RyanTom Jaketom //AU อย่ามาเรียกผมว่าเด็กมีปัญหา

ตอนที่ 5 : Let the ปั่นหัว begin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 144
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    7 พ.ย. 62


 

--Downey--

"มีอะไรคืบหน้าบ้าง"

ผมถามทันทีที่เห็นผู้หมวดคริสอีแวนส์ถือวิสาสะเปิดประตูเข้าห้องผมโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งผมก็ชินแล้วที่ต้องมาเล่นถามตอบ20คำถามมหัศจรรย์หลังจากเขาเห็นสภาพห้องผมที่เต็มไปด้วยหลักฐานและถ้วยกาแฟมากมาย


 

"สืบอะไรอยู่เนี้ย เป็นคดีเดียวกันกับที่ไหว้วานฉันรึเปล่า?"

นั่นไงคำถามแรก


 

"ตอบคำถามฉันก่อนอีแวนส์"

พ่อตำรวจร่างใหญ่มีท่าทีไม่พอใจก่อนยื่นแทปเลตในมือให้ผม


 

"....มีเหตุยิงกันตายที่บาร์ใกล้ๆสวนสัตว์ ลูกนายอยู่ในเหตุการณ์ด้วย"

ในแทปเลตมีคลิปจากกล้องวงจรปิด ไรอั้นที่ผมจ้างให้เขาปกป้องทอม เขายิงชายสองคนเดาว่าน่าจะเป็นอริเขา และมีสาวผมบลอนด์เข้ามาในร้าน เธอกำลังจะยิงไรอั้นแต่ทอมหยุดเธอเอาไว้ทำให้ผู้หญิงคนนั้นยิงไม่โดนหัวไรอั้น ให้ตายสิ! เขาแอบผลิตยาสลบอันตรายนั่นอีกแล้ว รอบนี้เขาซ้อนมันไว้ตรงไหนกัน?

ไม่สิ นั่นไม่ใช่ประเด็น! ไรอั้นถูกยิง...และกำลังจะฆ่าผู้หญิงคนนั้นแต่ทอมหยุดเขาไว้ได้ ก่อนที่เด็กนั่นจะพยุงเขาออกจากร้านไป... ดีนะที่เธอไม่โดนฆ่าเราจะได้สืบสวนเธอต่อ


 

"นายได้ตัวสาวผมบลอนด์ใช่ไหม?"


 

"เจนนิเฟอร์ลอว์เรนซ์ ใช่...เราจับเธอได้"


 

"ฉันอยากสอบสวนเธอหน่อย"


 

"ไม่ จนกว่านายจะตอบคำถามฉัน"


 

"น่ารำคาญ"


 

"โรเบิร์ต ทุกคดีที่ทำนายแทบไม่ให้ฉันช่วยเพราะอีโก้ที่นายมี อยากทำให้ตำรวจดูด้อยกว่าตัวเองงั้นสิ?"


 

"ก็ดูด้อยกว่าจริงๆ:)" เมื่อคริสได้เห็นรอยยิ้มกวนประสาทของผมเขาก็โมโหอีกแล้ว~ เชื่อสิ ไม่มีอะไรสนุกไปกว่าการยั่วโมโหหมอนี่เล่น "หึ นายชอบคิดเองเออเอง นั่นแหละที่ทำให้นายดูด้อยกว่าฉัน"


 

"หรือจะบอกว่าที่ฉันพูดมันไม่จริง?"

คริสแสดงท่าทีไม่พอใจด้วยการยึดแทปเลตจากมือผมไปซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเขาหรอก


 

"ครึ่งนึงน่ะจริง..."


 

"...."


 

"ฉันอยากให้นายช่วยนะ....แต่ฉันหมายถึง'นาย' ไม่ใช่'คณะตำรวจของนาย' เก็ตนะ?" คริสหรี่ตาราวกับกำลังพิจารณาสิ่งที่ผมพูด แล้วผงกหัวเป็นอันเข้าใจ อันที่จริงมีไม่กี่ครั้งหรอกที่ผมจะให้อีแวนส์ช่วยแต่ครั้งนี้ต่างออกไป ทุกครั้งที่ผมให้เขาช่วยคนในคณะตำรวจไม่หนึ่งหรือสองคนจะรู้เรื่องที่ผมขอให้ช่วยเสมอ ทีมของเขาจะได้ผสานงานกันถูก แต่ครั้งนี้มันเรื่องใหญ่มากจริงๆ สิ่งที่ผมกำลังสืบอยู่มันทำให้ผมเครียดมาอาทิตย์นึงแล้ว และยิ่งผมรู้ว่ามีทอมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยมันก็ยิ่งทำผมประสาทแดก ผมยอมรับว่าจัดการเรื่องนี้คนเดียวไม่ได้ ต้องให้เขาช่วย...และผมอยากให้คริสเก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วย "มีคนหมายหัวฉัน แต่...คนนี้น่ากลัวสุดแล้ว"


 

"นายสงสัยใครรึเปล่า?"


 

"ฉันไม่รู้เลย เพราะงั้นถึงได้น่ากลัวไง รู้ไหมว่าบอดี้การ์ดฉันหายไปสามคนแล้ว"


 

"หายไปเหรอ?"


 

"พวกเขารับงานได้เดือนเดียว...จากนั้นพวกเขาก็ลาออก..."


 

"นายนิสัยเสียใส่เขารึเปล่า?"

หมอนี่พูดติดตลก...แต่ตอนนี้เนี้ยนะ...


 

"อีแวนส์!"


 

"...."


 

"จดหมายลาออกของพวกเขาทั้งสามคน...เขียนเหมือนกันทุกอย่าง ฉันลองสืบประวัติของพวกเขาดูแล้วทุกอย่างปกติ"

ผมชี้ไปที่จดหมายสามใบที่ผมได้รับมาจากอดีตบอดี้การ์ดทั้งสามคนให้คริสดู 


 

'ขอโทษนะคุณดาวนี่ย์แต่ผมต้องกลับบ้านเกิดไปดูแลแม่ที่ป่วย คงทำงานให้คุณต่อไม่ได้แล้ว'

จดหมายลาออกของบอดี้การ์ดคนแรก 


 

'ขอโทษนะคุณดาวนี้ย์แต่ผมต้องกลับบ้านเกิดไปดูแลคุณตาที่ป่วย คงทำงานให้คุณต่อไม่ได้แล้ว'

เหมือนนัดกันป่วยเลยนะ(= =*) เดือนต่อมาบอดี้การ์ดคนที่สองของผมก็เขียนจดหมายมาให้ประมาณนี้อย่างกะก๊อปวางรายงั้นชั้นประถม


 

'ขอโทษนะคุณดาวนีย์แต่ผมต้องกลับบ้านเกิดไปดูแลคุณยายที่ป่วย คงทำงานให้คุณต่อไม่ได้แล้ว'

เออ ถ้าผมจ้างบอดี้การ์ดใหม่คนต่อไปที่จะป่วยคงเป็นคุณพ่อ=_=^ ผมเลยไม่ได้จ้างบอดี้การ์ดเพิ่มแล้วเริ่มสืบตัวการของเรื่องนี้ อันที่จริงผมควรจะสืบมันได้ง่ายๆแต่ไม่เลยบอดี้ทั้งสามคนมาจากคนละที่แถมยังไม่เคยมีอะไรเชื่อมโยมกันเลยแม้แต่น้อย เมื่อผมไม่มีบอดี้การ์ดผมก็ออกไปข้างนอกไม่ได้เลยเพราะไม่มีระบบรักษาความปลอดภัย ผมถึงได้ให้คริสเป็นคนออกไปสืบอะไรข้างนอกมาให้โดยการให้เข้าแจ้งผมทันทีถ้ามีอะไรขึ้นกับทอม อีแวนส์อ่านจดหมายทั้งหมดก่อนจะได้เหลือบไปเห็นถ้วยกาแฟเยอะแยะมากมายที่ผมดื่มไป


 

"เล่นเกมกันไหม?"


 

"หน้าฉันตอนนี้เหมือนอยากเล่นรึไง?"

ผมเริ่มอารมณ์เสีย


 

"ถามหรือท้า?"

คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจนักเมื่อได้ยินสิ่งที่ออกจากปากเขา แต่ผมก็ยอมเล่นมันเพราะคิดว่ามันเป็นแค่เกมสั้นๆโง่ๆ


 

"ถามมา"


 

"นายนอนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?"


 

"....." นี่ผมดูโทรมขนาดนั้นเลยเหรอ? นั่นสินะ...ถ้วยกาแฟเยอะขนาดนี้ใครๆก็ดูออกและผมต้องโดนไอ้บ้านี่บ่นแน่เลย "งั้นเปลี่ยนเป็นท้า"


 

"ไปนอนซะ"

เขากอดอก


 

"นายไม่ใช่แม่ฉันนะ! อีกอย่างฉันจะนอนได้ยังไง ตอนนี้ลูกเป็นยังไงอยู่ที่ไหนฉันยังไม่รู้เลย!"

เมื่อคริสเห็นผมเริ่มขึ้นเสียงเขาก็หยุดวางมาดใส่ผมทันที ผมเคยลองถามไรอั้นนะว่าทอมพักอยู่ที่ไหน แต่เขาตอบผมว่า บอกไม่ได้แต่รับประกันแน่ๆว่าทอมจะปลอดภัยซึ่งผมก็เชื่ออย่างนั้นเพราะเขาคงไม่กล้าลองดีกับผมหรอก แต่ก็ใช่ว่าจะทำให้ผมหายกังวล ไม่ว่ายังไงผมก็ยังเครียดเรื่องความปลอดภัยของเด็กนั่นอยู่ดี


 

"ไว้คิดเรื่องนั้นหลังนายนอนแล้ว โอเค?"

