RyanTom Jaketom //AU อย่ามาเรียกผมว่าเด็กมีปัญหา

ตอนที่ 3 : Let the หวงก้าง begin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    29 ก.ย. 62



"ส่งโทรศัพท์คุณมา"

"ปล้นเหรอ?"

"เปล่า ผมแค่ยึดไว้ชั่วคราว เดี๋ยวคืน"
เควนตินส่งมือถือให้อย่างไม่เต็มใจนัก สาเหตุหลักๆที่ผมยึดมือถือเขาเพราะผมรู้ว่าเขาจะโทรเรียกไรอั้นที่เป็นเพื่อนให้มาช่วยจัดการผมแน่ๆทหารรับจ้างอย่างหมอนั่นคงฝีมือดีไม่ใช้น้อยและคงรับมือยากน่าดูดังนั้น ตัดไฟแต่ต้นลมยึดมือถือเขาไว้ดีกว่า :<  มือถือของเควนตินวางไว้ใกล้ๆปืนยาสลบ เมื่อวางใจได้ผมหันไปซ้อมเครื่องตรวจชีพจรระยะไกลต่อ หวังว่ารอบนี้จะใช้ได้

"ดูอันตรายนะ ไม่ใส่ถุงมือป้องกันเหรอ?"
เขาถาม

"ไม่เกี่ยวกับคุณน่า ถอยไป"

"...."
ผมหันไปจ้องเควนตินตาขวางเมื่อเขายังไม่ยอมถอยให้ห่างจากผม แน่นอนว่าผมจะไม่มีทางปล่อยให้ฆาตกรอย่างหมอนี่เข้ามาใกล้แหงๆ เขาอาจจะคิดฆ่าปิดปากผมอยู่ก็ได้ใครจะรู้

"โอเคๆ ฉันรู้ว่านายไม่ไว้ใจฉัน"
เขายอมถอยไปแล้ว 

"ก็คุณเป็นฆาตกร และผมพึ่งเจอคุณได้ไม่นานจนกว่าผมจะทำไอ้นี่เสร็จ คุณห้ามเข้าใกล้ผม"

"มันคืออะไร?"

"ไม่เกี่ยวกับคุณ"

"ฉันว่ามันเกี่ยว"
ที่เควนตินพูดแบบนั้นก็เพราะเขาเห็นบนจอแสดงผลที่แสดงประวัติของตัวเขาอยู่

"ผมต้องการสมาธิ เงียบซะ"

"นี่ฟังนะไอ้หนู--" ร่างสูงหยุดอยู่กับที่ทันทีเมื่อผมเริ่มชักปืนยาสลบขึ้นมาเตรียมยิงใส่เขาเพราะหมอนี่เดินเข้ามาหาผมเพียงก้าวเดียว "ฉันไม่ได้อยากจะฆ่านาย ไม่ได้อยากฆ่าใครด้วย นั่นมันเรื่องสองปีมาแล้วนะ" เขาถอยไปตามที่ผมสั่งแล้ว

"แล้วผมควรจะเชื่อเหรอ? ไม่เอาน่า...ผมไม่ได้โง่ แต่ไม่ต้องห่วงถ้าผมทำเครื่องนี้เสร็จ คุณก็เข้าใกล้ผมได้แล้ว อึดอัดแค่แปปเดียวเท่านั้นแหละ"
เมื่อก้นคุณเจ้าของบ้านกลับไปอยู่บนโซฟา ผมก็วางปืนแล้วกลับไปโฟกัสที่การแก้สายไฟขั้นสุดท้ายให้เสร็จ ปล่อยเขาดูทีวีไป

เอาล่ะ ทีนี้...ก็ทดลองใช้งาน...
ผมปลดกระดุมเสื้อตัวเองเพื่อเอาแผ่นตรวจจับชีพจรแปะตรงกลางอก มันถูกประดิษฐ์ให้มันสามารถตรวจจับชีพจรผมได้โดยที่ไม่ต้องมีสายเชื่อมระโยงระยางเหมือนที่ในโรงพยาบาลมี
หน้าจอมันขึ้นชีพจรผมแล้ว....ได้ผล ทีนี้ลงถอยไปเมตรนึงดูว่ามันจะได้ตรวจได้ไกลแค่ไหน....

