RyanTom Jaketom //AU อย่ามาเรียกผมว่าเด็กมีปัญหา

ตอนที่ 4 : Let the ชิบหาย begin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 152
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    29 ก.ย. 62


--Jake--
"นาย...ยิงฉันทำไมเนี่ย?"
ก็ทำตามที่เด็กนี่บอกทุกอย่างแล้วนะ แต่เขาก็ยิงผมอยู่ และมันชาไม่ใช่เล่นๆนะเฟ้ย!(-*-)

"โทษที รู้สึกชาตรงปลายนิ้วไหม"
ท่าทางทอมจะรู้ผลข้างเคียงของยาสลบเป็นอย่างดี ก็สมควร เขาเป็นคนผลิตมันขึ้นมานี่ และผมก็คิดว่ามันควรอยู่ในมือตำรวจมากกว่าอยู่ในมือเด็กนี่ซะอีก:(

"ใช่...ทั้งนิ้วมือและนิ้วเท้าเลย"
เขาตรงไปที่ตู้เย็นแล้วเทนมใส่แก้วให้

"ดื่มซะ"
เมื่อพ่อคนเก่งเขาแนะนำ ผมเลยกระดกมันรวดเดียวหมด ขณะนี้ปลายนิ้วผมไม่รู้สึกอะไรเลย ในตอนแรกที่รู้จักทอมผมสนใจในตัวเขานะ แถมตอนทำงานเด็กนี่ดูกระตือรือร้นมากด้วย ถึงขนาดลงทุนมานอนบ้านคนที่รู้จักกันไม่นานอย่างผมเพราะอยากรู้วิธีจัดยา เขาดูไร้เดียงสา ตอนนั้นผมเอ็นดูเขาสุดๆ หารู้ไม่ว่าภายใต้ดวงตาหมาน้อยสีเฮเซลนัท แม่งมีความเจ้าเล่ห์ชิบหายซ้อนอยู่=_=

".....!"
อยู่ๆมือเรียวก็เลิกเสื้อสเวตเตอร์ผมขึ้น ท่างทางเขาจะอยากเห็นจุดที่ถูกยิง ตอนนี้มันบวมและแดงหน่อยๆ 

"ตรงที่โดนยิง คุณรู้สึกยังไงบ้าง?"
ทอมใช้มือลูบวนๆตรงจุดที่ถูกยิง ดวงตานั่นเลื่อนเอียงมาสบตาผมราวกับต้องการคำตอบ 
มือนิ้มเป็นบ้า...ก็นั่นสินะ มือของลูกคุณหนูนี่ 
ผมไม่ได้เกลียดเด็กคนนี้หรอกนะที่เขาเจ้าเล่ห์และรู้ทันคน แล้วมันก็ไม่ทำให้ผมเอ็นดูเขาน้อยลงด้วย ในทางกลับกันผมเริ่มอยากจะรู้จักเขาให้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ
ก็เขาเป็นคนพูดเองนี่ว่าผมรู้จักเขาน้อยไป

"ก็ชา....แต่ก็รู้สึกได้ว่ามือนายนิ้ม"
จะดูโรคจิตไหมนะ ถ้าผมชอบสัมผัสของมือเขา... ดวงตาสีเฮเซลนัทตรงหน้าก็ดูมีเสน่ห์เมื่อได้มองใกล้ๆแล้ว บางทีที่ผมคิดแบบนั้นอาจจะเป็นเพราะทอมเป็นเด็กที่หน้าตาดีก็ได้...ไม่สิ ผมเคยโดนจีบโดยผู้หญิงที่หน้าตาดีกว่าเด็กนี่ด้วยซ้ำ แล้วทำไมเด็กนี่ถึงได้ดูดีขึ้นมาในสายตาผมกัน เพราะเขาฉลาดเหรอ? เพราะมือไอ้เด็กนี่มันนิ้มเหรอ? 
หรือเพราะรอยยิ้มแบบนั้น...รอยยิ้มบ้าๆนั่น...

"อ่าหะ....แปลว่าไม่ได้ชาขนาดนั้น^^" ตอนนี้ทอมเหมือนนักวิทยาศาสตร์กำลังได้ผลการทดลองที่ตัวเองอยากรู้มานาน ผมเดาว่าเขาคงอยากให้ผมเป็นหนูทดลอง อันที่จริงผมควรจะโกรธแต่พอเป็นเด็กนี่แล้วผมดันโกรธไม่ลงน่ะสิ "มันจะหายในอีกครึ่งชั่วโมง"

"...."
ทอมยังคงยิ้มอยู่เขานั่งอยู่ข้างๆผมทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ยังทำท่าทีไม่อยากเข้าใกล้อยู่เลยแท้ๆ

"นายยังไม่ได้ตอบเลยว่ายิงฉันทำไม"

"ผมอาจจะแค่หมั่นไส้คุณก็ได้ :)"
ใครเชื่อก็โง่แล้ว แล้วเครื่องที่เขาประดิษฐ์ก่อนหน้านี้ไปไหนกัน แสดงว่าเขาประดิษฐ์มันเสร็จแล้วสิถึงได้เข้าใกล้ผมมากขนาดนี้ เด็กน้อยส่งยิ้มอย่างยียวนกวนประสาทให้ ท่าทางเขาคงไม่อยากตอบคำถามผม 

"....นายโกหก"

"ใช่ ผมโกหก...."
นั่นอะไร...ผมไม่ได้ใจเต้นเพราะท่าทีของเขาใช่ไหม นี่มันเด็กผู้ชายนะ...แถมหมอนี่ยังเด็กกว่าผมตั้ง15ปี ไม่เอาน่าเจค หวงความโสดไว้หน่อย ปฏิญาณตนไว้แล้วนะว่าถ้าเลิกเหล้าไม่ได้ห้ามมีแฟน ไอ้เด็กนี่น่ารักมากก็จริงแต่ผมก็แย่เกินกว่าจะไปชอบเขา  

"...."
สองปีที่ผ่านมาผมหลีกเลี่ยงการมีความรักได้ดีมาด้วยตลอด อุทิศตัวเองให้กับการเป็นหมอ100%เพราะความสัมพันธ์ครั้งล่าสุดที่ผมมีกับภรรยามัน...