คริสเขาจับแขนผมก่อนจากพาไปที่เตียง พูดไม่รู้เรื่องรึไง?


 

"นายไม่เข้าใจ"

ผมสบัดแขนออกจากมือหนาแต่มันยากขึ้นเป็นสิบเท่า อาจจะเป็นเพราะผมไม่ได้นอนมาเกือบสามวันเรี่ยวแรงเลยแทบจะไม่มี


 

"งั้นก็ลากเขากลับมาสิ นายสืบหาเขาใช้เวลาไม่นานอยู่แล้ว"

คริสบีบแขนผมแน่นขึ้นเมื่อผมเริ่มมีท่าทีโมโหใส่เขา ก็มันน่าโมโหไหมล่ะ ในสถานการณ์ที่อัจฉริยะอย่างผมยังหาตัวคนที่หมายหัวตัวเองไม่ได้ไม่มีแม้กระทั้งเบาะแสหรือผู้ต้องสังสัยมันก็เครียดมากพออยู่แล้ว ยังจะมาถูกบังคับให้นอนอีกเหรอ?


 

"ถ้าทำแบบนั้นเขาจะหนีฉันไปไกลกว่าเดิม จนฉันปกป้องเขาไม่ได้ เด็กนั้นงี่เง่ากว่าที่นายคิดแต่เขาก็ฉลาด ส่วนนึงเป็นเพราะฉันเลี้ยงเขาได้ไม่ดีด้วย"


 

"...."


 

"ตอนนี้ไม่รู้จะทำยังไงแล้วนะอย่าหาเรื่องให้ฉันเครียดเพิ่ม!"


 

"นอนก่อนสิ แค่หกชั่วโมงก็ยังดี"

คริสพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขึ้นทำให้ผมใจเย็นลงบ้าง


 

"นาย...คิดว่าฉันจะนอนหลับเหรอ?"


 

"....เดี๋ยวฉันเฝ้าให้ อย่างน้อยๆนายก็สบายใจได้เรื่องนึง คุยกันจนนายหลับไปก็ได้"


 

"สุภาพบุรุษ"


 

"เออ"

เมื่อแขวะเขาเสร็จผมก็ขึ้นเตียงแล้วทิ้งหัวลงหมอนปล่อยให้เขานั่งบนขอบเตียงมองผมไป ก็เขาบอกจะคุยกับผมจนผมหลับนี่


 

"ที่ทำให้เด็กนั่นดูโง่ที่สุดก็คือ...ทอมเคยบอกว่าอยากเป็นเหมือนฉัน"


 

"งั้นเหรอ แล้วเหมือนคุณไม่ดีตรงไหน?"


 

"ฉันอยากให้เขาดีกว่า...เขาคิดว่าฉันเก่งที่สามารถสร้างอาวุธสงครามได้ทั้งๆที่อาวุธพวกนั้นคราชีวิตผู้คนมากมาย"


 

"...."


 

"ไม่รู้สิ ฉันน่าจะเลี้ยงเขาให้ดีกว่านี้น่าจะมีเวลาให้เขาบ้าง...แม่เจ้าเด็กนั่นคงเกลียดฉันน่าดูถ้าเธอรู้ว่าเขาอยากโตมาเป็นแบบฉัน"


 

"ไม่เอาน่าโรเบิร์ต เธอตายแล้วและเธอก็ไว้ใจให้นายดูแลทอม ฉันคิดว่านักวิทยาศาสตร์จะไม่เชื่อเรื่องผีซะอีก"


 

"หึ...ฉันไม่เชื่อเรื่องผีหรอก แค่กลัวว่าแม่ของเด็กนั่นจะตายตาไม่หลับzzZ"

สติผมก็ดับวูบไปได้ง่ายๆ ก็คงไม่แปลกสำหรับคนไม่ได้นอนมาเกือบสามวัน...แต่คริสพูดถูกนะ...เรื่องอื่นไว้คิดหลังจากผมตื่นเถอะ


 


 


 


 

--Tom---

ณ บาร์ซิสเตอร์มากาเร็ต

"คุณฮิวจ์จ้องหน้าเขาไว้ อย่าให้เขาหลับเด็ดขาด ถ้าเขาจะหลับตบได้เลย"

สาเหตุที่ต้องทำแบบนั้นเพราะเราไม่มีเครื่องวัดชีพจร ดังนั้นเลยต้องผ่าตัดด้วยยาชาและต้องทำให้แน่ใจว่าเขาจะไม่หมดสติไปในระหว่างผ่าตัดเพราะเสียเลือด ไรอั้นนอนเปลือยท้อนบนเตรียมพร้อมกับการเอากระสุนออกตอนนี้หน้าเขาดูเพลียๆ


 

"โอเคๆ:)"

คุณฮิวจ์ผงกหัวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่ไรอั้น


 

"มียาชาไหม?"


 

"ไม่ต้องหรอก"

ไรอั้นบอก ทำเอาผมต้องหันไปชักสีหน้าใส่เขา


 

"...."

นี่เขาบ้าไปแล้วใช่ไหม? ผ่าตัดโดยไม่ใช้ยาชามันเจ็บปางตายนะ!


 

"กระสุนที่ผู้หญิงคนนั้นใช้มันทำให้ฉันชาไปทั้งตัวแล้ว แถมยังทำให้ฉันอ่อนแรงด้วย ดังนั้นผ่าได้เลย"

งั้นก็ต้องรีบผ่าออกมาดูว่ามันเป็นกระสุนแบบไหน ผมหยิบถุงมือยางขึ้นสวมแล้วหยิบมีดผ่าตัดพลางสงบสติอารมณ์ตัวเองไม่ให้มือสั่น ครั้งสุดท้ายที่ผมผ่าตัดผมลองกับศพตามที่ได้เรียนแต่... นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ลองกับคนจริงๆ มันน่ากลัวมากกว่าตื่นเต้นแฮะ...

มีดที่ดูสะอาดคมกริบกดลงบนแผลจนไปถึงปลายกระสุน ผมพึ่งรู้สึกว่ากระสุนมันไม่ได้เข้าไปลึกถึงขั้นต้องกดมีดลงกระเพาะ...และนั่นเป็นโชคดีของไรอั้นที่อวัยวะสำคัญไม่ได้รับความเสียหาย


 

เพี้ยะ!!

มือของฮิวจ์พาดลงบนหน้าไรอั้นไม่ให้เขาหลับ ฟาดแรงจนผมเจ็บแทน=[]=


 

"มือหนักชิบ! ฉันว่าแกจงใจแกล้งฉัน!"


 

"เปล่าาา~"


 

"ตอแหล"

ก็จริงผมว่าฮิวจ์ตบเอามันมากกว่า=_= เมื่อคีบกระสุนออกแล้วต่อไปคือเริ่มเย็บแผลให้เขา 


 

"เขาโดนยิงในระยะสองเมตรแรงดีดของกระสุนก็น่าจะรุนแรงพอให้มันไปโดนกระเพาะสิ"

ผมว่า


 

"แต่มันไม่โดนสินะ" คุณฮิวจ์เสริม ด้ายเข็มสุดท้ายถูกเย็บปิดแผลเรียบร้อยพร้อมพันแผลเสร็จสรรพก่อนที่ผมจะหันไปสนใจกระสุนที่ผ่าออกมาได้ ปล่อยให้ไรอั้นหลับไป "ปกติโดนยิงแค่นัดเดียวไรอั้นมันไม่น่าจะเป็นอะไรนี่ เผลอๆเดินเองไหวด้วยซ้ำ แต่หมอนี่จำเป็นต้องให้นายพยุงมาที่นี่เนี้ยนะ?"


 

"คุณเสพโคเคนไหม?"

ผมถามฮิวจ์ เพราะรู้ดีว่าที่นี่เป็นบาร์นอกกฏหมายต้องมีการเสพยาอยู่บ้างล่ะ


 

"ก็นิดหน่อย ทำไม?"

เห็นมะ? ผมหยิบทิชชู่มาเช็ดเลือดออกจากกระสุนแล้วให้คุณฮิวจ์ดม


 

"ได้กลิ่นอะไรบ้าง?"


 

"ดินปืน...เลือด แล้วก็โคเคน...?? เขาใส่โคเคนในกระสุนทำไมกัน วิธีส่งยาแบบใหม่เหรอ?"

ว่าแล้วเชียว...GR13 ที่ไรอั้นชาไปทั้งตัวและอ่อนแรงจนตอนผ่าตัดไม่ต้องใช้ยาชาก็น่าจะเป็นเพราะมีสารนี่อยู่ในกระสุน มันเป็นสารชนิดเดียวกันกับที่ผมใช้ทำปืนยาสลบ(และเคยใช้ยิงเควนติน) ผมเดาว่าที่ปืนมีแรงดีดไม่มากเพราะคนสร้างไม่ต้องการให้แรงดีดของปืนไปทำลายหลอดยาในกระสุน ขนาดปืนยาสลบที่ผมผลิตออกมายังมีแรงดีดน้อยเอามากๆจนต้องยิงระยะประชิดเท่านั้น ส่วนสาเหตุที่ผู้หญิงคนนั้นยิงไรอั้นด้วยGR13แทนกระสุนจริงๆเพราะเธอรู้ว่ากระสุนธรรมดาทำอะไรเขาไม่ได้ 

แต่เธอหมายหัวผมนี่ไม่ใช่ไรอั้น เธอรู้ว่าไรอั้นจะปกป้องผมเหรอ?

แล้วไรอั้นปกป้องผมทำไมกัน...??