ดูเหมือนจะได้แค่3เมตรเอง ปรับแต่งเรื่องสัญญาณอีกหน่อยก็น่าจะโอเค มันก็ควรจะโอเค แต่เมื่อกำลังจะเข้าไปแก้ไขก็ดันลืมปิดเครื่องซะได้=_=^ 

"อึก!"
ไฟดูด! โง่สิ้นดีเลยโทมัส! ผมสบัดมือสองสามทีพลางปิดเครื่องให้เรียบร้อยแล้วดูดนิ้วตัวเองซึ่งมัน
โดนช็อตตามความเคยชิน

แปะ!
"....!?!"
เควนตินโยนถุงมือกันไฟฟ้าให้ด้วยความหวังดี แต่...แต่!! แต่หมอนี่อยู่ใกล้ผมขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!!?
มันเป็นอย่างนี้ตลอดเลย เวลาโฟกัสกับอะไรแล้วผมมักจะลืมทุกอย่างรอบตัว ซึ่่งผมไม่ควรลืมว่ากำลังอยู่บ้านเดียวกับฆาตกรนะ 
เยี่ยมจริงโมมัส!!

"ใช้มันซะ"

"...."
เขาเดินออกห่างจากผมอย่างรู้งานเมื่อเห็นคิ้วที่ขมวดกันแน่นและความหวาดระแวงบนหน้า ผมแอบพลิกถุงมือนี่ไปมาแถมแอบดมๆดูด้วยก่อนใช้มันเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีอะไรอันตราย

"ฉันใช้ถุงมือกันไฟฟ้าฆ่าคนไม่ได้หรอกนะ"

"ก็กันไว้ดีกว่าแก้"

หลังจากนั่ง
แก้อยู่สองสามที จนทำให้มันสามารถตรวจจับชีพจรผมได้ในระยะไกลแล้วผมก็ตั้งระบบไว้ ถ้าหัวใจผมไม่เต้นเกินสองวันมันจะขอยืนยันการมีชีวิตจากโทรศัพท์ผมแต่ถ้าผมไม่ได้ยืนยันภายใน30นาที ข้อมูลตัวตนปลอมของเควนตินจะถูกส่งให้ตำรวจโดยอัตโนมัติ ดังนั้นเควนตินจะฆ่าผมไม่ได้แน่ๆ ทีนี้ก็เอาเครื่องนี่ไปซ่อนซะ

"เควนติน นี่โทรศัพท์คุณ" เขากำลังจะลุกจากโซฟาเพื่อมาเอามือถือแต่ผมห้ามเขาไว้"อ้ะๆๆ ไม่ตอนลุกจากโซฟา" ผมโยนมันไปเขาซึ่งเขาก็รับได้สวยครับ นั่นก็ดีเพราะที่ผมโยนโทรศัพท์ให้ก็เพื่อดึงความสนใจให้เขาไม่ทันระวังกระสุนยาสลบก็เท่านั้น

ปิ้ว!
กระสุนที่ดูคลายเข็มฉีดยาขนาดเล็กฝังใส่หน้าท้องของเควนติน เจ้าตัวชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่จะสลบไปบนโซฟา ทีนี้ก็เอาเครื่องนี่ไปซ้อนซะ...
ห้องใต้หลังคา...? กำลังดีเลย...






10นาทีต่อมา
และ...เขาจะตื่นใน3...2....

"นาย...ยิงฉันทำไมเนี้ย??"
เขาตื่นแล้ว 

"โทษที รู้สึกชาตรงปลายนิ้วไหม?"

"ใช่...ทั้งนิ้วมือและนิ้วเท้าเลย"
ผมเปิดตู้เย็นแล้วหยิบนมเทใส่แก้วให้เขา

"ดื่มซะ" เควนตินทำหน้ามุ้ยหน่อยๆก่อนจะรับมันไปดื่มจนหมดรวดเดียว เอ่อ...ผมควรจะทักใช่ไหมว่าคราบนมติดหนวดเขาอยู่ หรือปล่อยไว้ซักพักค่อยทักดีกว่า...
ปล่อยไว้แบบนั้นแหละ
ผมเลิกเสื้อสเวตเตอร์ที่เขาใส่ขึ้นเพื่อดูหน้าท้องหมอนี่ซึ่งเป็นจุดที่ถูกยิง มันยังบวมๆแดงๆอยู่ แต่การดื่มนมจะไม่ช่วยดีขึ้นทันทีแค่จะช่วยบรรเทา อีกครึ่งชั่วโมงคงจะหายสนิท 
"ตรงที่โดนยิง คุณรู้สึกยังไงบ้าง?" ผมถามพลางใช้นิ้วลูบวนๆตรงหน้าท้องเขา

"ก็...ชา แต่ก็พอจะรู้สึกได้ว่ามือนายนิ่ม"

"อ่าหะ...แปลว่าไม่ได้ชาขนาดนั้น" หลังเขาตอบคำถาม ผมลดมือออกจากหน้าท้องเควนตินแล้วดึงเสื้อเขาลง "มันจะหายในอีกครึ่งชั่วโมง"

"....."
ลูกแก้วสีฟ้าน้ำทะเลนั่นยังคงจ้องมาที่ผม...

