายไม่ไปกับเราหน่อยล่ะ? เจ้าฟูโก้กับนารันซ่าก็ไปด้วยนะ"

 

"...." ดูเหมือนโจรูโน่จะเดาผิด มิสต้าไม่ได้มาช่วยคุยเรื่องงาน จากที่ฟังเหมือนว่าเจ้าตัวจะอยากชวนไปคาเฟ่เท่านั้น "ก็อยากไปอยู่หรอก แต่ช่วงพักผมไม่ว่างครับ--"

 

"คือ! ฉันว่าจะปรึกษานายเรื่องบรีฟน่ะ มาไม่ได้จริงๆเหรอ?"

ดูมีพิรุจมาก...

 

"...."

แต่ถ้ามิสต้าบอกว่ามันเป็นเรื่องงาน โจรูโน่ก็ควรจะไปหน่อย หนุ่มผมทองเงียบไปพักนึงก่อนถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้

ถ้าเป็นเรื่องงานโจรูโน่ไม่ปฏิเสธอยู่แล้วมิสต้ารู้เรื่องนี้ดี

 

"ก็ได้ครับ เที่ยงนี้สินะ"

สาเหตุที่โจรูโน่ไม่อยากไปกับมิสต้าไม่ใช่ว่าไม่ชอบหน้าอีกฝ่ายหรอก กลับกันโจรูโน่คิดว่ามิสต้าเป็นคนที่คุยง่ายที่สุดในแผนก เพราะเจ้าตัวค่อนข้างเป็นมิตรกับคนรอบข้าง ไม่ทำตัวเด็กๆแบบนารันช่า ไม่อารมณ์ร้อนแบบฟูโก้ ส่วนอบัคคิโอ้ไม่ต้องพูดถึง หมอนั่นทำหน้าเหมือนจะฆ่าโจรูโน่ได้ทุกเมื่อ แต่ยังไงซะเวลาพักเที่ยงของโจรูโน่ก็ถูกเทไปให้ผู้จัดการหมดแล้วต่อให้ใครมาชวนไปไหนเขาก็คงไปด้วยไม่ได้หรอก

 

 

 

 

 

 

 

"หงุดหงิดอีกแล้วเหรอ?"

เสียงหวานของบูจาราตี้เอ่ยขึ้นพลางใช้นิ้วกดไปที่หว่างคิ้วของ'อบัคคิโอ้'ลูกน้องและ 'เพื่อน' คนสนิทของเขา

 

"ก็นายชอบทำให้ฉันหงุดหงิด"

เลโอเน่ถูกคุณผู้จัดการเรียกมาที่ห้องทำงานตัวเองด้วยเหตุผลงี่เง่าที่ว่า...

โบรโน่เหนื่อยไม่อยากยกบรีฟไปให้ด้วยตัวเอง อาจฟังดูเอาแต่ใจแต่...เชื่อเถอะว่าเลโอเน่พร้อมจะทำตามเสมอ ถ้ามันคือคำสั่งจากบูจาราตี้

 

"ฉันไม่ได้อะไรกับโจรูโน่ทั้งนั้น นายน่ะคิดมากเกินไปแล้ว"

 

"นายก็ไม่ได้อะไรกับฉันด้วย เพราะงั้นไงฉันถึงได้คิดมากไง"

 

"....ฝากแก้อันนี้ให้ที ลูกค้าไม่ค่อยปลื้ม ฉันเขียนโน๊ตไว้แล้ว"

 

“....”

เปลี่ยนเรื่องซะงั้น ก็นั่นสินะ บูจาราตี้ไม่ชอบยึดติดกับความสัมพันธ์ ยิ่งกับลูกน้องตัวเองแล้ว แม้อบัคคิโอ้จะตามจีบเขานานเกือบสามปีเจ้าตัวก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมเปิดFriend Zone ออกเลย แต่ก็ใช่ว่าอบัคคิโอ้จะเลิกพยายาม เขาไม่เข้าใจถึงสาเหตุที่ผู้จัดเก็บเขาไว้ในFriend Zoneหรอก แต่อบัคคิโอ้กับบูจาราตี้รู้จักกันมานานพอจะเข้าใจกันได้และต่างฝ่ายต่างก็ไม่อยากเสียกันไปก็เท่านั้น

 

"ครับๆ ขุ่นแม่"

อบัคคิโอ้รับแฟ้มงานไปด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์นัก

ที่แย่ที่สุดก็คือเด็กใหม่อย่างโจรูโน่สามารถสนิทกับผู้จัดการอย่างบูจาราตี้ได้เร็วจนน่าตกใจ หมอนั่นมาทำงานได้สี่เดือนแต่ชวนบูจาราตี้ไปไหนมาไหนได้เนี้ย ไม่สนิทกันเร็วไปหน่อยเหรอ เด็กนั่นแม่งเหมือนลูกเป็ดเดินตามแม่ เรียกหา'คุณผู้จัดการครับๆ' อยู่นั่นแหละ

บ้าบอสิ้นดีไอ้เด็กกระโปก

 

"เที่ยงนี้ไปด้วยกันไหม?"

อบัคคิโอ้ลองชวน

 

"โจรูโน่นัดฉันไว้แล้วน่ะสิ นายไม่ไปกับพวกมิสต้าล่ะ"

ก็เป็นซะอย่างนี้

 

"ซื่อบื้อเหรอ? นายก็รู้ว่าฉันอยากไปกับนาย"

 

"คิดว่านายติดงานซะอีก"

 

"....."

 

"เด็กนั่นนัดฉันไว้แล้ว จะให้ทำไง?"

 

"ไม่รู้!"

ปัง!

อบัคคิโอ้ออกไปแล้ว นี่เป็นครั้งที่3ของเดือนที่เขากับเลโอเน่ทะเลาะกันเรื่องโจรูโน่ พวกผู้หญิงที่อ่อยโบรโน่อย่างมากสุดสองอาทิตย์ก็เลิกแล้ว ไอ้เด็กนี่ล่อไปสี่เดือนแล้วยังไม่หยุดอีก อบัคคิโอ้ไม่ได้งี่เง่าแต่เขารู้ดีว่าเพื่อนสนิทคนนี้กำลังใจอ่อนกับเจ้าเด็กใหม่และเขาต้องทำอะไรซักอย่างไม่งั้นเด็กนี่คาบไปแน่

บูจาราตี้ชินกับนิสัยแบบนี้ของเพื่อนสนิทตัวเองแล้ว ปล่อยไว้ซักชั่วโมงหมอนั่นคงเย็นลงเอง

 

ครืดดๆ...

 

มือถือสั่น...ชายหนุ่มเจ้าของผมสั้นสีดำขลับหยิบมันขึ้นมาดู ก่อนจะเลิกคิ้วอย่างเสียดายหน่อยๆเพราะนัดถูกยกเลิก

 

GioGio: เที่ยงนี้ผมไปไม่ได้แล้ว มิสต้าบอกว่าขอปรึกษาเรื่องบรีฟ

 

BB: กระตือรือร้นกันจัง ไม่เป็นไร ดีแล้วนี่นายจะได้สนิทกับคนอื่นบ้าง

 

GioGio: คืนนี้คุณมีแผนจะไปไหนรึเปล่า?

 

BB: นายถามทำไม?

 

GioGio: ก็เผื่อว่าคุณอยากบอกผม :)

โบรโน่ทำหน้ามุ้ยหลังจากเห็นอีโมจิยิ้มที่เจ้าเด็กใหม่ส่งมาเพราะทั้งคู่รู้ดีว่ามันหมายถึงอะไร

 

BB: ไม่มีหรอกน่า ฉันเข็ดแล้ว :(

 

GioGio: ขอโทษครับจะไม่พูดถึงอีกแล้ว

 

BB: เออ

 

"ทำไมนั่งยิ้มคนเดียวกับมือถือล่ะนั่น"

โจรูโน่รีบปิดมือถือทันทีที่ได้ยินเสียงมิสต้าก่อนจะหันไปสนใจงานบนโต๊ะ

 

"เปล่าครับ"

ถึงจะตอบแบบนั้นไปแต่เด็กน้อยก็ยังหุบยิ้มกับข้อความเมื่อกี้ของคุณผู้จัดการไม่ได้อยู่ดี เหมือนคนบ้าเลยที่มายิ้มกับอะไรแบบนี้ โจรูโน่กุมความลับผู้จัดการเอาไว้และเขาใช้ประโยชน์จากมันในการตีสนิทคุณผู้จัดการได้เร็วจนคนในที่ทำงานต่างพากันสงสัย โดยเฉพาะอบัคคิโอ้

ช่วยไม่ได้นะ เริ่มช้าไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่มีโอกาสชนะนี่

เด็กน้อยรู้ดีว่าคุณผู้จัดการมีใจให้เขานั่นทำให้เขาไม่ล้มเลิกในการเข้าหาอีกฝ่ายไม่ว่าจะใช้วิธีไหน

 

 

สี่เดือนก่อน

โจรูโน่เป็นเด็กใหม่เขาพึ่งทำงานที่นี่ได้ไม่นานแต่งานที่ทำนั้นดีมากจนเป็นที่พึ่งพอใจของผู้จัดการอย่างบูจาราตี้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็คงเป็นได้เพียงเจ้านายกับลูกน้องถ้าบูจาราตี้ไม่บังเอิญเจอกับโจรูโน่ที่บ่อนพนันในคืนวันศุกร์ คืนนั้น....

 

"...."

ฟังไม่ผิดหรอกทั้งคู่เจอกันที่บ่อนพนัน

 

"...."

 

"ผู้จัดการ...นั่นคุณเหรอ?"

โจรูโน่ถาม

 

"...."

ผลโหวตผู้จัดการสุดน่ารักประจำบริษัท ทุกๆคนเทโหวตให้กับ โบรโน่ บูจาราตี้ เพราะความน่ารัก ใจดีและเป็นเองของเขา ตอนโหวดโจรูโน่ไม่โหวดให้ใครหรอกเพราะเขาพึ่งมาใหม่ไม่ได้สนิทกับใครเป็นพิเศษแต่ก็รู้สึกได้เลยว่าบูจาราตี้เป็นคนที่มีสปิริตการทำงานสูงมากเมื่อไหร่ที่ลูกน้องทำงานพลาดเขาก็พร้อมจะเข้าไปช่วยเสมอ จนทุกคนในบริษัทตั้งฉายาให้เจ้าตัวว่า

'ขุ่นแม่'

ก็ไม่คิดว่าขุ่นแม่จะเล่นการพนันด้วย....

ในตอนนั้นต่างคนต่างคาดไม่ถึงว่าจะเจออีกฝ่าย โบรโน่มีสิทธิ์ที่จะไล่โจรูโน่ออกเพราะการที่พนักงานมาบ่อนพนันอาจทำให้บริษัทมีภาพลักษณ์แย่ๆได้ ในทางกลับกันโจรูโน่ก็มีสิทธิ์จะแฉบูจาราตี้ด้วย ดังนั้นทั้งคู่เลยตกลงกันว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับเพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย

 

"คุณผู้จัดการมาคนเดียวเหรอครับ?"

โจรูโน่พูดจบก็ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆอีกฝ่ายพร้อ

 

มชวนคุย ไหนๆก็ไหนๆเขาก็มีโอกาสได้คุยกับผู้จัดการในฐานะอื่นที่ไม่ใช่ลูกน้องแล้วอีกอย่าง...คนคนนี้มีบางอย่างที่ดึงดูดเขาอยู่ มันทำให้เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายน่าสนใจ

 

"....ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่จะพาเพื่อนมาด้วยได้น่ะสิ แล้วฉันก็ไม่ได้ดีใจที่เจอเด็กใหม่อย่างนายที่นี่ด้วย"

ผู้จัดการสุดน่ารักประจำบริษัท ฉายานี้ไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วย บูจาราตี้ยังคงเป็นกันเองกับเขาแม้จะไม่ได้อยู่ในที่ทำงาน ผู้จัดการที่ทุกๆต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสมบูรณ์แบบเหรอ น่าสนใจดีนี่...

 

"ทำไมล่ะครับไม่ดีออกเหรอจะได้ไม่ต้องเหงาตอนอยู่ที่นี่"

 

"การที่ฉันเป็นคนไม่ดี ไม่ได้แปลฉันจะต้องดีใจที่คนอื่นมาแย่แบบฉันนะ"

 

"....."

 

"นายยังเด็กนะ ถ้าหากว่าเลิกได้ก็เลิกเถอะเงินเดือนยังไม่ได้เยอะถึงขั้นต้องมาใช้กับการพนัน"

รู้แล้วว่าทำไมถึงโดนเรียกว่าขุ่นแม่

 

"...ไหนๆก็มาเจอในที่แบบนี้แล้ว มาเล่นกับผมซักเกมไหม?"

 

"ให้มันน้อยๆหน่อยเด็กใหม่ ฉันยังเป็นเจ้านายของอยู่นะ"

ผู้จัดการที่หลายๆคนต่างยกย่องว่าเพอร์เฟค มันก็ต้องกระตุ้นต่อมอยากเอาชนะของโจรูโน่อยู่แล้ว เขาอยากลองเอาชนะอีกฝ่ายดู ไม่ใช่ว่าโจรูโน่ชอบเอาชนะหรอก แต่เขาอยากรู้จักบูจาราตี้มากกว่านี้

เขาอยากรู้ว่ามีอะไรอีกไหมที่คนคนนี้ไม่ได้เพอร์เฟค แล้วเขาก็อยากเห็นด้วยว่าถ้าผู้จัดการแพ้ จะทำหน้ายังไง

 

"ผมมาที่นี่บ่อยนะ....แล้วก็คิดว่าตัวเองน่ะเก่งมากด้วย"

 

"...."

 

"คุณกลัวแพ้รึเปล่าครับ?"

 

“....”

คิ้วใต้ผมหน้าม้าสีดำขลับขมวดเข้าหากันเมื่อเจ้าตัวกำลังถูกหยาม บูจาราตี้กระดกไวน์ขาวสีสวยลงคอให้หมดในทีเดียวก่อนหยิบไพ่โป๊กเกอร์ขึ้นมาเป็นการรับคำท้าจากเจ้าเด็กใหม่

 

"....เดิมพันล่ะ?"

นั่นล่ะ...ความทนงตัวครั้งแรกที่โจรูโน่ได้เห็นจากคุณผู้จัดการคนเก่ง...

ชักจะน่าสนุกซะแล้วสิ

 

"มันขึ้นอยู่กับคุณว่าอยากได้อะไร คุณคงไม่อยากได้เงินจากผมใช่ไหมล่ะ?"