"ความจริงผมว่าจะคุยเรื่องงานกับคุณ"
ความสัมพันธ์ครั้งล่าสุดที่ผมมีกับภรรยาคนก่อน มันห่วยแตก...

"...."
และที่มันห่วยแตกก็เป็นเพราะตัวผมเอง สุดท้ายมันจบลงที่ผมฆ่าเธอ...รู้ไหม ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะกับเขา

"เอาไว้ให้คุณดีขึ้นก่อนแล้วกัน"
มือบางหยิบทิชชู่ใกล้ๆมาเช็ดอะไรซักอย่างที่ติดอยู่บนหนวดผม คราบนม...?
ให้ตายสิ แล้วผมนั่งคุยกับเขามาเป็นนาที โดยที่มีคราบนมขาวๆติดหนวดอยู่มาโดยตลอดเนี้ยนะ!?
โคตรน่าอาย... ไอ้เด็กนี่ก็ร้ายชะมัด ไม่บอกกันซักคำ!!(=\\\=)




ปัจจุบัน
ผมกับทอมพึ่งกลับถึงบ้านมาจากทำงาน และ....ไฟบ้านผมเปิดอยู่ =_=
อีกแล้วเหรอวะ!?

"ดูเหมือนเพื่อนคุณมาเยี่ยม"

"ไม่ได้อยากให้มาเท่าไหร่"
เมื่อเช้านี้ผมค่อนข้างไม่พอใจไอ้อั้นนัก คือผมรู้อยู่หรอกว่าไอ้หมอนั่นมันชอบวันไนท์กับหญิงไปทั้ว แต่นี่ผู้ชายและเขายังเด็กอยู่ด้วย มันเว้นไว้ซักคนไม่ได้รึไง!?
เมื่อเปิดประตูบ้านออกก็เป็นอย่างที่ผมคาดไว้ ไรอั้นมันนอนอยู่บนโซฟาในเสื้อและกางเกงลายคิตตี้สีชมพูหวาน ไม่เข้ากะหน้ามันเลย=_=^

"โอ้ ไง~"

"ไปตายซะ"
พูดจบผมโยนกุญแจใส่ไรอั้น ซึ่งโยนใส่กี่ทีมันก็รับได้ตลอดนั่นแหละ

"ผมจะอาบน้ำแล้ว"
ทอมถอดเสื้อโค้ทไปแขวนแล้วหยิบผ้าเช็ดตัวในห้องผมเข้าห้องน้ำไป 
เขาใช้ผ้าเช็ดตัวผมด้วย...เฮ้ยๆๆ ดูโรคจิตไปไหมถ้าผมจะใจเต้นเพราะอะไรแบบนี้

"อยากกินอะไรไหม ฉันจะทำให้"

"ผมนึกว่าคุณจะทำให้แค่อาหารเช้าซะอีก เอาสิ....แต่อย่าวางยาผมนะ:)"

"นายก็รู้ว่าฉันไม่ทำ"
เขาเข้าห้องน้ำไปแล้ว ผมเลยลุกไปตั้งใจจะทำอาหารเย็น แต่สิ่งที่ออกจากปากไรอั้นหยุดผมไว้ซะก่อน

"เด็กนั่นรู้ว่านายประวัติไม่ดี ทำไมเขายังกล้าเข้าใกล้?"

"ไม่รู้สิ เขาคงมีแผนไว้รับมือกับฉันอยู่ล่ะมั้ง..."

"แล้วนายยอม?"

"เขาแค่มาขออาศัยอยู่บ้านนี่ ฉันไม่ได้เดือดร้อนอะไรอยู่แล้ว"

"ใช่...คนที่เดือดร้อนไม่ใช่นาย แต่เด็กนั่นก็ไม่แน่หรอก"

"หมายความว่าไง?"

"อย่าแกล้งโง่ เจค"
คำว่า'อ๋อ'ตัวโตๆลอยมาฟาดหน้าผมไป สาเหตุที่ไรอั้นทำท่าทีเหมือนจีบทอมเมื่อเช้านี้ เพราะมันอยากดูท่าทีผม เหมือนไรอั้นจะรู้ว่าผมกำลัง.... ชอบทอมอยู่และเขาคงไม่อยากให้ทอมโดนแบบที่ภรรยาผมเคยโดน 

"ฉันพยายามอยู่นะ ไรอั้น" มันลุกขึ้นแล้วไปหยิบเหล้าบนชั้นของผม "งั้นก็แสดงว่า แกไม่ได้ปลื้มอะไรเขาสินะ"

"....."

"...." 
คิ้วของผมขมวดเข้าหากันทันที เพราะไรอั้นมันเป็นคนคิดเร็วตอบเร็วเสมอถ้ามันไม่สนใจทอมจริงๆ มันตอบผมทันทีไปแล้ว

"คือ...มันก็..."

"ไอ้เพื่อนเหี้*"

"คือฉันเข้าใจนะว่าทำไมแกชอบเขา ทั้งฉลาด Bad Ass แถมมีมารยาทอย่างกะลูกคุณหนูด้วย" มันเทเหล้าใส่แก้วแล้วยื่นให้ แต่เมื่อผมก็จะรับแก้วจากมัน ไรอั้นก็ชักมือที่ถือแก้วเหล้ากลับซะงั้น ไอ้เวรนี่แม่งเปรี้ยวตีนผมอีกแล้ว=_=*** "ฉันลืมไป แกต้องพยายามเลิกเหล้าอยู่นี่หว่า :)"

"...."
แม่งเอ้ย....ผมเก็บมือตัวเองที่คิดจะหยิบแก้วเหล้านั่นแล้วลุกขึ้นเดินเข้าครัวไปทำมื้อเย็น



--Tom--
"แล้วรอบนี้คุณมานี่ทำไมล่ะ โดนยึดบ้านเหรอ"
หลังอาหารเย็นผมทิ้งตัวนอนบนโซฟาเพราะวันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้วในระหว่างที่เควนตินกำลังอาบน้ำคนที่ผมพอจะคุยด้วยได้ก็มีอยู่คนเดียวนี่นะ