 

--Ryan-- 15:47

ชา...ชาชิบหายยย=_= ชาทั้งตัวเลย~~


 

"ตื่นแล้ว?"

ฮิวจ์ที่เช็ดแก้วอยู่หลังเคาท์เตอร์บาร์เอื่อยขึ้นเมื่อเห็นผมลืมตา


 

"อือ...ชาโคตรเลย"

ผมค่อยๆยันตัวขึ้นนั่งแล้วเงยหน้ามองหาทอม เด็กนั่นกำลังนั่งฟุบโต๊ะอยู่เขาไม่ได้หันมามองผมเลย เป็นอะไรล่ะนั่น?


 

"ฮิวจ์ทำอะไรให้เด็กมันกินรึยัง?"


 

"ผมยังไม่หิว"

ทอมตอบผมทั้งๆที่ยังฟุบโต๊ะอยู่เขาไม่หันมาสบตาผมด้วยซ้ำ


 

"....เป็นอะไรเหรอ?"


 

"หมายความว่าไง?"


 

"นั่งฟุบโต๊ะ ดูไม่ใช่สิ่งที่คนปกติดีจะทำ"

เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมาก่อนชักสีหน้าให้ผมแล้วเริ่มยิงคำถาม


 

"คุณทำได้ยังไง...คุณฆ่าสองคนนั้นแล้วก็...จะฆ่าเธออีก"


 

"...."


 

"ไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ?"

ฮิวจ์เลิกคิ้วให้กับสิ่งที่ทอมพึ่งพูดเพราะที่นี่มันไม่ใช่ที่ที่จะมีคนพูดอะไรแบบนั้นอะไรแบบนั้นออกมา เอาเป็นว่าบาร์ซิสเตอร์มากาเร็ตไม่ใช่ที่สำหรับคนโลกสวย ฮิวจ์เลยค่อนข้างแปลกใจว่าทำไมผมถึงพาทอมมาที่นี่ 

นั่นสินะผมลืมคิดไป....ทอมยังไร้เดียงสาเกินจะได้เห็นภาพเหล่านั้นและผมดันฆ่าคนต่อหน้าเขาไป นั่นมันไม่ดีเท่าไหร่สำหรับลูกคุณหนูอย่างเขา


 

"ขอโทษที ลืมไปว่านายไม่ควรมาเห็นอะไรแบบนี้"


 

"คุณควรสนใจชีวิตที่ฆ่าไป ไม่ต้องมาสนใจว่าผมจะเห็นอะไร"


 

"ฉันเข้าใจที่นายจะสื่อ...แต่นายต่างหากที่ไม่เข้าใจสิ่งมันเกิดขึ้นจริงๆ และเชื่อเถอะ...นายไม่อยากเข้าใจมันหรอก"


 

"...."

นี่เขาคิดเหรอว่าระเบิดที่ผมใส่ในซองจดหมายส่งให้แฟรนซิสมันเป็นแค่การหยอกกัน? คิดเหรอว่าที่ไอ้แฟรนซิสมันสั่งคนมาล้อมบ้านผมไว้เพราะแค่อยากให้ผมไม่มีที่ซุกหัวนอน? ไม่...ผมกับมันน่ะคิดจะเอาชีวิตกันจริงๆ ผมคิดจะฆ่ามันจริงๆและถ้าตอนนั้นผมไม่เป่าสมองมันสองตัว คนที่ตายจะเป็นผมเอง


 

รู้ไหม ผมอยากพูดแบบนั้นกับทอม ให้เขาเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆแทนที่จะมามองผมแย่ๆ แต่ผมทำไม่ได้

ผมจะไม่ด่าว่าเขาโลกสวยหรอกนะ ทอมไม่ใช่คนที่โลกสวยเลย เขาแค่เป็นคนดีเกินกว่าจะมาเจออะไรแย่ๆก็เท่านั้น หมอนี่ช่วยพยุงผมออกมาทั้งๆที่เห็นอยู่ว่าผมฆ่าคน แม้ผมจะทำตัวแย่ๆใส่เขาก็ดีกลับมาเสมอ 

ทุกครั้งที่เจคทำแผลให้ หมอนั่นไม่สนว่าผมจะเจ็บไหมเพราะมันรู้ดีว่าผมทนได้ ทุกคนที่ผมรู้จักคิดว่าผมทนได้จนพวกเขาไม่แคร์ความรู้สึกผมเลย ไม่คิดเหรอว่าการที่ผมสามารถทนเจ็บได้ก็ไม่ได้แปลว่าผมอยากจะทนมัน


 

'มันต้องแสบมากแน่ๆ'


 

'โอเค ผมจะพยายามเบามือนะ....แค่แตะๆรอบแผลเท่านั้นเองไม่ให้แผลมันติดเชื้อน่ะ'

ทอมเป็นคนแรกที่กลัวว่าผมจะรู้สึกเจ็บแม้เขารู้ว่าผมทนมันได้ เขาเห็นใจคนอย่างผมทั้งๆที่คนแย่ๆอย่างผมมันไม่น่าเห็นใจ


 

"คุณมองว่าผมโลกสวยงั้นสิ?


 

"เปล่า...นายแค่เป็นคนดีมากกว่าฉันต่างหาก"

ทุกๆคนไม่สนใจว่าผมจะรู้สึกยังไงเพราะทุกคนรู้ว่าผมเข้มแข็ง ผมทนมันได้ ถ้าเด็กนี่เห็นทุกอย่างในแบบที่ผมเห็น เขาอาจจะเปลี่ยนไป เขาอาจจะกลายเป็นเหมือนทุกคนที่ผมรู้จักเลยก็ได้ ดังนั้นผมไม่ควรจะอธิบายหรือแก้ตัวให้เขาได้ยินน่าจะดีกว่า


 

"แล้วคุณช่วยผมไว้ คุณปกป้องผมทำไม?"


 

"เพราะฉันปิ๊งนายไง:)"


 

"...."

เขาทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดที่ผมช่วยเขาหรอก ส่วนนึงก็เป็นเพราะพ่อเขาจ้างผมมา ดังนั้นต่อให้ผมไม่ปิ๊งทอมผมก็ต้องช่วยเขาอยู่ดี


 

"ถ้าคุณรู้ว่ามีคนหมายหัวผม ทำไมคุณไม่บอกก่อนที่ผมกับเควนตินจะออกจากบ้าน"


 

"เพราะฉันไม่รู้ว่าจะมีคนเชื่อข่าวลือนั่นมากน้อยแค่ไหน ตอนนี้รู้แล้วว่ามีคนเชื่อแถมยัยนั่นยังเก่งมากเลยที่สืบได้ว่านายจะไปที่ไหนเพราะงั้นฉันถึงพานายมาที่นี่ไง"

โอเค ผมเดาว่าตอนนี้ทอมกำลังสงสัยผมเอามากๆ ถ้าผมพูดอะไรออกไปเขาอาจจะรู้ก็ได้ว่าผมทำงานให้พ่อเขา ไม่งั้นเขาไม่ถามมากขนาดนี้หรอก


 

"ที่นี่ปลอดภัย?"


 

"ถ้าฉันอยู่ที่นี่กับนายด้วยก็ปลอดภัยแน่"


 

"ผมถูกสงสัยว่าทำงานที่โรงพยาบาลใช่ไหม แล้วมีคนรู้รึยังว่าผมพักอยู่บ้านเควนติน"


 

"น่าจะยัง ไม่งั้นมันถูกบุกบ้านไปแล้ว...ดื่มไหม?"


 

"ผมดื่มไม่เป็น"

นั่นสินะ ลูกคุณหนู


 

"แค่กระดกมันลงคอเอง...เชื่อเถอะ มันทำให้นายลืมภาพติดตาพวกนั้นได้นะ :)"

ที่เด็กนี่ซึมๆผมเดาว่าน่าจะมาจากเขาเห็นผมฆ่าคน ตอนแรกๆผมก็เป็น และตอนนี้มันคงฉายวนๆอยู่ในหัวเขาแต่เชื่อสิ เหล้าน่ะทำให้ลืมได้ดีที่สุด ผมลุกขึ้นเพราะอาการชาเริ่มหายไป แล้วเดินไปหาฮิวจ์ที่บาร์เพื่อสั่งเหล้า


 

"ยิน?"


 

"ขอสอง"

ฮิวจ์ให้สุราสีใสกับผมสองแก้วผมจึงตรงไปหาเด็กน้อยแล้ววางมันลงตรงหน้าเขา เมื่อทอมเห็นยินช็อตเล็กๆวางอยู่ตรงหน้า เด็กนี่ก็ยกทีเดียวหมดทันทีก่อนผมจะได้นั่งด้วยซ้ำ ผมจึงยกตามไม่ให้อายเด็ก


 

"เดี๋ยวก็เมาหรอก"

ผมเตือน


 

"นั่นเป็นจุดประสงค์ของการดื่มของมึนเมาไม่ใช่เหรอ?" ทอมน้อยว่าพลางทำหน้าพะอืดพะอม สำหรับคนที่ดื่มครั่งแรกมันก็จะประมาณนี้แหละ "....มีน้ำเปล่า...ไหม?"