โจรูโน่เดาถูก บูจาราตี้ไม่ได้อยากได้เงินหรอก ทำแบบนั้นไปมันจะต่างอะไรจากการหักเงินเดือนล่ะ

เด็กนี่กำลังอวดดีใส่เขา เขาต้องการอะไรก็ได้ที่มันจะให้บทเรียนโจรูโน่ไปชั่วชีวิต

และมันต้องเป็นอะไรที่มากกว่าการหักเงินเดือน

 

"ใช่...นายเดาถูก” เรียวขาสวยเปลี่ยนมานั่งไขว่ห้างก่อนเอ่ยปากขอสิ่งเดิมพันจากเด็กน้อย “งั้น...ถ้านายแพ้ นายโดนไล่ออกฟังดูเป็นไง?"

เจ้าของดวงตาสีน้ำเงินหรี่ตามองเด็กน้อยผมบลอนตรงหน้าเขาอยากรู้ว่าโจรูโน่จะหวั่นไหวให้กับของเดิมพันที่เขาเสนอรึเปล่า

 

"น่าสนุก...เอาสิครับ"

 

"...."

ความไม่พอใจปรากฏบนใบหน้าของคุณผู้จัดการ

 

"แต่ถ้าคุณแพ้...คืนนี้คุณต้องนอนกับผมนะ"

 

"...."

ไม่เลย...ดวงตาสีมรกตคู่นั้นไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อยมิหนำซ้ำสิ่งที่โจรูโน่ขอสำหรับเดิมพันยังสร้างความสงสัยให้บูจาราตี้อีก

 

"ได้ ใช่ไหมครับ?"

 

"นอนกับนายเหรอ ทำไมเกิดพิศวาสอะไรฉันขึ้นมารึไง?"

 

"เปล่าครับ...แต่มันคงสนุกน่าดูถ้าได้เห็นคุณครางไม่เป็นศัพท์ร้องขอให้ผมหยุด"

 

"...."

เด็กนี่... ถ้าเขาทำเพื่อยั่วโมโหบูจาราตี้ก็ยินดีด้วย เพราะเขาทำสำเร็จแล้ว

.

.

.

 

 

 

 

ริมฝีปากกดลงบนต้นคอสวยของคนใต้ร่าง ฝังรอยจูบสีเข้ม คอระหงถูกแต่งแต้มไปด้วยรอยจูบของผู้ชนะในเกมครั้งนี้ คุณผู้จัดการดูอารมณ์เสียไม่น้อยเลยที่กลายเป็นผู้แพ้แต่เจ้าตัวก็ไม่มีท่าทีขัดขืนอะไรเพราะเขาต้องทำตามคำพูด

 

 

"อะ...อือ"

บูจาราตี้เริ่มส่งเสียงในลำคอหลังจากที่เด็กน้อยฝังเขี้ยวลงไป เจ้าของเรือนผมสีทองสัมผัสได้เลยว่าอีกฝ่ายไม่ได้ฉีดน้ำหอมสิ่งที่เขาได้กลิ่นจึงมีเพียงโคโลญอ่อนๆปนกับกลิ่นไวน์ขาวที่เจ้าตัวพึ่งดื่ม

แล้วก็...

 

"ทำบ้าอะไร!?"

กลิ่นแชมพู...คุณผู้จัดการโวยวายเล็กน้อยด้วยใบหน้าขึ้นสีหลังจากที่เจ้าเด็กใหม่ฝังจมูกลงบนกลุ่มผมสีดำขลับ ไม่ใช่ว่าโบรโน่ยังบริสุทธิ์อะไรหรอกแต่เขาแค่ไม่เคยวันไนท์สแตนด์แล้วคู่นอนทำแบบนี้มาก่อนก็เท่านั้น

 

"ผมคิดว่าคุณจะยอมผมจนจบคืนนี้ซะอีก"

 

"...."

 

"หืม?"

 

"....โทษที มันแค่...ฉันไม่ค่อยชินถ้าจะโดนคนที่ไม่สนิทมาทำแบบนี้น่ะ"

ใบหน้าขึ้นสีนั่นหลุบตามองไปทางอื่น ราวกับว่าเกลียดการสบตากับโจรูโน่อย่างนั้นแหละ แต่โจรูโน่ชอบมองดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้นตรงๆมากกว่า

กระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดออกทุกเม็ดก่อนที่เสื้อซับในลายลูกไม้นั่นจะถูกเลิกลงให้เจ้าเด็กน้อยได้ฝังรอยจูบลงบนเนินอกสวย โบรโน่เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าที่เลือดตัวเองกำลังสูดฉีดเร็วเป็นเพราะไวน์ที่พึ่งดื่มหรือเพราะไอ้เด็กนี่

หรืออาจจะทั้งสองอย่าง

 

"มองผมสิ"

 

"...."

โจรูโน่นั้นแค่อยากเอาชนะ แต่เขาก็ต้องยอมรับว่าคนตรงหน้านั้นน่าหลงไหล ดวงตาคู่นั้นมองขึ้นมาตามที่เขาสั่ง ดวงตาที่กำลังหงุดหงิดเล็กๆหลังจากที่แพ้ให้กับเขา เด็กหนุ่มกดจูบบดขยี้ริมฝีปากสีหวานแต่ไม่ทันไรคนที่สมควรจะยอมให้เขาทำอย่างที่ต้องการ กลับผลักเขาออกอีกแล้ว

 

"...."

 

"อยากทำก็รีบทำให้มันจบๆไปโจรูโน่ หยุดลีลาซักที"

คุณผู้จัดการคิดว่าโจรูโน่ต้องการแค่เซ็กซ์

 

"...."

แต่เขาต้องการมากกว่านั้น เด็กหนุ่มไม่สนที่อีกฝ่ายพูด แล้วกดมือที่เคยผลักเขาให้อยู่กับที่ก่อนประกบริมฝีปากลงไปอีกรอบจนกว่าคุณผู้จัดการจะตอบรับมัน

 

"อะ...อืออ"

มืออีกข้างของคนใต้ร่างเริ่มจิกบ่าอีกฝ่ายเพื่อระบายความกดดันและความประหม่า ตอนนี้บูจาราตี้รู้แล้วว่าเด็กน้อยแค่อยากจะเอาชนะเขาและอีโก้ของเขาเองก็ไม่ได้สูงอะไร บางทีการยอมไอ้เด็กนี่ไปมันอาจจะง่ายกว่าก็ได้

ลิ้นร้อนกำลังรุกล้ำเข้ามาในโพรงปาก รสชาติขมปร่าขอไวน์ขาวที่คุณผู้จัดการพึ่งดื่มยังคงติดอยู่ชัดเจน มือสวยเคยจิกบ่าเขากำลังค่อยๆเปลี่ยนมาโอบรอบคอ คุณผู้จัดการตอบรับจูบของเขาแล้ว เด็กน้อยรู้ดีว่าคุณผู้จัดการแค่อยากให้มันจบไวๆเลยยอมแบบนี้แต่ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่ชอบมันหรอก

โจรูโน่ค่อยๆถอนจูบเพียงเพราะอยากมองอีกฝ่ายชัดๆ เจ้าของดวงตาสีน้ำเงินเข้มไม่ได้มีท่าทีประหม่าอะไรหลังจากจูบ ดูเหมือนเจ้าตัวจะพึ่งมาประหม่าเพราะโดนเขามองซะมากกว่า

 

"...."

คุณผู้จัดการหลบตาเขาอีกแล้ว...

 

"คุณผู้จัดการ..."

มือที่เคยโอบรอบคอเด็กน้อยก็เปลี่ยนมาวางไว้บนบ่า คิดว่าเมื่อกี้เริ่มคลอยตามแล้วซะอีก

 

"...."

 

"แปลกดีนะคุณน่ะ"

 

"....หมายความว่ายังไง?"

อีกฝ่ายถามโดยที่ยังไม่ยอมสบตาเขา บูจาราตี้ประหม่ากับการโดนสบตามากว่าโดนสัมผัสตัวซะอีก

นี่แหละที่โจรูโน่บอกว่าแปลก

 

"มองมาที่ผมสิ"

 

 

 

 

 

 

 

 

ในตอนเช้าคุณผู้จัดการก็หายไป มันเป็นอะไรที่เดาได้ไม่ยากเลยสำหรับการวันไนท์สแตนด์

โจรูโน่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ไร้ประโยชน์และควรจะตัดทิ้งเขารู้ว่าการผูกพันกับคู่นอนเป็นเรื่องงี่เง่าที่ไม่ควรทำที่สุดแต่เมื่ออีกฝ่ายเป็นคนที่น่าหลงไหลอย่างคุณผู้จัดการ...

มันก็ทำให้เรื่องนี้ยากขึ้นเป็นเท่าตัว

ทั้งๆที่รู้ว่าในตอนเช้าบูจาราตี้จะทิ้งเขาไป พอมาโดนเข้าจริงๆเขากลับรู้สึก...

 

"...."

เสียใจเหรอ?

เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนทิ้ง....ทั้งๆที่ไม่ควรเป็นแบบนี้ ทำไมกันนะมันควรจะเป็นแค่เซ็กซ์คืนเดียวจบสิ มันควรจะเป็นแค่ของเดิมพันที่เขาได้จากการพนันเมื่อคืนเท่านั้นสิเจ้าเด็กน้อยซุกหน้าลงบนหมอนสีขาวนุ้มพยายามไล่ความรู้สึกงี่เง่านี่ออกไปจากหัวแต่มันคงไม่ง่ายขนาดนั้น

คุณผู้จัดการไม่ต่างอะไรจากยาเสพติดที่โจรูโน่ไม่ควรเข้าไปแตะ

และเด็กน้อยพลาดซะแล้วที่เผลอไปมีความสุขกับมัน

เขาลืมรสชาตินั้นไม่ได้ และเขาต้องการมันอีก...

กลิ่นไวน์ขาวที่ริมฝีปาก กลิ่นแชมพูบนเรือนผมสีดำขลับปนกับกลิ่นโคโลญอ่อนๆบนร่างกายและ...ดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้น เขาอยากมองมันอีก

 

"...."

ที่นอนข้างๆเขามันเย็นเฉียบ บอกได้ดีว่าอีกฝ่ายจากเขาไปนานพอสมควร นั่นกำลังสร้างรูโหว่ใหญ่ๆตรงกลางอกให้โจรูโน่ คุณผู้จัดการทิ้งเขาไป... การอยากไปโรงเรียนเพื่อไปเจอคนที่ชอบมันเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างก็เคยผ่านมาแล้ว และเด็กน้อยกำลังรู้สึกแบบนั้นอีกครั้งเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาอยากให้ถึงวันจันทร์เร็วๆ

เขากลัวว่าจะโดนคุณผู้จัดการเกลียด

เขากำลังรู้สึกผิด ทั้งๆที่เมื่อคืนมีแต่ความรู้สึกอยากเอาชนะ

เขาอยากจะเจอคนที่อยู่ใต้ร่างเขาเมื่อคืนนี้

.

.

.

.

 

 

 

 

 

ทันทีที่ถึงวันจันทร์คุณผู้จัดการก็เป็นคนแรกที่เจ้าเด็กใหม่มองหาแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววเจ้าตัวเลยแม้แต่น้อย

นี่คงไม่ได้ลาออกเพราะเรื่องแค่นี้นะ....ไม่งั้นโจรูโน่คงเกลียดตัวเองไปตลอดชีวิตแน่ๆ

 

"มิสต้าครับ วันนี้เห็นคุณผู้จัดการบ้างรึเปล่า"

 

"...ลองไปหาที่ห้องทำงานเขาดูรึยังล่ะ?"

 

"...."

 

"ถามอบัคคิโอ้สิ หมอนี่รู้ทุกอย่างเกี่ยวผู้จัดการเลย"

 

"อย่าพูดเหมือนฉันเป็นสต็อกเกอร์ได้ไหม?"

อบัคคิโอ้กดเสียงต่ำเพื่อขู่มิสต้า

 

"คุณรู้เหรอครับว่าเขาอยู่ที่ไหน?"

อบัคคิโอ้ไม่ใช่คนที่โจรูโน่จะได้คุยด้วยบ่อยนักเพราะท่าทางเขาดูไม่ค่อยชอบหน้าโจรูโน่ซักเท่าไหร่แต่ถ้าจำเป็นจริงๆก็พอคุยด้วยได้อยู่หรอก

 

"...."

 

"อาจจะเป็นเรื่องสำคัญก็ได้นะ บอกๆเขาไปเถอะ"

มิสต้าว่า

 

"ก็คงอยู่ที่ตู้กดน้ำไม่ก็มุมของว่าง ในวันจันทร์บูจาราตี้ชอบไปกดกระทิงแดงไม่ก็กาแฟมาดื่ม ขึ้นอยู่กับว่านอนดึกแค่ไหน"

 

"แล้วนายดูยังไง?"

 

"ถ้าหมอนั่นนอนตอนตีหนึ่งก็จะเป็นแค่กาแฟ ถ้าเลยตีสามก็จะเป็นกระทิงแดง"

ท่าทางจะเป็นสต็อกเกอร์จริงๆ...

 

"เชี่*....นี่คนหรือเครื่องติดตาม"

ป๊อก!

กล่องกระดาษโน๊ตถูกเขวี้ยงใส่หัวมิสต้าจังๆไปที

 

"ฉันบอกให้หมอนั่นชงกาแฟมาให้ ไม่เกินสิบนาทีก็คงมา ถ้าคิวไม่ยาว"

อบัคคิโอ้พูดด้วยน้ำเสียงหน่ายๆ โจรูโน่จึงถอนหายใจแล้วกลับไปทำงานของตัวเองต่อทั้งๆที่ยังแอบหงุดหงิดเรื่องคุณผู้จัดการอยู่

 

"...."

ถ้าอีกสิบนาทียังไม่เห็นเขาโจรูโน่ตั้งใจว่าจะไปหาถึงมุมของว่างจริงๆให้แน่ใจไปเลยว่าคุณผู้จัดการมาทำงานวันนี้

 

"....."

สิบนาทีมันนานขนาดนี้เลยเหรอ นี่ไม่มีสมาธิจะทำงานแล้วนะ

บ้าบอ.... คนคนเดียวทำเขาเป็นบ้าได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี้ย? คนที่สงบนิ่งอย่างโจรูโน่เนี้ยนะ?

เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าใครชนะพนันคืนนั้นกันแน่ เพราะเด็กน้อยกำลังรู้สึกเหมือนตัวเองแพ้เลย

 

 

 

 

"มิสต้า ลูกค้าเขาบอกจะเอาสีสว่าง"

 

"....!"

เหมือนยกภูเขาออกจากอก บูจาราตี้ยังคงมาทำงานตามปกติแต่ที่ไม่ปกติก็คือเขาใส่เสื้อคอเต่ามาทั้งๆทุกวันเขาจะใส่เสื้อเชิ๊ตพร้อมปลดกระดุมสองเม็ด

....นั่นสินะ ผ่านไปสองวันรอยจูบมันอาจจะจางลงไปแล้วแต่รอยกัดอาจจะยังอยู่ อันนี้โจรูโน่ผิดเองที่ไปกัดเขาซะเลือดซิบ

 

"...."