"ฮ่าๆๆ ตลกจัง" 
ไรอั้นแกล้งหัวเราะ แต่ผมก็อยากรู้จริงๆนะว่าทำไมเขามาบุกบ้านเควนตินอีกทั้งๆที่ไม่ได้เจ็บตัว แถมมาในชุดนอนคิตตี้ด้วย น่ารักชะมัด=_= ;

"ผมอยากรู้จริงๆ"
ไรอั้นเปลี่ยนจากนั่งมาทิ้งตัวนอนตะแคงตรงโซฟาตัวตรงข้ามกับผม ระหว่างเรามีโต๊ะกาแฟเตี้ยๆกั้นอยู่

"ได้สิ ฉันจะเล่า:) คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้นะ....เมื่อวานด้วยความว่างจัด ฉันไปเดินห้างมา ความจริงฉันแค่ตั้งใจว่าจะไปซื้อทิชชู่กับโลชั่นเพิ่มแต่ก็ดันเดินไปเจอกับแผนกตุ๊กตามุ้งมิ้ง ในเวลานั้นเองที่ฉันได้พบกับยูนิคอร์นน้อย--"

"ข้ามไปส่วนสาระสำคัญเลยได้ไหม=_=?"
ผมเปลี่ยนไปนอนตะแคงเท้าหัวมองเขาด้วยสายตาเอือมๆ แต่คนตรงหน้ากลับอมกบมองผมราวกลับงอน ที่ผมไม่ตั้งใจฟัง

"ก็กำลังจะถึงเนี้ย ตั้งใจฟังหน่อย!! :("

"จ่ะ=_="

"ยูนิคอร์นตัวนั้นสีขาวชมพูบริสุทธิ์ มันสดใสและงดงามมาก เมื่อได้จดจ้องไปที่ดวงตาคู่สวยคู่นั้นมันทำให้ฉันนึกถึงนาย… รู้ไหมว่าเขาเหมือนนายมากเลย(o 3 o) ฉันเลยซื้อมัน ตั้งใจว่านับแต่นั้นเป็นต้นมา ฉันจะมองยูนิคอร์นนั่นแล้วเล่นกีฬาในร่มก่อนนอนหลับฝันดีทุกคืน^0^"

"อุบาทว์จัง"

"ฉันรู้^^ แต่เรื่องมันไม่ได้จบแค่นั้น" ยังมีต่ออีกเหรอ!?? " ความหายนะมันเกิดขึ้นเพราะฉันใช้เวลาอยู่กับยูนิคอร์นตัวนั้นมากเกินไป นั่นทำให้ฉันมีความอบอุ่นในหัวใจตัวเอง" ไรอั้นเอามือทาบอก พร้อมตีหน้าเศร้า "ฉันเลยส่งจดหมายไปหาแฟรนซิสซึ่งเป็นอริของฉัน มันเป็นจดหมายขอโทษ ตอนนั้นบรรจงเลือกซองจดหมายลายแพนด้าแดงให้เขาเลยนะรู้ไหมToT ติดอยู่อย่างเดียว..."

"....?"
ถึงจุดพีคซักที!

"ฉันเผลอใส่ระเบิดขนาดเล็กลงไปในจดหมาย และมันจะทำงานทันทีถ้าซองจดหมายถูกเปิด"

"...." พวกคนนอกกฏหมายนี่เล่นกันแรงชะมัด...แผลตามตัวของไรอั้นก็เป็นหลักฐานชัดดีเลยว่าเขาอยู่ในวงการนี้มานานแล้ว และคงออกไม่ได้ง่ายๆ "แล้วเขาเป็นอะไรมากรึเปล่า?"

"หมอนั่นไม่ตายง่ายๆหรอกระเบิดไม่รุนแรงขนาดนั้น แต่ฉันคงเผลอกระตุกหนวดแมวเข้า แฟรนซิสมันเลยสั่งคนติดอาวุธครบมือมาล้อมบ้านฉัน....อีกแล้ว(อีกแล้วเหรอ??) ตอนนี้เลยกลับบ้านไม่ได้"

"เฮ้อ...คุณไม่คิดจะอยู่อย่างสงบบ้างเหรอ แบบว่าเปลี่ยนอาชีพน่ะ ถ้าไม่ทำอาชีพนี้คุณอยากเป็นอะไร?"
แววตาของเขาเปลี่ยนไรอั้นเปลี่ยนไป คนที่นอนโซฟาฝั่งตรงข้ามกับผมเปลี่ยนจากที่เคยนอนตะแคงมองหน้ากันมานอนหงายราวกับพยายามจะหลบตาผม

"ไม่เคยมีคนถามฉันแบบนี้มาก่อนน่ะ..."

"แปลว่าคุณไม่มีงานในฝันสินะ"

"มี..." นั่นสินะ ไม่มีใครมีความสุขกับการใช้มีชีวิตแบบอันตรายตลอดเวลาหรอก ทุกๆคนอยากจะพักเสมอและดูเหมือน ไรอั้นแทบจะไม่ได้พักเลย ส่วนหนึ่งคงมาจากความกวนตีนคนอื่นไปทั่วของเขาเอง=_= "ถ้าบอกนายจะหัวเราะไหม?" ไรอั้นถามพลางลุกขึ้นนั่ง ท่าทางจะจริงจังแฮะ

"ไม่มีทาง สัญญาเลย"

"ไขว้หัวใจตัวเองด้วย!"

"หืม??"

"ไขว้หัวใจตัวเอง!!"
สิ่งที่ไรอั้นขอให้ผมทำเอาผมอมยิ้มเพราะไม่คิดว่าเขาจะทำอะไรเด็กๆแบบนี้ แต่ก็เอาเถอะ ผมลุกขึ้นนั่งเหมือนเขาแล้วใช้นิ้วชี้ขีดกากบาทที่หัวใจตัวเองตามด้วยยกมือฝ่ามือขึ้นเป็นการสาบานว่าจะไม่บอกใคร ไรอั้นยิ้มแป้นอย่างมีความสุข มันดูเหมือนว่าเขามีความสุขจริงๆไม่ได้แสร้งทำแบบที่ผมเคยเห็นมา

"อยากเป็นนักสืบ"

"ก็ไม่เห็นน่าขำตรงไหนนี่"
ผมเอียงคอเพราะอยากเห็นสีหน้าเขาตอนนี้ หมอนี่กำลังก้มหน้าหลบตากันอยู่ ไม่ยักรู้ว่ามีมุมแบบนี้ด้วยo_O

"ก็นายไขว้หัวใจตัวเองแล้ว"

"แสดงว่าคุณก็มีฝีมือในการสืบอยู่ใช่ไหม ไม่งั้นคุณคงหาที่อยู่ของอริคุณไม่ได้"

"กว่าจะได้ที่อยู่มัน หาเบาะแสเป็นเดือนนะ"

"แปลว่าพอมีฝีมือ...งั้นลองดูผมบ้างสิ คุณมองผมแล้วได้เบาะแสอะไรบ้าง?"