ฮิวจ์เปิดตู้เย็นแล้วโยนให้ผมขวดนึง ทอมรีบแย่งมันไปยกดื่มแทบจะทันทีอย่างทุลักทุเล


 

"ฮะๆๆ ดีนะที่ตอนนี้ยังกลางวันแสกๆไม่มีคน ถ้านายทำแบบนี้ในซิสเตอร์มากาเร็ตเวลาดึกๆรับรองว่าไม่รอด"

พูดจบผมก็ลากเก้าอี้มาข้างๆเขา ผมได้บอกเขารึยังว่าซิสเตอร์มากาเร็ตเป็นที่ของคนผิดกฏหมายอย่างชัดเจนมีทั้งการค้ายา ส่งของเถื่อนรับงานผิดกฏหมายดังนั้นถ้ามีหญิงเมาตอนอยู่นี่พวกหล่อนโดนหิ้วเปิดห้องแน่ทอมคงไม่เหมาะกับที่นี่ซักเท่าไหร่เพราะเขาค่าตัวแพงสำหรับการเรียกค่าไถ่แถมยังเด็ก


 

"ทำไม ผมจะโดนปล้น?"

และไร้เดียงสาเป็นที่สุด ต่อให้เป็นผู้ชายก็ต้องมีคนสนบ้างล่ะ...ขนาดผมยังเป็นหนึ่งในนั้นเลย


 

"น่าจะโดนฉุดมากกว่า หรือไม่ก็ถูกจับไปเรียกค่าไถ่:)" ปอยผมที่ย้อยลงมาตรงกลางหน้าผากเขาถูกเขี่ยเล่นอย่างหยอกล้อแต่ทอมก็ไม่ได้ว่าอะไรกับสิ่งที่ผมทำหนำซ้ำยังเอามือเท้าคางแล้วเอนตัวเข้ามาใกล้ๆจนปลายจมูกเขาอยู่ห่างจากใบหน้าผมสองนิ้วได้ นี่เขาไม่รู้สินะว่ามันดูเป็นการให้ท่าเอามากๆ "...ไม่กลัวเหรอไอ้หนู?"


 

"เหมือนคำขู่ที่ว่าถ้าดื้อตุ๊กแกจะมากินตับ ถ้าผมกลัวผมไม่หนีออกจากบ้านหรอก"


 

"แล้วนายกลัวฉันไหม?"

แทนที่จะตอบว่ากลัวหรือไม่กลัว ทอมกลับยิ้มเยาะ นิ้วเรียวสวยแตะลงปลายจมูกผมก่อนลากมามันลงมาที่ริมฝีปาก เข้...ผมคิดว่าเขาอ่อย...ใช่ เขาต้องอ่อยแน่ๆ


 

"ผมจะกลัวคนที่ช่วยชีวิตผมได้ยังไงล่ะ จริงมะ?"

ดวงตาสีเฮเซลนัทหรี่ลงพลางเอียงคอราวตั้งคำถามกับผม


 

"...."


 

"แต่ถ้าคุณปิ๊งผมอยู่ คุณกับเควนตินก็ไม่ชอบกันน่ะสิ"


 

"นิดหน่อย..."


 

"รู้สึกผิดจัง:)"

รอยยิ้มสวยปรากฏขึ้นราวกับต้องการท่าทายผม


 

"รู้ไหมว่าถ้านายไม่หยุดทำท่าทีแบบนี้ ฉันชนะไอ้เจคได้เลย"

ผมขู่ขนาดนี้ ถ้าทอมไม่ได้อ่อยจริงเขาต้องปฏิเสธผมไปแล้วแต่...เด็กนี่ไม่ได้ทำอย่างนั้น

ทอมมี่น้อยหน้าแดงกำไปด้วยพิษเหล้า เขาลุกขึ้นแล้วเซเข้าใส่จนผมต้องลุกขึ้นตามไปโอบเอวเด็กนี่ไว้ไม่ให้ล้ม ในเมื่อเตือนแล้วไม่ฟัง  มืออีกนึงที่ว่างอยู่ของผมเชิดคางเด็กนี่ขึ้นแล้วบรรจงกดริมฝีปากลงไปบนปากสีกุหลาบโดยไม่สนสายตาไอ้ฮิวจ์ ริมฝีปากเด็กน้อยมันนุ่มละมุนพอๆกับมือบางที่วางลงบนอกแกร่งแต่ก็ไม่ได้ผลักออกหรือกระชากเข้าหา ผมเอียงหน้าตัวเองปรับองศาเพื่อให้ง่ายต่อการลิ้มรสชาติสุราซึ่งยังคงติดอยู่บนปากเขาบางส่วน มันอาจขมเพราะยินในปากแต่ก็ยังหวานเพราะผิวสัมผัสของทอม นั่นแหละส่วนที่ผมชอบที่สุด


 

"ฮะๆๆ"

ทอมหัวเราะหลังจากที่ผมถอนจูบจนผมสงสัยว่ามีอะไรน่าขำ


 

"อะไร?"


 

"ผมแค่สมเพชในสิ่งคุณทำเพราะอยากเอาชนะ:)"

เด็กนี่หัวเราะเสียงใสในขณะที่ซบอกผมอยู่ การันตีได้ชัดเจนเลยว่าเขาเมาแล้ว แต่สิ่งที่ออกมาจากปากเด็กนี่มันทำให้ผมไม่ชอบใจนัก


 

"ทำไม เพราะมันเอาใจนายเก่งเหรอมันถึงได้ดีกว่าฉัน?"


 

"ทุกคนรอบข้างผมพวกเขาเข้าหาผม...หรือทำอะไรให้ผม...เพราะหวังอะไรตอบแทนเสมอ...เควนตินไม่ได้เป็นแบบนั้นไง"


 

"...."

แล้วที่ผมช่วยชีวิตเขา ดูเหมือนผมอยากได้อะไรตอบแทนจากเขารึไง?


 

"หึ คุณคงจะ...ไม่เคยโดนต้อนให้จนมุมมาก่อน...เลยใช่ไหม?"


 

"...ทำไม นายคิดว่าทำให้ฉันจนมุมได้เพราะฉันปิ๊งนาย?"


 

"ก็อยากลองทำอยู่ แต่คุณไม่อยากให้ผมทำหรอก:)"

กล้าท่าผมซะด้วย?...เมาจนตาจะปิดอยู่แล้วเนี้ยนะ?


 

"ฮิวจ์ มีห้องว่างอยู่ใช่ไหม?"

ที่นี่มีห้องให้เปิดอยู่แค่สามห้องเผื่อคนที่เมาแล้วขับรถกลับไม่ได้หรือมีเหตุผลอื่นๆ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเหตุผลแรกซะมากกว่า


 

"นี่กลางวันแสกๆ แกยังจะนัวกับเด็กมันอีกเหรอ อีกอย่างเขาเมาอยู่นะ"

มันออกปากเตือนเพราะการมอมเหล้าแล้วพาขึ้นห้องมันไม่ใช่นิสัยผมเลย แล้วยังไงล่ะ ผมมันไม่ใช่คนดีมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว โอกาสแบบนี้ไม่ได้จะมีง่ายๆนะอีกอย่าง...

ผมอยากจะเอาชนะไอ้เจคด้วย


 

"นี่แกเห็นฉันเป็นนักบวชเหรอ?"

ฮิวจ์ถอนหายแล้วโยนกุญแจห้องให้


 

"อย่าทำเลอะเทอะล่ะ"


 


 


 


 

ผมผลักคนตัวเล็กที่เมาไม่ได้สติให้เขานอนอยู่บนเตียงก่อนตามลงไปคร่อมร่างเขาไว้แล้วบดยี้ริมฝีปากสีชมพูสวยข้างใต้ ทอมไม่ได้โต้ตอบหรือขัดขืนอะไรผมเลยแม้แต่น้อย ทำให้ผมไม่รู้เลยว่าเด็กนี่มีอารมณ์ร่วมรึเปล่า พอถอนจูบแล้วสบตากับดวงตาสีเฮเซลนัทตรงหน้า สำหรับผมมันดูงดงามเหมือนทุกครั้งที่ได้มองแต่ตอนนี้เขาดูเหมือนหุ่นยนต์ที่ถ่านหมด 

และนั่นทำให้ผมหงุดหงิดเล็กๆ....


 

"อึก!!"

ทอมร้องเสียงหลงเพราะโดนกัดที่คอจนเป็นรอย ความจริง ผมแค่อยากแน่ใจว่าเด็กนี่จะไม่หมดสติไปเพราะเมาก็เเท่านั้น ไม่งั้นไม่สนุก:)


 

"โทษที...แค่กลัวนายจะหลับไปซะก่อน"


 

"...."


 

"อย่าพึ่งหลับก่อนฉันเสร็จล่ะ:)"

ริมฝีปากนิ้มสวยถูกกดจูบลงไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ทอมมีท่าทีอะไรบ้างแล้ว เขาโอบรอบคอผมไว้แล้วขบเม้มริมฝีปากผมตอบบ้าง ร่างเล็กปรับองศาหน้าตัวเองให้จูบผมได้อย่างถนัดๆ แม้เด็กนี่จะโต้ตอบผมได้ไม่เลวแต่ผมก็รู้สึกได้ว่ามือเขากำลังสั่นอยู่...


 


 


 

--Downey---

"นายให้ไรอั้นเรย์โนลด์ปกป้องเขาเหรอ!? นั่นมันคนนอกกฏหมายนะ!"


 

"ใช่ แต่หมอนั่นก็มีฝีมือพอตัว อีกอย่างฉันก็บอกไปแล้วนี่ว่าฉันไม่มีทางเลือก"

หลังจากที่ได้นอนในรอบสามวันผมก็เล่าทุกอย่างให้อีแวนส์ฟัง ซึ่งเขาก็ดูไม่ปลื้มเท่าไหร่ ผมกับคริสเดินทางมาที่สถานีตำรวจเพื่อสืบสวนเจนนิเฟอร์ลอว์เรนซ์ ทหารรับจ้างสาวผมบลอนที่ตามล่าลูกชายผม สภาพเธอในตอนนี้ดูนิ่งมากๆ เธอถูกใส่กุญแจมือนั่งอยู่พร้อมให้ผมเล่นเกมถามตอบ20คำถามมหัศจรรย์ด้วย


 

"ให้ฉันเข้าไปด้วยไหม?"