แล้วก็เป็นอย่างที่อบัคคิโอ้พูดเลย ในมือของคุณผู้จัดการมีกระป๋องเครื่องดื่มชูกำลังที่ดูเหมือนจะพึ่งดื่มได้ครึ่งเดียวอยู่ แล้วก็กาแฟที่อบัคคิโอ้ฝากซื้อ

ถ้าสองคนนั้นไม่สนิทกันมากๆอบัคคิโอ้ก็คงเป็นสต็อกเกอร์ของคุณผู้จัดการจริงๆ

 

"ฝากดื่มให้หมดทีสิ"

บูจาราตี้ยื่นกาแฟและเครื่องดื่มที่เหลือครึ่งกระป๋องให้อบัคคิโอ้ซึ่งเจ้าตัวก็รับเครื่องดื่มกระป๋องนั่นไปดื่มได้โดยไม่มีท่าทีรังเกียจเลยแม้แต่นิดเดียวแถมทิ้งให้เสร็จสรรพ

 

"...."

 

"ขนาดนี้แล้วยังไม่เป็นแฟนกันอีก ถามจริงว่าได้กันรึยัง?"

 

"ถ้าว่างยุ่งเรื่องฉันนักก็ไปแก้งาน"

 

"ครับแม่...ว่าแต่ นี่ยังสว่างไม่พออีกเหรอ แค่นี้ก็แสบตาจะแย่อยู่แล้วนะ"

มิสต้าตอบด้วยท่าทีเบื่อหน่ายก่อนจะรับบรีฟใหม่มานั่งอ่าน

 

"ฉันรู้ๆ ลองเปลี่ยนไปสว่างโทนอื่นดู ทำออกมาหลายๆแบบเลยเดี๋ยวฉันให้เขาเลือกเอา"

เป็นผูจัดการที่ทำมากกว่าชี้นิ้วสั่งจริงๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่โจรูโน่หยุดมองคนคนนี้ไม่ได้...เขาเป็นคนที่น่าหลงไหลขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...

 

"ผู้จัดการครับ นี่มันดราฟต์ที่26แล้วนะ แม่จะทำแบบนี้กะหนูจริงๆเหยอ(;-; )"

มิสต้างอแงใส่ขุ่นแม่ด้วยน้ำเสียงออดอ้อนทำเอาคุณผู้จัดการแอบถอนหายใจ

 

"เดี๋ยวช่วยน่า ฉันก็หงุดหงิดพอกัน"

 

"หงุดหงิดลูกค้า?"

 

"หงุดหงิดนายนั่นแหละ"

นี่เขาทำเป็นมองไม่เห็นโจรูโน่ใช่ไหม โหดร้ายชะมัด

เออ ไว้คุยตอนพักเบรคก็ได้ โจรูโน่คิด มันคงไม่ดีนักถ้าไปกวนคุณผู้จัดการในเวลางาน หวังว่าเขาจะไม่โดนหลบหน้านะ

หวังว่า....

.

.

.

 

 

 

 

 

"...."

ช่างแม่งแล้ว...ตอนพักเบรคบูจาราตี้ไม่ยอมออกมาจากห้องทำงานตัวเองเลย ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นเพราะงานหรือเพราะหลบหน้าโจรูโน่ ท่าทางโจรูโน่ที่เริ่มร้อนใจในตอนนี้จะไม่สนแล้ว

 

แอดดดด

"...."

 

"...."

 

"เคาะประตูด้วย มีเรื่องเร่งด่วนขนาดนั้นเลยรึไง"

ทันทีที่เห็นหน้าโจรูโน่บูจาราตี้ก็แอบมีท่าทีไม่พอใจเล็กๆก่อนจะเริ่มรักษามาดผู้จัดการของตัวเองไว้ เยี่ยม...เลย คุณผู้จัดการไม่ชอบหน้าเขา

 

"...."

 

"....มีอะไร?"

จะว่าไป...นี่เขายังทำงานอยู่เหรอ ในเวลาเบรคแบบนี้

นั่นสินะ เขาต้องช่วยมิสต้าจัดการงานเพราะลูกค้าเรื่องมากนี่

 

"หลบหน้าผมอยู่รึเปล่า?"

โจรูโน่เข้าประเด็นทันที เจ้าของเรือนผมสีดำแอบหงุดหงิดๆเล็กๆที่โดนมองออก

ใช่ เขาหลบหน้าโจรูโน่แต่มันพึ่งผ่านมาได้สองวันเองนะ จะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆน่ะเหรอ ไม่ไหวหรอก

 

"ฉันไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงาน"

 

"คุณตอบไม่ตรงคำถาม"

คุณผู้จัดการเริ่มชักสีหน้า

 

"....ขอเวลาซักอาทิตย์เถอะ เดี๋ยวฉันก็ลืม ระหว่างนั้น ถ้าไม่มีเรื่องอะไรจำเป็น ก็อย่ามาให้ฉันเห็นหน้า ทีนี้ก็พูดธุระของนายมา"

 

"...."

ใจร้าย...

เด็กน้อยอยากให้อีกฝ่ายจำเรื่องของคืนนั้นไว้แบบเดียวกับที่เขาอยากจะจำมัน โจรูโน่รู้ตัวดีว่าเขากำลังถูกใจคนตรงหน้าอย่างกู่ไม่กลับ แล้วเขาก็รู้ตัวด้วยว่าตัวเองเป็นคนที่นิ่งสงบแค่ไหนใช้เวลาแค่คืนเดียว ความนิ่งสงบของโจรูโน่ก็แตกเป็นเสี่ยงๆเพราะคุณผู้จัดการ ท่าทางบูจาราตี้คงไม่รู้ตัวเลยสินะว่าทำอะไรลงไป

 

"โกรธผมเหรอ?"

 

"นายจะสนทำไม"

 

"...."

 

"ฉันเป็นฝ่ายแพ้เอง ฉันไม่มีสิทธิ์โกรธหรอก แต่ต่อให้โกรธฉันก็ไม่ไล่นายออกแน่ดังนั้นไม่ต้องกังวล"

 

"...."

เด็กน้อยหลุบตามองพื้นอย่างเจ็บปวด คุณผู้จัดการเย็นชากับเขาจนโจรูโน่รู้สึกเหมือนมีรูโหว่ที่กลางอก ความรู้สึกว่างเปล่าในตอนที่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจออีกฝ่ายมันกลับมาอีกครั้ง

ไม่ชอบเลย

 

"....ถ้าไม่มีอะไรก็ไปซะ"

 

"ใจร้ายจังนะ นี่ผมโดนคุณเกลียดไปแล้วเหรอ"

 

"พูดเรื่องอะไรของนาย?"

 

"ผมไม่ได้กังวลเรื่องโดนไล่ออกครับ"

 

"...."

 

"ที่มาหาคุณถึงนี่ผมกลัวว่าจะโดนคุณเกลียดต่างหาก"

 

"...."

เด็กน้อยเดินตรงเข้าไปหาคุณผู้จัดการก่อนกุมมือคนที่ผิวแทนกว่าเอาไว้ แล้วจ้องมองอีกฝ่ายไม่วางตา

คนคนนี้ไม่ต่างอะไรจากยาเสพติดอันตรายที่เสพไปครั้งแล้วไม่สามารถเลิกได้

โจรูโน่ไม่สามารถหยุดความต้องการของตัวเองที่มีต่ออีกฝ่ายได้ เขารู้ดี

 

"คุณผู้จัดการอย่าเย็นชาใส่ผมแบบนั้นอีก...ได้ไหมครับ"

หนุ่มน้อยผมบลอนมองไปที่นัยตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้น โจรูโน่จับมือของอีกฝ่ายขึ้นมาวางบนแก้มตัวเองก่อนกดจุมพิตลงบนฝ่ามือเจ้าตัวราวกับพยายามอ้อน

ดูเหมือนลูกอ้อนของเด็กนี่จะได้ผลดีซะด้วย

 

"ฉันไม่เข้าใจ นายจะมาไม้ไหน?"

 

"ผมไม่ได้ลูกเล่นอะไรทั้งนั้นแหละครับ ผมมาขอโทษจริงๆ"

 

"...."

แม้ดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้นจะมีแต่ความระแวงแต่โจรูโน่ก็พยายามแสดงให้เห็นว่าเขาอยากขอโทษจริงๆ ถึงมันจะเชื่อยากก็เถอะ...ไอ้เด็กตัวร้ายเมื่อคืนนั้นมันหายไปไหนแล้วล่ะ

 

"ผมขอโทษนะ เรื่องคืนนั้น..."

แต่พอคิดดูดีๆโจรูโน่ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องโกหกหรือตีสองหน้าใส่เขานี่ อีกอย่าง...เด็กมันก็ดูรู้สึกผิดจริงๆซะด้วย

 

"....ถ้านายมาขอโทษแบบนี้ใครจะโกรธลงล่ะ"

เด็กน้อยลอบยิ้มเมื่อได้ยินแบบนั้น

 

"งั้น...เที่ยงนี้ไปด้วยกันไหม ให้ผมเลี้ยงข้าวไถ่โทษนะ"

 

"ฉันต้องช่วยทำงานของมิสต้าน่ะ"

 

"งั้นก็ให้ผมช่วยสิ"

 

"ฉันเชื่อแล้วว่านายรู้สึกผิดจริงๆ ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอก"

 

"...ให้ผมช่วยเถอะนะ"

นี่พยายามอ้อนเหรอ?

 

"...."

 

"...."

 

"ก็ตามใจ"

 

 

 

 

 

 

 

โจรูโน่เอาจริงซะด้วย เขานั่งช่วยคุณผู้จัดการแก้งานของมิสต้าจนเวลาพักใกล้หมด ตอนนี้บูจาราตี้เริ่มลำบากใจแล้ว เด็กคนนี้จะอดข้าวเที่ยงเพื่อเขารึไง? ไม่ตลกเลยนะ

 

“นายไปกินข้าวก็ได้นะ เดี๋ยวเบรคก็หมดก่อนหรอก”

 

“แล้วคุณไม่หิวเหรอครับ?”

 

“เอ่อ...ฉันน่ะไม่เป็นไรหรอก—”

 

ก๊อกๆ

อบัคคิโอ้เปิดประตูเข้ามาด้วยใบหน้าหงุดหงิดอย่างที่เจ้าตัวชอบทำบ่อยๆ เขาถือแซนวิชกับน้ำขวดนึงมาด้วย...เจ้าตัวขมวดคิ้วด้วยใบหน้าฉงนเมื่อเห็นเจ้าเด็กใหม่นั่งอยู่ข้าง 'เพื่อนสนิท' ตัวเอง

 

“ทำไมเด็กนี่มาอยู่ในห้องทำงานนาย?”

 

“ฉันให้เขามาช่วยนิดหน่อยน่ะ ขอบคุณนะ ต่อคิวนานรึเปล่า?”

 

"ก็ไม่เท่าไหร่"

อบัคคิโอ้รู้ว่าบูจาราตี้จะต้องใช้เวลาพักเที่ยงของตัวเองเคลียร์งานอีกแน่ๆเขาเลยซื้อแซนวิชมาให้ เพราะงั้นบูจาราตี้จึงไม่ห่วงเรื่องมื้อเที่ยงตัวเองเท่าไหร่ แต่โจรูโน่น่ะสิน่าห่วงช่วงพักจะหมดแล้วด้วย

อบัคคิโอ้กลับไปทำงานของตัวเพราะเขาเองก็งานยุ่งพอๆกับบูจาราตี้แน่นอนว่าโบรโน่ไม่มีทางปล่อยให้เจ้าเด็กใหม่หิวอยู่อย่างนี้แน่ๆ คุณผู้จัดการหยิบแซนวิชที่พึ่งได้จากอบัคคิโอ้แล้วลุกขึ้นก่อนจะกวักมือเรียกให้โจรูโน่ตามเขามา

 

“ไปไหนเหรอครับ?”

 

“....ก็ไปซื้อมื้อเที่ยงให้นายไง”

เด็กใหม่ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

 

“แต่นี่มันหมดเวลาพักแล้วนะครับ”

 

“ก็ถ้าแอบไปใครจะรู้ล่ะ”

 

“....”

ทั้งคู่แอบใช้ทางออกหนีไฟหลังที่ทำงานเพื่อออกไปร้านแซนวิชใกล้ๆ ปกติทางหนีไฟจะล็อคไว้เสมอแต่ดันมีบานนึงที่พังและใช้ออกไปได้ บูจาราตี้หามันเจอตอนเห็นพนักงานแอบมาทางนี้กันบ่อยๆ ซึ่งเขาก็แจ้งยามไปแล้วแหละว่ามันพังแต่ท่าทางยามจะยังหาทางซ้อมไม่ได้ซักที

แซนวิชที่นี่คิวยาวมากในตอนเที่ยงแต่อบัคคิโอ้ก็ยอมต่อคิวตั้งนานเพื่อซื้อมันมาให้เพื่อนสนิทของเขา พอถูกถามว่า'ต่อคิวนานไหม' หมอนั่นก็มักจะตอบกลับมาว่า 'ไม่เท่าไหร่' เพราะไม่อยากให้โบรโน่ลำบากใจ ท่าทางจะรักเพื่อนน่าดู

ของบูจาราตี้เป็นแซนวิชไก่กับเห็ดซึ่งเป็นอันที่อบัคคิโอ้ซื้อมาให้ส่วนโจรูโน่เป็นของง่ายๆอย่างเบค่อนกับชีส

วันนี้อากาศค่อนข้างหนาวทำเลที่นั่งข้างๆฮีตเตอร์จึงแรร์มาก แต่เพราะมาในเวลางานนี่แหละคนมันถึงได้น้อย มือที่เย็นเฉียบของทั่งคู่แดงเถือกเมื่อมันถูกกับความร้อนจากฮีตเตอร์ ในร้านมีลูกค้าอยู่ประมาณ 3-5 คนแต่เชื่อเถอะว่าที่นี่คนเยอะกว่านี้แน่ๆ ถ้าเป็นช่วงพักของพนักงาน

 

“...คุณโดดงานบ่อยๆเหรอ?”

เด็กน้อยเริ่มบทสนทนา แต่มันก็น่าสงสัยจริงๆนั่นแหละ ทำไมผู้จัดการอย่างบูจาราตี้ถึงได้กล้าโดดงานต่อหน้าเด็กใหม่อย่างเขา บูจาราตี้ควรจะรักษากฎระเบียบเพื่อเป็นตัวอย่างให้ลูกน้องไม่ใช่เหรอ?

 

“จะบ้าเรอะ...ฉันเป็นผู้จัดการจะโดดงานได้ยังไง”

 

“ที่ทำอยู่นี่ไม่เรียกโดดงานเหรอครับ?”

โบรโน่เลิกคิ้วก่อนจะถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

 

“จะเรียกอย่างนั้นก็ได้...ฉันโดดงานมาซื้อแซนวิช”

 

“....”