"....มีอะไร?"

"นายยังไม่ได้ตอบเลยว่ายิงฉันทำไม?"
นึกว่าเขาจะลืมถามเรื่องนี้ซะแล้ว

"ผมอาจจะแค่หมั่นไส้คุณก็ได้ :)"
ผมยิ้มกลบเกลื่อนเพราะไม่ต้องให้เขารู้ว่าจริงๆแล้วเอาเครื่องตรวจชีพจรไปซ้อนไว้ในห้องใต้หลังคาบ้านเขา

"....นายโกหก"
และมันก็ไม่เนียนเท่าไหร่

"ใช่ ผมโกหก"

"...."
เขายังไม่หยุดจ้องผม=_=^

"ความจริงผมว่าจะคุยเรื่องงานกับคุณ แต่มันจะดูเสียมารยาท"

"...."
เควนตินยังคงจ้องผมต่อไป จนผมเผลอคิดว่าเขาเริ่มเอ๋อแดกแล้ว...

"ไว้ให้คุณดีขึ้นก่อนแล้วกัน"
ทิชชู่ใกล้มือผมถูกหยิบเพื่อเช็ดคราบนมออกจากหนวดเขา รู้ไหม...ผมว่าที่เขาดูเอ๋อๆระหว่างคุยกับผม ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะผลข้างเคียงจากยาสลบที่โดนรึเปล่า แต่ตอนที่ผมทดลองกับหนูในแลปมันก็ไม่ได้เอ๋อหลังจากที่ฟื้นนี่...แปลกแฮะ
เอาเถอะใช้กับคนอาจจะต่างออกไป




--Ryan-- 

อืออ...เยี่ยม เมื่อคืนผมน่าจะดื่มใหน้อยลง ก็นะ...พึ่งโดนคนที่ปลื้มบ่นว่าผมตัวเหม็นมาเลยต้องดื่มย้อมใจหน่อย แต่...Hay ผมแค่ปลื้มเขาเฉยๆน่า ยังไม่ได้ชอบอะไรจริงจังขนาดนั้น การมีความรักมันไม่เหมาะกับผมนักหรอก
แต่...มือเขานิ้มมากเลยนะตอนที่ทำแผลให้ผมอย่างทะนุถนอม ถ้าเป็นตอนที่นวดกระปู๋ให้ผมล่ะก็...
หยุดคิดเรื่องอุบาทว์ได้แล้วไรอั้น! ไปทำแพนเค้กกับเมเปิ้ลไซรัปกินแล้วเริ่มมองหางานต่อไปกันดีกว่า--

"ไรอั้น...เรย์โนลด์ ฉันพูดชื่อนายไม่ผิดใช่ไหม?"

"...!!?"
ผมรีบชักปืนใต้โซฟาขึ้นมาตามสัญชาตญาณแต่ปืนที่ควรก็อยู่ใต้โซฟาเสือกกลายเป็นกล้วยซะงั้น ไอ้แม่เย็**!!

"ใจเย็นน่า ถ้าฉันจะฆ่านายฉันฆ่าตอนนายเมาหลับอยู่บ้านไปแล้ว
แม้จะหัวเสียไม่น้อยที่โดนปลดอาวุธโดยไม่รู้ตัวแต่ผมก็ยังไม่รู้เลยว่านี่เป็นเสียงของใคร และตอนนี้ผมรู้แล้วเมื่อได้หันไปมองคนที่นั่งไขว่ห้างกอดอกอยู่ตรงโซฟาตัวตรงข้ามกับผม

"RDJ.... ทำไมมหาเศรษฐีอัจฉริยะอย่างคุณถึงได้งัดบ้านผมเข้ามาล่ะ มาจับผมเหรอ?"