อีแวนส์ถาม


 

"นายอยู่นี่แหละ อย่าให้ใครได้ยินข้อมูลที่ฉันได้จากยัยนั่น"

เมื่อพ่อตำรวจตัวใหญ่ผงกหัวผมก็เข้าไปพร้อมปิดประตูให้เรียบร้อย เธอยังคงไม่พูดอะไรจนกระทั้งผมนั่งอยู่ตรงหน้า


 

"ฉันรอดมาได้ยังไง?"


 

"เธอจะได้คำตอบหลังจากที่ตอบคำถามฉันแล้ว"


 

"....."

ลอว์เรนซ์หลุบตาลงพื้นท่าทางจะรอให้ผมถามอยู่


 

"กระสุนที่เธอใช้...เดาว่ามันถูกดัดแปลงมาจากสิ่งที่ลูกชายฉันคิดค้นขึ้นมา"


 

"...."


 

"เธอรู้ว่าไรอั้นจะปกป้องทอมเลยใช้กระสุนGR13เพื่อหยุดหมอนั่นโดยเฉพาะ"


 

"เขาทำงานให้คุณนี่"

รู้เรื่องนี้ด้วย...


 

"ใช่...แล้วใครจ้างเธอมา"


 

"...."


 

"มันจ้างเธอเท่าไหร่?"


 

"คุณให้ฉันมากกว่าเท่าไหร่ก็ไร้ประโยชน์ เขาให้ลูกน้องเขามามอบหมายงานและฉันไม่รู้แม้กระทั้งชื่อของลูกน้องเขาแถมตอนคุยกัน เขาใส่หน้ากาก"


 

"แล้วรู้ได้ไงว่านั่นเป็นแค่ลูกน้องเขา"


 

"หมอนั่นบอกว่า'Doctorต้องการให้คุณทำบางอย่าง' ฉันไม่ได้เป็นคนสืบว่าเด็กนั่นทำงานที่ไหน และจะไปที่ไหนเขาบอกฉันเอง แถมยังเป็นคนให้ปืนนั่นกับฉันเพื่อให้ฉันรับมือกับไรอั้นเรย์โนลด์ได้"

ผู้หญิงคนนี้เป็นแค่หมากของเจ้าDoctorอะไรนั่นสินะ แต่ผมเดาว่าเจ้าด็อกเตอร์นั่นไม่ได้ให้ลูกน้องมาบอกเจนนิเฟอร์หรอก เพราะการจะบอกข้อมูลขนาดนั้นผ่านคนอื่นมันมีโอกาสที่ข้อมูลจะผิดพลาดหรือรั่วได้ง่ายๆดังนั้น เขาคงมาด้วยตัวเองและแสร้งทำตัวเป็นลูกน้อง ผมลุกขึ้นแล้วเปิดประตูห้องสอบสวนออกแต่เสียงของแม่สาวผมบลอนหยุดผมเอาไว้


 

"คุณยังไม่ได้ตอบคำถามฉัน"


 

"...."


 

"ฉันสลบอยู่ตรงหน้าไรอั้นเรย์โนลด์ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่หมอนั่นจะปล่อยให้ฉันมีชีวิต"

นั่นสินะ เธอยังไม่รู้เลยว่าตัวเองรอดมาได้ยังไง ผมออกจากห้องสอบสวนเพื่อไปฉกแทปเลตคู่ใจของอีแวนส์มาเปิดภาพจากเหตุการในบาร์นั่นให้เธอดู 

ทหารรับจ้างสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย ผมเห็นความรู้สึกผิดบนใบหน้าเธอได้อย่างชัดเจน คงไม่แปลกหรอกเพราะถ้าคนที่ผมคิดจะฆ่าอยู่ๆก็เข้ามาช่วยชีวิตผมเอาไว้ ผมก็คงรู้สึกผิดเหมือนกัน


 

"รู้สึกผิดขึ้นมารึไงที่ตามล่าลูกฉัน"


 

"เขาพูดสำเนียงอังกฤษ"


 

"....?"


 

"คนที่มอบหมายให้ฉันไปลักพาตัวลูกคุณ เขาพูดสำเนียงอังกฤษ"

สำเนียงอังกฤษ...เยี่ยมเลย

ผมส่งแทปเลตคืนให้อีแวนส์แล้วออกไป ปล่อยให้ตำรวจทำหน้าที่เคลื่อนย้ายผู้ต้องหา เบาะแสเพิ่มไม่มากแต่ผมก็พอเคลื่อนไหวอะไรได้บ้างแล้ว


 


 

--Ryan-- 18:45

"แล้ว แผ่นที่แปะอยู่ตรงหน้าอกนายคืออะไร"


 

"เครื่องยืนยันว่าเควนตินจะฆ่าผมไม่ได้ ถ้าหัวใจผมหยุดเต้นข้อมูลตัวตนปลอมของเควนตินจะถูกส่งถึงตำรวจทันที แต่มันคงไม่จำเป็นเท่าไหร่แล้ว"

ไว้ใจไอ้บ้านั่นขนาดนั้นเชียว? ผมลูบไปตามรอยกัด รอยจูบมากมายบนคอระหง ก่อนหันไปสบตาเขาที่หน้ากำลังแดงระรื่น เคยคิดว่าเขาเป็นหุ่นยนต์ถ่านหมดแต่ตอนนี้ผมขอถอนคำพูดเลย บทรักเมื่อกี้เด็ดไม่เบา ทอมมีท่าทีประหม่าเอามากๆแต่นั่นก็ยิ่งยุให้ผมอยากแกล้งเขายิ่งกว่าเดิม และมีหลายครั้งที่มือเขาสั่นแม้ทอมพยายามซ้อนมันเอาไว้แต่ผมสังเกตได้ง่ายๆอยู่ดี


 

"นี่ครั้งแรกของนาย?"


 

"เออ"


 

"แล้วน่าจดจำไหม:)"


 

"ก็น่าจดจำจนอยากถ่ายรูปเก็บไว้เลย"

ทอมมี่น้อยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากะจะถ่ายรูปผมแต่ผมแย่งมันมาก่อน


 

"ถ่ายด้วยกันสิ:)" เมื่อพูดจบผมดึงเด็กนี่เข้ามากอดแล้วชูกล้องขึ้นกดถ่ายด้วยกัน ทอมหยิบมือถือไปกดๆพักนึงแล้วยันตัวลุกขึ้นหยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่บนพื้นมาใส่ 

เขารีบไปไหนกัน?


 

"นายไม่ต้องรีบหรอกน่า จะไปไหนเหรอ?"


 

"เอ่อ...แปปนะผมคิดหาเรื่องโกหกคุณอยู่"

หะ? คิ้วของผมขมวดเข้ากัน เมื่อได้ยินที่ทอมพูด เด็กนั่นสวมเสื้อและกางเกงเสร็จแล้ว เขาขยับเข้ามาหาผมก่อนเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเราเกือบแตะกัน


 

"โอ้ย!!" รู้สึกเหมือนโดนเข็มแทง...ทอมเอากระสุนยาสลบปักลงบนสีข้างผมก่อนลุกจากเตียงไป "ทำไม?"


 

"ไม่รู้สิ ผมคงปลื้มโซฟาบ้านเควนตินมั้ง"

หมับ!

เขาหันมาชักสีหน้าใส่ผมทันทีเมื่อถูกจับแขนเอาไว้ แต่จุดที่ถูกกระสุนยาสลบปักมันเริ่มชาขึ้นมาแล้ว เขาเลยสบัดแขนออกจากมือผมได้ง่ายๆ


 

"นายเป็นบ้าอะไร?"


 

"หึ...ทุกๆคนมักจะเข้าหาผมเพราะฐานะเสมอ รู้ไหมว่าผมเกลียดพวกเขาทุกคนเลย"


 

"คิดว่าฉันปกป้องนายเพราะหวังผลอะไรงั้นสิ?"


 

"ยังจะกล้าพูดแบบนั้นอีกเหรอ ทั้งๆที่รับเงินจากพ่อผมมาแล้ว"


 

"อึก!!"

เด็กนี่ดึงกระสุนยาสลบที่ปักอยู่บนสีข้างออกให้กับผมเมื่อตัวยาเข้าร่างผมแล้ว แต่สิ่งที่ออกมาจากปากเขาก็ทำผมอึ้งไปพักนึง และความกังวลคงเขียนติดอยู่บนหน้าผมชัดเจนแล้วแน่ๆ


 

"กระสุนที่ผู้หญิงคนนั้นใช้ เธอใช้มันเพื่อหยุดคุณโดยเฉพาะ สำหรับคนที่โดนยิงจนไหล่เป็นรู แล้วยังเดินได้อย่างปกติแบบคุณก็สมเหตุสมผล"


 

"...."


 

"ถ้าคุณโผล่หน้าไปที่โรงพยาบาล ผมจะรักษาคุณให้เพราะนั่นเป็นงานที่เควนตินให้ผมทำ แต่ถ้าคุณไปที่โรงบาลหรือบ้านของเควนตินโดยที่ไม่มีแผล ผมจะถือว่าคุณมาจับตาดูผมตามที่พ่อผมจ้างคุณมา เชื่อเถอะนายจ้างของคุณฆ่าคุณทิ้งแน่ถ้าเขารู้ว่าผมไปนอนกับคนนอกกฏหมายอย่างคุณ"

และรูปที่เข้าถ่ายเป็นเครื่องยืนยันได้ดีซะด้วย ในขณะที่ผมคิดจะลุกไปเอามือถือร่างกายมันก็ชาเกินจะทำแบบนั้น เวร.... ไม่ได้เป็นไอ้งั่งมานานจนกระทั่งความเงี่ย*บังตา ไอ้ชิบหายเอ้ย!?... ผมน่าจะคิดได้ว่าทำไมอยู่ๆถึงโดนอ่อย


 

"นี่ยอมเสียครั้งแรกของตัวเองเพื่อสลัดพ่อนายให้หลุด....เกลียดหมอนั่นขนาดนั้นเลย?"