เจ้าเด็กใหม่ยอมอดข้าวเที่ยงเพื่อช่วยงานเขา และหมอนี่คงไม่กล้าโดดงานมาซื้อข้าวกินแน่ๆ โบรโน่ถึงได้ชวนเด็กนี่โดดงาน ทั้งๆที่เขาจะกินแซนวิชที่อบัคคิโอ้ซื้อมาให้แล้วปล่อยโจรูโน่หิวไปก็ได้แท้ๆ

 

“รีบกินซะ ฉันมีให้นายแค่ยี่สิบนาที”

 

“ขอบคุณนะครับ”

 

"แล้วก็อย่าปากโป้งล่ะ"

ท่าทางโจรูโน่จะสัมผัสความน่าหลงไหลของคุณผู้จัดการได้ไม่หมดในคืนเดียว ยาเสพติดที่มี่ชื่อว่าโบรโน่บูจาราตี้ มันออกฤทธิ์แรงเกินกว่าที่เด็กน้อยจะรับมือ

ต่อให้เขาไม่เจอกับคุณผู้จัดการที่บ่อนพนันในคืนนั้น โจรูโน่ก็คงจะหลงรักคนตรงหน้าได้ไม่ยากอยู่ดีนั่นแหละ

 

“แต่...ที่คุณกล้าทำแบบนี้ แสดงว่าเคยโดดงานมาก่อนสินะครับ?”

 

“....ก็ไม่บ่อยหรอก ฉันเคยโดดงานครั้งล่าสุดก็เมื่อสองปีที่แล้ว มีไอ้บ้าคนนึงลากฉันออกจากออฟฟิศเพื่อพาฉันไปนอน ฮะๆๆ”

บูจาราตี้แสดงความสุขออกมาผ่านใบหน้าอย่างชัดเจนเมื่อได้เล่าเรื่องนี้ให้เขาฟังราวกับมันเป็นเรื่องตลกแต่โจรูโน่กลับขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจนักเพราะเรื่องที่ผู้จัดการเล่ามันฟังดูเป็นไปไม่ได้เลย

 

“เรื่องจริงเหรอครับ?”

 

“ทำไมฉันต้องโกหกล่ะ”

 

“มันฟังดูเพ้อเจ้อน่ะสิ"

 

"ฮ่าๆๆ ใช่ไหมล่ะ"

 

"ใครเหรอครับที่ทำเรื่องแบบนั้น แล้วเขาทำไปทำไม?”

โบรโน่ยิ้มในขณะที่มองแซนวิชเห็ดในมืออย่างอารมณ์ดีแล้วหันไปสบตาโจรูโน่

 

“ลองเดาดูสิ นายก็รู้จักคนคนนั้นด้วยนะ”

 

“....”

 

 

 

 

 

 

ทั้งคู่ใช้ทางหนีไฟทางเดิมกลับเข้าไปแต่ท่าทางบูจาราตี้จะไม่ใช่คนเดียวที่อยากโดดงาน โจรูโน่และคุณผู้จัดการได้ยินเสียงฝีเท้าเดินลงบันไดมาจากชั้นบน ท่าทางจะเป็นรองเท้าส้นสูง

การเดินขึ้นบันไดตอนนี้เสี่ยงมากที่จะเดินสวนกันดังนั้นห้องเก็บไม้กวาดใต้บันไดจึงเป็นทางเลือกดีในการใช้หลบ

ถึงจะดูสกปรกก็เถอะ....

 

“ทางนี้”

โจรูโน่ถูกลากลงมานั่งแอบที่ห้องบันไดแคบๆอย่างช่วยไม่ได้ แต่ท่าทางเจ้าเด็กใหม่จะไม่เดือดร้อนอะไรเท่าไหร่

ผู้จัดการอย่างบูจาราตี้น่ะสิที่จะแย่ถ้าโดนจับได้

 

“ทางนี้ออกได้เหรอ?”

เสียงผู้หญิง...น่าจะเป็นผู้หญิงสองคน

 

“แหงสิ ฉันออกมาบ่อยๆ เผลอๆผู้จัดการยังไม่รู้ด้วยซ้ำทางนี้มันออกได้”

 

“ฮึ...”

บูจาราตี้แอบทำหน้ามุ้ยใส่โจรูโน่ก่อนเอาศอกกระแทกใส่เจ้าเด็กใหม่ที่หลุดขำออกมาหลังจากได้ยินสาวๆคุยกัน

 

“เอ้า รีบไปรีบกลับเดี๋ยวหายไปนานจะโดนจับได้”

 

“เออๆ”

 

"...."

 

"...."

ไปแล้ว....

 

“คิดจะซ้อมประตูบานนี้บ้างรึยังครับ?”

 

“หุบปากน่า”

ทั้งคู่ค่อยๆออกมาจากห้องใต้บันได บูจาราตี้ดูจะโล่งใจเป็นพิเศษเพราะยิ่งตำแหน่งสูงเขายิ่งต้องรักษาภาพลักษณ์ตัวเองเอาไว้ นั่นน่าอึดยิ่งกว่าแอบใต้บันไดซะอีก

 

“มีหยากไย่ติดหัวคุณน่ะ”

หมดกันภาพลักษณ์คุณผู้จัดการที่น่าเคารพ บ้าบอ!!

บูจาราตี้พยายามปัดหยากไย่บนหัวตัวเองโจรูโน่จึงจับอีกฝ่ายหันหลังแล้วหยิบออกให้อย่างเบามือ แน่นอนว่ามันติดอยู่ที่ไหล่โจรูโน่ด้วย

 

“ของนายก็มี”

หลังจากที่สำรวจความเรียบร้อยให้อีกฝ่ายเสร็จสรรพบูจาราตี้ก็ตั้งใจจะขึ้นไปทำงานต่อ ถ้าเขาไม่โดนทักซะก่อนน่ะนะ

 

“มีติดหน้าคุณด้วย”

 

“จริงเหรอ ตรงไหน--” คุณผู้จัดการถามในขณะที่ลองเอามือจับหน้าตัวเอง แต่โจรูโน่หยุดมือคู่นั้นไว้ก่อน "โจรูโน่?" ความสงสัยปรากฏบนดวงหน้าหวาแต่ไม่ทันไรเจ้าเด็กตัวแสบก็กดจุมพิตเบาๆที่ริมฝีปากสวยโดยไม่ให้โบรโน่ได้ตั้งตัวแล้วยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อได้เห็นใบหน้าจังงังนั่น

 

 

“เปล่าครับ ผมโกหก :)”

 

“.....อย่าฉวยโอกาสสิ"

 

 

 

 

16:18

“วันนี้นายทำOTไหม?”

โบรโน่ถามพลางใช้มือสางเรือนผมสีเงินของ ‘เพื่อนสนิท’ตัวเองเล่นอย่างสนุกมือแล้วยืนรอคำตอบจากคนที่นั่งวาดดราฟต์อยู่อย่างใจจดใจจ่อ แน่นอนว่าเจ้าเด็กใหม่ที่นั่งทำงานอยู่โต๊ะใกล้ๆก็ได้ยินด้วย

 

“ไม่อะ ทำไมเหรอ?”

อบัคคิโอ้ตอบสั้นๆก่อนหมุนเก้าอี้มามองดวงตาสีน้ำเงินที่อยู่ข้างหลังเขา

 

“ชวนฉันไปค้างบ้านหน่อย”

โบรโน่บอก

 

“ไปค้างบ้านฉันไหม?”

 

“ไปสิ”

อบัคคิโอ้พร้อมจะทำตามที่บูจาราตี้สั่ง ไม่ว่าคำสั่งจะมาในรูปแบบไหน

แต่....คนที่ดูหัวดื้ออย่างอบัคคิโอ้เนี้ยนะ? โจรูโน่ไม่แน่ใจว่าควรจะอิจฉาหมอนี่ดีไหม เขาดูไม่เหมือนจะเป็นคนที่มาจีบคุณผู้จัดการตามที่ทุกคนลือเอาไว้เลย เหมือนเบ๊ซะมากกว่า

 

“มีของในตู้เย็นเยอะไหม?”

 

“แทบไม่มี”

 

“....เดี๋ยวฉันซื้อเอง เย็นนี้นายอยากกินอะไร?”

 

"....."

คิ้วของโจรูโน่เริ่มขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจเห้ยๆ....เดี๋ยวๆ....ตอนแรกก็ว่าจะไม่สนแล้วแต่...

 

“เซอร์ไพรส์ฉันสิ”

อบัคคิโอ้ยิ้มเยาะ

 

"ได้"

 

"ให้ฉันไปถือของให้ไหม?"

 

"ไม่ต้อง...นอนอยู่บ้านไป"

 

"ค้าบ"

นี่มันเหมือนภรรยากับสามีเลยไม่ใช่เหรอ สรุปมันยังไงกันแน่นะสองคนนี้ ชักเริ่มไม่ชอบใจหน่อยๆแล้ว ยังไงซะเขาก็ควรระวังอบัคคิโอ้เอาไว้จนกว่าจะแน่ใจว่าคุณผู้จัดการไม่ได้คิดอะไรกับหมอนี่จริงๆ

 

"จะค้างบ้านอบัคคิโอ้เหรอ ไปด้วยดิ"

มิสต้าเข้าร่วมบทสนทนา ทันใดนั้นตาขวาของอบัคคิโอ้ก็กระตุกขึ้นเพราะเจ้าตัวกำลังหงุดหงิด

 

"คืองี้นะ...มิสต้า เวลาฉันจะกินปลาฉันชอบเอาก้างออกให้หมดก่อน"

เจ้าของเรือนผมสีเงินกัดฟันพูดก่อนจะฝืนยิ้มออกมาโดยหวังให้มิสต้าเข้าใจสิ่งที่เขาจะสื่อ

 

"แล้ว?"

ไอ้โง่...

 

"....."

 

"อ่อออออ คือแกจะบอกว่า ฉันมันก้างขวางคอใช่ไหม?"

 

"...ก็ไม่ได้โง่นี่"

.

.

.

.

 

 

 

 

16:38

โจรูโน่ตั้งใจพลาดรถบัสสายที่ตัวเองต้องขึ้นกลับบ้านแล้วแสร้งทำเป็นเดินเข้าไปหาเป้าหมายเพื่อถามเวลาตามแผนที่วางไว้

 

“โจรูโน่? ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ?”

 

“ลืมของครับ”

 

“....”

 

“พอดีแบทมือถือผมหมด พอจะรู้ไหมครับว่านี่กี่โมงแล้ว”

โบรโน่ควักโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วชูให้เจ้าเด็กใหม่ดู ทันใดนั้นดวงตาสีมรกตก็หลุบลงพื้นด้วยท่าทีหงุดหงิดเล็กๆ

 

“ทำไมเหรอ?”

 

“...ผมพลาดรถบัสน่ะครับ”

 

"เอ่อ....เสียใจด้วยสายต่อไปมาเมื่อไหร่?"

 

"อีกหนึ่งชั่วโมงครับ"

ความจริงแค่20นาทีแต่ช่วยไม่ได้นี่ ผู้จัดการมีรถเป็นของตัวเองคงไม่ค่อยได้ขึ้นรถบัสหรอก ดังนั้นน่าจะหลอกได้

 

“งั้นเหรอ...."

 

"งั้นไว้เจอกันนะครับคุณผู้จัดการ"

 

"เดี๋ยว..."

เป็นไปดั่งกลอุบาย

 

"ครับ?"

 

"วันนี้ฉันต้องไปซื้อของที่ซุป นายช่วยไปถือของให้หน่อยสิ แล้วฉันจะไปส่งนายที่บ้าน ฟังดูเป็นไง?”

ก็คิดอยู่แล้วล่ะว่าคุณผู้จัดการใจดีเกินกว่าจะปล่อยเขาให้รอรถบัสเกือบชั่วโมง โจรูโน่ถึงรู้ว่ามันจะได้ผล แต่ไอ้เรื่องใช้ไปถือของนี่เหนือความคาดหมายแฮะ

 

 

ซุปเปอร์มาร์เก็ต

ทันทีที่มาถึงผู้จัดการก็ให้เจ้าเด็กใหม่ถือตะกร้าแล้วเดินตามหลัง ส่วนเจ้าตัวก็หยิบของใส่โดยที่ไม่ได้ดูโน๊ต ดูไม่เหมือนซื้อของเข้าบ้านแฮะ

 

“ซื้อของเข้าบ้านเหรอครับ?”

 

“เอ่อ...เปล่า"

 

"...."

 

"แต่จะพูดแบบนั้นก็ไม่ผิดหรอก แค่ไม่ใช่บ้านฉันน่ะสิ”

 

“....?”

 

“เย็นนี้ฉันไปค้างบ้านอบัคคิโอ้แล้วไอ้บ้านั่นไม่มีของติดตู้เย็นอยู่เลย ฉันเลยต้องซื้อของไปทำอาหารให้หมอนั่นกิน”

 

“ทำไมไม่ให้เขามาช่วยถือของล่ะครับ ผมคิดว่าเขาเป็นเบ๊คุณซะอีก”

 

“อ่อ...ฮะๆๆ อาจจะดูเหมือนแต่เขาไม่ใช่เบ๊ฉันหรอก แซนวิชเห็ดเมื่อตอนเที่ยงฉันก็ไม่ได้สั่ง หมอนั่นแค่อ่านใจฉันได้แล้วก็ซื้อมาให้ อีกอย่างอบัคคิโอ้น่ะเหนื่อยมามากพอแล้วนี่เป็นครั้งแรกในรอบปีเลยนะที่เขาไม่ทำOT ตอนนี้หมอนั่นคงหลับไปบนโซฟา โดยที่ไม่ได้ทานมือเย็น เพราะงั้นฉันถึงไม่อยากใช้งานเขาเท่าไหร่”

 

“อ่านใจกันได้เหรอ?”

 

"ฮะๆ ประมาณนั้นล่ะ"

คุณผู้จัดการหยิบน้ำมันมะกอก พาสต้า ปลาหมึกแช่แข็ง แล้วก็มากาเร็ตต้าพิชช่าแช่แข็งใส่ตระกร้าก่อนจะหันมาถามโจรูโน่

 

“ชอบช็อกโกแลตรึเปล่า?”

 

“....”

เด็กน้อยผงกหัวแทนคำตอบ โบรโน่จึงหยิบมันใส่ตะกร้าด้วยก่อนจะเดินไปที่โซนแอลกอฮอล์แล้วหยิบไวน์ขาวมาราวกับรู้ว่าควรหยิบยี่ห้อไหน

 

“คุณกับอบัคคิโอ้ เป็นแค่เพื่อนจริงๆเหรอ หรือคุณไม่รู้ว่าเขาชอบคุณอยู่”

 

“หึ...ใครบ้างไม่รู้ล่ะ ขนาดเด็กใหม่อย่างนายยังรู้เลย”

 

“แล้วไปค้างบัานเขาทั้งๆที่รู้แบบนั้น ไม่กลัวว่าเขาจะทำอะไรเหรอ?”