"เปล่า"

"ก็ผมได้ข่าวว่าคุณทำงานให้ตำรวจ ไม่สิ มีผัวเป็นตำรวจด้วยนี่"

"เมื่อไหร่สื่อจะเลิกเอาฉันไปจิ้นกับนายตำรวจอีแวนส์นั่นซักที จะเข้าเรื่องไหม?"

"โอเคๆ ผมเดาว่าคุณมาจ้าง"

"ถูก นายเข้าโรงบาลบ่อยสินะ"

"ก็เจ็บตัวบ่อย วันนี้ก็ว่าจะไปรักษาริดสีดวงทวาร"

"แสดงว่านายเห็นลูกชายฉัน"
เดี๋ยวๆๆ...นี่เขาคงไม่คิดจะมาฆ่าผมเพราะผมเผลอคิดที่จิ้มจุ่มกับเด็กนั่นใช่ไหม? 
ชิบหายละ.... คือตอนนั้นเจ้าทอมมี่น่ารักมากจนวินาทีนึงในหัวผมมันบอกว่าอยากจะone night standด้วยเฉยๆ แต่มันก็แค่วินาทีเดียวเองนะที่ความคิดแบบนั่นผุดขึ้นมาในหัว เด็กนั่นไม่ใช่คนแรกที่ผมเห็นหน้าแล้วอยากเอานี่ หรือว่าหน้าตาผมมันดูหื่นกามจนคนเข้าใจผิดกัน เอ๊ะ...หรือการที่ผมชมว่าเขาตัวหอมมันดูโรคจิตเกินไปจนหมอนั่นเอาไปฟ้องพ่อ!?
ปัดโธ่ ไอ้คุณหนูลูกแหง่ขี้ฟ้อง!!

"ทำไมเหรอ?"
ผมตีหน้านิ่งถาม

"เขาหนีออกจากบ้าน ฉันไม่รู้ด้วยว่าเขาพักอยู่ที่ไหนแต่รู้ว่าเขาแอบทำงานที่โรงพยาบาล"

"...."
โอเค ดูเหมือนจะไม่ใช่สิ่งที่ผมคิดสินะ(มันจะใช่ได้ยังไงล่ะ)

"เด็กนั่นฉลาดเขารู้ทุกวิธีที่ฉันจะตามรอยเขา และฉันรู้ว่าถ้ายิ่งตามเขาจะยิ่งหนี ฉันเลยอยากให้นายตามดูเขา ทำให้แน่ใจว่าเขาจะปลอดภัยเท่านั้น"

"ว้าว...ปกติมีแต่ถูกจ้างให้ผมไปฆ่า น่าแปลกที่รอบนี้ถูกจ้างให้ไปปกป้อง"
ผมก็พอจะเข้าใจนะว่าดาวนีย์เขามีศัตรูเยอะ ทำงานเป็นนักสืบให้ตำรวจในคดียากๆแล้วยังสร้างอาวุธให้กองทัพอีก คนนอกกฎหมายเลยเกลียดเขาเยอะแยะเลย ดังนั้นคนใกล้ตัวเขาอย่างน้องทอมมี่ก็ต้องโดนหมายหัวแน่ๆ ความจริงผมเคยโดนจ้างให้ไปฆ่าRDJนะแต่ผมรู้ว่าแม่งทำไม่ไหวแน่ๆเพราะหมอนี่แม่งฉลาดเป็นกรด เลยไม่ได้รับงานซึ่งดูเหมือนผมจะคิดถูก

"แล้วก็เตรียมตัวติดคุกได้เลยถ้าเขาเป็นอันตราย"

"โอเค คุณนายจ้าง=_="

"อีกอย่าง....อย่าเข้าใกล้เขามากล่ะ"

"เข้าใจแล้ว เดี๋ยวเขาจะรู้ตัวเอาสินะ"

"เปล่า ฉันแค่ไม่อยากให้ลูกฉันติดเชื้อโรคอะไรจากนาย"

"....." ไอ้เย็*ครก!! ผมอยากด่าแบบนี้มากถ้าไม่ติดว่าเขาเป็นนายจ้าง แต่ช้าไปแล้วครับเพราะผมได้กอดทอมมี่แล้วและน้องตัวหอมมากซะด้วย :) "แล้ว คุณจะจ่ายให้ผมเท่าไหร่ล่ะ พ่อมหาเศรษฐี"