เยี่ยมปากผมเริ่มชาจนจะพูดไม่ได้แล้ว


 

"มันก็แค่เซ็กซ์ ต่อให้มันเป็นครั้งแรกแต่สำหรับผมมันก็แค่สิ่งเกิดจากความไคร่ของมนุษย์ คุณเคยวันไนท์มาบ้างก็น่าจะเข้าใจได้ง่ายๆ"

นี่มันออกมาจากปากเด็กที่ไม่เคยมีอะไรกับใครมาก่อนจริงๆน่ะเหรอ ?


 

"นาย...เป็น...หุ่นยนต์รึไง?"


 

"ทำไม? หรือเสียเซลฟ์ที่โดนผมต้อนให้จนมุม"


 

"..."

ทอมพูดถูก นี่เป็นครั้งแรกที่ผมทำงานล้มเหลว และเป็นครั้งแรกหลังจากนานมาแล้วที่ผมรู้สึกพ่ายแพ้...ผมคาดหวังจะเอาชนะไอ้เจคหลังมีอะไรกับทอมแต่ ดูจะได้ผลตรงกันข้ามเลย 


 

"คิดว่า.. ฉันมีอะไรกับนายเพราะหวังผลงั้นสิ ฉันไม่ได้--"


 

"คุณอาจจะแค่เงี่ย*ก็ได้ใครจะรู้ ยังไงซะผมก็ไม่สนอยู่แล้ว ฝากไปบอกพ่อด้วยว่าให้เลิกยุ่งกับผมซักที"


 

"ทอม..."


 

"อีกอย่าง...การมอมเหล้าคนอื่นเพื่อมาทำแบบนี้ มันเป็นสิ่งน่าขยะแขยงที่สุด..."


 

"...."


 

"นั่นสิ ผมจะเสียเวลาสอนเรื่องนี้ให้คนนอกกฏหมายชั้นต่ำแบบคุณทำไม?"

ปัง!

คำพูดที่เย็นชากับสายตาที่เหยียดหยาม...มันกรีดแทงใส่ผมได้อย่างเจ็บแสบ ทอมปิดประตูเสียงดังใส่หน้าผม ในตอนนี้แทนที่จะรู้สึกหงุดหงิดเพราะทำงานพลาด ผมกลับ...เสียใจ

ส่วนนึงมาจากรู้สึกผิด และส่วนนึงมาจาก...การที่ได้รู้ว่าทอมไม่ได้รู้สึกอะไรกับผมเลย ตาของผมปิดลงเพราะฤทธิ์ของยาสลบที่โดน...

นั่นสินะ ลูกคุณหนูผู้สูงส่งอย่างเขาจะรู้สึกอะไรกับคนนอกกฏหมายชั้นต่ำแบบผม


 


 


 

--Tom--19:34

ใจเต้น...ใช่ แถมภาพตอนที่มีอะไรกับไรอั้นมันก็ยังวนอยู่ในหัวด้วย แม้ผมจะรู้ดีว่าเซ็กซ์มันก็แค่สิ่งที่เกิดจากความไคร่แต่ผมก็ไม่ใช่หุ่นยนต์ ผมแยกความรักกับเซ็กซ์ออกจากกันอย่างชัดเจนไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ สัมผัสที่เขามอบให้มันไม่ได้ดุดันจนดูเหมือนเป็นเพียงแค่ความไคร่อย่างเดียว จนผมเผลอคิดว่าอาจจะมีอะไรมากกว่านั้น...โลกสวยเป็นบ้า น่าจะเป็นเพราะผมไม่มีประสบการณ์ด้านนี้ด้วยนั่นแหละ 

...เดี๋ยวก็ลืมน่าโทมัส


 

ก๊อกๆ

ประตูบ้านของเควนตินเปิดแทบจะทันทีเลย เขามีท่าทีตกใจเล็กๆก่อนจะดึงแขนผมเข้ามาข้างใน


 

"หายไปไหนมา?!"


 

"ไว้คุยทีหลังน่า"

นอนลงบนโซฟาเป็นอย่างแรกที่ผมทำ และดูเหมือนเควนตินยังไม่ตรัสรู้ว่าผมกำลังเหนื่อย ทั้งจากการที่เดินจากซิสเตอร์มากาเร็ตมาบ้านเควนตินและจากภาพบทรักกับไรอั้นที่โคตรหนักหัว ไม่ใช่ว่ามีอะไรกับไรอั้นมันไม่สนุก แต่มันกำลังทำให้ผมสับสน...และผมเกลียดความรู้สึกนี้


 

"บนคอนาย"


 

"บอกว่าไว้คุยทีหลัง!"


 

"...."

เมื่อเควนตินเงียบไปพร้อมสีหน้าหมองๆ ผมจึงตระหนักได้ว่าเสียมารยาทกับเขาไปเสียแล้ว


 

"โทษที...ผมน่าจะพูดดีๆกับคุณ แค่ตอนนี้ผมเหนื่อย"

ใช่ครับผมเหนื่อยจริงๆ สิ่งเควนตินคาดหวังจากผมทำให้ผมเกลียดตัวเอง ผมชอบเควนติน ผมรู้สึกดีกับเขาแต่มันไม่ใช่ความรู้สึกแบบเดียวกันและเควนตินดีกับผมมากจนผมกลัวว่าจะโดนเขาเกลียด แล้วถ้าหมอนี่รู้ว่าผมนอนกับไรอั้นล่ะ...? เขาจะเกลียดเพื่อนตัวเองเพราะผมไหม แล้วเขาจะเกลียดผมด้วยรึเปล่า?


 

ผมไม่รู้เลย...ที่ผ่านมาผมระแวงคนรอบข้างตัวเองมาโดยตลอดแม้กระทั่งไรอั้น และเควนตินเป็นคนแรกที่ผมรู้สึกว่าวางใจเขาได้

"หิวไหม?"


 

"ทำไมคุณจะไปทำอะไรให้ผมกินเหรอ?"


 

"ใช่"


 

"ไม่เอา ไม่ต้องเลย...แค่อยู่เป็นเพื่อนผมก็พอ"

เควนตินนั่งลงกับพื้นใกล้กับโซฟาที่ผมนนอนอยู่ เขาจับมือผมไว้ก่อนจ้องผมอยู่เฉยๆ ไม่ถาม ไม่เซ้าซี้อะไร แค่อยู่เป็นเพื่อนตามที่ผมขอ


 

"ผมอดดูโคอาล่า"


 

"ยังมีวันหยุดอีกเยอะ"

เขาลูบหัวผมด้วยรอยยิ้ม มันดูอบอุ่นมากๆ...จนผมรู้สึกแย่เมื่อนึกถึงตอนที่ต้องเสียมันไป


 

"...."


 

"ฉันได้ยินเสียงปืนก่อนนายหายไป"

นั่นสินะ เควนตินไปซื้อกล้วย ผมน่าจะอธิบายได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น


 

"พ่อผมเขาไม่ค่อยถูกกับคนนอกกฏหมาย พอมีข่าวลือว่าผมออกจากบ้านผมเลยเดือดร้อนไปด้วย"


 

"เจ็บตัวรึเปล่า?"


 

"ไม่หรอก ไรอั้นช่วยผมไว้..." ผมลุกขึ้นนั่งให้เควนตินขึ้นมานั่งข้างๆ ก็เควนตินเล่นนั่งบนพื้น ผมไม่เกรงใจก็แย่แล้ว:< "เขาโดนยิงจนผมต้องผ่าตัดให้เขา"


 

"ถ้าผ่าตัดให้คนอื่นฉันคงโกรธที่นายผ่าตัดโดยไร้ประสบการณ์แต่ถ้าผ่าให้ไรอั้นก็สบายใจได้ มันไม่ตายง่ายๆหรอก(-_- )"


 

"บางทีผมก็สงสัยว่าคุณเป็นเพื่อนไรอั้นจริงไหม ดูไม่ห่วงเขาเลยนะ" เควนตินยักไหล่อย่างไม่ยี่หระนัก ก็ดูจะไม่เป็นห่วงจริงๆนั่นแหละ "ผมพึ่งรู้ว่าเขาทำงานให้พ่อผมน่ะเลยหาทางสลัดเขาให้หลุด...ไม่ให้พ่อตามตัวผมได้"


 

"ที่หมอนั่นปกป้องนายเพราะงี้นี่เอง...ฉันนึกว่ามันชอบนายซะอีก"


 

"ยังไงก็เถอะ ผมต้องเปลี่ยนไปทำงานที่อื่นซักเดือน ให้แน่ใจว่าไม่มีใครตามล่าผม"


 

"โอเค...เดี๋ยวจะดูให้ว่ามีพวกทหารรับจ้างมาที่โรงพยาบาลไหม"


 

"ขอบคุณ" ผมหันไปมองดวงตาสีฟ้าสวยแล้วจ้องมันพักนึง มันเป็นดวงตาคู่เดียวที่ผมมองมันแล้วสบายใจที่สุด "คุณชอบผมขนาดนั้นเลยเหรอ หรือแค่อยากให้ผมไว้ใจแล้วยกเลิกกับดักที่ผมตั้งไว้กับคุณ---โอ้ย!"