"ฉันไม่ได้เก่งขนาดนั้น"

"ผมถึงได้บอกให้ลองไง:)"

"....." ไรอั้นลุกขึ้น เขาเปลี่ยนจากการนั่งโซฟาตัวตรงข้ามมานั่งข้างๆผมแล้วจ้องไปทั่วร่างของผมซักพักนึง "นายยังไม่ชินกับการนอนโซฟา"

"ดูจากอะไร?"
อันนี้ถูกแฮะ

"คนเป็นหมอมักจะได้นอนน้อยแต่ไม่ใช่กับเควนตินเพราะเขาทำงานช่วงเช้าจนถึงเย็นกลับดึกสุดก็คือ4ทุ่มถึง5ทุ่มและนายเป็นผู้ช่วยเขาก็น่าจะกลับพร้อมกัน เพราะฉะนั้นที่นายนอนไม่พอก็น่าจะเป็นเพราะแปลกที่ ไม่งั้นนายก็แค่ไม่ชินกับโซฟา"

"ใช่ได้นี่:)"
 
"แล้วที่นายไม่ขอเควนตินนอนด้วยบนเตียง ฉันเดาว่าเป็นเพราะนาย ติดนิสัยลูกคุณหนูผู้มีมารยาทเลยเกรงใจเขา ถ้างั้นนายก็ไม่ไว้ใจหมอนนั่น"

"ความจริงคือผมเกรงใจนั่นแหละ"

"แล้วเชื่อใจหมอนั่นเหรอ?"

"ก็ประมาณ70% ในวันแรกที่เขาโดนผมขู่ ผมทำให้แน่ใจว่าเขาจะฆ่าผมไม่ได้ แต่ผมก็ไม่ได้บอกเขาเรื่องกับดักที่วางไว้ สุดท้ายเควนตินก็ไม่ได้โดนกับดักที่ผมวางเพราะเขาไม่ได้คิดร้ายกับผม ผมเลยคิดว่าพอจะไว้ใจเขาได้.... อันที่จริง ผมว่าเขาเป็นคนดีนะ"

"ดีแค่กับนายรึเปล่า(^^;)"

"ที่เขาไม่ดีกับคุณก็เพราะคุณไปกวนตีนเขาต่างหาก"
ผมส่ายหัวด้วยรอยยิ้มก่อนผลักอกไรอั้นจนเขาเซหงายหลังไปเล็กน้อย ขอสารภาพว่าหมอนี่เป็นคุยสนุกพอตัวเลยนึกว่าจะเลวร้ายกว่านี้ซะอีก คนตรงหน้าในชุดคิตตี้ยิ้มแป้นหวานแล้วเอนตัวขึ้นมานั่งท่าเดิม

"เมื่อกี้คุณหนูพึ่งพูดคำว่ากวนตีนเหรอ ไม่ดีเลยนะ:)"

"ก็ติดมาจากคุณไง"

แอดดดด~
เควนตินออกมาจาห้องน้ำในเสื้อสเวตเตอร์ลายทางกับกางเกงนอนขายาวลายสก๊อต น่าแปลกใจที่ไรอั้นทำหน้ามองบนเมื่อเจอเพื่อนตัวเอง

"นี่แกวิ่งผ่านน้ำเหรอ ทำไมอาบเร็วจัง"
ผมว่าเขาก็อาบนานอยู่นะ

"ฉันว่าฉันก็อาบนานอยู่นะ" เห็นไหมล่ะ? "ทอม วันนี้นายเปลี่ยนมานอนเตียง เดี๋ยวฉันนอนโซฟากับไรอั้นเอง" อยู่ๆก็อยากนอนโซฟาในบ้านตัวเองเหรอ? 

"คุณเป็นเจ้าของบ้านนะ ผมนอนโซฟาได้ไม่เป็นไรหรอก"
หืม...อันที่จริงผมว่าเขาน่าสงสัยมาตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วนะ

"นั่นสิเควนติน นายเป็นเจ้าของบ้านนะ:)"

"...."
การที่เควนตินเงียบและดูไม่พอใจ มันกำลังทำให้ผมมั่นใจในสิ่งที่ผมสันนิษฐานไว้ในหัว

"งั้น นอนเตียงด้วยกันไหมล่ะ เควนติน"

"เอาสิ"
หึ นึกแล้วเชียว ผมมั่นใจมากขึ้นเมื่อเขาตอบกลับคำถามของผมแทบจะทันทีแบบนั้น งั้นก็เปลี่ยนบรรยากาศจากโซฟาไปนอนเตียง ก็ไม่เลวเลย 
เมื่อคิดดังนั้นผมลุกขึ้นเข้าห้องเควนตินไปโดยมีเขาตามมาติดๆ และทันทีที่ได้อยู่กันสองต่อสองผมก็เปิดประเด็นทันที

"ชอบผมเหรอ?"

"....!"

"...."
ว้าว...ดูสิ หน้าเขาตอนนี้เหมือนโดนเมียจับได้ว่ามีชู้เลย

"เอ่อ...ก็นายเป็นคนดี ทุกๆคนก็ต้องชอบคนแบบนายอยู่แล้ว"
แถสีข้างถลอกแล้วมั้ง=_=^^

"อ่อเหรอ?"

"...."

"..."

"รู้นานรึยัง?"
นั่นไง! ผมส่ายหัวให้กับการโกหกที่ไม่เนียนแล้วตอบคำถามเขา

"เมื่อกี้"

"...."