โรงพยาบาล 06:45
--Tom-- 
การตื่น6โมงเช้าเป็นอะไรที่ค่อนข้างใหม่สำหรับผมแต่ผมเป็นคนขอเวลางานเพิ่มจากเขาเองเพราะงั้นผมไม่บ่นหรอก ในตอนนี้คนไข้ยังไม่มี แต่เดี๋ยวก็คงมา ระหว่างนั้นเควนตินเลยชวนผมคุยฆ่าเวลาไป

"สรุปนายหนีออกจากบ้านเพราะไม่ถูกกับพ่อ"

"ผมนับถือเขานะ แต่ผมสุดยอดเท่าเขาไม่ได้"
ผมตอบในขณะที่ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้

"ทำปืนยาสลบได้ก็สุดยอดแล้วนะ"

"แต่พ่อเป็นทั้งนักสืบ ประดิษฐ์อาวุธและอุปกรณ์ทำแผลล้ำๆให้กองทัพเผลอๆช่วยโรงพยาบาลเยอะกว่าที่ผมทำในฐานะเด็กฝึกงานซะอีก" 

"...."

"เขาอยากให้ผมดีกว่าเขา แต่ผมทำได้แค่ทดลองอะไรโง่ๆในแลปตัวเอง"

"นายไม่รู้เหรอว่าตำรวจสามารถจัดการกับอาชญากรได้โดยไม่ใช้ความรุนแรงเพราะปัญญาประดิษฐ์ของนาย"
เห้ออ...คนที่พูดแบบนี้แสดงว่าไม่รู้จักมันดีพอ

"คุณรู้จักGR13ไหม?"

"ไม่รู้จักแฮะ...มันทำไมเหรอ?"
ว่าแล้วเชียว=_=^

"มันเป็นยาเสพติดชนิดใหม่ ราคาแพงในตลาดมืด ผู้เสพมักจะสูดดมมันเข้าไป เสียงส่วนใหญ่บอกว่าสุดยอดกว่าโคเคน"

"...."

"ในระยะแรกที่เสพก็จะเหมือนกับโคเคน ระยะที่สองมันจะทำให้สติหลุด...แล้วถ้ายังไม่เลิกเสพสารนั่นเข้าไปจนมันหนักถึงระยะสุดท้ายล่ะก็..."
ผมว่าเขาคงเดาได้

"นายใช้มันทำยาสลบ?"
อ่าหะ...ก็ฉลาดนี่

"...ถ้าถูกฝังเข้าร่างมันจะทำให้ชาไปทั้งตัวจนสลบ เหมือนที่คุณโดน"

"พ่อนายเลยไม่ปลื้มที่นายยุ่งกับยาเสพติดอันตรายแบบนี้สินะ"

"อือ" 
เมื่อคืนนี้ผมนอนโซฟาบ้านเควนตินโดยที่ยังไม่ได้บอกเควนตินเรื่องเครื่องตรวจสอบชีพจรระยะไกล....เรียกว่าเครื่องตรวจสอบชีพจรระยะไกลมันยาวไปแฮะ ผมควรจะตั้งชื่อให้มันว่า...
น้องมาย? น้องมายก็ฟังดูดี ผมยังไม่ได้บอกเควนตินว่าน้องมายของผมทำอะไรได้ แต่เมื่อคืนเขาก็ไม่ได้ทำอะไรผม เลย ทำให้ผมคิดว่าพอจะเชื่อใจหมอนี่ได้ในระดับนึง 

"ฉันว่า พ่อนายเป็นห่วงนายนะ"

"หึ เขาห่วงชื่อเสียงเขาเท่านั้นแหละ"

"...."

"แล้วคุณฆ่าภรรยาตัวเองทำไม?"
ผมตัดบทด้วยการถามเขาบ้าง ทันทีที่ได้ยินคำถามลูกแก้วสีฟ้านั่นก็ไหลขึ้นมาสบตาผม ก่อนจะมองไปทางอื่นราวกับไม่อยากจะพูดถึงมัน

"....ถ้าฉันไม่ตอบ นายจะส่งฉันให้ตำรวจเหรอ?"
เขาถามโดยไม่ได้สบตาผม

"ผมถามเพราะอยากรู้ มันฟังดูเหมือนขู่เหรอ...ผมไม่ได้ตั้งใจจะขู่นะ--"

"เปล่า มันไม่ได้...ฟังดูเหมือนขู่หรอก ฉันแค่ไม่ชอบพูดถึงมันน่ะ"

"...."