 

"อบัคคิโอ้น่ะอาจจะดูกระด้างในสายตาคนอื่นแต่เขาไม่กล้าขโมยจูบฉันด้วยซ้ำถ้าฉันไม่อนุญาต"

 

"...."

รู้สึกเหมือนโดนว่าเลย

 

"แต่รู้อะไรไหม ที่อบัคคิโอ้ไม่กล้าทำอะไรฉันไม่ใช่เพราะเขาไก่อ่อนหรอก เพราะเขาแคร์ฉันต่างหาก"

 

"แล้วพวกคุณเคยทำเรื่องอย่างว่ากันแล้วเหรอ?"

 

“....ก็ต้องเคยสิ"

 

"...."

คงไม่ใช่แค่เพื่อนธรรมดา นั่นสิ...สนิทถึงขั้นอ่านใจกันได้ มันจะไปเป็นแค่เพื่อนสนิทเฉยๆกันได้ยังไง

โจรูโน่รู้สึกโกรธทั้งๆที่ไม่มีสิทธิ์ คุณผู้จัดการพูดแบบนั้นออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย ไม่สนเลยว่าเขาจะคิดยังไงกับเรื่องนี้...

แต่...ก็นั่นสินะ ในสายตาคุณผู้จัดการ โจรูโน่เป็นแค่ลูกน้องที่เคยวันไนท์สแตนด์ด้วยก็เท่านั้น เขาจะสนเรื่องความรู้สึกของโจรูโน่ทำไมล่ะ ไม่ได้เป็นอะไรกันซักหน่อย

 

"แค่นี้แหละ...ไปจ่ายเงินกัน"

 

"....."

เจ็บหน้าอก...ก่อนหน้านี้โจรูโน่เคยเป็นคนที่สามารถแยกความรักกับเซ็กซ์ได้อย่างชัดเจนแต่กับคุณผู้จัดการ ...ทั้งๆที่รู้ว่าหึงไม่ได้เด็กน้อยกลับต้องมาพยายามอย่างมากในการกักเก็บอารมณ์ของตัวเอง

อารมณ์ของเขามันควบคุมได้ยากตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...?

พอกันที...

ทำไมคนที่ฉลาดอย่างโจรูโน่ต้องมารู้สึกแย่กับการไม่ได้ครอบครองคนแค่คนเดียวด้วย มีคนอีกตั้งมากมายไม่ใช่เหรอที่อยากเข้าหาเขาน่ะ โจรูโน่ไม่มีเหตุผลที่จะต้องมายึดติดกับคนคนเดียว ดังนั้น--

 

“เอ้านี่!"

 

"ครับ?"

 

"ถือเป็นค้าแรง”

คุณผู้จัดการยื่นช็อคโกแลตให้พร้อมยิ้มหวานหลังจากจ่ายเงินเสร็จสรรพ

 

“....”

ช็อคโกแลต...นั่นสินะผู้จัดการตั้งใจซื้อให้นี่

 

"ยังอยู่ไหมโจรูโน่?"

อาการน้อยใจของเด็กน้อยเมื่อครู่ถูกพัดกระเด็นออกไปในพริบตาด้วยรอยยิ้มจากคนตรงหน้ากับช็อคโกแลตของโปรด ยาเสพติดที่มือชื่อว่า โบรโน่ บูจาราตี้ ท่าทางจะไม่ใช่ยาที่เลิกเสพได้ง่ายๆ

 

"ครับ"

 

“เป็นอะไร อยู่ๆก็จังงัง ว่าแต่จะเอาไหม?”

แถมผลข้างเคียงยังน่ากลัวด้วย...โจรูโน่จังงังขึ้นมาหลังจากไม่ได้เป็นมานาน ทำไมถึงได้เป็นหนักขนาดนี้นะ

 

“...ขอบคุณครับ”

เด็กน้อยรับช็อกโกแลตมาไว้ในมือโดยที่ยังจ้องคุณผู้จัดการไม่วางตา

ยาเสพติดอันตราย เสพไปก็มีแต่ผลเสีย

ถึงจะรู้แบบนั้นแต่โจรูโน่ก็เสพติดคุณผู้จัดการไปแล้ว

 

“เอาล่ะ ทีนี้บ้านนายอยู่ไหน?”

 

"...."

เออ ก็ได้! จีบต่อก็ได้! เรื่องผู้หญิงโจรูโน่ก็ช่ำชองพอตัวแหละน่า ถึงรายนี้จะไม่ใช่ผู้หญิงก็เถอะ

 

 

 

 

 

 

บ้านอบัคคิโอ้

“ฉันคิดไปเองรึเปล่า แต่ไอ้เด็กใหม่มันชอบมาจุ้นจ้านกับนายจังเลย”

 

“คงงั้นล่ะมั้ง”

บูจาราตี้ตอบอย่างไม่ใส่ใจนักในขณะเก็บของที่ซื้อมาใส่ตู้เย็นให้อบัคคิโอ้

 

“เห้ย...”

แต่อบัคคิโอ้ใส่ใจมันน่ะสิ หน้าของเขาในตอนนี้มันบอกชัดเลยว่า ‘ฉันกำลังหึงอยู่ กรุณาง้อด้วย ไอ้บื้อ!’

 

“ฮ่าๆๆ นึกว่านายจะชินแล้วซะอีก”

 

“นี่ก็ชินสุดๆแล้วเพราะถ้าไม่ชิน ฉันกับหมอนั่น คงได้มีต่อยกันบ้าง”

โบรโน่หันขวับไปชักสีหน้าใส่เลโอเน่แล้วพูดด้วยใบหน้าเอาเรื่อง

 

“ถ้าทำแบบนั้นฉันสั่งพักงานนะ!”

 

“พูดเหมือนกลัว”

คนผมสีเงินยักไหลอย่างไม่ยี่หระนัก

 

“แล้วฉันก็จะโกรธด้วย!”

 

“โอเค อันนี้น่ากลัวแฮะ...”

หลังจากเก็บของใส่ตู้เย็นเสร็จ คุณแม่....ไม่สิ บูจาราตี้ก็เริ่มเตรียมตัวทำมื้อเย็นให้อบัคคิโอ้ ให้ตายสิหมอนี่แช่จานเอาไว้อีกแล้ว

 

“ล้างจานด้วย! ฉันอุตส่าห์ซื้อของโปรดนายมาให้ตั้งสองอย่าง ดังนั้นทำตัวดีๆหน่อย!”

 

“ครับแม่”

 

“แล้วก็เลิกแซวฉันด้วย ไอ้เย็*แม่”

 

“หึ...เดี๋ยวคืนนี้ฉันได้เป็นไอ้เย็*แม่จริงๆแน่”

อบัคคิโอ้หยิบฟองน้ำขึ้นมาล้างจานตามที่ขุ่นแม่สั่งส่วนขุ่นแม่ก็พับแขนเสื้อแล้วเริ่มทำอาหารเย็น

.

.

.

 

 

 

 

 

วันต่อมา 12:45

“นี่นาย... จะไม่กินข้าวเที่ยงจริงดิ”

 

“ฉันทำบ่อยจนชินแล้วน่า”

 

“นายไม่ควรชินกับมัน"

 

"ถึงนายจะพูดยังไงฉันก็ต้องทำงานนี้ให้เสร็จ"

 

"...."

สุดท้ายบูจาราตี้ก็ต้องมาต่อคิวที่ร้านแซนวิชยาวเหยียดหนาวก็หนาวด้วย! ถ้าอบัคคิโอ้ยอมออกมาทานข้าวที่ร้านอาหารใกล้ๆคงไม่ต้องรอนานขนาดนี้เพราะที่นั่นค่อนข้างแพงกว่าแซนวิชแต่เพราะมันแพงคนเลยน้อยข้อจำกัดคือห่อกลับบ้านไม่ได้ต้องกินในร้านเท่านั้น

อบัคคิโอ้ไม่ได้จนขนาดนั้น เงินเดือนเขาพอๆกับโบรโน่เพราะทำงานมานานแล้วงานก็ดีมากด้วย แต่ทำงานถึงขั้นไม่ห่วงสุขภาพตัวเองนี่ไม่ตลกเอาซะเลย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะที่เขาต้องมาบ่นให้อบัคคิโอ้ฟังเรื่องนี้

ไอ้บ้านั่นนั่นพอกลับจากทำงานก็กระโดดใส่เตียงแล้วก็หลับไปโดยไม่ได้ทานข้าวเย็น

ถ้าไอ้บ้าอดข้าวเที่ยงอีกแปลว่าทั้งวันมันกินข้าวแค่มือเดียว ทำไมถึงเป็นคนแบบนี้นะ!

 

หลังจากต่อคิวมานานแรมปีในที่สุดถึงคิวเขาซักที อบัคคิโอ้ชอบไวน์ขาวกับมากาเร็ตต้าพิซซ่า แต่ถ้าเป็นแซนวิช หมอนั่นไม่เรื่องมากอยู่แล้ว ดังนั้นเอาแฮมชีสสุดเบสิกไป ข้อหาทำเขาเป็นห่วงด้วยการอดข้าว

 

“คุณผู้จัดการครับ?”

 

“....”

 

“....”

โจรูโน่....

 

“ทำไมถึงได้ที่นั่งข้างฮีตเตอร์ได้ล่ะ!?”

 

“อยากถามเรื่องนั้นเองหรอกเหรอครับ=_=”

 

“เฮ้อ...นายนี่โชคดีจังนะ”

 

“ฮะๆ คุณก็โชคดีนะครับ เพราะผมกำลังจะชวนคุณมานั่งด้วย”

 

“แย่จังนะ พอดีช่วงนี้ฉันทำงานเสริม ส่งข้าวน่ะ”

คุณผู้จัดการว่าพลางชูแซนวิชสองอันในมือให้เจ้าเด็กใหม่ดูก่อนทำท่าถ้าจะเดินกลับออฟฟิศ แน่นอนว่าโจรูโน่ไม่ยอมง่ายๆหรอก

 

“ผู้จัดการครับ”

 

“....?”

 

“...ผมอยากให้คุณนั่งด้วย”

 

"ฉันต้องส่งข้าว"

 

"ผมเหงาครับ"

เห้ยๆ จะพูดแบบนั้นด้วยใบหน้าตายๆเนี้ยนะ แล้วนี่มันต่างอะไรจากการกดดันล่ะ....ไอ้เด็กนี่พยายามกดดันเขาอยู่ใช่ไหมเนี้ย?

 

“...นายนี่ไม่หาเพื่อนเลยรึไง?”

สุดท้ายบูจาราตี้ก็นั่งลงตรงที่นั่งฝั่งตรงข้ามของโจรูโน่อย่างช่วยไม่ได้ ครั้งนี้โจรูโน่ไม่ได้วางแผนอะไร เขาแค่ชวนอย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น ถึงจะดูเหมือนการบังคับด้วยสายตาก็เถอะ

 

“ผมแค่ไม่ถูกกับการไปไหนเป็นกลุ่มน่ะ”

 

“แล้วชวนฉันเนี้ยนะ”

 

“สองคนไม่ถือว่าเป็นกลุ่มครับ”

นั่นสินะ ถ้าจะอยู่กลุ่มมิสต้าเวลาไปไหนมิสต้าจะต้องพกนารันช้ากับฟูโก้ไปด้วย อบัคคิโอ้ก็เป็นเพื่อนพวกนั้นแต่ที่ไม่ชอบไปไหนมาไหนด้วยก็เพราะพวกนั้นเสียงดังจนน่ารำคาญ มิสต้ากับนารันช่าเป็นคนลูกบ้าเยอะก็เลยต้องมีฟูโก้ไปคอยห้ามตลอด สามคนนี้เลยตัวติดกันถ้าโจรูโน่จะเข้ากลุ่มกับสามคนนั้นก็ต้องรับความบ้าบอของมิสต้าตอนอยู่กับนารันช่าให้ได้

 

“ก็จริง”

คุณผู้จัดการเอามืออังฮีตเตอร์ ที่ร้านนี้คงงกค่าไฟมากเพราะเล่นเปิดซะเบาทำให้ในร้านยังหนาวอยู่ ยืนหนาวต่อคิวยาวเหยียดเพื่อแซนวิชอันเดียว... บ้าบอ! อบัคคิโอ้ทำได้โดยไม่บ่นซักคำตอนที่บูจาราตี้ ไม่ยอมทานข้าวเที่ยง ต้องนับถือเขาเลย

 

“เงินเดือนคุณก็เยอะนะ ทำงานเสริมส่งข้าวด้วยเหรอ?”

 

“ฉันประชด ของอบัคคิโอ้นั่นแหละ ไอ้บ้านั่นไม่ยอมออกมากินข้าวทั้งๆที่ฉันเป็นคนชวน ปากก็บอกว่าชอบฉันแท้ๆ”

ฉึก!!

คุณผู้จัดการกำลังเอามีดเล่มใหญ่ที่เรียกว่าคำพูดเสียบใส่เจ้าเด็กใหม่โดยที่ไม่รู้ตัว ให้ตายสิ...โดนคุณผู้จัดการชวนไปทานข้าวแล้วยังสามารปฏิเสธได้หน้าตาเฉย ทำไมอบัคคิโอ้ถึงได้โชคดีนักนะ

 

“ถ้าอยากให้เขาเชื่อฟัง....ทำไมคุณถึงไม่คบกับเขาไปเลยล่ะครับหรือว่ากลัวเสียเพื่อน?”

 

“...ฉันมีเหตุผลของฉัน และมันไม่เกี่ยวกับนาย”

และมันไม่เกี่ยวกับนาย

และมันไม่เกี่ยวกับนาย

และมันไม่เกี่ยวกับนาย

 

รอบที่แล้วมีด....รอบนี้น่าจะปืนกล...

เหตุผลของบูจาราตี้มันใช่อะไรธรรมดาอย่างการกลัวเสียเพื่อนแน่ๆ ไม่งั้นคุณผู้จัดการคงบอกโจรูโน่ตรงๆไปแล้ว

 

"เจ็บครับ"

 

"ขอโทษ.... เอาเป็นว่าอย่าถามฉันเรื่องนี้ดีกว่า"

 

"...."

มีมุมแบบนี้ด้วยเหรอเนี้ย

 

"นายก็มีคนมาจีบเยอะไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมานั่งคนเดียวได้ล่ะ"

 

"ผมมีเหตุผลของผมครับ และมันเกี่ยวกับคุณด้วย"

 

"เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ?"

 

"....."