"เมื่อเช้าก็สงสัยว่าทำไมคุณถึงไม่พอใจที่ไรอั้นมาทำท่าเหมือนจีบผม แต่พอมาเห็นคุณอยากนอนบนโซฟาในบ้านตัวเองมันก็..."

"แล้วนายคิดว่าไงล่ะ?"
เขาคงไม่ได้ขอให้ผมตอบรับความรู้สึกหรืออะไรทำนองนั้นหรอกใช่ไหม?

"ไม่รู้สิ เพราะผมหน้าตาดีก็เลยไม่แปลกใจเท่าไหร่ แต่ก็แปลกใจนะที่เป็นคุณ"

"แปลว่าฉันจีบนายได้สินะ"

"มันก็เป็นสิทธิ์ของคุณ แต่ล้มเลิกเถอะ จีบไม่ติดหรอก(=_=^)"

"ก็อยากลองดู ทีนายยังทดลองยาสลบนายกับหน้าท้องฉันได้เลย"
ว้าว นี่เขารู้ด้วยว่าที่ผมยิงเขา ส่วนนึงเป็นเพราะอยากเห็นอาการของมนุษย์ด้วยตาตัวเองเวลาที่โดนยาสลบนั่น 

"...ก็ตามใจ"
การที่รู้ว่าเขาไม่ได้คาดหวังให้ตอบตกลงแถมบอกว่าจะพยายามจีบให้ติดมันทำให้ผมไม่รู้สึกอึดอัดอะไร ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบเควนตินนะ แต่คนรอบข้างของผมทุกคน มักจะเข้าหาผมเพราะ ฐานะ ไม่ก็หน้าตาเสมอ รู้ตัวอีกทีผมก็เกลียดคนรอบข้างแทบจะทุกคนไปแล้ว... แอบเกลียดตัวเองเหมือนกันที่ไม่ยอมเปิดใจแต่สำหรับผม สิ่งที่เรียกว่า'คนรัก'มันไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น






'นี่แกเล่นกับระเบิดเหรอ!?' 

'มันระเบิดก็ต่อเมื่อผมตั้งใจให้มันระเบิด'

'แต่ก็มีโอกาสเป็นอันตราย!"

'พ่อสร้างอาวุธให้กองทัพ ไม่อันตรายตรงไหนกัน?'

'อย่าเถียงไม่มีมารยาท!'

พอพูดอะไรก็หาว่าเถียง อธิบายก็บอกว่าหุบปาก พ่อก็เป็นซะอย่างนี้...

'แอบไปซื้อมันมาตอนไหน?'

'ผมไม่ได้จะเสพมันซักหน่อย'

'แล้วถ้านักข่าวรู้ล่ะ? พวกเขาไม่สนหรอกนะว่าลูกจะใช้มันประดิษฐ์อะไร พวกเขาสนแค่ว่าลูกซื้อมันมาจากไหน'

'พ่อไม่สนด้วยซ้ำว่าผมทำอะไรได้!! มันต้องชนะงานประกวดแล้วสร้างชื่อให้พ่อก่อนใช่ไหมพ่อถึงจะสนมัน!?'

เราคุยกันน้อยลงตั้งแต่ตอนนั้น ส่วนนึงก็เป็นเพราะพ่องานยุ่ง ซึ่งนั่นก็ดีเพราะผมจะได้ประดิษฐ์อะไรแปลกๆได้โดยที่เขาไม่รู้ แต่ลึกๆผมรู้ตัวดีว่าผมยังต้องการเขาอยู่ ผมยังอยากให้เขาเป็นพ่อที่อบอุ่น ไปเที่ยวกันแล้วก็โยนบอลเล่นช่วงหน้าร้อนแบบที่พ่อคนอื่นๆเขาทำ ไม่ใช่ เอาแต่กังวลเรื่องบทสัมภาษณ์ที่จะออกสื่อแล้วก็ภาพลักษณ์ตัวเอง



วันพฤหัส(นัดกันไปสวนสัตว์วันนี้เพราะอยากดูโคอาล่า)
"คืองี้นะ ฉันว่าสวนสัตว์มันไม่เหมาะกับนายหรอก"
ท้ายที่สุดแล้วไรอั้นก็พยายามจะไปสวนสัตว์กับผมและเควนตินให้ได้แม้ว่าจะถูกเควนตินเกลี่ยกล่อมกึ่งบังคับไม่ให้ไปก็ตาม

"ทำไมล่ะ นายด่าฉันว่า'ไอ้สั*'บ่อยๆไม่ใช่เหรอ :<"

"แล้วแกใส่แจ๊คเก็ตสองชั้นทำไม?"

"เสือกจัง"
ตีกันอีกแล้ว แต่ก็แปลกจริงๆนั่นแหละเพราะไรอั้นใส่แจ๊คเก็ตสองชั้นทั้งๆที่อากาศไม่ได้หนาวมาก แล้วเอาแว่นกันแดดไปแต่ก็ไม่ได้สวมมันเพราะแม่งไม่มีแดด ไรอั้นแค่เหน็บมันไว้บนเสื้อเฉยๆ  ยังไงก็เถอะเราถึงสวนสัตว์โดยใช้เวลาไม่นาน สิ่งมีชีวิตแรกที่ผมเห็นคือฮิปโปตัวใหญ่ที่อ่าปากรอให้นักท่องเที่ยวโยนอาหารใส่ เหงื่อเป็นสีแดงด้วย...แปลกดี สงสัยว่างๆผมต้องลองดูสารคดีสัตว์บ่อยๆซะแล้ว

"ลองไหม?"
เควนตินยืื่นกล้วยลูกนึงมาให้ ประสบการณ์ป้อนอาหารฮิปโปครั้งแรก...(*-*) ผมเริ่มปอกเปลือกกล้วยให้มันแต่เมื่อทำอย่างนั้นเควนตินก็หัวเราะพรืดออกมา ไร้มารยาทเฟ้ย!!

"อะไร?"

"ฮะๆๆ ไม่ต้องปอกหรอกน่า มันกินได้"
ห่ะ!!?