"...."
แสดงว่าเขาไม่ได้ตั้งใจเป็นฆาตกรสินะ ในตอนที่ผมไม่อยากให้เขาเข้ามาใกล้แถมตราหน้าว่าเขาเป็นฆาตกร มันต้องทำร้ายจิตใจเขามากแน่ๆ ผมเองก็เผลอถามเรื่องที่เขาไม่อยากจะตอบด้วย นั่นเป็นเรื่องที่เสียมารยาทพอตัวเลย...

"ขอโทษนะ...ผมไม่ได้ตั้งใจจะถามเรื่องที่คุณไม่อยากตอบหรอก"

"ถ้าอยากให้ยกโทษ หลังเลิกงานไปคาเฟ่โคอาล่ากับฉันหน่อยสิ"

"ห่ะ? คุณล้อผมเล่นเหรอ??"

"ล้อเล่นเรื่องอะไร?"

"...."
มีคาเฟ่โคอาล่าด้วยเหรอ...??! 
จะว่าไปผมไม่เคยเห็นโคอาล่ามาก่อนเลยนะ เพราะวันๆเอาแต่คลุกตัวอยู่ในแลปเลยไม่ได้ศึกษาเรื่องสัตว์โลกอะไรมากมาย ไม่ยักรู้ว่ามันมีคาเฟ่โคอาล่า... แต่ผมเคยเห็นในทีวีผ่านๆแล้วก็ได้ยินว่าขนมันนุ่มมากซะด้วย
น่าลิ้มลอง...

"ว่าไง?"
เขายังคงรอคำตอบจากผม แน่นอนว่าผมเอาด้วย

"งั้นหลังเลิกงานไปเลยนะ ผมอยากเห็นโคอาล่า :<"

"ฮึ..." เควนตินเลิกคิ้วก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา เขาขำอะไร "ฮะๆ นายไม่เคยเห็นโคอาล่ามาก่อนเหรอ?"

"ไม่เคย"

"ฮะๆๆ มันไม่มีหรอกคาเฟ่โคอาล่าอะไรนั่น"

"...."
โง่สิ้นดีเลยโทมัส! ผมหน้ามุ้ยขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าโดนเขาอำเล่น 

"ถ้าอยากเห็นโคอาล่าก็ไปสวนสัตว์สิ พ่อนายไม่เคยพาไปสวนสัตว์รึไง?"
เควนตินลุกขึ้นมาหาผม มือหนาลูบบนกลุ่มผมสีน้ำตาลของผมราวกับหยอกล้อ

"พ่อไม่ว่างมาทำอะไรแบบนั้นกับผมหรอก"

"...."
เขางานยุ่งจะตายกับการสืบคดีอะไรนั่นจนไม่มีเวลาว่างให้ บางทีเขาก็ไม่อยู่บ้านเป็นเดือนด้วยซ้ำเพราะโดนที่กองทัพติดต่อไปหรืออะไร ไม่เห็นเข้าใจเลยว่าเขาจะรับผมมาเลี้ยงทำไมถ้าไม่มีเวลาให้แบบนี้

"...."

"วันหยุดนี้ไปสวนสัตว์ใกล้ๆนี่ด้วยกันไหม ที่นั่นก็มีโคอาล่านะ"
เมื่อบรรยากาศเงียบ เพราะหน้าผมดูหมองลงเขาก็เริ่มบทสนทนาใหม่ นี่เขาพยายามให้ผมร่าเริงขึ้นมาใช่ไหมเนี้ย?

"ผมอายุ23แล้วนะ ไปสวนสัตว์จะไม่ดูโง่ๆเหรอ?"

"ฉัน38แล้ว...ยังอยากไป สวนสัตว์กับนายเลย"
ผมยิ้มออกมา แล้วผงกหัวตกลงกับเขา...ไม่เห็นเข้าใจเลยว่าคนอย่างเควนตินจะฆ่าคนได้ยังไงทั้งๆที่เขาใจดีขนาดนี้ หรือคดีนั้นเขาสืบผิดกัน...?

แออดดดด
"ฉันไปด้วยนะ"

"ไม่"
เควนตินให้ไปตอบไรอั้นที่เป็นประตูเขามาแทบจะทันที แล้วหัวเขาไปโดนไรมาล่ะนั่น...=_=

"ทำไมวะ ฉันอยากไป"
ผมหยิบผ้าขนหนูบนชั้นใกล้ๆมาประคบหัวไรอั้นไว้ไม่ให้เลือดมันหยดไปทั่วห้องแล้วให้ไรอั้นถือผ้าขนหนูกดแผลไว้ก่อนเขาทิ้งตัวนั่งบนโซฟาตรงหน้าผม เพื่อรอผมทำแผลให้

"ให้ตายสิแกทำพื้นเลอะ"
ก็สมเป็นเควนตินดี เขาเริ่มหาไม้ถูกพื้นมาเช็ดด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์เท่าไหร่
แต่เดี๋ยวนะ...