เจ้าเด็กใหม่เลื่อนมือไปจับมือที่เย็นกว่าของคู่สนทนาไว้ โบรโน่เองก็ไม่ได้โง่ เขาพอจะรู้ตัวว่าเด็กนี่กำลังสนใจเขาแต่ก็ไม่ได้แน่ใจว่ามากน้อยแค่ไหน

 

“อะไรล่ะ อยากเป็นเบ๊ฉันแบบอบัคคคิโอ้รึไงถึงได้พูดแบบนี้?”

 

“หึ...คุณจะคุมผมได้แบบที่คุมเขาเหรอ?”

โจรูโน่กดริมฝีปากลงบนมือคุณผู้จัดการแล้วตวัดสายตาคมกริบนั่นขึ้นมามองเขาแน่นอนว่าดวงตามรกตคู่นั่นทำเจ้าของเรือนผมสีดำขลับเสียอาการได้ เด็กนี่น่าสนใจ...โบรโน่รู้เรื่องนั้น เด็กนี่ต้องการเขา โบรโน่ก็รู้เรื่องนั้นด้วยเช่นกันแต่เขาไม่รู้หรอกว่าเด็กนี่ต้องการเขาในฐานะอะไร

แค่คู่นอนเหรอ หรือมากกว่านั้น

 

“FWB ฉันว่ามีคนเดียวก็พอแล้วนะ”

 

“....”

 

“มีสาวๆในออฟฟิศอีกตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ ที่อยากเดตกับนาย--!!!” คุณผู้จัดการชักมือกลับหลังจากโจรูโน่เลียไปที่นิ้วโป้งเขา นั่นคงตอบได้แล้วว่าเด็กนี่จะไม่ยอมล้มเลิกความคิดง่ายๆ "อย่างน้อยก็เตือนกันก่อนได้ไหม?"

 

"มันน่ารักดีตอนคุณเสียอาการ"

 

"...."

ก็ได้...จะเอาอย่างนั้นก็ได้....

โบรโน่มองไปที่เจ้าเด็กใหม่หน้าตายก่อนจะเลียนิ้วโป้งตัวเองซึ่งเป็นจุดที่โจรูโน่เคยเลียก่อนหน้านี้ นั่นจึงเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นไอ้เด็กนี่เสียอาการ

 

"คุณผู้จัดการการ..."

 

“ฉันจะไปส่งข้าวแล้ว นายอย่าไปทำงานสายล่ะ”

 

“....ครับ”

เด็กน้อยมองแผ่นหลังที่เดินจากไปด้วยใบหน้าที่ยังขึ้นสีไม่หายเพราะเลือดสูบฉีด ผลข้างเคียงจากยาเสพติดที่มีชื่อว่าโบรโน่บูจาราตี้ มันทำเขาจังงังอีกแล้ว....

.

.

.

.

 

"ต่อคิวนานนะนั่น"

 

"ถ้ารู้แบบนั้นก็ควรมาด้วยกันตอนที่ฉันชวนสิ"

 

"โกรธเหรอ?"

 

"....เคลียร์งานของนายไปเถอะ หวงกราฟนักนี่"

 

"...."

ก็อยากวิ่งไปง้ออยู่หรอกแต่เขาอยากปิดจ็อบลูกค้ารายนี้ให้ได้ก่อน

และนั่นแหละคือสิ่งที่อบัคคิโอ้ทำพลาด

.

.

 

“โจทย์ของลูกค้ารายนี้จะยากหน่อยถ้าทำไม่ได้ให้บอกนะ แต่ถ้านายทำได้คงมีขึ้นเงินเดือน”

 

“ถ้าผมทำไม่ได้คุณจะให้ใครทำ”

หลังได้ยินคำถามของโจรูโน่คุณผู้จัดการหันไปมองมิสต้า ทันใดนั้นหมอนั่นก็ชักสีหน้าทันที

 

“งานฉันยุ่งอยู่แล้วอย่าหางานให้ฉันเพิ่มล่ะ”

มิสต้าว่า

 

“ไม่ก็ฟูโก้”

คุณผู้จัดการลองหันไปหาคนที่พอจะมีความรับผิดชอบอย่างฟูโก้บ้างทันใดนั้นฟูโก้ก็ทำหน้าไม่ต่างจากมิสต้าเลย

 

“หยุดเลยนะ”

ไอ้พวกนี้เกี่ยงกันอีกแล้ว ทีมงานคุณภาพซะจริง

 

“....นายเป็นคนมีความสามารถ ฉันว่านายทำได้อยู่แล้ว ไม่ต้องถึงมือพวกนั้นหรอก เกี่ยงงานกันเก่งเหลือเกิน”

 

"ขุ่นแม่!"

ฟูโก้โวยวาย

 

“แม่ อย่าด่าหนูสิ!”

 

มิสต้าก็ไม่ต่างกัน

 

“พยายามเข้าล่ะโจรูโน่”

 

"เดี๋ยวครับ"

 

"....?"

ก่อนคุณผู้จัดการจะไปเจ้าเด็กใหม่จับแขนเขาไว้ก่อน

 

“ขอช่องทางติดต่อได้ไหมครับ?”

 

“ใช้เมลก็ได้นี่”

โจรูโน่จับแขนผู้จัดการเอาไว้อยู่อย่างนั้นจนอีกฝ่ายเริ่มรู้ตัว

 

“....”

 

“....นี่ไม่ใช่เรื่องงานใช่ไหม?”

มิสต้า ฟูโก้ นารันช่า และแน่นอนอบัคคิโอ้หันมามองโจรูโน่กับคุณผู้จัดการด้วยความขี้เสือกเต็มพิกัด

 

“ไม่ใช่เรื่องงานครับ”

 

“.....”

อบัคคิโอ้รู้ดีว่าโบรโน่ไม่ใช่คนที่จะให้เบอร์กับใครง่ายๆถ้าไม่ได้สนิทจริงแต่เรื่องเหนือความคาดหมายก็เกิดขึ้น

 

"เขียนบนมือได้ใช่ไหม?"

 

"ได้ครับ"

คุณผู้จัดการหยิบปากกาแล้วเขียนเบอร์ตัวเองลงบนมือเจ้าเด็กใหม่ ตามที่เด็กนั่นขอทันใดนั้นรังสีอำมหิตสุดน่ากลัวออกมาจากอบัคคิโอ้จนหลายคนแถวนั้นสังเกตได้ไม่ยาก

ยังไงก็ตามผู้จัดการก็ดูไม่สนใจคนที่นั่งทำหน้ายักษ์ตาขวางอยู่เลย นั่นสินะ... บางทีเลโอเน่ก็เกือบลืมว่าตัวเองแม่งอยู่ในFriend Zone

 

“ปล่อยไปแบบนั้นจะดีเหรอ อบัคคิโอ้”

นารันช่าเข้ามาถามด้วยท่าทีเป็นห่วง

 

"รู้จักกันไม่นานแต่ให้เบอร์แบบนี้ ฉันว่าไม่ใช่เล่นๆ"

มิสต้าเสริม

 

“ทำไมพูดเหมือนฉันมีสิทธิ์ล่ะ ฉันเป็นแค่เพื่อนสนิทหมอนั่นนะ”

 

“ฉันไม่เห็นเข้าใจพวกนายสองคนเลย ขนาดนี้แล้วยังไม่มีสิทธิ์อีกเหรอ”

 

“....”

เรื่องนี้มันซับซ้อนเกินกว่าที่นารันช่าจะเข้าใจอบัคคิโอ้จึงไม่คิดจะอธิบาย แต่ที่แน่ๆ... บูจาราตี้ต้องโมโหจริงๆนั่นแหละถึงได้ทำแบบนี้ ยังไงก็ต้องเคลียร์หน่อย...

.

.

.

 

 

“มีอะไร?”

 

“ฉันขอเดาว่านายโกรธฉันอยู่ แค่เพราะฉันไม่ไปกินข้าวด้วยเนี้ยนะ?”

สมเป็นเพื่อนสนิท เขารู้ดีว่าที่โบรโน่ให้เบอร์กับโจรูโน่ไป เป็นเพราะตั้งใจประชด

 

“ก็ไม่ได้ขอให้นายมาสนนี่”

ท่าทางจะยังโกรธอยู่ด้วย

 

“ทำไมพูดแบบนั้น นายก็รู้ว่าฉันสนแต่นาย”

 

“กับกราฟการทำงานนั่น... หึ ยินดีด้วยก็แล้วกันท่าทางจะปิดจ็อบได้แล้วล่ะสิ ถึงได้สนใจฉันขึ้นมา”

อบัคคิโอ้ไม่เคยทำกราฟการทำงานตัวเองตก โบรโน่เองก็รู้ดีว่าหมอนี่แคร์เรื่องกราฟการทำงานของตัวเองมากแค่ไหน ลูกค้าทุกคนที่อบัคคิโอ้มีหน้าที่รับผิดชอบ เขาปิดจ๊อบได้ทุกครั้ง ดังนั้นบนกราฟการทำงานของหมอนี่ถึงไม่มีตำหนิอยู่เลย และอบัคคิโอ้ต้องการให้มันไม่มีตำหนิแบบนี้ต่อไป มีหลายครั้งที่เขาทำงานจนลืมแคร์สุขภาพตัวเองนั่นแหละที่โบรโน่ไม่ชอบ

คนบ้าไรกินข้าววันละมื้อ

 

“ทำไมอยู่ๆถึงงี่เง่า นายเองไม่ใช่เหรอที่บอกว่าเราเป็นแค่เพื่อน”

มีไม่กี่ครั้งหรอกที่บูจาราตี้จะทำตัวงี่เง่าแต่อบัคคิโอ้ก็ตามง้อตลอดแม้ไม่ได้เป็นอะไรกัน การที่อบัคคิโอ้พูดแบบนี้ไม่ต่างจากการบอกโบรโน่ว่าเขาเหนื่อยแล้ว

นั่นทำให้ทุกอย่างแย่ลง

 

“ใช่...เราเป็นแค่เพื่อน ฉันถึงได้บอกไงว่าไม่ต้องมาสน”

 

“ไม่ให้สนได้ไง! แล้วให้เบอร์ไอ้เด็กนั่นไป ถ้ามันทักมาจีบจะทำไง"

 

"ก็นั่นสินะ....โจรูโน่ยิ่งคารมดีอยู่ซะด้วย"

 

“....”

แต่อบัคคิโอ้ก็ไม่ผิดถ้าจะเหนื่อยที่ต้องมาคอยตามง้อตลอด แล้วตอนนี้คนตรงหน้าถึงขั้นแสดงท่าทีว่าสนใจคนอื่น

ไม่เกินไปหน่อยเหรอ

 

 

“ตัวเลือกนายนี่เยอะดีนะ... คงเบื่อฉันแล้วล่ะสิ”

 

“....”

 

“วันนี้ฉันลางาน”

 

ปัง!

เลโอเน่ตรงไปหยิบประเป๋าที่โต๊ะแล้วเดินออกมาจากที่ทำงานโดยไม่สนสายตาคนรอบข้าง

 

“นายจะไปไหนน่ะ?”

นารันช่าถูกคนที่กำลังโมโหเมินเจ้าของเรือนผมสีเงิน ทั้งเศร้า ทั้งโกรธ ทั้งหงุดหงิดปนกันมั่วไปหมด อบัคคิโอ้โมโหจนลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมไปว่ามีความสุขแค่ไหนตอนที่ปิดจ็อบงานได้ ลืมไปว่าคุณผู้จัดการคนเก่งคนนั้นจะงี่เง่ากับเขาแค่คนเดียว

และลืมไปว่าในตอนที่เผลอปล่อยมือโบรโน่ อาจจะมีอีกคนที่พร้อมจะจับมือเขาเอาไว้

 

 

 

“ไม่ว่าธุระของนายจะเป็นอะไร ขอล่ะ....ไม่ใช่ตอนนี้”

โจรูโน่เห็นที่อบัคคิโอ้เดินออกมาหัวฟัดหัวเหวี่ยง เขาพอจะเดาได้ว่าทั้งคู่ทะเลาะกัน

 

“.....”

เจ้าเด็กผมบลอนไม่ได้พูดอะไร เขาแค่เดินเขามาหาคนที่นั่งเอาหน้าแนบโต๊ะเงียบๆเท่านั้น หน้าจอคอมของโบร่โน่มีรูปทิวทัศน์ขึ้นฉายซ้ำไปซ้ำมาเกิดจากการปล่อยหน้าจอทิ้งไว้นานๆโดยไม่แตะเมาส์หรือคีย์บอร์ดเลย

 

“....”

 

“คุณโอเคไหม?”

โจรูโน่ทำลายความเงียบด้วยการเริ่มบทสนทนาแม้อีกฝ่ายจะดูไม่อยากคุยกับเขาซักเท่าไหร่ก็ตาม

 

“ออกไป”

 

“แล้วจะให้ทิ้งคุณอยู่คนเดียวเหรอ?”

เจ้าเด็กใหม่นั่งกึ่งยืนบนโต๊ะของคุณผู้จัดการแล้วมองคนที่สภาพเหมือนโดนทิ้งอยู่อย่างนั้น

 

“....”

 

“ฟังดูเหมือนเรื่องที่แย่ที่สุดเลย”

บูจาราตี้เริ่มเงยหน้าขึ้นมาแต่ยังคงไม่ยอมสบตาคนที่อยู่ข้างๆ เจ้าเด็กใหม่ไม่ได้คาดหวังให้คุณผู้จัดการตอบอะไร เขาแค่ไม่อยากให้อีกฝ่ายอยู่คนเดียวก็เท่านั้น

 

“ทำไมฉันถึงได้งี่เง่ากับเขานะ...ทั้งๆที่ฉันเองก็รู้ดีว่าเขาหวงกราฟการทำงานของตัวเองมากแค่ไหน”

 

“เขาก็มีสิทธิ์จะหวงกราฟการทำงานของตัวเอง แต่เขาไม่มีสิทธิ์หวงคุณ คุณไม่ผิดหรอกที่ให้เบอร์กับผม”

 

“....ที่หมอนั่นโกรธเพราะหมอนั่นรู้ว่าฉันทำเพื่อประชด ซึ่งมันก็จริง”

 

“....”

 

“ขอโทษที่ใช้นายประชดหมอนั่นนะ....”

 

“ไม่เป็นไรครับ”

 

“...”