"...."
แล้วพึ่งมาบอกตอนที่ผมปอกได้ครึ่งลูกแล้วเนี้ยนะ!?

"...."

"...." <---ปอกกล้วยให้เสร็จแล้วกินเอง

"ฮ่าๆๆ"
เควนตินหัวเราะใหญ่เลย เยี่ยมจริง...อายสิครับ เกิดมายังไม่เคยแย่งกล้วยฮิปโปกินเลย=\\\= ผมเคี้ยวๆแล้วกลืนกล้วยในปากให้หมดก่อนเริ่มเถียงเขากลับ

"ก็คุณไม่บอกผมนี่!"

"ทีนายยังไม่บอกฉันเรื่องทีมีคราบนมติดหนวดฉันเลย:)"

" :( "

"หายกัน:)" ผมยัดกล้วยเข้าปากให้หมดแล้วโยนเปลือกลงถังขยะเควนตินจึงให้กล้วยอีกลูกเพื่อแก้ตัวใหม่ "โอเค เอาใหม่นะ" แต่ในขณะที่ผมกำลังจะหยิบกล้วยลูกสุดท้าย ไรอั้นก็แย่งมันมาแล้วโยนเข้าปากฮิปโปไปด้วยความไวแสงซะงั้น!?=[]=

"แย่จังนะเควนติน นายช่วยไปซื้อกล้วยมาใหม่หน่อยสิ"
ไรอั้นพูดจบก็ยื่นเงินให้เควนตินแต่ดูท่าแล้วเควนตินจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่

"แกทำอะไรของแก"

"นายหวงก้างจัง ฉันก็แค่อยากป้อนมันบ้างเท่านั้นเอง=3="

"ไอ้สั*--"

"ไม่เป็นไร เราไปดูอย่างอื่นเลยก็ได้"
ผมรีบห้ามก่อนที่สองคนนี้จะทะเลาะกัน เควนตินเลยเงียบไปแล้วพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเองก่อนหันมาพูดกับผม ส่วนไรอั้นเขามองซ้ายทีขวาทีโดยไม่สนที่เควนตินพูด

"เดี๋ยวไปซื้อมาให้ใหม่นะ"

"คุณไม่ต้องลำบากก็ได้"

"นายมาสวนสัตว์ครั้งแรก ฉันไม่อยากให้นายพลาดอะไร"

"...."
รอยยิ้มผมปรากฏบนใบหน้าเมื่อได้เห็นว่าเควนตินพยายามจะเอาใจผม รู้แหละว่าที่เขาทำแบบนี้เพราะเขาพยายามจะจีบแต่...เขาเป็นคนแรกที่อยากพยายามเอาใจผมจริงๆโดยที่รู้ว่าอาจไม่ได้อะไรกลับมา ต่างจากพวกเมดที่ทำไปเพราะเงินเดือน 

"เดาว่านี่ของนาย"
ทันทีที่เควนตินลับตาไป ไรอั้นก็หยิบปืนยาสลบซึ่งผมซ้อนมันไว้ใต้เบาะโซฟาขึ้นมาให้ผมดู อ้าวเฮ้ย=[]=!?

"คุณหามันเจอได้ยังไง!?---"

หมับ!!
ยังไม่ทันจะได้โวยวายอะไรร่างสูงดึงผมเข้าสวมกอดโดยให้คางผมเกยไหล่เขา ไรอั้นกระซิบที่ข้างหูเพื่อทำให้ผมเริ่มจะเข้าใจสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำ

"เห็นสองคนที่ใส่แจ๊คเก็ตหนังดำนั่นไหม? อยู่ใกล้ๆม้านั่งขวามือ"
มันมีสองคนที่ใส่แจ๊คเก็ตหนังดำจริงด้วย

"เพื่อนเก่า...คุณเหรอ"

"ใช่ ทีนี้พยายามมองหาผู้หญิงผมบลอน ใส่เสื้อสเวตเตอร์คอเต่าสีขาว ถ้าเจอแล้วกอดฉันตอบ"
เจอแล้ว...เธอกำลังกวาดตามองมันผมกับไรอั้นไปผ่านๆผมจึงกอดไรอั้นตอบ 

"แล้วทำไมไม่เคลียร์กับอริของคุณเองคนเดียว ที่นี่คนเยอะนะ! เสี่ยงโดนลูกหลงด้วย!"

"ไอ้ผู้ชายสองคนนั้นของฉันแต่ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ ฉันเคยเจอยัยนั่นเพราะทำงานเหมือนกัน"

"....เธอเป็นทหารรับจ้าง"

"ถูกต้อง และรู้ใช่ไหมว่าพ่อนายเป็นที่หมายหัวของบุคคลนอกกฏหมายมากแค่ไหน ตอนนี้มีข่าวหลุดออกมาด้วยว่านายหนีออกจากบ้านนั่นแปลว่า..."

"เธอหมายหัวผม..."

"ปิงโก!"
ไรอั้นผละออกแล้วจุงมือผมออกไปจากตรงนี่พยายามไปในที่ที่มีคนเยอะๆแต่ดูเหมือนคนพวกนั้นจะรู้ตัว

ปัง!!

"กรี้ดดดดด!!!"

"เกิดอะไรขึ้น!?"

"ปืนเหรอ!??"
กระสุนมันถูกยิงมาใกล้ๆผมและมันคงโดนผมไปแล้วถ้าไรอั้นไม่รีบจุงผมวิ่งเข้าไปในฝูงชน ทันทีที่เสียงปืนดังลั่นผู้คนเริ่มแตกตื่นวิ่งหนีกัน ไรอั้นกับผมสับตีนแตกสุดชีวิตและต้องขอบคุณผู้คนที่วิ่งพลานไปมา เรากลมกลืนและหนีได้ไม่ยากนักสิ่งที่ไรอั้นทำคือเขารีบลากผมเข้าห้องน้ำหญิงT^T ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าถ้าเป็นห้องน้ำชายพวกนั้นคงมันจะเดาได้และตามไม่ยาก แต่เอาจริงดิ!? 
ไรอั้นถอดเสื้อแจ๊คเก็ตออกชั้นนึงโยนทิ้งถังขยะก่อนเอาเสื้ออีกชั้นสวมให้ผมเพราะอย่างน้อยๆมองแวบแรกพวกมันก็ไม่น่าจะจำได้ ผมเข้าใจแล้วทำไมหมอนี่ถึงสวมเสื้อสองชั้น แต่ให้ตายสิ ถ้าเขารู้แต่แรกว่าจะเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงห้ามไม่ให้ผมออกมาข้างนอกแต่แรกกัน!?