 

เป๊าะ!!

นิ้วของเควนตินดีดใส่หน้าผากผมอย่างจัง เขายีหัวผมจนยุ่งไปหมดก่อนยักคิ้วให้ราวกับไม่กลัวเลยว่าผมจะไปแจ้งตำรวจเพราะโดนฆาตกรดีดหน้าผาก เพราะเขารู้ว่าผมจะไม่ทำแบบนั้น


 

"นายไม่ต้องระแวงทุกอย่างรอบตัวก็ได้นะ"


 

"ช่วยไม่ได้นี่...มันติดเป็นนิสัย ทุกคนเป็นกับผมแบบนั้น มันคงแย่มากๆถ้าคุณจะเป็นเหมือนทุกคนที่ผมเจอ"


 

"แล้วฉันเป็นแบบนั้นเหรอ?"


 

"ตอนนี้ยัง" เบคทำหน้างอนๆทำให้ผมหัวเราะออกมา "ฮะๆๆ แต่อยู่กับคุณแล้วผมสบายใจนะ"


 

"พวกที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจแม่งโดนfriend zone ตลอด"

ดูหนังมากไปรึเปล่า


 

"พูดอย่างกะผมมีแฟนแล้ว"


 

"ตอนนี้ยัง แต่ฉันอยากเป็นให้ :)"


 

"จีบ?"


 

"บอกไปแล้วว่าจะจีบ"

อาจจะเป็นเพราะผมเขิน...นั่นสินะ โดนพูดแบบนี้ใส่ใครก็เขินอยู่แล้วมันปกติน่า...


 

"....ผมจะอาบน้ำ"


 

"เขิน?"


 

"เออ-///-"


 


 


 

--Downey--

"คนที่ฉันสงสัยมี'วิคเตอร์ วอน ดูม'กับ...'เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์'สองคนนี้มักจะถูกเรียกว่าDoctorอยู่บ่อยๆ"

ความจริง มันมีคนอื่นที่เกลียดผมมากกว่าสองคนนี้นะ แต่คนที่จะปั่นหัวผมได้ต้องฉลาดพอสมควรและสองคนนี้ ฉลาดพอจะปั่นหัวผมได้แน่ๆถ้าพวกเขาคิดจะทำ


 

"วิคเตอร์ วอน ดูม...หมอนั่นไม่ใช่คนอังกฤษ"


 

"แต่เขาพูดได้หลายภาษา ฝึกสำเนียงอังกฤษคงไม่ยากสำหรับเขาหรอก"

ใช่...วิคเตอร์เขาเก่งแทบจะทุกด้านอยู่แล้ว


 

"พอจะเดาได้ไหมว่าเคยไปทำอะไรให้สองคนนั้นโกรธ"


 

"กับเบเนดิกต์ แทบไม่มีเลยเราอาจจะไม่ถูกกันบ้างเพราะเจ้านั่นปากไม่ดีแต่หมอนั่นไม่ใช่คนที่อยากฆ่าฉันหรอก"


 

"หมายความว่าไง?"


 

"4เดือนที่แล้วฉันได้ร่วมงานกับเขา เราไม่เคยพูดกันเลยถ้าไม่จำเป็น เขาด่าว่าฉันปากหมาฉันเลยเกลียดเขาเข้าไส้ แต่พอทำงานด้วยกันซักอาทิตย์ฉันก็เผลอทำรายงานที่เขาจดเอาไว้ลุกเป็นไฟเพราะรายงานเขาเปื้อนน้ำมัน ตอนนั้นฉันคิดว่าเขาจะโมโหที่ทำรายงานเขาไหม้เลยรีบเขาไปดับไฟ แต่แทนที่หมอนั่นจะช่วยฉันดับไฟเขากลับดึงฉันออกมาไม่ให้ไฟลวกซะงั้น" ผมโชว์แผลโดนไฟลวกเล็กๆที่มือให้คริสดู "แถมเขายังทำแผลให้ด้วย"


 

"แปลว่านายสงสัยดูม"


 

"ไม่เชิง วิคเตอร์...ถึงหมอนั่นจะนิสัยเสียไปทั่วแต่เขาดีกับฉันตลอด"


 

"....งั้น ถ้า1ในสองคนนี้ไม่ได้คิดจะฆ่านาย แต่คิดจะเรียกร้องความสนใจจากนายล่ะ"


 

"ถึงขั้นเอาลูกฉันเข้ามาเกี่ยวด้วย ไม่น่าจะแค่เรียกร้องความสนใจแล้วล่ะ ถ้าใช่...คนทำคงว่างมาก ไม่ก็โรคจิตแล้ว"


 

"แล้วถ้าใช่ล่ะ?"

นั่นสินะ...ที่คริสพูดก็มีเหตุผล เพราะสองคนนั้นพวกเขาแทบไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลยถ้าหากผมตาย ดังนั้นก็เป็นไปได้ถ้า1ในสองคนนั้นอาจเป็นโรคจิตไม่ก็แค่ว่างอยากปั่นหัวผมเล่น


 

"...ฉันจะลองไปเยี่ยมสองคนนั้นดู เริ่มจากวิคเตอร์..."


 

"ฉันไปด้วย"

ก่อนจะได้ทำอะไรต่อโทรศัพท์ของผมก็สั่นแจ้งเตือนข้อความเข้า เมื่อกดขึ้นมาดูมันก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างเหนือความคาดหมายสำหรับผม


 

ไรอั้น: ผมขอเลิกทำงานที่คุณขอนะ เงินค่าจ้างทั้งหมดผมโอนคืนให้แล้ว


 

:ทำไม?


 

ไรอั้นบล็อคผมไปแล้ว...


 

"มีเรื่องอะไรเหรอ?"

ท่าทางหน้าผมจะบอกได้ดีว่ากำลังมีเรื่องให้กังวลอีกแล้ว


 

"บอดี้การ์ดฉันลาออกไปสามคน รอบนี้คนที่ฉันจ้างให้ไปดูแลลูกชาย เขาก็มาลาออกอีก"

อีแวนส์หยิบโทรศัพท์ผมไปดู


 

"เขาก็ไม่ได้เขียนเหมือนที่บอดี้การ์ดสามคนนั้นเขียนนี่ อาจจะไม่เกี่ยวกันก็ได้"

ประเด็นมันอยู่ที่ทอมไม่มีคนคุ้มกันแล้วน่ะสิ...เวรเอ้ย


 

"ฉันจะไปเยี่ยมวิคเตอร์ นายไปสืบหาที่อยู่ลูกฉัน ตอนนี้เขาไม่มีบอดี้การ์ดอยู่กับตัว เขากำลังเสี่ยง"

ผมรู้ดีว่าถ้าผมสืบที่อยู่เขาทอมคงจะยิ่งหาทางหนีจากผมแน่ๆ ดังนั้นให้คริสไปนั่นแหละดีที่สุด


 

"แล้วจะให้นายเข้าไปหาผู้ต้องสงสัยตามลำพังเหรอ? ไม่ล่ะนายห้ามไปหาดูมหรือเบเนดิกต์เด็ดขาดถ้าไม่มีฉันไปด้วย"

เฮ้อ....ก็รู้อยู่หรอกว่าไอ้พ่อพระสุภาพบุรุษนี่ต้องเป็นห่วง


 

"เออๆ จะรอให้นายสืบหาที่อยู่ลูกฉันจนเสร็จก็แล้วกัน"

ตอแหลได้เนียนใช่ไหมล่ะ? ยังไงผมก็คงต้องขัดคำสั่งเขา ต่อให้คริสว่างไปกับผม ผมก็ไม่คิดจะพาหมอนี่ไปด้วยให้ไก่ตื่นอยู่แล้ว ถ้าไปโดยที่มีตำรวจไปด้วยผู้ต้องสงสัยทั้งสองก็รู้ตัวว่าโดนสงสัยกันพอดี โง่ชะมัด


 


 


 


 


 

ถ้ามีคนคิดว่าทำไมน้องทอมดูแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์ สาเหตุหลักเกิดจากที่เจ้ดาวเลี้ยงลูกให้ฉลาดและรู้มากเกินไป ฟังดูเหมือนดีแต่มีข้อเสีย น้องสนุกกับการอยู่ในแลปมากกว่าการออกไปมีเพื่อน ตอนเด็กๆทุกอย่างในโลกมันดูน่าสนใจไปหมดแหละค่ะ แต่อะไรที่เด็กทำแล้วได้รับความสนใจจากพ่อแม่ เด็กเขาก็จะชอบทำเป็นพิเศษ และสองพ่อลูกคู่นี้เขาใช้เวลาอยู่ในแลปแทบจะตลอดเวลา 

เวลาส่วนใหญ่ในวัยเด็กของทอมเลยหมดไปกับการอยู่ในแลป จนโตมาแล้วรู้สึกว่าผลการทดลองที่เขาได้ในแลปมันน่าเชื่อถือมากกว่าความรู้สึกที่แสดงออกมาของมนุษย์ที่อยู่รอบตัวเขา เพราะคนรอบตัวน้องอาจจะดีกับน้องก็จริงแต่ส่วนใหญ่พวกเขาดีกับน้องเพราะฐานะ โตมากับอัจฉริยะก็ฉลาดแบบอัจฉริยะ น้องดูออกค่ะว่าคนรอบข้างน้องหวังอะไรจากตัวเอง อาจจะฟังดูเป็นข้อดีแต่ตอนนี้น้องแทบไม่มีเพื่อนเลยเพราะระแวงคนรอบข้างจนติดเป็นนิสัย พ่อที่เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวก็งานยุ่ง อยู่ไม่ติดบ้านเลย ช่วงเวลาวัยรุ่นของทอมเลยโตมาอย่างโดดเดี่ยว