 

“คืนนี้ดื่มกับผมไหม? ผมไม่อยากให้คุณอยู่คนเดียว”

เจ้าของดวงตาสีน้ำเงินหันมาสบตาคนข้างๆ ท่าทางของโบรโน่ตอนนี้เหมือนลูกแมวโดนทาสเมิน แต่ดูเหมือนว่าลูกแมวตัวนี้จะไม่ได้มีทาสแค่คนเดียว

 

“....อือ”

หลังเลิกงานทั้งคู่มาที่ผับใกล้ๆคาสิโน มันเป็นผับเล็กๆไม่ได้เสียงดังอะไร คุณผู้จัดการเป็นคนเลือกผับนี้ด้วยตัวเองแต่เขาก็ยังคงดูซึมๆอยู่ แถมดื่มเข้าไปน้อยมากๆจนโจรูโน่แอบกลัวว่าเขาจะเบื่อ

 

“ไม่ชอบไวน์เหรอครับ”

 

“เปล่าแค่....ถ้าฉันเมา...จะขับรถกลับได้ยังไง พรุ่งนี้ยังต้องทำงานอีก ไม่อยากแฮงค์ด้วย”

 

“เปิดห้องได้นี่ครับถ้าขับรถกลับไม่ไหว”

ในที่สุดโบรโน่ก็ยิ้มบ้างแล้ว... ต้องยอมรับเลยว่าเขาหยุดมองคุณผู้จัดการไม่ได้จริงๆ มือสวยจับผมสีดำขลับข้างแก้มเอาไว้ในขณะยกไวน์ขาวขึ้นจิบ

 

“หึ นี่นายคิดจะมอมเหล้าฉันเหรอ? ติดใจฉันขนาดนั้นเชียว”

คุณผู้จัดการหยอกเขาเล่นด้วยการแซวน้อยๆพลางใช้มือลูบไปบนอกของเจ้าเด็กใหม่ โจรูโน่แพ้รอยยิ้มของคนตรงหน้า ไม่ว่ามันจะเป็นรอยยิ้มแบบไหนเขาก็ต้องการที่จะมองมัน...ไม่สิ ไม่ใช่แค่รอยยิ้ม

เขาต้องทุกอย่างของคุณผู้จัดการ...

 

“ผมอยากทำแบบนั้นนะ ถ้ามันทำให้คุณอยู่กับผม”

 

“.....”

อาจจะด้วยความจะด้วยความจังงังไม่ก็เมา เด็กน้อยเผลอพูดสิ่งที่ตัวเองต้องการที่สุดออกไปให้อีกฝ่ายได้ยิน เจ้าของเรือนผมสีทองค่อยๆจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนตรงหน้าในขณะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ๆอีกฝ่ายเพื่อดูท่าทีก่อนกดจุมพิตลงบนริมฝีปากสีชมพูหวาน โจรูโน่ประคองแก้มคนตรงหน้าไว้ในขณะชิมรสชาติไวน์ขาวบนริมฝีปากสวย ทุกๆอย่างมันเหมือนกับคืนนั้น ต่างกันที่ว่าครั้งนี้ คุณผู้จัดการเต็มใจจะจูบกับเขา

แม้จะไม่ได้เมาแต่ทั้งสองคนก็ตัดสินใจจะเปิดห้อง เสื้อผ้าของคุณผู้จัดการกองอยู่ข้างล่างเตียงส่วนเจ้าของเสื้อผ้านอนอยู่ใต้ร่างโจรูโน่

เด็กน้อยเลิกเสื้อซับในลายลูกไม้สีดำตัวสวยลงแล้วใช้สายตามองทุกส่วนของอีกฝ่าย ทำไมดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้นถึงชอบเลี่ยงที่จะสบตากับเขานัก

 

“มองผมสิ”

 

“....”

คุณผู้จัดการทำตามที่เขาสั่ง เจ้าของเรือนผมสีบลอนใช้มือประคองแก้มอีกฝ่ายไว้ เขากำลังมองโบรโน่ด้วยสายตาเว้าวอนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พอมาอยู่ในช่วงเวลาแบบนี้แล้วมันก็ทำให้เขานึกถึงครั้งแรกที่เขาได้มีอะไรกับผู้จัดการ

เขาถูกอีกฝ่ายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย...ในตอนนั้นทุกอย่างมันว่างเปล่าไปหมด เหมือนมีรูโหว่ที่กลางอกเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองต้องการอีกฝ่ายจนกระทั้งได้เห็นคุณผู้จัดการหายไป

โจรูโน่ไม่อยากรู้สึกแบบนั้นอีก

 

“ถ้าตอนเช้ามาถึง... คุณช่วยอยู่เจอผมก่อนได้ไหม?”

 

“....”

 

“ได้โปรด...อย่าทิ้งผมไปเหมือนตอนนั้นนะ”

 

“โจรูโน่...?"

โบรโน่ค่อยๆยันตัวเองลุกขึ้นนั่งแล้วกอดเด็กน้อยตรงหน้าเอาไว้อย่างปลอบประโลม

เขาไม่คิดว่าในตอนนั้น ตอนที่เขาอยากไปให้พ้นๆหน้าโจรูโน่มากที่สุด มันดันเป็นช่วงเวลาที่เด็กคนนี้อยากจะเจอเขามากที่สุด

 

"อยู่กับผมนะ..."

.

.

.

 

 

 

ผมสีทองถูกปรกอยู่บนหมอนสีขาว เด็กน้อยลืมตาตื่นขึ้นมาโดยที่ยังเห็นเรือนร่างของคนตรงหน้านั่งกึ่งนอนเช็คมือถืออยู่เงียบๆ คุณผู้จัดการใส่เสื้อผ้ายังไม่เรียบร้อยดีมีแค่เสื้อชั้นในลายลูกไม้กับเสื้อเชิ๊ตขาวเท่านั้นที่เขาสวมผมก็ยังเปียกและยุ้งเล็กๆหน้าม้าแตกเพราะไม่ได้เซตเป็นทรง นี่เขาพึ่งอาบน้ำมาเหรอ? โจรูโน่ค่อยๆเอื้อมมือไปจับแขนคนตรงหน้าไว้เพื่อดึงความสนใจอีกฝ่ายจากหน้าจอมือถือแล้วยิ้มให้ทั้งๆที่ยังไม่ตื่นดี

 

“อรุณสวัสดิ์ครับ...”

 

“....อรุณสวัสดิ์ นายนี่ตื่นช้าจังนะรีบไปอาบน้ำซะสิ”

 

“คุณอาบน้ำไปแล้วเหรอ...แย่จังนะ ผมว่าจะอาบกับคุณซะหน่อย”

 

“ตื่นไม่ทันเองนี่”

แน่นอนว่าทั้งคู่ไปทำงานพร้อมกัน คุณผู้จัดการยังคงมองไปที่โต๊ะทำงานของอบัคคิโอ้ ตอนนี้...มันว่างเปล่าเพราะหมอนั่นไม่ยอมมาทำงาน

ให้ตายสิ....ถ้าพนักงานขาดไปคนนึงก็จะรับงานได้น้อยลง หมอนั่นไม่นึกถึงคนอื่นบ้างเลยรึไง? คนที่ทำหน้าที่คุยกับลูกค้าเพื่อรับงานคือตำแหน่งผู้จัดการนะ

.

.

“ช่วงนี้ลดน้ำหนักเหรอครับถึงไม่ยอมไปทานข้าวเที่ยง”

โจรูโน่วางแซนวิชเห็ดลงบนโต๊ะทำงานของผู้จัดการ โบรโน่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่มันเวลาพัก สมองเขาแทบไม่โฟกัสกับอะไรเลยในวันนี้ บ้าบอที่สุด

 

“รู้ได้ไงว่าฉันชอบไส้นี้”

 

“ก็เคยเห็นคุณซื้อแต่ไส้นี้”

 

“....”

 

“คิดมากเรื่องเขาเหรอครับ?”

โจรูโน่ถามได้ตรงจุด นั่นสินะ...มันดูออกได้ง่ายๆเลยว่าคุณผู้จัดการกำลังขาดสติ โฟกัสกับอะไรไม่ได้ซักอย่างเผลอๆในหัวมีแต่เรื่องอบัคคิโอ้แล้วมั้ง

 

“หมอนั่นไม่กลัวโดนไล่ออก เพราะงั้นฉันถึงได้กลัวว่าเขาจะไม่มาทำงานอีก ไอ้บ้านั่นยิ่งใจเด็ดอยู่ด้วย”

 

“....”

แม้จะแอบเจ็บใจที่ต้องมาเห็นผู้จัดการแคร์คนอื่นขนาดนี้แต่โจรูโน่ก็ไม่ได้มีสิทธิ์หึง

ไม่แฟร์เลย....ทำไมอบัคคิโอ้ถึงแสดงออกว่าหึงได้อย่างชัดเจนทั้งๆที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน แล้วทำไมผู้จัดการถึงต้องแคร์เขาขนาดนั้น...

 

“ขอบคุณสำหรับแซนวิช...ต่อคิวนานรึเปล่า?”

 

“ผมโดดงานออกก่อนเวลาพักสิบนาที”

 

“ทำแบบนี้...ฉันไม่ดีใจหรอกนะ”

คุณผู้จัดการเริ่มดุ

 

“ขอโทษครับ”

 

“...พรุ่งนี้ฉันเลี้ยงข้าวเที่ยงคืนก็แล้วกัน วันหลังอย่าโดดงานอีกล่ะ เด็กใหม่”

 

"....."

 

"....อะไร?"

 

“ทำไมเขาถึงสำคัญกับคุณนัก...เพราะฝีมือการทำงานของเขาเหรอ หรือว่าเป็นเพราะอย่างอื่น”

 

“....”

คุณผู้จัดการเริ่มขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจนักเมื่อคำถามของเด็กนี่เริ่มล้ำเส้น เรื่องระหว่างเขากับอบัคคิโอ้มันไม่เกี่ยวอะไรกับโจรูโน่ และเจ้าเด็กใหม่ก็ไม่ควรจะถามในตอนนี้ ตอนที่โบรโน่กำลังคิดมากเรื่องหมอนั่นอยู่

 

“....ขอโทษที่ถามมากครับ”

 

“ขอฉันอยู่คนเดียวเถอะ ฉันไม่อยากทะเลาะกับนายเพิ่มอีกคน”

 

“ครับ”

พอได้เข้าไปแล้วก็ไม่อยากจะโดนผลักออกมา โจรูโน่ไม่รู้หรอกว่าเข้าไปยุ่งได้แค่ไหน และตรงไหนที่ไม่ควรเข้าไปยุ่ง แต่ถ้าเลือกได้เขาก็อยากจะอยู่กับคุณผู้จัดการโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนผลักออกมา

.

.

.

 

 

วันต่อมา 07:32

กุณแจบ้านสำรอง อบัคคิโอ้จะซ้อนมันไว้ที่กระถางต้นไม้บูจาราตี้รู้เรื่องนี้ดีเพราะเจ้าตัวเป็นคนบอกเอง ให้ตายสิ...ตอนนี้เขาเหมือนคุณครูมาตามเด็กโดดเรียนเลย แถมไอ้เด็กคนนี้ยังดื้อมากซะด้วย

คุณผู้จัดการเข้าไปให้ห้องนอนของเพื่อนสนิทตัวเองที่ตอนนี้นอนหลับเปลือยท่อนบนเป็นตายอยู่บนเตียงสภาพดูไม่ได้ ท่าทางคงไม่ได้อาบน้ำเลยหลังจากลางานวันนั้น ดูจากผมสีเงินที่สภาพยุ่งไม่เป็นทรงน่ะนะ

 

“....”

แล้วนั่นมัน....ซองขนม? บนเตียง!!? ให้ตายสิไอ้บ้านี่! จำได้ว่าอาทิตย์ที่แล้วเขาพึ่งช่วยหมอนี่เก็บห้องไปทำไมกลับมารกอีกแล้วเนี้ย? แม้จะหงุดหงิดแค่ไหนแต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่โบรโน่ต้องมาพูดตอนนี้ ลากไอ้บ้าไปทำงานให้ได้ก่อน

เจ้าของเรือนผมสีดำตรงไปที่ผ้าม่านก่อนจะเปิดมันออก ให้แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดเข้าใส่คนที่นอนอยู่ จนหมอนี่ต้องดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง

 

“ทำไมนายถึงเป็นคนแบบนี้นะ”

 

“ยุ่งน่ะ ปิดม่านด้วย”

อบัคคิโอ้ตอบห้วนๆทำเอาคิ้วคุณผู้จัดการขมวดติดกันเพราะหงุดหงิดกับความหัวดื้อของเจ้าตัว

 

“ไปอาบน้ำ”

โบรโน่พูดจบก็ตรงเข้าไปดึงผ้าห่มออกจากไอ้คนที่นอนคลุมโปงแต่ไอ้บ้านั่นก็ยังทำเป็นหลับไม่รู้ไม่สนอะไรทั้งนั้น นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่เขาต้องปลุกอบัคคิโอ้ไปทำงาน ปกติแค่สั่งนิดสั่งหน่อยหมอนี่ก็ทำตามแล้ว โกรธขนาดนั้นเลยรึไง?

 

“....”

บูจาราตี้ค่อยๆขึ้นไปนั่งคร่อมทับคนที่นอนอยู่ทำให้ไอ้บ้านี่ยอมลืมตาขึ้นมามองเขาบ้างแล้ว

 

“ลุกเลยนะ”

 

“ไม่”

 

“เลโอเน่!”

ร่างของโบรโน่ถูกดึงให้ลงไปนอนก่อนโดนอีกฝ่ายขึ้นคร่อมแทน เลโอเน่มองผู้จัดการคนเก่งของเขาด้วยใบหน้าที่ยังไม่ตื่นดี ก่อนถอนหายใจออกมาอย่างงัวเงีย

 

“...ก็ได้ ลุกแล้ว”

 

“...!”

พูดจบอบัคคิโอ้ก็ฝังรอยจูบสีแดงเข้มบนเนินอกใต้เสื้อเชิ้ตขาวแล้วจึงยอมลุกจากเตียงตามที่สั่ง

 

“ดูเข้ากับนายดี”

 

“ทำแบบนี้ฉันไม่ค่อยปลื้มนะ เลโอเน่”

โบรโน่ชักสีหน้าในขณะดึงเสื้อมาปิดรอยแดงบนเนินอก

 

“หึ...ฉันรู้”

บูจาราตี้ติดกระดุมขึ้นมาเม็ดนึงต่างจากปกติที่จะปลดกระดุมสองเม็ดแล้วเดินเข้าครัวไปทำอาหารเช้า ไม่มีใครอยากพูดถึงสาเหตุที่ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะเพราะเรื่องมันผ่านมาแล้ว โบรโน่รู้ดีว่าเลโอเน่ต้องการเขา พอๆกับที่เขารู้ตัวว่าขาดอีกฝ่ายไปไม่ได้

ดังนั้นถ้าเลือกได้ทั้งคู่ก็ไม่อยากจะทะเลาะกัน

.

.

 

“พาสต้านะ”

 

“ค้าบ”

 

“ฉันทำข้าวกล่องไว้ให้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปต่อคิวซื้อแซนวิช”

 

“ขอบคุณค้าบ”

อบัคคิโอ้ตอบในขณะที่หาเสื้อมาใส่ เขาดมมันให้แน่ใจว่ากลิ่นมันไม่ได้อุบาทว์จนเกินไปแล้วสะบัดมันซักสองสามทีก่อนสวม

 

“นายซักมันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?”

 

“....ก็ มันยังใส่ได้แหละ”

 

“เฮ้อ...”