"ดูเหมือนจะสลัดหลุดแล้วล่ะ"
พูดจบไรอั้นก็หยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวมแล้วจุงมือผมออกจากห้องน้ำหญิง

"เควนตินล่ะ?"

"ถ้าไม่อยากให้หมอนั่นชิบหายไปด้วย ก็อย่าไปเจอมันอย่างน้อยๆสองอาทิตย์"
ให้ตายสิ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมได้ยินเขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แล้วเขาจะช่วยผมไว้ทำไมกัน ทั้งๆที่รู้จักผมได้ไม่นานแท้ๆ

"...."
ไรอั้นออกตัวเดินไปก่อนโดยให้ผมตามหลังเขา

"ข่าวลือที่นายหนีออกจากบ้านแพร่ไปแล้ว เดี๋ยวอีกซักพักพวกนั้นก็น่าจะรู้ว่านายทำงานที่โรงบาลดังนั้นอย่าไปที่โรงพยาบาลนั่นเด็ดขาด ปืนนายอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต หยิบมันถ้าจำเป็น"

"...รู้จักเธอดีแค่ไหนเหรอ?"

"รู้แค่ว่ายัยนั่นชื่อเจนนิเฟอร์ลอว์เรนซ์ แถมยังมีชื่อเสียงเรื่องฝีมือพอๆกับฉัน" 
ตอนนี้ไม่รู้เลยว่าหมอนี่จะพาผมเดินไปไหนจนกระทั่งเรามาหยุดอยู่ที่บาร์แห่งนึงไม่ไกลจากสวนสัตว์มาก 

กริ้ง!
เมื่อเปิดประตูเข้ามา เสียงกระดิ่งเหนือหัวจะดังขึ้นเราเข้าไปข้างในแล้วหาที่นั่ง

"แล้วคุณหาปืนผมเจอได้ยังไง?"

"พูดอย่างกะนายซ่อนได้ซับซ้อนมาก ฉันไม่ได้โง่แบบเควนตินมันนะ" ไรอั้นเลือกที่นั่งที่เป็นมุมอับสายตาแล้วหันมาคุยกับผม "เราต้องแน่ใจว่าไม่มีใครตามมาก่อนจะไปที่กบดานฉัน สั่งอะไรมาดื่มก่อน เนียนๆ"

"เข้าใจแล้ว"
น้ำส้ม.... คลาสสิกเป็นบ้า จากอารมณ์ความรู้สึกของการเกือบโดนยิงเมื่อกี้ ในหัวผมไม่ว่างพอจะคิดสั่งอย่างอื่นหรอก

กริ่ง!
มีคนเปิดประตูเข้ามาแล้วเดาว่าน่าจะเป็นลูกค้าธรรมดา 

กริ่ง!
โอเค รอบนี้ไม่น่าใช่ลูกค้าธรรมดาแล้วล่ะ คนที่เปิดประตูเข้ามาในร้านเป็นผู้ชายใส่เสื้อแจ๊คเก็ตหนังสองคนนั้นซึ่งไม่ค่อยถูกกับไรอั้น ผมพยายามทำตัวให้เป็นธรรมชาติระดับสิบต่างไรอั้นที่เริ่มจับปืนแล้วในขณะที่เห็นพวกนั้นกำลังสอดส่องสายตาไปทั่วๆ...ให้ตายสิ 

"....."
แม้ว่าไรอั้นจะสวมแว่นกันแดดอยู่เพื่อปกปิดหน้าตาแต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่ผิดสังเกต ใส่แว่นกันแดดในที่ร่มเนี้ยนะ
ขณะนี้ชายสองคนนั้นเดินเข้ามาใกล้โต้ะที่เรานั่งอยู่แล้วในตอนนั้นเองที่ไรอั้นคว้าน้ำส้มผมสาดใส่หน้าพวกมันแล้วชักปืนออกมา

"อย่า!!"
ผมร้องห้ามเขาตามสัญชาตญาณแต่ดูเหมือนจะเปล่าประโยชน์

ปัง!

ปัง!

"กรี้ดดดด!!!"

"....!!"
รู้อยู่หรอกว่าต้องมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แต่...พอผมมาเห็นจริงๆแล้ว มันน่ากลัวกว่าที่คิดไว้มาก.... สองคนที่ตามล่าเราถูกไรอั้นยัดกระสุนใส่หัวโดยไม่ปรานี ร่างของพวกเขาล้มลงกับพื้นพร้อมๆกับเสียงกรี้ดด้วยความหวาดกลัวของคนในร้าน...พระเจ้า...

กริ่ง
ยังไม่ทันได้หายช็อก คนที่เข้ามาในร้านอีกคนก็ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงสุดๆ ทหารรับจ้างสาวผมบลอนด์สว่างคนนั้นเข้ามาในร้าน ทันทีที่เห็นไรอั้นเธอก็ชักปืนมาขึ้นนกและเตรียมยิงที่หัวของเขาทันที

ปิ้ว!
โชคยังดีที่ผมไม่ได้ช็อคจนขาดสติ ผมยิงปืนยาสลบใส่เธอได้ทัน แต่ก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะสลบไป 

ปัง!!