"คุณอาบน้ำแล้วเหรอ?"
ผมถามเพราะ ปกติกลิ่นไรอั้นจะเปรี้ยวจนขมคอ น่าแปลกที่รอบนี้ไม่มีกลิ่นอะไรเลย พอลองขยับจมูกเข้าไปใกล้ๆเขาก็รู้สึกได้เลยว่ามีกลิ่นสบู่อ่อนๆกับกลิ่นดินปืนติดอยู่ด้วย 

"ใช่ พอดีโดนด่าว่าตัวเหม็น แถมคนที่ด่ายังพูดด้วยสายตาที่เย็นชาจนมันทำร้ายจิตใจดวงน้อยๆของฉันน่ะT^T"
ไรอั้นแสร้งปาดน้ำตา แต่ตอนนั้นเขาได้ยินด้วยเหรอ ผมคิดว่าเขาหลับอยู่ซะอีก-0-

"ผมขอโทษที่เสียมารยาท ตอนนี้ผมชอบกลิ่นสบู่คุณแล้ว โอเค?"
พูดจบผมก็ลุกขึ้นไปเอากล่องพยาบาลจากตู้มาไว้ใกล้ๆไรอั้น แล้วหยิบถุงมือยางขึ้นมาสวมป้องกันไม่ให้แผลเขาติดเชื้อก่อนเริ่มทำแผลให้เขา

"งั้นฉันจะอาบน้ำทุกวันเพื่อเอาใจนาย นายจะว่ายังไง:) "

"คุณจะอาบน้ำหรือไม่มันก็เรื่องของคุณสิ(=_=^)"
แม้จะไม่ชอบคนตรงหน้านักแต่ผมก็ค่อยๆใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ทำความสะอาดแผลให้เขาอย่างเบามือที่สุด ไม่รู้ทำไมแต่ผมรังแกคนเจ็บไม่ลงจริงๆนั่นแหละ

"ใช่ แกจะอาบไม่อาบมันก็เรื่องของแกสิ" เควนตินแยกเขี้ยวทำหน้ายักษ์ใส่ไรอั้นพร้อมกระแทกเสียง ซึ่งก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่เท่าไหร่เพราะพวกเขาสองคนก็ดูจะกัดกันตลอดอยู่แล้ว "อีกอย่าง ทอมนายไม่ต้องเบามือกับมันมากก็ได้"

"ผมไม่กล้ารุนแรงกับคนเจ็บน่ะ"
น่าแปลกนะ ทำไมเควนตินถึงได้ดูโมโหขนาดนั้น อย่างกะการทะนุถนอมไรอั้นมันเป็นเรื่องที่ผิดบาปมากงั้นแหละ

"โอ้ พระเจ้า....นายเป็นนางฟ้าของฉันเลย:)"

"...!!"

"เอาล่ะ พอแล้วฉันทำเอง--"
เควนตินมีท่าทีไม่พอใจเมื่อไรอั้นคว้ามือข้างนึงของผมมาจุมพิตบนหลังมือด้วยรอยยิ้มแป้นกับท่าทีกวนประสาทของเขา แต่ไม่เห็นต้องโมโหแทนผมเลยนี่ อาจจะขนลุกหน่อยๆแต่ผมไม่ถือคนบ้าอยู่แล้ว

"คุณหมอเบคคะ! ไปที่ห้องฉุกเฉินด้วยค่ะ!!"
ก่อนที่เควนตินจะเข้ามาทำแผลให้ไรอั้นแทนผม พยาบาลคนนึงก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามาเรียกตัวเขาไป เควนตินหันไปทำตาขวางใส่ไรอั้นเล็กๆแล้วตามคุณพยาบาลไปที่ห้องฉุกเฉินอย่างไม่สบอารมณ์นัก ผมเลยหันไปโฟกัสกับแผลบนหัวไรอั้นแล้วจัดการดูแลมันให้เสร็จเรียบร้อยเขาจะได้ไปซักที

"แล้ว...นายหนีออกจากบ้าน"
เมื่อได้อยู่กันสองต่อสองไรอั้นก็เริ่มบทสนทนาที่ไม่น่าคุยเอาซะเลย

"....พ่อเริ่มประกาศหาตัวผมแล้วเหรอ?