โบรโน่วางพาสต้าลงบนโต๊ะให้คุณเพื่อนสนิทสุดซกมกนี่แล้วนั่งรอบนโซฟา

 

“นายกินแล้วเหรอ?”

 

“อือ”

 

“....”

แทนที่อบัคคิโอ้จะไปกินอาหารเช้าที่เตรียมไว้หมอนี่กลับมานั่งข้างบูจาราตี้บนโซฟาก่อนจ่องอื่นฝ่ายอยู่อย่างนั้น

 

“รีบไปทานข้าวได้แล้ว เดี๋ยวก็สายหรอก”

 

“....ขอแปปนึงได้ไหม?”

เจ้าของเรือนผมสีเงินประคองแก้มอีกฝ่ายมาประกบริมฝีปากอย่างอ่อนโยนมือข้างนึงของเขาค่อยๆลูบไปที่ต้นขาเรียวสวยอย่างเบามือก่อนเลื่อนไปสัมผัสที่ใต้หว่างขาของอีกฝ่าย เลโอเน่ไม่เคยรุนแรงกับเขา เรื่องนั้นเขารู้ดี

 

"...อือ"

 

“ไม่ขัดขืนเหรอ?”

 

"...."

ถ้าเป็นปกติโบรโน่จะตีมือเขาแล้วก็พูดว่า ‘นี่มันจะสายแล้วนะ! ไปกินข้าวเดี๋ยวนี้เลย!’ อะไรทำนองนี้มากกว่า พอนึกภาพแล้วเสียงด่าสไตล์ขุ่นแม่ก็ลองออกมาจากเบ้าหน้าหมอนี่เลย

 

“จริงป่ะเนี้ย ไม่มีด่า ไม่มีหยิก ไม่มีตีอะไรเลยเหรอ?”

 

“เออ ก็แค่คิดว่า...ไม่อยากให้นายโกรธน่ะ”

 

“....”

เข้....

น่ารัก...น่ารักเป็นบ้า เลโอเน่คิดแบบนั้นก่อนกดจุมพิตลงบนขมับใต้เรือนผมสีดำขลับแล้วสบตาอีกฝ่าย แน่นอนว่าโบรโน่หลบตาเขาตามนิสัยของเจ้าตัว

 

“....นายพูดแบบนั้น มันจะยิ่งทำให้ฉันอยากทำเรื่องเห็นแก่ตัวนะ”

 

“....ก็ทำสิ"

 

"....."

 

"ฉันไม่ได้ห้าม"

 

“....”

อบัคคิโอ้ดึงร่างของบูจาราตี้ให้ขึ้นมานั่งคร่อมบนตักตัวเองแล้วโอบเอวคนตรงหน้าไว้ เจ้าของเรือนผมสีเงินกดจมูกบนซอกคอสูดกลิ่นกายอีกฝ่ายอย่างโหยหาแล้วจรดริมฝีปากลงไปแต่ก็โดนมือสวยปิดปากเอาซะก่อน

 

“เดี๋ยวต้องไปทำงาน อย่าทิ้งรอยเอาไว้ดีกว่านะ”

เมื่อพูดจบเจ้าของเรือนผมสีดำขลับก็ค่อยๆลดมือลงจากปากคู่สนทนา

 

“โทษที ลืมคิดเรื่องนั้นไป”

 

“....”

 

"ฉันจะเอาแต่ใจล่ะนะ"

เลโอเน่เปลี่ยนมาปลดกระดุมเสื้อคนตรงหน้าจนหมด แล้วเลิกเสื้อซับในลายลูกไม้นั่นลง ดวงตาสีม่วงอมทองคู่นั้นเลือนขึ้นมามองขุ่นแม่คนเก่งของเขาที่กำลังหน้าขึ้นสีก่อนกดจูบเบาๆลงบนยอดอกสีสวยอยู่หลายครั้งแล้วค่อยๆลากลิ้นเลียไปที่ต้นคอ

 

“....!!"

โบรโน่ไม่เคยตกใจตอนที่มีอะไรกับเลโอเน่ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาโดนอีกฝ่ายเลียไปที่ต้นคอแบบนี้

ควรจะคิดว่ามันแปลกใหม่หรือด่าไอ้บ้านี่ว่าโรคจิตดีล่ะ

 

"นายไม่ชอบเหรอ?"

 

"ก็นายบอกว่าอยากเอาแต่ใจ ฉันก็ไม่อยากห้าม"

 

"ฉันหยุดแน่ถ้านายบอกให้ฉันหยุด"

 

"...."

นั่นสินะ เลโอเน่พร้อมจะทำตามที่เขาสั่งทุกอย่างอยู่แล้ว โชคดีจังที่มีเขาอยู่ข้างๆ

 

"ฉันชอบนายนะ"

เขาพูดมันแม้รู้ว่าคำตอบของคำพูดนี้จะเป็นยังไง เขาแค่อยากจะพูดมันให้อีกฝ่ายได้ยินก็เท่านั้น

 

"ฉันรู้..."

.

.

.

 

 

 

 

ทั้งคู่มาทำงานสาย แต่อย่างน้อยๆอบัคคิโอ้ก็ยอมมาทำงาน แม้หน้าตาเขาตอนนี้จะเหมือนคนบ้าก็เถอะ

 

“... อยากเล่าไหมว่านี่มันเรื่องอะไร?”

มิสต้าเริ่มถามในขณะมองอบัคคิโอ้ด้วยสายตากลัวๆ

 

“หมายความว่าไง?”

 

“แกยิ้มจนแก้มจะฉีกถึงรูหูยังมีหน้ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องอีก!”

อีกฝ่ายยังคงยิ้มอยู่อย่างนั้นก่อนจะพูดออกมาในขณะเดียวกันก็เริ่มเอาหน้าฟุบโต๊ะ

 

"เชี่ยเอ้ย..."

 

"ไปโดนตัวไหนมาล่ะ"

 

“จะบ้าเหรอ ก็แค่...หมอนั่น โคตรน่ารักเลย...”

 

“เอ่อ....ใช่... แต่แกน่ะโคตรน่ากลัว คนทั้งออฟฟิศเขาคิดว่าแกเมายาหมดแล้ว”

 

“...ยุ่งน่า”

 

“เฮ้อ... นายกับขุ่นแม่มาทำงานสายกันทั้งคู่ นี่คงไม่ต้องเดาสินะว่าขุ่นแม่ใช้วิธีไหนลากแกมาทำงาน”

 

“ว้าว...ฉลาดมากไอ้หนู อยากจะเรียกฉันว่าขุ่นพ่อไหมล่ะ:)”

เลโอเน่ยิ้มอ่อน

 

“พ่อง”

คนที่เขาแอบชอบมาหาถึงบ้านแถมยังเอาใจเขาอีก คงไม่แปลกที่อบัคคิโอ้จะมีความสุขจนดูเหมือนเป็นบ้าขนาดนี้

.

.

 

 

 

“โจรูโน่? เจอนายก็ดีแล้วฉันมีข่าวดีมาบอก”

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกที่ทั้งคู่เจอกันตรงมุมของว่าง โจรูโน่ตั้งใจเดินตามมานั่นแหละ

 

“....”

 

“งานรอบที่แล้วลูกค้าชอบมาก นายได้เลื่อนขั้นแล้ว ต่อจากนี้นายคุยกับลูกค้าผ่านเมลเองได้เลย แถมยังได้เงินเดือนเพิ่มอีก ยินดีด้วยนะ”

คุณผู้จัดการชงกาแฟเสร็จแล้ว...

 

“....นั่นแปลว่าผมต้องรับผิดชอบถ้าลูกค้าcancelงานสินะครับ”

 

“นายจะกลัวเรื่องนั้นทำไม งานนายดีจะตายทำไมลูกค้าเขาจะต้องcancel อีกอย่าง...ถ้ามีอะไรติดขัดนายขอให้ฉันช่วยก็ได้นี่”

 

"....ครับ"

 

"งั้นไว้เจอกันนะ"

 

“คุณใช้วิธีไหนลากเขามาทำงาน?”

โจรูโน่เข้าประเด็นที่เขาอยากรู้ก่อนที่บูจาราตี้จะได้ไปไหน เด็กนี่ว่าพลางหยิบกาแฟที่ผู้จัดการพึ่งชงเสร็จมาไว้ใกล้ๆตัวเองเพื่อไม่ให้อักฝ่ายหนี

 

“....ไม่เกี่ยวกับนาย"

เมื่อโบรโน่ทำท่าจะไปหยิบกาแฟคืนเด็กนี่ก็ล็อคมือเขาไว้

 

“มิสต้าเขาเดาเรื่องนี้ไปในทางที่ไม่ค่อยดีต่อภาพลักษณ์คุณซักเท่าไหร่ สำหรับตำแหน่งผู้จัดการ... คุณน่าจะแคร์ภาพลักษณ์ตัวเองบ้างนะ”

 

“เชื่อสิว่าเขาเดาถูก หมอนั่นน่ะรู้จักฉันมานานพอๆกับอบัคคิโอ้ เขาไม่ทำอะไรแย่ๆกับฉันหรอก”

 

“แปลว่าคุณ...อ่อยเขาจริง?”

 

“แล้ว?”

จี้ดเลย...

 

“....”

 

“....”

 

“...ขอโทษที่ยุ่งเรื่องคุณเกินไปครับ...”

ในที่สุดเด็กนี่ก็ยอมปล่อยมือให้คุณผู้จัดการหยิบกาแฟตัวเองคืนไป โจรูโน่หลุบตามองพื้นอย่างไม่สบอารมณ์นักแล้วหันไปชงกาแฟของตัวเองเงียบๆ

 

“เอ่อ...”

คิดว่าไม่มีอะไรแย่ไปมากกว่านี้แล้ว กาแฟก็ดันมาหมดซะนี่

 

“....”

 

“ฉันใช้กาแฟหมด โทษที”

 

“ช่างมันเถอะครับ”

ท่าทางวันนี้คงไม่ใช่วันของโจรูโน่จริงๆ ยาเสพติดยิ่งเสพมันยิ่งทำร้ายแต่จะทำไงได้ก็คนที่เริ่มเสพมันก็เป็นตัวเขาเอง ดังนั้นเขาต้องยอมรับผลที่ตามมาด้วยตัวเอง

 

 

“....จริงสิ เที่ยงนี้ไปทานข้าวด้วยกันไหม ฉันเลี้ยง ตอบแทนที่นายเลี้ยงแซนวิชฉันเมื่อวาน”

เป็นยาที่ออกฤทธิ์แรงชะมัด

 

“นี่ถือว่าอ่อยรึเปล่าครับ?”

 

“เปล่า ฉันแค่อยากเลี้ยงมื้อเที่ยงนายคืน”

โบรโน่ยกกาแฟขึ้นดื่มจนเหลือครึ่งเดียวแล้วยื่นให้โจรูโน่

 

“....”

 

“ฉันเป็นคนใช้กาแฟจนหมดเอง ดังนั้นมาแบ่งกันไหม?”

 

“....ขอบคุณครับ”

เจ้าเด็กใหม่รับมันมาดื่ม ในขณะเดียวกันก็ยังมองคนตรงหน้าไม่วางตา ความหวังที่จะจีบคุณผู้จัดการให้ติดมีน้อยมาก คุณผู้จัดการคิดว่าเขาเป็นแค่คนที่เคยนอนด้วยเท่านั้นเอง ต้องให้บอกชอบตรงๆรึเปล่านะถึงจะรู้ตัว

 

“แล้ว....ว่ายังไงล่ะ?”

 

“เที่ยงนี้เจอกันที่โต๊ะทำงานผม”

 

“ได้เลย--”

หมับ!

โจรูโน่จับมือคุณผู้จัดการไว้ก่อนที่คุณผู้จัดการจะได้เดินออกไป เด็กน้อยใช้มือประคองแก้มของอีกฝ่ายในขณะที่มองนัยตาสีน้ำเงินคู่นั้นนิ่งๆ แล้วพูดเสียงเรียบ

 

“คุณน่ารักมากเลยนะ”

 

"...."

 

"...."

 

“ฮะๆ ทำไมอยู่ๆถึงชม เพราะฉันขึ้นเงินเดือนให้เหรอ?”

ผู้จัดการพูดติดตลกแต่ดวงตาสีมรกตที่กำลังจ้องเขาอยู่มันดูเอาจริงเอาจัง จนโบรโน่ต้องแอบหลบตา

 

“อันที่จริงอยากพูดตั้งแต่คืนนั้นแล้ว”

 

“คืนไหนล่ะ?”

คุณผู้จัดการกำลังประหม่าเล็กๆ เขาถามโดยไม่สบตาโจรูโน่ ทุกที่บูจาราตี้ประหม่าให้เขาเห็นทั้งคู่มักอยู่กันบนเตียง แต่ครั้งนี้...

 

“....”

ใบหน้าสวยนั่นกำลังขึ้นสีเพราะสายตาที่เอาจริงเอาจังของโจรูโน่ ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กนี่กับเขามันไม่มีอะไรมากกว่าคู่นอน โบรโน่คิดว่าเด็กอาจจะแค่ติดใจเลยเข้าหาไปแบบนั้น แต่วิธีการที่โจรูโน่เข้าหาเขา มันดันทำให้เขารู้สึก...

 

“....”

 

“ตอนนั้น...ที่ตื่นมาแล้วไม่เจอคุณ ผมเสียใจนะ”

แววตาที่ดูจริงจังทำให้โบรโน่ใจเต้นรัว คุณผู้จัดการชักมือตัวเองกลับแล้วตรงไปที่ห้องทำงานตัวเอง เดินหนีโจรูโน่โดยไม่พูดไม่จา ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาประหม่ากับคำพูดไม่กี่คำของเด็กนี่ ครั้งแรกที่เขานอนกับโจรูโน่มันคือความผิดพลาด ครั้งที่สองมันคือความตั้งใจ ในคืนนั้นที่เด็กน้อยขอให้เขาอยู่จนกว่าจะตื่นมาเจอกันตอนเช้า มันมีแต่ความไม่เข้าใจเต็มไปหมด แต่เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธสิ่งที่เด็กคนนี้ขอได้ จะบอกว่าสงสารก็คงจะไม่ผิดนัก...

ความสงสารทำให้เขาใจเต้นไม่ได้หรอก... เขารู้ตัวว่ากำลังหวั่นไหวให้เด็กคนนี้ รู้สึกเหมือน....ไม่ใช่เรื่องดีเลย

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น

  1. #2 W.Cream (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 02:53
    กรี๊ด เขียนดีมาก ลุ้นตอนต่อไปเลยค่ะ
    บูจาราตี้ ยอดชาย เสน่ห์เหลือร้าย
    #2
    1
    • #2-1 (จากตอนที่ 1)
      13 กันยายน 2563 / 06:20
      เอ่อ....แม่บุจเป็นเมียนะคะ...
      #2-1