"ไรอั้น!"
เธอฝากกระสุนไว้บนหน้าท้องไรอั้น

"อึก...เวรเอ้ย!"
เขากุมท้องตัวเองที่โชกเลือดพลางจะสบถออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนออกตัวเดินไปหาผู้หญิงคนนั้นซึ่งนอนสลบอยู่บนพื้นแล้วเล็งปืนไปที่หัวเธอ

"พอ!! พอเลย!!"
แน่นอนว่าผมไม่ยอม จะด่าว่าโลกสวยก็ได้แต่ผมไม่อยากให้มีคนตายหรอกถ้าเลือกได้! ผมตรงเข้าไปแย่งปืนไรอั้นมาก่อนเขาจะได้ขึ้นนกเพื่อยิงผู้หญิงคนนั้น ตามจิตใต้สำนึกความเป็นมนุษย์ของตัวเอง แน่นอนว่าไรอั้นไม่ปลื้มซักเท่าไหร่ ...ดูหน้าก็รู้
 

"โง่รึเปล่าเนี้ย? เธอพึ่งคิดจะฆ่าฉันนะ!"
คนตรงหน้าแยกเขี้ยวพลางกดเสียงต่ำใส่ เป็นครั้งแรกเลยที่ได้เห็นเขาดูโมโหขนาดนี้ คิดว่าทำแบบนั้นแล้วผมจะกลัวรึไง?

"เออ! ถ้าคุณยังไม่หยุดผมจะเรียกตำรวจ ดังนั้นไปกันได้แล้ว!"

"...."





บาร์ ซิสเตอร์มากาเร็ต

"เนี้ยนะที่กบดาน?"

"เออ"
ผมพยุงไรอั้นเข้าไปและทันทีที่เปิดประตูออกก็เจอเจ้าของบาร์วัยกลางคนโบกมือมาให้(=_=^) คือเขาไม่เห็นรูกระสุนกับรอยเลือดเหรอ?

"ไง ฮิวจี้(^^;)"

"ไง ไรไร~ แล้วเจคกี้ไม่มาด้วยเหรอ?"
ชื่อน่ารักเป็นบ้า=_= ถ้าให้ผมเดา'เจคกี้'ที่ว่านี่ก็คือเควนติน ไรอั้นถูกผมพยุงไปที่โซฟาสีน้ำตาลที่ใกล้ที่สุดก่อนที่ผมจะเลิกเสื้อเขาขึ้น

"ไม่เชื่อหรือว่าฝีมือลูกน้องไอ้แฟรนซิส รอบนี้ใครล่ะ?"
เพื่อนของไรอั้นเดิมมาดูแผลแล้วเอ่ยปากถามก่อนเข้าไปเอาอุปกรณ์ทำแผลหลังบาร์ให้ผม

"เจนนิเฟอร์ลอว์เรนซ์ เคยได้ยินไหม?"
ไรอั้นตอบพลางเลื่อนหางตามาดูผม

"ว้าว นายโชคร้ายจัง ว่าแต่...เด็กนี่ใคร?"
ผมเริ่มเปิดกล้องพยาบาลที่พึ่งได้มา เครื่องมือที่นี้ครบมาก ราวกับมีโรงบาลอยู่ในบาร์ บางทีบาร์นี่อาจจะเป็นแค่ฉากบังหน้าก็ได้

"เรื่องมันยาวน่ะ จริงสิ เขาฮิวจ์ เพื่อนสนิทฉัน"     
ไรอั้นแนะนำตัวเพื่อนได้ถูกเวลาเป็นบ้า!

"ใช่เวลาไหม!?"

"ฮะๆๆ นั่นสิ"
ยังจะมาหัวเราะ!?

"ผมไม่เคยผ่าตัดมาก่อนเลยนะ คุณโทรเรียกเควนตินได้ไหม?"

"ที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์"
คุณฮิวจ์พูด

"ห่ะ?"

"เผื่อนายไม่รู้ ที่นี่เป็นที่สำหรับทหารรับจ้างหัวร้อน เรารับงาน ดื่ม รักษาตัวกันที่นี่ ถ้ามีปัญหาอะไรใครก็แจ้งตำรวจไม่ได้"

"แล้วที่นี่ไม่มีหมอเหรอ?"<---เริ่มหน้าเสีย

"มีสิ เจคไง ถึงหมอนั่นจะไม่ได้มาเยี่ยมซิสเตอร์มากาเร็ตนานแล้วก็เถอะ"
เวรเอ้ย...

"ว้าว...นายผ่าตัดกับฉันครั้งแรก เขินจัง>\\\<"
ในสถานการณ์สุดชิบหายหมอนี่ยัง...=[]=**

"ฮ่าๆๆ"

"ฮ่าๆๆ"
ไรอั้นกับฮิวจ์หัวเราะกันหน้าบานแต่ผมไม่ตลกด้วยซักนิด!! ผมเป็นมือใหม่ ประสบการณ์ผ่าตัดจริงๆก็ไม่มีแล้วต้องมาผ่ากระสุนเลยเนี่ยนะ!?  แล้วถ้าผมทำเขาตายขึ้นมาล่ะ!?
ไอ้พวกบ้าพวกนี้ก็ยังไม่หยุดหัวเราะอีก!!





พี่เจค พี่ฮิวจ์ พี่อั้น รู้สึกชอบสามหน่อนี้มากๆเลยเพิ่มบทให้พี่ฮิวจ์ด้วยในฐานะเพื่อนพระเอก เป็นเจ้าของบาร์ซิสเตอร์มากาเร็ต อารมณ์เหมือนWeaselในหนังเรื่องเดดพูลนั่นแหละแต่กวนตีนกว่า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #9 LookWha1D (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 07:35

    พี่ไรอันนี่้ก่งและฉลาดกว่าที่เห็นทำตัวกวนตีนคนไปวันๆนะ​ (นี่คำชม​555) วางใจให้พี่ไรอันดูแลปกป้องน้องทอมด้วยยยย

    #9
    1
    • #9-1 ถุงกาวแพรวพราวสดใส(จากตอนที่ 4)
      27 กันยายน 2562 / 10:04
      เจ้ดาวไม่ได้ไว้ใจขนาดนั้นหรอกแต่เจ้ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
      #9-1
  2. #6 khaofangnoy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 08:23
    ณ จุดๆนี้ไรอั้นก็คะแนนนำไปแล้วค่าา พี่เจคคะพี่ไปซื้อกล้วยถึงไหนกันหนิ--
    #6
    1
    • #6-1 ถุงกาวแพรวพราวสดใส(จากตอนที่ 4)
      1 กันยายน 2562 / 08:34
      ความจริงไปซื้อกล้วยแปปเดียวแหละ แต่พี่ไรอั้นต้องรีบจุงมือน้องหนีก่อนเลยหลงกัน
      #6-1