"หึ เปล่า...ก็กลิ่นตัวนายเหมือนสบู่อันที่อยู่ในบ้านเควนติน ฉันก็เคยใช้ เดาว่านายพักอยู่บ้านหมอนั่น"

"แล้ว?"

"ฉันแค่อยากรู้ว่านายทำยังไงให้สามารถพักอยูบ้านมันได้ ขนาดฉันที่เป็นเพื่อนสนิทมันยังโดนไล่เลย"
ผมเก็บกล่องพยาบาลไว้ที่เดิมแต่ยังไม่ทันได้ตอบอะไรกลับไปไรอั้นก็เดินมาอยู่หลังผมแล้ว

"ทำแผลแล้วคุณก็ออกไปสิ"

"นายยังไม่ได้ตอบฉันเลย"
เห้อ...อะไรจะอยากรู้อยากเห็นขนาดนั้นล่ะ ผมเดินเข้าไปใกล้ๆไรอั้นก่อนเขย่งเท้าขึ้นให้สูงพอจะกระซิบข้างหูเขาได้เพราะผมต้องแน่ใจว่าจะไม่มีคนได้ยินเรื่องนี้นอกจากไรอั้น ขนาดไรอั้นยังได้ยินสิ่งที่ผมคุยกับเควนตินเลย ดังนั้นกันไว้ดีกว่าแก้

"เจค จิลเลนฮาล ถ้าผมเดาไม่พลาด...คุณคือคนที่ช่วยปลอมแปลงเอกสารตัวตนใหม่ให้เขาสินะ?"

"...."
ทีนี้เขาก็ได้คำตอบแล้ว ผมถอยออกมา หลังจากกระซิบบอกไรอั้นเสร็จเพื่อดูสีหน้าเขา คนตรงหน้าหรี่ตามองผมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

"โอเคพ่อนักสืบ ฉันว่า...ฉันเริ่มชอบนายแล้วแฮะ :)" ผมปัดมือของคนตัวใหญ่ที่กำลังจะเขามาโอบเอวผมไว้ได้ทัน "แล้วนัดกันไปสวนสัตว์วันไหน?"

"ให้ทาย"
เอาตรงๆคือผมไม่อยากบอกเขานั่นแหละ ไรอั้นหันไปดูตรางงานของผมกับเควนตินบนผนังแล้วแสร้งขมวดคิ้วทำเหมือนไม่รู้ไม่ชี้

"ยากจังเลย...วันพฤหัสนี้เหรอ:3"

"อ่าหะ....คุณจะออกไปได้รึยัง?"

"จะออกไปแล้วแต่ขอหอมแก้มนายก่อน"

"ไม่ได้--" 
ยังไม่ทันจะปฏิเสธริมฝีปากของไรอั้นกดลงบนแก้มผม เยี่ยม=_=*** 
ไอ้บ้านี่ยักคิ้วให้ผมอย่างกวนบาทาก่อนจะออกจากห้องไป เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเควนตินถึงเกลียดเขานักหนา






ความรู้สึกของน้องทอมที่มีต่อ2หนุ่มในตอนนี้

พี่เจค = คนนี้ใจดีจัง

พี่ไรอั้น = ไอ้นี่กวนตีนชิบหายไปตายซะ 

ตอนนี้พี่เจคทำคะแนนไปก่อน เดี๋ยวตอนหน้าถึงตาพี่ไรอั้นบ้าง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #20 Karnchanok_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 13:32
    เจคชอบไรอั้นรึเปล่าหนิ
    #20
    0
  2. #8 LookWha1D (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 06:44

    พี่อั้นของหนู​ เหมือนจะโดนเด็กมันตั้งแง่เกลียดไปก่อนซะแล้ว​ เพราะไปทำตัวกวนประสาทใส่​ ToT

    #8
    0
  3. #5 khaofangnoy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 07:29
    เย่ะ พี่อั้นมีควัมกวนอ่ะ ==
    พี่เจคก้คือ...เอ๋อไปเลย55
    #5
    1
    • #5-1 (จากตอนที่ 3)
      20 สิงหาคม 2562 / 07:43
      พี่เจคอ่อนโยนนะ มีชวนน้องไปสวนสัตว์เพราะน้องอยากเห็นโคอาล่าด้วย
      #5-1