ทอมแตกหักกับพ่อเนื่องจากการประดิษฐ์ยาสลบที่ทำมาจากสารเสพติดชนิดรุนแรง(GR13)ในตอนนั้นมีนักข่าวบางส่วนสงสัยว่าทอมไปได้ของผิดกฏหมายชนิดนี้มาจากไหนจนเจ้ดาวต้องเอาเงินปิดปากพวกเขา เจ้ดาวไม่อยากให้ลูกประดิษฐ์อาวุธแบบที่ตัวเองทำเพราะมีหลายสำนักด่าว่าเจ้ดาวเป็นฆาตกรเพราะอาวุธที่นางประดิษฐ์ ส่วนน้องคิดว่าตัวเองไม่เคยดีได้เท่าพ่อเพราะประดิษฐ์อะไรพ่อก็ด่าแถมชาวเน็ตก็คาดหวังให้น้องเขาเก่งเหมือนพ่อเหลือเกิน จนน้องไม่รู้สึกมีความสุขแล้วกับการเป็นลูกแม่ดาว


 

กับพี่เจค 

น้องรักพี่เขาแบบเพื่อนเพราะพี่เขาดีกับน้องมาก พี่เขาเหมือนเป็นคนที่เติมเต็มน้องทอมได้ดีเพราะพี่เขาพิสูจน์ให้ทอมได้เห็นแล้วว่าที่เขาดีกับทอมเพราะเขาชอบจริงๆ ไม่ใช่เพราะฐานะแต่ด้วยความที่ระแวงคนรอบข้างมาตลอด การจะรักใครมันเลยเป็นเรื่องยากสำหรับทอม


 

กับไรอั้น

น้องค่อนข้างผิดหวังเพราะพี่เขาเข้าหาทอมเนื่องจากโดนเจ้ดาวจ้างมา น้องเลยระแวงพี่ไรอั้นเหมือนที่ระแวงคนอื่นๆ แต่มีอยู่ครั้งนึงที่สองคนนี้มีความรู้สึกดีๆต่อกันคือตอนที่พี่ไรอั้นบอกน้องทอมว่าเขาอยากเป็นนักสืบนั่นทำให้น้องทอมคิดว่าคนนอกกฏหมายอยย่างไรอั้นยังอยากเป็นคนดีอยู่บ้าง การที่พี่อั้นเขาได้เปิดซิงน้องก็ไม่ได้ทำให้คะแนนเยอะขึ้นเลย เผลอๆจะลดลงด้วยซ้ำเพราะเซ็กซ์มันควรจะมาจากความเต็มใจของทั้งสองฝ่ายที่มีสติกันทั้งคู่ ถ้าพี่ไรอั้นหัดยับยั้งชั่งใจและฟังที่พี่ฮิวจ์เตือนซักนิดคะแนนคงเยอะกว่านี้ แต่พี่อั้นเป็นทหารรับจ้างนอกกฏหมายไงคะ เขาไม่ใช่นักบวช ไม่ใช่สุภาพบุรุษด้วย ทุกคนมีด้านแย่ๆของตัวเอง แม้แต่พี่เจคที่ใจดีกับน้องก็มีด้านแย่ๆเหมือนกัน พี่เจคเขายังไม่ได้เผยมันออกมาเท่านั่นเอง


 


 


 


 


 


 


 


 

ใบหน้าผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนที่อาจคิดร้ายกับแม่นาดาวค่ะ 


 

1 คุณหมอเบเนดิกต์ หมอฝีมือดีชาวอังกฤษที่รอบรู้เกือบทุกอย่าง ในเรื่องจะให้เจ้ดาวเรียกเขาว่า'หมอ'หรือ'หมอเบน'แล้วกัน เขาได้ฉายาDr. Strange(หมอแปลก)มาเพราะนิสัยแปลกๆที่ไม่ค่อยดีนักของเขา ชอบปากเสียกับเพื่อนร่วมงานบ่อยๆ เป็นทั้งนักวิทยาศาสตร์และหมอ(แต่ชอบเป็นหมอมากกว่า)  วันไหนคิดจะเป็นหมอก็ไปที่โรงบาล วันไหนคิดจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็เข้าแลป ไม่ฝีมือดีแกโดนไล่ออกไปนานแล้ว


 


 

2 วิคเตอร์ วอน ดูม ในเรื่องนี้เจ้ดาวเรียกเขาว่า'วิคเตอร์'ฉายา Dr.Doom นักวิทยาศาสตร์ที่เก่งด้านวิศวะและการตัดต่อพันธุกรรมสัตว์ พูดได้หลายภาษา ค่อนข้างนิสัยเสียกับคนที่ฉลาดน้อยกว่าตัวเองและมีความเชื่ออันสุดโต้งว่าวิทยาศาสตร์ไม่ได้รับใช้มนุษย์ แต่รับใช้ความเป็นจริง สาเหตุที่เขาดีกับRDJเพราะโรเบิร์ตเป็นคนเดียวที่เข้าหาเขา และฉลาดพอจะคุยกับเขารู้เรื่อง


 


 


 

ทุกคนคงรู้จักพี่เบน(Dr. Strange )ดีอยู่แล้วเพราะงั้นไรท์จะขอแนะนำตัว'วิคเตอร์ วอน ดูม'ในคอมมิคหน่อย ตัวร้ายในFantastic 4 พี่เขาเป็นตัวร้ายที่ไรท์ค่อนข้างชอบตัวนึงเลยเพราะแกฉลาดทั้งวิทยาศาสตร์และเวทย์มนต์ เท่มากในคอมมิคแต่พอมาทำเป็นหนังแล้วไรท์กลับรู้สึกเฉยๆ เพราะไม่มีDr. Doomในหนังคนไหนที่ถูกใจเลยซักคน ไรท์เลยให้ตัวละครใช้ชื่อว่า'วิคเตอร์ วอน ดูม'ไปเลยแทนที่จะให้ใช้ชื่อนักแสดงเหมือนตัวละครอื่นๆ  


 

ในคอมมิคช่วงแรกๆเราจะติดตากับดูมที่ใส่หน้ากากเพื่อปกปิดใบหน้าอันเสียโฉมไว้ แต่หลังอีเวนท์Secret war

พี่เขาก็ได้กลับมาหล่อเหมือนเดิม(หล่อมากกก หล่อวัวตายควายล้ม หล่อจนไรท์ต้องคลานเข่า) 

Dr. Doomในคอมมิคแกอาจจะได้รับบทตัวร้ายอยู่หลายครั้ง แต่! แต่!! แต่มีอยู่บ่อยๆที่ดูมแอบช่วยโทนี่ค่ะ พอโทนี่ถามว่าช่วยฉันทำไม ดูมก็มักจะเฉไฉแล้วก็ตอบไม่ตรงคำถามตลอดจนไม่มีใครรู้ว่าดูมคิดอะไรอยู่กันแน่ (ออกแนวตัวร้ายที่รักเธอ งุ้ยย//อันนี้มโนเอง) เกิดเป็น #DoomTony #DoomIron (แต่บอกไว้ก่อนว่าเรือนี้เล็กมาก)


 


 


 


 


 

อันนี้เป็นแฟนอาร์ตที่เจอค่ะ


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #12 Sab18868 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 19:52

    เเป็นกำลังใจให้ค่ะคือสนุก แต่แอบสงสารพี่อั้นนิดๆ;-;

    #12
    1
    • #12-1 ถุงกาวแพรวพราวสดใส(จากตอนที่ 5)
      29 กันยายน 2562 / 20:02
      ทำไมมีแต่คนอวยไรอั้นทั่งนั่นเลย5555 ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะo>_ #12-1
  2. #11 khaofangnoy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 15:19
    เดาไม่ถูกเลยง่าาา ว่าใคร แต่ทำไมแว้บนึงสงสัยพิ่เจค ไม่ม้างงงงงงงง
    #11
    1
    • #11-1 ถุงกาวแพรวพราวสดใส(จากตอนที่ 5)
      28 กันยายน 2562 / 15:51
      ถ้าเป็นพี่เจคจริง เจ้ดาวจะรู้ได้ง่ายๆแล้วล่ะค่ะเพราะพี่เจตไม่ได้อัจฉริยะขนาดนั้น 😂
      #11-1
  3. #10 LookWha1D (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 09:57

    อ่านจบตอนนี้แล้วสงสารพี่ไรอัน.... ;__;

    นอกจากเรื่องโดนเจ๊ดาวจ้างมาคุ้มครองน้อง​ ก็รู้สึกว่าพี่อั้นเขาจริงใจจริงๆ​ แต่ดูเหมือนภาพลักษณ์ในสายตาน้องทอมทั้งเป็นทหารรับจ้างนอกกฎหมาย​ ทั้งโดนจ้างวานมาจากพ่อตัวเอง​ -ความรู้สึกดีๆของพี่อั้นเลยไม่ส่งผ่านไปถึงน้องเลย​ ฮือออออ.... แล้วน้องทอมก็ดื้อมากอ่ะ​ ไม่รู้จะพยศอะไรขนาดนั้น​ น่าตี!

    #10
    1
    • #10-1 ถุงกาวแพรวพราวสดใส(จากตอนที่ 5)
      27 กันยายน 2562 / 10:02
      อันนี้ผิดที่เจ้ดาวเหมือนกันเพราะไม่มีเวลาให้น้องจนน้องไม่มีความสุขกับชีวิตที่ตัวเองมี น้องเลยอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ในแบบคนธรรมดาที่ไม่มีชื่อเสียงหรือฐานะใดๆ
      #10-1